Algiz

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 ปราบปรามกองโจร (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ปราบปรามกองโจร (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 42

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2563 09:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ปราบปรามกองโจร (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 3 ปราบปรามกองโจร (1/2)

 

ปราสาทสีขาวใหญ่โตตั้งตะหง่านอยู่บนเกาะลอยฟ้าท่ามกลางหมู่เมฆในสถานที่ห่างไกลจากสถานที่ปัจจุบันนัก หนึ่งในประตูห้องทำงานเปิดกระแทกผนังห้องอย่างแรงจนแตกร้าว เด็กสาวผมสีดำรัตติกาลก้าวไปหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟา และจับจ้องไปที่ชายหนุ่มผมสีขาวแซมเงินที่กำลังสะดุ้งกับการมาอันสุดแสนจะรุนแรงของผู้มาใหม่

“เกิดอะไรขึ้นล่ะ…ลูกพ่อ”ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่น โรเอลที่กำลังทำเก๊กไม่ตกใจอยู่นั่นเอง

“ลูกกำลังเสียจุดยืน…”แววตาของเด็กสาวคมกริบ ขณะที่กล่าวตอบบิดา

“หือ จุดยืนอะไรรึลูกพ่อ…?”พื้นก็ไม่เห็นตรงไหนเป็นบ่อเป็นหลุมนะ(?)

“ผู้หญิงคนแรกของเขา”พอได้รับคำตอบผู้เป็นบิดาอย่างโรเอลถึงกับเอามือกรายหน้าผาก

“ห๊ะ!? คืนชีพวันเดียวเจ้านั่นจะคั่วสาวแล้วเรอะ!?”ไวไฟเกินไปแล้วนะเฮ้ย!?

“มะ-ไม่ใช่แบบนั้น…ท่านพ่อหมกมุ่นนะเนี่ย”เด็กสาวหรี่ตาจ้องบิดาด้วยแววตาว่างเปล่า

“…งั้นลูกหมายถึงอะไร?”โรเอลที่โดนลูกสาวกล่าวหาหมดมุ่นถึงกับนิ่งไปครู่นึง ก่อนจะเปิดฉากถามกลับไปต่ออย่างสงสัย

“ก็ผู้หญิงคนนั้นถูกคนอื่นเรียกเป็นคนรักเฟริกส์เฉยเลยอ่ะ!”ทั้งที่แค่สลบไม่ได้สติ แล้วได้เขาคนนั้นอุ้มท่าเจ้าหญิงไปพักในที่ปลอดภัยแค่นั้นเอง…

“อืม พ่อเชื่อว่าเจ้าหนุ่มนั้นคงไม่ยอมให้ใครมาเป็นคนรักทั้งที่ยังไม่ได้คุยกันหรอก เพราะงั้นลูกพ่อ ลูกยังมีที่ยืนอยู่นะ”อีกอย่างปกติจะตายที่จะโดนคนอื่นเข้าใจว่าเป็นคนรักกันน่ะนะ

“ถ้าท่านพ่อว่าแบบนั้น…ลูกจะลองเชื่อดูก็ได้”เด็กสาวคลายออร่าดำทมึนรอบตัวลง

“แต่ว่า…ถ้าลูกอยากมีจุดยืนเป็นคนรักเจ้าหนุ่มนั่น ก็รีบลงไปเผยตัวทำความเข้าใจคบหากันซะ! ลูกไม่ควรโผล่พรวดออกไปยัดเยียดความเป็นสามี หรือคนรักให้ใคร เข้าใจตรงกันนะ?”เหมือนกับตอนพวกเจ้าลูกชายที่เกือบโดนยัดเยียดความเป็นสามีจนเกือบตาย…

“ละ-ลูกไม่ทำอะไรน่าเกียจอย่างการยัดเยียดตัวเองให้ใครหรอกนะ!”

“อันนี้ลูกก็พูดเหมือนแม่ตอนจีบพ่อใหม่ๆ เป๊ะเลย…”หวังว่าแม่ลูกจะไม่ซื่อหนักเหมือนกัน จนลุยแบบตรงๆ ขนาดที่ว่าปลุกปล้ำฝ่ายตรงข้ามนะ ถึงตอนตัวเขาเองจะเป็นคนตีฝ่าปล้ำกลับก็เถอะ

“โถ่~ท่านแม่ไม่มีทางทำอะไรแบบนั้น…ใช่มั้ยคะ ท่านแม่…?”

เด็กสาวหันไปยังอิสตรีผู้งดงาม และยิ่งใหญ่เกินกว่าหาสิ่งใดเปรียบ ที่กำลังยืนเขินอายม้วนหน้าแดงก่ำอยู่ตรงประตูทางเข้าที่พังไปเป็นที่เรียบร้อย---จากท่าทางของมารดาเธอรู้เลยว่า ท่านแม่ของเธอน่าจะทำอย่างที่ท่านพ่อพูดแย่ๆ

ขณะที่ฝ่ายลูกสาวจ้องมองผู้เป็นมารดาแท้ๆ ในสายเลือดอย่างเงียบๆ ผู้เป็นบิดา หรือพ่อของเด็กสาวถึงกับลุกขึ้นเดินเข้าไปโอบรัดกอดหนึ่งในภรรยาของตัวเองอย่างเต็มรัก เพราะทนไม่ไหวต่อท่าทางอันน่ารักกระตุกหัวใจ จนพากันออกห้องไปทิ้งลูกสาวไว้…

“ไปกันหมดแล้วลูกจะปรึกษาใครอ่ะ!?”

เธอตะโกนลั่นไล่หลังบิดามารดาตัวเองที่เดินเข้าห้องข้างๆ ไป แต่ก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับกลับมา เธอเลยจำเป็นต้องกลับห้องไปวางแผนการใหญ่เพื่อไปพานพบกับเฟริกส์แบบไม่อึ้ง และเป็นใบ้---กลับไปที่เด็กหนุ่ม หรือตัวเฟริกส์ตอนนี้เขาออกจากหมู่บ้านมาแล้ว…

เพื่อความปลอดภัยในการทดลองเวทบทใหม่ที่จะใช้ เขาเว้นระยะห่างออกมาเล็กน้อยพร้อมกระจายการตรวจจับเฝ้าระวังภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้เวทมนตร์ที่เขาจะใช้นั้นเปลืองมานาอย่างมากเพื่อคงสภาพไว้ เลยขอน้ำยาฟื้นพลังเวทที่เหลือจากผู้ใหญ่บ้านมาด้วย

“เอาล่ะ ก่อนอื่นก็…”

รวบรวมพลังเวท และกระจายออก สร้างเส้นทางเชื่อมต่อไปยังหวงมิติข้ามผ่านกาลเวลา จินตนาการรวมถึงเพ่งสมาธิไปยังรูปลักษณ์เป้าหมายที่ปรารถนา---เฟริกส์ยกมือขวาขึ้น และยื่นไปทางด้านหน้าวงเวทสีทองสุกใส ซึ่งมีสัญลักษณ์รูปโล่ และดาบขึ้นบนพื้นสี่วง

“มาเถอะ เหล่านักรบผู้กล้าหาญ และดำรงไว้ซึ่งเกียรติเอ๋ย ขอพวกท่านโปรดตอบรับคำเชิญแห่งข้าเพื่อขจัดอริร้ายจากพื้นแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ด้วยเถอะ ในนามผู้รับใช้แห่งแสงอันศักดิ์สิทธิ์ <>!”

วงเวทสีทองทั้งสี่วงพลันส่องประกายเจิดจ้า อะไรบางอย่างค่อยๆ โผล่พ้นขึ้นมาจากวงเวทอย่างพร้อมเพรียง---เกราะสีขาวที่เต็มไปด้วยลวดลายอักขระเวทมนตร์สีทองอันศักดิ์สิทธิ์เช่นเดียวกับผ้าคลุมสีขาวผืนใหญ่ที่ปกคลุมทั้งแผ่นหลัง

เช่นเดียวกันภายใต้ช่องว่างหมวกเกราะมีแสงไฟคล้ายดวงตาสีฟ้าครามลุกโชกอยู่ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ร่างสูงใหญ่ทั้งสี่ต่างใช้ศัสตราวุธแตกต่างกันไป ตนหนึ่งใช้ดาบ และโล่ ตนหนึ่งใช้หอกใหญ่ อีกตนหนึ่งใช้ค้อนใหญ่ยักษ์ และตนสุดท้ายถือคันธนูสีขาวใหญ่

เมื่อทั้งสี่ตนถูกอัญเชิญออกมาแล้ว วงเวทที่เขาใช้เรียกอัศวินศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มาพลันแตกสลายซึมซับเข้าสู่เกราะอัศวินทั้งหลายไป---เขาได้แต่มองอย่างทึ่งๆ ต่อความอลังการในเวทอัญเชิญ และในทันทีทันใดอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ก็คุกเข่าลงอย่างสง่างาม

“ลุกขึ้นเถอะ…”

อัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ทำตามคำสั่งอย่างกระฉับกระเฉง แต่ในตอนนั้นเองเฟริกส์ก็เสียการทรงตัวเซไปทางด้านข้าง หนึ่งในสี่อัศวินศักดิ์สิทธิ์ทิ้งคันธนูเข้ามาประคองผู้เป็นนายในทันที---เขากล่าวขอบคุณเบาๆ ก่อนจะรีบคว้าเอาน้ำยาฟื้นพลังเวทมาดื่ม…ซึ่งรสชาติของมัน

“แหวะ~ขมอ่ะ…”เขาแลบลิ้นเล็กน้อย

ก็เข้าใจคำที่ว่า ‘หวานเป็นลม ขมเป็นยา’ อยู่หรอก แต่ขมปี๋แบบนี้มันก็ไม่ไหวเหมือนกันน่า หรือจริงๆ รสชาติมันไม่ใช่แบบนี้ ไม่ก็เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานคงไม่มีใครมาสนใจรสชาติของที่กินกันล่ะมั้ง---ตัวเฟริกส์ได้แต่กลั้นใจ และดื่มไปรวดเดียวสองขวดจนมานากลับมาเต็มอีกครั้ง…

“ไปทำให้ทุกอย่างจบลงกัน…”

เขานำแผนที่ออกมา และก้าวเดินนำเหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ไป พวกเขาค่อยๆ ก้าวเข้าไปยังจุดมาร์กบนแผ่นที่อย่างระมัดระวัง และเงียบที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่เกราะสีขาวเงาวับผนวกเข้ากับอักขระลวดลายสีทองทำเอาอดหวั่นใจไม่ได้ว่าจะโดนเห็นโดยพวกโจรมั้ยหนอ

ยิ่งรวมเข้าไปกับความสูงที่เกือบสองเมตร…ไม่สิ คงจะสองเมตรต้นๆ เลยแหละมั้ง เขาเริ่มจะทำใจไม่หวั่นแล้วล่ะ ยังไงก็โดนเห็นแน่ๆ ถึงจะมีแนวต้นไม้ใหญ่กับเนินดิน ก้อนหินยักษ์บังก็เถอะ ถ้าจะรอดก็คงต้องภาวนาให้พวกโจรมันเมาหัวทิ่มไปแล้ว

หลังจากที่ฆ่าหมาป่ายักษ์ไปจำนวนหนึ่ง กับพวกโจรอีกสิบคน เลเวลของเขาโดยรวมตอนนี้ก็สิบห้า และน่าจะย่างเข้าสิบหกในไม่ช้า ไม่นึกว่ายอมเสียมานามากกว่าปกติเพื่ออัญเชิญโฮลลี่ไนท์(Holy Knight)ออกมาจะค่อนข้างคุ้มค่า เพราะทั้งสี่ตัวก็มีเลเวลกว่าห้าสิบแล้ว

ถึงจะซดพลังเวทเขาอย่างต่อเนื่องราวกับโดนเจาะถังน้ำมันเลยก็ตามทีเถอะ น้ำยาฟื้นพลังเวทที่ขอมาก็มีแค่หก ซึ่งตังเขาก็กลั้นใจกินไปแล้วสองเหลือแค่สี่ ถ้าการต่อสู้ยืดเยื้อเขาเสร็จแน่---เฟริกส์ฝีเท้าขึ้น และนำเหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ไปยังจุดที่เหมาะแก่โจมตีได้สำเร็จ

“นี่มัน…ไม่กองโจรธรรมดาแล้วมั้ง”

จากทั้งสายตา และใช้มานาแผ่จับสัมผัสออกไป พวกมันมีไม่ต่ำกว่าห้าสิบ และมีอาวุธรวมถึงเสบียงจำนวนมากเกินกว่าที่จะปล้นสะดมมาจากหมู่บ้านเดียว พวกโจรต่างกระจัดจายอยู่รอบก้อนหินยักษ์ ซึ่งมีช่องทางเข้าเปรียบเสมือนถ้ำ…ซึ่งก็ถ้ำจริงๆ นั่นแหละ

ใกล้กันกับปากถ้ำมีรถเกวียนขนาดใหญ่ซึ่งมีกรงเหล็กยักษ์บรรทุกอยู่บนนั้น แต่ในตอนนี้กรงเหล็กนั่นว่างเปล่า ผู้หญิง และเด็กรวมถึงพวกคนหนุ่มคงถูกจับขังไว้ข้างในถ้ำ ดูยังไงแบบนี้พวกมันมีคนหนุนหลังอยู่อย่างแน่นอน

ถ้าพูดถึงการจับตัวเด็ก และก็ผู้หญิง รวมถึงคนหนุ่มคงจะไม่พาดพ้นทาสผิดกฎหมาย คงจะเป็นพ่อค้าทาสที่ให้เงินพวกมัน แต่ก็ไม่คิดว่าพวกมันจะกล้ากระทำอุอาจอย่างปล้นสะดมหมู่บ้าน หรือว่าที่พวกมันกล้าทำขนาดนี้…เพราะมีคนใหญ่คนโตยิ่งกว่าพ่อค้าทาสอยู่เบื้องหลัง

“เตรียมเปิดฉา-/!!!”เฟริกส์พูดไม่ทันจบ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ตนที่ถือคันธนูก็ยิงศรเวทสีชาดขึ้นฟ้าไปในทันที โดยไม่รอให้ผู้เป็นนายกล่าวจบ…

“ทำอะไรไปน่ะ!?”

พอเขาหันไปท้วงถามอย่างตกใจ ท่าทางของฝ่ายนั้นที่เป็นเหมือนการตอบกลับมาก็มีแค่จ้องหน้าประมาณว่าก็บอกให้ ‘เปิดฉากโจมตี ไม่ใช่เหรอ~?’ ซึ่งมันก็มีคำว่า ‘เปิดฉากโจมตี’ จริงๆ นั่นแหละ แต่ที่เขาพูดออกไปมันมีคำว่า ‘เตรียม’ นำก่อนนะเฮ้ย!

ทันใดนั้น บนท้องฟ้าเหนือรังโจรก็ปรากฏวงเวทสีชาดขนาดใหญ่ ตราสัญลักษณ์รูปศรธนู ที่ปกคลุมด้วยเปลวเพลิงเด่นชัด พวกโจรพากันลุกยืนขึ้นมองจ้องตาค้าง---พวกมันคนนึงก็ตะโกนเรียกสติพวกที่เหลือ พวกมันเริ่มวิ่งไปที่ปากถ้ำ

แต่ก็ไม่ทันการณ์ วงเวทสว่างเจิดจ้าพร้อมแผดศรเวทเพลิงสีชาดออกมามากมายราวสายฝน ศรเพลิงทั้งพุ่งตกลงมาเร็วปานสายฟ้า เมื่อกระทบตกถึงพื้นเกิดเสียงระเบิดกัมปนาท เศษซากของพวกโจรกระจัดกระจายเกลื่อน และติดไฟ

พวกที่ไม่ตายแต่โดนสะเก็ดแตกจากผืนดิน และหินที่เข้าทิ่มแทงร่างได้แต่โอดครวญอย่างทุกข์ทรมานท่ามกลางความวินาศสันตะโร ในใจพวกมันได้สาปแช่งพ่นด่าแก่ผู้ที่ลอบโจมตีพวกมัน---เฟริกส์ที่กำลังเฝ้ามองสถานการณ์ด้วยความหวาดผวาหันกลับไปมองอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ที่รอคำสั่งอยู่…

“เอาแค่หมดสภาพพอนะ…”

““““!!! / !!! / !!! / !!!””””

พอออกคำสั่งไป อัศวินศักดิ์สิทธิ์ หรือพวกโฮลลี่ไนท์ทั้งสี่ตนก็วิ่งออกไปกันทันทีอย่างไม่รีรอ นี่อาจเป็นเพราะว่าเขาเลเวลต่ำกว่าก็ได้ พวกนี้เลยค่อนข้างจะไม่ค่อยอยู่ในการควบคุมสักเท่าไหร่---เฟริกส์ได้แต่ยืนมองพวกนั้นไล่ตัดแขนตัดขาพวกโจรอย่างระเหี่ยใจ…หมดสภาพจริงๆ

“อะ-อัศวิน! พวกอัศวินบุกมาแล้-อ๊ากกกก!!!!!”

“เชี้ยยย!!!! ทำไมพวกมั-อั๊กกกก!!!!!”

“พวกมึงอย่าไปกลัวววว!!!!!”

พวกโจรที่เหลือต่างพากันเข้าสู้รบปรบมือกับอัศวินร่างยักษ์ทั้งสี่ โดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่พวกมันสู้ด้วยนั้น ถูกอัญเชิญมาด้วยเวทมนตร์ สมาชิกกองโจรที่มีเลเวลเฉลี่ยอยู่แค่สิบไม่เกินยี่สิบมีหรือจะสู้โฮลลี่ไนท์เลเวลกว่าครึ่งร้อยได้ ดังนั้นเมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้ มันจึงเปลี่ยนเป้าหมาย…

“ฆ่าไอ้เด็กเวรนี่ซะ!!!!!!!”

พวกมันหันไปรุมเด็กหนุ่มซึ่งเดินทางมาพร้อมกับพวกอัศวินร่างยักษ์ทันที เมื่อพวกมันเข้าใกล้เด็กหนุ่มพอจะเรียกได้ว่าประชิดตัวเลยก็ว่าได้ พวกมันก็เริ่มรู้สึกสะกิดใจบางอย่าง…ทำไมพวกอัศวินนั่นถึงไม่เข้ามาช่วยเจ้าหนุ่มนี่ และในตอนนั้นทันก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว ก็สายไปเสียแล้ว

“<>”

ร่างเด็กหนุ่มหายไปต่อหน้าต่อตา สายลมหอบใหญ่พัดผ่านร่าง และมีเพียงเสียงที่แผ่วเบาราวกับพรายกระซิบที่ดังขึ้นข้างใบหู ภาพทุกอย่างตรงหน้าก็มืดมัวลง ก่อนจะสติสัมปชัญญะทุกอย่างจะขาดผึ่ง---ร่างของโจรทั้งหลายล้มลงราวกับใบไม้ที่หลุดร่วง…

เด็กหนุ่มสะบัดดาบสั้นในมือขวา และซ้าย หยาดโลหิตสีแดงกระเซิงออกจากใบดาบเปื้อนลงบนผืนดิน นัตย์ตาสีฟ้าครามตวัดมองพวกโจรที่ถูกจัดการเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตากลับไปยังด้านหน้าของตนที่เต็มไปด้วยพวกโจรที่จ้องมองมาด้วยสายตาหวาดกลัว…

“แกเองเรอะ? ไอ้เด็กเปรตที่บังอาจมาข้องกับพวกข้า”

“ชะ-ช่วยด้วย…”

พวกโจรพากันแหวกทางให้กับเจ้าของเสียง มันมีร่างกายสูงใหญ่พอๆ กับโฮลลี่ไนท์ และร่างกายเต็มไปด้วยแผลเป็น เช่นเดียวกับใบหน้า มันสามารถยกขวานศึกอันใหญ่ได้ด้วยมือข้างเดียว และอีกข้างนั้นกำหัวของเด็กสาวที่เปลือยเปล่า และร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลรอยฟกช้ำยกชูไปทางเด็กหนุ่ม

“แกคงจะเป็น…หัวหน้าสินะ?”เฟริกส์กล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ถ้าใช่แล้วจะทำไม?”ร่างยักษ์กล่าวอย่างไม่เกรงกลัวเด็กหนุ่ม

พวกโจรที่ไม่ได้ติดพันกับพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์ต่างเข้ามารุมล้อมเด็กหนุ่มไว้จากทุกทิศทาง พวกมันทุกคนต่างยิ้มเหี้ยมปราศจากความกลัวที่เคยมีในตอนแรก---เฟริกส์ เขากวาดสายตาจ้องมองพวกมันอย่างเฉยเมย และพยายามข่มอารมณ์ของตัวเองเอาไว้จนกระทั้ง…

“ไม่จำเป็นต้องกลัวนะพี่สาว ทุกอย่างจะจบลงในไม่ช้า”เขากล่าวออกไปพร้อมเผยรอยยิ้มที่ปราศจากความกังวล และเต็มไปด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม พวกโจรที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ยิ้มเยาะ

“เฮ๊อะ! ที่จะจบคือแกต่างหากไอ้เด็กเวร! หลังจากนั้นพวกข้าจะย่ำยีนังนี่ต่อหน้าพวกแกต่างหาก!”พอได้ยินที่หัวหน้าพูด พวกโจรต่างพากันหัวเราะ และแสดงสีหน้าน่ารังเกียจออกมากัน

“คิดว่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ น่ะเหรอ?”เฟริกส์กล่าวพร้อมเตรียมที่จะกระทำบางอย่าง

“แกไอ้เด็กเว-!?/ฆ่าพวกมันให้หมดอย่าให้เหลือ! ทุกนายบุกกก!!!!!”

*เฮ้! เฮ้! เฮ้! เฮ้! เฮ้!*

เสียงหนึ่งตะโกนดังกึงก้อง ตามมาด้วยเสียงร้องเฮที่เปี่ยมไปด้วยความฮึกเหิมจากแนวป่าด้านหลังของเฟริกส์ และพวกโจรที่ล้อมเขาไว้---เหล่าทหาร และอัศวินต่างพากันวิ่งออกมาจากแนวป่าเข้าปะทะกับพวกกองโจรที่ติดพันกับโฮลลี่ไนท์

เฟริกส์ฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปโจมตีตัวหัวหน้าใหญ่ แต่มันเอาร่างเด็กสาวชาวบ้านเข้ามาบังเอาไว้ทำให้เขาต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากการหวังจู่โจมให้อีกฝ่ายน็อคทีเผลอเป็นช่วยเด็กสาวชาวบ้านคนนี้ให้ได้เสียก่อน ไม่งั้นเจ้าหัวหน้าใหญ่นี่รอดไปได้แน่ๆ…

เขาเบี่ยงหลบไปทางด้านข้าง คว้าก้อนหินบนพื้นแล้วเขวี้ยงใส่ข้อมือของมันอย่างแรงจนมันปล่อยเด็กสาวให้ร่วงตกลงมา หัวหน้าโจรจ้องมองด้วยแววตาแข็งกร้าวไปยังเด็กหนุ่ม มันถอยหลังพร้อมเหวี่ยงขวานลงหมายจะผ่าร่างเด็กสาวที่นั่งกองอยู่บนพื้น

ดาบสั้นคู่ในมือทั้งสองข้างถูกสลายเก็บเข้าคลังมิติไป ก่อนจะกลายเป็นโล่อัศวินอันใหญ่แทนเขาคว้าโล่ และรีบพุ่งตัวเข้าไปแทรกกลางระหว่างเด็กสาว และคมขวานศึกยักษ์---เขาใช้แขนข้างที่ว่างโอบกอดเด็กสาวชาวบ้านเอาไว้!

เมื่อขวานศึกปะทะกับโล่ใหญ่ แรงปะทะนั้นสะเทือนจนแขนทั้งแขนชา และปวดร้าวจากภายใน จนการ์ดป้องกันตกลง หัวหน้ากองโจรยิ้มเหี้ยมก่อนจะโจมตีซ้ำอีกครั้ง---แต่ทันใดนั้น คมมีดสายลมพุ่งเข้ามาอัดปะทะร่างของมันจนเซถอยไปเสียก่อน…

“เจ้าเองสินะที่ช่วยลูกสาวข้าไว้?”

“ช่วยลูกสาว…?”

เฟริกส์พึมพำเบาๆ ก่อนจะหันไปตามเสียง ก็พบกับชายมีอายุร่างสูงโปร่งซึ่งสวมเกราะคล้ายกับพวกอัศวินไว้หนวด และเคราสีน้ำตาลเข้มนัตย์ตาสีอำพันธ์เหมือนใครบางคน มือซึ่งอยู่ในถุงมือเหล็กฉุดให้เด็กหนุ่มตรงหน้าลุกขึ้นมาพร้อมกับเด็กสาวชาวบ้านที่ถูกพาออกไปโดยกลุ่มทหาร

ย้อนกลับไปก่อนหน้าเล็กน้อย กลุ่มทหาร และอัศวินรวมกันกว่าสองร้อยคนต่างมาถึงหมู่บ้านหลังจากที่เหริกส์ได้ออกเดินทางไปสักครู่ใหญ่ๆ---ชายมีอายุซึ่งเป็นผู้นำของกองกำลังนี้ ได้มาตามหาเด็กสาวคนนึงซึ่งเมื่อบอกรูปลักษณ์ไป ชายชราผู้เป็นผู้ใหญ่บ้านจึงพาไปพบ

ในชั้นใต้ดินของบ้านไม้ใหญ่ ชายมีอายุได้ก้าวลงไป เพื่อพบเจอกับเด็กสาว แต่ทันก่อนจะโผล่พ้นเผยตัวให้คนที่อยู่ข้างล่างได้เห็น ก็ได้ยินซึ่งเสียงสนทนาของเด็กสาวเสียก่อน เสียงนั้นช่างเป็นเสียงที่ตัวเขาคุ้นเคย และหวนคิดถึงจนแทบจะไม่อาจกลั้นน้ำตาได้ไหว…

“นี่ๆ! ตาของพี่สาวเป็นอะไรเหรอ!”เด็กผู้หญิงกล่าวถามอย่างสงสัย และบริสุทธิ์ใจ

“อืม…พี่เคยถูกคนไม่ดีทำร้ายมาน่ะ”เด็กสาวกล่าวตอบคำถามนั้นอย่างไม่ปิดบัง

ชายมีอายุได้แต่กำมือแน่นจนแทบทะลุโซ่เหล็กที่ร้อยผสานกันอย่างเจ็บปวด และแค้นใจ เมื่อนึกย้อนไปเมื่อหนึ่งปีก่อนหน้า หากตอนนั้น ตนอยู่ด้วยล่ะก็ลูกสาวคงไม่ต้องมาพบประสบเคราะห์กรรมที่ทำลายอนาคตแบบนี้…

“คนไม่ดี? อ๊ะ! ตอนนี้พี่ชายกำลังจัดการคนไม่ดีอยู่ล่ะ!”คำพูดนั้นทำให้เด็กสาว และชายมีอายุที่แอบฟังรู้สึกสนใจ

“พี่ชาย? จะว่าไปใครเป็นคนพาพี่มาที่นี่เหรอ?”เด็กสาวท้วงถามไปอย่างอยากรู้ เธอต้องการจะขอบคุณเขา หรือเธอคนนั้นที่ช่วยเธอเอาไว้

“พี่ชาย! พี่ชายเป็นคนพาพี่สาวมาที่นี่!”

“พี่ชาย? พี่ชายคนเดียวกันกับที่ออกไปสู้กับโจรตอนนี้น่ะเหรอ!?”เด็กสาวกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เด็กผู้หญิงได้แต่เอียงคอสงสัย

“อือ! พี่ชายมีคนเดียวก็คือพี่ชายคนเดียวกัน…แล้วพี่สาวจะไปไหนเหยอออ!!!!”

“ไปช่วยพี่ชายคนนั้นน่ะสิ!”

มันอันตรายเกินไปที่จะปล่อยเขาไปคนเดียวนะ! ถึงเธอจะรู้ว่าตัวเองมันเป็นได้แค่ตัวถ่วง! แต่ด้วยเกียรติแห่งอัศวิน! เธอจะไม่ยอมให้ผู้มีพระคุณตายเด็ดขาด!---ขณะที่เด็กสาวพยายามจะลุกขึ้นยืนโดยมีเด็กผู้หญิงพยายามห้าม ชายมีอายุก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหา…

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น