ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 32

ชื่อตอน : แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 32

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2563 01:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 32
แบบอักษร

 

 

 

แผลงฤทธิ์ ครั้งที่ 32 

 

ผมนั่งกอดอกหน้าบึ้งตึงอยู่บนโซฟาสีแดงสด มองคนสองคนที่กำลังคุยกันอย่างออกรส พี่รอนมองเอกสารในมือด้วยสีหน้าที่พอใจบวกกับเลขาคนใหม่นั่นที่พูดจาเป็นน้ำไหลไฟดับพูดฉะฉานคล่องแคล่ว ใบหน้าหล่อๆ ของพี่รอนยิ่งพอใจมากขึ้น

 

คืออะไร...?

ถูกใจแม่อกบู้มขนาดนั้นเลยเหรอ?!

คุณเธอเล่นแต่งองค์ทรงเครื่องจัดเต็ม กระโปรงสั้นๆกับเสื้อรัดรูปสีขาวบางเห็นบราสีแดงแปร๊ด แม้บริษัทพี่รอนจะไม่เคร่งเรื่องการแต่งกายแต่นี่มันเกินไปไหมอ่ะ? ใส่เสื้อบางขนาดนั้นก็ถอดออกเถอะ! นี่ที่ทำงานไม่ใช่ผับบาร์!

แต่ดูเหมือนพี่รอนจะมองข้าม นอกจากจะไม่ด่าแล้ว ยังมีทีท่าพอใจอีกเพียงเพราะคุณเธอดันทำงานถูกใจพี่รอนไปอี้กกก! (เสียงสูง)

 

เหอะ..!

 

ผมแทบจิกหัวคนขับแท็กซี่ให้เหยียบมิดเพื่อบึ่งมาบริษัทพี่รอนเร็วไวด้วยความหวง พอมาถึงก็ดันจ๊ะเอ๋กับเลขาหน้าใหม่กำลังพูดภาษาฝรั่งเศส

ซึ่งผม...ไม่ได้เรียน!

เพราะเครือข่ายพี่รอนไม่มีลูกค้าเป็นชาวฝรั่งเศส คุณป๊าเลยไม่จำเป็นให้ผมเรียน แต่ช่วงนี้พี่รอนอยากจะค้าขายที่เยอรมันจึงจ้างเลขาใหม่ที่สามารถพูดคุยกับชาวฝรั่งเศสได้ แต่ตอนนี้ผมชักสนใจสามีสุดที่รักของแล้วสิ ตกลงคุณพี่พูดได้กี่ภาษาเนี่ย?

นี่พูดภาษาฝรั่งเศสคล่องแคล่วซะเหลือเกิน!

นี่ผมได้ของแรร์ไอเท็มขนาดไหนเนี่ย?

 

ผมที่ฟังไม่ออกก็รู้สึกอึดอัด พองลมที่แก้มอย่างไม่พอใจกับท่าทีสนิทสนมกันปานรู้จักกันมาสักสิบปีแต่พี่รอนหาได้สนใจ.... พอผมเดินไปรอบๆ พี่รอน มือเรียวก็รีบปิดเอกสารที่ดูทันที!

 

ว๊อยยยยยย!  

นี่จงใจปิดบังผมเหรอ!

 

แต่คุณเธอคนนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะอ่อยตรงๆ ผมก็เลยปล่อยผ่านๆ ไป ตอนผมมาถึงพี่รอนแนะนำแค่ว่าเธอเป็นเลขาใหม่ย้ายมาอยู่กับบริษัทใหญ่ชั่วคราวขณะที่รอบริษัทที่ฝรั่งเศสสร้างเสร็จก่อนถึงจะย้ายไปประจำการที่นั่น นี่แม่คุณต้องเก่งขนาดไหนพี่รอนถึงกลับต้องล็อกตัวขณะที่บริษัทใหม่ยังสร้างไม่เสร็จ?!

ไม่ได้หึงนะ แค่ตามันร้อน!

 

เมื่อผมทำเป็นเดินวนเวียนรอบตัวพี่รอนก็แล้ว แต่คนพี่ก็ไม่สนใจ แผนเรียกร้องความสนใจแผนที่ 1 จึงล้มเหลว!

 

แผน 2 ต่อเลยละกัน!

 

“อ๋า....ร้อนจัง~”

 

ซะที่ไหนละ

 

หนาวจนปากสั่นอ่ะแต่ผมก็ทำใจกล้าหน้าด้านถอดเสื้อยืดออกจนเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีขาวบางๆ คุณเธอจิกตามองทันทีเมื่อเห็นอาการอ่อยเรียกผู้อย่างชัดเจนของผม

แต่นอกจากจะจิกตาแล้วแม่คุณยังก้มมองอกแบนๆ ของผมพร้อมสายตาเหยียดหยามชั่ววูบนั่นอีก!

คิดว่าวิเวียณคนนี้ไม่เห็นเหรอ หน็อยแน่ บังอาจมาดูถูกกันดีนัก!

แต่พอผมเหลือบมองอกตู้มๆ ของคุณเธอแล้วก็รู้สึกเสียศูนย์นิดหน่อย

ไม่เป็นไร! รูปลักษณ์ภายนอกไม่สำคัญ ต้องดูที่…..

 

ลีลา!

 

“พี่รอน~ ...บอกยัย---เอ้ย! พี่เขาให้นั่งพักที่โซฟาก่อนดีกว่าไหม? คุยตั้งนาน เหนื่อยแย่”

ผมแสร้งยิ้มหวานปานนางงามนางหนึ่งเข้าสิง ตบโซฟาข้างๆตัวปุๆ แต่พี่รอนแค่เหลือบมองแล้วก้มลงอ่านเอกสารในมือต่อทันที

“ไม่เป็นไร”

 

ฉึก!

 

เหมือนมีมีดมาปักอก นี่กล้าเมินผมเหรอ!

 

แล้วพี่รอนก็หันไปเขียนอะไรหยุกหยิก ผมเหลือบมองกระดาษอีกแผ่นที่พี่รอนปิดมันไว้ หมายมั่นในใจว่าจะต้องเปิดดูมันให้ได้! อยากมีความลับนัก ดูสิว่าจะปิดผมได้นานแค่ไหน เหอะ

 

“แต่มันนานแล้วนะ ตอนนี้คงหิวแน่ๆ เดี๋ยวผมโทรฯ สั่งของว่างขึ้นมาให้ นะ ..น้า พักแป๊บนึงน๊าา”

ผมใช้ลูกอ้อนลุกขึ้นก้าวขาฉับๆ มานั่งตักแกร่งแล้วโอบกอดรอบคอ เอาแก้มนิ่มๆ ซุกอกถูไถไปมา

 

“โอเค...”

 

และแล้วพี่รอนก็ใจอ่อน หันไปสั่งยัยนั่น คุณเธอก็พยักหน้าไปนั่งที่โซฟา ผมก็จัดการโทรฯ สั่งของว่าง สักพักคุณเธอก็ขอเข้าห้องน้ำก่อน ของว่างก็มาพอดี จัดวางบนโต๊ะเรียบร้อย ผมก็เริ่มแผน 3ต่อเลย...หึหึ

 

ผมเหลือบมองรอบๆ ห้องเมื่อพนักงานวางของเสร็จ เดินออกไปแล้วปิดประตูเรียบร้อย ผมก็ค่อยๆ เลื้อยตัวลงไปนั่งแทรกกลางหว่างขา พี่รอนเกร็งตัวทันที ผมยกยิ้มมุมปากจัดการรูดซิปกางเกงลงช้าๆ ...พี่รอนตะครุบมือผมพลางหรี่ตามอง ผมยิ้มกว้างแล้วลูบเบาๆ เท่านั้นที่ฝ่ามือหนาพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อน พี่รอนจึงยอมปล่อยมือ ผมก็จัดการรูดซิปกางเกงแล้วจับแก่นกายใหญ่ที่ตอนนี้ยังสงบนิ่งแต่ก็ยังใหญ่อยู่ดี นี่ถ้าแข็งแล้วจะใหญ่ขนาดไหมน้า...อ๊า นี่ผมลามกจังเลย

 

ผมไม่ลังเลอ้าปากครอบแก่นกายใหญ่ จนพี่รอนกระตุกสลับครางผะแผ่ว มือใหญ่ลูบหัวผมเบาๆ ผมขยับนั่งท่าคุกเข่าอยู่ใต้โต๊ะทำงาน ดีที่โต๊ะค่อนข้างกว้างและมิดชิดถ้าไม่มายืนอยู่ด้านหลังพี่รอนก็ไม่เห็นว่าผมกำลังทำอะไร...

 

“อา...ซนจริงๆ”

 

พี่รอนครางเบาๆ มีแอบหัวเราะนิดๆ ด้วย ผมเลยลงลิ้นระรัวเป็นการลงโทษที่หัวเราะแต่ดูท่าเจ้ามังกรจะพอใจกับบทลงโทษ ส่วนหัวกระตุกใหญ่เลย

 

แกร๊ก!

 

เสียงเปิดห้องทำงานดังขึ้น คาดว่าคุณเธอนั่นคงมาแล้ว ได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงเดินไปทางโซฟาคงจะนั่งจิบชาพักละมั้ง ผมยกยิ้มเจ้าเล่ห์ หันกลับมาเล่นงานแก่นกายต่อ ลากลิ้นเลียส่วนหัวลงมาจนสุดโคนก่อนจะอ้าปากครอบลงแต่ไม่หมดต้องใช้มือขยับส่วนที่เหลืออยู่และเริ่มขยับหัวขึ้น-ลง ดูท่าตอนนี้พี่รอนจะเคลิ้มแล้วมีหลุดเสียงครางเบาๆ คุณเธอนั่นน่าจะถาม แต่พี่รอนก็ตอบกลับคำสั้นๆ สลับครางในลำคอ ผมยิ่งได้ใจขยับหัวระรัวจนพี่รอนต้องจับหัวผมให้อยู่นิ่งๆ แต่อย่าคิดว่าผมจะยอมอยู่เฉย ขยับมือสาวแก่นกายไม่มีหยุด มือก็รูดรั้งส่วนที่เหลือ ในปากก็ละเลงลิ้นลงส่วนหัว คราวนี้ท่าพี่รอนจะเริ่มหมดความอดทน หันไปพูดกัดฟันกรอดไล่คุณเธอออกไป นางก็ถามด้วยความสงสัยไม่มีทีท่าจะไปง่ายๆ พอพี่รอนสบถเป็นคำหยาบ เสียงรองเท้าส้นสูงดังขึ้นถี่ๆ คงจะรีบวิ่งออกไป สักพักก็ได้ยินเสียงปิดประตู พี่รอนก็กลายร่างเป็นเสือพร้อมจะขย้ำผม

บีบปลายคางผมให้อ้าปากกว้างขึ้น คายแก่นกายออกมา

“ยั่วเองนะ จะมาห้ามอะไรไม่ได้แล้วนะ”

“….”

“ทำหน้าจะร้องก็ไม่ปล่อยหรอกนะ เพราะจะให้อมจนมิดคอเลยล่ะ”

ผมเบิกตากว้างไม่ทันจะอ้าปากพูดก็โดนบีบปากให้อ้ากว้าง พี่รอนจับแก่นกายที่แข็งเต็มที่ยัดเข้าที่ปากผมอย่างรวดเร็ว ผมเก็บฟันแทบไม่ทัน ร้องประท้วงในลำคอเมื่อพี่รอนกดหัวให้ครอบแก่นกายจนเกือบสุด!

 

มือใหญ่จับหัวกลมๆ ของผมทั้งสองข้างแน่น พี่รอนเงยหน้าครางผะแผ่ว ยกสะโพกขึ้นน้อยๆ แล้วกระแทกแก่นกายเข้าปากผมระรัว!

 

“อี๊ออ! ....อ่อก!”

 

ผมสำลักนิดๆ แต่พี่รอนก็ไม่หยุดกระแทกแก่นกายเข้าสุดลำคอ กดหัวผมให้อยู่นิ่งๆ ผมผ่อนลมหายใจ ตั้งสติก่อนจะเริ่มห่อปากดูดเลียแก่นกาย

 

“อา...เด็กดี...ดูดแรงๆ”

 

พี่รอนเอ่ยชม ผมดูดส่วนปลายแรงๆ ได้รสคาวนิดๆ ของน้ำบางอย่างที่ไหลออกมาจากส่วนหัวแก่นกาย ลิ้นเล็กทำงานอย่างชำนาญกวาดเลียไปทั่วลำ ไหนจะละเลงลิ้นลงเน้นส่วนหัว จนรู้สึกว่ามันกระตุกอยู่ในปากผมมากยิ่งขึ้น พี่รอนถอนกายออกจากปากผม มุมปากผมมีแต่น้ำลายและคราบสีขาวอยู่บนลิ้น พี่รอนอุ้มผมเหมือนอุ้มเด็ก วางลงบนโต๊ะทำงาน ปัดกองเอกสารไว้ข้างๆ ส่วนผมไม่ลืมเป้าหมายของตัวเอง เหลือบมองกระดาษเป้าหมายที่อยู่ฝั่งขวามือแล้วยกยิ้มมุมปาก ผมจัดการถอดกางเกงลวกๆ พี่รอนก็ดูท่ารีบๆ คงอยากเต็มที ขึ้นง่ายชะมัด คืนนี้ผมจะได้นอนไหม?

 

“อ๊า! ดะ..เดี๋ยว! อ๊ะๆ อ๊าาา~!”

 

ผมอ้าปากครางลั่น รู้สึกเสียดๆ ที่ช่องทางอ่อนนุ่ม แก่นกายใหญ่กดเข้ามามิดลำ ความฝืดและความคับแน่นถาถมเข้ามาในความรู้สึก เล่นไม่เปิดทางซะขนาดนี้ทำเอาผมเจ็บเสียดนิดๆ ดีที่เราทำกันค่อนข้างบ่อย สักพักผมก็ผ่อนคลายตัวเอง เริ่มจะไม่เจ็บแต่มีความเสียวและจุกมาแทน ผมอ้าขาออกกว้างตวัดเกี่ยวรัดเอวสอบที่สวนแก่นกายเข้าออกรูจีบที่ขมิบตอบรับอย่างเชื้อเชิญ ผมเชิดหน้าครางอย่างสุขสม ยามแก่นกายใหญ่สวนเข้าตรงจุดเสียว ผมยิ่งครางเสียงดังพี่รอนก็จัดการกระแทกรัวๆ ที่จุดนั้น ตวัดแขนโอบรอบคอแกร่งกดลงให้ซุกที่ซอกคอของผม เป็นนัยบอกให้เล่นกับซอกคอขาว พี่รอนก้มลงซุกไซร้ที่ซอกคอแล้วดูดสลับกัดจนแสบที่คอนิดๆ ผมประคับประคองสติไม่ให้หลงระเริงมากจนเกินไปจนเอาแต่นอนครางหลงลืมเป้าหมาย ระหว่างนั้นผมก็เอื้อมมือไปวางแหมะที่กระดาษลึกลับแผ่นนั้นเรียบร้อย!

 

เสร็จโจร!

 

ยังไม่ทันพลิกกระดาษเปิดอ่าน พี่รอนเงยหน้าขึ้นผมรีบกดหัวทองๆ ลง เอียงคอให้ซุกง่ายกว่าเดิม ขมิบช่องทางอ่อนนุ่มเบี่ยงเบนความสนใจ แต่เนื่องจากสถานที่แคบทำให้ผมขยับสะโพกได้ไม่มาก จึงต้องขมิบตอดแก่นกายแทนได้ยินเสียงคำรามในลำคอ

ปึก! ปึก! ปึก!  

“อาห์…ทำไมวันนี้รัดแน่นละ หืม?”

พี่รอนกระซิบข้างหู ผมไม่ตอบบดเอวสวนสะโพกตามจังหวะพี่รอน ภายในห้องทำงานร้อนระอุทั้งๆ ที่เปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ เราสองคนกอดก่ายกันบนโต๊ะทำงาน แขนข้างซ้ายผมจับที่สะโพกพี่รอนให้กดลงมือ ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซร้ที่ลำคอขาวผ่อง พี่รอนคงใกล้จะเสร็จยกขาผมพาดบ่า สวนกายเข้ามาจนผมจุก เกือบจะยกมือผลักพี่รอนออก แต่ก็ตั้งสติกำกระดาษนั่นจนเกือบยับ ค่อยๆ พลิกแผ่นกระดาษ พร้อมกับหลุดครางเสียงสั่นด้วยความเสียว เมื่อแก่นกายเข้ามาลึกเกินไป ทันใดนั้นน้ำสีขาวขุ่นก็ฉีดพุ่งเข้าที่ช่องทางอ่อนนุ่มพร้อมกับผมที่ลดล่อยออกมาจนเลอะอกแกร่งเรียบร้อย พี่รอนจูบเบาๆ ที่ใบหูผมอย่างหยอกล้อ ผมหัวเราะคิกคักแต่ตานี่เหลือบมองกระดาษที่พลิกหน้าเรียบร้อย!

 

มองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะอยู่ไกลนิดหน่อยแถมลายเส้นยังแปลกๆ อีก เหมือนวาดแบบอะไรสักอย่างอยู่ ทำไมมันช่างเป็นภารกิจที่เปลืองตัวมาก!

 

“ยั่วไม่เลิกจริงๆ เลอะเลยเห็นไหม หื้ม?”

 

พี่รอนกัดใบหูผมเบาๆ ผมหัวเราะคิกคักชอบใจกับเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยออกมา ก็ถ้าไม่ยั่วแผนนี้จะสำเร็จไหม?

 

พี่รอนผละออกไป หยิบผ้าเช็ดหน้าลายกราฟิกสีดำออกมารองน้ำสีขุ่น ค่อยๆ ถอนแก่นกายออกจนน้ำสีขาวขุ่นค่อยๆ ไหลลงผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น แล้วหยิบทิชชูบนโต๊ะออกมาเช็ดคราบของผมระหว่างที่พี่รอนกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำความสะอาด

ผมค่อยๆ หยิบกระดาษแผ่นนั่นเข้ามาใกล้ๆ พร้อมกับขยับตัวลงจากโต๊ะทำงาน หลังจากที่พี่รอนใส่กางเกงให้ผมเสร็จแล้ว กระโดดลงจากโต๊ะมีเซนิดๆ เพราะปวดสะโพก ผมยิ้มยิงฟันใส่พี่รอนที่มองมาอย่างสงสัย ก่อนจะชูกระดาษแผ่นนั้นให้พี่รอนเห็น พี่คนหรี่ตามองกระดาษในมือผมแล้วเบิกตากว้าง ตกใจจนเก็บอาการไม่อยู่ ผมรับวิ่งหนีทันทีที่เห็นพี่รอนขยับตัว

วิ่งออกมาจากห้องทำงานแล้วกดล็อกกลอนทันที พี่รอนที่ถูกขังจากข้างไหนทุบประตูระรัวๆ แต่ผมไม่ได้สนใจ รีบกวาดสายตาดูแล้วชะงักที่เห็นภาพบางอย่างชัดเจน ประจบเหมาะกับพี่รอนที่ไขประตูเปิดออกมาได้แย่งกระดาษในมือผมไปทันที ผมเงยหน้ามองใบหน้าหล่อๆ ของพี่รอนที่เห่อแดงน้อยๆ ริมฝีปากผมค่อยๆ ยิ้มออกช้าๆ จนกลายเป็นยิ้มกว้างเท่าที่ผมเคยยิ้มมาในชีวิต

น้ำตาผมค่อยๆ ไหลลงช้าๆ พี่รอนยิ้มมุมปากนิ้วเรียวเช็ดน้ำตาเบาๆ แล้วขยับมากอดจนผมจมไปกับอกแกร่งผมกอดตอบก่อนจะสะอื้นเบาๆ

วันนี้เป็นวันที่ผมจะจำไปตลอดชีวิตว่าผมมีความสุขที่สุดตั้งแต่เกิดมา แม้ไม่มีคำพูดแต่ผมก็เข้าใจได้

ตอบรับการกระทำนั้นและไม่มีปฏิเสธมัน พี่รอนคงจะรู้ถึงบอกกับผมว่าจะรีบจัดการให้เสร็จทันที เราสองคนกอดกันกลมหน้าห้องทำงานทำเอาเลขาต้องปลีกตัวออกไปเงียบๆ

ผมมองกระดาษในมือพี่รอนด้วยดวงตาเป็นประกายแล้วยกยิ้มอย่างมีความสุข

 

ก็จะอะไรล่ะ

 

ในกระดาษแผ่นนั้นมันคือภาพร่างงานแต่งงานคร่าวๆ เป็นซุ้มลูกโปร่งหัวใจสีชมพู การจัดระเบียบของโต๊ะงานเลี้ยงและภาพร่างสถานที่คือที่ริมทะเล

 

ถ้าไม่มีป้ายหน้าซุ้มลูกโปร่งที่ขีดเขียนลายมือพี่รอนผมอาจจะดูไม่ออก....

มันคือป้ายที่เขียนว่า

 

R (หัวใจ) V

 

ผมยกยิ้มแก้มแทบแตกดีใจจนน้ำตาไหลออกมา ในใจยังคงคิดว่าตัวเองฝันอยู่รึเปล่านะ?

 

แต่ไม่อยากให้เป็นเพียงแค่ฝันหรอก ผมจะไม่ปล่อยให้พี่รอนหลุดมือไปง่ายๆ แน่!

 

“แต่งงานกันนะ วิเวียณ”

“ฮืออ…พรุ่งนี้จัดมันเลย!!”

 

 

---------------------------------------------------------------------- 

ตอนหน้าตอนสุดท้ายแล้วค่า อาจจะมาอีกทีตอนเสาร์-อาทิตย์หน้านะคะ ช่วงนี้ก็มีงานมาเรื่อยๆไม่มีหยุดเลยค่า TTขอโทษที่ปล่อยให้รอนานนะคะ รอตอนหน้าเลยหน้า บ่งตรงแอบเขินที่เขียนตอนหวานๆ คือมันไม่ถนัด (ฮา) 

ถึงตอนนี้จะมี nc แต่ขอไม่ติดเหรียญน้า....มันมีฉากสำคัญค่า ตั้งใจจะไม่ติดเพื่อขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน เข้ามาให้กำลังใจและโดเนทนะคะ ^^

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว