teepasikha
email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เป็นใบ้หรือคะ

ชื่อตอน : เป็นใบ้หรือคะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 28

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2563 07:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เป็นใบ้หรือคะ
แบบอักษร

“ห้องน้ำอยู่ทางด้านขวา เดินตรงไปทางมุมตึกเล็กนั้นค่ะ” พนักงานบอกทางแล้วยิ้มส่งท้าย ดารินรีบหันไปทางที่พนักงานแจ้งไว้ ทว่าหญิงสาวไม่หยุดเพียงแค่นั้น ความคิดด้านมืดทำให้เธอหันซ้ายแลขวาอย่างระวัง มองหาช่องทางที่จะพาตัวเองไปยังห้องของผู้บริหาร เธอต้องพบเขาให้เร็วที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ สองเท้าเล็กเบี่ยงตัวจากห้องน้ำแล้วก้าวเข้าไปในลิฟต์อย่างรวดเร็ว แล้วหยุดชะงักเมื่อมีพนักงานหญิงสองคนเบียดเข้ามาในลิฟต์ตัวเดียวกัน 

“วันนี้ประชุมผู้ถือหุ้นด้วย จะเสร็จกี่โมงยังไม่รู้” 

“แล้วยังไง ทำไมหล่อนดูรีบ” 

“ก็วันนี้เป็นวันครบรอบฉันกับแฟนน่ะสิ ทำไมต้องประชุมด่วนอะไรวันนี้ด้วย ยิ่งคุณเขมนะ ตรวจเอกสารเข้มเป็นบ้า” ดารินเบิกตากว้าง ก่อนจะพยายามเก็บอาการให้เป็นปกติไว้ พลางเหลือบมองหญิงสาวที่ทำหน้ามุ่ยคล้ายกังวลอยู่ตลอดเวลา เสียงรองเท้าส้นสูงของพนักงานหญิงก้าวเดินออก หลังจากลิฟต์หยุดที่ชั้นยี่สิบสาม ดารินชำเรืองเก็บรายละเอียดก่อนจะแอบเดินตามสองสาวไปเงียบๆ ท่าทางเงอะงะของหล่อนทำให้หลายคนจับตามองพลางหันไปกระซิบ ทว่านั่นไม่ได้ทำให้ดารินสนใจคำนินทาเหล่านั้น พลางเดินตามสองสาวไปติดๆ ก่อนทีสองสาวจะเดินแยกกันไปนั่งประจำที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ซึ่งหลังจากดารินยืนมองแล้ว กลับต้องตะลึงงัน 

“พระเจ้า นี่มันห้องทำงานเหรอ ทำไมมันใหญ่แบบนี้” ดวงตากลมใสฉายแวววาววับ พนักงานร่วมครึ่งร้อย นั่งทำงานกันอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งก็ยังมีหลายคนลุกเดินไปมาขวักไขว่ ทำให้เธอไม่ได้เป็นจุดสนใจมากนัก ดารินหันหลังขวับ ยกนิ้วขึ้นมากัดอย่างใช้ความคิด 

“แล้วห้องอีตาเขมกร อยู่ที่ไหนกันนะ ใหญ่โตขนาดนี้ใครจะไปหาเจอ” ดารินหลับตาเกาศีรษะแกรกๆ ด้วยความหงุดหงิด 

“ทานโทษนะครับ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ” หญิงสาวหันขวับกลับมาพบกับชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียว ผิวขาวละเอียดยิ้มรับอย่างอบอุ่น นี่มันพระเอกเกาหลีชัดๆ ดวงหน้าหวานของหญิงสาวยกยิ้มตอบกลับอย่างอัตโนมัติ ดวงตาวาวระริกมองชายหนุ่มเสมือนตกอยู่ในภวังค์ เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ไม่เคยเห็นใครหล่อได้เท่านี้ เว้นแต่ ลีจงซอก แน่นอนเธอเป็นแฟนคลับตัวยงของเขา ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ เป็นหมอน เป็นผ้าห่ม และทุกๆ อย่างในห้องนอนมีแต่รูป ลีจงซอกเต็มไปหมด ก็ทำไงได้ มันอุ่นใจทุกครั้งที่หันไปทางไหนก็มีแต่หน้าเขา  

“หล่อจัง” ดารินในวัยยี่สิบสี่เผลอหลุดปากพูดออกไป 

“อ้าว เจอกันแล้วหรือคะ” ดารินหลุดจากภวังค์นั้น พลางหันไปยังหญิงสาวที่พึ่งเดินเข้ามา ปรากฏว่าเธอคือพนักงานหญิงด้านล่างที่ได้พูดคุยกันไปเมื่อครู่ ดารินกะพริบตาถี่ๆ ไม่ตอบคำถาม 

“เห็นว่าคุณดารินเข้าห้องน้ำนานผิดปกติ เลยตามมาดูค่ะ แต่ไม่คิดว่าจะเจอกับคุณพชรนัยแล้ว” ดารินหันขวับกลับไปยังชายหนุ่มทันที ด้วยดวงตาเบิกกว้างอย่างถึงที่สุด ชายหนุ่มตรงหน้าคือคุณพชรนัย ชายที่หล่อนแอบอ้างชื่อว่าเขาคือแฟน  

“ข่ะ คุณ พะ พชรนัย” หญิงสาวร่างเล็กตะกุกตะกัก พูดไม่ถูก สายตาลอกแลก ทำให้ชายหนุ่มยู่คิ้วขนกัน 

“ถ้าเจอกันแล้ว ดิฉันขอตัวกลับไปทำงานก่อน แฟนน่ารักดีนะคะคุณนัย” พนักงานหญิงแย้มยิ้มพลางพูดทิ้งท้ายให้ชายหนุ่มแปลกใจ ก่อนจะหันดวงตาคมกลับมายังหญิงสาวที่ก้มหน้ามุดอยู่  

“ให้ตายสิ ซวยอะไรได้ขนาดนี้” หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง ก่อนสะดุ้งตัวโหยงหลังจากมือหนาเข้ามาแตะที่ไหล่ 

“คุณเป็นใคร” ชายหนุ่มยืนนิ่งสำรวจร่างเล็กตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เขาค่อนข้างมั่นใจว่าไม่เคยพบหน้าหญิงสาวคนนี้มาก่อน 

“คือ..ฉัน...คือ...” ดารินพยายามนึกหาคำแก้ตัวให้เร็วที่สุด ดวงตาใสกลอกกลิ้งไปมาบวกกับเม็ดเหงื่อที่แซมไรผม  

“ว่าไงครับ” คนรอฟังเดินเข้ามาใกล้ในระยะประชิด กลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้หัวใจของรินดาเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

“ไม่มีอะไรค่ะ พนักงานคนนั้นเธอเข้าใจผิด ฉันไม่ได้มาหาคุณ แต่ฉันมาหาเขมกร ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนคะ” หญิงสาวรู้ตัวว่าใกล้จนมุม จึงรวบรวมความกล้าเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยดวงตามุ่งมั่น ก่อนที่พชรนัยจะชี้มือตรงไปยังห้องด้านข้างที่ปิดอยู่ หญิงสาวไม่พูดพร่ำ หันเดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องที่ว่าทันที ภาพการตายของบิดา และหนังสือทวงหนี้จากนายเขมกรนั้นยังจำติดตาไม่อาจลืมเลือน เธอจะต้องทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้บ้านถูกขายทอดตลาด 

“คุณชื่อเขมกรใช่ไหมคะ ช่วยทำเรื่องถอนบังคับคดีให้ดิฉันด้วยค่ะ” ดารินพรวดเข้าไปพลางวางเอกสารในมือลงตรงหน้าชายหนุ่ม ดวงตากลมไหวระริกด้วยความโกรธจ้องมองผู้บริหารราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ทว่าทุกอย่างดูเงียบสนิทผิดปกติ เขาไม่มีท่าทีใดๆ ตอบกลับ ได้แต่นิ่งเฉยมองเอกสารตรงหน้า 

“เป็นใบ้หรือคะ” ดารินถาม ทว่าความเงียบนั้นทำให้หญิงสาวเกิดเอะใจ จึงเงยหน้ามองไปรอบๆ ดวงตาเล็กเบิกกว้างลมแทบจับ เธอพบกับสายตานับสิบจากบรรดาผู้ถือหุ้นที่กำลังประชุมงานกันอยู่ ทุกคนต่างมองเธอเป็นจุดเดียวกัน  

“ตุบ” อยู่ๆ ร่างเล็กก็ออกมากองอยู่หน้าบริษัทยักษ์ใหญ่ หญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วปัดเศษฝุ่นตามเนื้อตามตัวออก 

“ฉันไม่ใช่หมูใช่หมา ที่คิดจะมาทำอะไรก็ได้ นึกจะโยนก็โยน ไม่คิดว่าคนอื่นจะเจ็บเป็นบ้างหรือไง” ร่างเล็กตะโกนโวยวาย ทำให้คนที่ผ่านไปมามองเธอด้วยสายตาแปลกๆ 

“นึกว่าเป็นผู้บริหารของบริษัทใหญ่โต จะรังแกคนจนไม่มีทางสู้เหรอ ฉันไม่ยอมหรอกนะไอ้คุณเขม นายหน้าเลือดรังแกคนจน” หญิงสาวมุ่ยหน้าต่อว่าต่างๆ นาๆ 

“พูดจบหรือยัง? ไปได้แล้ว หรือจะให้ผมเรียกตำรวจ” รปภ.คนเดิมตะโกนถาม และนั่นทำให้หญิงสาวตัดสินใจเดินออกจากบริษัทนั้นมาอย่างไม่เต็มใจ คนตัวเล็กเดินออกมาเรื่อยๆ พยายามหาทางเพื่อที่จะรักษาบ้านหลักแรกของพ่อกับแม่เอาไว้ เพราะนั่นคือสิ่งที่เดียวที่ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจมารดาไม่ให้อาการทรุดลงไปอีก อยู่ๆ น้ำตาก็ไหลอย่างไม่ต้องบังคับ เมื่อทบทวนแล้วยิ่งมองไม่เห็นทางออก เธอพึ่งโดนเขาโยนออกมาจากบริษัทหมาดๆ  

 “ติ๊ดๆ” เสียงมือถือดังขึ้น หญิงสาวล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วกดดู 

“ค่ะแม่” 

“วันนี้เลิกงานดึกไหมลูก กลับมากี่โมงแม่จะได้เตรียมอาหารไว้ให้”  

“ไม่ดึกค่ะแม่” หลังจากวางสายมารดาไป ดารินรู้สึกหมดหนทาง บริษัทเก่าพึ่งปลดพนักงานออก และหนึ่งในนั้นคือเธอเอง ดารินยกมือขึ้นกุมศีรษะ ดวงตาแดงก่ำ ทุกอย่างผสมปนเปเข้ามาที่เธอทุกทาง ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาตรวจนับเงินในกระเป๋าที่เหลืออยู่น้อยนิด หญิงสาวกลืนน้ำลายอึกใหญ่ก่อนจะพับกระเป๋าเงินเก็บเข้ากระเป๋าไป 

สายตาของผู้ถือหุ้นหันมองเขมกรเป็นตาเดียวหลังจากหญิงสาวปริศนาถูก รปภ.ลากหายวับไป ชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจยาว ด้วยความหน่ายใจ 

 “ใครกัน ทะเล่อทะหล่าเข้าไปในห้องประชุมผู้ถือหุ้น” หญิงสาวใส่แว่นหนาหันไปพูดกับเพื่อนอย่างสงสัย พชรนัยนึกถึงหญิงสาวที่พึ่งตะโกนโวยวาย ถูกลากผ่านหน้าไป พนักงานทุกคนในห้องทำงานจะจ้องมองภาพเหตุการณ์ประหลาดเป็นตาเดียวกัน เขาสลัดภาพในหัวทิ้ง แล้วลงมายังชั้นล่างเพื่อถามความเป็นมาจากพนักงานสาวคนเดิม 

ความคิดเห็น