facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 47 การประลองเมืองบุปผาแดง (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 47 การประลองเมืองบุปผาแดง (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 302

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2563 18:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 47 การประลองเมืองบุปผาแดง (2)
แบบอักษร

ตอนที่ 47

 

ระหว่างที่ ซุน กำลังตกอยู่ในภวังค์สมาธิ... จู่ ๆ ก็สัมผัสได้ถึงแรงที่กดลงมาบนฝ่าเท้าอย่างรุนแรง ประหนึ่งมีคนทิ้งน้ำหนักทั้งร่างลงมา เป็นเหตุให้ภวังค์เหล่านั้นถูกทำลายจากสมาธิที่สูญเสียไป... 

 

ซุน ใบหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงความเจ็บปวดใด ๆ หันมองเพียงปลายเท้าตน ก็พบว่ากำลังถูกเท้าของอีกฝ่าย เหยียบพยางขยี้โดยเจตนา... 

“ไง... เจ้าเด็กบ้านนอกแบกศิลา เจอกันอีกแล้วน่ะ...” หานเฉียง เค้นเสียงพลางชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ โดยอาศัยร่างที่สูงใหญ่และกำยำยิ่งกว่า... ซึ่งผู้ที่กำลังเหยียบเท้าของ ซุน ก็มิใช่ใครอื่นนอกจากเด็กหนุ่มผู้นี้... 

 

อีกทั้งนอกเหนือจาก หานเฉียง แล้ว ซุนยังเห็นกลุ่มผู้เยาว์อีกหลายคน ตีวงโอบล้อมกระชับเข้ามา รอยยิ้มของแต่ละคนล้วนดูชั่วช้า คล้ายกำลังกดดันกลั่นแกล้ง ส่อเจตนาร่วมกับ หานเฉียง... 

 

ซุน กดหัวคิ้วต่ำลง... ก่อนจะใช้กำลังยกเท้าตนเองขึ้น ในสภาพที่ หานเฉียง ทิ้งน้ำหนักลงมาอย่างง่ายดาย เพราะเมื่อเปรียบกันแล้ว น้ำหนักตัวของ หานเฉียง ยังไม่ถึง 1 ใน 4 ส่วนของ ขวานศิลา ที่ ซุน แบกเอาไว้ด้วยซ้ำ 

 

ร่างของผู้กำยำตัวโตลอยสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ หานเฉียง เสียหลักเกือบจะหน้าคะมำลงที่พื้น... ใบหน้าของ หานเฉียง บิดงอไม่คิดว่าตนจะถูกยกลอยขึ้นในสภาพเช่นนั้นได้ ปักใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมิใช่เป็นเพราะพละกำลังของอีกฝ่าย แต่คิดว่า เหยาซุน น่าจะใช้กลอุบายบางอย่าง... 

 

“บัดซบ!!” 

 

หานเฉียง กำหมัดแนบแน่นขึ้น...  

จังหวะนั้นก็ได้มีเสียงกระแอมด้านหลักย้ำเตือนสติ... 

 

หานเฉียง มองเห็นสายตาของยอดฝีมือสวมชุดมือปราบ มีปลอกแขนองครักษ์ตระกูลฉี หนึ่งในผู้รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในระแวกนี้เขม็งมองมา... หาก หานเฉียง ก่อความวุ่นวายขึ้น หรือมีการปะทะนอกเวทีประลอง ผู้ที่ริเริ่มก่อนจะถูกตัดสิทธิการแข่งในทันทีตามกฎการประลอง... 

 

จุดที่ ซุน และ หานเฉียง อยู่ในตอนนี้ คือจุดรวมผู้เข้าร่วมแข่งขัน ที่ยังไม่ได้ขึ้นบนเวที ดังนั้นการพบเจอกันของทั้งคู่ จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ... หานเฉียง นับเป็นผู้มีอิทธิพลในหมู่ผู้เยาว์มากที่สุดในเมืองบุปผาแดงแห่งนี้ ต่อให้ผู้เยาว์คนอื่น ๆ มาจากต่างขุมกำลัง สุดท้ายก็ล้วนแล้วแต่เป็นลูกสมุนของ หานเฉียง ทั้งสิ้น การจะควานหาตัว ซุน ในกลุ่มคนนับร้อยก็มิใช่เรื่องยากเย็น... 

 

“นับว่าเจ้ากล้ามาก ที่ประกาศว่าตนจะชนะเลิศในการประลองนี้... แสดงว่าเจ้าไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเลยงั้นสินะ เมื่อ 10 วันก่อน หากไม่มี แม่นางฉี เข้ามาห้ามไว้ล่ะก็(ตอนที่ 33) มีหรือที่เจ้าจะยังมีโอกาสยืนประจันหน้าข้าในตอนนี้ได้...” หานเฉียง เค้นเสียงดุดัน 

 

ซุน เกาศีรษะ เล็กน้อยแสดงสีหน้าครุ่นคิด... 

“นั่นสินะ ข้าคงไม่เห็นเจ้าอยู่ในสายตาจริง ๆ ทั้งที่เจ้ากำลังประกาศปาว ๆ พ่นวาจาไร้สาระอยู่เบื้องหน้าข้าในตอนนี้ แต่มันก็ยังทำให้เข้านึกหน้าเจ้าไม่ออกเลยว่า ข้ากับเจ้าพบเจอกันเมื่อใด?! ว่าแต่เจ้าชื่ออะไรนะ หากอยากให้ผู้อื่นเป็นที่จดจำ ใยมิแขวนป้ายชื่อไว้ที่คอเล่า?!” 

 

หานเฉียง ถลึงตาขึ้นทันที เดือดดาล 

“สารเลว!! ไว้เราจะได้เห็นดีกัน!!” 

 

หานเฉียง จำเป็นต้องถอยจากไป เพราะหวั่นเกรงว่าจะระงับโทสะตนเองไม่ได้... หากพลั้งเผลอสังหาร ซุน ทิ้งในตอนนี้ซึ่งมิใช่บนเวทีประลองจะถือว่าผิดเงื่อนไขการเดิมพัน ตระกูลหาน อาจจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด... 

 

เหล่าลูกสมุนยังคงล้อมหน้าล้อมหลัง หานเฉียง ตามประสาผู้มีอิทธิพล... 

“พวกเจ้าทั้งหมด จงลอบกระจายข่าวออกไปในหมู่ผู้เข้าประลอง... หากใครสามารถจัดการกับเจ้าบ้านนอกแบกศิลานั่นได้ ข้ายินดีจะจ่ายให้คนผู้นั้น หนึ่งแสนเหรียญทอง เทียบเท่ารางวัลชนะเลิศในการประลองครั้งนี้!!” หานเฉียง สั่งการเหล่าลูกสมุนที่ติดตาม 

 

แน่นอนว่ามันได้กระตุ้นให้ทุกคนเบิกตากว้างในทันที การเอาชนะคนเพียงคนเดียว กลับมีเงินรางวัลเทียบเท่าการชนะเลิศ ใครบ้างจะไม่สนใจ... เพียงไม่นานข้อมูลนี้ก็แพร่กระจายในหมู่ผู้เยาว์ที่เข้าประลองเกือบทั้งหมด สายตาของทุกคนค่อย ๆ จับจ้องมายัง ซุน ประหนึ่งเหยื่อที่มีค่าหัวมหาศาล... 

 

แต่ด้านเจ้าตัวหาได้สนใจไม่...  

ยังคงชมการประลองต่อไป... 

 

“เจ้านี่ชื่นชอบสร้างความวุ่นวายไม่เปลี่ยนเลยนะ... ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มขึ้นเวทีแท้ ๆ แต่เจ้าได้กลายเป็นศัตรูกับผู้เยาว์ทุกคนในเมืองนี้เป็นที่เรียบร้อย...” เสียงของหญิงสาวแว่วดังมาด้านหลัง ก่อนจะพบว่าคนผู้นั้น ฉีลู่ชิง สาวงามอันดับ 1 ของเมืองบุปผาแดง ทั้งยังเป็นหนึ่งในตัวเต็งการประลองในครั้งนี้ 

 

ซุน เผยรอยยิ้มเจือจาง... 

“เรื่องวุ่นวาย มันเป็นฝ่ายชื่นชอบข้าเองต่างหาก... แล้วก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่มองข้าเป็นศัตรู อย่างน้อยก็มีเจ้าคนหนึ่งมิใช่หรือ ที่เป็นมิตรกับข้า?!” 

 

นางสาวส่ายหน้าเบา ๆ ด้วยความเอือมระอา สืบเท้าเข้ามาชมการประลอง ข้าง ๆ ซุน... 

“แต่ข้าจะไม่ออมมือแน่ หากต้องเผชิญหน้ากับเจ้าบนเวที...” 

 

“แต่ข้ายินดีจะออมมือให้เจ้า หากในตอนที่เผชิญหน้ากัน เจ้ายอมปลดผ้าที่ปิดใบหน้าครึ่งหนึ่งของเจ้าออก...” เด็กหนุ่ม กล่าวเหน็บแนมตามประสา  

 

นางขมวดคิ้วเล็กน้อย... แต่ก็ไม่กล่าวสิ่งใดตอบโต้ นางยังคงเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง แน่นิ่งดุจศิลา บุคลิกและอุปนิสัยของนาง ช่างแตกต่างกับ ซ่งจื่อฮุ่ย ชนิดที่ว่าคนละขั้วกันเลย... แต่สิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่ล้วนมีไม่แตกต่าง คงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เพศตรงข้ามรู้สึกอยากเข้าหา แม้จะต้องแบกรับความเสี่ยงมากเพียงใดก็ตามที...  

 

หนึ่งชั่วยามผ่านไป (2 ชั่วโมง) 

 

การประลองในรอบแรกจบสิ้นไปแล้วว่า 60 สายประลอง ตัวแทนผู้เยาว์จำนวนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่จะเปล่งประกายเหนือผู้ใด... โดยมากผู้ที่ผ่านเข้ารอบจะเป็นผู้เยาว์ในชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินทั้งสิ้น การประลองรอบแรกมิต่างจากการคัดสรรค์ผู้ที่เหมาะสมแท้จริง... 

 

ฉีลู่ชิง และ หานเฉียง ผ่านรอบแรกได้โดยไร้รอยขีดข่วนตามที่ทุกคนคาดไว้... ทั้งสองใช้เวลาในการเอาชนะเพื่อผ่านเข้ารอบ ด้วยเวลาอันสั้นไม่ถึงหนึ่งร้อยอึดใจเท่านั้น สืบเนื่องด้วยชื่อเสียงของทั้งสองล้วนเป็นที่ครั่นคร้าม น้อยคนนักที่จะกล้าเผชิญหน้า เพียงแค่รู้ว่าต้องอยู่สายประลองเดียวกับ ฉีลู่ชิง และ หานเฉียง กลุ่มผู้เข้าแข่งขันกว่าครึ่งก็สมัครใจถอนตัวในทันที ไม่เสี่ยงพบเจออาการบาดเจ็บ... 

 

“ผู้เข้าประลองในสายที่ 64 เชิญขึ้นเวที” กรรมการประกาศขึ้น... 

 

ข่าวลือเรื่องการเดิมพันของตระกูลหาน และ ตระกูลซ่ง ได้แพร่กระจายออกไปแล้วในหมู่ชาวเมือง มันยิ่งทำให้หลายคนจับตามองผู้เยาว์แปลกหน้านาม เหยาซุน ตัวแทนตระกูลซ่งเป็นพิเศษ!! เพราะผลลัพธ์ในการต่อสู้ของ เหยาซุน สามารถกำหนดทิศทางของสองตระกูลใหญ่ได้เลย 

 

ซุน เดินแหวกกลุ่มผู้เข้าประลอง ขึ้นเวทีเป็นคนแรก ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จดจ้อง มองตัวของ ซุน มิต่างบ่อเงินบ่อทอง เพียงแค่จัดการ ซุน ได้ก็จะได้รับค่าหัวเทียบเท่ารางวัลชนะเลิศ!! อีกทั้ง ซุน ยังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในการแบกขวานศิลาไว้บนหลัง ต่อให้ไม่ต้องกวาดตามองหา ก็ยังระบุตัวได้ง่ายดาย... 

 

หานเฉียง แสยะยิ้มขึ้น... 

“เศษสวะหยั่งเจ้า... ไม่จำเป็นต้องถึงมือข้าด้วยซ้ำไป!!” 

 

เวทีประลองที่ผ่าน ๆ มา ที่ทุกคนล้วนกระจายตำแหน่งระแวดระวังรอบด้าน... แต่ทว่า บนเวทีประลองในสายที่ 64 นี้ มีการแบ่งแยกตำแหน่งเพียงสองส่วนอย่างชัดเจน!! ซุน ยืนอยู่เพียงลำพังเท่านั้น ส่วนผู้เยาว์ที่เหลืออีก 12 คน กระจุกรวมกันเป็นกลุ่มก้อน ส่งสายตาส่อเจตนาชัดเจน พร้อมอาวุธหลากหลายประเภทในมือ... 

 

ถึงแม้ว่าผู้เข้าประลองทั้งหมดในรอบแรกนี้ จะรุมเล่นงาน ซุน คนเดียว แต่การทำเช่นนี้ ไม่นับเป็นการผิดกฎ... ขอเพียงผลลัพธ์ที่ออกมา ปรากฏตัวแทนคนสุดท้ายก็ถือว่าเป็นการประลองที่สมบูรณ์... 

 

บนอัฒจันทร์หลัก ที่นั่งพิเศษ... 

 

ชายชรา ซ่งไห่เฟิง อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น... โดยมีหญิงสาว ซ่งจื่อฮุ่ย นั่งรับชมการประลองอยู่เคียงข้าง สีหน้าของหญิงสาวไม่รู้ดีนัก สองมือกุมกันไว้แนบแน่น คล้ายนางกำลังสวดภาวณาต่อสวรรค์ ให้คุ้มครอง ซุน อีกแรง... 

 

ด้าน หานเต้าหยี แสยะยิ้มลูบปลายคางเบา ๆ ชายชราย่อมทราบเรื่องที่บุตรชายแพร่กระจายค่าตัวของ ซุน ออกไป เพราะตนคือผู้ที่สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง... 

“หานเฉียง ทำได้ดีมาก สมเป็นบุตรข้า...” 

 

เจ้าเมือง ฉีเฟยเทียน เผยรอยยิ้ม แววตาดูให้ความสนใจอย่างยิ่ง... 

“ช่างน่าสนุกจริง ๆ เหยาซุน ถูกเพ่งเล็งตามที่คาดไว้ อยากรู้ยิ่งนักว่าเจ้าเด็กคนนั้นมันจะรับมือกับสถานการณ์เยี่ยงไร... เฟยหลง เจ้ามีความเห็นยังไงงั้นหรือ?!” เจ้าเมือง เอ่ยถามบุตรชาย ผู้นำตระกูลฉี 

 

ฉีเฟยหลง จดจ้อง ซุน บนเวทีไม่วางตา พิจารณาก่อนจะกล่าว... 

พยัคฆ์แท้จริง...ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บซ่อนรัศมีแห่งพยัคฆ์ 

 

บนเวทีประลอง... 

 

เกร้ง! เสียงโซ่ตรวนที่พันรอบตัวค่อย ๆ ถูกปลด ก่อนที่ ซุน จะจับด้ามขวานศิลาด้วยสองมือแนบแน่น แววตาของเด็กหนุ่ม สาดประกายรัศมีออร่าเจือจางแผ่ล้น บ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมรับมือทุกชั่วขณะ 

 

เหล่าผู้เยาว์นับสิบเบื้องหน้า อดไม่ได้ที่ผงะไปเล็กน้อย... 

 

“ยะ...อย่าไปกลัวมัน!! ชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นแรก ไม่มีทางรับมือพวกเราทั้งหมดพร้อมกันได้ อีกทั้งน้ำหนักของขวานศิลานั่นคงไม่ใช่น้อย การถือไว้ในมือย่อมทำให้มันไม่อาจใช้วิชาตัวเบาหลบหนีการโจมตีที่ถาโถม!!” หนึ่งในลูกสมุนของ หานเฉียง แผดเสียงขึ้นปลุกระดม 

 

กรรมการบนเวที หันมองความพร้อม... ก่อนจะยกมือขึ้นเป็นสัญญาญ... 

“เริ่มการประลองได้!!” 

 

สิ้นเสียงกรรมการ กลุ่มผู้เยาว์นับสิบก็แผดเสียงคำรามด้วยความฮึกเหิม เงินนับแสนเหรียญมองกองอยู่ตรงหน้า รอการไขว่คว้าจากพวกมัน ทุกผู้ยกชูอาวุธทะยานร่างพุ่งตรงเข้าหา ซุน ในทันที ประหนึ่งกองกำลังขนาดย่อม... 

 

เด็กหนุ่มและขวานศิลาในมือ ยังคงแน่นิ่งไม่ไหวติง... จิตใจไม่สั่นคลอนแม้ถูกรายล้อม สายตาของ ซุน มิได้มองที่ใบหน้าหรือศาสตราในมือของคู่ต่อสู้แม้แต่น้อย สิ่งที่ ซุน กำลังจับจ้องคือปลายเท้าที่กำลังวิ่งเข้ามา... 

 

อีก 10 ก้าว... อีก 7 ก้าว... อีก 5 ก้าว... อีก 3 ก้าว... 

 

อีกหนึ่งก้าว!! 

 

ปลายศาสตราของทุกคนห่างจาก ซุน เพียงหนึ่งคืบ...  

แต่พวกมันก็ได้เข้าสู่ระยะของ ซุน เป็นที่เรียบร้อย... 

 

“ปัดกวาด!!” 

 

ตูม!! 

 

 ซุน กวัดแกว่งขวานศิลาออกไปเพียงครั้ง ก่อเกิดพลังทำลายอันมหาศาล... ศาสตราเบื้องหน้าที่หันชี้มายัง ซุน ล้วนแล้วแต่แตกหัก หมดสภาพคามือของเหล่าผู้เยาว์ที่พุ่งเข้ามา!! อีกทั้งความน่ากลัวของเพลงขวานวายุ ยังทำให้ก่อเกิดกระแสลมที่กรรโชกรุนแรง พุ่งกระแทกเข้าใส่ร่างของผู้เยาว์นับสิบ จนลอยสูงเหนือพื้นดิน กว่าจะตกลงเบื้องล่าง มันก็มิใช่พื้นเวทีประลองอีกต่อไป 

 

กลุ่มผู้เยาว์นับสิบตกจากเวที ภายในการกวัดแกว่งขวานศิลาเพียงครั้งเดียว... 

 

“!!!!!!!!!!!!” รอบข้างสนามประลองพลันเงียบงัน ทุกคนตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็นจนแทบหลงลืมวิธีการหายใจ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากชนิดที่ว่าหากผู้ใดกระพริบตาในช่วงเวลานั้น ก็เท่ากับพลาดโอกาสที่จะเห็นฉากตัดสิน 

 

ซุน เผยรอยยิ้มเจือจาง กวัดแกว่งขวานศิลาเบา ๆ ก่อนจะปักปลายขวานลงที่พื้นเวที เกิดแรงสั่นสะเทือนไปรอบ ๆ จากน้ำหนักของขวานศิลา ใช้เรียกสติผู้ที่ตกตะลึง... 

“กรรมการ... ผลการประลองเล่า?!” 

 

กรรมการบนเวที เบิกตากว้างขึ้น ตกตะลึงจนหลงลืมหน้าที่... 

“กะ...การประลอง สายที่ 64 เหยาซุน ตัวแทนจากสำนักขวานวายุตระกูลซ่ง ผ่านเข้ารอบ!!” 

 

เฮ้!!! เสียงกู่ร้องรอบเวทีจากชาวเมืองนับหมื่น กระหึ่มขึ้นในพริบตา 

 

............................................ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว