ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Ep.23 ตอนพิเศษ โฉวเฟย&เซี่ยหลาน

ชื่อตอน : Ep.23 ตอนพิเศษ โฉวเฟย&เซี่ยหลาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 302

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 04 เม.ย. 2564 11:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep.23 ตอนพิเศษ โฉวเฟย&เซี่ยหลาน
แบบอักษร

เรื่องราวและจูบสุดท้าย... 

เมื่อหลายปีที่ผ่านมาโฉวเฟยและตงหลางเคยอาศัยอยู่ที่เมืองหลวงก่อนที่สองพี่น้องจะพากันออกเดินทางจากเมืองหลวงไปยังชายแดนตะวันออก และปักหลักอยู่แถวชายแดนนั้นเลยไม่กลับไปที่เมืองหลวงตลอดมา แต่มีบางวันและบางเดือนที่สองพี่น้องจะผลัดกันเข้าไปเมืองหลวงเพื่อหาซื้อยาที่ในธรรมชาติไม่มีและเข้าไปหาข่าวว่าในเมืองหลวงเกิดอะไรขึ้นบ้าง สถานการณ์ทางการเมือง การค้า การปกครองเป็นอย่างไร เพราะเดินทางไปอยู่ชายแดนไม่ค่อยจะมีข่าวในเมืองหลวงไปส่งหรือรับรู้ข่าวสารต่างๆ สองพี่น้องจึงต้องผลัดกันเข้าไปหาข่าวในเมืองหลวงเพื่อเตรียมรับมือกับการทำศึกต่างแคว้นหรือไปยึดแผ่นดินของแคว้นข้างเคียง แต่โชคดีที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันไม่ค่อยสนใจในการทำศึกแย่งแผ่นดินแคว้นข้างเคียง แต่มุ่งเน้นไปทางเกษตรกร การค้า และความเป็นอยู่ของประชาชนในแคว้น ไม่แสวงหาอำนาจ เพียงแต่ต้องการให้ประชาชนมีดีอยู่ดีอย่างสงบ แต่ก็ไม่อาจรอดต่อการที่ฮ่องเต้แคว้นอื่นที่แสวงหาอำนาจและพื้นที่ที่มีการทำมาค้าขึ้น แคว้นที่รุ่งเรืองที่สามารถทำกำลังให้แก่ประเทศได้ ส่งแม่ทัพมาทำศึกตลอดจนจะทำให้แคว้นตกไปเป็นทาสของแคว้นที่ใช้อำนาจไปในทางที่ไม่ดี...

แต่เรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อนที่โฉวเฟยและตงหลางจะย้ายออกไปอยู่ที่ชายแดน

.. 

วังหลวง

"เสด็จพี่ท่านจะทำเช่นนี้จริงหรือพ่ะย่ะค่ะ" องค์ชายเก้าที่เดินตามองค์รัชทายาทโฉวฮู่เฟยมาพูดขึ้นเมื่อคนพี่ว่างแผนที่จะออกจากวังหลวง

"น้องเก้าเจ้าจะตามข้ามาทำไม เจ้าก็รู้เสด็จพ่อรักเจ้ามากพอๆ กับน้องห้าเลย เจ้าควรที่จะไปอยู่กับท่าน" รัชทายาทรับสั่งกับอนุชาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

"ท่านไม่ต้องหาข้ออ้างเลยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่ ถึงเสด็จพ่อจะทรงรักกระหม่อมกับพี่ห้ามากที่สุด ก็ใช่ว่าเสด็จพ่อจะไม่รักเสด็จพี่คนอื่นๆ ท่านจะละทิ้งทุกอย่างไปเช่นนี้ท่านไม่กลัวพี่สามจะต้องมาแบกรับหน้าที่นี้แทนท่านหรืออย่างไร ท่านก็รู้พี่สองมีนิสัยเช่นไร" อนุชาพูดถึงพระเชษฐาคนอื่นๆ เพื่อพระเชษฐาคนโตจะนึกอะไรขึ้นบ้าง

"น้องรัก..ข้าอยู่ในตำแหน่งนี้ไม่ได้! เจ้าก็รู้ เสด็จแม่ใช้ตำแหน่งฮองเฮาแลกมาด้วยตำแหน่งรัชทายาทของข้า ท่านแม่ทำทุกอย่างเพื่อให้บุตรชายคนโตขึ้นครองราชย์ แต่ข้าไม่ได้ต้องการเช่นนั้น ข้ามีชีวิตอยู่เช่นนี้ได้ไม่นานเจ้าก็รู้ เสร็จแม่ก็รู้ความสามารถของน้องสามน้องสี่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าข้าเลย แต่เสด็จแม่ก็อยากให้ข้าครองราชย์บัลลังก์ ทั้งๆ ที่ข้าก็ไม่ได้อยากได้เลยแม้แต่น้อย ถ้าว่ากันตามจริงตำแหน่งนี้ไม่ควรเป็นของข้าด้วยซ้ำ" พี่ชายคนโตพูดออกมาอย่างเหลืออด หลังจากที่แม่ของเขาทำทุกวิถีทางให้ลูกชายได้ขึ้นครองราชย์จนตนต้องตายไป

"ถ้าหากท่านหนีไปเพราะเหตุนี้เช่นนี้ ข้าแค่กลัวว่าพี่สามจะมีอายุสั้น ท่านลองคิดดูอีกทีเถอะ ข้าว่ามันต้องมีหนทางแก้ไข" น้องที่รักพี่ชายคนโตเอ่ยบอกให้คิดให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป

"ไม่ละเฉินตงข้าจะไป เจ้าอย่าห้ามข้าเลย อีกอย่างเจ้าสามไม่ใช่คนที่จะทำอะไรโดยไม่คิด.." ไม่ว่าอย่างไรมันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

"เสด็จพี่! หากท่านยังดึงดันที่จะไป ข้าก็จะไปกับท่านด้วย ไม่ว่าท่านจะว่ายังไงข้าก็จะไปกลับท่าน! " ข้าจะไปกลับท่านต่อให้ท่านห้ามข้า ข้าก็จะไป...

เช้าวันรุ่งขึ้นฮ่องเต้มีรับสั่งให้บุตรชายคนโตหรือรัชทายาทออกไปทำศึกทางชายแดน ซึ่งฮ่องเต้กับไม่รู้เรื่องเลยว่าการไปในครั้งนี้บุตรชายได้วางแผนที่จะไม่กลับมาในวังนี้อีกเลย เมื่อฤกษ์งามยามดีรัชทายาทแห่งแคว้นเฉินออกเดินทางโดยนำทหารสี่พันนายร่วมออกเดินทางไปด้วยพร้อมกับแม่ทัพฝีมือดีติดตามไปด้วย การเดินทางถึงจะมีอุปสรรคเล็กน้อยทั้งทหาร แม่ทัพ และองค์รัชทายาทของแคว้นก็ต่างไม่ย่อท้อเลยแม้แต่น้อย จนการเดินทางผ่านพ้นไปประมาณสองอาทิตย์เห็นจะได้ ทหารเริ่มจัดตั้งค่ายเพื่อรอทำการรบ ส่งทหารฝีมือดีออกตรวจรอบๆ ค่ายจัดเวรยาม และส่งทหารสายสืบ สายลับออกหาข่าวและข้อมูลของศัตรู จนกระทั่งฝ่ายนั้นส่งผู้นำศาลมาเพื่อขอเจรจา เมื่อรัชทายาทอ่านดูแล้ว การที่จะเดินทางไปเจรจาคาดว่าน่าจะเป็นกับดักของทางฝ่ายนั้น เมื่อเริ่มคิดถึงแผนที่ตนวางไว้สถานการณ์ในตอนนี้ก็อำนวยให้เสียจริงๆ รัชทายาทจึงตอบตกลง เมื่อแผนของตัวเองจะสำเร็จโดยการเอาตัวเองเข้าไปเป็นเหยื่อล่อ บทต่อไปก็คือน้องชายที่แอบตามมาด้วยปรากฏตัว เมื่อทหารเห็นเช่นนั้นก็รีบที่จะส่งตัวองค์ชายเก้ากลับพระราชวังโดยเร็ว เพียงแต่รัชทายาทห้ามไว้ก่อนเพราะพรุ่งนี้เขาจะเข้าไปเจรจากับฝั่งศัตรู โดยให้เหตุผลว่าหากนำทหารบางส่วนคุ้มกันองค์ชายเก้ากลับวังหากการเจรจาในวันพรุ่งนี้รัชทายาทมีอันตรายถึงชีวิตทหารในส่วนหนึ่งที่คุ้มกันอนุชากับวังจะเร่งรีบเดินทางมาไม่ทันในช่วงนั้นก็ลำบากกว่าจะถึงไหนจะอาการล้าจากการเร่งเดินทางอีก หรือหากคนของทางฝั่งนั้นวางแผนจะจับตัวรัชทายาทเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองกับแคว้นแต่จับตัวไม่ได้ ถ้าหากทางฝั่งนั้นรู้ว่ามีองค์ชายเก้าอยู่ด้วยแล้วจะมีทหารคุ้มกันไปส่งที่พระราชวัง หลังจากที่จะมุ่งเป้าหมายมาทางรัชทายาทของแคว้นเฉินที่จับตัวได้ยากแล้ว มุ่งเป้าไปทางองค์ชายเก้าที่มีทหารน้อยนิดคุ้มกันกลับวังก็อาจจะจับตัวได้ง่ายกว่าองค์รัชทายาท รัชทายาทจึงบอกกับทหารและแม่ทัพว่า 'อย่าดูถูกหน่วยข่าวกรองของฝั่งศัตรู ถ้าหากยังรบไม่ชนะ' หลังจากประชุมหาลือเสร็จทหารและแม่ทัพต่างก็แยกย้ายกลับไปที่กระโจมของตัวเอง...

เช้าวันรุ่งขึ้นรัชทายาทเดินทางไปเจรจากับฝั่งของศัตรูพร้อมกับอนุชาที่ขอตามไปด้วย รัชทายาทของแคว้นเฉินและองค์ชายเดินเข้าไปในกระโจมที่ไม่รู้เลยว่าอะไรอยู่ข้างในบ้าง เมื่อเดินเข้าไปในกระโจมลับสายตาของทหารแล้วสิ่งแรกที่รัชทายาทและองค์ชายเก้าเห็นตรงหน้าคือองค์ชายสองและองค์ชายสามของแคว้นเฉินที่นั่งรออยู่ด้านในโดยที่องค์ชายสองนั่งเอาดาบจ่อไปที่คอขององค์ชายสามอยู่

"น้องรองเจ้าทำอะไร" รัชทายาทเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าองค์ชายสองเอาดาบจ่อไปที่คอขององค์ชายสาม

"หึ! ท่านไม่รู้จริงๆ หรือพ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่.."

เพล้ง! เคร้ง!!!  

รัชทายาทปัดดาบที่จ่อคออยู่ที่องค์ชายสามลงพร้อมกับดึงตัวน้องรักออกมาจากน้องผู้เหี้ยมโหด

"เสด็จพี่! ท่านทำอะไรของท่าน! " องค์ชายสองเริ่มจะทนไม่ไหวเมื่อแผนการของเขานั้นเริ่มที่จะไม่เป็นอย่างที่เขาคิด

"ข้าจะต้องถามเจ้า! ว่าเจ้าทำอะไรอยู่! " รัชทายาทตะคอกใส่

"ข้าจะทำอะไรได้ ข้าก็จะล้มบัลลังก์เพื่อได้มันมาเป็นของข้ายังไง! จริงสิท่านอยู่ทางนี้ท่านคงยังไม่รู้ว่าเสด็จพ่อท่านสิ้นพระชนม์ไปแล้ว" องค์ชายสองพูดขึ้นพร้อมกับหยิบดาบขึ้นมาหมายจะฆ่าพี่น้องของตัวเอง รัชทายาทเมื่อรู้ข่าวก็ไม่รอช้ารีบบอกให้องค์ชายเก้าและองค์ชายสามหนีออกไป หาท่านแม่ทัพด้านนอก

"น้องเก้า เจ้าสาม พวกเจ้าออกไปหาท่านแม่ทัพด้านนอกเถอะ ข้าจะสู้กับเจ้าสองเอง" รัชทายาทบอกกับน้องทั้งสอง ก่อนที่องค์ชายเก้ากับองค์ชายสามจะรีบวิ่งออกจากกระโจม ออกไปหาแม่ทัพที่อยู่ด้านนอกทันที

"เกิดเรื่องอันใดขึ้นพ่ะย่ะค่ะ เหตุใดจึงวิ่งตื่นตระหนกออกมาเช่นนี้" แม่ทัพที่ยืนรออยู่ด้านนอกเอ่ยถามเมื่อเห็นองค์ชายเก้ากับองค์ชายสามที่ไม่น่าจะมาอยู่ที่แห่งนี้

.. 

"ท่านคิดดีแล้วหรือยังไงที่จะออกจากวังหลวง" องค์ชายสองลดดาบลงพร้อมกับพูดเรื่องบางเรื่องขึ้น

"นี่เจ้า! ...? "

"หึ! เสด็จแม่ของท่านทำทุกวิถีทางเพื่อให้ท่านได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ แต่ท่านกลับจะสละมันทิ้งเพื่อข้างั้นรึ? หึ! ท่านคงแค้นข้ามากสินะที่ข้าลอบปลงพระชนม์เสด็จแม่ของท่าน..."

"ผิดแล้ว...ข้าไม่เคยคิดแค้นเจ้าเลยแม้แต่น้อย ในวันนั้นก่อนที่เสด็จแม่จะสิ้นพระชนม์ข้าอยู่ที่นั่นด้วย"

"ท่านหมายความว่าอย่างไร? "

"อย่างที่เจ้าได้ยิน ข้าอยู่ที่นั่นด้วยข้าเข้าพบเสด็จแม่ก่อนที่เสด็จแม่ของเจ้าสามจะเข้าพบ เสด็จแม่ให้ข้าอยู่ในห้องและรอป้ายความผิดให้เจ้าแทนที่จะเป็นเสด็จแม่ของเจ้าสาม เพราะนางรู้สึกผิดกับเรื่องทั้งหมด..."

"เหตุใดจึงทำเช่นนั้น! "

"ที่เจ้ามาที่นี่เจ้าคงจะรู้ว่าน้องสามคิดจะทำอะไร อีกอย่างก่อนที่ข้าจะออกจากวังหลวงมาใช่ว่าข้าจะไม่รู้อาการของเสด็จพ่อ..."

"ท่านเลยคิดที่จะทิ้งบัลลังก์แล้วออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้านนอก เพื่อให้ข้าขึ้นครองราชย์แทนอย่างนั้นรึ?! "

"ใช่! ในราชโองการของเสด็จพ่อเขียนไว้ให้เจ้าขึ้นครองราชย์แทนหากเกิดเรื่องขึ้นกับรัชทายาท..."

"ผิดแล้ว! ในราชโองการของเสด็จพ่อเขียนให้เจ้าสามขึ้นครองราชย์บัลลังก์แทน! "

"หมายความว่าอย่างไร? "

"ท่านคงไม่รู้สินะว่าเสด็จพ่อจะให้เจ้าสามขึ้นครองราชย์แทนท่าน"

"จะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร! " เกิดอะไรขึ้นกับราชโองการ?

รัชทายาทตกใจเมื่อเนื้อหาในข้อความที่ก่อนหน้านี้เคยอ่านมันไม่เคยมีเนื้อหาทำนองนั้น เมื่อคิดขึ้นได้ก็รีบออกไปด้านนอกทันที เมื่อรัชทายาทออกมาด้านนอกกลับพบแค่องค์ชายเก้าและแม่ทัพที่อยู่ด้านนอก องค์ชายสองตามออกมาก็ไม่เห็นมีเงาขอองค์ชายสามเลยสักนิดจึงเอ่ยถามแม่ทัพที่อยู่ด้านนอกแทน

"ท่านแม่ทัพเจ้าสามอยู่ที่ไหน! "

"องค์ชายตรัสว่ารัชทายาทให้กลับไปรอที่วังหลวงพ่ะย่ะค่ะ" แม่ทัพกล่าว

"ให้ได้อย่างนี้สิ! " รัชทายาทส่งเสียงไม่พอใจก่อน จะดึงองค์ชายสองกลับเข้าไปในกระโจมอีกครั้ง

"มีอะไรถึงพูดกับข้าด้านนอกไม่ได้? "

"ข้ามีแผน..เว้นแต่เจ้าจะทำตามข้าหรือไม่! " รัชทายาทเอ่ยบอก ก่อนที่แผนการที่รัชทายาทและองค์ชายสองร่วมกันว่างแผนขึ้นมาจะดำเนินไป...

เวลาก็ล่วงเลยผ่านมาได้สองปีหลังจากที่องค์ชายสามยึดอำนาจขึ้นครองราชย์บัลลังก์..................

 

<<< ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน >>> 

"หื้ม~..พี่หญิง! " ใช่พี่หญิงจริงๆ ด้วย

เซี่ยหลานรีบวิ่งเข้าไปหาเยว่หลินทันที โดยที่ไม่ได้ยินคำเรียกของโฉวเฟยเลยแม้แต่น้อย

"เซี่ยหลาน!!! " แย่แล้วเขาไม่ได้ยินเสียงของข้าเลย

โฉวเฟยตะโกนเรียกเซี่ยหลานเสียงดัง แต่เซี่ยหลานไม่ได้ยินอะไรเลยสักนิด โฉวเฟยก็เลยรีบวิ่งตามลงได้ด้วยอีกคน เพราะตอนนี้มีสายลับมากมายที่เลงธนูลงไปทางเอ้อฮู้ที่นั่งกอดศพของเยว่หลินอย่างเศร้าโศก

"ท่านพี่! ท่านห้ามลงไปนะ" ตงหลางตะโกนเรียกสติของคนเป็นพี่แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

'เตรียม! เลง! ยิง!!! ' 

คนธนูสั่งจบลูกธนูนับสิบ ก็ลอยลงไปทางเอ้อฮู้ที่นั่งกอดศพของหวังปี้ไว้ แต่คนที่วิ่งเข้าไปอย่างลืมตัวเช่นเซี่ยหลานต่อให้หลบอย่างไรก็ไม่พ้นเป็นแน่

"เซี่ยหลานอันตราย!!! "

โฉวเฟยเอาตัวมาบังลูกธนูให้เซี่ยหลาน ที่มีลูกธนูนับสิบที่พุ่งไปหาเอ้อฮู้ แต่วิถีของลูกธนูที่เป็นลูกหลงหลายดอกกับตรงเข้าไปยังตัวของเซี่ยหลานเต็มๆ ทำให้คนที่เคราะห์ร้ายเป็นโฉวเฟยแทนที่จะเป็นเซี่ยหลาน เมื่อคนที่ถูกช่วยไว้เห็นเช่นนั้นต่อหน้าต่อตา หัวใจดวงน้อยๆ กับรู้สึกแตกเป็นเสี่ยงๆ เหมือนกับว่าบนโลกใบนี้ไม่เหลือใครอีกแล้ว

"นี่ท่าน! "

"จะ..เจ้าไม่ดะ..ได้รับบาดเจ็บตรงไหน...ชะ..ใช่หรือไม่? " โฉวเฟยที่โดนธนูนับสิบปักอยู่ทั่วตัวเอ่ยถามเซี่ยหลานที่ยืนอยู่ในอ้อมอก ก่อนที่ร่างจะทรุดลงไปกลับพื้นโดยมีเซี่ยหลานประคองเอาไว้

"นี่..ท่าน!!! ทำไมถึงทำเช่นนี้! "

"ขะ..ข้าขอโท...ษ" โฉวเฟยพูดบอกด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง

"วันนี้มันเป็นวันอะไรกัน!!! ทำไมมันชั่งโหดร้ายกับข้านัก! ..." เซี่ยหลานตะโกนออกมาสุดเสียง ก่อนที่จะร้องไห้ "ทำไม....."

"ขะ..ข้าขอโทษ...ตะ..แต่ข้าไม่อาจจะ..ทะ..ทนเห็นเจ้า...ตะ..ตายต่อหน้าข้าดะ..ได้"

ทั้งตอนนั้นและก่อนหน้านี้ยังพูดได้สบายๆ แท้ๆ แต่ตอนนี้โฉวเฟยกับรู้สึกว่าการพูดในตอนนี้ แต่ละคำมันยากมาก

"และท่านไม่คิดบางหรือ...ว่าคนที่ต้องมีชีวิตอยู่โดยปราศจากท่านมันจะรู้สึกอย่างไร ตลอดเวลาที่ผ่านมา....ข้าคิดว่าทนมันได้...แต่จริงๆ แล้วข้าทำมันไม่ได้เลย...ชีวิตของท่านไม่ควรจบลงด้วยเรื่องเช่นนี้เลย....ทั้งหมดเป็นความผิดของข้าเอง...ที่ไม่ดูรอบข้างให้ดี...เอาแต่เป็นห่วงคนอื่น....จนท่านต้องกลายเป็นเช่นนี้....." ผิดที่ข้าโทษที่ข้าเถอะ

เซี่ยหลานหลังจากปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันได้ก็เริ่มที่จะโทษตัวเอง

"จะ..เจ้าก็เป็นเช่นนี้มานานแล้วมิใช่หรือ? "

โฉวเฟยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาก่อนจะนึกถึงวันแรกที่ได้เจอเซี่ยหลานกับครั้งแรก

>>>>>>> 

ณ จวนลี่ จวนที่มีกันอยู่แค่สองพี่น้องพ่อและแม่หายออกจากเมืองหลวงไปเมื่อสองปีก่อนไม่รู้ว่าเพราะเหตุอันใดที่ทำให้ทั้งคู่หายตัวไป พี่สาวคนโตนามว่า 'ลี่ เยว่หลิน' น้องชายคนสุดท้องมีนามว่า 'ลี่ เซี่ยหลาน' นอกจากที่จะอยู่ด้วยกันเพียงสองคนแล้วภายในบ้านมีบ่าวสี่ถึงห้าคน เป็นตระกูลเศรษฐีร่ำรวยทำมาค้าขายเสื้อผ้าชั้นดี ทั้งสองพี่น้องอยู่ในจวนลี่ถึงพ่อจะมีตำแหน่งขุนน้าวขุนนางแต่บัดนี้พ่อของเขาทั้งสองรวมถึงแม่ของเขาทั้งสองได้หายตัวไปจากเมืองหลวงได้ประมาณสองปี ทั้งคู่ใช้ชีวิตเรียบง่ายถึงจะไม่มีพ่อและแม่ทั้งคู่ก็ไม่ได้ติดขัดอะไรแถมทั้งคู่ยังทำใจแล้วด้วยซ้ำว่าอาจจะไม่ได้เจอพ่อกับแม่แล้ว จนกระทั่งวันหนึ่งฮ่องเต้มีราชโองการให้บุตรสาวของเฉิงเซี่ยงหย้วน°ลี่เข้าถวายตัวเป็นพระชายาของอ๋องห้าเฉินซงหย่งอนุชาของฮ่องเต้ ซึ่งราชโองการก็ร่างมาให้แล้วพี่สาวที่ตอนนี้เป็นหัวหน้าครอบครัวจึงจำเป็นต้องทำตามพระประสงค์ของฮ่องเต้มิอาจขัด ในตอนนี้น้องชายกับรู้สึกเหมือนจะเสียพี่สาวเพียงคนเดียวที่อยู่ในครอบครัวไปอีกจนทำให้น้องชายมีความคิดที่จะหนีออกจากบ้าน...

"อาหลางข้าจะต้องออกไป ปล่อยข้าไปเถอะ" เสียงเด็กชายวัยกำลังต่อต้านเอ่ยขอกับหัวหน้าที่ดูแลจวน

"คุณชายขอรับ พรุ่งนี้ก็ถึงวันอภิเษกสมรสของคุณหนูใหญ่แล้วนะขอรับ คุณชายจะไม่เข้าร่วมหรือขอรับ? " หัวหน้าใหญ่เอ่ยถามเมื่อคุณชายตัวดีคิดจะหนีออกจากบ้าน

"ไม่รู้ละข้าจะไป ท่านไม่ต้องมาห้ามข้า" คุณชายเล็กพูดออกไปก่อนที่จะรีบเดินหลบซ้ายขวาเพื่อให้คนตรงหน้าหลงกล ก่อนจะเอาตัวหลบมาด้วยความเร็วแสงหนีหลบผู้ดูแลไปได้

"อะ! คุณชายขอรับ!! คุณชาย!!! " ผู้ดูแลได้แต่ตะโกนไล่หลังไปก่อนจะหาคุณชายตัวแสบไม่เจอ

"แฮ่กๆ ...วิ่งมาถึงนี้คงไม่มีใครตามมาแล้ว...อัก! ..โอ้ย! " เซี่ยหลานวิ่งออกมาจากจวนลี่ก่อนจะวิ่งมาชนชายชุดดำคนหนึ่ง

"ขะ..ขอโทษขอรับ" ชายชุดดำคนที่ชนทำหน้าลุกลี้ลุกลนก่อนจะกล่าวคำขอโทษแล้วหนีหายไป

"พิลึกดีแฮะ...ว่าแต่รู้สึกร้อนๆ ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ยังไงไม่รู้แฮะ" เมื่อคู่ก่อนออกมาจากจวนก็ยังรู้สึกดีๆ อยู่เลยจนกระทั่งวิ่งมาชนกับผู้ชายคนเมื่อครู่นี้นั่นแหละ...

เซี่ยหลานเดินออกมาจากตรงที่ชนชายชุดดำได้นิดก่อนที่จะมีชายอีกคนที่วิ่งตามชายชุดดำมา

"แฮ่กๆ ...นี่..." เซี่ยหลานยื่นมือไปจับชายคนที่วิ่งตามมาก่อนที่ชายอีกคนจะวิ่งมาถึง

"หืม? นี่เจ้า! ปล่อยข้านะ! " ชายร่างหนาเอ่ยปากบอกพร้อมๆ กับพยายามจะแกะมือของชายที่นั่งอยู่ออก

"แฮ่กๆ ...เราคงตามเจ้านั้นไม่ทันแล้วท่านพี่ ว่าแต่ท่านกำลังทำอะไรอยู่? " เด็กชายที่วิ่งตามพี่ชายมาวิ่งมาหยุดตรงที่พี่ชายยืนอยู่ พร้อมกับสังเกตเห็นว่าผู้เด็กผู้ชายคนหนึ่งจับแขนของพี่ชายเอาไว้ก่อน

"ให้ตายสิ! เพราะเจ้านี่แท้ๆ ข้าถึงวิ่งตามเจ้าหัวขโมยนั้นไม่ทัน..." พี่ชายคนที่โดนจับกับรู้สึกเหมือนโดนไฟเผาตรงข้อมือที่โดนจับ พร้อมๆ กับมองไปที่ร่างของเด็กชายผู้นั้น

"ชะ...ช่วยข้าด้วย..." เซี่ยหลานพยายามพูดแต่เสียงที่ดังออกมาคนฟังแทบจะไม่ได้ยิน

"นี่ตงหลางเจ้ามาดูที่ตัวเจ้านี่หน่อยสิ ข้าว่าเจ้านี่ดูแปลกๆ ไปหลังจากที่ชนกับเจ้าหัวขโมยนั้น" พี่ชายเอ่ยขึ้นมาเอามือไปอิงที่หน้าผากของเด็กผู้ชายที่นั่งอยู่

"หืม? ถ้าข้าเดาไม่ผิดของที่เจ้านั้นขโมยไปน่าจะเป็นเข็มไข้ ที่เป็นยาทำให้คนที่แข็งแรงล้มป่วยได้" แต่ที่มันหายไปมีแค่สองเล่มถ้าใช้กับเด็กคนนี้ก็เหลือเพียงอีกเล่ม และของอีกอย่างที่หายไปนั้นเป็นอะไรกัน...

"นี่ข้าว่ารีบพาเจ้านี่ไปรักษาก่อนเถอะ" คนเป็นพี่พูดขึ้นก่อนจะอุ้มร่างของเด็กผู้ชายขึ้นพร้อมๆ กับอุ้มกลับไปที่บ้าน

.. 

ยามเซิน*หลังจากที่ตงหลางและพี่ชายแบกเซี่ยหลานกลับมาที่บ้านห่างจากจุดที่เจอกัน มันก็นานมาพอสมควรที่เซี่ยหลานจะยังไม่ตื่น ผ่านมาได้สักระยะหนึ่ง ก่อนที่เซี่ยหลานจะตื่นขึ้นมาก็มีนายทหารมาถามหาคน แต่ทั้งสองพี่น้องกับบอกไม่เคยเห็น ทั้งๆ ที่เจ้าตัวก็นอนอยู่ในบ้าน หลังจากคุยกับพวกทหารเสร็จทั้งคู่ก็แยกย้ายไปดูงานของตนก่อนที่เซี่ยหลานจะตื่นขึ้นมา

"อะ..." ยังรู้สึกมึนๆ อยู่เลย ข้าเป็นอะไรไปแล้วที่นี่ที่ไหนกัน

เซี่ยหลานตื่นขึ้นมาพร้อมๆ กับกุมขมับเพราะยังรู้สึกมึนๆ หัวอยู่เพราะฤทธิ์ของยา เซี่ยหลานขยับตัวลุกขึ้นเดินสำรวจรอบๆ ก่อนจะเดินลงไปด้านล่าง

' ที่นี่ที่ไหน? ' เซี่ยหลานนึกคิดอยู่ว่าก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้น เมื่อนึกออกแล้วจึงรู้สึกโมโหขึ้นมาอีก

"เอ๋!? เจ้าตื่นแล้วงั้นรึ? " โฉวเฟยเดินมาเห็นพอดี

"ที่นี่ที่ไหน? แล้วข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร? " เซี่ยหลานไม่รอช้าเอ่ยปากถามทันที

"จำไม่ได้เลยหรืออย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้น? " โฉวเฟยเอ่ยถามไปตรงๆ

"หากข้าจำได้ ข้าจะเอ่ยปากถามท่านหรือขอรับ" แปลกคนจริง

"ทั้งที่ดูอายุยังน้อย สมองเจ้าคงมีปัญหาสินะ? " เจ้าเด็กนี่..

"นี่ท่าน! " เซี่ยหลานกำลังจะต่อว่า แต่ตงหลางเดินเข้ามาขัดเสียก่อน

"ข้าว่าพวกท่านพอกันทั้งคู่ หากเจ้าจำไม่ได้ข้าจะเล่าให้เจ้าฟังเองดีหรือไม่? " ตงหลางเอ่ยถาม

"งะ..งั้นก็ได้ขอรับ" เซี่ยหลานเดินตงหลางไป

ตงหลางเล่าเรื่องทุกอย่างให้เซี่ยหลานฟังว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งตัวของเซี่ยหลานก็พอที่จะจำขึ้นมาได้บ้างแล้ว

"เรื่องเป็นเช่นนี้เอง..."

"ว่าแต่บ้านของเจ้าอยู่ที่ใดกัน หรือว่าเจ้าเป็นหัวขโมยที่ทางการต้องการตัว" โฉวเฟยเดินเข้ามาแล้วก็พูดขึ้น เพราะเมื่อก่อนหน้านี้ไม่นานทหารเอารูปวาดเหมือนของเซี่ยหลานให้ดู

"ใครจะเป็นหัวขโมยกัน! " เซี่ยหลานตอบกลับทันควัน

"เมื่อไม่กี่เค่อที่ผ่าน ทหารเอารูปวาดเสมือนของเจ้าออกตามหากันให้ทั่ว ถ้าเจ้าไม่ใช่หัวขโมยที่ทางการต้องการตัวแล้วเจ้าเป็นใคร? " โฉวเฟยเอ่ยถามคนตรงหน้าอีกครั้ง

"พวกท่านอยู่ที่นี่ก็น่าจะพอได้ยินมาบางเรื่องงานอภิเษกที่ฮ่องเต้ประทานให้หญิงสาวที่เป็นลูกของอดีตขุนนางที่หายตัวไปเมื่อสองปีก่อน.." เซี่ยหลานกำลังจะพูดต่อแต่โฉวเฟยกับขัดขึ้นมาก่อน

"เดี๋ยวก่อน! เจ้าว่าอะไร! งานอภิเษกของใครกัน! " โฉวเฟยเอ่ยถามคนตรงหน้าอย่างลืมตัว

"งานอภิเษกบุตรสาวของเฉิงเซี่ยงหย้วน°ลี่ 'ลี่ เยว่หลิน' กับอ๋องห้าเฉินซงหย่งอนุชาของฮ่องเต้..." เซี่ยหลานเอ่ยตอบ ทำเอาคนฟังรู้สึกผิดแปลกไปเมื่อได้ยินเรื่องเช่นนี้

เป็นไปได้อย่างไร..เจ้านั้น! คงรู้อยู่สินะ...

"ท่านพี่" ตงหลางเรียกโฉวเฟยออกมาจากห้วงความคิดก่อนที่โฉวเฟยจะเอ่ยอะไรบางอย่าง

"ตงหลางเจ้าพาเจ้าเด็กนี่กลับไปส่งที่บ้านซะ ข้ามีเรื่องต้องไปตรวจสอบ"

หลังจากสั่งการเสร็จแล้วโฉวเฟยก็เดินออกไปทำธุระทันที ปล่อยให้ทั้งคู่จ้องหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เซี่ยหลานจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา

"เอ่อ..ท่านข้าขออยู่กับพวกท่านที่นี่ได้หรือไม่? "

"ทำไมเจ้าถึงไม่กลับไปที่บ้านของเจ้าละ"

"ข้าไม่อยากกลับไปที่นั่นขอรับ ที่แห่งนั้นจะไม่มีคนที่ข้ารักอยู่แล้ว กลับไปข้าต้องไปอยู่คนเดียวสู้ข้าหนีออกมาอยู่ข้างนอกเสียยังดีกว่า"

"ข้าก็อยากพาเจ้ากลับไปที่บ้านของเจ้าอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าเจ้ายืนยันจะอยู่ที่นี่ต่อข้าก็ไม่ว่าอะไร.."

"ขอบคุณขอรับพี่....? "

"ข้าชื่อตงหลางพี่ชายข้าคนเมื่อครู่ชื่อโฉวเฟยแล้วเจ้าละ? "

"ขอบคุณขอรับพี่หลาง ข้าชื่อเซี่ยหลานขอรับ"

หลังทั้งคู่ทำความรู้จักกันแล้ว ตงหลางก็ขอตัวไปทำปรุงยา เพื่อที่จะนำเอาไปขายและรักษาชาวบ้าน เซี่ยหลานสงสัยเกี่ยวกับสองคนพี่น้องนี้จึงแอบ สืบเรื่องของทั้งคู่อย่างลับๆ ก่อนที่จะเริ่มติดตามตงหลางออกไปรักษาชาวบ้านและนำยาไปขายตามร้านขายยาในเมืองหลวง ส่วนทางด้านโฉวเฟยที่รู้ว่าเซี่ยหลานขออยู่ที่นี่ด้วยตอนแรกก็บอกปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ไล่เซี่ยหลานทุกวิถีทางแต่ก็ไม่ได้ผล จนทำได้แต่อยู่นิ่งๆ ไม่สนใจเซี่ยหลาน

จนกระทั่งเวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า เดือนแล้วเดือนเล่า ปีแล้วปีเล่า ทั้งเซี่ยหลานและโฉวเฟยที่ชอบทะเลาะกันด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็ไม่มีปากมีเสียงกันอีก กลับกันความรู้สึกที่ทั้งคู่มีให้กันกับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เซี่ยหลานกับไม่กล้าที่จะมองหน้าของโฉวเฟยตรงๆ ทั้งที่เมื่อก่อนต่อให้โฉวเฟยจะด่าจะว่าเขากี่ครั้งต่อกี่ครั้งเข้าก็ไม่แม้ที่จะหลบหน้าของโฉวเฟยเลยสักนิด ส่วนโฉวเฟยก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปอาบน้ำพร้อมกับเซี่ยหลานกับตงหลางอีกเลยนับตั้งแต่มีความรู้สึกที่แปลกประหลาดเข้ามา ส่วนตงหลางก็รู้เห็นทั้งหมดจึงไม่รู้จะช่วยทั้งคู่อย่างไรจึงชวนทั้งคู่มาดื่ม เวลาที่อยู่ด้วยกันมา 7 ปี อะไร อะไรต่างเปลี่ยนแปลงไปเยอะรวมทั้งฮ่องเต้ที่ตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็นทรราชเข่นฆ่าผู้คนมากมาย

"พวกท่านจะยืนอยู่นิ่งๆ อีกนานมั้ยขอรับ? " เฮ้อ~ จะกลัวอะไรกัน ข้าไม่ได้ลากใครมาฆ่าเสียหน่อย

ตงหลางเอ่ยถามก่อนที่ทั้งคู่จะเดินมานั่งที่โต๊ะหินอ่อน โดยที่โฉวเฟยแอบลอบมองเซี่ยหลานอยู่เป็นระยะระยะก่อนที่ตงหลางจะรินเหล้าให้ทั้งคู่

"....."

โฉวเฟยดื่มไปได้ไม่นาน คนที่คออ่อนที่สุดในนี้ก็เริ่มที่จะเมาไม่เหลือสติแล้ว ตงหลางลุกขึ้นพร้อมกับหันไปบอกโฉวเฟยว่า

"ท่านพี่ ข้าฝากท่านดูเซี่ยหลานด้วยข้าจะออกไปทำธุระเสียหน่อย"

"ธุระของเจ้าดึกดื่นเช่นนี้เชียวหรือ? "

"ขอรับ...งานที่ท่านให้ข้าทำ ข้ายังไม่ได้ลงมือเลย คืนนี้ข้าคงไม่กลับ และข้าก็หวังว่าท่านจะปรับความเข้าใจกับคุณชายเซี่ยให้รู้ความก่อนที่ข้าจะกลับนะขอรับ" ตงหลางพูดออกแนวสั่งๆ ทั้งๆ ที่ตนก็รู้ว่าทั้งคู่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน

"นี่เจ้า! " โฉวเฟยยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรตงหลางก็เดินออกไปแล้ว เหลือเพียงโฉวเฟยและเซี่ยหลานที่เมาไม่รู้เรื่อง

"....."

"....."

' เอาก็เอา ตายเป็นตายคนอย่างข้าไม่มีเกรงกลัวอยู่แล้ว '

"นี่เจ้า...."

ยังไม่ทันได้พูดอะไรเซี่ยหลานก็ลุกเดินขึ้นมาหาโฉวเฟย โฉวเฟยได้แต่อยู่นิ่งๆ จนร่างบางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เมาเล็กน้อย

"นี่..ท่านเกลียดข้ามากขนาดนี้เชียวหรือ..แต่ก่อนท่านไม่เคยห่างข้ามากขนาดนี้..."

เซี่ยหลานพูดขึ้นก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในบ้านทันที แต่ยังไม่ทันที่จะได้ขึ้นไปโฉวเฟยก็เดินมาหยุดไว้เสียก่อน

"ขะ..ข้าไม่เคยได้รังเกียจเจ้าเลย แม้แต่น้อยก็ไม่เคย.."

เซี่ยหลานจ้องมองภายในแววตาของโฉวเฟย ความรู้สึกที่มีให้กับรุนแรงและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หัวใจดวงน้อยๆ ที่กำลังเต้นโครมครามเหมือนกลองศึกก็ดังขึ้นมาเรื่อยๆ จนทำเอาเซี่ยหลานทำหน้าไม่ถูก

"นะ..นี่ท่าน..."

เซี่ยหลานยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยพูดอะไร โฉวเฟยเชยคางของคนตรงหน้าขึ้นพร้อมกับประกบริมฝีปากลงไปอย่างอ่อนโยน ลิ้นหนาไม่ได้รุกล้ำแต่อย่างใด เพียงแต่ขบเม้มที่ริมฝีปากบางให้มีรอยบวมแดงก่อนที่จะปล่อยริมฝีปากบางให้เป็นอิสระ

.. 

ผ่านไปหลายวันหลังจากนั้นไม่นาน เซี่ยหลานได้ยินข่าวของพี่หญิงว่ากำลังตั้งครรภ์จึงร้อนใจอยู่พอควร ในหัวคิดว่าอยากจะกลับไปหา แต่ติดอยู่ที่ตอนนี้เซี่ยหลานจะเลือกอะไรระหว่างครอบครัวหรือคนที่ตนรัก ถึงจะตัดสินใจลำบาก แต่เซี่ยหลานกับเลือกครอบครัว โดยมีจดหมายทิ้งไว้ให้กับโฉวเฟยฉบับหนึ่งก่อนที่จะแอบออกไปตอนที่โฉวเฟยไม่อยู่

"กลับมาแล้วหรือขอรับ? "

"....."

"หากท่านหาคุณเซี่ยอยู่ คงไม่ทันแล้วขอรับคุณชายเซี่ยแอบออกไปนานแล้วขอรับ"

"แล้วเหตุใดเจ้าจึงไม่ห้ามไว้"

"เสด็จพี่! ความรู้สึกส่วนพระองค์ทรงละทิ้งบ้างเถอะ บัดนี้บ้านเมืองวุ่นวาย เหตุใดท่านจึงละเลยได้ พรุ่งนี้ท่านต้องไปทำตามแผนนะพ่ะย่ะค่ะ"

"ข้าเข้าใจแล้ว..แต่..." โฉวเฟยก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี

"คุณชายเซี่ยทิ้งไว้ให้ขอรับ"

โฉวเฟยหยิบมาอ่านทันทีเมื่อรู้ว่าร่างบางทิ้งจดหมายไว้ให้

' ถึงโฉวเฟย ตลอดที่ผ่านมาข้าต้องขอบคุณและขอโทษท่านด้วย ที่ให้ข้าพักอาศัยที่บ้านแห่งนี้ ความจริงข้าก็อยากจะบอกเรื่องนี้เองต่อหน้าท่าน หากแต่ข้าไม่กล้าพอที่จะพูดต่อหน้าท่าน อภัยให้ข้าด้วยที่ออกมาโดยไม่ได้ร่ำลา แต่ข้าหนีออกจากบ้านมานานมากแล้ว ถึงเวลาที่ข้าต้องกลับไปข้าหวังว่าท่านจะเข้าใจและอภัยให้ข้าด้วย จากเซี่ยหลาน ' 

' จนถึงเพียงนี้แล้วความรู้สึกที่ข้ามีให้เจ้ามันน้อยไปใช่หรือไม่ '

<<<<< 

"สะ...สุดท้ายก่อนขะ..ข้าตายข้าขออะไรเจ้าอย่างหนึ่งได้ระ..หรือไม่? "

"อึกๆ ...ได้ท่านบอกข้ามาสิว่าท่านอยากให้ข้าทำอะไร"

โฉวเฟยได้เอามือโน้มหัวของคนรักลงมาก่อนที่จะประทับรอยจูบสุดท้ายที่ริมฝีปากบาง พร้อมกับทิ้งคำพูดไว้ก่อนตาย

"ข้ารักเจ้า..เซี่ยหลาน..จงมีชีวิตอยู่เผื่อข้าด้วยยย"

"มะ...ไม่นะ! ...ไม่!!!!!! ...ท่านจะทิ้งข้าไว้คนเดียวเช่นนี้หรือ? ...บัดนี้ชีวิตของข้ามิมีใครแล้ว...ฮือๆๆๆ "

เซี่ยหลานก็ได้แต่ร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น จนกระทั่งการต่อสู้ทางด้านอื่นๆ ก็จบลงไป ตงหลางก็ได้แต่เข้ามาปลอบเซี่ยหลาน ถึงภายในใจจะเศร้าเพียงใดก็มิอาจจะร้องไห้ระบายมันออกมาได้ เซี่ยหลานและตงหลางและคนที่ยังมีชีวิตรอดได้นำร่างของโฉวเฟย เฮ้อฮู้ หลินเยว่ หวังปี้ และไซเวย ฝังไว้ที่ป่าที่มีการต่อสู้กัน ผ่านพ้นวันที่แสนเจ็บปวดตงหลางตัดสินใจออกเดินทางรักษาคนในฐานะหมอ ธรรมดาคนหนึ่ง ส่วนเซี่ยหลานออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วล้าจนกว่าจะได้พบเจอกับโฉวเฟยอีกครั้งไม่ว่าจะเกิดใหม่เป็นอะไรก็ตาม

"ข้าจะตามหาท่านให้พบ...ไม่ว่าความตายจะพรากจาก..หรือจะกี่พบกี่ชาติ...ข้าก็หาท่านให้พบ..."

 

 

……………….. 

ความหมาย

ตำแหน่ง 

เฉิงเซี่ยงหย้วน° = ตำแหน่งนี้มีมากกว่า 300 คน ถือเป็นหน่วยคัดกรองคนที่มีความสามารถเป็นเลิศในด้านต่างๆ และค่อยแนะนำคนที่มีความสามารถให้กับเสนาบดี

เวลา

* ยามเซิน (15.00 น. - 16.59 น.)

……………….. 

- เรามาต่อที่ติดค้างไว้นะคะ555

- ก็ส่วนที่หายไปจากตอนพิเศษตอนนี้ จะได้พบเจอในตอนพิเศษตอนหน้า ซึ่งเป็นตอนพิเศษสุดท้ายสำหรับเรื่องนี้แล้ว

- ก็ต้องขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกคำติชมนะคะ อันไหนตรงไหนที่ไม่ดีหรือไม่ควรเราก็จะพยายามปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ใช่ว่านิยายทุกเรื่องที่เราแต่งจะไม่มีข้อขาดตกบกพร่อง มันอาจจะน้อยหรือมากแต่ส่วนนั้นก็จะทำให้เราพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไปอีก ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ ขอบคุณค่ะ🙏🏻🙏🏻🙏🏻

- ไว้จะมาแก้คำผิดให้ทีหลัง🙂

- ขอบคุณทุกกำลังใจจากนักอ่านทุกท่านคร้าาาาาา (^-^)

ความคิดเห็น