facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 50 เหยาซุน ปะทะ ฉีลู่ชิง

ชื่อตอน : ตอนที่ 50 เหยาซุน ปะทะ ฉีลู่ชิง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 390

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ส.ค. 2564 12:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 50 เหยาซุน ปะทะ ฉีลู่ชิง
แบบอักษร

ตอนที่ 50 

 

 เสียงก้องตะโกนดังกระหึ่มขึ้นเมื่อ ซุน ได้รับชัยชนะ ทั้งเป็นการเอาชัยที่เหนือชั้น โดยไม่ใช้อาวุธใด ๆ แต่อาศัยศักยภาพที่ถูกพัฒนาขึ้น จากการฝึกฝนเพลงขวานวายุ จุดอ่อนที่เคยเป็นที่ครหามาเนิ่นนาน บัดนี้ถูกลบล้างลงในการประลอง... 

 

ซ่งไห่เฟิง สั่นสะท้านไปทั่วร่าง... 

“เพลงขวาน ที่ไร้ขวานงั้นหรือ!! เจ้าเด็กนั่นมันทำได้จริง ๆ สามารถแง้มประตูสู่เจตจำนงได้ด้วยการฝึกฝนเพียงแค่ 10 วัน ช่างเป็นเรื่องที่บ้ามาก... กว่าข้าจะเข้าถึงความรู้แจ้งระดับนี้ ยังใช้เวลาร่วมสิบปีในการฝึกฝน... 

 

ซุน มันเกิดมาในฤกษ์มังกร ยามพยัคฆ์ หรือยังไงกันนะ!!” 

 

บนอัฒจันทร์นอกจาก ซ่งไห่เฟิง แล้ว... ยังมีเจ้าเมือง ฉีเฟยเทียน และบุตรชาย ฉีเฟยหลง ที่อดไม่ได้ตื่นตะลึงเช่นกัน...  

“ตามที่ มู่เจี้ยน รายงายเข้ามา ว่าเจ้าเด็กผู้นี้มิใช่ระดับสามัญ ข้าหลงนึกว่า มู่เจี้ยน มันจะตาถั่วรายงานเกิดความเป็นจริง... แต่พอได้เห็นการประลองที่ผ่าน ๆ มาในวันนี้แล้ว มันยิ่งกว่าที่ข้าได้รับรายงานมาเสียอีก...” ฉีเฟยเทียน เอ่ยพึมพำ 

 

“ความสามารถของเด็กคนนี้ ไม่ด้อยไปกว่าระดับอัจฉริยะรุ่นเยาว์ในทวีปเลย... น่าแปลกจริง ๆ ที่มันเพิ่งจะปรากฏตัวขึ้น ทั้งยังไม่เป็นที่รู้จัก ส่วนหนึ่งคงเพราะไม่มีการสนับสนุนที่ดีพอ ปิดกั้นตนเองอยู่ในเขตชุมชนหมู่บ้านเล็ก ๆ ในชนบท 

 

รอบต่อไปดูเหมือนว่า ลู่ชิงเอ๋อ ของพวกเรา จะเจองานหนักเข้าเสียแล้ว...” ฉีเฟยหลง กล่าวพลางถอนหายใจ 

 

มีเพียงผู้เดียวที่ไม่เคยปากอะไรออกมาเลย ทั้งยังสั่นสะท้านไปด้วยความหวาดหวั่นที่มากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนว่าคนผู้นั้น คือ หานเต้าหยี!! ยามนี้ชายชราได้แต่ก่นด่าตนเองในใจ 

‘บัดซบ! บัดซบ! บัดซบ! นี่ข้าถูกเจ้าเด็กนั่นมันล่อลวงให้เข้าเดิมพันหรือนี่!! มิน่าเล่ามันจึงปีกกล้าขาแข็ง เอ่ยท้าทายข้าเช่นนั้น... ยังเหลืออีกเพียงสองรอบ คู่ต่อสู้ของมันยังเป็น 2 ผู้เยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองบุปผาแดง ยังพอมีโอกาสพลิกสถานการณ์!!’ 

 

เสียงเกรียวกราว ของเหล่าหญิงสาวข้างเวทีประลองดังขึ้นไม่ขาดสาย ยามนี้อาจกล่าวได้ว่า เหยาซุน กลายเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วในฐานะดาวดวงใหม่ของ เมืองบุปผาแดง... และหนึ่งในกลุ่มผู้ชมการประลอง ที่เฝ้าดูอยู่ด้วยสีหน้ามืดดำ ก็คือ เกาทงหลิน 

 

จากความตั้งใจเดิมของ เกาทงหลิน คือการมาที่เมืองนี้ เพื่อหาทางตีสนิทกับสาวงามอันดับ 1 อย่าง ฉีลู่ชิง โดยอาศัยตระกูลหาน ช่วยสานความสัมพันธ์ แต่ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้... นอกจาก ฉีลู่ชิง จะไม่ชายตามองตนแม้แต่น้อยแล้ว ยังถูก เหยาซุน เด็กหนุ่มที่มาจากที่ใดก็ไม่ทราบ แทรกแซงบทบาทของตนไปจนเกือบจะเลือนหายไปจากเมือง...  

 

กลุ่มหญิงสาวเบื้องหน้าให้ความสนใจกับ เหยาซุน บนเวทีประลอง มากยิ่งกว่าบุรุษเพียบพร้อมอย่างตนที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เสียอีก มันย่อมสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับ เกาทงหลิน อยู่ไม่น้อย... และอีกสิ่งที่ทำให้ เกาทงหลิน ไม่สบอารมณ์มากที่สุด นั่นคือความสามารถที่ เหยาซุน ได้แสดงออกมาให้เป็นที่ประจักษ์!! 

 

ในฐานะที่ตนเอง ก็เป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้ผู้หนึ่ง มีชื่อเสียงตั้งแต่เยาว์วัย... ไหนเลยจะมองไม่เห็นประกายแสงที่เจิดจรัสของ เหยาซุน!! ภาพที่ เหยาซุน ถูก ฉีลู่ชิง เรียกให้ติดตามไป หลังจากที่ปฏิเสธตนก่อนหน้านั้น ยังติดตาตรึงใจไม่ลบเลือน...  

 

หากปล่อยไว้เช่นนี้ นามของ เหยาซุน คงจะขยับขึ้นมาเบียดเสียดตนเองเข้าในสักวัน มิใช่เพียงแค่ ฉีลู่ชิง เท่านั้นที่จะถูกแย่งชิง แม้แต่ตำแหน่งอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของ เกาทงหลิน ก็ยังอาจถูกแทนที่!! 

 

หากมันเติบโตขึ้นมากว่า เห็นที่จะต้องหาทางกำจัดมันเสียแต่เนิ่น ๆ” เกาทงหลิน พึมพำกับตนเองเบา ๆ 

 

รอบ 4 คนสุดท้าย... 

 

การประลองในรอบนี้ หานเฉียง และ ตู่เหยียน เป็นคู่แรกที่ขึ้นปะทะกัน... ความแข็งแกร่งทั้งคู่แตกต่างกันมากก็จริง หากแต่ด้านกลยุทธและรูปแบบเพลงกระบี่ ตู่เหยียน สามารถใช้ออกมาได้ดีเกินคาด จนฝากรอยแผลไว้ที่ต้นของ หานเฉียง รอยหนึ่ง ถึงจะไม่ลึกมากแต่ก็ส่งผลต่อความเร็วอยู่ไม่น้อย 

 

ทว่าสุดท้าย ความแข็งแกร่งย่อมตัดสินทุกสิ่ง... หานเฉียง เอาชนะได้ด้วยเพลงดาบตระกูลหาน ทั้งยังเดือดดาลอย่างยิ่งที่ตนได้รับบาดเจ็บก่อนเข้ารอบชิง จึงกระหน่ำฟาดฟันเข้าใส่ ตู่เหยียน จนกรรมการต้องเข้าไปห้ามปรามการต่อสู้ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรง… 

 

จวบมาถึง คู่ที่หลายคนเฝ้ารอคอย... 

เหยาซุน ปะทะ ฉีลู่ชิง... 

 

ชื่อเสียงของหญิงสาวนั้น เป็นที่รู้จักอยู่ก่อนแล้ว ในฐานะสาวงามอันดับ 1 ทั้งยังเป็นหญิงงามเพียงหนึ่งเดียว ที่อยู่ในชนชั้นแนวหน้ายอดฝีมือในระดับผู้เยาว์... ความสามารถของนางนอกจากจะยอดเยี่ยมแล้ว ยังได้รับการสนับสนุนจากตระกูลฉี ในทุก ๆ ด้าน จึงสุกสกายเจิดจ้า แม้แต่ภายในเมืองหลวง ชื่อเสียงของนางยังเป็นที่รู้จักอยู่ไม่น้อย... 

 

ทางด้านเด็กหนุ่ม เป็นม้ามืดที่ทุกคนจับตามอง เจิดจรัสมากที่สุดภายในงานประลองครั้งนี้ อีกทั้งด้วยความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ รูปแบบการต่อสู้ที่ไม่เหมือนใคร จึงเป็นเรื่องง่ายที่จะถูกตราตรึงในจิตใจของผู้ที่พบเห็น ชื่อเสียงสำนักขวามวายุ ตระกูลซ่ง กลายเป็นที่เลื่องลือก็เพราะเด็กหนุ่มนาม เหยาซุน... 

 

ฉีลู่ชิง เป็นสาวงามอันดับ 1 ย่อมมีบุรุษน้อยใหญ่จับจ้องตาเป็นมัน ส่วน เหยาซุน ก็มีกลุ่มหญิงสาวส่งเสียงเป็นกำลังใจอยู่แทบจะครบทุกทิศทางในเวลานี้...การขึ้นเวทีประจันหน้ากันของคู่หนึ่งสาว อาจกล่าวได้ว่าเป็นที่สนใจมากที่สุดในเมืองบุปผาแดง ทำให้การแข่งมีสีสันเป็นอย่างยิ่ง... 

 

ตึง! เสียงขวานศิลาที่ถูกปลดโซ่กระแทกสู่พื้น... 

“เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่วันนี้เราทั้งคู่ได้เผชิญหน้ากัน... เมื่อราว 3 เดือนก่อน พวกเราสองคนยังเคยร่วมเป็นร่วมตายกันมาอยู่เลยนี่นะ...” ซุน กล่าวขึ้นทั้งรอยยิ้ม 

 

พรึบ! เสียงพัดเหล็กถูกสยายออก... 

“ขอยอมรับ ว่าข้านั้นตกใจมากจริง ๆ ในการพบกันครั้งแรก เจ้ายังไม่มีพื้นฐานลมปราณใด ๆ ด้วยซ้ำ แต่กลับช่วยชีวิตข้าเอาไว้ได้... ผ่านไป 3 เดือน เจ้ากลับดีดตัวขึ้นมาเสมอเทียบ หรืออาจจะเหนือกว่าข้าขึ้นไปแล้ว ช่างเป็นบุรุษที่... อืม ช่างเถอะ!” นางตัดสินใจไม่กล่าวต่อ 

 

กรรมการหันมองความพร้อม... 

“เริ่มการประลองได้!!” 

 

ซุน กดหัวคิ้วลงต่ำ กำขวานศิลาแนบแน่น... เป็นครั้งแรกที่พอสิ้นเสียงกรรมการประกาศแล้ว คู่ต่อสู้ของ ซุน ยังไม่ลงมือใด ๆ อาจเพราะคราวนี้หญิงสาวไร้ซึ่งความประมาท สายตาที่จดจ้องมายัง ซุน นั้น มิต่างอะไรกับคู่แข่งที่มีฝีมือเหนือกว่า... 

 

บนอัฒจันทร์... 

“!!!!!!!” จู่ ๆ ซ่งจื่อฮุ่ย ก็แสดงสีหน้าตกใจขึ้น... 

“แย่ล่ะสิ!! หลงลืมไปเลยว่าอุปนิสัยของ ซุน โดยพื้นฐานแล้ว มีความเป็นสุภาพบุรุษอย่างมาก... ตลอดเวลาจะไม่เคยละลาบละล้วงใด ๆ กับหญิงสาว แม้แต่สายตาก็ยังไม่เคยใช้เสียมารยาท แล้วคนเช่นนั้นจะต่อสู้กับ ฉีลู่ชิง ได้เยี่ยงไรกัน!!” 

 

ซ่งไห่เฟิง ได้ยินเช่นนั้นก็ใบหน้าเคร่งขรึม... 

“นั่นสินะ... บุรุษทุกคนมีพื้นฐานที่ไม่อยากทำร้ายสตรีเป็นทุนอยู่แล้ว และยิ่งหากคนผู้นั้นมีความเป็นสุภาพบุรุษด้วยล่ะก็ คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุดก็คือสตรีนั่นแหละ” 

 

เหล่าผู้ชมรอบ ๆ เวที ก็ล้วนเห็นมิต่างหญิงสาวและชายชราตระกูลซ่ง... การเผชิญหน้าอิสตรีในการประลอง มากน้อยเพียงใด บุรุษย่อมหนักใจ ต่อให้มิตั้งใจออมมือ แต่ด้วยสัญชาตญาณแห่งบุรุษ ก็เป็นเรื่องยากยิ่ง ที่จะเค้นสุดกำลังเล่นงานสตรี... 

 

บนเวที... 

 

ฉีลู่ชิง สายตานิ่งสงบ ก่อนนางจะเริ่มตวัดพัดเหล็กในมือด้วยท่วงท่าร่ายรำ เป็นทักษะการต่อสู้ที่งดงามที่สุด เท่าที่ ซุน เคยเห็นมา... สำนักหงส์สราญ มิใช่สำนึกฝึกยุทธที่แข็งแกร่งมากมายนัก เนื่องด้วยเกิดจากรูปแบบประยุกต์ ผสานการเคล็ดวิชาลงในศิลปะการร่ายรำ แต่เพราะ ฉีลู่ชิง เป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง นางชื่นชอบทั้งการร่ายรำ และการฝึกยุทธ จึงผลักดันสำนักเล็ก ๆ ให้กลายเป็นที่รู้จักภายในเมืองบุปผาแดงแห่งนี้... 

 

“ระบำเพลงพัด ผสานแปดทิศ” 

 

ในตอนนั้นเองที่ ซุน รู้สึกราวกับเห็นภาพหลอน มองการร่ายรำของหญิงสาว เกิดเป็นภาพทับซ้อน ราวกับ ฉีลู่ชิง สามารถแยกร่างเพิ่มขึ้นมาได้!! ก่อนที่เงาร่างกว่าแปดเงา จะพุ่งเข้ามาโอบล้อม ซุน รอบทิศทาง... 

 

พัดเหล็กทั้งแปดเล่ม มีประกายแหลมคมมิต่างกระบี่... การตวัดแกว่งคมพัดด้วยท่วงท่าร่ายรำ ทั้งยังมีมากถึงแปดทิศทางรอบกาย จึงยากที่จะคาดเดาการเคลื่อนไหวอย่างสมบูรณ์... 

 

“ปัดกวาด!!” 

 

ซุน ตัดสินใจฟาดฟันขวานหมุนวนรับมือรอบทิศ... แต่กลับกลายเป็นว่าเงาร่างทั้งแปด กระโดดทะยานขึ้นด้านบนหลบเลี่ยงรัศมีเพลงขวานที่พุ่งไปด้านหน้า นางเฝ้ามองการต่อสู้ของ ซุน มาตั้งแต่รอบแรก ดังนั้นจึงมองเห็นตำแหน่งช่องว่างเหนือศีรษะ... 

 

“เพลงพัด เงาวิหควายุ” 

 

หญิงสาวสะบัดพัดออกไปคราหนึ่ง ก่อเกิดกลุ่มก้อนสายลมที่รวมตัวกันกลายเงาวิหค พุ่งตรงออกไป พลังของมันแฝงไว้ด้วยประกายคมกริบจากพัดและวายุเชือดเฉือด ฉีกอาภรณ์ของ ซุน มิต่างเศษผ้า ยังดีที่ ซุน เกร็งกล้ามเนื้อที่หนาแน่นไว้ได้ทัน จึงมีเพียงรอยถลอกตื้นเขินที่ปรากฏ ยังไม่อาจเรียกโลหิตหยดแรกได้... 

 

“ฟาดฟัน” 

 

ซุน ตวัดขวานขึ้นด้านบน... หญิงสาวหดนัยน์ตาแคบเล็กน้อย ก่อนจะใช้พัดในมือรับการปะทะเอาไว้!! น่าแปลกที่ ซุน ไม่อาจสัมผัสถึงแรงปะทะได้เลย กว่าจะรู้ตัวหญิงสาวก็ดีดตัวกระโดดหนีไป โดยไม่ได้รับอันตรายจากขวานศิลา... 

 

เด็กหนุ่ม กดหัวคิ้วลงต่ำทันที... 

“นางมิได้ตั้งใจเข้าปะทะ แต่นางใช้แรงปะทะจาก ขวานศิลา เพื่อหลบหนีสินะ...” 

 

จบการปะทะแรก เสียงตะโกนโห่ร้องก้องดังไปทั่วพื้นที่ เป็นการให้กำลังใจชื่นชมกับทั้งสองฝ่าย... ฉีลู่ชิง เป็นคนแรกที่สามารถรับมือกับขวานศิลาโดยที่ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ ทั้งยังฝากรอยแผลไว้บนร่างของเด็กหนุ่ม ได้เป็นคนแรกในการประลองครั้งนี้... 

 

แต่ทว่า... ข้างเวทีก็เริ่มมีเสียงเซ็นแทรกขึ้น... 

“เหยาซุน ออมมือให้งั้นสินะ...” 

“เอาน่า ไม่แปลกเลย ก็ในเมื่อคู่ต่อสู้เป็นผู้หญิงนี่...” 

“ใครจะกล้าโจมตีใส่ คุณหนูฉี กันเล่า!! หากนางบาดเจ็บขึ้นมา ใครจะกล้ารองรับโทสะคนตระกูลฉี!!” 

“ที่นางผ่านเข้ารอบมาได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะไม่มีใครกล้าเล่นงานนางนี่แหละ” 

 

เสียงรอบข้างเหล่านี้ดังขึ้นมิขาดสาย แม้จะมีหลายประโยคที่กล่าวขึ้น... หากแต่คำพูดโดยมาก จะเป็นคำกล่าวในลักษณะที่เหน็บแนม ฉีลู่ชิง ว่าการประลองของนาง มิอาจนับเป็นการประลองที่แท้จริง จากหลาย ๆ ปัจจัย... 

 

แน่นอนว่า ฉีลู่ชิง ได้ยินคำพูดเช่นนี้มาโดยตลอด... ในทุก ๆ การประลอง นางล้วนต้องแบกรับสิ่งที่เรียกว่าแรงกดดันจากสายตาและการดูหมิ่น ทุกชัยชนะที่นางได้รับ ล้วนแล้วแต่มีคำครหา บ้างก็ว่าเพราะเป็นหญิงสาว บ้างก็ว่าเพราะเป็นตระกูลชนชั้นพิเศษ แทบไม่มีใครเอ่ยชื่นชมว่าเป็นความสามารถจากแก่นแท้ของตัวนาง!! 

 

นั่นจึงเป็นเหตุผลที่นางเย็นชา และไร้ซึ่งมนุษย์สัมพันธ์กับคนรอบตัว... ยิ่งนางแสดงความเป็นอิสตรีออกมามากเท่าใด ชัยชนะของนางก็จะยิ่งกลายเป็นที่ครหามากขึ้นเท่านั้น!! ทางเดียวคือนางต้องฝ่าฝัน และก้าวข้ามทุกการดูหมิ่น เพื่อไปให้ถึงจุดสูงสุด!! 

 

“ระบำพัด เทพหงสาสยายปีก!!” 

 

บัดนี้พัดของนางโหมลุกไปด้วยเปลวเพลิง สร้างวังวนแห่งอัคคีท่ามกลางเวทีประลอง!! นอกจากทักษะร่ายรำและวรยุทธ นางยังดึงเอาปราณธาตุเข้ามาประสาน ทุกอย่างล้วนเกิดจากความสามารถในระดับอัจฉริยภาพ แต่กลับไม่มีผู้ใดมองเห็น!! 

 

นอกเสียจาก... 

 

“ฟาดฟัน!!” 

 

ตูม!! 

 

ซุน ระเบิดเพลงขวานวายุอย่างรุนแรง สร้างกระแสลมกรรโชกแหวกเปลวเพลิง ก่อนที่เด็กหนุ่ม จะระเบิดฝีเท้าพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดุดัน!! แผ่ล้นจิตคุกคามในระดับที่หญิงสาวไม่เคยสัมผัสจากผู้ใดมาก่อน... 

 

“อะไรกัน!!” 

 

ซุน ดีดตัวขึ้นสูงจากพื้น เงื้อขวานไปด้านหลังก่อนจะฟาดฟันลงมาอย่างเต็มกำลัง!! หญิงสาว ระเบิดท่าร่างรนถอยหลบได้อย่างเฉียดฉิว ทำให้ขวานศิลาฟาดฟันลงพื้นเวที ในตำแหน่งเบื้องหน้าของนาง จนทำให้นางเสียการทรงตัวเล็กน้อย... 

 

จังหวะนั้นเอง ที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน... 

ซุน ตวัดปลายเท้า เตะเข้าไปที่ใบหน้าของนางเต็มหลังเท้า!! 

 

ตูม!! 

 

หญิงสาว ใบหน้าสะบัดอย่างรุนแรงตามแรงเตะ กระพุ้งแก้มด้านในเกิดบาดแผลฉีกขาด จนทำให้โลหิตไหลออกมาจากมุมปาก... ผ้าผืนบางที่ปิดใบหน้าของนางหลุดไปเป็นที่เรียบร้อย ทั้งยังไปติดอยู่ที่ปลายเท้าของ ซุน เสียอย่างนั้น...  

 

เด็กหนุ่ม หยิบผ้าชิ้นนั้นขึ้นมาสูดดม พร้อมแสยะยิ้ม... 

ได้เตะใส่ใบหน้าหญิงงามอันดับ 1 เช่นนี้... นับเป็นเกียรติของข้ายิ่งนัก... 

 

“!!!!!!!!!!!” ไม่เพียงหญิงสาวที่ตกตะลึง กระทั่งเหล่าผู้ชมโดยรอบ ต่างพากันอ้าปากค้างประหนึ่งว่าปลายคางหนักขึ้นอีก 10 ชั่ง!! ไม่มีใครคาดคิดสักเพียงนิด ว่า เหยาซุน จะโจมตีไร้ปราณี กับหญิงสาวถึงเพียงนี้ เพ่งเล็งยังใบหน้าที่หญิงสาวทะนุถนอมเป็นที่สุด... 

 

............................................ 

**ในตอนถัดไปขออนุญาตเริ่มติดกุญแจนะครับ แต่จะเป็นการเก็บในอัตราส่วน 5 ตอน เก็บ 1 ตอนเท่านั้น หากมีการขยับหรือเปลี่ยนแปลงจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ ฝากผู้อ่านและติดตามช่วยสนับสนุน เป็นกำลังในการเขียนต่อไปด้วยนะครับ ขอบคุณครับ Free-J ** 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว