facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 11 พรหมลิขิตหรือความบังเอิญ

ชื่อตอน : บทที่ 11 พรหมลิขิตหรือความบังเอิญ

คำค้น : รัก โรมานซ์ แอบรัก รักแท้ อาจารย์ มหาวิทยาลัย หมอ วิศวะ วิศวกรรมศาสตร์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 226

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2563 13:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 พรหมลิขิตหรือความบังเอิญ
แบบอักษร

ธาวินขับรถออกมาจากมหาวิทยาลัยไม่นานนัก ก็หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าไปในชุมชนที่อยู่ท้ายตลาดใจกลางเมืองกรุงตามที่อยู่ที่เขาได้มาจากเจ้าหน้าที่สำนักงานวิจัยคนนั้น ถนนเริ่มแคบลงเรื่อย ๆ จนรถเขาต้องจอดรถไว้หน้าปากซอย แล้วเดินเท้าเข้าไป

เขากวาดมองตึกแถวซึ่งเป็นอาคารไม้สองชั้นที่เรียงรายต่อกันเป็นพรืด สภาพค่อนข้างทุดโทรม บนถนนแคบ ๆ มีทั้งเด็กเล็กสวมกางเกงทั้งเปื้อนทั้งขาดวิ่งไล่กันส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว มีทั้งหมา แมว บ้างวิ่ง บ้างเดิน บ้างนอนระเกะระกะอย่างไม่เป็นระเบียบ เขาต้องคอยเดินหลบเองอย่างระมัดระวัง

 บ้านบางหลังมีชายแก่ ๆ ผิวหนังเหยี่ยวย่นหยาบกร้าน นั่งสูบยาจับกลุ่มคุยกันบ้าง บางหลังตั้งโต๊ะขายของกันหน้าบ้าน ผู้คนเหล่านั้นต่างมองตามเขาราวกับว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิตอันแปลกประหลาดที่ผลัดหลงเข้ามาในที่แห่งนั้น เพราะเพียงแค่กายแต่งและผิวพรรณของบุรุษหนุ่มก็ต่างจากพวกเขาอย่างสิ้นเชิง

เขาไม่สนสายตาที่ลอบมองเขาเป็นระยะ ๆ ตามทางที่เดินผ่าน ธาวินกวาดสายตามองหา บ้านเลขที่ที่ปรากฏอยู่บนกระดาษโน้ตในมือเขา จนกระทั้งเกือบถึงท้ายซอย เขาก็พบกับบ้านหลังดังกล่าว

ประตูหน้าบ้านปิดสนิทจนเขาไม่แน่ใจว่าเวลานี้มีคนอยู่ภายในบ้านหรือไม่ ธาวินยืนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วประตูบ้านก็เปิดออกโดยที่เขายังไม่ได้เดินเข้าไปเคาะแม้แต่น้อย

ผู้หญิงที่เดินออกมา รูปร่างผอม จนเห็นกระดูกที่ข้อมือ ผมดอกเลาสีขาวเกือบทั่วทั้งศีรษะ บวกกับรอยยันย่นบนใบหน้า คาดว่าน่าจะอายุราว ๆ ห้าสิบปลาย ๆ จนเกือบจะหกสิบปี แต่สิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มสะดุดตา คือ เสื้อผ้าที่หล่อนสวมใส่เป็นสีดำทั้งตัว ขอบตาแดงระเรื่อคล้ายกับผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาก่อน

“มาหาใครคะ?” เสียงแหบแห้งของเจ้าของบ้านเอ่ยถามขึ้น

“เอ่อ ผมมาหา มาหา” ธาวินกลืนน้ำลายเหนียวหนึบลงไปในลำคอ ในหัวพยายามนึกชื่อผู้หญิงคนนั้น

“คะ” คิ้วบนดวงหน้ายับย่นของหญิงชราขมวดเข้าหากัน

“ผมมาหาผู้หญิงในรูปคนนี้ครับ” เขาส่งรูปภาพที่เก็บได้จากสำนักงานวิจัยให้หญิงชราดู เขาไม่เก่งปั้นเรื่องโกหกเหมือนเพื่อนของเขา จึงต้องบอกกับเธอไปตรง ๆ

เมื่อหญิงชราเห็นรูปนั้นอย่างชัดเจน น้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว หล่อนยกมือแห้งเหยี่ยวปาดน้ำตาทิ้ง ก่อนถามเขาว่า

“คุณชื่อธาวินใช่ไหมคะ”

“ครับ” ธาวินตอบ และรู้สึกแปลกใจ คนที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกรู้จักชื่อของเขาได้อย่างไร

“รอสักครู่นะคะ”

เมื่อได้รับคำตอบแน่ชัดว่าเขาเป็นใคร เธอก็หายเข้าไปในบ้าน แล้วกลับมาพร้อมกับกล่องไม้สีเหลี่ยม ผิวเรียบ เก่า ๆ ใบหนึ่ง

“อิงดาว ฝากเอาไว้ ให้คืนสิ่งนี้แก่คุณค่ะ”

ธาวินยื่นมือไปรับกล่องไม้ใบนั้น พยายามบังคับมือตนเองเป็นอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้มันสั่น

แล้วมอร์เตอร์ไซค์เก่า ๆ คันหนึ่งปาดเข้ามาจอดข้างเขา เด็กหนุ่มคนขับมองหน้าเขาแว็บหนึ่ง แล้วหันไปทางหญิงชรา

“รีบไปเถอะแม่ได้เวลาแล้ว”

“ฉันมีธุระต้องรีบไปขอตัวนะคะ” แล้วเธอก็นั่งซ้อนท้ายมอร์เตอร์ออกไปกับเด็กหนุ่มคนนั้น

ธาวินเดินย้อนกลับไปตามทางเดิมที่มา มือข้างหนึ่งยืนกล่องไม้ไว้แน่น หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้น บางทีการวิ่งไล่ตามสิ่งที่ตนเองไม่รู้ ก็ทำให้เขารู้สึกกลัวกับคำตอบที่ได้รับ สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่มันไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยทฤษฏีทางวิทยาศาสตร์ แต่ต้องเจอกับตนเองถึงจะรู้ว่า บางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นมันยิ่งกว่าคำว่าเหลือเชื่อ เขาจึงตัดสินใจขับรถกลับไปที่มหาวิทยาลัยด้วยเหตุผลสองประการ 

ประการแรก เขาไม่รู้ว่าในกล่องนั้นบรรจุอะไรไว้ และเขาก็ไม่กล้าเปิดออกดูคนเดียวในพื้นที่แคบเช่นนี้ หากเป็นสิ่งอันตราย อย่างน้อยเพื่อนในมหาวิทยาลัยก็ยังสามารถช่วยเขาได้

ประการที่สอง จากบ้านของอิงดาวถึงมหาวิทยาลัย ใกล้กว่าบ้านเขามาก เขาจะได้รู้ว่าภายในกล่องนั้นบรรจุอะไรเอาไว้ให้เร็วที่สุด

ธาวินเปิดประตูเข้ามาในห้องพักอาจารย์ ขณะนี้บ่ายสามโมงครึ่ง ทั่วทั้งห้องมีเพียงเขาคนเดียว เพราะเพื่อนร่วมห้องไปสอนกันหมด เขาวางกล่องลงบนโต๊ะพร้อมกับนั่งลง จ้องมองกล่องใบนั้นสักพัก กำลังตัดสินใจว่าควรรอเปิดพร้อมกันกับ ดร.ประชา ดีไหม แต่แล้วความอยากรู้อยากเห็นก็ทำให้เขาเปิดกล่องไม้ออก

สิ่งแรกที่พบในกล่องไม้ใบนั้น คือ แหวนเงินสลักรูปเกียร์พร้อมตรามหาวิทยาลัย เขาหยิบมันขึ้นมาแล้วพินิจ แหวนวงนี้เขาจำมันได้ดีเพราะเคยสวมมันตลอดเกือบยี่สิบปี และเพิ่งจะถอดออกเก็บไว้เมื่อสี่ห้าปีที่ผ่านมา แหวนวงนี้คือแหวนรุ่นวิศวะของเขาที่หายไปเมื่อสองวันก่อนอย่างแน่นอน ดังนั้น นี่เป็นสิ่งยืนยันว่าอิงดาวคือผู้หญิงที่เขาตามหา คนที่ไปเที่ยวกับเขาเมื่อสองวันก่อน คนที่อยู่ในความฝันของเขา และดร.ประชา ก็คาดว่าเธอน่าจะทำเสน่ห์หรือเล่นมนต์ดำใส่เขา

เขาไม่รอช้าที่จะค้นหาความจริงต่อไป จึงวางแหวนไว้ข้าง ๆ กล่อง ก่อนหยิบเศษกระดาษใบหนึ่งในกล่องขึ้นมาดู มันเหมือนกับแผ่นกระดาษที่ถูกฉีกออกมาลวก ๆ ในนั้นมีลายมือขยุกขยิก ลายเส้นแผ่วเบา คล้ายคนไม่มีแรงกำปากกา ข้อความนั้นพอจะอ่านได้ว่า

‘ขอโทษ ที่ดิฉันขโมยเวลาชีวิตของคุณมาหนึ่งวัน และขอคืนสิ่งที่คุณให้มาโดยไม่สมัครใจ’ 

ความรู้สึกบางอย่างทำให้ลำคอของเขาเริ่มตีบตัน เขาก็ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเพราะอะไร 

และสิ่งต่อมาที่อยู่ในกล่องนั้น เป็นผ้าเช็ดหน้าสีเทาเนื้อนิ่มปักแบรนด์ที่มุมหนึ่ง เนื้อผ้ามัน เรียบ ลื่นมือ ไม่สกปรกง่าย แห้งไว เนื้อผ้าที่พิเศษแบบนี้มีเพียงประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นที่ผลิตขึ้นมา และเขาก็ซื้อกลับมาเอาไว้ใช้หลายผืนผ้า ดังนั้น ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น แต่เขาก็นึกไม่ออกว่าเคยให้เธอไว้ตอนไหน เขาและเธอเคยเจอกันเมื่อใด ?

และท้ายที่สุด สิ่งที่อยู่ใต้ก้นกล่องใบนั้น คือ สมุดบันทึกขนาดเท่ากับพ็อกเก็ตบุ๊ควางขายทั่วไป ปกของมันเป็นสีน้ำตาลคล้ายสีลักกระดาษ เมื่อเปิดเข้าไปภายใน พบข้อความที่เขียนด้วยหมึกสีดำอยู่ที่หน้าแรกว่า

‘เรื่องราวในสมุดบันทึกทั้งหมดนี้ อาจเป็นแค่ความบังเอิญของเขา  

แต่เป็นพรหมลิขิตในใจฉัน’ 

ธาวินพลิกกระดาษไปหน้าทัดไปด้วยมืออันสั่นเทาพอ ๆ กับหัวใจของเขา บนกระดาษสีน้ำตาล เต็มไปด้วยตัวอักษร บางช่วงบางตอนเหมือนมีน้ำหยดลงมา ทำให้หมึกบางส่วนจางออกเป็นวง ๆ จนแทบจะอ่านไม่ได้

............................ จบตอน.........................................................

ความคิดเห็น