Algiz

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 จดหมาย (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 จดหมาย (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 54

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.ย. 2563 07:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 จดหมาย (1/2)
แบบอักษร

ตอนที่ 1 จดหมาย (1/2)

‘หัวข้อ ด้วยความห่วงใย

จาก พระเจ้าสูงสุด โรเอล

ถึง เฟริกส์ วาลเดไฮน์

ถ้าเจ้าได้อ่านจดหมายฉบับนี้ออก ก็ขอแสดงความยินดีด้วย สมองเจ้าไม่เสียหายจากการถ่ายทอดเต็มกำลัง และก็ตอนนี้เราได้คืนชีพให้เจ้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องสมองที่บอกไปตอนแรก เจ้าไม่ต้องเครียด หรือกังวล ถ้าแค่เจ้าอ่านหนังสือออกก็แปลว่าทุกอย่างปกติแล้วล่ะ

เจ้าคงตกใจว่าตัวเองเตี้ยลงไปนิดหน่อย ซึ่งจะตกใจก็ไม่แปลก เพราะลดอายุเจ้าลงไปค่อนข้างเยอะพอสมควร ตอนนี้เจ้าน่าจะอายุสัก 15 ซึ่งเจ้าคงรู้ว่ามีความหมายยังไงบนโลกใบนั้น ตอนแรกว่าจะสร้างใหม่ให้ แต่คิดไปคิดมาอย่าดีกว่า…

โดยรวมทั้งหมด เราเชื่อว่าเจ้ามีศักยภาพเพียงพอที่จะให้เรามอบของขวัญให้ ซึ่งปกติเราไม่มอบให้กับมนุษย์ที่ไม่ใช่กำลังหลักในการปกป้องโลก ทั้งนี้บนโลกที่เจ้าได้คืนชีพนั้น มีกลุ่มสิบสองวีรชนอยู่ ซึ่งนั้นคือ วีรชนภายใต้บัญชาของเราเอง เจอพวกเขาก็ทักทายกันได้

เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าโลกจะล่มสลาย เพราะไม่มีทางเกิดขึ้นได้แน่ๆ เพราะนอกจากเรา ก็ยังมีลูกสาวของเรา เทพธิดาทั้ง 72 คอยปกปักษ์โลกสนับสนุนกลุ่มสิบสองวีรชนอีกด้วย ดังนั้นแล้ว จงใช้ชีวิตอย่างสบายใจเสียเถอะ

เอาเป็นว่าที่อยากบอกจริงๆ ก็คือ เจ้าไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น แค่อยากเผลอไปเข้าสู่ด้านมืด(Join To Dark side)ก็พอ เดี๋ยวมันจะเกิดผลกระทบต่อโลก นอกจากเรื่องนี้ ก็อย่างที่บอกไป จงใช้ชีวิตอย่างสบายใจเสียเถอะนะ

แต่ขอให้รู้ไว้อีกอย่างหนึ่ง สงครามที่เกิดจากความเชื่อบนโลกไม่ได้เกี่ยวข้องกับลูกสาว หรือตัวเรา และกลุ่มสิบสองวีรชนเลยแม้แต่น้อย มันเป็นความเชื่อดั่งเดิมของชีวิตบนโลกใบนั้นมาตั้งแต่บรรพบุรุษก่อนที่พวกเราจะเข้ามาดูแลปกปักษ์ซะอีก

ในภาพรวมทั้งหมด พวกเรามีหน้าที่เข้าแทรกแซงแค่เฉพาะเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการสูญเสียระดับล้างเผ่าพันธุ์ และโลกถึงคราล่มสลายเท่านั้น กลุ่มสิบสองวีรชนส่วนใหญ่จึงใช้ชีวิตกลมกลืนในสังคมไม่ได้โดดเด่นมาก…ยกเว้นบางคนน่ะนะ

อย่างที่เจ้ารู้แล้ว โลกที่คืนชีพเป็นโลกของดาบ และเวทมนตร์ ซึ่งมีระบบพื้นฐานแปลกประหลาดกว่าโลกอื่นนิดหน่อย ซึ่งเจ้าก็รู้อยู่แล้วก็อย่าลืมของขวัญที่เรามอบให้ในนั้นก็แล้วกัน แต่จงจำไว้เลเวลไม่ใช่ทุกอย่าง แต่ถ้าห่างกันเกินก็ไม่ไหว

จะสู้กับใคร หรือตัวอะไร ก็จงประมาณตนให้ดี แต่เราเชื่อว่าถ้าเป็นตัวเจ้าในตอนนี้ ที่มีค่าสถานะหลายอย่างค่อนข้างสูงกว่าคนธรรมดาบนโลก เป็นรองแค่คนบางกลุ่มคงไม่โดนตัวเล็กๆ หรือโจรป่าที่ไหนฆ่าตายอย่างแน่นอน แต่ถ้าโดนฆ่าตายล่ะน่าดู…

นอกจากนี้ ของสัมมนาคุณเล็กน้อย เราเอาทรัพย์สินเงินเก็บของเจ้าในโลกโน่นมาแปลงสกุลเป็นของโลกนี้เรียบร้อย และใส่ลงไปในคลังเก็บของมิติ(Dimension Store)ไว้ให้ เงินเจ้า เจ้าใช้ได้ตามต้องการ แต่อย่าลืมตัวล่ะ เพราะมันก็ไม่ได้เยอะมากมาย

และด้วยความปรารถนาดี สัมมนาคุณอย่างที่สองคือ พรพิเศษสำหรับคนอย่างเจ้าที่อาจคิดถึงโลกที่เจ้าเกิด นั่นคือ ‘ร้านค้าต่างโลก(Another World Shop)’ เจ้าสามารถซื้อ เครื่องดื่ม อาหาร ยารักษาโรค เสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันได้ทั้งหมดยกเว้นอาวุธมหาประลัย

เงินที่ใช้ซื้อมันจะหักอัตโนมัติจากในคลังมิติ หรือส่วนใดส่วนนึงของตัวเจ้าที่เอาเงินไปเก็บไว้ ซึ่งนั่นเราก็ขอทวนอีกครั้งว่า ‘อย่าลืมตัวล่ะ เพราะมันก็ไม่ได้เยอะมากมาย’ เดี๋ยวจะถังแตกเอาอย่างมึนๆ สุดท้ายนี้ เราได้มอบอาวุธทุกชนิดที่ได้ฝึกไปให้ไว้ในคลังมิติ

แน่นอนว่าเป็นของใหม่ และไม่ใช่ยุทธภัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์แบบที่วีรชนผู้กล้าใช้กัน แต่เราขอยืนยันว่าอาวุธทุกชิ้นเป็นของชั้นหนึ่ง การันตีคุณภาพจากช่างทำอาวุธ และยุทโธปกรณ์ที่เก่งสุดในสรวงสวรรค์ ดังนั้น เรื่องที่เราต้องบอกเจ้าจึงมีเพียงเท่านี้…

ปล.ระวังตัว รอบคอบเสมอ จำที่สอนไว้ให้ขึ้นใจ

ด้วยความเคารพ พระเจ้าสูงสุด โรเอล’

พอเฟริกส์อ่านเนื้อความในจดหมายทั้งหมดแล้ว มันก็ทิ้งไว้แต่ความรู้สึกหนักหนาที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ออก มันให้ความรู้สึกประมาณว่าตัวตนของเขาเองค่อนข้างเป็นอันตรายต่อโลกใบนี้ หากเขาเผลอไปเข้าสู่ด้านมืดอะไรนั่นน่ะ…

เอาเป็นว่าเพื่อชีวิตที่ยืนยาว และมั่นคงต่อตัวเอง รวมถึงคนรอบข้างที่ต้องพบเจอ เขาจะรอบคอบ และระมัดระวังเป็นที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ก็แล้วกัน---เพื่อยืนยันครั้งสุดท้าย เฟริกส์ผายมือออกด้านข้าง ด้านหน้าของเขาปรากฏหน้าต่างแสงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่มีเพียงคนที่เขาอนุญาตที่เห็นขึ้นมา…

*******

[-Felix Vandehai-] [-Status-] : Excellent

[-Tribe-] : Human [-Sex-] : Male [-Age-] : 15

[-Title-] : Traveler [-Class-] : Holy Knight(2) [-Level-] : 1

[-Health Point-] : 745 / 745

[-Magic Point-] : 645 / 645

[-Strange-] : 371 [-Dexterity-] : 290

[-Intelligence-] : 337 [-Vitality-] : 367

[-Agility-] : 363 [-Luck-] : 175

[-Element-] : Wind, Water, Earth, Fire, Dark, Light, Dimension, Poison, Wood, Ice, Bolt, Void

[-Special Gift-] : Another World Shop / Blessing Of Evolution / Blessing Goddess Of Darkness

[-Money-] : 10,346,790 Valis

*******

ในบรรดาทุกอย่างทั้งหมดที่แสดงอยู่บนหน้าต่างข้อมูล สิ่งที่ทำให้เขาตกใจสุดเห็นทีจะเป็นเงินที่ตัวเองมีเนี่ยแหละ เพิ่งรู้ว่าเงินเก็บทรัพย์สินที่ตัวเองมีมันมากขนาดนี้น่ะนี้…หรือเพราะว่า ค่าเงินสองโลกมันต่างกันล่ะหวา แต่เอาเถอะจากนี้ต้องใช้อย่างพอเหมาะพอควร…

“โฮลลี่ไนท์…?”อัศวินศักดิ์สิทธิ์งั้นเหรอ

อาจจะเพราะได้รับการฝึกจากท่านโรเอลที่เป็นถึงพระเจ้าสูงสุด แต่อีกสองคลาส(Class)เนี่ยสิ จ้าวศัสตรา(Weapon Master) อัศวินแห่งความมืด(Dark Knight)อันที่สองพอเข้าใจได้เพราะได้รับการสอนใช้อาวุธ แต่อัศวินแห่งความมืดเนี่ยสิ…

แล้ว ‘พรเทพธิดาแห่งความมืด(Blessing Goddess Of Darkness)’ เพราะแบบนี้เหรอ เขาถึงมีคลาสดาร์กไนท์(Dark Knight)…แต่ว่า เทพธิดาแห่งความมืดเป็นใครกันล่ะ หนึ่งในลูกสาวของท่านโรเอลงั้นเหรอ…แต่เขาไม่เคยพบพวกเธอสักคนนะ

ขณะที่เฟริกส์กำลังสงสัย และครุ่นคิดอยู่นั้น ในเวลาเดียวกันก็ถูกเฝ้ามองจากใครบางคนในสถานที่ห่างไกลอีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย---เฟริกส์เขาตัดสินใจว่าจะไม่สงสัยในพรที่ตนเองได้รับ แต่ตอนนี้เขาต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าตัวเองอยู่ส่วนไหนของโลก…

ตอนนี้เขายืนอยู่บนทางดินที่น่าจะเป็นถนนสำหรับเดินทางสัญจร รอบข้างมีแต่ต้นไม้ และพุ่มไม้ใหญ่ แล้วถ้าเงยหน้าขึ้นท้องฟ้า…ก็เจอแต่เมฆ กับท้องฟ้าสีคราม และนก(รึเปล่า)ที่บินอยู่ เขามีสามทางเลือกเพราะตรงจุดที่อยู่เป็นทางแยก

ไม่ตรงไป ก็เดินย้อนทิศไปทางถนนที่เขาหันหลังให้อยู่ หรือไม่ก็ไปทางขวา แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าทางไหน เขาก็ไม่รู้ว่าจุดหมายของสุดปลายถนนพวกนี้คือที่ไหน…ท่านโรเอลก็ไม่ได้บอกไว้ในจดหมายซะด้วย ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน เอาเป็นว่า…

“จ้ำ จี้ มะเขือเปราะ…”

ฝากทุกอย่างไว้กับโชคชะตาแล้วกัน! เฟริกส์ชี้นิ้วพร้อมพึมพำอะไรบางอย่างที่แม้แต่คนแอบดูจากสถานที่ห่างไกลยังงง จนแล้วจนรอด เส้นทางที่เฟริกส์จะเลือกเดินไปคือ ทางขวา---พอเลือกเส้นทางได้เขานำเอาหอกออกมาจากคลังมิติมาพาดบ่าไว้ ส่วนดาบมือก็เสียบไว้ที่ช่องข้างเอว

ท่านโรเอลบอกไว้อยู่ว่า ต้องรอบคอบ ระมัดระวังอยู่เสมอ และต้องจำสิ่งที่ท่านสอนไว้ นั่นคือ อย่าประมาทศัตรู ห้ามออมมือเด็ดขาด ต้องทุบสุดตัวเสมอแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายอ่อนแอกว่า---เพราะการออมมือเป็นดาบสองคม เป็นทั้งการดูถูก เป็นทั้งการเมตตา แล้วแต่การตีความของบุคคล

เพราะงั้นเพื่อให้ความสัมพันธ์ และความรู้สึกสองฝ่ายอยู่ในโซนปลอดภัย(Safe Zone)ที่สุด เขาจะเอาจริงแบบตอนที่ฝึกกับท่านโรเอลเลย---เฟริกส์ก้าวเดินไปบนถนนที่เป็นทางดิน ขณะที่ครุ่นคิดอะไรหลายอย่างไปด้วยพร้อมกับชมทิวทัศน์ธรรมชาติ

ระหว่างทางเขาก็แวะพักตามข้างทางตรงจุดที่น่าจะปลอดภัยบ้างปะปลาย ก่อนจะออกเดินต่อ พอได้ผ่านการฝึกมาแล้วทำให้การที่ต้องเดินทางไกล ไม่มีปัญหามากนัก…แต่ที่เขากังวลคือ ป่าไม้รอบข้างมันเงียบเกินไป ปกติมันต้องมีเสียงนกเสียงไม้สักหน่อยสิ แต่นี่เงียบกริบ…

“<>”

วงเวทสีน้ำตาลปรากฏที่กลางอกเฟริกส์ก่อนจะแตกสลายเป็นระอองแสงซึมซับเข้าไปในตัว พร้อมกันทั่วทั้งร่างปกคลุมด้วยออร่าสีน้ำตาล---เพื่อความปลอดภัย เขาต้องเสริมกำลังของตัวเองไว้ แม้จะผลาญพลังเวทไปสักหน่อย แต่เท่าที่ดูทุกหกวินาทีก็ไม่ได้ลดลงมาก

“กรรรร!!!!!”

“<>!!!”

ปลายคมหอกปกคลุมด้วยออร่าสีแดง เฟริกส์เอี้ยวตัวไปทางด้านข้างก่อนจะแทงออกไปด้วยการเสริมเวทใส่อาวุธ---หอกทะลวงเข้ากลางลำตัวหมาป่าตัวยักษ์สีน้ำตาลมันกรีดร้องอย่างเจ็บปวด เขาไม่ปล่อยให้มันหลุดไปแน่ๆ

เขาเหวี่ยงหอกลงไปตรงที่มีก้อนหิน หัวของหมาป่ากระแทกอย่างเต็มแรง และมันก็แน่นิ่งไปในทันที เขาถึงหอกกลับพร้อมกับสะบัดไล่เลือด ก่อนจะรีบเก็บซากหมาป่าเข้าคลังมิติอย่างรวดเร็ว---ด้วยความหวังที่ว่า กลิ่นความตายน่าจะยังไม่ฟุ้งออกไปไกลนัก…

“ฆ่า…ครั้งแรก?”เขาก้มลงมองมือตัวเอง แต่ว่าทำไมเขาถึง…

“…ไม่รูสึกอะไรเลย”การฆ่าครั้งแรกเชียวนะ

เขาได้แต่มองคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนบนพื้นดินอย่างไร้ความรู้สึกใดๆ ไม่มีแม้แต่ความตื่นเต้น ไม่รู้สึกเคลื่อนไส้อยากอาเจียน รู้สึกธรรมดาไม่ได้ต่างจากปกติ---เฟริกส์สงสัย และรู้สึกังวลว่าสมองเขาอาจเสียหายตรงส่วนนี้รึเปล่าเลยไม่รู้สึกอะไรเลย

แต่ก็ทำได้แค่หวังว่ามันจะไม่ใช่แบบนั้น ไม่งั้นตัวเขาเองจะกลายเป็นยิ่งกว่าตัวอันตราย ลองคิดดูว่ามีคนที่ได้รับการฝึกสอนจากท่านพระเจ้า แล้วเขายังฆ่าสิ่งชีวิตอื่นนอกจากตัวเองอย่างไม่รู้สึกอะไรเลยด้วย ถึงจะบอกว่าอย่ามีความลังเลที่จะฆ่าศัตรู แต่แบบนี้ก็ค่อนข้างน่ากลัวน่า…

“กรรร…”

“ซวยแล้ววว!!!!”

มัวแต่คิดเล็กน้อย! โดนฝูงหมาป่าล้อมเลย!? เฟริกส์กำหอกในมือมั่น ก่อนจะพุ่งตัวเข้าใส่กลุ่มหมาป่าตัวยักษ์ พร้อมฟาดหอกเป็นแนวขวาง บางตัวหลบได้ แต่บางตัวก็โดนหวดกระเด็น พวกที่อยู่ทางด้านหลังพากันกระโจนเข้าเด็กหนุ่ม

แต่นั่นเป็นการตัดสินใจที่พลาด เด็กหนุ่มที่พวกมองเป็นแค่เหยื่อกระแทกหอกกลับมาทางหลัง พันท้ายหอกกระแทกเข้าที่กลางหัวหมาป่ายักษ์ตัวนึงจนทะลุ แต่นั่นก็แค่ตัวเดียว---เฟริกส์ส่งพลังเวทไปทั่วตัวคล้ายสร้างเกราะกำบัง

คมเขี้ยว และกรงเล็บที่แหลมคม เข้าขย้ำ และตลบเข้าใส่แผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ปกปิดด้วยผ้าคลุม แต่ในตอนนั้นเขี้ยว รวมถึงกรงเล็บของหมาป่ายักษ์ก็แตกสลาย เสียงร้องโหยหวนดังระงมเด็กหนุ่มที่พวกสบประมาทก็หมุนตัวกลับฟาดหอกเต็มแรงดับชีพพวกมันทันที…

กว่าสี่ในสิบตัวของพวกหมาป่ายักษ์ที่เข้ามาล้อมเฟริกส์ไว้ถูกจัดการลงอย่างรวดเร็ว นัตย์ตาสีครามฉายแววไร้ซึ่งความกลัวกวาดสายตาไปสบเข้ากับพวกหมาป่ายักษ์ที่เหลือราวกับข่มขู่---และทันใดนั้นพวกที่เหลือก็คำรามเบาๆ ก่อนจะวิ่งหายเข้าไปในป่า…

“มะ-เหมือนจะรอดแล้วสินะ…”

เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะลอบถอนหายใจโล่งอก เขาประมาทเลินเล่อเกินไป รู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจว่า มันไม่ปลอดภัยเขายังไปเสียเวลาครุ่นคิดอะไรให้มันมากความอีก---เฟริกส์เก็บซากหมาป่ายักษ์ที่ตายเข้าคลังมิติ ก่อนจะกวาดสายตามองรอบตัวอย่างระแวงระวัง

คงไม่ดีแน่ถ้าเขายังอยู่ในป่าแบบนี้ ถึงแม้จะอยู่บถนน แต่สองฝั่งทางมีแต่ต้นไม้ และพุ่มไม้หนาทึบ----เฟริกส์เปิดคลังมิติ นำหนังสือรวมเวทมนตร์ออกมาเปิดหาเวทสำหรับตรวจจับ หรือเตือนเขาได้หากมีอะไรเข้ามาใกล้ หรือมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น…

“ทำใจให้สงบ…”เขาเก็บหนังสือ พร้อมกางแขนออกด้านข้าง

ปล่อยกายปล่อยใจ ปลดปล่อยมานาลงสู่ผืนดิน และผืนท้องฟ้า สัมผัสถึงภูมิทัศน์ และภูมิประเทศรอบข้าง กลิ่นอายธรรมชาติ และสิ่งมีชีวิต หรือสัตว์ป่าที่มานาของเขากระทบถึง---เฟริกส์สัมผัสได้ถึงต้นไม้ใหญ่พุ่มไม้หนา ฝูงหมาป่ายักษ์ที่หนีไปไกลมากแล้ว

รวมถึงหมูป่ายักษ์ที่กำลังขุดโพรง และหมีตัวยักษ์ที่มีส่วนหัวเป็นหินบนคลุม ทุกอย่างในระยะที่มานา(Mana)ของเขากระจายไปถึง เขาสัมผัสไม่ได้ถึงอันตรายที่ใกล้ตัวจึงกระจายต่อไปเรื่อยๆ จนกระทบพบเจอกับอะไรบางอย่าง…และส่งทั้งการได้ยิน รวมถึงภาพมาถึงเขา

‘ยะ-อย่าเข้ามา…!’เสียงเด็กสาวที่ราวกับจะล้มลงทุกเมื่อ

‘อย่าขัดขืน แล้วมาสนุกกันดีกว่าสาวน้อย…’เสียงอันเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย

ภาพที่เขาเห็นผ่านทางมานาที่ลอยฟุ้งแฝงอยู่ในอากาศคือ เด็กสาวคนนึงกำลังถูกล้อมด้วยชายฉกรรจ์มากกว่าสิบ โดยที่ตัวเด็กสาวนั้นถูกต้อนหลังจนต้นไม้ แต่มือนั้นยังคงกุมดาบแน่น---แม้ว่ากระแสมานารอบตัวของเธอจากที่เขาเห็นมันจะดูแปลกๆ

“กองโจร…?”

ดูจากออร่าที่แผ่ออกมาปกคลุมรอบตัวพวกมันก็ดูไม่ได้แข็งแกร่งมากอยู่หรอกถ้าเทียบกับฝ่ายเด็กสาวที่ออร่ากล้าแกร่งกว่าตัวเขาซะอีก เขาถึงว่ามันแปลกๆ ยังไงล่ะ---แต่จะให้อยู่เฉยๆ ปล่อยให้เด็กสาวถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาเพื่อไขข้อข้องใจก็ไม่ใช่เหตุ…

“อย่างเพิ่งเป็นอะไรไปนะ…”

เขาพึมพำเบาๆ พร้อมจะเก็บหอกเข้าคลังไป ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเอาดาบสั้นคู่ออกมาแทนที่ จำนวนศัตรูคือ 10 แนวต้นไม้แถวนั้นมันหนาเกินกว่าจะเหวี่ยงหอก แล้วก็ขวานศึก จะใช้ธนูก็มีโอกาสพลาดสูง คงมีแต่ต้องรบระยะประชิดเท่านั้น---เฟริกส์พุ่งเข้าไปในป่าออกจากถนนสายหลัก…

“อย่าขัดขืน แล้วมาสนุกกันดีกว่าสาวน้อย!”หนึ่งในกองโจรกล่าวพร้อมเลียริมฝีปาก พร้อมใช้สายตาโลมเลียทรวดทรงอันอวบอึ๋มของเด็กสาวต้นหน้า

“ฝันไปเถอะ!”เด็กสาวตอบกลับอย่างฝืนๆ ขณะประคองดาบด้วยมือที่สั้นเครืออย่างไร้เรี่ยวแรง

ภาพที่เธอเห็นมีแค่เงาแสงเลือนราง อย่าว่าแต่จะสู้เลย แค่ยกดาบตอนนี้เธอยังจะยกไม่ขึ้นด้วยซ้ำ แต่เธอไม่ยอมกลายเป็นของเล่นของพวกมันแน่ๆ! ด้วยเกียรติแห่งอัศวิน! และศักดิ์ศรีของอดีตขุนนางหญิง! เธอขอตายซะดีกว่าให้พวกมันย่ำยี!

“หึ! ปากดีนักนะนังอัศวินพิการ! ด้วยพวกข้าจะทำให้แกร้องครางลั่นป่าเลยคอยดู…”มันกล่าวพร้อมหันไปพยักหน้าให้กับลูกน้องให้เข้าไปจัดการ

เด็กสาวฟันตามเงาแสงพร่ามัวไปทั้งอย่างนั้นจนพวกโจรเข้าไปใกล้ไม่ได้---โจรที่เป็นคนสั่งจึงทนไม่ไหวเข้าไปจนจัดการเด็กสาวด้วยตัวเอง ดาบมือเดียวที่มีอัญมณีสีชาดประดับที่ด้ามลอยเคว้งไปปักอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆ พร้อมกันกับชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ใช้มือใหญ่บีบคอของเด็กสาว และยกขึ้นสูง…

“ปากดีไม่ออกแล้วสิ…นังอัศวินพิการ!”มันกล่าวอย่างดูถูกก่อนจะกระชากเสื้อผ้าเด็กสาวออกจนเผยเนินอกใหญ่โต และหน้าท้องอันงดงาม

“วู้หู้วว!!! ของดีเลยนี่หว่าบอส!”

“พวกแกทั้งหลาย! มาสอนให้นังนี่รู้ซึ้งกันดีกว่า!”

“““““โอ้ววว!!!!”””””พวกโจรพากันกู่ร้องพลางพากันควักเอาของน่ารังเกียจพวกมันออกมา

‘…มาได้แค่นี้สินะ’เธอกล่าวในใจอย่างตัดพ้อ

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น