facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 43 ความชัดเจน

ชื่อตอน : ตอนที่ 43 ความชัดเจน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 346

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2563 16:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 43 ความชัดเจน
แบบอักษร

ตอนที่ 43

 

ซุน ปลดปล่อยกระบวนท่า บดทำลาย ด้วยขวานศิลาระดับ 4 ทำให้พื้นที่บริเวณนี้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง... 

 

เฒ่าชีเปลือย หัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ... ทั้งยังใช้เนตรมองทะลุจนเห็นแจ่มชัด ถึงรอยสักกลีบดอกบัวสวรรค์บนแผ่นหลังของ ซุน ที่สลายไปคราเดียวถึง 2 กลีบ จนบัดนี้มันเหลืออีกเพียงแค่ 8 กลีบสุดท้ายเท่านั้น ก็จะเปิดเผยความจริงบางอย่างที่ถูกผนึกเอาไว้... 

 

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! มันต้องแบบนี้สิ ถึงจะคุ้มค่ากับพลังวิญญาณที่ข้าสูญเสียไปในการช่วยเหลือเจ้า...” 

 

ซุน ชำเลืองมองค้อน มายังจิตวิญญาณร่างเปลือย... 

“หุบปากน่า... คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าที่เจ้ายอมช่วยเหลือข้า มันเป็นเพียงเพราะเจ้าเปรี้ยวปาก อยากลิ้มลองยอดสุราที่หนักบ่มนับร้อยปีของเหล่าซือ... สุรา 3 ไหนั้น ข้ายังคิดหนักอยู่เลยว่าจะหาวิธีคืน เหล่าซือ ได้เยี่ยงไร...” 

 

เฒ่าชีเปลือย ได้ยินเช่นนั้นแสร้งเป็นทองไม่รู้ร้อน ลอยวนเวียนไปทิศทางอื่น... เด็กหนุ่ม แม้จะพอใจกับผลลัพธ์ที่ เฒ่าชีเปลือย ช่วยเหลือ แต่พอทราบความจริงในภายหลังก็อดเจ็บใจไม่ได้ จากนี้ไปคงต้องระวังในทุก ๆ ครั้งที่ เฒ่าชีเปลือย หยิบยื่นข้อเสนอ... 

 

กระบวนท่าของ ซุน เมื่อครู่ สั่นสะเทือนไปทั้งพื้นที่ ทำให้ ซ่งไห่เฟิง เป็นคนแรกที่ตรงมายังลานฝึกยุทธ... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า ไม่ใช่เรื่องยากเย็นนักที่จะคาดเดาเรื่องราว ไม่มีทางที่ชายชราจะจดจำเอกลักษณ์วิชาของตระกูลตนเองไม่ได้... 

 

ยิ่งเห็นขวานศิลาระดับ 4 ปักลงยังศูนย์กลางวงแตกระแหง มันยิ่งทำให้ชายชรารู้สึกหวาดหวั่นใจ... หากไม่ได้ใช้กระบวนท่าอย่างชำนาญ ผลลัพธ์ที่ออกมาย่อมไม่ปรากฏออกมาในลักษณะนี้... 

“ซุน นี่เจ้า?!” 

 

เด็กหนุ่ม ค่อย ๆ ลุกยืนขึ้น กล้ามเนื้อยังกระตุกไม่หาย จากการฝืนใช้พลังเกินขอบเขต... 

“ขออภัยผู้อาวุโส ที่สร้างความรบกวนให้กันท่านยามดึก อีกทั้งยังทำลายพื้นที่ลานฝึก จนเสียหายใหญ่หลวง...” 

 

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ...” ชายชรากล่าวปัด พลางตรงเข้าไปจับยกขวานศิลา เพื่อให้แน่ชัดอีกครั้งว่านี่คือขวานศิลาระดับ 4 จริง ๆ น้ำหนัก 2,000 ชั่งมิใช่สามัญ กระทั่งในตระกูลซ่ง ณ เวลานี้ ยังไม่มีผู้ใดยกขวานเล่มนี้ขึ้นได้ นอกจาก ซ่งไห่เฟิง... 

 

ชายชราเหลือบมองไปยัง มู่เจี้ยน... ประหนึ่งเป็นคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ซึ่งมือปราบหนุ่ม ได้แต่พยักหน้าตอบรับเบา ๆ แทนคำตอบ ตอกย้ำจิตใจของชายชราให้สั่นระรัว จากที่เคยคิดว่าตนประเมินความสามารถเด็กหนุ่มผู้นี้ได้แน่ชัดแล้ว ขอบเขตเหล่านั้นล้วนพังทลายไม่เหลือชิ้นดี 

 

ซ่งไห่เฟิง สูดลมหายใจลึก เค้นเสียงบอกกับ ซุน สีหน้าจริงจัง... 

รอข้าที่นี่ อย่าเพิ่งไปไหน... 

 

ก่อนที่ชายชรา จะหายเข้าไปในคลังศาสตราวุธ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลลานฝึก แม้ ซุน จะไม่เคยเข้าไปที่นั่น แต่ก็รู้ว่าภายในนั้นเต็มไปด้วย ศาสตราประเภทขวานจำนวนมาก มีหลากหลายขนาดที่ตระกูลซ่งสั่งสมเอาไว้ตั้งแต่อดีต ทุกชิ้นล้วนเป็นศาสตราประจำตระกูลที่ต่อให้เงินทองขาดมือเพียงใดก็ไม่คิดจะนำไปขาย 

 

ชายชราหยิบเอา ขวานเล่มใหญ่สีแดงสดประกายเงาวับ ออกมาจากคลัง... แม้จะมองจากระยะที่ห่างไกลยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นโลหิตที่รุนแรงจากตัวขวาน ไม่จำเป็นต้องเล่าขานถึงประวัติ ก็ยังทราบได้ว่าขวานเล่มนี้ อาบโลหิตศัตรูมานับพันนับหมื่น จนไม่อาจลบเลือนกลิ่นโลหิตจากตัวมันออกไปได้... 

 

“ผู้อาวุโสซ่ง สิ่งนี้คือ?!” ซุน ตกตะลึงในทันที 

 

“แม้ตระกูลซ่งจะมีอาวุธอักขระอยู่หลายชิ้น ที่พวกเราเก็บรักษามาตั้งแต่อดีต แต่ขวานเล่มนี้คือ อาวุธอักขระชั้นสูงเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลซ่ง นามของมันคือ ขวานหมื่นโลหิต ที่ไม่อาจประเมินค่าได้... มันเป็นอาวุธประจำกายของ ซ่งหยุนไห่ พี่ชายข้าที่เสียไป จนเรียกได้ว่าเป็นศาสตราประจำตระกูลที่ดีที่สุดของพวกเรา... 

 

ซุน... เจ้าเคยเล่าให้ข้าฟัง ว่าจริง ๆ แล้วสถานะของเจ้านั้นเป็นเด็กกำพร้า เป็นคนเถื่อนไร้แซ่ ที่ไม่มีป้ายสำมะโนครัว... ถ้าเช่นนั้นเจ้าสนใจเข้าร่วมกับตระกูลซ่งของพวกเราหรือไม่?! ข้าเองก็พอจะมองออกว่า เจ้าและ ซ่งจื่อฮุ่ย ค่อนข้างจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน สามารถพัฒนาได้อีกมาก... 

 

อย่าหาว่าข้ายุแยง หรือพยายามยัดเยียดเลย... แต่นางคือสายเลือดตระกูลหลักเพียงหนึ่งเดียวของตระกูล ดังนั้นบุรุษที่จะคู่ควรกับนาง สมควรถูกเลือกสรรอย่างเหมาะสม เพราะคนผู้นั้นอาจจะกลายเป็นผู้นำตระกูลซ่งในรุ่นต่อไป และจนถึงวันนี้ข้าก็ไม่พบเจอผู้ใด ที่เหมาะสมมากไปกว่าเจ้า...” 

 

“!!!!!!!!!!” ซุน เบิกตากว้างขึ้นทันที ใยเจ้าตัวจะไม่เข้าใจความหมายที่ ซ่งไห่เฟิง พยายามจะสื่อถึง... อีกทั้งขวานหมื่นโลหิตในมือ คงเปรียบเสมือนสิ่งของหมั้นหมาย หากใจไม่คิดจะมอบให้ไม่มีทางที่ ซ่งไห่เฟิง จะหยิบเอาสิ่งนี้ออกมาแสดงให้เห็น 

 

ซุน รับรู้ได้ทันที ว่าหากตนได้ใช้ ขวานหมื่นโลหิต ควบคู่ไปกับเพลงขวานวายุตระกูลซ่ง คงแสดงอานุภาพมากยิ่งขึ้นอีกหลายเท่า!! ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับคำตอบที่จะกล่าวออกมาเท่านั้นเอง... 

 

จังหวะนั้น ซ่งจื่อฮุ่ย และ สมาชิกตระกูลซ่งคนอื่น ๆ เริ่มทยอยตรงมายังลานฝึกแห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ จากแรงสั่นสะเทือนที่ปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้น... ทันทีที่หญิงสาวเห็นชายชรา หยิบเอาขวานหมื่นโลหิตออกมา นางก็ใบหน้าแดงก่ำขึ้นทันที เนื่องจากผู้เป็นอาเคยบอกกับนางไว้แล้ว ว่าขวานเล่มนี้จะหยิบยื่นให้กับ ผู้ที่คู่ควรจะมาเป็นคู่ครองของนางเท่านั้น!! 

 

“ท่านอา นี่ท่าน?!” 

 

ซ่งไห่เฟิง ยกมือขึ้นปราม ไม่ให้นางกล่าวต่อ...  

เพราะคำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับนาง แต่เป็น ซุน... 

 

เด็กหนุ่ม กลายเป็นจุดศูนย์รวมสายตาของทุกคนไปโดยปริยาย... ซุน มองตรงไปยังชายชราเล็กน้อย ก่อนจะชำเลืองคล้อยสายตาไปนางหญิงสาว ไม่มีสิ่งใดที่ ซุน จะสรรหามาตำหนินางได้ ทั้งรูปโฉม รูปร่าง หรือแม้แต่ทัศนคติ ความมุ่งมั่นที่นางแสดงออก นางนับเป็นหญิงสาวที่ชายหนุ่มทุกคนล้วนใฝ่ฝัน 

 

แต่ทว่า... รอยยิ้มอ่อนโยนที่ ซุน เผยขึ้นมานั้น มันกลับทำให้ตัวของหญิงสาวเบิกตากว้าง จิตใจสั่นไหวหล่นวูบ นางรับรู้ถึงคำตอบได้ตั้งแต่ที่ชายหนุ่มยังไม่เอ่ยปาก... 

 

ซุน ประสานมือโค้งตัวอย่างสุภาพ... 

“เป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ผู้อาวุโสหยิบยื่นโชควาสนาที่ดีที่สุดในชีวิตให้กับข้า... แต่ต้องขอภัย ที่ข้าคงต้องปฏิเสธในเรื่องนั้น...” 

 

“!!!!!!!!!!!” ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตกใจ 

บางคนยังมีสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยเสียด้วยซ้ำ... 

 

ซุน ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะกล่าวต่อ... 

“หากข้านั้นตัวเปล่าเลาเปลือย เฉกเช่นเมื่อ 2 ปีก่อน คงจะไม่ปฏิเสธพวกท่านเป็นแน่... แม่นางซ่ง มีทั้งความงามและเสน่ห์ที่บุรุษผู้ใดก็ไม่อาจปฏิเสธ หากข้าจะบอกว่ามิได้สนใจในตัวนางเลย ก็คงเป็นการโกหกคำโต อีกทั้งตระกูลซ่งแม้ยามนี้จะตกต่ำลง แต่สักวันจะต้องกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งอย่างแน่นอน... 

 

น่าเสียดายที่ในตอนนี้ เหล่าซือ ที่มีบุญคุณมหาศาล และสำคัญกับชีวิตของข้า กำลังตกอยู่ในอันตราย... ดังนั้นข้าจึงไม่อาจหยุดตนเองอยู่ในสถานที่หนึ่งได้ จนกว่าจะถึงวันที่ข้าสามารถช่วยเหลือ เหล่าซือ ให้ปลอดภัย...  

 

เส้นทางของข้าทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยอันตรายในชีวิต มิทราบจะตายวันตายพรุ่ง หากข้าได้สร้างความสัมพันธ์แนบแน่นจนทำให้ แม่นางซ่ง ต้องเฝ้ารอข้าที่ไม่รู้เป็นตาย ก็มิต่างจากการปิดกั้นเส้นทางชีวิตของนาง ที่อาจพบเจอคนที่ดีกว่าข้าในอนาคต... 

 

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้ข้าไม่อาจรับโชควาสนาที่ท่านหยิบยื่นให้กับข้าได้... ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ” เด็กหนุ่ม โค้งตัวลงอย่างสุภาพ หลังกล่าวถึงเหตุผลทั้งหมด... 

 

ซ่งไห่เฟิง ได้ยินเช่นนั้นก็จนปัญญาที่จะทัดทาน แววตาของ ซุน บ่งบอกถึงการตัดสินใจที่แน่วแน่แน่นหนักไม่สั่นคลอน... ต่อให้หยิบยื่นศาสตราที่แข็งแกร่งกว่า ขวานหมื่นโลหิต หรือมีหญิงสาวที่งดงามกว่า ซ่งจื่อฮุ่ย อีกร้อยเท่าให้เคียงคู่ เด็กหนุ่มก็คงมีคำตอบไม่แตกต่างไปจากเดิม... 

 

“เข้าใจแล้ว... เช่นนั้นหลังจากที่เจ้ามีโอกาสได้ช่วยเหลือ เหล่าซือ ของเจ้าได้สำเร็จ... ลองคิดใคร่ครวญพิจารณาข้อเสนอของตระกูลซ่งเราดูอีกครั้ง...” ชายชรากล่าวขึ้นแผ่วเบา ในใจลึก ๆ ย่อมเสียดายเด็กหนุ่มอนาคตไกลผู้นี้ 

 

ซุน เดินตรงไปยังหญิงสาวทันทีเพื่อแสดงความจริงใจ ว่าเหตุผลที่ปฏิเสธนางนั้น มิใช่เพราะนางมีความบกพร่องประการใด แต่เป็นเพราะตนยังมีเส้นทางแห่งบุรุษ ที่มิอาจหักเลี้ยวไปยังทิศทางอื่น ตราบเท่าที่ยังไม่บรรลุเป้าหมาย... 

 

“แม่นางซ่ง... หากเจ้าจะโกรธเคืองข้า ก็จงรู้ไว้ว่าข้ามีเหตุจำเป็น” 

 

หญิงสาวเผยรอยยิ้มตอบรับ ก่อนนางจะส่ายศีรษะเบา ๆ 

“เพราะเจ้าเป็นเช่นนี้ต่างหาก จึงสมเป็นเจ้า... บุรุษแท้จริง ย่อมมิสั่นคลอนเส้นทาง ไม่ว่าจะพบเจอสิ่งอันใดผ่านเข้ามา นั่นจึงสมเป็นบุรุษที่น่าชื่นชม... จำไว้ว่าหากเจ้ายังชักช้าในการช่วยเหลือ เหล่าซือ ของเจ้า ระวังจะเสียดายที่ปฏิเสธข้าในวันนี้...” 

 

ซุน ยิ้มตอบรับ... 

“ขอบคุณที่เข้าใจข้า...” 

 

เจ้าหมีใหญ่ ที่อยู่ด้านหลัง พลันแทรกตัวเข้ามาในระหว่างนั้น... 

“ลูกพี่!! เช่นนั้นท่านจะใช้ขวานเล่มใดในการประลองพรุ่งนี้เล่า?!” 

 

ซุน เผยรอยยิ้มเจือจาง ก่อนจะหันมองไปยังขวานศิลาไร้คมที่ใช้ฝึกฝน... 

“หากพวกท่านไม่ว่าอะไร ข้าขอขวานศิลาระดับ 3 และ ขวานศิลาระดับ 4 ไปใช้ขึ้นประลองได้หรือไม่?!” 

 

ซ่งไห่เฟิง ขมวดคิ้วเล็กน้อย... 

“ใยจึงใช้ขวานฝึกซ้อมเล่า?! ในคลังศาสตราวุธ แม้จะไม่มีขวานที่แข็งแกร่งเทียบเท่า ขวานหมื่นโลหิต นี้อีกแล้ว แต่ยังมีขวานอีกมากที่เหมาะจะใช้งาน ขวานศิลามีเพียงน้ำหนักแต่ไร้คม ทำให้อำนาจการโจมตีถูกลดทอนลงไปหลายขั้น หากใช่ในการต่อสู้จริง...” 

 

“ไม่เลยผู้อาวุโส... สำหรับข้าการประลองครั้งนี้ เป็นเพียงการแสดงให้ทุกคนได้เห็นถึงความแข็งแกร่งของ สำนักขวานวายุตระกูลซ่งเท่านั้น... เพลงขวานหนักที่ตวัดกวัดแกว่งออกไป ไม่สามารถหยุดชะงักเมื่อถึงร่างอีกฝ่ายได้เหมือนดังกระบี่ ฉะนั้นยิ่งเราเพิ่มอำนาจโจมตี จะยิ่งเป็นอันตรายต่อคู่ต่อสู้ สำหรับตัวข้า ลำพังขวานศิลาไร้คม ก็นับว่าเพียงพอแล้ว...” ซุน กล่าวขึ้นอธิบาย ถึงจะเป็นการประลองก็ไม่อยากทำร้ายอีกฝ่ายให้ถึงขั้นบาดเจ็บ ล้มตาย 

 

“นั่นสินะ มันก็ถูกของเจ้า... เช่นนั้นก็เอาไปเถอะ” 

 

ซุน เก็บขวานศิลาระดับ 4 เข้าไปในแหวนมิติ... ส่วนขวานศิลาระดับ 3 นั้น เลือกที่จะคล้องมันด้วยโซ่ และสะพายไว้บนหลัง ใช้พกติดตัวเอาไว้แทนกระบี่ไปโดยปริยาย... เป็นการฝึกฝนร่างกายให้คุ้นชินกับน้ำหนักมหาศาลตลอดเวลา จัดเป็นวิธีการฝึกฝนที่บ้าระห่ำอย่างหนึ่ง มิต่างจากติดถ่วงน้ำหนัก 1,000 ชั่ง ไว้ด้านหลัง... 

 

และในอนาคต ซุน ก็ตั้งใจว่าหากตนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น  

ก็จะใช้ขวานศิลาระดับ 4 นำมาพกพาแทนที่ ตามลำดับ...  

 

............................................. 

 

ดึกสงัดคืนเดียวกัน... ซุน นั่งปรับลมปราณอยู่ในเรือนพักของตน ตั้งใจจะฟื้นสภาพให้สมบูรณ์ที่สุด ก่อนจะเริ่มลงประลองในวันพรุ่ง... 

 

“ทำไมจึงปฏิเสธความหวังดีของคนพวกนั้นเสียเล่า?!” เฒ่าชีเปลือย เอ่ยถามขึ้น 

 

ซุน ค่อย ๆ ลืมตาเนืองช้า... 

“ก็บอกไปแล้วอย่างไร ว่าข้าไม่ต้องการจะสร้างพันธะมากไปกว่านี้... อีกไม่กี่วันข้าก็จะต้องไปจากเมืองบุปผาแดง ดังนั้นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจน จะทำให้ทั้งข้าและตระกูลซ่งไม่รู้สึกย่ำแย่ในวันที่ต้องจากลา... โดยเฉพาะกับ แม่นางซ่ง ข้าไม่อยากให้ความหวังกับนาง เพราะกลัวว่าจะต้องมาเสียใจในภายหลัง...” 

 

เฒ่าชีเปลือย หัวเราะ หึหึ ในลำคอ... 

“เรื่องของหญิงสาวนางนั้นก็พอเข้าใจได้... แต่เหตุผลที่เจ้าปฏิเสธ ขวานหมื่นโลหิต ศาสตราที่น่าสนใจนั้น เป็นเพราะว่าเจ้ามีศาสตราที่ทัดเทียมกันอยู่กับตัวแล้วมากกว่ากระมัง? คิดว่าข้าจำไม่ได้หรือ ว่าหนึ่งในศาสตราที่ เหยาหมิง อาจารย์ของเจ้าเหลือทิ้งไว้ในห้องลับ(ตอนที่ 25) มีขวานยักษ์โบราณขนาดใหญ่รวมอยู่ด้วย? สิ่งนั้นเป็นขวานอักขระระดับสูง ที่มีพลังไม่ด้อยไปกว่า ขวานหมื่นโลหิต แม้แต่น้อย...” 

 

เด็กหนุ่มเผยรอยยิ้ม... 

“ถูกต้อง... หากข้ายอมรับ ขวานหมื่นโลหิต ที่เป็นศาสตราประจำตระกูลซ่งเอาไว้ ก็มิต่างจากสร้างพันธะที่ไม่มีวันตัดขาด... ในเมื่อข้ามีศาสตราที่ทัดเทียมอยู่แล้ว ใยข้าต้องไปเป็นหนี้บุญคุณตระกูลซ่งเพิ่มเติม?! 

 

บอกตามตรงว่าส่วนหนึ่งที่ข้าเลือกมาฝึกฝนกับตระกูลซ่ง ก็เพราะชื่อเสียงในเพลงขวานวายุที่เลื่องลือนี่แหละ ข้าจะได้สามารถหยิบเอาศาสตราโบราณที่ เหล่าซือ เหลือทิ้งไว้มาใช้งานได้มากขึ้น... 

 

ขวานยักษ์เล่มนั้น เพียงแค่น้ำหนักของมัน ก็มากยิ่งกว่า ขวานศิลาระดับ 4 แล้ว ไม่ต้องกล่าวถึงอำนาจทำลายล้าง ยามที่ถูกกวัดแกว่ง... น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งของข้าในเวลานี้ ยังไม่เพียงพอจะใช้มัน...” 

 

เด็กหนุ่ม แสยะยิ้มชั่ววูบหนึ่ง ทุกการเคลื่อนไหวและเป้าหมายล้วนมิใช่ความบังเอิญ แต่เป็นสิ่งที่ ซุน ได้วิเคราะห์และตัดสินใจที่จะเลือกเส้นทางเหล่านี้เอาไว้แล้ว... 

 

................................................ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว