facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 49 เสียเปรียบยิ่ง

ชื่อตอน : ตอนที่ 49 เสียเปรียบยิ่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 366

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2563 17:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 49 เสียเปรียบยิ่ง
แบบอักษร

ตอนที่ 49 

 

ในรอบ 8 คนสุดท้าย แน่นอนว่าเหลือก็แค่เพียงผู้เยาว์ที่มีชื่อเสียงในเมืองบุปผาแดงทั้งสิ้น... แต่ละคนล้วนเป็นที่คุ้นหน้าคุ้นตา ผ่านเข้ารอบมาในทุกงานเทศกาลจนเป็นนิจ... จะมีก็แต่ เหยาซุน เด็กหนุ่มแปลกหน้าผู้เป็นม้ามืดหนึ่งเดียวในงานประลอง ที่ทะลุผ่านเข้ามาอย่างเหนือความคาดหมาย... 

 

นอกเหนือจาก หานเฉียง และ ฉีลู่ชิง สองผู้เยาว์ที่เป็นชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นปลาย(ขั้น 7-9) คนอื่น ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นกลาง(ขั้น 4-6) ทั้งสิ้น!! มีเพียง เหยาซุน อีกเช่นกันที่เป็นชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 1 พื้นฐานจัดว่าอ่อนที่สุดในรอบนี้... 

 

ใบหน้าของ หานเฉียง บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ หลังจากเห็นสหายของตน โจผิง ถูกเล่นงานจนหมดสภาพ ต้องหามลงจากเวทีประลอง โดยที่ยังไม่อาจสร้างรอดขีดข่วนใด ๆ ให้กับ เหยาซุน ได้เสียด้วยซ้ำ 

 

เวลานี้มันเริ่มมั่นใจแล้วว่า ความแข็งแกร่งของ เหยาซุน มิใช่สามัญ ไม่อาจนำระดับชั้นลมปราณมาเป็นบรรทัดฐานในการประเมินความสามารถ เข้าใจถึงเหตุผลแล้วว่า เพราะอะไรตระกูลซ่งจึงกล้าวางเดิมพันมหาศาลกับเด็กหนุ่มบ้านนอกผู้หนึ่ง ที่เพิ่งพบเจอในเมืองบุปผาแดงได้ไม่นาน... 

 

ยามลงจากเวทีสายตาของ ซุน และ หานเฉียง ประสานกันอีกครั้ง หากแต่สีหน้าของทั้งสองล้วนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง... ฝ่ายหนึ่งเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน อีกฝ่ายเปี่ยมโทสะด้วยความเดือดดาล หากผลการประลองยังเป็นเช่นนี้ อีกเพียง 2 รอบประลองเท่านั้น ทั้งคู่ก็จะได้เผชิญหน้ากัน... 

 

จังหวะนั้นเอง ที่หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในการประลอง ยืนขวางทางเบื้องหน้าของ ซุน... นางสวมกอดอกทอดสายตามอง สีหน้าครุ่นคิด ซึ่งมิใช่ใครอื่นนอกเหนือ ฉีลู่ชิง... นางเห็นสายตาของ ซุน และ หานเฉียง ก็รู้แล้วว่าทั้งคู่หมายมั่นจะปะทะกันแน่นอน... 

 

“หวังว่าเจ้าจะไม่ได้มองข้ามการประลองของข้า?!” 

 

ซุน เผยรอยยิ้มเจือจาง... 

“ข้านั้นคาดหวังในการประลองของพวกเรามากที่สุดต่างหาก...” 

 

นางยกมุมปากเล็กน้อยตอบรับ นั่นถือว่าเป็นการแสดงอารมณ์มากที่สุด เท่าที่ ซุน เคยเห็นแล้ว... สำหรับหญิงสาวที่แสนเย็นชาอย่างนาง คงไม่อาจคาดหวังรอยยิ้มประดับใบหน้าได้… ก่อนที่นางจะทอดสายตาไปยัง บุรุษหนุ่มอีกคนหนึ่ง ที่นั่งขัดเกาทัณฑ์ขนาดใหญ่ของตนเองด้วยความทะนุถนอม... 

 

“แต่ก่อนหน้าเจ้าจะผ่านเข้ารอบมาเจอกับข้า... คู่ต่อสู้ในรอบต่อไป อาจเป็นคู่ต่อสู้ที่เจ้ารับมือได้ยากที่สุดในการแข่งครั้งนี้ก็เป็นได้...” นางเอ่ยย่ำเตือน 

 

ซุน เพียงแค่เห็นเกาทัณฑ์ ก็พอจะรู้ความหมายที่นางพยายามจะสื่อ... 

“เจ้ารู้จักงั้นหรือ?!” 

 

หญิงสาวพยักหน้าตอบรับ... 

“คนผู้นั้นนามว่า...หลิวซิง เป็นอัจฉริยะด้านการล่าสัตว์ร้าย ชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 6 ผู้สืบทอดเคล็ดวิชา เกาทัณฑ์ยิงตะวัน ของตระกูลหลิว... ว่ากันว่าในระยะขอบเขตสายตาไม่เคยยิงพลาดเป้า อีกทั้งในทุกลูกศรที่ยิงออกไป ยังแฝงไว้ด้วยพลังลมปราณ พลังทำลายจึงเหนือกว่าลูกศรทั่วไปอย่างมิอาจเปรียบวัด...  

 

วิชาตัวเบาของ หลิวซิง ยังเป็นเลิศในหมู่ผู้เยาว์ทั้งหมด นับเพียงความเร็วอาจจะเหนือกว่าข้าด้วยซ้ำไป ทักษะการหลบหนีและลอบยิงจากระยะไกล ยังไงก็นับเป็นทักษะที่อันตรายที่สุด ไม่ว่าจะศาสตราชนิดใด ก็ไม่มีระยะที่มากไปกว่า เกาทัณฑ์... 

 

ตัวเจ้าใช้ขวานศิลาที่หนักขนาดนั้น ไม่มีโอกาสวิ่งไล่ตาม หลิวซิง ได้ทันอย่างแน่นอน... สุดท้ายเจ้าจะกลายเป็นเป้าลูกศรเกาทัณฑ์ จวนจนกระทั่งพ่ายแพ้...” 

 

ซุน ได้ยินเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะนึกจินตนาการตาม... แน่นอนว่า ซุน ได้จับตามอง หลิวซิง มาตั้งแต่แรก ๆ แล้ว ในการประลองรอบแรก หลิวซิง แบกเกาทัณฑ์หลบเลี่ยงกลุ่มผู้เยาว์นับสิบด้วยความชำนาญ พลางยิงลูกศรสวมปลายนวมไร้คม โจมตีสกัดกลุ่มผู้เยาว์เหล่านั้นจนหมดสภาพ 

 

ทั้งที่ ลูกศร มีการดัดแปลงด้วยการสวมนวมเล็ก ๆ ไว้ที่ปลายเพื่อลดอานุภาพทำลาย และความเร็วลดลงขั้นหนึ่ง แต่ในทุก ๆ ดอกที่ยิงออกไป ก็รุนแรงมิต่างกำปั้นหนัก ๆ ที่ห่อหุ้มลมปราณกระแทกเข้ามา เพียงไม่กี่ดอกก็ทำให้คู่แข่งหมดสภาพต่อสู้ได้แล้ว... 

 

หลิวซิง จัดเป็นคนที่ ซุน รับมือได้ยากที่สุด จากความเสียเปรียบด้านศาสตรา... 

 

ซุน หันไปเห็นใบหน้าของ ฉีลู่ชิง ซึ่งนางดูเป็นกังวลอยู่ไม่น้อย เด็กหนุ่ม จึงอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากสูง... “ไม่คิดว่าเจ้าจะเป็นห่วงข้า จนถึงกับมาสาธยายข้อมูลคู่ต่อสู้ให้ข้าฟัง?!” 

 

หญิงสาวเบิกตากว้าง ใบหน้าแดงระเรื่อขึ้น... 

“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย... ข้าเพียงแต่ไม่อยากพบเจอ หลิวซิง ที่รับมือได้ยากในการประลองเท่านั้น หากพบเจอเจ้าย่อมเป็นเรื่องง่ายที่จะเอาชนะมากกว่า!!” 

 

กล่าวจบนางก็พลันสะบัดหน้าเดินหนีไปทันที ซุน อดไม่ได้ที่จะขบขันเล็กน้อย... 

 

บนเวทีประลอง... 

การแข่งรอบ 8 คนสุดท้าย... 

 

ด้วยความที่เป็นรอบสำคัญ จึงไม่มีการประลองที่จัดพร้อม ๆ กันหลายคู่ เฉกเช่นที่ผ่าน ๆ มา แต่จัดขึ้นที่ เวทีใหญ่ ให้ทุกคนได้รับชมครั้งละหนึ่งคู่เท่านั้น เพื่อความบันเทิงสูงสุดในการประลองที่ใกล้จะจบสิ้น...  

 

ท้องฟ้าเริ่มเข้าสู่พลบค่ำ แต่ผู้คนในงานกลับล้นหลามมากยิ่งกว่าเดิม มีการจุดเปลวเพลิงสาดแสงนับพัน ๆ จุด จนเกิดแสงสว่างมิต่างช่วงกลางวัน ต่อให้การแข่งล่วงเลยไปจนกลางดึก ก็มินับเป็นปัญหาใด สำหรับผู้เข้าแข่งขัน และผู้รับชม... 

 

ผลการประลองในคู่ แรก ๆ ไม่มีการพลิกผัน... หานเฉียง และ ฉีลู่ชิง ผ่านเข้ารอบได้โดยไม่ยากเย็น รวมถึงผู้เยาว์อีกคนนาม ตู่เหยียน ที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของ หานเฉียง ในรอบ 4 คนสุดท้าย... แต่ ตู่เหยียน ก็ได้รับบาดเจ็บพอสมควรจากรอบที่ผ่าน ๆ มา ดังนั้นทุกคนยอมคาดเดาได้ว่า หานเฉียง คงทะลวงผ่านถึงรอบชิงได้แน่นอน... 

 

ซุน และ หลิวซิง ขึ้นสู่เวทีประลอง เป็นคู่สุดท้ายในรอบนี้... สิ่งที่น่าตกใจอีกประการก็คือ หลิวซิง ได้เปลี่ยนชนิดของลูกศร จากที่เป็นติดปลายนวมเอาไว้เพื่อลดพลังทำลาย แต่ในตอนนี้กลายเป็นลูกศรหัวเหล็ก ที่เพิ่มพูนทั้งความอันตราย และความเร็วในตัวคันศรยามพุ่งทะยาน... 

 

แน่นอนว่า ทั้งหมดเป็นอิทธิพลมาจากเงินรางวัลค่าหัว หนึ่งแสนเหรียญทอง... แม้จะไม่มีความแค้นส่วนตัวระหว่างกัน แต่ย่อมไม่มีใครปฏิเสธเงินค่าหัวระดับนี้ได้ลงคอ... 

 

“เหยาซุน... หากเจ้าจะยอมแพ้ ก็ควรกล่าวเสียตั้งแต่ตอนนี้ งานหลักของข้าคือการล่าสัตว์ร้าย ถ้าเป็นไปได้ข้าก็ไม่อยากหันเกาทัณฑ์ที่อันตรายเข้าหามนุษย์ด้วยกัน...” หลิวซิง กล่าวขึ้นด้วยแววตาที่คมกริบ 

 

“ขอบคุณที่อุตส่าห์ย้ำเตือน... แต่ข้าไม่คิดที่จะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต่อสู้...” ซุน กล่าวตอบน้ำเสียงแน่นหนัก... 

 

ทั้งสองอยู่ห่างกันคนละฝั่งเวทีประลอง ตามกฎการแข่งที่ตั้งขึ้น... ดังนั้นเรื่องของระยะต่อสู้นั้น ซุน นับว่าเสียเปรียบตั้งแต่เริ่มต้น... เหล่าผู้ชมพากันตื่นเต้นไปด้วย แม้จะมีหลายคนเฝ้าเป็นกำลังใจให้เด็กหนุ่มม้ามืดผู้นี้ แต่โอกาสชนะก็ค่อนข้างที่ริบหรี่เต็มที 

 

“เริ่มการประลองได้!!” กรรมการประกาศ 

 

ยังไม่ทั้งสิ้นเสียงกรรมการ ลูกศรดอกหนึ่งก็พุ่งตรงเข้ามา การยิงโดยที่ไม่จำเป็นต้องเพ่งเล็งของ หลิวซิง นับเป็นที่เลื่องลือ... 

 

เกร้ง! 

 

ซุน ยกขวานศิลาขึ้นป้องกันได้ทัน แต่สีหน้าของ ซุน เริ่มแปรเปลี่ยนไป... 

“เร็วมาก!! ลูกศรที่พุ่งเข้ามา มีความเร็วกว่ารอบแรก ๆ อย่างชัดเจน!! คงเป็นเพราะการถอดหัวปลายนวมออก และเปลี่ยนเป็นหัวเหล็ก ลดแรงเสียดทานในอากาศงั้นสินะ” 

 

จากนั้น ห่าฝนแห่งลูกศร ก็พุ่งเข้ามาอีกอย่างต่อเนื่อง!! ทักษะการยิงลูกศร 10 ดอกพร้อม ๆ กันของ หลิวซิง สมกับฉายาอัจฉริยะด้านการล่า!! 

 

“ตั้งมั่น!!” 

 

เกร้ง! เกร้ง! เกร้ง! 

 

ซุน ปักหลักป้องกันอย่างมั่นคง ด้วยทักษะป้องกันในเพลงขวาน แม้ลูกศรที่พุ่งเข้ามาจะมีความเร็วสูง แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่อาคมตาทิพย์ สามารถมองเห็นได้ ขอเพียง ซุน เคลื่อนไหวได้ทัน การป้องกันก็ยังสมบูรณ์... จำนวนลูกศรทั้งหมดของ หลิวซิง ไม่อาจคาดเดาได้ เพราะทั้งหมดถูกเก็บซ่อนไว้ภายในแหวนมิติ อาจมีนับร้อย นับพัน หรือนับหมื่นดอก!!  

 

สำหรับมือเกาทัณฑ์ระดับสูง คงไม่อาจคาดหวังเรื่องที่ลูกศรจะหมดสิ้น เพราะคงได้รับการเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี... หากคงไว้ในสภาพตั้งรับเช่นนี้ ซุน จะไม่มีโอกาสตอบโต้ หรือหาหนทางเอาชนะได้เลย!! 

 

เหล่าผู้ชมเฝ้ามองด้วยความใจจดใจจ่อ... โดยเฉพาะเหล่าสมาชิกตระกูลซ่ง ที่รู้ดีถึงจุดอ่อนในส่วนนี้ น้ำหนักของขวานศิลาแม้มีจุดเด่นด้านพลัง แต่มีจุดด้อยด้านการเคลื่อนที่ ต่อให้ผู้ใช้มีความชำนาญเพียงใด ก็ไม่มีทางที่จะใช้ความเร็วในการเคลื่อนที่ได้สูงกว่าคู่ต่อสู้ซึ่งถือครองศาสตราประเภทอื่นในระดับพลังเดียวกัน เป็นจุดอ่อนที่แม้แต่ชายชราอย่าง ซ่งไห่เฟิง ยังต้องยอมจำนน... 

 

“เจ้าจะแก้ไขจุดอ่อนนี้ยังไงล่ะ ซุน...” ชายชรากล่าวพึมพำเบา ๆ 

 

ซุน ตวัดขวานตั้งรับอย่างใจเย็น... พอ ซุน ก้าวเดินไปข้างหน้าหนึ่งก้าว หลิวซิง กลับถอยหลังไปสองก้าวเพิ่มระยะ เป็นทักษะที่ หลิวซิง ชำนาญ ไม่ยอมให้คู่ต่อสู้เข้ามาใกล้ตัวได้ มิเช่นนั้นผู้ใช้เกาทัณฑ์จะกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทันที... 

 

เด็กหนุ่ม กำขวานแนบแน่นขึ้น ก่อนจะระเบิดกระบวนท่า... 

“ปัดกวาด!!” 

 

ลูกศรนับสิบดอก ถูกกวาดทำลายในคราเดียว ทั้งยังเกิดลมกรรโชกรุนแรงพวยพุ่งออกไป ทำให้เบี่ยงเบนทิศทางของลูกศรอีกมากที่กำลังพุ่งเข้ามา... หลิวซิง ขมวดคิ้วก่อนจะระเบิดท่าร่างหลบเลี่ยงออกจากทิศทางของกระแสลมที่กรรโชก... 

 

อย่างน้อย ซุน ก็สามารถขัดจังหวะการโจมตีต่อเนื่องนี้ได้ แต่ภาพรวมก็ยังห่างไกลจากความได้เปรียบ อีกไม่นานห่าฝนลูกศรละลอกที่สอง ก็คงเข้าครอบคลุมลานประลองอีกเช่นเดิม... เด็กหนุ่ม ถอนหายใจหนักหน่วง ก่อนจะปักขวานศิลาลงพื้น... 

 

ตูม!! 

 

พอกันที... ขวานศิลา คงไม่อาจเอาชนะ เกาทัณฑ์ยิงตะวัน ได้จริง ๆ” ซุน สบถขึ้นกลางเวทีประลอง พร้อมกับปล่อยมือจากขวานศิลาที่ปักลงพื้น... 

 

“!!!!!!!!!!!” เหล่าผู้ชมเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าเด็กหนุ่มจะยอมถอดใจเสียแล้ว... 

 

หลิวซิง ที่กำลังตั้งท่าจะยิงเกาทัณฑ์ถึงกับค้างชะงัก กดหัวคิ้วลงต่ำ... 

แปลว่าเจ้า คิดจะยอมแพ้แล้วสินะ... 

 

หลังวางขวานศิลา ซุน ก็พลันยกเต้าสุราที่ผูกอยู่ข้างเอวขึ้นมากระดกคำหนึ่ง... เผยรอยยิ้มที่ดูเมามาย พร้อมใบหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นจากฤทธิ์สุรา... 

“ใครบอกว่าข้าจะยอมแพ้?! ข้าเพียงกล่าวแค่ว่า ขวานศิลา ไม่อาจเอาชนะเท่านั้น... มิได้บอกว่า เพลงขวานวายุ หรือตัวข้า เหยาซุน จะเอาชนะเจ้าไม่ได้?!” 

 

จังหวะนั้นเอง ที่ ซุน เปล่งรัศมีลมปราณอันมหาศาลออกมา!! พร้อมกับระเบิดกำลังขา ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างมาหนักหน่วงด้วยการแบกน้ำหนัก 1,000 ชั่งตลอดเวลา ทันทีที่วางขวานศิลา ย่อมมิต่างจากการปลดเปลื้องพันธนาการที่ฉุกรั้งทั้งหมด 

 

เพียงแรงดีดตัวจากปลายเท้า ยังฝากรอยแตกร้าวไว้บนพื้นเวทีประลอง!! 

 

“บัดซบ!!” หลิวซิง เบิกตากว้าง เมื่อพบว่า ซุน ใช้ความเร็วอันมหาศาลพุ่งตรงเข้ามา... ตวัดข้อมือระรัวยิงลูกศรนับสิบ ๆ ดอกออกไป หมายสกัดกั้น!! 

 

“วิถีเซียนเมรัย... กายเมามาย จิตมิเมามาย” 

 

ท่าร่างของ ซุน ไหวเอนไม่แน่นิ่ง ร่างกายโซเซแต่กลับสามารถหลบเลี่ยงลูกศรนับสิบที่พุ่งเข้ามาได้อย่างน่าอัศจรรย์ อีกทั้งความเร็วในการพุ่งทะยานยังไม่ลดต่ำลงเลยสักนิด... แม้ ซุน จะมิได้ฝึกฝนวิชาตัวเบามาก่อน แต่ ซุน ก็ได้ฝึกฝนการย่างก้าวมาจากยอดฝีมืออย่าง ซ่งไห่เฟิง ทั้งยังมีคำแนะนำจาก มู่เจี้ยน คอยชี้แนะ ความเร็วที่สามารถรีดเค้นออกมาในระยะสั้น ย่อมเหนือชั้นไม่ด้อยกว่าวิชาตัวเบาขั้นสูง 

 

เพียงไม่นานก็สามารถเข้าประชิด หลิวซิง ได้ในระยะเอื้อมมือ!! ซึ่งเป็นระยะที่ เกาทัณฑ์สูญเสียความได้เปรียบทั้งหมดไปอย่างสมบูรณ์... ดวงตาของ ซุน เปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง บานประตูเจตจำนงแห่งขวานถูกแง่มออก... ฝ่ามือของ ซุน ปรากฏเงาขวานทับซ้อนขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ จากจิตใจที่เป็นหนึ่งเดียวกับขวาน... 

 

“ขวานอยู่ในใจ มิใช่ในมือ!!  

กระบวนท่าไร้ขวาน... ฟาดฟัน!!” 

 

ตูม!! 

 

สันฝ่ามือของ ซุน ฟาดลงที่หัวไหล่ของ หลิวซิง อย่างรุนแรง!! ต่อให้ ซุน มิได้ถือขวาน แต่ หลิวซิง กลับรู้สึกประหนึ่งถูกฟาดฟันด้วยขวานใหญ่อย่างไม่ผิดเพี้ยน 

 

“อ๊ากกกก!!” 

 

กระดูกหัวไหล่ของ หลิวซิง หลุดเคลื่อนในการฟาดฟันเพียงครั้ง ไม่อาจยกแขนขึ้นง้างเกาทัณฑ์ได้อีกต่อไป หมดสภาพที่จะต่อสู้... เป็นการเอาชนะด้วยเพลงขวานวายุ ที่ไม่จำเป็นต้องถือครองขวานไว้ในมือ ตอกย้ำว่าเพลงขวานวายุตระกูลซ่งนั้น หาได้มีจุดอ่อนในตัวของเคล็ดวิชา ทุกสิ่งล้วนขึ้นอยู่กับผู้ใช้!! 

 

“ผู้ชนะผ่านเข้ารอบ 4 คนสุดท้าย... เหยาซุน จากสำนักขวานวายุ ตระกูลซ่ง!!” 

 

………………………………….. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว