ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 22

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2563 07:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
22
แบบอักษร

“ใบหม่อน เมื่อกี้คุยกับใครเหรอ เห็นหลังไว ๆ” 

            “คุณคทาค่ะ” 

            “ผู้จัดการไร่เราใช่ไหม ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ 

            “เพิ่งรู้จักที่นี่แหละค่ะ เขาเข้ามาแนะนำตัว..ทำไม...หึงเหรอคะ” หญิงสาวยื่นหน้าทะเล้นเข้ามาหา 

            “บ้า....” คนตัวโตไม่รู้จะพูดยังไงกับแม่สาวจอมมโน ตะวันขับรถออกจากโรงพักเพื่อกลับไร่ ...เฮ้อ...อยู่ ๆ ต้องกลายเป็นคนมีเมียมาคุม ชายหนุ่มอ่อนใจคิดหาวิธีจัดการ กับใบหม่อน ไม่เป็นการดีแน่ ๆ ที่จะให้เขาพาหล่อนไปด้วยทุกที่แบบนี้ มีหวังโดนล้อแน่ ๆ โดยเฉพาะไอ้พู่ ดีนะที่วันนี้มันไม่อยู่ เพราะเขาสั่งให้มันไปจัดการที่วัด 

  

            “มาที่นี่ทำไมคะ” ใบหม่อนสงสัย หล่อนเห็นอาคารปูนเปลือยชั้นเดียว หน้าต่างยาวหลายบานให้ความรู้สึกโล่ง โปร่งสบาย   คล้ายสำนักงานมากกว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย แต่ก็ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก ดูน่ารักกำลังดี ถ้าเป็นร้านกาแฟก็ดีสิ 

            “ที่นี่เป็นสำนักงานของไร่เรา ใบหม่อนอยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะเข้าไร่” ชายหนุ่มบอกเสียงอ่อน บ่งบอกถึงความปรารถนาดี ไม่อยากให้หล่อนต้องตะลอนไปร้อน ๆ ด้วย 

            “คุณคทา ก็อยู่ที่นี่ด้วยใช่ไหมคะ” อย่างน้อยก็มีคนรู้จัก ให้ได้พูดคุยกันได้บ้าง 

            “ทำไม...ถ้าคทาไม่อยู่ คุยกับคนอื่นไม่ได้หรือไง” อยู่ ๆ ตะวันก็หงุดหงิดขึ้นมาซะงั้น 

            “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ตอนนี้รู้จักคุณคทาคนเดียวนี่...ไหนว่าไม่หึงไงคะ” ใบหม่อนแกล้งแหย่ พลางหัวเราะคิกคัก 

 

            ตะวันรู้ตัวว่าพลาด จึงวางมาดขรึม แตะข้อศอกหญิงสาวพาเดินเข้าไปในสำนักงาน ซึ่งภายในมีโต๊ะทำงานตั้งอยู่สี่ตัว โต๊ะใหญ่ด้านหลังสุดเป็นของนายตะวัน ส่วนด้านหน้า เป็นของผู้จัดการไร่  พนักงานบัญชี และอีกตัวว่างอยู่ ตะวันแนะนำให้ทุกคนรู้จัก ซึ่งคทา หล่อนรู้จักแล้ว เหลือเพียงราตรี พนักงานบัญชี ที่ใส่แว่นหนาเตอะ ใบหม่อนยกมือไหว้ฝากเนื้อฝากตัวกับราตรี และคทา เพราะถือว่าหล่อนอายุน้อยกว่า เพียงเท่านี้ก็เรียกรอยยิ้มได้แล้ว 

  

            “ตรงที่ว่างนี่ล่ะคะ ของใคร” หญิงสาวถาม 

            “ตรงนี้ว่าง กำลังหาคนที่ทำงานพวกแปลเอกสาร ร่างจดหมายโต้ตอบต่างประเทศ” ตะวันอธิบาย เพราะทุกวันนี้เขาทำสิ่งเหล่านี้เอง ซึ่งมันก็ยุ่งพอดู 

            “ใบหม่อนสมัครได้ไหมคะ” หญิงสาวเสนอ เพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่บ้านคนเดียว  อีกอย่างเรื่องภาษาอังกฤษ หล่อนค่อนข้างจะถนัดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เหลือเพียงเรื่องจดหมายธุรกิจอะไรพวกนั้น ที่ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง 

            “ทำได้เหรอ” ชายหนุ่มไม่แน่ใจ เพราะเท่าที่เห็น หล่อนปล่อยตัวเหลวไหล เรื่องเรียนก็ไม่สนใจมาเป็นปีแล้ว จนกระทั่งบิดาต้องจับส่งให้เขามาดัดนิสัยถึงที่นี่ 

            “เฮ้...อย่าเพิ่งดูถูกกันสิคะ ของอย่างนี้ไม่ลองก็ไม่รู้” ใบหม่อน หรี่ตาตอบด้วยความมั่นใจ 

            “ทดลองก่อนก็ได้ แต่ห้ามส่งกลับโต้ตอบกับลูกค้าเองนะ ต้องเอามาให้พี่ตรวจก่อนอย่างใกล้ชิดเข้าใจไหม” ตะวันกำชับ เพราะเกรงว่าหล่อนจะทำอะไรแผลง ๆ ขึ้นมา  ชายหนุ่มแนะนำพนักงานฝึกหัดอย่างใบหม่อนอยู่นานพอสมควร กว่าจะได้กลับออกไปไร่ 

 

            ในที่สุดใบหม่อนก็ได้ทำงานเป็นหลักแหล่ง แต่แทนที่จะได้นั่งโต๊ะที่ว่างอยู่ ตะวันกลับให้หล่อนนั่งที่โต๊ะของเขา เรื่องแปลนั้นสบายมาก มีตัวช่วยอย่างดี หล่อนให้โปรแกรมแปลให้ แล้วก็มาเกลาสำนวนอีกที เท่านี้ก็สิ้นเรื่อง 

  

            บ่ายวันนั้น ตะวันโทรหา นายเดชา พ่อตา เพื่อรายงานเรื่องใบหม่อน 

            “สวัสดีครับคุณอา ตอนนี้ใบหม่อนขอมาทำงานที่สำนักงานนะครับ” 

            “เป็นไปได้ยังไง ยัยใบหม่อนเนี่ยนะขอมาทำงาน” นายเดชาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง 

            “ครับ.. สงสัยเมื่อคืนผมกลับดึก พอดีมีเรื่องยุ่ง ๆ ที่ไร่ น่ะครับน้องอยู่คนเดียวจนดึก คงจะกลัว วันนี้เลยตามผมแจตั้งแต่เช้า ไม่ยอมอยู่บ้านคนเดียว”  ตะวันเล่า น้ำเสียงเจือด้วยความเอ็นดู จนอีกฝ่ายสัมผัสได้ 

            “ตะวันให้น้องทำงานอะไรล่ะ ระวังยัยใบหม่อนจะไปทำให้ยุ่งนะ” นายเดชากล่าวอย่างเกรงใจ 

            “ผมให้แปลเอกสารครับ ให้ทดลองทำเฉย ๆ” 

            “อืม..ก็ดีหัดให้รู้จักกับความลำบาก จะได้รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่นเขาบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ใจ ตะวันก็อย่าตามใจน้องมากนักก็แล้วกัน” นายเดชายังอดเป็นห่วงไม่ได้ 

            “คุณอาครับ ให้ใบหม่อนเรียนภาคพิเศษดีไหมครับ เสาร์-อาทิตย์ก็ให้ไปเรียนที่เชียงใหม่” 

            “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะ” นายเดชาถามกลับ 

            “คือน้องจะได้ไม่เสียเวลา ไปเริ่มต้นใหม่ที่กรุงเพฯ” ตะวันคิดว่าเขาเองก็เริ่มจะติดคนตัวเล็กเสียแล้ว ถ้าครบหนึ่งปี หล่อนต้องกลับไปเรียนที่กรุงเทพฯตั้งหลายปี เขาคงจะคิดถึงหล่อนแย่ 

 

            “เอาใหม่ ขอตรง ๆ อาแก่แล้วความคิดความอ่านมันช้า” นายเดชารู้ทัน คงจะเกิดถูกอกถูกใจกันเข้าแล้ว ยิ่งมีเชื้อของความเอ็นดูกันตั้งแต่เล็กแต่น้อย ยิ่งทำให้ชายหนุ่มหลงรัก สาวน้อยอย่างใบหม่อนได้ไม่ยาก หากลูกสาวเขาละพยศได้ หล่อนก็เป็นเด็กน่ารักเชียวแหละ 

 

            “คือว่า ผมกับใบหม่อนอาจจะเข้ากันได้ดีจริง ๆ ก็ได้นะครับ” ชายหนุ่มตอบอย่างขัดเขิน เขามั่นใจว่าเนื้อแท้ของหญิงสาวไม่ได้เลวร้ายเกินจะแก้ไขได้ 

 

            “หมายความว่าตะวันอยากให้การแต่งงานหลอก ๆ เป็นจริงขึ้นมาใช่ไหม” ผู้อาวุโส สรุปตรงประเด็น ความจริงเขาเองก็ต้องการให้เป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ลูกสาวเขาเป็นฝ่ายหญิงจะให้ยัดเยียดให้ผู้ชายง่าย ๆ เหมือนของไร้ค่าได้อย่างไร ก็ต้องสร้างข้อแม้ เงื่อนไขกันบ้าง ก็เท่านั้นเอง 

            “ครับ ถ้าคุณอาอนุญาตผมจะหาจังหวะพาใบหม่อนไปพบคุณแม่ แล้วก็แต่งงานให้ถูกต้องนะครับ” ตะวันได้โอกาส เมื่ออีกฝ่ายเปิดช่อง 

            “ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่ตะวันจะจัดการก็แล้วกัน อาเชื่อว่าตะวันจะต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับน้อง” นายเดชาสร้างกำแพงแก้วไว้ให้ลูกสาวอีกชั้นหนึ่งแล้ว เพราะเขาเชื่อว่าคนดี ๆ อย่างตะวัน จะไม่ทำอะไรมักง่ายแน่นอน 

ความคิดเห็น