Algiz

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 จดหมาย (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 จดหมาย (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 42

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2563 13:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 จดหมาย (2/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 2 จดหมาย (2/2)

 

 

 

 

 

ครั้งหนึ่ง เธอเคยอยู่ในกองอัศวินซึ่งขึ้นตรงพระราชินี มีแต่ผู้คนยกย่อง เคารพ และให้เกียรติ เธอกวัดแกว่งดาบเพื่อองค์ราชินี และองค์หญิงจนสุดท้ายได้รับบาดเจ็บ และถูกคำสาปชั้นสูงที่ไม่มีใครมีอำนาจกล้าแกร่งพอจะล้างคำสาปได้

บาดแผลทางกายที่เกิดจากอาวุธถูกรักษาอย่างไม่เหลือร่องรอย แต่คำสาปที่ได้รับนั้นช่วงชิงการมองเห็นรวมถึงผนึกไม่ให้เธอสามารถใช้เวทมนตร์ได้ ชีวิตในฐานะอัศวินของเธอจบลง และนั่นยังไม่เจ็บปวดเท่าการถูกทอดทิ้งจากคู่หมั้นที่เป็นเพื่อนสมัยเด็ก

ถึงเธอจะบุตรีของตระกูลมาร์ควิส และเป็นลูกสาวคนที่สองซึ่งมีพี่ชายกำลังจะขึ้นเป็นผู้นำตระกูล เธอที่ถูกคู่หมั้นทิ้งก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกปฎิเสธจากวงสังคมชนชั้นสูง ไม่มีใครอยากแต่งงานกับผู้หญิงพิการหรอกจริงมั้ย ต่อให้เธอคนนั้นเกิดในตระกูลที่สูงศักดิ์แค่ไหนก็ตาม…

ถึงท่านพ่อท่านแม่ และก็ท่านพี่จะบอกว่าไม่เป็นไร แต่เธอในฐานะอัศวิน และในฐานะลูกสาวของบ้านมาร์ควิสแล้ว เธอจักไม่ยอมกลายเป็นจุดอ่อนด่างพร้อยให้ใครมาทำร้ายครอบครัวของเธอเด็ดขาด นั่นทำให้เธอหนีมาอยู่ที่เมืองกระจายสินค้าห่างไกลจากเมืองหลวงถึง 2 เดือน

ใช้เงินเก็บที่มีซื้อบ้านหลังเล็กๆ และตัดสินใจใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ และทำประโยชน์เพื่อราษฎร์ให้ถึงที่สุดด้วยการทำงานของนักผจญภัยอย่างเควสง่ายๆ อย่างเก็บสมุนไพร แม้รายได้จะน้อย แต่เธอไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงินจึงไม่มีปัญหา…

แต่ไม่นึกเลยว่า จะต้องมาถูกกองโจรซุ่มโจมตี แล้วยังติดพิษที่ทำให้ร่างกายไม่มีเรี่ยวมีแรงซะอีก ถ้าเป็นตอนที่เธอใช้เวทมนตร์ได้คง…ขับพิษออกแล้วจัดการพวกมันได้สบาย นี่คือ ความรู้สึกสิ้นหวังของคนไร้พลังจริงๆ สินะ

เด็กสาวหลับตาลงพร้อมหลั่งน้ำตาอย่างตรอมใจ เธอไม่มีเรี่ยวแรงพอให้ต่อต้านอีกต่อไปแล้ว นี่คือ จุดจบของเธองั้นเหรอ…ทำไมกันล่ะ ทำไมอัศวินอย่างเธอ ไม่สิ ทำไมเธอถึงต้องมาพานพบอะไรแบบนี้ด้วย เธอทำอะไรผิดไปหรือ ถึงต้องมาเจออะไรแบบนี้…

‘องค์เทพธิดา…ขอทรงเมตตาเราด้วย’เด็กสาวภาวนาขอความเมตตาต่อผู้ที่เธอนับถือ อย่างน้อยขอให้เธอตายไปก่อนที่จะถูกเหยียบย่ำ ย่ำยีศักดิ์ศรีในฐานะผู้หญิงด้วยเถอะ…

“หึหึหึ-/อ๊ากกกก!!!!!”

“!!!!!”หัวใจของเด็กสาวกระตุกวูบ

เสียงกรีดร้องของโจรคนนึงดังขึ้น พร้อมกับร่างของเธอถูกปล่อยหล่นลงกระแทกพื้น เสียงตะโกน เสียงปะทะกันของคมอาวุธดังระงม เธอพยายามฝืนลืมตาขึ้นมา แต่ก็ได้เพียงแค่ข้างเดียว ภาพเลือนรางที่เธอได้เห็นคือ รูปร่างของบุรุษคนนึงกำลังสู้กับพวกโจรอย่างหาญกล้า

เธอมองเห็นเงาของผ้าคลุมยาวเหมือนกับที่อัศวินอย่งพวกเธอสวมใส่ และใช้กันอย่างปกติ เธออาจจะเพี้ยนไปแล้วก็ได้ บางทีนี่อาจเป็นเพียงความฝันที่องค์เทพธิดามอบให้อย่างเมตตาเพื่อไม่ให้ต้องเจ็บปวดกับการถูกย่ำยี…

ดวงตาของเด็กสาวปิดลงพร้อมกับหมดสติไป ซึ่งนั่นเป็นเวลาเดียวกับที่กองโจรคนสุดท้ายถูกจัดการลง เด็กหนุ่มสะบัดคมดาบสั้นทั้งสองเล่มไล่คราบเลือดก่อนจะกลับเข้าคลังมิติ ก่อนจะรีบวิ่งไปนั่งคุกเข่าลงข้างหน้าเด็กสาว…

“ค่อยยังชั่ว…”

เขาพึมพำอย่างโล่งอกหลังจากที่ตรวจเด็กสาวตรงหน้าแล้ว ทันใดนั้นเขาถึงกับลืมหายใจเมื่อเพิ่งสังเกตว่าด้านหน้าของเด็กสาวนั้นเปลือยเปล่าอยู่ เขารีบปลดผ้าคลุมมาห่มปิดส่วนเปลือยเปล่าของเด็กสาว ก่อนจะตรวจค้นดูศพของพวกโจร

เครื่องแต่งกายที่ซอมซ่อ แต่เกราะหนัง กับอาวุธที่พวกมันใช้ไม่ได้ดูเก่าเลยด้วยซ้ำเหมือนกับของใหม่ที่เพิ่งนำออกมาใช้งาน พวกมันเป็นผู้เป็นชายทั้งหมด ช่วงอายุคาดโดยประมาณสัก 25 ถึง 30 กว่าๆ ไม่น่าเกินจากนี้

แต่ดูจากความกล้าที่พวกมันยกขโยงมาเป็นกลุ่มใหญ่ถึงสิบคนในป่า แทบยังก่อเหตุแบบนี้ นี่ไม่ใช่พวกมันทั้งหมด นี่คงเป็นแค่กลุ่มย่อยเท่านั้น ถ้าเพื่อจบเรื่องนี้เขาต้องหาที่อยู่ของพวกมัน และร่วมมือกับคนในพื้นที่ถ้าเป็นไปได้เพื่อจัดการให้สิ้นซากซะ

โจรถึงเป็นโจร ก็รักพวกพ้องเหมือนกัน ถ้าสิบคนที่เขาเพิ่งฆ่าไปไม่กล้บไปรวมตัวที่ที่มั่นของพวกมันล่ะก็ พวกที่เหลือคงไหวตัวทันหนีไปหมดแน่ หรือเลวร้ายกว่านั้น พวกมันอาจจู่โจมหมู่บ้านรอบๆ แถวนี้ เพื่อหาคนที่ฆ่าพวกพ้องของมัน

“เยี่ยม!”เขาเจอของที่ต้องการแล้ว!

ม้วนกระดาษที่สร้างขึ้นจากหนังอะไรสักอย่าง ข้างในมีภาพวาดเหมือน และสัญลักษณ์มาร์กจุดต่างๆ เอาไว้ แผนที่…นี่คือ แผนที่ที่เขาต้องการ ถ้ารู้ที่อยู่ของพวกมันแล้วล่ะก็แทบไม่มีอะไรต้องกลัว แต่ก็ต้องระวังไว้เพราะไม่ควรจะประมาทพวกโจร

เขาเก็บแผนที่เข้าคลังมิติก่อนจะเหลือบเห็นบางอย่าง…เขาลุกขึ้นเดินไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีบางอย่างปักเสียบคาไว้อยู่ ออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยก็หลุดออกมา มันเป็นดาบสองคมมือเดียวของอัศวินที่มีอัญมณีเวทสีชาดประดับที่ด้าม

ที่ใบดาบมีอักษรบางอย่างสลักไว้อยู่ ดาบเวทมนตร์เล่มนี้คงจะเป็นของพี่สาวที่หมดสติไป ยังไงตอนนี้ขาก็เก็บไว้ก่อนพอเธอฟื้นขึ้นมาค่อยคืนให้ทีหลัง---เฟริกส์เก็บดาบเข้าคลังมิติ ก่อนจะหันไปยังทิศทางหนึ่ง จากแผนที่ของพวกโจรมีหมู่บ้านห่างจากตรงนี้ไปไม่ไกลนัก

เขาจำเป็นต้องไปกบดานที่นั่นก่อน และหวังว่าชาวบ้านในหมู่บ้านจะต้อนรับเขาที่ไม่มีบัตรประจำตัว หรืออะไรใช้ยืนยันตัวบุคคลได้เลย อย่างน้อยก็ขอพาพี่สาวคนนี้ไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยก่อนก็พอ---เฟริกส์จัดการเก็บศพพวกโจรใส่คลังมิติ และเดินไปอุ้มช้อนร่างเด็กสาวขึ้นมาไว้ในอ้อมอก

ก่อนจะก้าวเดินหายไปเงียบๆ ผ่านแนวต้นไม้ใหญ่ และพุ่มไม้หนามุ่งหน้าสู่หมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด ในใจของเฟริกส์นั้น เต็มไปด้วยความรู้สึกหลายอย่าง ทั้งเรื่องที่ตัวเองทำงานหนักจนตาย ทั้งเรื่องที่ได้คืนชีพ และเรื่องวุ่นวายที่ตัวเองเพิ่งเข้าไปพัวพันอย่างสมัครใจ

แต่ที่แน่ชัด คือ เขาไม่เสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เขาพอรู้อยู่แก่ใจว่าใช้ชีวิตแบบนั้นความตายจะมาถึงเร็ว ส่วนเรื่องคืนชีพต้องขอบคุณความเมตตาของท่านโรเอล ส่วนเรื่องถูกหมาป่ายักษ์จู่โจม…อันนั้น ต้องบอกว่าเขาประมาทเลินเล่อเอง

และสุดท้ายที่เขาฆ่าพวกโจรไปเพื่อช่วยพี่สาวคนนี้น่ะ เขาไม่เสียใจ หรือรู้สึกผิดเลย กลับกันหากรู้แล้ว ไม่ช่วยทั้งที่ตัวเขาสามารถลงมือช่วยเหลือได้น่ะ มันคงเป็นตราบาปหลอกหลอนเขาไปทั้งชีวิตแน่ ถ้าปล่อยพี่สาวคนนี้ให้ต้องพบเจอสิ่งเลวร้ายที่ยิ่งกว่าความตาย

เรื่องมาถึงขนาดนี้ เขาถอยกลับไม่ได้แล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไปเท่านั้น เพื่อตอบแทนความเมตตาของท่านโรเอลที่คืนชีพให้ เขาขอใช้ชีวิตให้มีประโยชน์ต่อส่วนรวม และก็มีชีวิตคุ้มค่ากว่าชีวิตก่อนเพื่อไม่ให้ท่านผิดหวัง…ในขณะเดียวกันกับเฟริกส์ อีกด้านในสถานที่ห่างไกล

“เด็กดีอย่างน่าเหลือเชื่อเลยแฮะ…”โรเอลที่เฝ้ามองอยู่พึมพำเบาๆ

“เห็นมั้ยล่ะ…บอกแล้วท่านพ่อต้องชอบเขา”เด็กสาวผมสีดำปริศนากล่าวขณะเฝ้ามองไม่วางตา

“มันก็น่ากังวลอยู่เหมือนกันน่า…”คืนชีพไม่ถึงวันก็จะไปตีกับกองโจรซะแล้ว

“ไม่ต้องกังวลน่า…เขามีพรจากท่านพ่อ แล้วก็ลูกสาวคนนี้เชียวนะ”เด็กสาวผมดำกล่าวอย่างมีบางอย่างแอบแฝงอยู่ ผู้ชายที่เธอเลือกคนนี้…ไม่มีทางแพ้แน่นอน!

“ไอ้นั้นแหละที่น่ากังวลเลยล่ะ อัศวินศักดิ์สิทธิ์ จ้าวศัสตราจากพ่อ แล้วอัศวินแห่งความมืดจากลูก พลังรบเจ้าหนุ่มมันจะมากไปน่า…”พอถึงเวลาต้องควบคุมตัวมันจะลำบากเอาน่า

“ไม่หรอกน่า ท่านพ่อก็คิดมากไปได้…”

อาจจะจริงที่ว่าคิดมากไป แต่คนเดียวสามคลาสนี่มันก็มากเกินไปอยู่เหมือนกันน่า ขนาดพวกสิบสองวีรชนยังมีแค่อาชีพเดียวอย่าง ‘วีรชน(Heroic)’ ถึงจะทดแทนด้วยพรหลายอย่างก็ตาม แต่ถ้าจำเป็นต้องสู้กัน จากจบง่ายๆ มันจะเป็นยากแทนน่ะสิ…

“ท่านพ่อ…พวกท่านแม่หึงท่านพ่อมั้ย เวลาไปแตะเนื้อต้องตัวผู้หญิงคนอื่น~?”

“หะ-ห๊ะ…ก็ไม่นะ เท่าที่พ่อรู้ แม่ของพวกลูกทุกคนสามัคคีกันมาก”เข้าไปสัมภาษณ์ให้เสร็จก่อนใส่พานส่งไปรอที่ห้องรอทุกรายเลย…

“งั้นลูกควรใจกว้าง…เปิดใจรับสินะท่านพ่อ”เด็กสาวกล่าวพร้อมชี้ไปที่เด็กหนุ่มซึ่งอุ้มผู้หญิงคนนึงไว้ในท่าอุ้มเจ้าหญิงที่เธอเองยังไม่เคยถูกเขาอุ้มเลยสักครั้ง…เคยแต่โดนหิ้วปีกประคองไม่ให้ล้ม

“แล้วแต่ลูกเลย…แต่ลูกจะไปเก็บอาการหน่อยก็ได้”ออร่าดำทมึนจะย้อมทั้งห้องเป็นสีดำแล้วเนี่ย

“ลูกแค่อิจฉา…นิดหน่อยเอง~”นิดหน่อยจริงๆ นะ

“นิดหน่อย…? ถ้าลูกอิจฉา ทำไมไม่ไปปรากฎตัวต่อหน้าเจ้าหนุ่มเลยซะล่ะ~?”

“…ลูกวางแผนไว้แล้ว แค่รอจังหวะเหมาะสมอยู่”โผล่ไปเร็วเกิน เดี๋ยวใบ้กินพูดไม่ออกกันทั้งคู่นะตอนที่เจอกันน่ะ

“มีงี้ด้วย…เอาเป็นว่าในฐานะที่พ่อเป็นผู้ชายคนนึง พ่อขอเตือนอะไรสักอย่างนะ”

“เตือนอะไรเหรอ~?”เด็กสาวเอียงคออย่างสงสัย

“อย่าใส่ชุดวันเกิดยัดตัวเองลงกล่องแล้วไปรอเซอร์ไพรส์เจ้าหนุ่มในห้องล่ะ…”

“ละ-ลูกไม่ทำเรื่องไร้ยางอายแบบนั้นหรอกน่า!”ใครจะไปกล้าทำแบบนั้น

“พูดเหมือนแม่ลูกเป๊ะ…”วันต่อมาก็เจอว่าอยู่ในกล่องของขวัญแบบไม่สวมเสื้อผ้า มีแค่ริบบิ้นผูกระโยงระยางให้ดูลามกแค่นั้น…ว่าไปแล้วตอนนั้น ตกใจกว่าตื่นเต้นซะอีก

ท้ายสุดโรเอลต้องขอให้คุณลูกสาวตัวตนเรื่องราวทั้งหมดไปแอบดูเจ้าหนุ่มที่ห้องตัวเอง หรือที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ ไอ้การมีภาพมอนิเตอร์จาก ‘เนตรแห่งพระเจ้า(Eye Of God)’ ให้ตลอดเวลา คงไม่เป็นอันต้องทำงานทำการกันพอดี…

ฝ่ายลูกสาว ซึ่งถูกขอให้ไปแอบดูเด็กหนุ่มผู้ที่เธอแสนหวงแหนที่อื่นก็ได้แต่มองผู้เป็นบิดาด้วยสายตาราบเรียบ ก่อนจะถอดเอาอุปกรณ์ฉาพภาพที่ส่งมาจาก ‘เนตรแห่งพระเจ้า’ ไปด้วย…ทั้งที่ตัวเองก็มี! ทำเอาโรเอลกุมขมับอย่างอับจน สุดท้ายต้องหาเครื่องฉายอันใหม่มาแทนที่อันเดิม

อีกด้านกลับไปที่เฟริกส์ เขาที่ฝ่าดงต้นไม้ใหญ่ และพุ่มไม้หนามาอย่างลำบากลำบนได้สำเร็จแล้ว ตอนนี้เขาก็อยู่บนถนนทางดิน ไม่ห่างไกลนักเขามองเห็นรั้วไม้ และกระท่อมไม้! นั่นคือ หมู่บ้านที่ตามหา!---เขารีบวิ่งเข้าที่หมู่บ้านทันที

“นี่มัน…”เขาถึงกับชะงักกึกที่หน้าหมู่บ้าน

ตามบ้านกระท่อมเล็กๆ ทุกหลังเต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหาย และการถูกบุกรุก คราบเลือดนั้นกระจัดกระจายไปทั่ว ทำไมเขาถึงคิดไม่ออกกันนะ เจอโจรห่างจากหมู่บ้านไม่ไกล แล้วหมู่บ้านที่อยู่ระหว่างถ้ำโจรกับพวกที่เขาฆ่าไป มีหรือจะรอด…

เขาได้แต่เดินเข้าหมู่บ้านไปอย่างเงียบๆ ตรงไปที่บ้านไม้หลังใหญ่สุด ซึ่งหน้าจะเป็นบ้านของผู้ใหญ่บ้าน---ตัวบ้านมีร่องรอยความเสียหายอย่างที่ควร แต่โดยรวมนั้นดีกว่าบ้านหลังอื่นที่ยังมีประตูซึ่งล็อกอยู่ เฟริกส์ลองเคาะประตูไปอย่างมีความหวัง…

“ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยครับ! เพื่อนผมถูกทำร้ายพวกเราต้องการที่หลบภัย! ได้โป…!”ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกอย่างช้าๆ และเขาก็เห็นชายชราที่ใบหน้าเต็มรอยฝกช้ำ

“รีบเข้ามาเร็ว…!”เขาทำตามที่ชายชราว่ารีบเข้าไปในบ้าน พอเข้าไปแล้วชายชรารีบล็อกประตู และก็เอาข้าวของหลายอย่างมาขวางประตูเอาไว้อีกที

ชายชราพาเฟริกส์ซึ่งอุ้มเด็กสาวไปที่ทางลับลงไปใต้ดิน ซึ่งพอเขาลงไปแล้วก็พบแต่เด็กๆ และก็ผู้หญิงท้องโต นอกจากนั้นเป็นคนแก่คนชราทั้งนั้น---ห้องนี้คงเป็นที่หลบภัยของหมู่บ้าน พวกคนที่อยู่ในห้องนี้รอดมาได้คงเพราะชายชราแน่ๆ

“คือว่า…ช่วยดูแลเธอด้วยนะครับ ถ้าเป็นไปได้ ขอเสื้อผ้าใหม่ด้วย…”

เขาวางเธอลงบนกองฟาง และหันไปกล่าวกับหญิงสาวคนนึงอย่างสุภาพ คำตอบที่ได้รับคือ การพยักหน้าเบาๆ โดยที่ไม่พูดอะไร---เมื่อวางใจได้แล้ว เฟริกส์กลับขึ้นไปข้างบนเพื่อพบกับชายชราที่ช่วยเปิดประตูให้เขาได้เข้ามา…

“เจ้าไม่น่ามาที่นี่เลย…”นั่นคือ คำพูดแรกที่ชายชรากล่าวกับเฟริกส์

“อะไรที่เกิดไปแล้วก็ต้องเกิด…พวกโจรมันบุกมาเมื่อไหร่กันลุง?”

“…พวกมันบุกมาตอนใกล้เช้า พวกผู้ชายในหมู่บ้านที่เข้าไปในป่าถูกพวกมันจัดการหมด พวกเด็กกับผู้หญิงบางส่วนถูกพวกมันจับไป”ชายชรากล่าวอย่างเจ็บปวด ภาพคนในหมู่บ้านซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวถูกฆ่าต่อหน้าต่อตายังคงหลอกหลอนอยู่เลย…

“เรื่องนั้น…ได้มีใครออกไป?”

“ข้าให้สตีฟ…ยามของหมู่บ้านใช้ม้าเพียงตัวเดียวฝ่าออกไปแล้ว แต่ป่านนี้ยังไม่มีใครมาเลย คงจะ…”ชายชรากล่าวพร้อมเงียบเว้นช่วงยาว…

“แล้วเจ้าล่ะ เป็นไงมาไงถึงมาโผล่กลางดงโจรกับยัยหนูนั่นได้ล่ะ?”

“เรื่องนั้นก็…”

เฟริกส์ได้เล่าให้ชายชราฟังบางส่วนของเรื่องราวที่เติมแต่ง เขาบอกไปว่าได้ยินเสียงร้องเลยเข้าไปช่วยเด็กสาว และฆ่าพวกกลุ่มโจรที่พยายามทำร้ายเธอ ก่อนจะเก็บศพพวกมันใส่คลังมิติ แล้วรีบพาตัวเอง และเธอออกมาจากที่ตรงนั้น

“…แบบนี้แย่แน่ๆ พวกมันต้องสงสัยพวกที่หายไปแน่ๆ”ชายชราพึมพำอย่างหวาดกลัว

“ลุง…ผมมีแผนที่ตำแหน่งที่มั่นของพวกมันอยู่ พอจะเป็นไปได้มั้ยที่จะส่งใครสักคนไปที่เมืองเพื่อความช่วยเหลือ?”

“เจ้าไม่เห็นหรือไง! นอกจากข้าก็มีแต่ผู้หญิงกับเด็ก! จะมีใครมีปัญญาฝ่าออกไปได้!”ถ้าไม่นับโจร ตามทางก็ยังมีมอนสเตอร์อีกนะที่เป็นภัย

“…ไม่มีทหาร หรือใครออกมาลาดตระเวนเลยหรือไงกัน”เฟริกส์พึมพำอย่างแผ่วเบา แต่ชายชราก็ได้ยินที่เด็กหนุ่มพึมพำอย่างชัดเจน

“ข้าก็อยากรู้เหมือนกัน! ถ้าปกติอย่างน้อยต้องหน่วยทหารลาดตระเวนผ่านมาแล้ว…แต่วันนี้พวกข้ายังไม่เห็นแม้แต่วี่แววเลยด้วยซ้ำ!”คำพูดของชายชราทำเอาเฟริกส์รู้สึกกังวล และมีความหวังเล็กน้อย

ถ้าคิดในแง่ดี ทหารลาดตระเวนอาจจะเจอกับยามหมู่บ้านจึงรีบกลับไปที่เมืองเพื่อวางแผนการบุกเข้ามาปราบปราม หรือคิดในแง่ร้ายทั้งยามหมู่บ้านอาจจะเจอกับทหารลาดตระเวนพร้อมกับพวกโจร สุดท้ายสู้กันติดพันทั้งทหารลาดตระเวนแล้วก็ยามหมู่บ้านตายหมด…ไม่มีใครไปแจ้งข่าว

แต่ถ้าหน่วยทหารลาดตระเวนไม่กลับไปที่เมืองในระยะเวลาที่กำหนด เป็นแน่นอนว่าถ้าเมืองต้องส่งกำลังทหารออกมาเพื่อทำการค้นหา ซึ่งทำให้มีโอกาสรอดกันมากขึ้น---แต่มันขึ้นอยู่กับเวลา ไม่รู้ว่าพวกโจรที่เหลือจะเริ่มเคลื่อนไหวกันเมื่อไหร่…คงไม่มีทางเลือกแล้ว

“ลุง…ถ้าเกิดผมดึงความสนใจพวกมัน ลุงจะมีโอกาสไปที่ถนนใหญ่เรียกคนมาช่วยรึเปล่า?”

“ก็อาจทำได้…หรือว่าเจ้า!?”ชายชราถึงกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้จับจ้องเด็กหนุ่มตรงหน้า

“ผมไม่ได้จะพลีชีพหรอกนะลุง…แค่จะลองเสี่ยงชีวิตดูเฉยๆ”ไอ้เขาก็ไม่ได้บ้าดีเดือดหรอก ก่อนจะเริ่มตามแผนคงต้องเปิดหนังสือรวมเวทมนตร์หาอะไรที่เหมาะสมสถานการณ์มาใช้ซะก่อนแหละ

“เจ้าบ้าไปแล้วรึ!? พวกมันมีกันสี่สิบห้าสิบคนเชียวนะ!”ชายชรากล่าวเสียงดัง โดยไม่รู้เลยว่ามีเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนนึงซึ่งถือผ้าคลุมสีขาวแอบมองอยู่

“ก็มีแต่วิธีนี้…ลุงพอมีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์จะบอกผมมั้ย?”เขาทำใจเย็น และถามไปโดยที่ซ่อนความกังวลเอาไว้

“นอกจากจำนวนพวกมันข้า…ไม่สิ ถ้าข้าดูไม่ผิดบอสใหญ่พวกมันมีคลาสเป็นนักรบเวท”

“โฮะโฮ…”นักรบเวทเลยเหรอ งานนี้ถ้าจะหนักหนาแล้วสิ

“งั้นข้าจะไปเตรียมตัววิ่งฝ่---!/ไม่ต้องแล้วล่ะลุง…”

“หมายความว่าไง…?”ชายชราหรี่ตาจับจ้องเด็กหนุ่มตรงหน้า

“ลุงมีห้องว่างๆ ให้ผมเข้าไปสงบใจหน่อยมั้ย?”หนังสือรวมเวทมนตร์จะเอาออกมาอ่านต่อหน้าคนอื่น ก็คงจะไม่ดีจริงมั้ยล่ะ

“ไอ้มีมันก็มีอยู่…แต่เจ้ายังไม่ตอบคำถามข้าเลย”

“ลุง…พอมาคิดดูแล้ว ทางเมืองเขาอาจจะรู้เรื่องแล้ว กำลังเตรียมกำลังคน ถ้าลุงไม่อยู่ที่หมู่บ้านตอนทหารมาจะแย่กันไปใหญ่ เพราะงั้นหลังจากที่สงบใจเสร็จ ผมจะไปตีกับพวกโจร ระหว่างนั้นลุงล็อกบ้านให้แน่นรอทหารมาเลยนะ”

“ถ้าให้ข้าหลบอยู่นี่! แล้วเจ้าจะหาเรื่องตีกับพวกโจรทำไม!?”

“ลุง พวกโจรมันต้องส่งคนออกมาตามพวกที่หายไปนะ แน่นอนว่ามันคงจรงดิ่งมาที่นี่ ที่หมู่บ้านก่อนอย่างแน่นอน พวกมันคงมาเค้นลุงก่อนแล้วค่อยรื้อบ้านหลังนี้…พวกเด็กๆ กับผู้หญิงที่อยู่ข้างล่างนั้นจะถูกพวกมันพบ มันจำเป็นต้องเป็นแบบนี้ลุง…”

ชายชราที่ถูกตอกกลับด้วยคำตอบตามจริงอย่างตรงไหตรงมาก็เถียงไม่ออก แต่ว่าการที่ชายชราคนนี้ต้องให้เด็กหนุ่มที่ดูท่าทางมีอนาคตต้องไปเสี่ยงตายลำพัง มันก็เป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก---แต่ก็ต้องทำใจยอมรับ เพราะมันคือ สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ และที่เจ้าหนุ่มนี่พูดมันก็เป็นทางเลือกเดียวจริงๆ

“ข้าจะยอมทำตามนั้นก็ได้…”ชายชรากล่าวอย่างจำยอม

“ขอบคุณที่เข้าใจครับ…”เขากล่าวตอบกลับไปอย่างโล่งอกนิดหน่อย

“แต่ข้ามีข้อแม้อย่างนึงนะ…เจ้าหนุ่ม”

“ข้อแม้อย่างนั้น…เหรอครับ?”ยังมีอะไรอีกล่ะเนี่ย…?

“เจ้าห้ามตาย เข้าใจมั้ย?”นั่นเป็นข้อแม้เดียวที่ต้องการให้รับปาก…

“เป็นข้อแม้ที่…ยากพอสมควรนะครับ”เฟริกส์เผยยิ้มเล็กน้อยขณะที่กล่าว

ก็จริงที่ท่านโรเอลจะการันตีว่าเขาจะไม่ไปตายคาดงโจรที่ไหน แต่อีกฝ่ายมีนักรบเวทซึ่งเป็นหัวหน้ากองโจรครึ่งร้อย ด้วยกำลังแบบหนึ่งต่อสิบน่ะเขาสู้ได้ไม่มีปัญหา พื้นที่สมรภูมิเป็นป่า กำลังฝ่ายตรงข้ามมีเยอะกว่า อย่างที่บอกด้วยความสามารถเขาไม่มีปัญหา…แต่เป็นเรื่องของจำนวนที่เสียเปรียบ

“ไม่รู้ล่ะ! ถ้าเจ้าไม่สัญญา! ข้าไม่มีหน้าไปบอกแม่หนูคนรักเจ้าแน่ๆ!!”คำพูดของชายชราทำเอาใครบางคนถึงกับสะดุ้งแรง

“ดะ-เดี๋ยวก่อนสิลุงงง!!! ผมกับพี่สาวไม่ได้เป็นอะไรกันนะ!?”คุยกันยังไม่เคยคุยเลย!

“แม่หนูนั่นอยู่ในความดูแลของเจ้า! แล้วเจ้าก็เห็นเรือนร่างนางแล้ว! เจ้าคิดจะปฏิเสธความรับผิดชอบรึไง!?”ชายชรากล่าวเสียงดังเคร่งเครียดอย่างมาก…

“อะ-เอาไว้ผมจะมาเจรจาทีหลัง…เอาเป็นว่ามีห้องไหนว่างให้ไปสงบใจมั้ยครับ!?”

“หืม…ขึ้นบันไดไปห้องด้านขวา เป็นห้องเก็บของ เจ้าใช้ห้องนั้นได้”

“ขอบพระคุณครับ…?”

เฟริกส์กล่าวขอบคุณก่อนจะลุกขึ้น และหันหลังเตรียมจะเดินออกไป แต่เขาก็ต้องชะงักเสียก่อนเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 7 – 8 ขวบ กำลังแอบมองอยู่มุมทางเดินพร้อมกับกอดผ้าคลุมสีขาวเอาไว้แน่น นั่นทำเอาเขายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเข้าไปหาเด็กหญิง

“ขอบคุณนะหนูน้อย…เอาล่ะรีบไปซ่อนตัวก่อนคนไม่ดีมาจับนะ”

“อืม!”เด็กหญิงส่งเสียงตอบสั้นๆ พร้อมยื่นผ้าคลุมคืนให้เด็กหนุ่มตรงหน้า

ก่อนจะวิ่งเตาะแตะไปที่ทางลงลับไปยังห้องใต้ดิน เฟริกส์สะบัดสวมผ้าคลุมอีกครั้ง เข็มกลัดรูปโล่ที่มีสัญลักษณ์รูปปีกทั้งสิบสองส่องประกายสะท้อนกับแสงสว่าง---เขาก้าวเดินขึ้นไปบนห้องเก็บของ พร้อมกับนำหนังสือรวมเวทมนตร์ออกมา เพื่อหาเวทมนตร์ที่จะช่วยพลิกสถานการณ์ในครั้งนี้…

 

 

ความคิดเห็น