facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 7 รักที่เกิดจากสมอง

ชื่อตอน : บทที่ 7 รักที่เกิดจากสมอง

คำค้น : รัก โรมานซ์ แอบรัก รักแท้ อาจารย์ มหาวิทยาลัย หมอ วิศวะ วิศวกรรมศาสตร์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 254

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2563 22:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 รักที่เกิดจากสมอง
แบบอักษร

หลังมื้อเที่ยงหมอเกดขอตัวกลับไปสอนคาบบ่าย ส่วนธาวินขับรถตรงดิ่งไปพบจิตแพทย์ทันที เริ่มเกือบจะแน่ใจร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วว่า บางทีตนเองอาจจะเครียดกับการทำวิจัยเพื่อยื่นขอตำแหน่งศาสตราจารย์จริง ๆ และหากเป็นเช่นนั้น เขาก็วางแผนเอาไว้ในใจว่าจะขอลาทำตำราเรียนสักปีเพื่อพักเรื่องการสอนและงานวิจัย บางทีอาการที่เขาเป็นอยู่อาจจะดีขึ้น

การตรวจอาการทางจิตต้องใช้เวลาทดสอบในช่วงเช้า ทำแบบทดสอบที่เป็นคล้าย ๆ ข้อสอบต่อในช่วงบ่ายและต้องใช้นักจิตวิทยาในการแปรผลการทดสอบดังนั้น เมื่อธาวินไปถึงโรงพยาบาลจิตเวชในช่วงบ่าย เขาจึงได้ตรวจและรับคำปรึกษาเพียงเบื้องต้นเท่านั้น จิตแพทย์ให้เพียงยานอนหลับเขากลับมา และบอกกับเขาว่าหากอาการไม่ดีขึ้น หรือยังรู้สึกเครียดและวิตกกังวลอยู่ค่อยกลับมาตรวจรักษาอย่างจริงจังอีกครั้ง

กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง

กริ๊ง ๆ    กริ๊ง ๆ     กริ๊ง ๆ

เสียงโทรศัพท์มือถือของธาวินดังขึ้นแทบจะทันทีที่เขาเดินเข้าบ้าน

“ครับ”

เขากรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ตอบรับสั้น ๆ เพราะหน้าจอมือถือแสดงชื่อเพื่อนสนิทของเขา

“เป็นไงบ้าง”

ดร.ประชาที่อยู่ปลายสายถามอาการของเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

“เฮ่อ”

ธาวินถอนหายใจแทนคำตอบพร้อมกับทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง

“อย่าทำเสียงแบบนั้นสิวะ ไม่เหมือนว่าที่ศาสตราจารย์ที่กันเคยรู้จักเลย คนที่หายใจเข้าออกเป็นงานเสมอคนนั้นยังอยู่ไหม ไปตามมารับสายกันหน่อยสิวะ” ดร.ประชาพูดกึ่งล้อกึ่งปลุกพลังใจให้กับคนที่กำลังเจอกับปัญหาชีวิตตามแบบฉบับของเขา

“ขอบใจแกมากที่อุตส่าห์เป็นห่วงกัน แต่ฉันเหนื่อยจริง ๆ ว่ะ” ธาวินเอนตัวลงนอนมือหนึ่งจับโทรศัพท์แนบหู มือหนึ่งยกขึ้นก่ายหน้าผาก โดยไม่สนใจว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่จะยับย่นหรือชายเสื้อหลุดออกมาจากกางเกงเหมือนเช่นทุกวัน

“เอ่อหนา เดี๋ยวมันก็ผ่านไป แล้วหมอเกดได้ไปทะเลกับแกไหม”

คนเป็นเพื่อนถามต่อ

“ไม่ได้ไป”

“อ่าวเหรอ แล้วหมอเกดว่าไงบ้าง” เขาคิดว่าการที่เพื่อนของเขาได้ไปหาผู้หญิงที่ตนเองรัก เธอคนนั้นน่าจะช่วยให้คลายเครียดได้

“กันไม่ได้บอกหมอเกด”

“อ้าว!”

คราวนี้ คนปลายสายอุทานเสียงสูงกว่าเดิม มิน่าทำไมอาการเครียดของเพื่อนเขาไม่ลดลงบ้าง “ทำไมแกไม่ระบายให้หมอเกดฟังวะ เผื่อว่าอาการเครียดของแกจะดีขึ้น” ดร.ประชาโวยวายออกมา คล้ายกับดุนักศึกษาที่เรียนไม่ได้ดั่งใจ

“หมอเกดไม่ใช่จิตแพทย์กันจะบอกทำไมวะ” ธาวินตอบเหนื่อย ๆ พลางหลับตาลงทั้งสองข้าง ในหัวของเขาปวดตึบ ๆ ยังไม่หาย

“กันรู้ว่าหมอเกดเป็นอายุรแพทย์ แต่ก็เป็นคนรู้ใจแกไม่ใช่เหรอ การที่เรามีเรื่องทุกข์ใจมาก ๆ แล้วได้ระบายให้คนที่เรารักและเชื่อใจฟัง จะทำให้เราความเครียด ความอัดอั้น หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันไม่สบายใจลดลงมากกว่าครึ่งเชียวนะ”

“กันยังไม่ได้เป็นอะไรกับหมอเกด ขืนเล่าให้ฟังคะแนนที่กันอุตส่าห์ตามจีบก็หายไปหมดดิวะ เพราะผู้หญิงที่ไหนเขาจะอยากแต่งงานกับคนบ้า”

“แล้วทำไมแกไม่คิดในอีกแง่หนึ่ง เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าหมอเกดรักแกจริงไหม หรือรักเพราะว่าแกเป็นผู้ชายที่แสนจะเฟอร์เฟ็กเท่านั้น”

“ไม่รู้สิ” ธาวินตอบเพื่อนได้เท่านั้น และเป็นความจริงจากใจของเขาที่สุด คำว่า “รัก” ไม่เคยอยู่ในหัวใจของเขาแม้แต่น้อย มีเพียงสมองเท่านั้นที่สั่งให้เขาคบกันกับหมอเกดก็เพราะเห็นว่าเราทั้งคู่เหมาะสมกัน เขาจึงคิดแทนหมอเกดเอาว่า หากเขาเป็นหญิงสาว เขาก็คงจะไม่เลือกคนที่ใกล้บ้ามาเป็นคู่ครองแน่ ๆ

“เอ่อ” เมื่อได้ฟังคำตอบของเพื่อน ดร.ประชา เองเป็นฝ่ายที่ต้องถอนหายใจออกมา แล้วเปลี่ยนประเด็นในการสนทนาว่า “เอ่อพรุ่งนี้แกจะเข้ามหาวิทยาลัยไหม ?”

“เข้า แต่น่าจะบ่าย เพราะมีสอนแลปไฟฟ้าตอนเย็น”

“ก็ดีเหมือนกัน เพราะสำนักงานวิจัยเขาโทรมาบอกให้แกไปลงนามในสัญญารับทุน กันสอนแทนได้ แต่ลงนามแทนแกไม่ได้นะเว้ย”

“อืม รู้แล้ว”

ธาวินทำเสียงงืมงำในลำคอ

“เอ่อ ๆ พักผ่อน ๆ ไม่กวนแกแล้ว” แล้ว ดร.ประชาก็วางสายไป

เมื่อวางสายจากเพื่อนเขาก็นอนแช่บนโซฟาไม่ขยับไปไหน แม้ตาจะหลับแต่สมองของเขายังวนเวียนกับเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดทั้งวันนี้ วนไปวนมาแม้ว่าเขาพยายามจะไม่คิดถึงมันแต่จนแล้วจนรอดมันก็แตกกระจายอยู่ในสมอง จนเขาทนไม่ไหวต้องลุกขึ้นกินยานอนหลับที่หมอให้มา แล้วลากสังขารตัวเองทั้ง ๆ ที่อยู่ในชุดทำงานขึ้นไปนอนบนเตียง ไม่รู้ว่าดึกแค่ไหน หรือใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าที่เขาจะหลับไปโดยไม่รู้ตัว

.......................................... จบตอน.......................................

ความคิดเห็น