facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 52 รอบชิงชนะเลิศ

ชื่อตอน : ตอนที่ 52 รอบชิงชนะเลิศ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 326

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2563 22:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 52 รอบชิงชนะเลิศ
แบบอักษร

ตอนที่ 52

 

ด้วยความที่การต่อสู้ของ ซุน และ ฉีลู่ชิง ทำให้เวทีประลองเกิดความเสียหาย การประลองในรอบชิงชนะเลิศ จึงต้องถูกเลื่อนออกไปอีกราวหนึ่งชั่วยาม เพื่อจัดการเปลี่ยนเวทีประลอง โดยอาศัยยอดฝีมือจำนวนหนึ่งช่วยกันย้ายตำแหน่งเวทีประลองเสริม ให้มาเป็นเวทีประลองหลัก... 

 

ระหว่างนั้นทั้ง เหยาซุน และ หานเฉียง คู่ชิงชนะเลิศ ได้รับอนุญาตให้ทำการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บเท่าที่จะทำได้ตามเวลาดังกล่าว แน่นอนว่ามันถือเป็นการดีสำหรับ ซุน อยู่ไม่น้อย เพราะเพิ่งจะสูญเสียลมปราณไปในตอนที่ต่อสู้กับหญิงสาว... 

 

ด้านตระกูลซ่ง... 

 

ซ่งไห่เฟิง ถ่ายทอดลมปราณเพื่อฟื้นฟูพลังให้กับ ซุน โดยตรง อีกทั้งยังมีสุราฟื้นฟู เชื่อว่าเวลาหนึ่งชั่วยาม คงสามารถเสริมลมปราณที่พร่องโหว่ให้กลับมาเติมเต็มได้ไม่ยาก สิ่งสำคัญในตอนนี้คงเป็นอาวุธที่ขาดมือไปเสียมากกว่า... 

 

“ยังดีที่เจ้าได้เตรียมขวานศิลาระดับ 4 เอาไว้... แม้พลังของเจ้าในตอนนี้จะยังไม่อาจใช้มันได้คล่องมือ แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีสิ่งใดป้องกันตัว...” ชายชรากล่าวขึ้นด้วยความเป็นห่วง 

 

แต่ ซุน กลับส่ายหน้าปฏิเสธ... 

“ไม่ล่ะ ข้าไม่คิดจะใช้ ขวานศิลา ในการประลองรอบชิงอีกแล้ว...” 

 

“อะไรนะ!!” ซ่งไห่เฟิง อดไม่ได้ที่จะตกใจ... 

“มีเหตุผลอะไรงั้นหรือ” 

 

“ขวานศิลาระดับ 4 น้ำหนักมันมากเกินไป หากไม่ใช้การทรงร่างข้าก็ไม่อาจกวัดแกว่งมันได้ ถือครองไว้รังแต่จะเป็นภาระเสียเปล่า ๆ สำคัญกว่านั้นคือในรอบที่ผ่าน ๆ มา แม้ว่า หานเฉียง จะไม่ได้ใช้ดาบอักขระเลยสักครั้ง แต่ในรอบชิงมันจะต้องหยิบมาใช้อย่างแน่นอน 

 

ขวานระดับ 4 แม้จะทรงพลังมาก แต่เมื่อปะทะเข้ากับอาวุธอักขระตรง ๆ ก็มีแต่จะพังทลาย... ข้าสูญเสียขวานที่จะใช้ฝึกฝนไปแล้วเล่มหนึ่ง ดังนั้นข้าจะไม่ยอมเสียอีกเล่มไปโดยเด็ดขาด... ข้าจะพยายามต่อสู้โดยไม่ใช้ขวานเท่าที่จะทำได้ก่อน หากยังไม่อาจเอาชนะค่อยวางแผนใหม่อีกครั้งบนเวทีประลอง...” ซุน กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ดูไม่ค่อยเป็นเดือดเป็นร้อนเท่าใดนัก 

 

แต่มันกลับสร้างความหนักใจให้กับ ซ่งไห่เฟิง อยู่ไม่น้อย เนื่องด้วยการเดิมพันครั้งนี้หนักหนาสาหัสมากสำหรับตระกูลซ่ง เสียงถอนหายใจของชายชราดูหนักหน่วง... 

“เอาเถอะ... เจ้าจะทำยังไงมันก็สุดแล้วแต่เจ้า สิ่งที่ข้าทำได้ก็เพียงแค่เชื่อใจเจ้าเท่านั้น” 

 

ซุน ประสานมือสุภาพ... 

“ผู้อาวุโสโปรดวางใจ ต่อให้ไม่ใช่เรื่องงานที่จะเอาชนะ แต่ข้าไม่คิดว่าตนเองจะพ่ายแพ้สักนิดเดียว...” 

 

สมาชิกตระกูลทุกคนล้วนเข้ามาให้กำลังใจเด็กหนุ่ม โดยเฉพาะ ซ่งจื่อฮุ่ย ที่จับคว้ากุมมือ... หญิงสาวดวงตาขุ่นมัวจากน้ำตาที่เอ่อล้นแทบจะตลอดการประลอง ซุน เผยรอยยิ้มให้กับนาง ก่อนจะใช้มือปาดน้ำตาของหญิงสาวเบา ๆ ปลอบประโลม... 

 

ด้านตระกูลหาน... 

 

ใบหน้าของ หานเต้าหยี มืดดำเคร่งเครียดหนัก ให้แพทย์โอสถที่ดีที่สุดช่วยรักษาอาการบาดเจ็บที่ขาของ หานเฉียง อย่างน้อยก็ไม่ให้แสดงอาการในช่วงระยะเวลาที่ขึ้นประลอง... 

“ไม่คิดเลยว่า เจ้าเด็กบ้านนอกนั่น มันจะทะลุขึ้นมาถึงรอบชิงชนะเลิศได้จริง ๆ จากการต่อสู้ของ เหยาซุน และ ฉีลู่ชิง ก่อนหน้านี้ ชัดเจนมากว่าความแข็งแกร่งของเจ้าเด็กนั่น ไม่ด้อยไปกว่าเจ้าเลย...หานเฉียง” 

 

ใบหน้าของ หานเฉียง ก็ไม่ได้ดีไปกว่าบิดาเท่าใดนัก แต่ยังคงเชื่อมั่นในพลังของตนเอง... 

“ท่านพ่อโปรดวางใจ ข้าไม่คิดว่าจะพ่ายแพ้อยู่แล้ว... ยิ่งเจ้านั้นสูญเสียขวานศิลาประจำกายไปแล้ว มันยิ่งไม่มีทางเอาชนะข้าได้...” 

 

หานเต้าหยี ถอนหายใจหนักหน่วง ก่อนจะหยิบเอากล่องไม้สีดำออกมาจากแหวนมิติของตน... เมื่อเปิดกล่องดังกล่าวขึ้น กลิ่นสมุนไพรก็ตีฟุ้งในอากาศอย่างรุนแรง... ด้านในเป็นโอสถสีดำเม็ดหนึ่งที่เพียงแต่เห็นก็รู้ได้ว่านี่มิใช่โอสถสามัญ... 

 

แพทย์โอสถ ที่กำลังรักษา หานเฉียง เบิกตากว้างโดยพลัน... 

โอสถปลุกชีพจร!!” 

 

หานเต้าหยี พยักหน้าตอบรับ... 

“ถูกต้อง นี่คือโอสถปลุกชีพจรที่หาได้ยากยิ่ง... มูลค่าของโอสถนี้เพียงเม็ดเดียว ก็มีราคานับแสนเหรียญทองในตลาดมืด หากไม่ใช้เส้นสายภายใน คงยากที่จะมีไว้ในครอบครอง...” 

 

หานเฉียง ขมวดคิ้วขึ้นทันที... 

“ท่านพ่อ อย่าบอกนะว่าท่านจะให้ข้าใช้โอสถนั่น?! แม้ว่ามันจะสามารถระเบิดพลังลมปราณมหาศาลได้ในชั่วพริบตา แต่หากข้าจำไม่ผิด โอสถปลุกชีพจร มีผลข้างเคียงที่รุนแรงมากเลยมิใช่หรือ?!” 

 

“บิดาไม่ได้คิดจะให้เจ้าใช้ในทันที แต่จะให้แอบซ่อนโอสถนี้ไว้ที่หลังฟันกรามของเจ้า... หากสามารถจัดการ เหยาซุน ได้โดยไม่ใช้มันก็แล้วไป... แต่หากพลาดท่าขึ้นมา สิ่งนี้จะเป็นอาวุธลับที่ทำให้เจ้าไม่พ่ายแพ้!!” หานเต้าหยี เค้นเสียงขึ้นมั่นใจยิ่ง 

 

หานเฉียง แม้จะลังเลอยู่ชั่วครู่ใหญ่ แต่ก็ยินยอมแอบซ่อนโอสถปลุกชีพจรเอาไว้ ตามที่บิดาร้องขอ... ชายหนุ่ม หยิบดาบเล่มโตสีแดงขึ้นมาจับจ้อง ในศึกก่อนหน้านี้ทั้งหมด หานเฉียง ใช้เพียงดาบใหญ่ชั้นดีเท่านั้น เพราะเชื่อมั่นในฝีมือตนเอง คิดว่าต่อให้ไม่ใช้ดาบอักขระตนก็สามารถชนะเลิศในการประลองครั้งนี้ได้ 

 

แต่ครั้งนี้มีเดิมพันมหาศาลค้ำคออยู่ ถึงจะดูคดโกงเอาเปรียบก็จำต้องทำ!!  

“การประลองก่อนหน้านี้ ฉีลู่ชิง ใช้ พัดอัคคีร่ายรำ ซึ่งเป็นเพียงอาวุธอักขระชั้นลมปราณสีน้ำเงิน ยังเล่นงาน เหยาซุน เสียเกือบม่อยกระรอก สูญเสียขวานศิลาของมันไป... แต่ ดาบผ่าวายุ ของข้า เป็นถึงอาวุธอักขระชนชั้นลมปราณสีเขียว ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าพัดของนาง ข้าจะพ่ายได้เยี่ยงไร!! 

 

เพลงขวานวายุที่ไร้ขวาน... มีหรือที่จะเหนือกว่า เพลงดาบผ่าวายุ ของข้าได้!!” ดวงตาของ หานเฉียง แข็งกร้าวจนน่ากลัว ลูบมือไปบนตัวดาบด้วยความทะนุถนอม... 

 

.......................................... 

 

ในที่สุดการปรับปรุงเวทีประลองก็จบสิ้นลง... พลุไฟถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นจำนวนมาก จนบดบังแสงสว่างของดวงดาว จำนวนผู้คนยิ่งหนาแน่นขึ้นแม้ยามนี้จะเป็นช่วงกลางดึกแล้ว แต่งานเฉลิมฉลองก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงโดยง่าย... 

 

ฉีลู่ชิง เวลานี้นางขึ้นไปรับชมบนอัฒจันทร์ร่วมกับบิดาและปู่ของนางแล้ว... บาดแผลที่แก้มแม้จะบอบช้ำไม่น้อย แต่ก็สามารถรักษาได้ด้วยระยะเวลา อีกทั้งยังไม่มีรอยบาดแผลด้านนอกให้ได้เห็น ไม่ชัดเจนนักว่าเป็นโชคดีของนางหรือความตั้งใจของ ซุน กันแน่... 

 

“ลู่ชิงเอ๋อ... ในฐานะที่เจ้าเคยประมือกับ หานเฉียง เมื่อปีก่อน และประมือกับ เหยาซุน ในปีนี้มาแล้ว เจ้าคิดว่าศึกนี้ใครจะชนะเลิศงั้นหรือ?!” เจ้าเมืองฉี เอ่ยถามกับหลานสาว 

 

นางแสดงสีหน้าครุ่นคิดเล็กน้อย... 

“หานเฉียง ในปีนี้คงไม่อาจนำความแข็งแกร่งจากเมื่อปีก่อนมาเปรียบวัดได้ เพราะเจ้านั่นไปฝึกฝนอย่างหนักที่เมืองหลวง และเป็นศิษย์น้องคนสนิทของอัจฉริยะอย่าง เกาทงหลิน ฝีมือคงก้าวกระโดดไปไกลโข... 

 

แต่ทว่า เหยาซุน เองก็มิใช่ว่าจะสามารถดูแคลน... คน ๆ นั้นไม่เปิดเผยความสามารถแท้จริงออกมาเลยตลอดการประลอง แม้แต่ตอนที่สู้กับหลาน ยังสัมผัสได้ว่า เหยาซุน มีสิ่งที่เก็บงำเอาไว้อีกมาก... 

 

ศึกนี้คงยากจะตัดสินด้วยข้อมูลการแข่งที่ผ่าน ๆ มา” 

 

เจ้าเมืองฉี ได้ยินเช่นนั้นก็พลันแย้มยิ้มชรา... 

“แต่หลานคงอยากให้ เหยาซุน ชนะมากกว่างั้นสินะ...” 

 

นางใบหน้าบิดงอเล็กน้อย... 

“ทะ...ท่านปู่พูดอะไร!! ทำให้หลานต้องอยากให้คนที่มันกล้าเตะหน้าหลานชนะเลิศด้วย!!” 

 

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! นั่นสินะ เจ้านั่นมันช่างกล้าดีจริง ๆ เห็นทีจะต้องให้มันมารับผิดชอบในตัวหลานสาวข้าแล้วกระมัง?!” 

 

“ท่านปู่!!” หญิงสาวแผดเสียงขึ้น ใบหน้าแดงก่ำ 

 

บนเวทีประลอง... 

 

สองชายหนุ่มขึ้นเวทีมาคนละฝั่งฝาก... สายตาจดจ้องกันมิวางตา มาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องกล่าวเหน็บแนมใส่กันเท่าใดนัก เพราะอารมณ์ของทั้งคู่เรียกได้ว่าสุกงอมเต็มที่ จากออร่าที่แผ่ล้นมิต่างพยัคฆ์และราชสีห์ 

 

เหล่าผู้ชมล้วนตื่นเต้นตามไปด้วย หลายคนไม่คุ้นชินนักที่เห็น เหยาซุน ขึ้นเวทีโดยไม่มีขวานเล่มโตแบกเอาไว้กลางหลัง จะเหลือก็แต่เต้าสุราที่เหน็บข้างเอว... ทว่าแรงใจที่สนับสนุนเด็กหนุ่มผู้เป็นม้ามืดในการแข่ง กลับไม่ลดน้อยลงเลย ยังคงมีกลุ่มหญิงชายส่งเสียงกระหึ่ม มากยิ่งกว่าเสียงสนับสนุนจากฝั่งของ หานเฉียง เสียอีก... 

 

หานเฉียง ยกชูนิ้วหัวแม่มือ ก่อนที่ทำท่ารูดปาดที่ลำคอ ประหนึ่งเป็นการขู่เข็ญว่าจะเล่นงานอีกฝ่ายให้หนักข้อ... ซุน ยักมุมปากสูง ก่อนจะยกชูนิ้วกลางขึ้นช้า ๆ แน่นอนว่าผู้คนในดินแดนแห่งนี้ย่อมไม่เข้าในความหมายที่ ซุน ได้กระทำ แต่มันคงเป็นความสะใจส่วนตนเสียมากกว่า... 

 

กรรมการบนเวที สำรวจความพร้อม... ในการแข่งรอบนี้ยังมีกรรมการข้างเวทีเพิ่มเติมครบทั้ง 4 มุม เพราะมั่นใจว่าการประลองรอบชิงชนะเลิศ จะต้องมีการปะทะรุนแรงอย่างแน่นอน จึงต้องมียอดฝีมือ คอยสร้างม่านพลังป้องกันเหล่าผู้ชมเอาไว้ข้างเวทีอีกชั้นหนึ่ง... 

 

“เริ่มการประลองได้!!” 

 

สิ้นเสียงกรรมการ ซุน พลันกดหัวคิ้วลงต่ำ... หลงนึกว่า หานเฉียง จะพุ่งเข้ามาเล่นงานในทันที ตระเตรียมวิธีการรับมือไว้หลากหลายรูปแบบ แต่กลับกลายเป็นว่า หานเฉียง เปี่ยมไปด้วยสติแจ่มใจ ไม่ถูกโทสะครอบงำ ชักดาบสีแดงฉานออกมาเนืองช้า พร้อมก้าวเดินตรงมาท่าทีนิ่งสงบ... 

 

“เจ้านี่?! ข้าหลงอุตส่าห์พยายามปลุกปั่นยั่วยุมันมาโดยตลอด หวังให้มันขาดสติยามเผชิญหน้า แต่ดูเหมือนว่าข้าคงสบประมาทมันเกินไปงั้นสินะ...” ซุน คาดเดาอุปนิสัยของ หานเฉียง ผิดพลาดไป... 

 

หานเฉียง ดวงตาเปล่งประกาย กำดาบผ่าวายุไว้แนบแน่น... กวัดแกว่งดาบใหญ่เพียงครั้ง สร้างคลื่นดาบพุ่งทะยานออกไป น่ากลัวยิ่งกว่าศรเกาทัณฑ์ของ หลิวซิง เสียอีก!! 

 

คลื่นดาบผ่าวายุ!! 

 

ซุน เอี้ยวตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิวด้วยท่าร่างเมามาย... ก่อนจะพบว่า ยังมีคลื่นดาบอีกจำนวนมากที่พุ่งตามมาอย่างต่อเนื่อง!! เสียงกรีดเฉือนอากาศเพียงแค่ฟังยังน่าสะพรึง ส่วนหนึ่งเกิดจากความแข็งแกร่งในเพลงดาบตระกูลหาน แต่อีกเกินกว่าครึ่งเกิดจากพลังอักขระที่ตัวดาบ!! 

 

รูปแบบพลังของ อาวุธอักขระ จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับผู้เชี่ยวชาญที่ใช้วิชาอักขระกำกับ ว่าตั้งใจให้อาวุธชิ้นนั้น ๆ มีพลังประเภทใด... ยกตัวอย่างเช่น แหวนมิติ ที่จัดเป็นอาวุธอักขระรูปแบบหนึ่ง มีพลังในการสร้างมิติแปลกแยกให้สามารถเก็บสิ่งของต่าง ๆ ไว้ด้านใน 

 

พัดอัคคีร่ายรำ ของ ฉีลู่ชิง ได้กำกับอักขระพลังเปลวเพลิงเอาไว้ ดังนั้นตัวพัดจึงสามารถสร้างความร้อนสูง และสร้างเปลวเพลิงที่เหนือว่าปราณธาตุอัคคีสามัญ... และ ดาบผ่าวายุ เล่มนี้ มีพลังในการส่งเสริมปราณวายุให้รุนแรงขึ้นเป็นเท่าทวี ดังนั้นตัวของ หานเฉียง ที่มีพื้นฐานปราณวายุอยู่ก่อนแล้ว จึงสร้างคลื่นดาบขึ้นจากกระแสลมที่บีบอัด ให้พวยพุ่งออกไป... 

 

ตูม! ตูม! ตูม! 

 

ซุน หลบเลี่ยงคลื่นดาบอย่างต่อเนื่องจนแทบไม่มีเวลาหายใจหายคอ... หนักหนายิ่งกว่าตอนที่เผชิญหน้ากับ เกาทัณฑ์ยิงตะวัน เสียอีก เพราะรัศมีของคลื่นดาบกว้างกว่าลูกศร อย่างไม่อาจเทียบได้... 

 

“ตาย!!” หานเฉียง แผดเสียงพลางถาโถมกระบวนท่าต่อเนื่อง... 

 

ซุน หันมองตรงมายัง หานเฉียง ด้วยแววตาที่แข็งกร้าวดุจสัตว์ร้าย... ก่อนจะปลดปล่อยกลิ่นอายสัตว์ป่าออกมาอย่างรุนแรง พร้อมจิตคุกคามอันมหาศาล... เผยเงาร่างพยัคฆา เหนือขึ้นมาบนแผ่นหลังของตน... 

 

ทรงร่าง... สมิงขาว!! 

 

 ……………………………………… 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว