facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 13 แรกพบ

คำค้น : รัก โรมานซ์ แอบรัก รักแท้ อาจารย์ มหาวิทยาลัย หมอ วิศวะ วิศวกรรมศาสตร์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 253

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 เม.ย. 2564 14:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 แรกพบ
แบบอักษร

 

การที่เราเรียนจบอีกสาขาหนึ่ง แล้วมาทำงานในอีกสาขาหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องยากมากนักสำหรับการทำงาน หากเราลดทิฐิมานะลง ไม่ถือว่าตัวเองจบจากสถาบันไหน หรือได้เกียรตินิยมมาหรือไม่ ก็สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ได้เสมอ 

อิงดาว ก็เช่นกันหลายสิ่งหลายอย่างเธอเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในที่ทำงานแห่งนี้ เช่น การเรียนรู้ว่าโครงการวิจัยที่มีการเก็บข้อมูลกับมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นด้านพฤติกรรม สังคม ร่างกายหรือจิตใจล้วนต้องขอจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ ก่อนที่จะเริ่มเก็บของมูลเหล่านั้นมาทำวิจัย 

งานในหน้าที่หลัก ๆ ของอิงดาว คือ การบริหารจัดการโครงการวิจัยของมหาวิทยาลัยทั้งหมดให้เป็นไปตามมาตรฐานการวิจัยระดับสากล อาจารย์และนักวิจัยจะต้องยื่นข้อเสนอโครงการวิจัยเข้ามาที่สำนักงานวิจัย ก่อนการทำวิจัยทุกครั้ง แล้วเธอก็จะนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณารับโดยคณะกรรมการด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยนั้น ๆ  

ด้วยความตั้งใจ และความทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ของอิงดาวเพียงแค่ห้าเดือนพี่ ๆ ในสำนักงานแทบจะไม่ต้องสอนอะไรเธออีก และสามารถปล่อยให้เธอทำงานสำคัญอย่างเช่น การจัดการประชุมคณะกรรมการได้อย่างสบายใจ อีกทั้งงานที่เธอทำเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว พี่ ๆ ในสำนักงานจึงมักจะไหว้วานให้เธอช่วยทำงานอย่างอื่นนอกเหนือจากหน้าที่ในตำแหน่งของตน วันนี้ก็เช่นกัน 

 

“น้องอิงดาว” 

เสียงป้าใหญ่ที่สุดในสำนักงานดังขึ้น พร้อมกับร่างอวบอ้วนตรงเข้ามาที่โต๊ะของอิงดาว  

“ช่วยพี่ส่งร่างรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ให้ผู้ทรงหน่อยนะ” เธอขอร้องแกมออกคำสั่ง พร้อมกับวางเล่มรายงานกองโตไว้ตรงหน้าหญิงสาวที่กำลังมองเธอตาปริบ ๆ  

“ค่ะ ได้ค่ะ” อิงดาวยิ้มรับ พร้อมกับเลื่อนเล่มร่างรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ ไปไว้อีกมุมหนึ่งของโต๊ะ 

 

“ขอบใจจ๊ะ” ป้านกฉีกยิ้มกว้าง แล้วรีบพูดขึ้นว่า “แต่ว่าพี่ยังไม่ได้หาชื่อผู้ทรงคุณวุฒิสำหรับอ่านงานวิจัยในแต่ละเรื่องเลยนะ ฝากอิงดาวหาให้พี่ด้วยเลยแล้วกันเนาะ แต่ละเรื่องต้องอ่านสองคน เมื่อหาได้ก็โทรไปทาบทามผู้ทรง ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ แล้วค่อยจัดส่งเล่มร่างรายงานไปให้ผู้ทรงทางไปรษณีย์ ส่วนซองจดหมาย กับแสตมป์เบิกกับน้องใหม่นะจ๊ะ”  

พูดจบป้านกก็ฉีกยิ้มให้ทีหนึ่งก่อนที่จะเดินออกไปอย่างสบายใจ เหมือนโยนก้อนหินใหญ่ออกจากตัว แล้วเดินตัวเบาไปที่นั่งของตน ปล่อยให้คนรับก้อนหินอย่างอิงดาวมองตามตาปริบ ๆ สมองเด็กใหม่ประจำสำนักงานอย่างเธอกำลังประมวลผล สิ่งที่พี่นกสั่งให้ทำ คือ ทำตั้งแต่ต้นจนจบใช่ไหม 

 

“นี่ ๆ ถูกป้านกหลอกใช้อีกล่ะสิ ถึงได้นั่งเอ๋อแดกพร้อมกับเอกสารกองโตขนาดนี้” ใหม่เข้ามาสะกิดเธอ  

“เราก็ว่าง ๆ พอดี ช่วยพี่เขาทำนิดหน่อยเอง” อิงดาวยิ้มน้อย ๆ ตอบไปตามความจริง 

“จ๊ะ แม่คนดี นี่เธอหัดปฏิเสธคนเป็นไหม ? อะไรที่มันไม่ใช่งานหน้าที่ของเราก็อย่าทำเยอะ เหนื่อยเปล่า ๆ เพราะคนได้หน้ายังไงก็เจ้าของงาน”  

“เอ่อ” อิงดาวได้แต่ส่งยิ้มกลับไป จะให้เธอพูดอะไรได้ในเมื่อคนที่ไหว้วานให้ช่วยงาน คือคนที่สูงวัยกว่าเธอ และมีตำแหน่งสูงกว่าเธอ อีกทั้งเธอเพิ่งจะเข้าทำงานได้ไม่นาน เธอยังไม่อยากถูกไล่ออกเพียงเพราะปฏิเสธงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่นนี้ 

“วู้ย ! ฉันไม่คุยกับยัยซื่อบื้อแบบเธอแล้วย่ะ! อารมณ์เสีย ไปทำงานต่อดีกว่า” ใหม่กระแทกส้นเข็มกลับไปที่โต๊ะของตน  

อิงดาวมองตามหญิงสาวสวยเปรี้ยวจี๊ดอย่างขำ ๆ เธอเข้าใจในความหวังดีของเพื่อน แต่อะไรที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรงเธอก็ไม่ปฏิเสธ 

 

หญิงสาวก้มหน้าก้มตาทำงานของตนเองได้ไม่นานนักเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น 

“อิง ๆ พรุ่งนี้พี่จัดอบรมพัฒนาทักษะนักวิจัย ไปช่วยพี่จัดงานหน่อยนะ”  

พี่ปลา ที่อยู่ฝ่ายงานวิจัย เดินเข้ามาหาเธอที่โต๊ะ สำหรับพี่ปลานั้นงานล้นมือจริง เพราะต้องดูแลการขอรับทุนทั้งหมดของมหาวิทยาลัย รวมถึงการพัฒนาทักษะด้านการวิจัยให้แก่คณาจารย์ อิงดาวจึงตอบรับไปอย่างเต็มใจ 

“ได้ค่ะพี่ปลา แล้วมีอะไรให้หนูช่วยเตรียมไหมคะ” 

 

“พี่เตรียมเอกสาร และอุปกรณ์สำหรับการอบรมไว้หมดแล้วจ้า เหลือแค่ตอนบ่ายเดี๋ยวช่วยกันยกไปจัดสถานที่ที่โรงแรม” 

 

“ได้ค่ะ” 

 

“อ่อ ถ้าตอนนี้ว่างอยู่ ลงไปซื้อกาแฟใต้ตึกเราให้หน่อยสิ นั่งทำงานตั้งแต่เช้า ชักเพลีย ๆ อยากได้กาแฟสักแก้ว”  

 

“ได้ค่ะ” อิงดาวตอบรับคำอย่างว่องไว คิดสะว่าเป็นการลุกจากเก้าอี้ ได้ขยับแข้งขยับขาเสียบ้าง 

 

“นี่จ๊ะ เงิน ของพี่เอาเอสเปสโซ่น้ำผึ้งมะนาวนะ ส่วนอิงอยากกินอะไรก็ซื้อเลยพี่เลี้ยง” พี่ปลาบอกอย่างใจป้ำ พร้อมกับยื่นธนบัตรใบสีแดงให้ 

 

“ขอบคุณค่ะ อิงไม่ทานกาแฟค่ะ”  

เธอรับเงินมา แล้วเตรียมตัวจะลงไปข้างล่างตึก อีกหลายเสียงก็ดังแทรกขึ้นว่า 

“พี่ฝากด้วย ของพี่คาปูชิโน่หวานน้อย” 

 

“ของพี่ชาเขียนปั่นหวานน้อยๆ” 

 

“ค่ะ ๆ”  

อิงดาวรับคำพร้อมกับเดินไปที่โต๊ะนู้นที โต๊ะนี้ทีเพื่อรับเงินและออร์เดอร์เครื่องดื่มสำหรับเบรกเช้า 

 

จากนั้นเธอก็ออกไปจากสำนักงานซึ่งอยู่บนชั้นสี่ของอาคารสำนักงานอธิการบดี เมื่อมาถึงหน้าลิฟต์ที่เคยใช้เป็นประจำ ปรากฏว่าลิฟต์ไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว อิงดาวจึงต้องเดินลงบันได้แทน 

ในขณะที่ขาสั้น ๆ ของเธอก้าวลงบันไดแต่ละขั้นจนถึงชั้นสาม เธอเริ่มรู้สึกว่า บันไดเริ่มแยกออกซ้อนกันมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน อิงดาวกระพริบตาเพื่อปรับภาพให้ชัดขึ้น ขณะที่จวนเจียนจะถึงชั้นสอง เธอรู้สึกว่าโลกมันหมุนเร็วผิดปกติ หัวใจของเธอกระตุกวูบ เมื่อภาพบันไดตรงหน้าหนุนเคว้งคว้างจนเธอต้องหลับตา มืออันสั่นเทาจับราวบันไดไว้แน่น แต่แล้วเธอก็รู้สึกว่ามีแรงดูดมหาศาลกระชากตัวเธอให้ตกลงไปเบื้องล่าง  

 

ตุบ ! 

 

ร่างของเธอกระแทกเข้ากับบางสิ่งอย่างที่อุ่นและนุ่มเกินกว่าจะเป็นพื้นซีเมนต์แข็ง ๆ อิงดาวพยายามลืมตาขึ้นมอง ภาพตรงหน้าค่อย ๆ ชัดขึ้น เธอกำลังอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนหนึ่งที่รับไว้ก่อนที่ร่างของเธอจะตกบันไดลงไป 

อิงดาวมองใบหน้าขาวใส ที่ถูกปั้นแต่งเอาไว้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นดวงตาคมภายใต้คิ้วดกดำ รับกับจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางราวกับผู้หญิง โครงหน้าหล่อเหลาเช่นนี้ ทำให้หัวใจที่ดิ่งวูบเมื่อครู่เต้นแรงอย่างประหลาด 

 

“คุณ ๆ เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงนุ่มลึกของเขาถามขึ้น  

 

“อะ เอ่อ” อิงดาวพยายามตั้งสติ แล้วดันตัวออกจากอกเขา มือน้อย ๆ เกาะราวบันไดไว้แน่นเผื่อไม่ให้ตกลงไปอีก 

“เอ๊ะ” แล้วเธอก็ต้องอุทานออกมาอีกครั้งเมื่อเขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาประกบที่จมูกของเธอไว้ มือน้อย ๆ จึงจับผ้าเช็ดของเขาดึงออกโดยอัตโนมัติ แล้วก็พบว่าผ้าผืนนั้นเต็มไปด้วยสีแดงเข้ม ขาของเธอทรุดลงอีกครั้งเมื่อเห็นเลือดของตนเอง 

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงง 

 

กริ๊ง ๆ ๆ ๆ ๆ  

 

ผู้ชายที่ช่วยเธอคนนั้น รับโทรศัพท์แล้วยืดตัวขึ้น พร้อมๆ กับคนเดินผ่านไปมาแถวนั้นวิ่งเข้ามาหาเธอแทนที่เขา  

 

ตึก ๆ   

 

“เป็นอะไรไหม เกิดอะไรขึ้น” 

 

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก บัดนี้อิงดาวถูกห้อมล้อมไว้ด้วยผู้คนที่พยายามจะเข้ามาช่วยเหลือเธอ แล้วผู้ชายคนนั้นก็หายลับตาไปโดยที่เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะเอ่ยขอบคุณเขา 

 

.................................................................................... 

 

“ไปนานจังอิงดาวคนเยอะเหรอ” พี่ปลาถามขึ้น เมื่อเธอเอากาแฟไปส่งให้ที่โต๊ะ 

“พอดีลิฟต์เสีย แล้วอิงเกือบจะเป็นลมจนเกือบตกบันไดค่ะพี่ปลา”  

 

“ตายจริง” พี่ปลายกมือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจ เพื่อนในสำนักงานต่างมองเธอเป็นตาเดียว 

 

“แล้วเป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ใหม่ตะโกนถามมาจากโต๊ะของตนเอง 

“ไม่เป็นไรจ้า พอดีมีคนช่วยไว้ทัน” อิงดาวตอบเสียงแผ่ว ใบหน้าที่ซูบผอมของเธอดูเหมือนจะซีดจนออกเหลือง 

 

“ใครเหรอ” ใหม่ถามขึ้นด้วยความอยากรู้จักคนช่วยมากกว่าอาการของเพื่อน 

“ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่ทันได้ขอบคุณเขาก็เดินหายไปแล้ว”  

เธอตอบไปตามตรงเพราะเธอเพิ่งจะเข้ามาทำงานในมหาวิทยาลัยยังไม่รู้จักใครมากนัก 

“โอ๊ย ยัยอิงดาวเอ้ย ในชีวิตเธอรู้อะไรกับเขาไหมเนี๊ยะ นอกจากคำพูดคำจาที่แสนน้อยจนแทบนับคำได้แล้ว เรื่องอื่น ๆ เธอก็ไม่รู้อะไรเลยนอกจากเรื่องงาน” ใหม่แกล้งบ่นล้อเพื่อนร่วมงานขำ ๆ 

“ใครจะเหมือนเธอกันล่ะจ๊ะ นู๋ใหม่ รู้เรื่องชาวบ้านเขาไปทุกเรื่อง” พี่ปลาอดไม่ได้จึงแขวะน้องใหม่กลับแทนอิงดาว 

 

“อะแน่นอนค่ะ ใหม่รู้โลกรู้ อิอิ” ใหม่ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน  

 

อิงดาวยิ้มให้ทั้งคู่ แล้วขอตัวไปเสิร์ฟกาแฟให้พี่ ๆที่สั่งตามโต๊ะต่าง ๆ จากนั้น ก็ปลีกตัวเข้าไปในห้องน้ำ เอาผ้าเช็ดหน้าที่เปื้อนเลือดของเธอมาซัก ดีที่ผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นเป็นสีเทา และลื่นจึงทำให้คราบเลือดถูกซักออกอย่างง่ายดาย จากนั้นเธอก็เอามันไปพึ่งลมไว้หลังห้องครัว ที่มีลวดขึงไว้สำหรับตากผ้าของแม่บ้าน 

ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ ทำให้ชุดทำงานของเธอไม่เลอะเลือด จนต้องกลับไปเปลี่ยนชุดที่บ้าน เธอรู้สึกขอบคุณเจ้าของผ้าเช็ดหน้าลึก ๆ ในใจ ความปิติบางอย่างทำให้ยิ้มฝีปากของเธอยกยิ้มอย่างไม่รู้ตัว 

 

.................................. จบตอน................................. 

ความคิดเห็น