email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภูน้ำ ตอนที่ 14 : ลาบโป้ง ลาบก้อย ลาฟยูว

ชื่อตอน : ภูน้ำ ตอนที่ 14 : ลาบโป้ง ลาบก้อย ลาฟยูว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2563 21:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ภูน้ำ ตอนที่ 14 : ลาบโป้ง ลาบก้อย ลาฟยูว
แบบอักษร

 

แนะนำให้ฟังเพลง มีเธอตลอดไป - Pod x Ink x Fongbeer | PUIMEKSTER【 Cover 】เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านค่ะ เพลงนี้มีหลายเวอร์ชั่นให้ทุกคนเลือกฟัง แต่ทางฝั่งไรท์ฟังของหมอปุยเมฆเพราะชอบเสียงของเขา 

 

ภูวาเดินเข้ามาในห้องตามคำเรียกของน้ำนิ่ง เอาจริง ๆ การอยู่ข้างนอกมันก็สบายปลอดโปร่งดีเหมือนกัน มันทำให้ล่องลอยไปกับบรรยากาศ จนไม่ต้องคิดอะไรให้มากมายอย่างเฉกเช่นตอนนี้ ที่ผมยืนมองหน้ามัน และมันก็จ้องมองกลับมายังผม  

โดยไม่มีบทสนทนาอะไรสักอย่างเกิดขึ้น ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม มันถึงเข้ามามีอิทธิพลกับผมขนาดนี้ มันทำให้คนที่ไม่เคยสนใจใคร ไม่แม้จะแลดูว่าคนคนนั้นจะเสียใจกับตนเองมากเพียงใด  

แต่ทำไมเมื่อมันร้องไห้ ผมถึงอยากทำให้มันเงียบด้วยอ้อมกอดของผมกัน ผมไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้แม้กระทั่งมีนที่เป็นเก่าของผม เพราะผมไม่เคยที่จะปรับตัวเข้าหาใคร ใช้ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของคนทั้งโลกที่คนอื่นต้องเป็นคนปรับเข้ามา 

“พี่เป็นไรรึเปล่าครับ ทำไมทำหน้าตาเคร่งเครียดแบบนั้น” 

“อืม คิดอะไรนิดหน่อย”  

“ผมว่าไม่นิดแล้วนะ หน้าพี่ดูเครียดมาก” 

“….” ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปในสิ่งที่มันถามออกมา 

น้ำนิ่งเห็นคนตรงหน้าเงียบไปผิดวิสัยอย่างเป็นห่วง ๆ “ไม่เป็นไรนะ ไม่เครียดแล้ว” จึงเดินเข้าไปสวมกอดภูวาให้รู้ว่า ยังมีเขานั้นอยู่ตรงนี้ข้าง ๆ กายของพี่ภูวาเสมอ 

การที่มันเดินเข้ามากอดผมแบบนี้ ผมตั้งตัวไม่ถูกเหมือนกัน เพราะไม่เคยมีใครกล้าสวมกอดผม ถ้าผมไม่เข้าไปกอดเอง ‘อืม ผมเพิ่งจะรู้กับตัวเองก็วันนี้ ว่าการมีมันอยู่ก็ดีเหมือนกัน’ 

“เออ ไม่เครียด ปล่อยได้แล้ว ไปกินข้าวไป” 

น้ำนิ่งผละออก จากอ้อมกอดของภูวาตามคำสั่ง “แล้วพี่ยังไม่ไปกินเหรอครับ” 

“มึงเข้าไปกินก่อนเถอะ กูขอตัวไปอาบน้ำก่อน” 

“ผมจะรอนะ” 

“ไม่ต้องรอ กินไปก่อน” 

“ผมจะรอ” คำยืนยันของมันทำให้ผมอยากจะด่ามันออกไป แต่ผมก็ต้องเก็บคำด่ากลืนลงท้องไป เห็นแก่วันนี้มันทำตัวดี จะไม่ด่าสักวันก็แล้วกัน 

“เออ จะรอก็รอ แต่ถ้าหิวก็กินไปก่อนไม่ต้องรอ” 

“ผมจะรอ” 

“เออ ไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวไป” 

“ครับ” ภูวามองดูน้ำนิ่งที่เดินไปนั่งยังโต๊ะกินข้าว มันก็ยังไม่วายที่จะส่งสายตามามอง “เฮ้อ มึงนี่นะ จริง ๆ เลย” 

  

  

 

 

 

“พี่นั่งเลยครับ ผมเทกับข้าวไว้หมดแล้ว” น้ำนิ่งเชิญชวนให้ภูวานั่งลง เมื่อเห็นเดินออกมาจากการอาบน้ำ 

“เออ” 

“ผมตักข้าวให้” มันเป็นอะไรของมัน มาเอาอกเอาใจผมแบบนี้ แปลกประหลาด 

“จะเอาอะไร” ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะถามออกไป เพราะไม่เคยมีใครทำอะไรให้โดยไม่หวังผลตอบแทน 

“ไม่เอาอะไรครับ ผมแค่ต้องการให้พี่กินข้าว” 

“หึ เออ” แววตาของมันที่สื่อมาถึงผม มันทำให้ผมรู้ ว่าสิ่งที่มันทำให้มีแต่ความจริงใจ ไม่หวังผลอะไรจากตัวผมเหมือนคนอื่น 

“ตักให้กูแล้วก็ตักให้ตัวเองบ้าง จะมายืนมองกูกินข้าวทำไม” หลังจากมันตักข้าวให้ผม มันก็อาแต่เดินไปรอบครัวหานั่นหานี่มาเสริ์ฟให้ผม ซึ่งมันดีที่มีคนมาทำให้ แต่มันเป็นแฟนผม ไม่ใช่คนใช้ ที่ต้องมายืนมองผมกินข้าว 

“ผมรอให้พี่กินก่อนไง เผื่อขาดเหลืออะไร ผมจะได้หยิบให้” 

“ไม่ต้อง มานั่งกินข้าว กูไม่ต้องการอะไรแล้ว” มันยังคงมีท่าทียึกยัก จนผมต้องดุมันออกไป “เร็ว!” ถึงจะยอมเชื่อฟังกัน 

“ครับ” 

น้ำนิ่งตักข้าวให้กับตนเองและนั่งลงกินข้าวตามคำสั่งของภูวา ทำให้ภูวาหยุดกินและนั่งมองไปยังคนตัวเล็กที่ตอนนี้กินข้าวอย่างไม่สนใจอะไร จนแก้มทั้งสองข้างมันตุ่ยขึ้น  

‘ทั้ง ๆ ที่มันก็หิวมากขนาดนี้ ยังมัวมาดูแลผมอีก มึงเป็นคนยังไงกัน เป็นคนกวนตีนกวนประสาท เป็นไอ้เด็กตัวเท่าอก หรือ เป็นคนน่ารักสำหรับกูกันแน่’ ครั้งนี้ผมไม่เถียงว่ามันน่ารัก อาจจะเพราะรูปร่างน่าตาของมันที่ดูออกไปทางนั้น แต่มีสิ่งที่มันน่ารักกว่าหน้าตาของมัน คือ นิสัยของมัน ที่เมื่อได้เปิดใจและสัมผัสกับมันอย่างใกล้ชิดจึงพบ 

“พี่ไม่กินเหรอครับ” น้ำนิ่งเงยหน้าขึ้นมาถามคนที่เอาแต่นั่งมอง 

“กูอิ่มแล้ว กินไป ชอบไม่ใช่เหรอ” 

“ครับ” 

“เออ กินไป เด็กกำลังโต” 

“ผมโตนานแล้วเหอะพี่ ไม่เด็กแล้ว” 

“เหรอ งั้นก็แสดงว่ากินได้แล้วสิ” 

กึก คำพูดของภูวาทำให้ข้าวที่กำลังจะข้าวปากค้างอยู่แบบนั้น "ไม่ ๆ พี่ ผมยังเด็กยังไม่โตเลย ยังกินไม่ได้" 

“หึ เด็กเวรเอ้ย กินข้าวไป กินอิ่มแล้วเอาจานไปไว้ในซิงค์ เดี๋ยวมีแม่บ้านมาล้าง” 

“ไม่เป็นไรครับ” น้ำนิ่งโบกมือออกมา “ผมล้างได้” 

“กูบอกให้วางไปก็วางไว้ เข้าใจ” ภูวายกมือขึ้นชี้หน้าของน้ำนิ่ง  

หงึก ๆ น้ำนิ่งทำอะไรไม่ได้นอกจากพยักหน้าตกลงตามคำสั่งของภูวา เพราะไม่อยากไปสร้างอะไรให้พี่เขาต้องขมวดคิ้ว อยากทำให้พี่เขามีความสุขและสบายใจเมื่ออยู่ด้วยกัน จะได้ลืมความเครียดที่ฝังอยู่ในสมองของเขาสักที 

“ดี แล้วเดินออกไปหากูที่โซฟา” 

“ครับ” 

สิ้นเสียงของน้ำนิ่ง ภูวาจึงหันหลังเดินออกไปยังโซฟา โดยนั่งมองวิวข้างนอกระเบียง ตอนนี้ดาวกำลังลอยอยู่บนฟ้ารอบ ๆ ดวงจันทร์ที่ส่องแสงสว่าง อืม ภูวารู้สึกผ่อนคลายไปกับการดื่มด่ำบรรยากาศ 

  

 

ครืด ครืด 

ภูวาหยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงของตนด้วยใบหน้าไม่สบอารมณ์ 

  

 

 

น้ำตาล 

คืนนี้พี่ภูวาว่างไหมคะ 

  

 

ภูวามองข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือด้วยสายตาว่างเปล่า จนได้ยินเสียงช้อนกระทบกับจานจากทางข้างหลัง ทำให้ ภูวาหันไปมองคนที่กำลังนั่งกินข้าวด้วยแววตามีความสุข 

   

 

ภูวา ไม่ว่าง และต่อจากนี้ผมคงไปเจอน้ำตาลไม่ได้แล้ว  

โชคดีนะครับ  

บล็อก 

  

 

คนแรกผ่านไป คนต่อไปก็เด้งขึ้นมา 

  

 

นนท์ 

พรุ่งนี้เรามีนัดกัน มารับนนท์ด้วยนะครับ 

  

 

 

ภูวา 

ผมคงไปรับนนท์ไม่ได้แล้ว 

ต่อจากนี้คงไม่ได้เจอกันอีก ขอให้โชคดีนะครับ 

บล็อก  

 

 

 

น้ำมนต์ พี่ภูคิดถึง 

  

 

 

ภูวา 

ต่อไปนี้ขอยกเลิกการเป็นเด็กของผมนะครับ โชคดีครับ 

บล็อก 

               

 

ภูวายังคงนั่งเปิดข้อความชองเด็กในสต๊อกที่ส่งมาและทำการบล็อกทุกคนไม่ว่าใครก็ตามไม่มีข้อยกเว้น ที่ผมทำแบบนั้นออกไป ก็เพราะว่าตอนนี้ผมมีเด็กเวรมาเป็นแฟนแล้ว ถึงจะยังไม่ได้รักมัน แต่ก็ขึ้นชื่อว่าแฟน ผมให้เกียรติมัน และก็ไม่อยากให้ใครต่อใครมาบอกว่ามันถูกผมหลอก เดี๋ยวมันจะร้องไห้งอแงเอา ขี้เกียจง้อเด็ก ง้อไม่เป็น 

“พี่ภูวา ผมมาแล้ว” ผมหันไปตามเสียงเรียกของมัน 

“เออมานั่งนี่มา” 

“ครับ” น้ำนิ่งเดินไปนั่งข้าง ๆ ภูวาตามที่เจ้าตัวบอก เมื่อคนตัวเล็กอยู่ในตำแหน่งข้างตัวแล้ว ภูวาจึงพาดแขนของตนไปยังพนักพิง 

“เอาโทรศัพท์ออกมา” 

“หือ เอาไปทำไมครับ” ถึงจะถามออกไปแบบนั้น แต่ก็ควักออกมา 

“เอามาแอดเบอร์ แอดไลน์ แอดเฟซ แอดทุกอย่างที่จะทำให้มึงมีช่องทางติดต่อของกูครบทุกอย่าง” 

“คะ…ครับ” หน้าแดง หน้าแดงเก่งจังนะมึง แต่…ก็น่ารักดี 

“เฟซพี่ภูวาชื่ออะไรครับ” 

“ภูวา ภูวเนศวร์” 

“ชื่อเพราะจังครับ” 

“เออ ขอบใจ ชื่อเพราะอย่างเดียวเหรอ” ภูวาถามน้ำนิ่งที่ตอนนี้กำลังค้นหาชื่อเฟซ 

“ครับ?” 

“นอกจากชื่อเพราะแล้ว กูยังมีอีกอย่างนะ” 

น้ำนิ่งเงยหน้าจากจอโทรศัพท์มือถือ เพื่อรอฟังคำพูดของภูวา “อะไรครับ” 

“ความหล่อของกูไง” 

“ผมว่าผมค้นหาชื่อเฟซต่อดีกว่าครับ” หลังจากได้ยินสิ่งที่ภูวาตอบออกมา น้ำนิ่งจึงก้มหน้าลงไปเช่นเดิม 

“กวนตีนนะมึง” ภูวาผลักหัวของน้ำนิ่ง 

“ผมแอดแล้วครับ” 

“เออ” 

  

  

  

 

 

“วันนี้ท้องฟ้าสวยจังเลยนะครับ สวยเป็นพิเศษเลย” น้ำนิ่งหันไปบอกคนข้างกายที่กำลังจ้องมองมา 

“อืม สวย วันนี้มันสวยกว่าปกติ” แค่สายตาที่จ้องมองมาก็เขินพอตัวอยู่แล้ว นี่อะไร ทำไมถึงใช้คำพูดมาแอคแทคหัวใจของนายนำนิ่งคนนี้กัน 

“เรามาถ่ายรูปกันไหมครับ” น้ำนิ่งเอ่ยขอคนข้างตัวไปอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ 

“มาสิ เขยิบเข้ามาหากู เอากล้องมาเดี๋ยวจับให้” ภูวาแบมือขอกล้องจากคนข้างตัว 

“นี่ครับ” น้ำนิ่งมอบกล้องให้ภูวาและเขยิบเข้ามาชิดคนจับกล้อง จึงทำให้น้ำนิ่งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของภูวา 

“ยิ้มนะ 1 2 3” แชะ แชะ แชะ เสียงชัตเตอร์ยังคงดังต่อเนื่อง แม้แต่น้ำนิ่งหยุดโพสต์และแต่กล้องก็ยังทำงาน โดยฝีมือของภูวา 

“พอแล้วพี่ ขอกล้องด้วยครับผมจะดูรูป” 

“เออ เอาคืนไป” 

น้ำนิ่งรับกล้องคืนไปและเปิดรูปถ่ายเลื่อนดูอยู่แบบนั้น จนทำให้คนมองอย่างภูวารู้สึกว่าภาพในตอนนี้เป็นภาพที่ดี จึงยกโทรศัพท์มือถือของตนเองเข้ากล้องและกดถ่ายคนข้างตัว โดยไม่ลืมปิดเสียง 'อืม สวย ตอนนี้หน้าจอมือถือมันก็ยังว่างไม่มีรูปอะไร เอารูปของมันตั้งก็แล้วกัน ที่ตั้งไม่ใช่อะไร แค่ไม่มีรูปเฉย ๆ ถือว่ายืมหน่อยก็แล้วกัน' 

“พี่ภูวาครับ” 

“ว่า” 

“ผมโพสต์ลงเฟซได้ไหม” 

“…” ภูวาไม่ได้ตอบอะไรออกไปนอกจากมองไปยังน้ำนิ่ง 

“เอ่อ งั้นไม่โพสต์ก็ได้ครับ” 

“กูยังไม่ได้พูดอะไรจะหงอยทำไม อยากโพสต์ก็โพสต์แล้วแท็กมาด้วยละกัน” 

“อื้อ ขอบคุณครับ” น้ำนิ่งหันกลับไปอัพรูปลงโซลเชียลหลังจากได้รับการอนุญาตแล้ว 

  

  

น้ำนิ่ง สายนที อยู่กับ ภูวา ภูวเนศวร์ 

ลาบโป้ง ลาบก้อย ลาฟยูว 

[ แนบรูป ] เป็นรูปคู่ที่น้ำนิ่งนั้นฉีกยิ้มสดใสออกมา ต่างจากภูวาที่มองกล้องแต่ตาไม่ได้โฟกัสไปที่หน้าจอฝั่งตนเอง แต่สายตามันดันไปโฟสกัสกับหน้าจออีกฝั่ง 

ถูกใจ คอมเมนต์ แชร์ 

  

@ ไมค์ : เปิดตัวเหรอ ยังไงเอ่ย พวกมึงมาดู @ ไวท์ @ ธาร 

  

“พี่ภูวาเพื่อนพี่มาแสดงความคิดเห็น พี่เข้าไปตอบหน่อยสิ ผมไม่กล้าตอบ” น้ำนิ่งหันไปหาคนข้างตัวที่นั่งมองวิวนอกระเบียง 

“เออ เอามือถือมา” 

“ไม่ ๆ ผมให้พี่เข้าเฟซพี่แล้วไปตอบ” 

“ขี้เกียจควัก เอามา เป็นแฟนกันแล้ว มือถือมึงก็เหมือนของกู เร็ว” 

“ครับ ก็ได้” น้ำนิ่งส่งมือถือไปให้คนที่ปากบอกว่าขี้เกียจ ที่แท้คงไม่อยากให้เด็กในสต๊อกรู้สินะ นี่ไม่รู้ว่าแท็กไปจะขึ้นหน้าเฟซพี่มันรึเปล่า หรือไม่พี่มันอาจปิดการแท็กเอาไว้ 

  

@ ไมค์ : เปิดตัวเหรอ ยังไงเอ่ย พวกมึงมาดู @ ไวท์ @ ธาร 

@ น้ำนิ่ง สายนที : @ ไมค์ ทำไมต้องเปิด ก็กูไม่ได้ปิด 

@ ไมค์ : @ น้ำนิ่ง สายนที ดูจากคำตอบคงไม่ใช่น้องน้ำนิ่ง ตอบแน่นอน เดี๋ยวนี้คุมโซเชียลเด็กแล้วเหรอวะ 

@ น้ำนิ่ง สายนที : @ ไมค์ มันไม่ใช่เด็กกู แต่มันเป็นแฟนกู จบนะ 

  

“เอา เอาโทรศัพท์มึงคืนไป” ภูวายืนโทรศัพท์กลับคืนเจ้าของ แต่แปลกที่มันไม่ยอมรับ “ทะ…” เสียงภูวาที่กำลังจะเอ่ยถามออกมาต้องเงียบลงไป เมื่อคนข้างตัวเอนหัวลงมาซบกันอย่างไม่รู้ตัว 

ภูวาไม่ได้ผลักใสหัวของของน้ำนิ่งให้ออกจากไหล่ของตน นอกจากจัดแจ้งให้มันเข้าที่ มันจะได้ไม่ต้องส่งเสียงออกมาเมื่อไม่สบายตัว “ดื้อมาทั้งวันสุดท้ายมาหมดฤทธิ์เอาง่าย ๆ แบบนี้ ไม่สมกับเป็นมึงเลยนะเด็กเวร ฝันดี” 

“อือ” น้ำนิ่งส่งเสียงออกมา 

“เออ ๆ ไม่พูดแล้วนอน ๆ”  ภูวาลูบหัวคนที่ทำท่าเหมือนจะตื่นขึ้นมาให้สงบลงไปอีกครั้ง 

  

  

ขอบคุณที่มาเจอกันและปรากฎตัวให้คนอย่างฉันนั้นเปลี่ยนไป 

 

 

 

 

เข้ามาพูดคุยกัน ได้ที่เฟซบุ๊ก : นักเขียน หน้าใหม่ ได้นะคะ 

สามารถเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ โดยใช้ 

#ภูวาน้ำนิ่ง 

ส่วนทวิตของไรท์ @Mousyy8893 

ไปเล่นกันเยอะ ๆ น๊า 

ช่วยคอมเมนต์และรีวิวเพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว