ปากกานางไม้ / ดอกเอื้องเมืองเหนือ
facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

71.พ่อตาขาโหด (ตอนพิเศษ 2)

ชื่อตอน : 71.พ่อตาขาโหด (ตอนพิเศษ 2)

คำค้น : ทหารเรือ, ทหาร, นรข, นปข, ตำรวจ, ยาเสพติด, ครู, ดนตรี, หน่วยซีล, รีคอน, นาวิกโยธิน, ตำรวจน้ำ, แม่น้ำโขง, ฝั่งไทย, ฝั่งลาว, ความรัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.1k

ความคิดเห็น : 94

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2563 03:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
71.พ่อตาขาโหด (ตอนพิเศษ 2)
แบบอักษร

71.พ่อตาขาโหด 

  

               ทั้งผู้กองพสุธาและครูระริน ต่างคนต่างก็พูดอะไรไม่ออกเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับผู้ใหญ่ทั้งสองที่ห้องนั่งเล่นของบ้าน ครูระรินน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจที่ทำให้พ่อกับแม่ต้องผิดหวัง แต่เรื่องทุกอย่างมันก็เลยเถิดจนเกินกว่าที่จะแก้ไขแล้ว สิ่งเดียวที่ทำได้คือยอมรับผิดทุกอย่างและยืนยันในสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ ให้พ่อกับแม่รู้ 

               “ผมเสียใจครับที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ผมกับริน...เรารักกันครับ รักมากไปก็เลย...” 

               “ไม่ต้องพูด ผมไม่อยากฟัง” มงคลที่ยืนหลังให้อยู่ว่าขึ้น พยายามจะใจเย็น พยายามที่จะไม่เข้าไปตบตีลูกสาวหรือเล่นงานไอ้หนุ่มนี่ บ้านช่องไม่ยอมกลับตั้งหลายเดือน เขารึก็เป็นห่วงคิดว่าลูกคงจะทำงานหนัก แต่ที่ไหนได้ กลับมาแอบมีผัวนอนกกกอดกันอยู่ที่นี่ 

               “ทำไมรินทำแบบนี้ จะรักกันชอบกันแม่ก็ไม่ว่า แต่ทำไมต้องมาแอบอยู่กินกันเองแบบนี้ รินเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ ทำอะไรเคยนึกถึงหน้าพ่อแม่บ้างมั้ย ตัวเองก็เป็นครูด้วย ทำแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน” 

               ครูระรินก้มหน้างุดแล้วร้องไห้ด้วยความเสียใจจนผู้กองพสุธาต้องกอดเธอเอาไว้ เขาจะไม่แก้ตัวใดๆ ลูกผู้ชายกล้าทำก็กล้ารับอยู่แล้ว และเขาก็คิดว่าพ่อกับแม่ของครูระรินต้องเป็นคนมีเหตุผลระดับหนึ่ง 

               “ผมขอโทษจริงๆ ครับที่เกิดเรื่องแบบนี้” ผู้กองพสุธาเข้าไปนั่งคุกเข่าลงตรงหน้ามงคลและรสรินก่อนจะพนมมือไหว้ “สิ่งที่เกิดขึ้นผมยอมรับผิดทุกอย่างและจะไม่แก้ตัวใดๆ ผมทำผิดจริงๆ ครับที่ปล่อยให้เรื่องมันเลยเถิด แต่เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นจากความรักที่ผมมีต่อริน ผมรักรินมาก ผมอยากอยู่กับริน อยากดูแล อยากปกป้อง อยากได้มาเป็นแม่ของลูก คุณลุงคุณป้าช่วยเห็นใจผมด้วยเถอะนะครับ ยกรินให้ผมนะครับแล้วผมจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอรินให้ถูกต้อง ผมจะไม่ทำให้รินเสียหายเด็ดขาด” 

               “ไม่เสียหายอย่างนั้นหรอ อยู่กันก่อนแต่งขนาดนี้ยังไม่เสียหายอีกหรอฮะ คุณก็เป็นทหารยศใหญ่ ทำไมถึงไม่คิดไตร่ตรองบ้าง รักมันก็ส่วนรัก คุณรักลูกสาวคนอื่นแล้วคิดจะเอาลูกสาวเขามาทำเมียก็เอาไปทำเมียได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้หรอ หน้าพ่อหน้าแม่เขาคุณเคยนึกถึงบ้างมั้ย เจ้านายคุณเป็นใคร ผมจะร้องเรียนเรื่องนี้กับเจ้านายคุณ!!!” 

               “ผมเป็นเจ้านายของผู้กองพสุธาเองครับ” เสียงหัวหน้าคเชนทร์ดังขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามาในบ้านเพราะก่อนหน้านี้ครูระรินแอบไลน์ไปบอกเขาและขอร้องให้เขามาช่วยผู้กองพสุธาก่อนที่ผู้กองพสุธาจะถูกพ่อของเธอเล่นงาน เห็นแบบนี้แต่พ่อของเธอก็เป็นถึงอดีตแชมป์นักมวยนะ 

               มงคลและรสรินหันมาทางชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารเรือสีกากีสวมหมวกหม้อตาลดูภูมิฐาน ยศบนบ่าคือนาวาตรี หน้าตาดูหล่อเหลาและยังหนุ่มอยู่มาก นี่น่ะหรอเจ้านาย ทำไมเจ้านายหนุ่มขนาดนี้และที่สำคัญ...รสรินจำหน้าเขาได้ เมื่อก่อนครูระรินเคยเอาภาพของเขามาให้ตนดู ดูเหมือนครูระรินจะชอบผู้ชายคนนี้มาก เอาเรื่องของเขามาเล่าให้เธอฟังตลอด แต่ทำไม...เมื่อก่อนเธอชื่นชมผู้ชายอีกคน แล้วทำไมถึงมาลงเอยกับผู้ชายอีกคนได้ 

               “ผมนาวาตรีคเชนทร์ สัตตะโยธิน เป็นหัวหน้าสถานีเรือรัตนวาปีแล้วก็เป็นผู้บังคับบัญชาของเรือเอกพสุธา สินภากรครับ” หัวหน้าคเชนทร์ยกมือไหว้ผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันมาทางลูกน้องที่ยังนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นอยู่ ส่วนครูระริน ตอนนี้เธอเข้ามานั่งอยู่ข้างๆ ผู้กองพสุธาแล้วพร้อมกับจับมือของเขาเอาไว้แน่น 

               “ไม่ทราบว่าลูกน้องของผมทำผิดพลาดอะไรรึเปล่าครับ” 

               “ทำผิดสิ ก็ลูกน้องคุณมาแอบหลับนอนกับลูกสาวของผม คุณจะจัดการเรื่องนี้ให้ผมยังไง ผมจะร้องเรียนให้ไล่เขาออกจากราชการ!!!” 

               “คุณพ่อ” ครูระรินร้องขึ้น จริงอยู่ที่ว่าเธอกับผู้กองพสุธาทำไมถูก แต่โทษก็ไม่น่าจะถึงกับต้องไล่ออกนี่นา 

               “ถ้าเป็นความผิดจริงผมก็คงต้องสอบสวนผู้กองพสุธาในเรื่องนี้ก่อนนะครับเพื่อความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย ผมรับปากครับว่าจะตัดสินเรื่องนี้อย่างยุติธรรมที่สุด” หัวหน้าคเชนทร์ว่า “แต่ว่า...ความจริงเรื่องที่ผู้กองพสุธากับครูระรินคบหากันนั้นผมแล้วก็ทุกๆ คนทราบอยู่แล้วครับ พวกเขาดูเป็นคู่รักที่น่ารักมากๆ เลยทีเดียว ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม หากผู้กองพสุธาไม่ได้ทำร้ายร่างกายครูระริน ไม่ได้ข่มขู่คุกคามหรือรังแกขืนใจ แต่กระทำไปด้วยความรัก ความเต็มใจของคนทั้งคู่ ผมก็คงทำอะไรไม่ได้มากนะครับ ผมไม่สามารถไล่ลูกน้องของผมออกจากราชการได้เพียงเพราะเขาแค่หลับนอนกับคนรักของเขา ไม่ใช่การทำผิดวินัยหรือกฎหมาย แต่ถ้าเป็นเรื่องของความถูกผิด...ครับ พวกเขาอาจจะทำผิดที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่ง แต่ความผิดนี้ก็น่าจะสามารถพูดคุยกันได้นี่ครับ” 

               “ยังไงผมก็จะเอามันออก!!!” 

               “ถ้าผู้กองพสุธาถูกไล่ออกจากราชการแล้วจะเป็นยังไงต่อหรอครับ เขาจะยังได้คบกับครูระรินต่อรึเปล่า” 

               “...” 

               “ตอนนี้ผู้กองพสุธากำลังมีอนาคตทางราชการที่ดีมาก ตอนนี้เป็นเรือเอก อีกไม่กี่ปีก็จะเลื่อนขึ้นมาเป็นนาวาตรี เป็นหัวหน้าสถานีเรือที่ไหนซักที อนาคตกำลังรุ่งเรืองเป็นหน้าเป็นตาให้กับครอบครัว ถ้าได้แต่งงานกับครูระรินผมเชื่อแน่ว่าครูระรินก็คงจะเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากๆ คนหนึ่ง แต่ถ้าอนาคตของผู้กองพสุธาต้องถูกทำลายลงแล้วเขาจะเลี้ยงดูลูกเมียยังไง แทนที่ครูระรินจะได้เป็นคุณนายของนายทหารเรือมีหน้ามีตากลับต้องมาทำงานเลี้ยงผัวตกงานอย่างงั้นหรอครับ” 

               พอได้ฟังที่หัวหน้าคเชนทร์พูด มงคลก็ถึงกับคิดหนัก จะว่าไปที่นายทหารคนนี้พูดมามันก็มีเหตุผล ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนอยากให้ลูกลำบากหรอก ตนก็แค่โกรธมากเท่านั้น โกรธที่ครูระรินทำอะไรไม่คิดถึงหน้าตาของพ่อแม่ ตอนนี้ครูระรินก็ไม่ใช่เด็กสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่เธอโตมากแล้ว โตพอที่จะออกเรือนได้ มีหน้าที่การงานที่มั่นคงดูแลตัวเองได้ อย่างผู้กองพสุธาเองก็ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ หน้าที่การงานก็ดีมีอนาคต ถ้าได้มาเป็นลูกเขยก็ไม่น้อยหน้าใครทั้งนั้น 

               “คุณลุงคุณป้าลองพิจารณาเรื่องนี้ใหม่อีกทีเถอะนะครับ คนเขารักกันจะกีดกันไปก็คงจะไม่ดี ผมรู้จักผู้กองพสุธามาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว ผมขอเอายศตำแหน่งของผมเป็นประกันเลยครับว่าผู้กองพสุธาเป็นคนดี เป็นสุภาพบุรุษ รักเดียวใจเดียว ซื่อตรงต่อหน้าที่ ครูระรินจะไม่มีวันเสียใจเด็ดขาดครับที่เลือกเขามาเป็นคู่ครอง” ผู้กองพสุธาเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นหัวหน้าด้วยความซาบซึ้งใจ หัวหน้าคเชนทร์ไม่เพียงแต่เป็นเจ้านาย แต่หัวหน้าคเชนทร์ยังคงเป็นพี่ชายที่แสนดีของเขาอีกด้วย ในยามที่เขาเดือดร้อนหัวหน้าคเชนทร์จะคอยออกโรงปกป้องและช่วยเหลือเขาเสมอ 

               “พี่เชนทร์คะ” ในระหว่างที่ทุกคนกำลังใช้ความคิดและคร่ำเครียดกันอยู่นั้นปานมณฑาก็เดินเข้ามาในบ้านอีกคน และเดินตัวเซนิดๆ เมื่อที่ด้านหน้าและด้านหลังของเธอ เธอสะพายเป้อุ้มลูกงูน้อยฝาแฝดเอาไว้ ส่วนแขนอีกข้างก็อุ้มข้ามโขงเอาไว้ด้วย สภาพคุณแม่กระเตงลูกอ่อนทั้งสามเข้ามาทำให้ทุกคนเกือบหลุดขำ หัวหน้าคเชนทร์จึงรีบเข้าไปช่วยเธอสะพายเป้อุ้มเพลงพิณและรับข้ามโขงมาอุ้มด้วยอีกคน ตอนนี้ปานมณฑาจึงอุ้มแค่เพลงรักเอาไว้เท่านั้นทำให้ทุกคนมองเห็นชุดที่เธอสวมใส่อยู่ได้ถนัดตามากขึ้น กางเกงยีนขาสั้นสีดำกับเสื้อครอปแขนตุ๊กตาสีขาวอวดผิวกายขาวๆ ทั้งเนินอก หน้าท้องที่แบนราบราวกับคนที่ไม่เคยมีลูกมาก่อน ไหนจะเรียวขาขาวสวยอีก ยิ่งผมไฮไลท์สีชมพูอ่อนดัดเป็นลอนคลื่นยิ่งดูเหมือนเด็กสาวแรกรุ่น หน้าขาวผ่อง ปากแดงๆ รสรินคิดว่าเธอน่าจะอายุไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำ 

               “ยังหนุ่มยังแน่นมีลูกสาวโตขนาดนี้แล้วหรอคะ” รสรินอดรู้สึกชอบปานมณฑาไม่ได้ เหมือนเด็กสาวคนนี้จะมีเสน่ห์ในตัวเป็นอย่างมากที่แค่เห็นครั้งแรกก็รู้สึกชอบแล้ว 

               “อ๋อ นี่ต่างหากครับลูกสาวกับลูกชายของผม” หัวหน้าคเชนทร์ชี้มาที่เพลงพิณกับสองหนุ่มน้อย ซึ่งวันนี้สาวน้อยและพี่ๆ แต่งชุดธีมแมลง เพลงพิณแต่งเป็นผึ้งน้อยสีเหลือง ข้ามโขงเป็นแมลงเต่าทองสีแดง ส่วนเพลงรักแต่งเป็นหนอนชาเขียว ปานมณฑาอดหัวเราะออกมาไม่ได้เมื่อถูกเข้าใจผิดแบบนี้ เวลาไปข้างนอกที่ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีใครทักเธอว่าเป็นเมียของเขาเลย ถ้าไม่เป็นลูกก็เป็นหลานของเขาตลอด 

               “ส่วนคนนี้...แม่ของลูกครับ” คนตอบ ก็ตอบแบบอึดอัดใจ ปานมณฑาก็ยิ่งหัวเราะไม่หยุดขณะยกมือขึ้นไหว้พ่อกับแม่ของครูระริน ซึ่งพอได้ยินแบบนี้มงคลก็ตวัดสายตามาทางหัวหน้าคเชนทร์อย่างไม่ชอบใจทันทีก่อนจะหันมามองทางผู้กองพสุธาอีกคน 

               “อ๋อ ถึงว่าสิลูกน้องทำตัวแบบนี้ ขนาดเจ้านายก็ยังคว้าเอาเด็กมาทำเมีย ลูกน้องก็เลยมีพฤติกรรมแบบนี้ ยัดเงินไปกี่บาทล่ะถึงรอดคดีพรากผู้เยาว์มาได้” 

               “ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ” ปานมณฑารีบแก้ข่าวเมื่อเห็นว่ามงคลกำลังจะหาเรื่องสามีของเธออีกคน 

               “ป่านอายุยี่สิบห้าจะยี่สิบหกแล้วค่ะ แล้วก็แต่งงานกับพี่เชนทร์อย่างถูกต้องแล้ว พี่เชนทร์ไม่ได้พรากผู้เยาว์ป่านนะคะ” 

               “หึ! ก็มีเมียเด็กจนได้ลูกยั้วเยี้ยอยู่ดี” 

               “แต่งงานเป็นผัวเมียกันแล้วก็ต้องมีลูกเป็นธรรมดาสิคะแปลกตรงไหน เดี๋ยวครูระรินก็ต้องมีลูกเหมือนกันค่ะ” จากที่เริ่มจะใจเย็นลงแล้ว พอได้ยินแบบนี้เข้ามงคลก็โกรธขึ้นมาอีก นั่นสินะ เกิดครูระรินท้องขึ้นมาตนจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน อุตส่าห์ส่งเสียให้เรียนจนได้เป็นครูให้คนเคารพนับถือ แต่กลับมาทำตัวแบบนี้ 

               “พี่ว่าอยู่เฉยๆ เถอะ” หัวหน้าคเชนทร์หันมาบอกกับปานมณฑา เธอก็เลยทำเมินหน้าใส่เขาแล้วคลอเคลียกับหนอนชาเขียวน้อยในอ้อมกอดแทน 

               “คุณลุงให้โอกาสผู้กองพสุธาเถอะนะครับ ยังไงซะพวกเขาก็รักกัน” 

               “เอายังไงดีคะคุณ” รสรินกระซิบถามสามี ตอนนี้เริ่มใจอ่อนแล้วและรู้สึกว่าสิ่งที่หัวหน้าคเชนทร์บอกก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย ครูระรินก็อายุจวนจะสามสิบแล้ว ขนาดเมียของนายทหารคนนี้อายุน้อยกว่าครูระรินก็ยังมีลูกแล้วตั้งสามคนเลย 

               “ผมไม่รู้ ผมจะกลับกรุงเทพฯ” พอมงคลพูดแบบนี้ออกมาครูระรินก็น้ำตาร่วงลงมาอีกเมื่อรู้ว่าผู้เป็นพ่อโกรธตนมากแค่ไหน แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ 

               “รินต้องทำยังไงหรอคะคุณพ่อถึงจะเห็นใจรินกับพี่ดิน” เธอว่าขึ้นเมื่อผู้เป็นพ่อจะเดินหนีออกจากบ้านไป “จะให้รินเลิกกับพี่ดินใช่มั้ยคะคุณพ่อถึงจะพอใจ รินเสียใจที่รินทำผิด รินรู้ว่าความเสียใจของรินมันคงน้อยไปเมื่อเทียบกับความเสียใจของคุณพ่อคุณแม่ แต่ว่า...รินรักพี่ดิน รินอยากอยู่กับเขา คุณพ่อกับคุณแม่ยกโทษให้รินกับพี่ดินด้วยเถอะนะคะ” 

               “แกจะบอกว่าแกเลือกผัวของแกใช่มั้ย” 

               “รินไม่สามารถเลือกใครได้ทั้งนั้นค่ะ รินขอแค่ความเห็นใจ ขอแค่ให้คุณพ่อกับคุณแม่ยกโทษให้ก็พอ คุณพ่อ...” ครูระรินคลานเข้ามากอดขาผู้เป็นพ่อเอาไว้ ร้องไห้ด้วยความเสียใจจนปานมณฑารู้สึกใจเสียตาม 

               “รินขอโทษ คุณพ่อยกโทษให้รินกับพี่ดินเถอะนะคะ นะคะคุณพ่อ” 

               “อ้าว ไปร้องไห้ตามเขาทำไม” หัวหน้าคเชนทร์หันมาทางปานมณฑาที่ยืนกอดหนอนชาเขียวตัวน้อยร้องไห้อยู่ข้างๆ อย่างสะอึกสะอื้นราวกับว่าเป็นเรื่องของตัวเองอย่างไรอย่างนั้น 

               “ป่านสงสารครูระรินค่ะ” เธอตอบก่อนจะหันมาทางมงคลที่ทำท่าจะเดินหนีออกไปจากบ้านหากไม่ติดว่ามีครูระรินกอดขาเอาไว้แน่น 

               “ครูระรินโชคดีนะคะที่มีทั้งคุณพ่อคุณแม่อยู่กันพร้อมหน้าแบบนี้ ไม่เหมือนป่าน ป่านอยู่กับแม่มาทั้งชีวิตไม่เคยได้เจอหน้าพ่อ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพ่อเป็นใคร จนเมื่อปีก่อน...ป่านถึงได้รู้ว่าพ่อของป่านติดคุกอยู่ที่ฝั่งลาว ตลอดทั้งชีวิตป่านได้เจอพ่อยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลย พอป่านเยี่ยมพ่อจากในเรือนจำเสร็จพ่อของป่านก็เสียในตอนนั้น ทุกๆ ช่วงเวลาที่สำคัญของชีวิตป่านมีแต่แม่ ไม่เคยมีพ่อมาร่วมงานเลย ตั้งแต่วันเข้าโรงเรียนครั้งแรก วันรับปริญญา วันที่แข่งขันดนตรีชนะ วันแต่งงาน วันคลอดลูก ป่านมีแค่แม่กับสามีแล้วก็พี่น้องเพื่อนฝูงเท่านั้นที่มาร่วมแสดงความยินดีด้วย แต่ไม่มีพ่อ...ตอนนี้ครูระรินเขาก็มีคนรักแล้ว ทำไมคุณลุงถึงไม่เห็นใจสนับสนุนความรักของลูกสาวหน่อยล่ะคะ ป่านเชื่อนะว่าไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากทำให้ลูกตัวเองเป็นทุกข์หรอก ต่อให้ลูกจะผิดพลาดยังไงคนเป็นพ่อกับแม่ก็จะอภัยให้ลูกได้เสมอ เมื่อก่อนป่านก็ไม่ค่อยเข้าใจอะไรแบบนี้หรอกค่ะ จนกระทั่งป่านมีลูก ป่านรักลูกๆ ทั้งสามคนของป่านที่สุดในโลกคุณลุงกับคุณป้าก็คงจะรักครูระรินแบบนี้เหมือนกันใช่มั้ยคะ ถ้าอย่างนั้น...อภัยให้ลูกสาวคนนี้เถอะนะคะ ความรักมันเป็นสิ่งที่สวยงาม บั้นปลายของความสวยงามก็ควรจะจบด้วยความสุข อนุญาตให้ผู้กองกับครูระรินแต่งงานกันเถอะนะคะ คุณลุงไม่อยากเดินจูงมือลูกสาว พาลูกสาวมาเข้าพิธีแต่งงานหรอคะ” ว่าแล้วก็ก้มลงมาหอมแก้มหนอนชาเขียวน้อยอีกจนเพลงรักส่งเสียงดี๊ด๊าอย่างชอบใจแล้วกอดแม่ป่านแน่น 

               สิ่งที่ปานมณฑาพูดเหมือนกับทำให้มงคลคิดได้อีกครั้งแล้วจึงก้มลงมามองลูกสาวที่กอดขาตนร้องไห้อยู่ ความฝันอีกอย่างของพ่อก็คือการได้ส่งลูกสาวเข้าพิธีแต่งงานกับคนที่เขารัก ได้เห็นวันที่ลูกมีความสุขและสร้างครอบครัว น้ำตาของคนเป็นพ่อเอ่อคลอเมื่อเห็นลูกต้องมาร้องไห้แบบนี้ แต่สุดท้ายมงคลก็ยอมเข้าไปกอดครูระรินในที่สุด ก่อนที่รสรินจะเข้ามากอดทั้งพ่อแล้วก็ลูกตาม ผู้กองพสุธากับหัวหน้าคเชนทร์ยิ้มออกในทันทีเมื่อสถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น แต่ปานมณฑากลับเอาแต่ร้องไห้ตามเดิมด้วยความซึ้งใจเพราะมีปมเรื่องที่ไม่เคยมีครอบครัวที่อบอุ่นแบบนี้มาก่อน 

               “ไม่ร้องๆ อายลูก” หัวหน้าคเชนทร์ยื่นแขนมาโอบกอดเธอ เอ็นดูเธอนัก ถึงจะดูเป็นเด็กแต่เธอก็มีหัวใจของความเป็นแม่อยู่เต็มเปี่ยม เจ้างูน้อยสามตัวนี้โชคดีเหลือเกินที่ได้เป็นลูกรักของแม่ป่วงๆ คนนี้ “พี่ก็เป็นพ่อให้ป่านแล้วไง เป็นทั้งพ่อ พี่ชาย สามี แล้วตอนนี้ก็เป็นพ่อของลูกป่านด้วยนะ โฟร์อินวันเลยตอนนี้” ปานมณฑาหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา จนเมื่อมือน้อยๆ ของหนอนชาเขียวที่เธออุ้มอยู่ยื่นมาเช็ดน้ำตาให้ ความเจ็บปวดหรือความทุกข์ใจใดๆ ก็มลายหายไปจากเธอในทันที 

               ผู้กองพสุธากับครูระรินก้มลงไปกราบผู้เป็นพ่อและแม่เพื่อขอโทษ ขอขมากับสิ่งที่ผิดพลาดไปโดยมีหัวหน้าคเชนทร์กับปานมณฑาอยู่เป็นพยานและแสดงความยินดีด้วย รสรินนั้นเปิดใจยอมรับผู้กองพสุธาเป็นลูกเขยได้ แต่มงคลนั้น แม้ว่าภายในใจจะไม่ได้รังเกียจลูกเขยแล้วแต่ก็ยังทำเป็นวางมาดพ่อตาใส่อยู่ดีเพื่อข่มลูกเขย เห็นแล้วหัวหน้าคเชนทร์ก็อดรู้สึกโล่งใจไม่ได้ที่เขาไม่เคยมีปัญหาเรื่องพ่อตากับลูกเขยเลย เพราะพ่อตาดันถูกเขาจับเข้าคุกจนตาย 

               “แบบนี้ก็ต้องหาฤกษ์แล้วใช่มั้ยครับ ในฐานะที่ผมเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้กองพสุธา เดี๋ยวผมจะไปขอฤกษ์แต่งดีๆ จากหลวงพ่อให้นะครับ” 

               “ในฐานะเมียผู้บังคับบัญชาของผู้กองพสุธาและเป็นเพื่อนครูระริน ป่านก็จะเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ด้วยค่ะ” คุณแม่ลูกสามรีบชูมือขึ้น 

               “อย่ามาเลียนแบบ” หัวหน้าคเชนทร์ว่า “เพื่อนเจ้าสาวต้องเป็นคนที่ไม่เคยแต่งงานมาก่อนและพ่อแม่ต้องไม่เคยเลิกลากันด้วย” 

               “โห นี่สมัยไหนแล้วคะยังยึดถืออะไรแบบนี้อยู่อีกหรอโบราณจัง มีผัวแก่ก็งี้แหละ” แล้วกำปั้นของผัวแก่ก็ทุบเข้าใส่กลางศีรษะน้อยๆ ของปานมณฑาจนทุกคนขำกัน โดยเฉพาะลูกงูน้อยทั้งสามที่ดูจะชอบใจเป็นพิเศษเวลาพ่อกับแม่หยอกล้อกันแบบนี้ 

               “ถ้าอย่างนั้นผมจะให้ผู้ใหญ่ทางผมมาสู่ขอรินให้เป็นทางการอีกครั้งนะครับ...คุณพ่อ คุณแม่” 

               “เรียกลุงกับป้าเหมือนเดิมก็ดีอยู่แล้ว” มงคลว่าอย่างข่มขวัญลูกเขย วินาทีนี้ผู้กองพสุธาก็ต้องยอมไปก่อน ก็อยากได้ลูกสาวเขา อะไรยอมได้ก็ต้องยอม 

               “ลูกสาวใคร ใครก็รัก มีลูกสาวเหมือนกันไม่ใช่หรอ ถ้าเจอแบบนี้บ้างจะรับได้มั้ย” คนมีลูกสาวถึงกับสะดุ้งเมื่อมงคลหันมาถาม หัวหน้าคเชนทร์จึงก้มลงมามองเพลงพิณ คนนี้น่ะขวัญใจของพ่อเลย ยิ่งหน้าตาน่ารักขนาดนี้โตขึ้นคงสวยเหมือนแม่ แค่คราวก่อนถูกลูกชายของผู้พันกรันณ์แอบจุ๊บเขาก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แทบจะฆ่าหลานชายวัยสองขวบทิ้ง ถ้าเขาต้องมาเจอสถานการณ์แบบมงคลบ้างก็คงยากที่จะทำใจ  

               “ผมคงยิงแสกหน้าไอ้หนุ่มนั่นก่อนที่จะได้ถามชื่อมันอีกครับคุณลุง” 

               “เหอะ!” มงคลเบะปากใส่ แล้วก่อนหน้านี้ล่ะมาทำปากดีใส่เขา 

               “ลูกสาวเดียว สินสอดคิดแพงนะจะบอกให้” พ่อตายังคงข่มขวัญลูกเขยไม่หยุด 

               “คุณพ่อจะคิดเท่าไหร่ล่ะครับ” 

               “เงินร้อยหาบ ทองพันชั่ง” 

               “โห!!!” ปานมณฑาร้องขึ้นพลางทำตาโต 

               “ร้องดังขนาดนี้ รู้หรอว่าเงินร้อยหาบกับทองพันชั่งน่ะมากน้อยแค่ไหน” 

               “ไม่รู้ค่ะ” เธอส่ายหน้าตอบสามี “แต่โหเอาไว้ก่อนเพราะคิดว่าต้องแพงมากแน่ๆ ค่ะ” แล้วกำปั้นของหัวหน้าคเชนทร์ก็ทุบลงมาที่กลางศีรษะของเธอเบาๆ อีกครั้ง เหมือนหยอกล้อกันอยู่แค่สองสามีภรรยา ในขณะที่ผู้กองพสุธาถึงกับเหงื่อตกเมื่อได้ฟังจำนวนสินสอดที่พ่อตาว่า จากการคำนวนคร่าวๆ ในใจ เงินร้อยหาบยังพอจะหาได้ แต่ทองพันชั่งนี่สิ ต้องทำงานเก็บเงินอีกกี่ชาติถึงจะมีมากพอขนาดนั้น 

               “คุณพ่อไม่ได้หมายถึงทองพันชั่งจริงๆ หรอกใช่มั้ยครับ” 

               “หูก็ไม่ได้หนวกนี่” 

               “คุณพ่อคะ” ครูระรินพยายามขอความเห็นใจจากผู้เป็นพ่ออีก เธอก็เป็นแค่คนธรรมดาๆ ไม่ได้หมายจะเอาสินสอดราคาแพงเสียหน่อย สำหรับเธอ สิ่งที่เธอต้องการก็มีเพียงแค่ความรักที่จริงใจเท่านั้น 

               “ถ้าหาไม่ได้ ก็ไม่ต้องแต่ง!” 

               “กู้ป่านได้นะคะ” 

               “ห้ามกู้!!!” มงคลดุขึ้นอีกจนปานมณฑาสะดุ้งโหยง ให้ตายสิคนอะไรดุได้ดุดี ดุซะจนเธอกลัวแทนลูกเขยบ้านนี้แล้วนะเนี่ย 

               “แค่เริ่มต้นใช้ชีวิตคู่ก็คิดจะเป็นหนี้แล้วหรอ ถ้าไปกู้เขาก็ห้ามแต่ง!” 

  

 

 

               เพราะคำประกาศิตของพ่อตาในวันนั้นทำให้ผู้กองพสุธาต้องนอนเอามือก่ายหน้าผากทุกวัน คิดหาหนทางที่จะเอาสินสอดมาแต่งเมียแต่ก็ติดตรงที่...เขาสู้ราคาไม่ไหว เขาเป็นแค่ข้าราชการธรรมดาๆ นะ ไม่ได้รวยมรดกพ่อบุญธรรมอย่างหัวหน้า อ้อ! ไม่สิ หัวหน้าไม่ได้รวย หัวหน้ามีแต่ตัว เมียหัวหน้าต่างหากที่รวยมรดกจากผัวและจากพี่ชาย แต่ก็นั่นแหละ เขาจะไปหาเงินร้อยหาบกับทองพันชั่งมาจากไหน นี่มันยุคไหนแล้ว ทองหนึ่งบาทก็ราคาจวนจะสามหมื่นไม่ใช่แค่ไม่กี่พันเหมือนกับสมัยก่อน จะไปขอกู้ก็คงไม่ได้ พ่อตาของเขาก็พูดถูก การต้นชีวิตคู่ไม่ควรเป็นหนี้ใคร แล้วแบบนี้เขาจะไปหาสินสอดมาจากไหนกัน เฮ้อ! กลุ้มเว้ย 

               “หาสินสอดไม่ได้ก็วิวาห์เหาะสิ” ผู้กองสายชลหันมาบอก ขณะที่เดินขึ้นมาจากแพด้วยกันหลังขับเรือออกตรวจ 

               “เอาลูกมาเป็นสินสอดแบบหัวหน้าสิครับผู้กอง” จ่ามารุตเสนออีกคน 

               “จะเอาลูกมาจากไหน เขาคุมกำเนิดกันอยู่” 

               “อ้าว มีหลายคนไม่ใช่หรอ แบ่งให้ผู้กองซักคนสิจ่า” จ่ามารุตอดหันมาแซวเพื่อนไม่ได้ เพราะถ้าไม่นับหัวหน้าก็มีจ่าอนลนี่แหละที่ลูกดก 

               “จะบ้าหรอ ลูกนะไม่ใช่ขนมจะได้เอามาแบ่งกันได้” 

               “พ่อตาแกก็เหลือเกินนะไอ้ดิน เรียกสินสอดบ้าอะไรแพงขนาดนี้ ขายลูกกินหรอ” 

               “พูดเบาๆ ไอ้ชล เดี๋ยวพ่อตาฉันได้ยิน” ผู้กองพสุธามองไปรอบๆ ตัวอย่างระวัง เพราะหัวหน้าเชิญพ่อตากับแม่ยายของเขามาพักที่บ้านรับรองของทางสถานีเรือ เพราะบ้านพักของครูระรินมีห้องนอนเดียวเดี๋ยวจะไม่สะดวก จะให้ไปนอนโรงแรมข้างนอกก็กระไรอยู่ ให้มาอยู่ที่สถานีเรือนี่แหละจะได้อยู่ใกล้ๆ ลูกสาว และได้เห็นเวลาลูกเขยทำงาน  

               “หัวหน้าแกก็พยายามช่วยผู้กองดีนะครับ พอเห็นพ่อตากับแม่ยายของผู้กองมาก็มอบหมายให้ผู้กองสั่งการในสถานีเรือแทนทั้งหมด คงอยากให้ผู้กองสร้างภาพผู้นำที่แข็งแกร่งกับพ่อตาแม่ยาย” 

               “ใช่หรอจ่า” ผู้กองสายชลหันมาทางจ่ามารุต “ไม่ใช่ว่าต้องคอยรับใช้เมียกับลูกหรอถึงไม่มีเวลามาสั่งการเองที่สถานีเรือ ช่วงนี้เด็กๆ กำลังหัดเดินกัน น้องเพลงพิณก็อ้อนพ่อเก่งเหลือเกินผมว่าหลงลูกสาวมากกว่า ผู้กองดินน่ะแค่ได้อนิสงค์มาจากหลาน” แล้วทุกคนก็พากันหัวเราะร่วน เอ็นดูหัวหน้าเห่อลูกนัก ลูกก็น่ารัก เมียก็ทั้งอ้อนทั้งอ่อย เห็นแล้วท่าจะได้เป็นทาสเมียยันตาย 

               “ผู้กอง!” กำลังหัวเราะกันอยู่ดีๆ ปานมณฑาก็ยื่นหน้าออกมาจากกำแพงของสถานีเรือข้างๆ บ้านของเธอพร้อมกับกวักมือเรียกผู้กองพสุธาอยู่ไวๆ 

               “ครับ มีอะไรรึเปล่าครับครูป่าน” 

               “มีคนบอกว่าสามารถช่วยผู้กองหาค่าสินสอดได้แล้วค่ะ มาดูที่บ้านฉันสิคะ” 

               แม้จะงงๆ กับสิ่งที่เธอบอก แต่ทุกคนก็พากันปีนกำแพงสถานีเรือไปที่บ้านของปานมณฑา ซึ่งเธอไม่ได้อยู่คนเดียวแต่แก๊งของโชกุนก็อยู่ที่นี่กันด้วย มากันจนเต็มใต้ถุนบ้านเลยและที่สำคัญบนขื่อใต้ถุนบ้านก็ยังคงมีงูใหญ่นอนขดตัวอยู่เช่นเคย 

               “หัวหน้าล่ะครับครูป่าน” 

               “กล่อมเด็กๆ นอนกลางวันอยู่บนบ้านค่ะ” เออดีเนาะบ้านนี้ ผัวเลี้ยงลูก เป็นเมียหัวหน้าคเชนทร์นี่สบายดีเหลือเกิน 

               “พอดีพวกโชกุนเขาได้ยินมาจากที่โรงเรียนค่ะว่าพ่อตาของผู้กองเรียกสินสอดแพง พวกเขาหาวิธีช่วยได้ก็เลยเอาข่าวมาบอก” 

               “วิธีอะไร” ผู้กองพสุธาเดินไปนั่งที่โซฟาไม้แล้วถามแก๊งเด็กตัวแสบ เป็นแค่เด็กนักเรียนจะมาสอนผู้ใหญ่หาเงินยังไงตั้งมากมาย แล้วเขาก็ยังไม่จนตรอกจนถึงขั้นต้องมาพึ่งเด็กเกเรแก๊งนี้หรอกนะ ท่าทางเรื่องสินสอดของเขานี่จะดังไปไกลทั้งหมู่บ้านแล้วมั้ง เจอหน้าใครใครก็ถาม 

               “เงินหลายปานนั้นผู้ใด๋สิไปหาได้ ของแบบนี้มันก็ต้องใช้เล่ห์กันแหน่จักหน่อย” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของโชกุนผุดขึ้นมาก่อนที่จะพยักหน้าไปทางเพื่อนๆ ทุกคนจึงขนต้นทองพันชั่งจำนวนหลายต้นมากองเอาไว้ตรงหน้าผู้กองพสุธาพร้อมกับตะกร้าหาบหวายที่มีธนบัตรของเด็กเล่นร้อยมาอย่างสวยงาม ผู้กองสายชลเห็นแล้วก็หัวเราะขึ้นมาทันทีเพราะเขาเองก็เคยคิดจะแนะนำให้ผู้กองพสุธาทำแบบนี้เหมือนกัน เหมือนทุกคนจะเข้าใจที่โชกุนสื่อ มีเพียงแค่ปานมณฑาเท่านั้นที่ยังยืนงงอยู่กับที่ 

               “คืออะไรไม่เข้าใจ เอาต้นไม้มาทำไมโชกุนไหนบอกว่ามีวิธีช่วยผู้กองเขาหาค่าสินสอดได้ไง” 

               “เอ๋า ครูป่านบ่ฮู้จักเซียงเหมี่ยงตี้” 

               “เซียง...เซียงอะไรนะ” เธอก็ว่าเธอได้ภาษาอีสานแล้วนะ แต่ทำไมถึงไม่เข้าใจที่โชกุนพูด 

               “เซียงเหมี่ยงคือศรีธนญชัยของคนอีสานน่ะครับ เป็นพวกฉลาดแกมโกง” จ่ามารุตหันมาอธิบาย ปานมณฑาถึงได้เข้าใจ เซียงเหมี่ยงอะไรนี่เธอไม่รู้จักหรอก รู้จักแต่ศรีธนญชัย 

               “แล้วของที่เอามานี่คืออะไร” เธอชี้มาทางต้นทองพันช่างอีก 

               “ครูป่านบ่ฮู้จักตี้ ต้นอันนี้เขาเอิ้นว่าต้นทองพันชั่งกับเงินฮ้อยหาบ กะนี่เด้ค่าดองของครูระริน โอ๊ย! ปึกคัก” 

               “ปึก...ปึกอะไร” ท่าทางภาษาอีสานที่เธอเรียนรู้มาจะยังไม่ครบหลักสูตรดี จ่ามารุตเห็นเธองงแล้วก็ปวดหัวแทนนักจึงได้หันมาแปลให้ฟังอีก 

               “ปึกแปลว่าโง่ครับครูป่าน” 

               “ฮะหนอย....” 

               “โอ๊ย!!! เอ๋อๆๆ ผมเจ็บ อย่าหยิกส่วงผม เอ๋อๆๆ ยอมแล้วๆ ยอมแล้วครับ” โชกุนร้องออกมาลั่นเมื่อถูกปานมณฑาหยิบเข้าให้ที่สีข้างและหยิกแรงมากๆ ด้วยข้อหาที่เจ้าเด็กนี่มาด่าว่าเธอโง่ เสียงร้องของโชกุนทำให้หัวหน้าคเชนทร์เดินลงมาจากบ้านพร้อมจับจุ๊ปากใส่เพื่อบอกให้ทุกคนเงียบๆ กัน 

               “เบาๆ หน่อย น้องกำลังนอนกลางวันกัน” พ่อลูกอ่อนว่าก่อนจะเดินเข้ามาร่วมวงสนทนากับทุกคน ทันทีที่เขาหันมาเห็นสินสอดของผู้กองพสุธาตรงหน้า เขาก็หัวเราะออกมาอีกคน 

               “มีคนคิดจะทำแบบนี้จริงๆ หรอ” 

               “คบเด็กสร้างบ้านครับหัวหน้า” ผู้กองพสุธาตอบแล้วมองไปทางโชกุนพลางส่ายหน้าให้ เขาไม่น่ามาเสียเวลากับเจ้าพวกเด็กเกเรนี่เลย 

               “ผู้กองอย่าเบิ่งพวกผมแบบนี้เด้อ กะพวกผมอยากซอย ครูระรินเผิ่นดีกับพวกผมหลาย ตั้งแต่บ่มีครูป่านกะได้ครูระรินนี่ล่ะซอยเบิ่งแยงพวกผมยามอยู่โรงเรียน เบิ่งซงเผิ่นคือสิอยากแต่งงานกับผู้กองแฮง เผิ่นฮักผู้กองหลายเด้ มื้อก่อนเผิ่นมาติวหนังสือให้พวกผม สีหน้าเบิ่งบ่ดีเลยเป็นตาลิโตนคักพวกผมก็เลยมาหาทางซอยนี่ล่ะ” ความจริงใจใสซื่อของเด็กๆ ทำให้ผู้กองพสุธาต่อว่าอะไรไม่ลงอีก ถึงวิธีการช่วยเหลือเขาจะดูไม่เข้าท่า แต่เจตนานี่สิที่เขาไม่อาจปฏิเสธในความหวังดีจากเด็กๆ กลุ่มนี้ได้เลย ถึงภายนอกจะดูเป็นเด็กไม่เอาไหน แต่จิตใจของเด็กกลุ่มนี้คือดีมาก ถ้าได้รับการอบรมสั่งสอนดีๆ เจอครูดีๆ อนาคตคงไปได้ไกล 

               “ขอบใจนะที่หวังดี แต่สินสอดพวกนี้คงใช้ไม่ได้หรอก” เขาบอกกับทุกคนก่อนจะลุกขึ้น พอทำความเคารพหัวหน้าแล้วก็เดินคอตกกลับไปที่สถานีเรือตามเดิมให้ทุกคนได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วง 

               “น่าสงสารผู้กองจังเลยค่ะ” ปานมณฑาว่าแล้วเข้ามากอดแขนสามีเอาไว้ อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าถ้าพ่อของเธอยังอยู่ พ่อของเธอจะคิดค่าสินสอดแพงแบบนี้บ้างมั้ย 

               “เอาสินสอดพวกนี้ไปเก็บเถอะ มันใช้ไม่ได้หรอก” หัวหน้าคเชนทร์หันมาสั่งแก๊งของโชกุนด้วยความรู้สึกหนักใจแทนผู้กองพสุธาเช่นกัน “ในนิทานที่อ่านมันอาจเป็นเรื่องตลกแต่ในชีวิตจริงคงให้ผู้กองดินเขาทำแบบนี้ไม่ได้หรอก ความรักเป็นสิ่งมีค่า เพื่อเป็นการให้เกียรติครูระรินผู้กองเขาต้องหาสินสอดทองหมั้นมาให้ได้ แต่จะได้มากน้อยแค่ไหนก็อีกเรื่องขอแค่เขาได้พยายามก็พอแล้ว อีกอย่าง ขืนเอาสินสอดนี่ไปสู่ขอครูระริน มีหวังผู้กองได้โดนพ่อตาไล่ยิงเอา แทนที่เขาจะรักเขาอาจจะยิ่งเกลียดก็ได้” 

               “เฮ้อ! ผมล่ะซังพ่อเฒ่าผู้กองคัก บ่เห็นใจดีคือแม่เฒ่าลุงทหารเลย มีแม่เฒ่าลุงทหารนี่ล่ะที่ผมว่าใจดีกว่าหมู่ มายามใด๋เผิ่นกะเอิ้นผมมากินขนมตลอด” 

               “ใช่ แม่ครูใจดี” ปานมณฑายิ้มหน้าบาน 

               “แม่ใจดี แต่ลูกสาว...ป่วง” งานนี้ถ้าหัวหน้าคเชนทร์ไม่ดึงปานมณฑาเอาไว้คงได้เกิดคดีครูกระทืบนักเรียนตายคาบ้านแน่ๆ พอแกล้งครูป่านได้แล้วก็พากันแว๊นมอเตอร์ไซค์ออกไปทันทีโดยทิ้งสินสอดเอาไว้ให้ปานมณฑาได้ดูต่างหน้าอย่างเจ็บใจ 

  

 

 

               ครอบครัวของผู้กองพสุธาเป็นชาวเมืองเชียงราย ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจนแต่ก็ไม่ถึงกับขั้นร่ำรวยระดับมหาเศรษฐี ที่บ้านทำไร่ส้มและมีรีสอร์ทเล็กๆ พ่อของผู้กองเป็นข้าราชการทหารเก่าที่พอเกษียณอายุแล้วแต่ร่างกายยังแข็งแรงอยู่เลยผันตัวเองมาเป็นชาวไร่ ดูแลไร่ส้มที่มีอยู่แล้วแล้วสร้างรีสอร์ทเล็กๆ ขึ้นภายหลัง เป็นครอบครัวเล็กๆ ที่อยู่กันอย่างพอเพียง ผู้กองหนุ่มไม่รู้ว่าหลังจากที่ผู้เป็นพ่อกับแม่เดินทางมาเจรจาสู่ขอครูระรินให้ถึงที่หนองคายแล้วผู้ใหญ่เขาตกลงยังไงกัน ผู้เป็นพ่อบอกแค่เพียงว่าให้เขาหาค่าสินสอดมาให้ได้เท่ากัน แล้วฤกษ์แต่งที่หัวหน้าคเชนทร์ช่วยหาให้ก็เป็นอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า มีเวลาแค่เดือนเดียวใครมันจะไปหาค่าสินสอดทัน 

               “เฮ้อ!” เขาถอนหายใจออกมาขณะนั่งอยู่บนขั้นบันไดทางลงไปยังแพของหน่วย นรข.ในตอนค่ำก่อนที่จะเปิดกระป๋องเบียร์เพื่อดื่มแก้เครียด แต่ยังไม่ทันทีจะได้ดื่มเลย พอยกกระป๋องเบียร์ขึ้นก็มีใครบางคนรีบยื่นมือเข้ามายั้งเอาไว้ 

               “ปรึกษาปัญหากับเหล้าเบียร์มันไม่ได้คำตอบหรอกนะคะพี่ดิน” ใบหน้าหวานสวยมองเขาด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เธอจะเข้ามานั่งลงข้างๆ เขา ซึ่งพอผู้กองพสุธาเห็นหน้าเธอเขาก็รู้สึกจุกแน่นขึ้นมาที่หน้าอก อยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก เขาเครียดจนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว กลัวก็แต่ว่าจะไม่ได้แต่งงานกับเธอเท่านั้นและความรู้สึกของเขาครูระรินก็รับรู้ได้ทั้งหมด เงินทองมากมายขนาดนั้นเขาหาไม่ได้หรอก 

               “พี่ดิน รินอยู่นี่แล้วนะ” เธอขยับเข้าไปหาเขาแล้วกอดเขาอย่างให้กำลังใจกันและกัน สองแขนแกร่งจึงรีบกอดรัดเธอเอาไว้แล้วซบใบหน้าลงกับไหล่เล็กๆ ยิ่งมืออุ่นๆ ของเธอลูบหลังเขาเบาๆ เขาก็ยิ่งรู้สึกดีที่ต่อให้จะทุกข์ใจแค่ไหนเขาก็ยังมีเธออยู่ตรงนี้             

               “พี่ดินอย่าเครียดไปเลยนะคะ สินสอดทองหมั้นหรอจะสู้ความรักได้ บางคู่ตกแต่งกันด้วยสินสอดราคาแพง อยู่กันไม่ทันจะถึงปีก็หย่าร้างกันออกเยอะแยะ รินเชื่อนะคะว่าคุณพ่อจะต้องเห็นใจเราค่ะ สินสอดแพงขนาดนั้นถ้าพี่ดินหาไม่ได้แล้วอดแต่งงานรินไม่ต้องเป็นสาวทึนทึกขึ้นคานไปตลอดหรอ” คำเปรยของเธอทำให้ผู้กองพสุธาหัวเราะออกมาเบาๆ เขาผละออกจากอ้อมกอดของเธอแล้วจูบเบาๆ ที่หน้าผาก จากนั้นก็โอบกอดเธอเอาไว้ขณะมองออกไกลออกไปยังแม่น้ำโขงที่กว้างใหญ่ 

               “โกรธพี่มั้ยที่พี่ไม่รวยขนาดนั้น” 

               “โธ่พี่ดิน เป็นผัวเมียกันมาขนาดนี้แล้วเรื่องรวยจนมันไม่สำคัญอีกแล้วล่ะค่ะ ต่อให้พี่ดินหาสินสอดมาไม่ครบรินก็จะแต่งกับพี่ดินอยู่ดี” 

               “พี่นึกว่ารินจะไม่แต่งกับพี่เพราะไม่อยากท้องซะอีก” 

               “ตอนนี้เรื่องท้องเอาไว้ก่อนเถอะนะคะ รินกลัวคุณพ่อสั่งห้ามรินมาเจอกับพี่ดินอีกมากกว่า เกิดคุณพ่อบังคับให้รินลาออกจากงานสอนที่โรงเรียนหรือสั่งให้รินย้ายไปที่อื่นล่ะคะ รักแท้จะมาแพ้ทองหมั้นรึยังไง” 

               “ไม่แพ้หรอก ยังไงก็ไม่แพ้” ผู้กองพสุธาบอก ถ้าเธอพร้อมที่จะสู้อยู่ข้างเขาขนาดนี้เขาก็จะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด 

               “พี่จะพยายามนะ จะพยายามหาเงินมาแต่งรินให้ได้ เงินพันหาบพี่หาได้แต่ทองพันชั่ง...คงได้มาไม่ครบแต่พี่ก็จะพยายามหามาให้มากที่สุดเท่าที่พี่จะหาได้ ไม่ว่าคุณพ่อของรินท่านจะว่ายังไงแต่พี่ก็จะยืนยันกับท่านว่าพี่รักลูกสาวของท่าน ถ้าสินสอดของพี่มันไม่มากพอตามที่ท่านหวัง จะเอาชีวิตของพี่ไปด้วยเลยก็ได้ท่านจะได้รู้ว่าพี่รักรินมากแค่ไหนและรักยิ่งกว่าชีวิตของพี่อีก” 

               “รินจะคอยเป็นกำลังใจให้พี่ดินนะคะ เราจะสู้ไปด้วยกันนะก็รินเป็นเมียพี่ดินนี่ เมียจะไม่อยู่ข้างผัวได้ยังไง” 

               “เมียพี่น่ารักที่สุด” ผู้กองพสุธาหันมาบอกด้วยความซึ้งใจมากจริงๆ และมีกำลังใจฮึดสู้ขึ้นมาได้อีกเยอะ ถ้ารักแพ้มันจะไปแพ้ทองหมั้นก็ให้มันรู้ไป “แอบออกมาหาพี่แบบนี้ไม่กลัวพ่อกับแม่ว่าหรอ ตอนนี้พวกท่านก็อยู่ที่สถานีเรือเหมือนกันนะ” 

               “เรื่องของเรามันไม่มีอะไรเป็นความลับอีกแล้วค่ะ” ตอนนี้ใครๆ ก็รู้หมดแล้วว่าเธอกับผู้กองพสุธาเป็นอะไรกัน เธอกับเขาไม่ใช่วัยรุ่นแรกรักและการเจรจาสู่ขอแต่งงานก็มีแล้ว มันคงไม่ผิดไปหรอกถ้าเธอจะมาอยู่กับสามีในยามกลางค่ำกลางคืนแบบนี้ 

               ภาพของสองหนุ่มสาวนั่งกอดกันอยู่ที่ขั้นบันไดตรงทางลงไปยังแพของหน่วย นรข. ทำให้มงคลที่ตั้งใจจะมาหาผู้กองพสุธาต้องชะงัก ถ้อยคำที่ทั้งสองคนพูดคุยกันนั้นเขาได้ยินทั้งหมด ดูท่าสินสอดทองหมั้นที่เขาร้องขอมันจะไร้ค่าเสียแล้วเมื่อเทียบกับความรักของคนทั้งคู่ ฝ่ายผู้กองพสุธาเองก็ดูพยายามที่จะหาสินสอดมาให้ได้ในขณะที่ครูระรินก็ยึดมั่นในความรักและเลือกที่จะอยู่ข้างคนรักของเธอมากกว่าพ่ออย่างเขา มงคลถอนหายใจออกมา เงินร้อยหาบกับทองพันชั่ง เงินทองมากมายขนาดนี้เขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าผู้กองพสุธาไม่มีทางหามาได้ง่ายๆ ที่เขาเรียกสินสอดแพงขนาดนี้ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะกลั่นแกล้งหรืออะไร หากแต่ที่เขาต้องทำแบบนี้...เขามีเหตุผล เหตุผลของคนเป็นพ่อที่อยากจะสั่งสอนลูกในเรื่องบางอย่างและหากวันแต่งงานมาถึงผู้กองพสุธากับครูระรินจะได้รู้ว่าเขาทำแบบนี้ทำไม 

  

 

 

               หนึ่งเดือนเวียนผ่านไปไวยิ่งกว่าโกหกทั้งๆ ที่ผู้กองพสุธาอยากจะยืดเวลาหนึ่งเดือนออกไปให้นานราวกับหนึ่งปี นอกเหนือจากเวลาที่เข้าเวรแล้วตลอดหนึ่งเดือนมานี้เขาก็พยายามหาค่าสินสอดเพิ่ม แม้ว่าการออกหางานทำพิเศษเพิ่มจะทำให้ได้เงินมาน้อยนิดแต่เขาก็เลือกทำไม่มีเกี่ยงจนหัวหน้าคเชนทร์รู้สึกสงสารลูกน้องตัวเองนัก แต่จะยื่นมือเข้าไปช่วยตรงๆ ผู้กองพสุธาก็คงจะไม่ยอมรับเพราะเขาอยากทำเพื่อครูระรินด้วยตัวของเขาเอา สิ่งที่พอช่วยได้จึงเป็นเพียงที่ปรึกษาและคอยให้ความช่วยเหลือในเรื่องอื่นๆ แทน ในขณะที่ปานมณฑาเองก็สงสารเขานัก นี่หากไม่รับปากกับสามีเอาไว้ว่าจะไม่เอาเงินมรดกที่คำแสนยกให้มาใช้จ่าย ป่านนี้เธอคงรีบเอาเงินจำนวนมหาศาลเหล่านั้นมาช่วยเหลือผู้กองพสุธาและครูระรินแล้ว 

               “เราคงทำได้เท่านี้จริงๆ” หัวหน้าคเชนทร์บอกกับปานมณฑาขณะมองดูพิธีแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บริเวณสนามหญ้าภายในสถานีเรือ เนื่องจากเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเป็นข้าราชการมีเพื่อนฝูงมากมาย สนามหญ้ากว้างๆ ภายในสถานีเรือจึงน่าจะจุคนได้มากที่สุด ที่จอดรถก็มีพร้อม หัวหน้าคเชนทร์ใช้ความเป็นผู้บังคับบัญชาของตนในการมอบของขวัญแต่งงานที่คิดว่าดีที่สุดให้กับผู้กองพสุธาโดยการเป็นพ่องานจัดงานแต่งครั้งนี้ให้และรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อให้ไม่ให้เป็นการไปรบกวนเงินค่าสินสอดของผู้กองหนุ่ม งานแต่งพิธีตอนเช้าก็ยังคงรูปแบบตามประเพณีชาวอีสาน แน่นอนว่างานเลี้ยงตอนเย็นก็จะมีพิธีลอดซุ้มกระบี่ด้วยเช่นกัน 

               “พ่อตาของผู้กองนี่ก็หัวดื้อมากเลยนะคะ ไม่สงสารผู้กองบ้างเล้ย เนี่ย ขนาดป่านเป็นคนนอกป่านยังสงสารเลย พอออกเวรมาก็ไปรับจ๊อบทำงานพิเศษจนแทบจะไม่ได้หลับได้นอน แทบจะไม่ได้เจอหน้าครูระรินด้วยซ้ำ ดีนะคะที่งานพิเศษที่ว่าเนี่ยคือการข้ามไปช่วยงานแม่ของป่านที่โรงทอผ้าไหมฝั่งลาว งานไม่หนักมากยังพอมีเวลาให้ผู้กองได้พักบ้าง” 

               “เห็นเขาพยายามเพื่อครูระรินขนาดนี้พี่ก็อดรู้สึกภูมิใจแทนครูระรินไม่ได้ ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงถอดใจไปนานแล้ว เวลาหนึ่งเดือนมันไม่นานเลยนะป่าน ถึงจะทำงานพิเศษด้วยรายได้เดือนนี้ก็แทบจะไม่ถึงแสนด้วยซ้ำ แล้วถึงที่เชียงรายผู้กองเขาจะมีที่ดินอยู่เยอะแต่เขาก็ไม่เคยปริปากบอกพ่อกับแม่ของเขาเลยว่าจะขายที่เพื่อเอาเงินมาเป็นสินสอด เหมือนเขาจะพยายามดิ้นรนด้วยตัวเองโดยไม่ให้เดือดร้อนพ่อกับแม่เลย เนี่ย ถ้าในอนาคตมีผู้ชายซักคนมารักเพลงพิณแล้วพยายามเพื่อเพลงพิณขนาดนี้ พี่ยินดีจะยกลูกให้เขานะ” 

               “ต๊ายพี่เชนทร์ ลูกสาวแค่ขวบเดียวพูดถึงลูกเขยแล้วหรอคะ” 

               “อ้าว ก็มันจริงนี่” หัวหน้าคเชนทร์ยิ้มบอกให้ปานมณฑาหงุดหงิดเล่น เพราะเขารู้ดีว่าเธอหวงลูกสาวคนนี้มาก ลูกชายทั้งสองคนเธอปล่อยให้เขาดูแลได้เต็มที่ จะปลูกฝังนิสัยทางการทหารให้ยังไงเธอก็ไม่ว่า แต่ถ้าเป็นลูกสาวนี่เขาแทบจะแตะต้องไม่ได้เลย 

               “ป่านไม่คุยกับพี่เชนทร์แล้ว ไปช่วยครูระรินแต่งตัวดีกว่า ไปค่ะน้องเพลงพิณ ไปหาป้ารินกับแม่” ว่าแล้วก็อุ้มลูกสาวเดินหนี ทิ้งให้หัวหน้าคเชนทร์ดูแลลูกชายทั้งสองเพียงลำพังจนเขาต้องกวักมือเรียกผู้กองสายชลมาช่วยอุ้มหลาน 

               “โหหัวหน้า ถ้าผมอุ้มหลานเดี๋ยวสาวๆ ในงานก็เข้าใจว่าผมเป็นพ่อลูกอ่อนกันพอดีสิครับ แบบนี้ผมก็ขายไม่ออกสิ” คนโสดว่าแล้วไม่ยอมรับเอาเพลงรักไปอุ้ม เขามองหลานแล้วทำหน้าแหยๆ กับธีมชุดฮีโร่ของหลาน เพลงรักแต่งเป็นสไปเดอร์แมน ข้ามโขงเป็นแบ็ทแมน เขาเห็นแว๊บๆ ว่าเพลงพิณก็แต่งเป็นสาวน้อยสายลับนาตาชา โรมานอฟด้วย 

               “ไม่ชอบสไปเดอร์แมนหรอ อ่ะ งั้นเอาแบ็ทแมนไปแทน” เหมือนหัวหน้าจะไม่เห็นใจคนโสด รีบส่งแบ็ทแมนให้เขาอุ้ม งานนี้จะขัดก็ไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องให้แบ็ทแมนขี่คอ ฮื่อออ อย่าฉี่รดคออาเชียวนะเฟ้ย 

               ขบวนขันหมากยาวเหยียดเคลื่อนเข้ามาภายในสถานีเรืออย่างครึกครื้น บรรยากาศงานแต่งจัดขึ้นอย่างสวยงามสมกับเป็นของขวัญแต่งงานที่ดีที่สุดที่หัวหน้าคเชนทร์มอบให้ผู้กองพสุธา เพื่อนฝูงเจ้าบ่าวมากันอย่างมากมาย โดยเฉพาะหนุ่มๆ ทหารเรือที่ตอนนี้กำลังเต้นนำหน้าขบวนขันหมากของเจ้าบ่าวอยู่ เจ้าบ่าวแม้จะยิ้มแย้มในงานมงคลของตนแต่สีหน้าก็ยังดูกังวลใจอยู่เมื่อจนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถหาค่าสินสอดมาได้จนครบ ถ้าพ่อตารู้เข้าไม่รู้ว่าจะให้ยกเลิกงานแต่งวันนี้รึเปล่า 

               “เฮ้ย! แต่งงานทั้งทียิ้มแย้มหน่อย” หัวหน้าคเชนทร์ตบหลังเจ้าบ่าวอย่างจังเพื่อเรียกสติ เจ้าบ่าวที่ดูซูมผอมไปบ้างเลยได้แต่ยิ้มแหยๆ ตอบ 

               “ไม่รู้ว่างานจะล่มมั้ยนะครับหัวหน้า” 

               “พ่อตาผู้กองเขารู้อยู่แล้วว่าผู้กองหาค่าสินสอดมาไม่ครบ ถ้าเขาจะไม่ให้แต่งแล้วเขาจะให้จัดงานทำไม” 

               “เพื่อหักหน้าผมไงครับ” 

               “หักหน้าผู้กองก็หักหน้าลูกสาวเขาด้วยมั้ย คิดมากไปได้ยิ้มแย้มหน่อย” เขาตบลงมาที่อกของเจ้าบ่าวอีกอย่างให้กำลังใจ ก่อนที่ขบวนขันหมากจะเคลื่อนที่เข้ามาถึงจุดทำพิธีซึ่งมีพานบายศรีสู่ขวัญตั้งเตรียมเอาไว้อยู่ มีฉากหลังของพื้นที่ทำพิธีเป็นซุ้มดอกไม้ประดับชื่อของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาว รอบๆ พานบายศรีสู่ขวัญเจ้าบ่าวเจ้าสาวประดับด้วยดอกไม้สดสวยงาม มีผู้หลักผู้ใหญ่นั่งรอคอยท่า โดยเฉพาะพ่อตาสุดโหดที่ลือกันไปทั้งงานว่าเรียกค่าสินสอดแพงเกินชาวบ้านชาวเมืองเขา 

               พานสินสอดทั้งหลายถูกลำเลียงมาตั้งวางเอาไว้ข้างๆ กับพานบายศรีสู่ขวัญ หรือ พาขวัญอย่างเป็นระเบียบ ทั้งเงินสด ทองคำพร้อมโฉนดที่ดินที่เจ้าบ่าวพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเอามาขอแต่งกับเจ้าสาว มงคลมองพานสินสอดแล้วก็แสยะยิ้มอย่างเย้ยหยันจนเจ้าบ่าวใจฝ่อไปหมด แต่ก็ไม่ได้ปริปากว่าอะไร ในช่วงที่มีการนับสินสอดนั้น สินสอดที่ผู้กองพสุธาพยายามหามาคือเงินสดจำนวนสองล้านบาท ซึ่งเป็นเงินเก็บจากการทำงานของเขาเองรวมกับเงินที่ได้จากกิจการของครอบครัว จากนั้นก็มีทองคำสิบบาทพร้อมกับโฉนดที่ดินที่ผู้เป็นแม่สงสารลูกชายนักจึงได้ให้โฉนดที่ดินของไร่ส้มมาเป็นสินสอดแต่งลูกสะใภ้ให้ลูกชายเพียงคนเดียว ผู้กองพสุธาคิดว่าสินสอดของเขาช่างน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับสิ่งที่พ่อตาอยากได้ หากแต่ในสายตาของแขกทุกคนที่มาร่วมงาน สินสอดของเขากลับมากมายเกินกว่าที่คาดคิด 

               “เอ๊ะ!” ผู้กองหนุ่มได้แต่มองหน้าพ่อตากับแม่ยายแล้วทำตาปริบๆ เมื่อการนับสินสอดเสร็จสิ้นลงโดยที่ทั้งสองคนยอมรับสินสอดเอาไว้โดยไม่ปริปากว่าอะไรเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าไม่พอ ยังพยักหน้าส่งสัญญาณให้เจ้าสาวเข้ามาในพิธีด้วยอีก 

               “ทำไมพ่อครูระรินไม่ว่าอะไรเลยล่ะครับผู้กอง” จ่ามารุตเอียงตัวมากระซิบถามผู้กองสายชลที่รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเช่นเดียวกับเขา 

               “นั่นสิ หรือว่าอาจจะยังไม่ถึงเวลาเชือดผู้กองดิน คงรอเชือดต่อหน้าเจ้าสาวมั้ง” 

               “ช่วยพูดให้กำลังใจกันหน่อยได้มั้ย” เจ้าบ่าวเหงื่อแตกพลั่กๆ แล้วตอนนี้ ถ้าพ่อตาคิดจะเชือดเขาจริงๆ เขาคงตายคาพาขวัญนี่แหละ ออกศึกออกรบยังไม่เคยรู้สึกหนักใจเท่านี้มาก่อนเลย รบกับใครก็รบได้แต่รบกับพ่อตาเขาขอบาย 

               เจ้าสาวเดินเข้ามาในพิธีด้วยชุดผ้าไหมสวยที่ปานมณฑาให้คนงานที่โรงทอผ้าของผู้เป็นแม่จัดการให้ ผ้าซิ่งทอด้วยไหมทองเป็นลวดลายสวยงามแล้วห่มสไบผ้าไหมแพรวาอันขึ้นชื่อ ดวงหน้าหวานแต่งแต้มอย่างงดงาม ผมที่เกล้าทำมวยสูงปักดอกไม้สีขาวส่งกลิ่นหอมจรุงใจ ใครๆ ต่างก็พากันมองอย่างชื่นชมด้วยว่าเจ้าสาวสวยสมกันกับเจ้าบ่าวเหลือเกิน เหล่าลูกศิษย์ลูกหาพากันส่งเสียงเป่าปากแซวครูสาวอย่างครึกครื้น ยิ่งมีคนแซวเจ้าสาวก็ยิ่งขวยเขิน ในขณะที่ผู้กองพสุธาเหมือนกับต้องมนต์สะกด จากที่ใจไม่ดีด้วยกลัวพ่อตาจะเชือดเอาตอนนี้กลับมองเจ้าสาวแสนสวยของตนจนตาพราว เธอสวยและงดงาม กิริยามารยาทก็อ่อนหวานเรียบร้อย สมกับที่เป็นครูระรินคนสวย สมกับที่เป็นนางรำชื่อดังที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชม 

               “วะ! เด็กนักเรียน” เสียงผู้กองสายชลว่าขึ้นอย่างหัวเสีย ใจก็หวังว่าเพื่อนเจ้าสาวจะเป็นเพื่อนคนสวยของครูระริน แต่ที่ไหนได้เพื่อนเจ้าสาวของครูระรินกลับเป็นเด็กนักเรียนที่ครูระรินสอนรำให้ แบบนี้ก็อดเกี้ยวเพื่อนเจ้าสาวน่ะสิ 

               ในฐานะที่เป็นเจ้านายของเจ้าสาวและมีความอาวุโสที่ชาวบ้านให้ความเคารพ อรสาจึงเป็นคนเดินจูงมือครูระรินมาเข้าพาขวัญและให้เธอนั่งลงเคียงข้างผู้กองพสุธา ยิ่งเมื่อเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้นั่งร่วมพิธีกันแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็ยิ่งเขินอายโดยเฉพาะเจ้าสาวที่ถูกเจ้าบ่าวมองราวกับจะกลืนกินเธอลงท้องไปเสียเดี๋ยวนี้ 

               “อ้าวๆ เจ้าบ่าว อย่าแนมหลายเจ้าสาวจะเขินเอาเด้อ” หมอพราหมณ์หรือหมอสูตรขวัญแซวเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวอีกคนพาให้คนอื่นๆ หัวเราะตาม 

               ครูระรินหันมายิ้มให้เจ้าบ่าวของตนด้วยความดีใจที่ได้เจอเขาอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้เธอไม่ได้เจอเขาตั้งหลายวันเนื่องจากเขาต้องเตรียมงานแต่งและหาเงินค่าสินสอดมาขอเธอแต่งงาน ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าเหมือนคนไม่ค่อยได้พักผ่อน ร่างกายก็ซูบผอมลงแต่ดวงตาของเขาก็ยังคงเป็นประกายเมื่อยามมองมาที่เธอ หยาดน้ำตาค่อยๆ รื้อขึ้นมาด้วยความสงสารคนรัก ถึงแม้จะไม่ได้เจอกันมาหลายวันเกือบจะหนึ่งเดือนได้แต่เธอก็รู้เสมอว่าที่เขาหายหน้าหายตาไปนั้นเขาหายไปไหน เขาหายไปก็เพื่อพยายามหาสินสอดมาขอเธอแต่งงาน เขาไม่ยอมรับเงินจากหัวหน้าคเชนทร์ ปานมณฑาหรือแม้แต่พ่อกับแม่ของเขา แต่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อเธอด้วยความสามารถของเขาเอง เธอไม่คิดว่าจะมีผู้ชายคนไหนที่พยายามทำเพื่อเธอได้ขนาดนี้ ต่อให้วันนี้ค่าสินสอดจะไม่ครบตามที่พ่อของเธอขอ แต่เธอก็จะแต่งงานกับเขาอยู่ดี 

               “พี่ดิน...” ครูระรินยื่นมือขึ้นมาจับที่แก้มของเขา พยายามเก็บกลั้นน้ำตาเอาไว้แม้ไม่ต้องเอ่ยถ้อยคำใดออกมาแต่ผู้กองพสุธาก็รู้ดีว่าเธอรู้สึกอย่างไรและเธอเข้าใจเขาเสมอ 

               “พี่สู้เพื่อรินได้นะ” เขายิ้มบอกแล้วดึงเอาเธอเข้ามากอด หลายคนที่รู้ว่าเจ้าบ่าวพยายามเพื่อเจ้าสาวมากแค่ไหนก็พลอยซึ้งใจไปกับความรักของคนทั้งคู่ด้วย มงคลเห็นท่าทีของแขกในงานแล้วก็รู้สึกดีใจที่การกระทำของเขามันได้แสดงอะไรๆ ออกมาหลายอย่างและทำให้เขาได้รู้ว่าลูกสาวของเขานั้นเลือกคนไม่ผิดจริงๆ 

               “จะกอดกันอีกนานมั้ย ได้ฤกษ์แล้วนะ” มงคลว่าขึ้น หากแต่สายตาก็เสมองไปทางอื่นอย่างไว้ฟอร์มพ่อตาอยู่บ้าง ผู้กองพสุธาที่คิดว่าพ่อตารังเกียจตนถึงกับทำหน้าไม่ถูก จากที่คิดว่าจะถูกพ่อตาเชือดพ่อตากลับเร่งให้ทำพิธีซะอย่างงั้น 

               “ยินดีด้วย รอดตายแล้ว” เพื่อนเจ้าบ่าวอย่างผู้กองสายชลตบไหล่ว่า เช่นเดียวกับที่หัวหน้าคเชนทร์กับปานมณฑารีบชูนิ้วให้กำลังใจเขา คราวนี้เจ้าบ่าวถึงยิ้มออกมาได้จริงๆ 

               พิธีบายศรีสู่ขวัญเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวเป็นไปอย่างราบรื่นท่ามกลางสักขีพยานมากมายที่แทบจะยกขบวนกันมาทั้งหมู่บ้านเพื่อแสดงความยินดี นอกจากเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว ชาวบ้านและเหล่าลูกศิษย์ของครูระรินแล้วก็ยังมีบรรดาเจ้าภาพผู้ให้การสนับสนุนครูระรินด้านการรำมาร่วมงานด้วย 

               จนเมื่อพิธีบายศรีสู่ขวัญและพิธีการผูกข้อไม้ข้อมือเจ้าบ่าวเจ้าสาวเสร็จสิ้นแล้วแขกในงานก็ไปร่วมทานอาหารเที่ยงด้วยกัน ซึ่งจากจัดเลี้ยงจะมีทั้งมื้อเที่ยงแล้วก็งานเลี้ยงในตอนเย็น ผู้กองพสุธากับครูระรินยังคงนั่งอยู่ข้างพาขวัญไม่ได้ลุกไปไหนด้วยมีเรื่องอยากจะพูดคุยกับมงคลก่อน ทั้งสองคนไม่เข้าใจว่าเหตุใดมงคลถึงยอมให้พวกเขาแต่งงานกันได้ทั้งๆ ที่สินสอดไม่ได้ครบตามจำนวนที่ตั้งเอาไว้ 

               “ชักหิวๆ แล้วสิ ไม่ยักรู้ว่าบายศรีสู่ขวัญแบบทางอีสานจะนั่งพื้นนานขนาดนี้ เราไปหาอะไรกินกันเถอะนะ” มงคลเอ่ยชวนพ่อกับแม่ของผู้กองพสุธาไปทานข้าวด้วยกัน แต่ยังไม่ทันจะได้ลุกขึ้นไปเลยครูระรินก็รีบดึงแขนผู้เป็นพ่อเอาไว้ก่อน” 

               “คุณพ่อคะ” ฝ่ายพ่อกับแม่ของเจ้าบ่าวและรสรินพากันแอบขำให้กับคนฟอร์มเยอะที่พยายามจะลุกหนีไปแต่ก็หนีไม่พ้น เห็นทีคงต้องบอกความจริงกันแล้วล่ะ 

               “อะไรอีกล่ะ ก็ให้แต่งเป็นผัวเป็นเมียกันแล้วนี่ เดี๋ยวเย็นนี้ก็มีพิธีลอดซุ้มกระบี่อะไรนี่อีกยังจะมีปัญหาอะไรอีกฮะ” 

               “คุณคะ” รสรินปรามสามี เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วก็ควรจะบอกไป ลูกสาวและลูกเขยจะได้สบายใจกันเสียที “บอกลูกไปเถอะค่ะ” 

               “เฮ้อ!” มงคลถอนหายใจด้วยกลัวจะเสียฟอร์ม แต่พอเห็นสายตาที่ลูกสาวมองมาเขาก็ใจอ่อนจนสุดท้ายก็ยอมนั่งลงตามเดิมแล้วมองสินสอดที่ตอนนี้ถูกนำมาห่อรวมกันเอาไว้ในห่อผ้าไหมผืนสวย 

               “เอาคืนไปเถอะ” เขาบอกแล้วเลื่อนห่อสินสอดทั้งหมดกลับมาให้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาว สายตาคมมองมาที่ลูกทั้งสองคนด้วยความเมตตาต่างจากเมื่อก่อนหน้านี้ลิบลับ “ความจริงพ่อไม่ได้อยากได้สินสอดมากมายหรอก ต่อให้สินสอดจะราคาแพงมากแค่ไหน แต่ถ้ารักลูกสาวพ่อไม่จริงแต่งไม่กี่ปีก็เลิกกันสินสอดมันก็ไม่มีความหมาย แต่ที่พ่อเรียกสินสอดแพงๆ ไปน่ะ พ่อก็แค่อยากสอนอะไรบางอย่างให้เท่านั้น ทั้งสองคนหรือใครๆ อาจจะมองว่าพ่อใจร้าย ใจดำ หน้าเลือด ขายลูกสาวกิน แต่ความจริงพ่อมีเหตุผลของพ่ออยู่นะ อ้อ! ไอ้คนที่พรากผู้เยาว์จนได้ลูกสามน่ะก็เข้ามาฟังด้วยสิ ต่อไปจะได้ดูแลลูกเป็น มีลูกสาวเหมือนกันไม่ใช่หรอ” ประโยคหลังมงคลหันมาเรียกสองสามีภรรยาที่กำลังนั่งป้อนนมลูกๆ ทั้งสามคนอยู่ใกล้ๆ และแอบฟังเรื่องที่เขาจะพูดกัน หัวหน้าคเชนทร์ก็เลยหันมายิ้มให้อย่างเก้อๆ ก่อนจะพาลูกเมียเข้ามาหาทุกคนด้วย 

               “พี่เชนทร์ไม่ได้พรากผู้เยาว์ป่านนะคะคุณลุง” 

               “ใครจะไปเชื่อ” ปานมณฑาอดทำหน้างอใส่ไม่ได้เพราะเธอต้องอธิบายเรื่องนี้กับมงคลมาโดยตลอด ลูกสาวก็ชอบจิกเธอ พ่อยังจะชอบจิกเธอด้วยอีก เธอรู้แล้วล่ะว่าครูระรินน่ะนิสัยเหมือนใคร 

               “พ่อโกรธมากเลยนะที่วันนั้นพ่อกับแม่มาหาแล้วไปเจอทั้งสองคนนอนอยู่ด้วยกันในบ้าน แล้วก็โกรธมากด้วยที่อยู่กินกันเองโดยที่ไม่บอกให้พ่อกับแม่รับรู้ ทำตัวเหมือนคนไม่มีพ่อไม่มีแม่ไปได้ทั้งๆ ที่ก็โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เป็นทั้งทหารเป็นทั้งครูที่น่าจะคิดแยกแยะถูกผิดได้แท้ๆ” ผู้กองพสุธากับครูระรินพากันก้มหน้าสลดอย่างรู้สึกผิดกับเรื่องนี้เมื่อมงคลต่อว่า 

               “ที่พ่อเรียกสินสอดแพงๆ ก็เพื่ออยากจะสอนให้ได้รู้ว่า ไม่มีของอะไรในโลกนี้หรอกที่มันได้มาง่ายๆ ไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง เราสองคนคิดแค่ว่ารักกัน อยากอยู่ด้วยกันก็มาเป็นผัวเมียกันง่ายๆ แบบนี้เลยหรอ ถ้าเป็นคนอื่นพ่อจะไม่ถือสาเลยนะแต่นี่...คนหนึ่งเป็นทหารยศก็ไม่ใช่น้อยๆ อีกคนก็เป็นครูที่มีแต่คนเคารพนับถือ เป็นนางรำที่ต้องไปร่วมงานบุญงานศักดิ์สิทธิ์มากมาย คิดว่าทำแบบนี้มันถูกต้องแล้วหรอ ไงล่ะผู้กอง กว่าจะหาสินสอดทองหมั้นมาได้น่ะ ยากมั้ย” 

               “ยากครับ” เลือดตาแทบกระเด็น ผู้กองพสุธาพูดต่อในใจ 

               “มันไม่ง่ายเหมือนกับตอนแอบไปนอนกับลูกสาวชาวบ้านเขาใช่มั้ย” 

               “...ครับ” 

               “เข้าใจรึยังว่าที่พ่อเรียกสินสอดแพงๆ น่ะ พ่ออยากจะสอนอะไร” ผู้กองพสุธาเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นพ่อตาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ต่างไปจากเดิม จากที่คิดว่าตนโชคร้ายได้พ่อตาแสนดุ ใจแคบ แต่ที่ไหนได้...พ่อตาของเขากลับเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพมากเหลือเกิน 

               “เข้าใจแล้วครับคุณพ่อ” เขาตอบ “ที่คุณพ่อให้ผมหาสินสอดมากมายมาขอรินแต่งงานก็เพราะคุณพ่ออยากสอนให้ผมได้รู้จักความพยายาม ให้รู้จักความลำบาก ให้ผมได้รู้ว่าไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ ของสิ่งไหนที่เราได้มาด้วยความยากลำบากเราจะรู้คุณค่าของของสิ่งนั้น แต่ถ้าของสิ่งไหนที่เราได้มาง่ายๆ เราก็จะไม่รู้จักคุณค่าของมัน ที่ผมกับรินแอบอยู่ด้วยกันตั้งนานหลายเดือนนั้นมันเป็นการกระทำของคนที่มักง่าย ไม่ให้เกียรติกันและไม่ให้เกียรติผู้ใหญ่ คุณพ่อคงกลัวว่าการที่ผมได้รินมาอย่างง่ายๆ ซักวันผมจะไม่เห็นค่าของรินคุณพ่อถึงได้ให้ผมไปหาสินสอดมาให้ตั้งมากมาย” 

               “ใช่ ผู้กองเข้าใจถูกแล้วล่ะ ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเจอสินสอดเงินร้อยหาบกับทองพันชั่งเข้าไปถ้าไม่หัวหมอเอาต้นทองพันชั่งมาให้พ่อ ป่านนี้ก็คงจะแอบหนีไปไกลไม่ยอมมาแต่งยัยรินแล้ว แต่ที่ผ่านมาผู้กองได้พิสูจน์ให้พ่อเห็นว่าผู้กองรักมั่นต่อยัยรินจริงๆ รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองหาสินสอดมาตามจำนวนไม่ได้แต่ก็ยังพยายามสุดความสามารถและกล้าบากหน้ามาขอยัยรินแต่งงานจริงๆ ความจริงคนหนุ่มหน้าตาดี มีหน้าที่การงานที่ดีอย่างผู้กองจะหาผู้หญิงคนใหม่ที่มีค่าสินสอดไม่แพงเหมือนอย่างยัยรินก็ได้ แต่ผู้กองก็ไม่ทำ ผู้กองยังพยายามที่จะทำเพื่อยัยรินอยู่ หัวอกของคนเป็นพ่อนะยิ่งมีลูกสาวคนเดียวก็ยิ่งรักยิ่งหวง กลัวว่าไอ้หนุ่มที่เข้ามามันจะรักลูกสาวพ่อไม่จริง แต่พอได้เห็นความพยายามของผู้กองแล้วพ่อก็รู้ว่าผู้กองนั้นรักมั่นต่อยัยรินมากจริงๆ พ่อยินดีต้อนรับผู้กองมาเป็นลูกชายของพ่อนะ” มงคลจับมือของครูระรินมาวางเอาไว้ในมือของผู้กองพสุธาแล้วบีบมือของคนทั้งคู่เบาๆ “พ่อขอให้ลูกทั้งสองคนรักกันให้มากๆ รักกันให้ยืนยาว ดูแลซึ่งกันและกันตลอดไปนะ พ่อฝากยัยรินด้วย”  

วินาทีนั้นทุกคนได้แต่ยิ้มออกมาด้วยความซาบซึ้งใจ โดยเฉพาะผู้กองพสุธากับครูระรินที่น้ำตาซึมเมื่อได้รู้ความจริงทุกอย่าง เรื่องทั้งหมดก็เพียงแค่พ่อคนหนึ่งอยากจะสั่งสอนลูกให้คิดได้เท่านั้น ความพยายามของผู้กองพสุธาไม่ได้สูญเปล่า แต่มันกลับสร้างความภูมิใจให้กับเขาได้อย่างมากมาย ไม่เพียงแค่เขาได้พยายามเพื่อคนรัก แต่เขายังสามารถเอาชนะหัวใจของพ่อตาได้อีกด้วย จากเขยชังในวันนั้นสู่เขยรักในวันนี้ 

               “ขอบคุณคุณพ่อนะครับที่เมตตาช่วยสั่งสอนผมกับริน ตอนนี้ผมกับรินรู้แล้วครับว่ากว่าจะได้ความรักมามันต้องมีความพยายามมากแค่ไหน คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงรินนะครับ ผมจะรักจะดูแลรินให้ดี จะให้เกียรติและยกย่องริน จะมีเพียงแค่รินและไม่ทำให้รินหรือคุณพ่อคุณแม่ต้องผิดหวังในตัวของผมเลย” ผู้กองพสุธากับครูระรินก้มลงไปกราบผู้เป็นพ่อกับแม่ทั้งสี่คนอีกครั้ง ที่ผ่านมาเขาก็คิดแต่ในมุมของตัวเองมากเกินไปจนลืมเข้าใจถึงหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ แต่ตอนนี้เขาเข้าใจทุกอย่างหมดแล้ว 

               “เอาสินสอดคืนไปเถอะ เอาไปสร้างเนื้อสร้างตัวกัน เอาเงินพวกนี้ไปเลี้ยงดูยัยรินให้สุขสบาย” มงคลย้ำอีก ผู้กองพสุธาก็ยิ่งดีใจที่พ่อตารักและเอ็นดูตัวเองขนาดนี้ 

               “ส่วนโฉนดที่ดินไร่ส้มไม่ต้องคืนพ่อกับแม่นะ พ่อกับแม่ยกให้” แม่ของผู้กองพสุธาบอกอีกทำเอาผู้กองหนุ่มถอนหายใจโล่งขึ้นมาทันที นึกว่าจะได้ขายไร่ที่พ่อกับแม่รักมาแต่งเมียซะแล้วสิ 

               “คุณลุงนี่ใจดีเหมือนครูระรินเลยนะคะ ปากร้ายแต่ใจดี” ปานมณฑายิ้มให้มงคลอย่างเอาใจ แต่มงคลกลับตวัดสายตาดุๆ ใส่ ยัยเด็กลูกดกนี่ช่างประจบเสียเหลือเกิน 

               “ดูแลลูกสาวให้ดี นี่แหละความห่วงใยของพ่อกับแม่” 

               “ครับ” หัวหน้าคเชนทร์ยกมือไหว้พลางยิ้มรับ ไม่คิดว่าพ่อของครูระรินจะมีวิธีสอนลูกได้ดีขนาดนี้ เห็นทีเขาจะต้องจดจำวิธีนี้เอาไว้แล้วเอาไปสอนลูกๆ บ้างแล้วล่ะ 

               “อย่างน้อยลูกเขยพ่อก็ไม่ได้พรากผู้เยาว์เหมือนคนแถวนี้ล่ะเนาะ” มงคลยังแอบกัดหัวหน้าคเชนทร์อยู่ งานนี้ทำเอาทุกคนหัวเราะร่วนไม่หยุด ครูระรินโผเข้าไปกอดผู้เป็นพ่อกับแม่อย่างดีใจที่ในที่สุดพ่อกับแม่ก็เข้าใจตนและผู้กองพสุธาเสียที ในขณะที่ผู้กองพสุธาแอบหันไปกระซิบกับผู้เป็นพ่อของตน 

               “ความจริงพ่อกับแม่รู้แต่แรกแล้วใช่มั้ยครับว่าพ่อตาแค่ลองใจผม” 

               “เปล๊า!!! ไม่รู๊!!!” ฮั่นแน่! เสียงสูงขนาดนี้เขาคงเชื่อหรอก ผู้กองหนุ่มคิด จากที่เครียดหนักมาตลอดทั้งเดือน ตอนนี้ความทุกข์ใจ ความหนักใจของเขาก็พลันมลายหายไปหมดแล้วและสามารถยิ้มกับหัวเราะออกมาได้อย่างเต็มที่ 

  

 

 

               “ดีจังเลยนะแบบนี้” ผู้กองพสุธาบอกกับครูระรินขณะยืนมองดูแขกที่มาร่วมงานแต่งร่วมทานมื้อเที่ยงแสนอร่อยอยู่ด้วยกันโดยมีวงดนตรีจากเหล่าลูกศิษย์ของครูระรินบรรเลงเพลงเพราะๆ ให้กับทุกคนได้ฟัง ส่วนงานเลี้ยงตอนเย็นปานมณฑาจะเป็นผู้บรรเลงเพลงขับกล่อมทุกคนในงานเอง และจะบรรเลงเพลงในพิธีลอดซุ้มกระบี่ด้วย 

               “คุณพ่อรินใจดีใช่มั้ยล่ะคะ” 

               “ใจดีกว่าที่คิดเอาไว้เยอะ” เขาตอบขณะมองพ่อตาตัวเองที่ตอนนี้กำลังหยอกล้อเล่นอยู่กับฮีโร่น้อยทั้งสามของหัวหน้าคเชนทร์กับปานมณฑา “ท่าทางคุณพ่อจะรักเด็กมาก เห็นทีเราคงต้องรีบมีหลานให้ท่านแล้วนะ” 

               “พี่ดิน...” ครูระรินยังคงอึดอัดกับเรื่องนี้อยู่ขณะมองไปยังเจ้าภาพผู้เคยให้การสนับสนุนเธอ 

               “เลิกกินยาคุมได้มั้ย ถ้าลูกของเราเขาอยากมาเกิดก็ให้เขามาเถอะ พี่จะเลี้ยงลูกเองก็ได้” 

               “โธ่พี่ดิน” ครูระรินสอดแขนเข้าไปกอดเขา “รินรับงานเอาไว้จนคิวยาวไปถึงปีหน้า ขอเวลาให้รินได้เคลียร์งานที่รับปากกับทางผู้ใหญ่เอาไว้ให้หมดก่อนเถอะนะ เอาเป็นว่ารินจะไม่รับงานไปรำเพิ่มอีกแล้ว จากวันนี้จนถึงปีหน้าขอรินเคลียร์งานที่เคยรับเอาไว้จนหมดแล้วแล้วรินจะท้องลูกให้พี่ดินนะคะ” 

               “รอไปอีกปีเลยหรอ ยกเลิกเลยไม่ได้รึยังไง” 

               “ก็รับปากเขาไปแล้วนี่คะ น่านะ พี่ดินอดใจรอนะคะ น้า” เสียงอ้อนอย่างน่ารักทำให้ผู้กองหนุ่มหลุดยิ้มออกมา เดี๋ยวนี้มีหัดอ้อนเขาด้วยแฮะ 

               “ก็ได้ แค่ปีเดียวเอง แต่ถ้าลูกจะทะลุยาคุมมาก็ช่วยไม่ได้นะ” 

               “ว่าไปพี่ดิน” 

               “เดี๋ยวคืนนี้จัดชุดใหญ่ ดูซิว่าระหว่างพี่กับยาคุม ใครมันจะเก่งกว่ากัน ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะของเจ้าบ่าวดังลั่นขึ้นอย่างมีความสุขก่อนที่เขาจะรวบขาเจ้าสาวขึ้นอุ้มแล้วพาหมุนไปรอบๆ จนครูระรินต้องกอดรอบคอเขาเอาไว้ให้แน่นด้วยความกลัวตก ดวงตาคู่สวยหลับปี๋ลง จนเมื่อเธอเผลอผู้กองพสุธาก็ปล่อยเธอลงแล้วก้มลงมาจูบเธออย่างหวานล้ำให้แขกเหรื่อในงานได้อิจฉาเจ้าสาวไปตามๆ กัน 

  

 

********************************************************* 

จบคู่ของพี่ดินกับครูระรินอย่างสวยงามนะคะ ส่วนตอนหน้าคิดว่าคงเป็นคู่ที่ทุกคนรอคอยค่ะ พี่ชลลี่ คลาสโนวาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง จะมีสาวคนไหนมาปราบพ่อปลาไหลคนนี้ได้ แต่ที่แน่ๆ มีรถไฟชนกันอย่างแน่นอนค่ะ รออ่านเด้อ 

 

ตอนพิเศษของนิยายเรื่องนี้อาจไม่ยาวเท่ากับเรื่อง ป้องรักห่มใจ นะคะ รายละเอียดของหน่วย นรข. เพิ่มเติมไรท์จะเอาไปเขียนในคู่ของพี่เรนเจอร์กับน้องเพลงพิณแทน ถ้าอัดลงเรื่องนี้ทั้งหมด เดี๋ยวเรื่องหน้าไม่มีอะไรจะเขียนค่ะ 555 ไรท์ยิ่งปึกๆ อยู่ (โชกุนบอก) 

***************************************** 

ปล.เก็บกระเป๋าลงใต้กันค่ะ ทีมลาซูรออยู่ 

ความคิดเห็น