ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Electrical 5

คำค้น : Yaoi, Engineering, NC, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2563 19:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Electrical 5
แบบอักษร

Electrical 5 

 

ปั้ก

เสียงแก้วเหล้าที่กระทบกับโต๊ะหลังจากที่ร่างบางกระดกมันรวดเดียวจนหมดแก้ว ซึ่งการกระทำของเอมนั้นทำให้เจนนี่และลีย์มองหน้ากันอย่างงงๆ ทันที

 

         “เติมให้หน่อย” เอมหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะยื่นให้ลีย์ที่นั่งอยู่ใกล้ขวดเหล้าที่สุด

 

         “พรุ่งนี้มีเตรียมงานประกวดดาว-เดือนไม่ใช่หรือไง?” ลีย์ถาม

 

         “อืม” เอมพยักหน้ารับ

 

         “ดื่มเยอะเดี๋ยวก็แฮงค์หรอก” ลีย์ว่าต่อ

 

         “ไม่หรอกน่า...เติมมาเถอะ” เอมว่าพร้อมกับคะยั้นคะยอลีย์ ซึ่งร่างสูงก็ยอมแต่โดยดี ซึ่งท่าทางของเอมทำให้เจนนี่ลูบคางของตัวเองเบาๆ อย่างสงสัย และเจนนี่ก็ไม่ยอมปล่อยผ่านความสงสัยของตัวเองแน่นอน ว่าแล้วหญิงสาวก็ถามขึ้นทันที

 

         “มึงเป็นไรอะ? ท่าทางแปลกๆ”

 

         “เปล่านี่” โกหกสิ...เอมกำลังเป็น เป็นอย่างมากด้วย! และแน่นอนว่าสาเหตุที่ทำให้เอมเป็นแบบนี้ก็คือผู้ชายที่ชื่อ...เกียร์ไฟฟ้า! ใช่แล้ว...ตอนนี้ในหัวของเขาพันกันยุ่งเหยิงไปหมด ฝั่งหนึ่งก็บอกว่า...เกียร์ไฟฟ้าไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาคือคนในคืนนั้น เพราะภาพลักษณ์ตอนนั้นกับตอนนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ขนาดผู้ชายที่เขาเคยแซ่บๆ ด้วย เดินสวนกันในมหาวิทยาลัยยังจำเขาไม่ได้เลย บางคนเคยตามจีบเขาอยุ่นานสองนานด้วยซ้ำ! แต่อีกใจกลับบอกว่า...เกียร์ไฟฟ้าเหมือนกำลังลองเชิงเขา เพราะการกระทำต่างๆ ของอีกฝ่ายที่ทำกับเขาที่ผ่านมา มันไม่มีทางที่ผู้ชายหน้าหล่อ ดีกรีเดือนคณะวิศวะแบบนั้นจะมาทำกับคน(ภาพลักษณ์)เฉิ่มๆ เนิร์ดๆ อย่างเขาแน่ๆ โอ๊ยยยยยย ปวดหัวโว้ยยย คิดไม่ตกเลยจริงๆ!

 

         “กูไม่เชื่อ!” เจนนี่ตอบกลับมาทันควัน

 

         “...” เอมนิ่งไปพร้อมกับกัดปากจนขึ้นห้อเลือดอย่างเครียดๆ จนลีย์ต้องวางมือบนบ่าของคนตัวบางแล้วพูดขึ้น

 

         “มีอะไรก็บอกได้นะ จะได้ช่วยกันคิด” เอมถอนหายใจออกมา ใช่แล้ว...เขามีเพื่อนสนิทอยู่ตั้งสองคนนี่หว่า เขาจะมากังวลจนหัวพันกันยุ่งเหยิงคนเดียวทำไม อย่างน้อยสามหัวก็ดีกว่าหัวเดียวแน่นอน ว่าแล้วเอมจึงเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ลีย์และเจนนี่ฟัง

 

         “ห๊า! น้องเกียร์ไฟฟ้าเนี่ยนะ!!” ทันทีที่ฟังจบเจนนี่ก็อุทานออกมาเสียงดัง

 

         “เบาๆ ก็ได้มั้ย หูกูจะแตกแล้วเนี่ย” เอมโวยใส่เพื่อนสาวคนเดียวของกลุ่ม

 

         “ก็กูตกใจนี่ นั่นน้องเกียร์ไฟฟ้าเลยนะเว้ย คนที่มึงได้คืนนั้นคือน้องเขาเลยเหรอ? กรี๊ดดดดดด กูอิจฉา กูอยากได้บ้าง กูอยากกกกกกก” เจนนี่ว่าพร้อมดิ้นเร่าไปมา

 

         “เบาได้เบา มึงเป็นผู้หญิงนะเจนนี่ สงวนท่าสงวนทีบ้าง” ลีย์บ่น

 

         “ก็ไม่สงวนแค่อยู่กับพวกมึงเท่านั้นแหละ ต่อหน้าคนอื่นกูออกจะเรียบร้อย” เจนนี่ว่าพร้อมทำหน้าบ้องแบ๊ว กระพริบตาปริบๆ แล้วเอาผมทัดหู ซึ่งเอมก็ส่ายหน้าไปมากับท่าทางของเพื่อน

 

         “พอๆ อย่าเพิ่งออกนอกเรื่อง กลับมาที่เรื่องของกูก่อน” เอมว่า

 

         “สรุปว่ามึงคิดว่าคนที่ชื่อเกียร์ไฟฟ้ารู้ใช่มั้ย?” ลีย์ถาม ซึ่งเอมก็พยักหน้ารับ

 

         “รู้แล้วไงอะ มึงก็พุ่งเข้าใจเลยดิ น้องเขาออกจะฮอตปรอทแตกแบบนั้น มึงก็เปืดตัวเลยว่ามึงคือคนคืนนั้น” เจนนี่ว่าบ้าง

 

         “กูไม่อยากให้ใครรู้ว่ากูคือเอมคนเดียวกับเอมคณะบริหาร ภาคอินเตอร์ กูเบื่อความวุ่นวาย” เอมไม่ได้พูดเกินไปหรอกนะ แต่มันวุ่นวายจริงๆ แรกๆ ก็ตกลงเป็นวันไนท์สแตนกัน ไปๆ มาๆ มาขอเป็น friend with benefits พอหลังๆ มาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเขา ซึ่งเอมไม่ชอบเลยจริงๆ และมันก็เกิดเรื่องแบบนี้บ่อยมาก ยังไม่รวมพวกที่เข้ามาจีบ มาตามตื๊กอีกด้วย ดังนั้นพอซิ่วและเปลี่ยนคณะ เอมจึงปณิธานว่าจะไม่ให้ใครรู้ว่เขาเรียนอยู่ที่นี่ เพื่อป้องกันปัญหาความวุ่นวาย อีกทั้งเอมก็อยากโฟกัสกับการเรียนและการทำกิจกรรมที่เคยบอกนั่นแหละ เพราะงั้นเอมเลยต้องเปลี่ยนภาพลักษณ์เป็นก้อนขนมปังจืดชืดแบบนั้น ที่ใส่แว่นตาทรงใหญ่ ทรงผมปิดหน้าปิดตาไงล่ะ

 

         “มันก็จริง” เจนนี่ว่า

 

         “แล้วที่สำคัญที่กูเคยบอกกับมึงว่าคนคนนั้นเหมือนกับ...” เอมกัดปากเพราะไม่ค่อยอยากพูดชื่อใครบางคนออกมา

 

         “พี่เชนสินะ” เจนนี่เป็นคนพูดให้ ซึ่งเอมก็พยักหน้า

 

         “ยังลืมพี่เขาไม่ได้อีกเหรอ?” ลีย์ถามขึ้นบ้าง

 

         “รักครั้งแรก แฟนคนแรก และอะไรแรกๆ อีกหลายๆ อย่าง มันยากที่จะลืมจริงๆ”...

 

...ทางด้านของเกียร์ไฟฟ้า...

เสียงผิวปากของคนเพื่อนตัวสูงที่กำลังผิวปากอย่างอารมณ์ดี ทำให้เกียร์เคมีที่กำลังนั่งปั่นงานอยู่ที่ห้องของเกียร์โยธา(?)ขมวดคิ้วมุ่นทันที

 

         “โอ๊ยยยยย มึงเลิกผิวปากสักที กูไม่มีสมาธิทำงาน” เกียร์เคมีหันไปโวยใส่เพื่อนทันที

 

         “ก็กูอารมณ์ดี” เกียร์ไฟฟ้าลอยหน้าลอยตาตอบ ทำให้เพื่อนตัวเล็กที่สุดของกลุ่มขมวดคิ้วมุ่นทันที

 

         “อารมณ์ดีห่าไร มึงถูกหวยรางวัลที่ 1 หรือไง?” เกียร์เคมีประชด

 

         “ไม่ใช่ก็ใกล้เคียง” พูดจบเกียร์ไฟฟ้าก็ผิวปากต่อ

 

         “โว้ยยยยย กูรำคาญญญญญญญ!!!” เกียร์เคมีโวยอีกครั้งจนกระทั่งเจ้าของห้องอย่างเกียร์โยธาที่นอนกดโทรศัพท์อยู่บนเตียงต้องพูดขึ้น

 

         “เสียงดัง”

 

         “ใช่มะๆ ผิวปากห่าอะไรไม่รู้เสียงดังชิบ” เกียร์เคมีพยักเพยิดกับเพื่อนทันที

 

         “หมายถึงมึงแหละ โวยวายเสียงดัง”

 

         “ง่ะ...พวกมึงแม่ง” เกียร์เคมีทำหน้างอทันที

 

         “แล้วมึงอะ อารมณ์ดีอะไรนักหนา?” คราวนี้เป็นเกียร์เครื่องกลที่ถามเกียร์ไฟฟ้าขึ้นบ้าง เพราะคนที่เล่นเกมอย่างเขาก็เริ่มเสียสมาธิกับการผิวปากของมันแล้วเหมือนกัน หรือบางที...อาจจะเสียสมาธิเพราะเสียงโวยวายของเกียร์เคมีมากกว่า

 

         “กูแค่...เจอเรื่องสนุกๆ บางอย่าง” ใช่แล้ว...เป็นเรื่องสนุกๆ ที่กระตุ้นเกียร์ไฟฟ้าให้พยายามหาคำตอบอย่างสุดๆ เลย และคนอย่างเกียร์ไฟฟ้า...ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ กับสิ่งที่ตัวเองสนใจหรอก!...วันต่อมา...วันนี้เป็นวันประกวดดาว-เดือน ซึ่งพี่เลี้ยงดาว-เดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์อย่างเกียร์ไฟฟ้าก็มาที่อาคารเอนกประสงค์ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานในตอนเที่ยง โดยงานการประกวดดาว-เดือนจะควบงานเฟรชชี่ไนท์ของปี 1 ไปด้วย ซึ่งงานจะเริ่มตอนบ่าย 3 จนถึงเที่ยงคืนเลยละ

 

         “น้องๆ จัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เรียบร้อยเลยนะคะ คิวของตัวเองก็จำกันให้ดี...” เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายทั้งบอกกับน้องๆ ดาว-เดือนและทีมสตาฟของแม่งานอย่างนะนาวดังขึ้น ซึ่งเกียร์ไฟฟ้าก็หันไปมองทางต้นเสียงแล้วก็...กวาดสายตามองหาใครอีกคน แต่ว่า...ไม่มี ไร้เงาอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง

 

         “หายไปไหนนะ?” เกียร์ไฟฟ้าพึมพำขึ้นเมื่อมองหน้าเอมไม่เจอ ซึ่งปกติแล้วเอมจะต้องช่วยงานนั่นนี่อยู่กับนะนาวตลอด

 

         “มองหาใครเหรอ?” โมบายที่นั่งอยู่ข้างๆ เกียร์ไฟฟ้าถามขึ้น

 

         “เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” ถึงจะตอบออกไปแบบนั้นแต่เกียร์ไฟฟ้าก็ยังคงมองหาอีกฝ่ายไม่เลิก พร้อมกับในใจที่รู้สึกกระวนกระวายอย่างไม่รู้ตัว...

 

…กลับมาทางด้านของเอม...

 

         “เฮ้ย! บ่ายแล้ว!” เสียงหวานอุทานขึ้นอย่างตกใจเมื่อหันไปเห็นนาฬิกาที่ฝาผนังห้องของลีย์ที่บอกเวลาว่าตอนนี้มันบ่ายโมงกว่าแล้ว และใช่...วันนี้เขาต้องไปทำหน้าที่สตาฟของงานประกวดดาว-เดือนตอนบ่าย! ซวยแล้วววววว!!

 

       “เสียงดังอารายแต่เช้าเนี่ยยยย” เสียงบ่นงึมงำของเจนนี่ที่นอนอยู่บนโซฟาดังขึ้น

 

         “ตื่นเลยๆ ลีย์ด้วย ตื่นเดี๋ยวนี้” เอมว่าพร้อมกับเขย่าปลุกเพื่อนสนิททั้งสองคน ซึ่งลีย์ตื่นได้อย่างง่ายดายแต่เจนนี่นั้น...

 

         “อื้ออออ อย่ามายุ่งงงงง กูจานอนนนน” ...โอเค ยอม

 

         “มีอะไร?” ลีย์ที่เพิ่งตื่นถามเอมขึ้นด้วยใบหน้างัวเงีย

 

         “สายแล้วๆๆ วันนี้ต้องไปเป็นสตาฟงานประดาว-เดือน” เอมว่าอย่างร้อนรน ซึ่งลีย์ก็เบิกตากว้างอย่างตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ใช่แล้ว...เมื่อคืนเขาก็เตือนเอมเรื่องนี้ว่าอย่าดื่มเยอะเพราะวันนี้มีงาน แต่อีกฝ่ายก็ไม่ฟัง กระดกเอาๆ จนนับไม่ทันเลยว่าดื่มไปทั้งหมดกี่แก้ว แต่ลีย์เดาว่าเป็นสิบแน่ๆ

 

         “อย่าเพิ่งโวยวาย รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าแล้วไปมหาลัยเลย เดี๋ยวไปส่ง” ลีย์ว่า

 

         “อาบที่นี่เนี่ยนะ? แล้วชุด...?”

 

         “ใส่ของเราไปก่อน เร็วๆ เถอะ ไปได้แล้ว” เอมพยักหน้ารับก่อนจะรีบวิ่งปรู๊ดเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเองทันที...หลังจากที่เอมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ(ด้วยชุดตัวโคร่งๆ ของลีย์)ลีย์ก็รีบขับรถมาส่งเอมที่มหาวิยาลัยทันที แน่นอนว่าเอมนั่งเครียดมาตลอดทาง ก็นะ...หน้าจอโทรศัพท์ของเขาขึ้นเบอร์ที่ไม่ได้รับสายของนะนาวนับสิบสาย เพราะงั้นถ้าเจอหน้ากัน เขาคงโดนอีกฝ่ายเทศน์หูชาแน่ๆ

 

         “ขอบใจที่มาส่งนะ” เอมหันไปขอบคุณเพื่อนสนิทอย่างลีย์ ที่ขับรถมาส่งถึงทางเข้าอาคารเอนกประสงค์

 

         “รีบไปเถอะ” ลีย์ว่า ซึ่งเอมก็พยักหน้ารับก่อนจะรีบเปิดประตูลงจากรถ แล้วรีบวิ่งไปที่อาคารเอนกประสงค์ทันที

 

ตึกๆๆ

 

         “ซวยแล้ว ซวยแน่ๆ” วิ่งไปเอมก็พึมพำไปอย่างกังวล

 

         “ให้ตายสิ บ่ายสองจะครึ่งแล้ว” เมื่อก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วพบว่าอีกครึ่งชั่วโมงกว่าๆ งานประดาว-เดือนจะเริ่มแล้ว และเอมก็มีหน้าที่หลายอย่างมาก ทำให้ร่างบางเร่งฝีเท้าวิ่งเร็วสุดฝีเท้าจนเบรกไม่ทันเมื่อมีใครบางคนเดินสวนออกมาจากห้องแต่งตัว

 

พลั้ก

 

         “เฮ้ย!”

 

หมับ

 

         “อ๊ะ” ก่อนที่เอมจะหงายยหลังก้นกระแทกพื้น มือหนาของคู่กรณีก็คว้าเอวของเขาเอาไว้ก่อน ซึ่งพอเอมเห็นหน้าคู่กรณีชัดๆ ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างอย่างตกใจทันที แต่ตกใจมากกว่ากับคำพูดของคนตรงหน้า

 

         “เอวเล็กจัง กินข้าวเยอะๆ สิ” ไม่พูดเปล่าเกียร์ไฟฟ้ายังส่งยิ้มตบท้ายให้กับคนที่เขากำลังรออยู่ทันที

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อยากจะแหมมมมมมมมม มีรงมีรอ มีมองหงมองหา มันยังกันคะคุณพี่!!! 555555

___จางบิวตี้___ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว