ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โซ่รักพันธนาการ CHAPTER IV อีกครั้ง [100%]

ชื่อตอน : โซ่รักพันธนาการ CHAPTER IV อีกครั้ง [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2563 09:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โซ่รักพันธนาการ CHAPTER IV อีกครั้ง [100%]
แบบอักษร

 

 

 

@PUB666

“เชิญครับ คุณลูซกับคุณพระรามรออยู่ชั้นVVIP ครับ” เมื่อเดินลงจากรถการ์ดของร้านก็เดินคุ้มกันอย่างรู้งานไปยังลิฟต์สำหรับบุคคลพิเศษที่อยู่อีกทางหลีกเลี่ยงความวุ่นวายในผับโซนธรรมดาที่แออัดไปด้วยผู้คน

แกร๊ก!

ร่างสูงของภาคิณณ์เปิดประตูเข้ามายังห้องที่นัดหมาย ก็เห็นเพื่อนของเขากำลังนั่งดื่มกันอยู่ก่อนแล้วและเป็นเขาอีกเช่นเคยที่มาสาย

“กว่าจะมาได้นะครับท่านประธานใหญ่” พระราม คุณหมอเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนอัสนันท์พูดขึ้นเชิงล้อเลียน เนื่องด้วยภาคิณณ์นั้นงานรัดตัว ยุ่งจนไม่ค่อยมีเวลามาเจอเพื่อนฝูงหากไม่นัดล่วงหน้าโอกาศที่จะได้นัดมานั่งรวมตัวกันครบคนแบบนี้แทบจะไม่มีเลย

“เป็นหมอ ว่างมาก?”

“อย่าให้ต้องพูดเลยเพื่อน ถ้าว่างกูคงไม่มีสภาพเหมือนศพขนาดนี้ โน่นไอ้ที่มันน่าจะว่างสุด” พระรามพูดขึ้นอย่างเหนื่อยหน่าย แต่ละวันคนไข้เยอะอย่างกับมดจะเอาเวลาใหนมาว่างกัน ก่อนจะโบยไปทางเพื่อนอีกคนที่นั่งหน้านิ่งอยู่โซฟาอีกตัวใกล้ๆ

“ลาออกถ้ามันเหนื่องมากนัก” ลูซิเฟอร์หรือลูซ เจ้าพ่อมาเฟียเจ้าของบ่อนการพนันใหญ่ ผับแห่งนี้และธุรกิจสีเทาสีขาวอีกนับไม่ถ้วนเอ่ยขึ้นอย่างประชดประชันเขาเห็นบ่นว่างานเหนื่อย งานยุ่งกันตลอดแต่ก็เห็นยังทนทำอย่างกับติดหนี้ร้อยล้านทั้งๆที่ไม่ทำก็มีเงินใช้ไม่ขาดมือกันอยู่แล้ว

“ได้ที่ใหนกันล่ะไอ้นี่” ก็บ่นๆไปงั้นแหละ งานที่ทำอยู่ก็ล้วนเป็นธุรกิจของครอบครัวถ้าไม่รับช่วงต่อก็คงไม่ได้

“รู้เรื่องแล้วใช่ไหมที่ลูกน้องกูส่งข่าวให้”

“อื้อ เธอท้องจริงแต่หอบลูกหนีไปอยู่เชียงใหม่”

เรื่องของณรินเพื่อนของเขารู้หมด เดือนก่อนได้เอาเรื่องนี้มาปรึกษาพวกมันและขอยืมลูกน้องมือดีของลูซให้ไปติดตามณริน เรื่องนี้จึงไปกระตุ้นต่อมสอดรู้สอดเห็นของพวกนี้เข้ามันถึงได้คาดคั้นสุดท้ายจำต้องเล่าให้ฟัง เอาเข้าจริงๆถึงไม่บอกมันก็สืบกันเองจนรู้อยู่ดีเพราะเรื่องนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นความลับอะไร

“มึงไม่ตาม?” พระรามถามขึ้นอย่างหยั่งเชิง

“ก็เหี้ย นั่นลูกกู”

“มึงแน่ใจ เขาขายให้มึงได้ก็ขายให้คนอื่นได้”

“ถ้าเธอขายให้คนอื่นจริงอย่างที่มึงพูด ลูกน้องไอ้ลูซคงรายงานกูแล้ว แต่นี่ไม่”

ตามจริงภาคิณณ์จะปล่อยเลยตามเลยก็ย่อมได้เพราะฝ่ายหญิงเธอก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทว่าจะให้ปล่อยเธอไปเลยก็คงไม่ได้เพราะในท้องของเธอคือลูกของเขา

“มึงชอบเธอหรือต้องการแค่ลูก” คำถามของลูซสร้างความชะงักนิ่งงันให้กันภาคิณณ์ได้ในทันที ถามว่าชอบเธอไหมคงตอบได้ในทันทีว่าตอนนี้ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเธอและผู้หญิงคนอื่นก็เช่นกัน

แต่สิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้คงเป็นความรู้สึกติดใจความสดใหม่และบริสุทธิ์ของเธอในคราแรกเสียมากกว่าความรู้สึกรักหรือชอบ อีกทั้งในยามนี้เธอท้องลูกของเขาอยู่จึงไม่เปลกที่จะต้องตามเธอกลับมา

รับผิดชอบเพียงแค่ลูก ส่วนเรื่องของเขาและเธอคงต้องค่อยๆเรียนรู้กันไปให้เป็นเรื่องของอนาคตหากว่ามันจะไปกันได้จริงๆ

“เงียบนี่คือไม่ปฏิเสธหรือคิดอยู่กันวะ” พระรามเองก็สมทบคำเพื่อนเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบจากภาคิณณ์

“ตอนนี้มึงยังตอบพวกกูไม่ได้หรอก” ใช่ ภาคิณณ์เองก็ไม่มีคำตอบที่แน่ชัดให้กับเพื่อนได้ เพราะด้วยระยะเวลาที่สั้นมากๆแทบจะไม่รู้จักกันดีด้วยซ้ำและคงจะเป็นเธอที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย เรื่องแบบนี้มันต้องเรียนรู้กันทั้งสองฝ่าย ค่อยๆเป็นค่อยๆไปจะดีกว่า

“เสือกเก่งจังวะพวกมึง” เมื่อให้คำตอบอะไรไม่ได้ภาคิณณ์จึงยกแก้วดื่มอย่างเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถาม

“หึ แล้วจะไปตามเธอกลับเมื่อไหร่ล่ะ”

“พรุ่งนี้”

“เร็วไปไหมวะ” พระรามรู้สึกแปลกใจในความเร่งรีบของเพื่อน

“มึงรีบ?” ลูซเองก็เช่นกัน เนื่องด้วยภาคิณณ์นั้นเป็นคนจริงจังกับงานมากเรียกได้ว่าบ้างานเลยทีเดียว น้อยครั้งที่จะหยุดงานถ้ามันไม่ป่วยใกล้ตายจริงๆ แต่นี่มันจะหยุดงานไปตามผู้หญิงคนเดียว

“ช้ากว่านี้ไม่ได้ กูต้องมั่นใจว่าเด็กในท้องของเธอจะแข็งแรง” ยอมรับตรงๆเลยคือเขานั้นห่วงเด็กในท้อง เนื่องจากเธอท้องไม่พร้อมมันยากที่จะยอมรับเด็กที่จะเกิดมา เผื่อวันดีคืนดีเธอเกิดไม่อยากจะเอาเด็กไว้ ถ้าเป็นแบบนั้นเขาคงไม่มีวันยอมได้เพราะฉะนั้นต้องรีบตามเธอกับมาอยู่ในความดูแลของเขา นั่นถึงจะวางใจได้

“มึงคิดว่าเธอจะยอมกลับมาง่ายๆ? ดูจากที่เธอไม่เรียกร้องอะไรจากมึงทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองท้อง แค่นี้ก็น่าจะรู้ว่าเธอไม่ได้ต้องการให้มึงไปรับผิดชอบเขา” อย่างที่พระรามว่า และภาคิณณ์รู้ดีว่าเธอคงไม่ยอมง่ายๆ แต่ก็พอมีวิธีที่จะทำให้เธอยอมเขาได้ไม่ยากเช่นกัน

“หึ! กูมีวิธีของกู แล้วอีกอย่างช่วงนี้กูไม่ค่อยได้ทำบุญสักเท่าไหร่เลยถือโอกาศทำบุญบ้านเด็กกำพร้าสักหน่อย พวกมึงสนใจใหมล่ะ”

“อ่ะ กูเห็นรางความชั่วร้ายจากมึงเลยไอ้ภาคิณณ์” เป็นเพื่อนกันมานานหลายปีย่อมรู้นิสัยใจคอกันได้ไม่ยากอยู่แล้ว

ชั่วร้ายหรอ? หึ! ไม่หรอก ใครจะอยากร้ายล่ะจริงไหม? แต่...

“ถ้ามันจำเป็นก็คงต้องร้ายว่ะ”

“งั้นฝากเงินไปบริจาคหน่อยแล้วกัน”

“เออ! ทำบุญกันบ้างพวกมึงอ่ะ อย่าทำแต่บาป” ผีคุณหมอคนดีเข้าสิงหรือไง พระรามเองก็ไม่ต่างจากพวกเขาเท่าไหร่หรอกความเลวน่ะ ถ้ามันดีกว่านี้คงไม่ได้เป็นเพื่อนกัน

ทำบุญ? ก็ข้ออ้างทั้งนั้น

 

 

 

@บ้านเด็กกำพร้าเพียงรัก

07.30 น.

กริ๊ง~ กริ๊ง~ กริ๊ง~

“สวัสดีค่ะ บ้านเด็กกำพร้าเพียงรักค่ะ”

ณรินที่นั่งทำงานอยู่บนโต๊ะเงยหน้ามองแม่จันทร์ที่ขานรับปลายสายพร้อมพูดคุยกับอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเสมือนว่ามีเรื่องหน้ายินดีเกิดขึ้น ณรินจึงไม่ได้สนใจอีกก่อนจะก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานเอกสารตรงหน้าให้เสร็จสิ้น

วันนี้เป็นอีกวันที่ณรินทำงานให้กับคุณธนาตามที่ได้คุยกันไว้ และงานแปลก็เยอะอย่างที่บอกไว้จริงๆอีกทั้งยังเป็นงานเร่งเสียด้วย

“ณรินลูก วันนี้จะมีผู้ใหญ่ใจดีเขาจะมาเลี้ยงข้าวและบริจาคของให้กับเด็กๆ เดี๋ยวรินมาช่วยแม่เสริฟน้ำนะ”

“ได้ค่ะ แม่มีอะไรให้รินช่วยบอกได้เลยนะคะ”

“ไม่เป็นๆ เดี๋ยวสถานที่แม่ให้พวกเด็กๆเขาช่วยกันจัดส่วนรินก็ทำงานให้เสร็จทันส่งเถอะจ๊ะ”

“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”

“เดี๋ยวแม่ไปสั่งงานเด็กๆก่อน” ว่าเสร็จก็เดินออกไปทันที

เธอรู้สึกดีใจแทนเด็กๆจริงๆ นานๆทีจะมีผู้ใหญ่ใจดีแบบนี้มีน้ำใจมาเยี่ยมเยือนบ้านเพียงรักแถมยังเอาของเล็กๆน้อยๆมาให้

เป็นเวลานานพอสมควรที่ณรินนั่งทำงานจนสุดท้ายก็เสร็จทันเวลาก่อนจะส่งเข้าอีเมล์ของคุณธนาไป

“น้ำหวานช่วยไปซื้อของมาให้แม่หน่อยจ๊ะ”

“สักหน่อยได้ไหมคะแม่ หนูยังทำตรงนี้ไม่เสร็จเลยค่ะ”

ณรินเดินเข้ามายังสถานที่จัดโต๊ะเพื่อทานอาหารในวันนี้ เด็กๆกำลังปัดกวาดเช็ดถูกันอย่างขันแข็ง

“แม่จันทร์ เดี๋ยวรินไปซื้อให้ก็ได้ค่ะ” เห็นถึงความวุ่นวายจึงอาสาที่จะเป็นคนไปซื้อของแทน

“ทำงานเสร็จแล้วหรอริน”

“ค่ะ ตกลงว่าซื้ออะไรคะ”

“ของว่างน่ะจ๊ะ ถัดจากบ้านเราไปมีร้านกาแฟเล็กๆอยู่ รินช่วยไปซื้อพวกเค้กหรือคุกกี้ให้แม่หน่อยนะ” พร้อมยื่นเงินจำนวนหนึ่งมาให้

“ไม่เป็นไรค่ะ รินซื้อเอง”

“อ้อจ๊ะ ร่มอยู่ในบ้านนะรินเอาไปด้วยถึงแดดจะยังไม่แรงแต่ก็เผื่อไว้นะ”

ณรินยิ้มให้บางๆก่อนจะเดินกลับเข้าบ้านไปเอาร่มก่อนจะเดินมุ่งไปยังร้านกาแฟชาวสวนร้านเล็กใกล้ๆ

กริ๊ง~

เสียงกระดิ่งห้อยหน้าประตูดังขึ้นเมื่อณรินผลักเข้าไป ความเย็นของเครื่องปรับอากาศพร้อมกลิ่นกาแฟหอมกรุ่นประทะเข้าจนได้รับความสดชื่น อาจจะตอนนี้ยังไม่สายมากในร้านจึงยังไม่มีคน เช้านี้จึงมีแค่ณรินที่เป็นลูกค้าในร้านเพียงคนเดียว

“รับอะไรดีครับ” คาดว่าจะเป็นพนักงานที่เอ่ยถามแต่ไม่ยักจะหันหน้ามาคุยกับลูกค้า เพราะสองมือยังยุ่งกับการเอาคัพเค้กเข้าเตาอบ

“เอ่อ...”

“ขอโทษด้วยครับพอดีร้านพึ่งเปิดครับ ยังไม่ถึงเวลาทำงานของพนักงาน ในร้านจึงมีแค่ผม” เขาคนนั้นหลังจากเอาคัพเค้กเข้าตู้อบเสร็จจึงหันมายิ้มบางๆให้เธอ

“ค่ะไม่เป็นไร มีเค้กที่ทำเสร็จแล้วไหมคะ”

“ขอโทษด้วยครับตอนนี้ยังไม่มีเลย แต่อีกสักแปปเค้กที่อบก่อนหน้านี้ก็จะเสร็จแล้วครับคุณจะรอไหม”

“นานไหมคะพอดีฉันต้องรีบกลับด้วยค่ะ” หากไม่นานจะได้รอเอาไปด้วยเลย

“ผมไปส่งให้ได้ครับ ถ้าคุณรีบและยังต้องการอยู่”

“รบกวนส่งให้ที่บ้านเพียงรักนะคะ” ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้งานที่บ้านก็ยุ่งถ้าจะสั่งไว้แล้วไม่มีคนมาเอาก็คงไม่ได้ แต่ก็ยังดีที่ทางร้านจะเอาไปส่ง

“ครับ คุณจะเอาแบบใหนบ้างครับ” พร้อมยื่นเมนูเค้กมาให้ เธอจึงรับมาเปิดดูพร้อมสั่งคัพเค้กจำนวนหนึ่ง

“ขอก่อน 08.30น. นะคะ”

“ได้ครับ ขอบคุณที่อุดหนุนครับ” ณรินยิ้มให้พร้อมยื่นเงินให้เขา และเดินออกจากร้านมาทันที

และระหว่างทางเธอก็สวนกับรถลีมูซีน สีดำเงาวับคันหรูที่ขับผ่านหน้าเธอไป จึงทำให้ต้องมองอย่างเลี่ยงไม่ได้

“คงไม่มีอะไรหรอก” ณรินเอ่ยขึ้นกับตัวเองพร้อมกุมท้องเอาไว้เมื่อรู้สึกหน่วงๆที่ช่วงท้อง พร้อมใจที่กระตุกแปลกๆอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

คงเป็นอาการอย่างหนึ่งของคนท้อง เธอคิดอย่างนั้นเพราะช่วงนี้เธอพักผ่อนค่อนข้างไม่เป็นเวลาเพราะต้องทำงานและดูแลเด็กๆจึงอาจจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลียได้จนส่งผลกับคนท้องอย่างเธอ

 

เวลาไม่นานณรินก็กลับมาถึงพร้อมสายตาที่ไปสะดุดกับรถคันหรูจอดแน่นิ่งอยู่ข้างต้นมะม่วงใหญ่ซึ่งก็คือรถลีมูซีนคันเดียวกันกับที่สวนทางกับเธอไปเมื่อครู่

“พี่ณรินคะ แม่จันทร์ให้พี่ยกน้ำเข้าไปเสริฟให้แขกที่มาค่ะ” เป็นเด็กน้อยที่เดินเข้ามาหาเธอพร้อมเขย่าแขนเบาๆไปด้วย ณรินจึงละสายตาจากรถคันนั้นมาก้มมองเด็กคนข้างๆ

“ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่รินจะตามไปนะคะ”

“ค่ะ” ขานรับพร้อมวิ่งดุ๊กๆออกไป ณรินจึงเดินเข้าครัวเพื่อยกน้ำที่แม่จันทร์เตรียมไว้ออกไปให้แขกที่มา

“รินเสริฟน้ำให้คุณๆเขาเลยลูก”

“ค่ะ” ณรินเดินเข้าไปเสริฟน้ำตามที่แม่จันทร์บอก

“ขออนุญาตนะคะ”

เพล้ง!!!!

ไม่จริง!

แก้วน้ำในมือของณรินตกแตกลงพื้นกระจาย สร้างความตกใจให้ผู้คนอยู่ไม่น้อย ใจกระตุกขึ้นมาในทันทีเมื่อได้สบตากับบุคคลตรงหน้า บุคคลที่เธอไม่คิดว่าเขาจะมาอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าของเธอ และดูเหมือนเขาจะไม่ได้ตกใจอะไรที่ได้เห็นเธอ หรืออาจจะจำเธอไม่ได้ก็ไม่อาจรู้

“ริน! เป็นอะไรไหมลูก” และเป็นแม่จันทร์ที่เข้ามาจับเธอพร้อมเอ่ยถามเสียงร้อนลน

“มะ...ไม่ค่ะ” เสียงที่เปล่งออกมานั่นสั่นเครืออยู่ไม่น้อย

“ขาหนูเป็นแผลนะริน ไปทำแผลก่อนเถอะ ขอโทษด้วยนะคะคุณภาคิณณ์”

เธอไม่ได้หันกลับไปมองเขาคนนั้นอีกว่ามีท่าทางเป็นอย่างไร เธอเอ่ยขอตัวออกมาจากตรงนั้นในทันที

ตอนนี้เธอรู้สึกกลัว ได้แต่ภาวนาให้เขานั้นจำเธอไม่ได้ เพราะที่เธอกลับมาอยู่ที่นี่ก็เพื่อจะลืมทุกอย่างแล้วเริ่มต้นใหม่กับลูกในท้อง เธอไม่ได้เตรียมใจที่จะเจอเขา ในเมื่อออกมาไกลถึงขนาดนี้แล้วเธอไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งจะได้เจอเขาอีก

ภาคิณณ์

โลกมันก็ช่างกลมเหลือเกิน

 

ความคิดเห็น