facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 ผมไม่ได้บ้าใช่ไหม

ชื่อตอน : บทที่ 6 ผมไม่ได้บ้าใช่ไหม

คำค้น : รัก โรมานซ์ แอบรัก รักแท้ อาจารย์ มหาวิทยาลัย หมอ วิศวะ วิศวกรรมศาสตร์

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 277

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2563 17:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 ผมไม่ได้บ้าใช่ไหม
แบบอักษร

ธาวินนัดหมอเกดรับประทานอาหารเที่ยงที่ร้านสเต็กใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัย เขามานั้งรอที่ร้านก่อน พร้อมกับสั่งสเต็กและเครื่องดื่มไว้ เหมือนกับที่เคยทำ เมื่ออาหารที่สั่งไว้มาเสิร์ฟ หมอเกดก็มาถึงพอดี

วันนี้เขาเลือกที่นั่งห่างจากโต๊ะอื่น ๆ พอสมควร เพื่อที่จะได้คุยเรื่องที่เขาไม่อยากให้ใครรู้ได้สะดวก

“สวัสดีค่ะ อาจารย์ธาวิน” หญิงสาวเอ่ยทักทาย พร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม  เธอมีผมสีน้ำตาลเข้มดัดเป็นรอนสวยรับกับใบหน้ารูปไข่ คิ้วถูกวาดจนโก่งโค้งสวย ดวงตาฉ่ำหวานภายใต้ขนตายาวที่ดูดัดจนงอนเป็นแพขึ้นอย่างสวยงาม

รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นราวกับนางแบบนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับชายหนุ่มอย่างคนคุ้นเคยกัน โดยที่ไม่ต้องรอให้เขาเชิญนั่ง หากไม่มีเสื้อกาวน์ตัวสั้นสีขาวที่บ่งบอกว่าเป็นหมอ ใครต่อใครก็คงคิดว่าเธอเป็นนางแบบหรือไม่ก็คนดังในวงการไฮโซแน่ ๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า รองเท้า หรือแม้แต่เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ล้วนแต่เป็นของแบรนด์เนมทั้งสิ้น ราคาเครื่องประดับและชุดแต่งตัวในแต่วันหลายแสนบาท

“ครับ” เขารับคำทักทายสั้น ๆ พร้อมกับถามหญิงสาวว่า “อาหารที่สั่งไว้มาพอดีเลย หมอเกดจะสั่งอะไรเพิ่มไหม ?” เขาฝืนยิ้มให้เธอ เพราะในหัวของเธอยังมีเรื่องให้กังวลอยู่

“เท่านี้ก็เยอะแล้วค่ะ สเต๊กจานเดียวก็ห้าร้อยกว่าแคลอรี่แล้วนะคะ ขืนสั่งเพิ่มเย็นนี้เกดต้องออกกำลังกายเบิร์นไขมันจนไม่ได้นอนแน่ ๆ เลยค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธยิ้ม ๆ เธอเป็นคนรักสวยรักงามและรักสุภาพ ยิ่งเรียนด้านสุภาพเธอยิ่งรู้ว่าอาหารบางชนิดควรกินแต่น้อย

ชายหนุ่มไม่ได้พูดหยอกล้อหรือหยอดคำหวานกับเธอเหมือนอย่างเคย หญิงสาวจึงพินิจคนนั่งตรงหน้าแล้วเริ่มเห็นว่า ชุดของเขาดูยับย่นผิดปกติ ใบหน้ากระจ่างใสบัดนี้หมองลง พร้อมกับผมยุ่งเหยิง เธอจึงถามเขาออกไปว่า

“อาจารย์ธาวิน นัดเกดออกมาทานข้าววันนี้ มีอะไรหรือเปล่าคะ?” เธอยังคงเรียกเขาว่าอาจารย์ ตามสรรพนามที่บรรดาอาจารย์ในมหาวิทยาลัยนิยมใช้นำหน้าชื่อเรียกขาน เพื่อรักษาระยะห่างเพราะเธอกับเขายังไม่ถึงขั้นตกลงเป็นแฟนกัน แม้ว่าความสัมพันธ์จะมากกว่าความเป็นเพื่อนแล้วก็ตาม

“พอดีผมมีเรื่องอยากปรึกษา” น้ำเสียงที่หลุดออกมาจากปากเขาคล้ายคนป่วยที่กำลังขอคำแนะนำจากแพทย์มากกว่าคนรู้ใจที่ต้องการคำปรึกษาจากคนรัก เมื่อพูดออกไปแล้วเขาก็ได้แต่วางช้อนลง ความอยากอาหารตรงหน้าแทบจะไม่มีเลย 

ชายหนุ่มยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม เพื่อชำระล้างจิตใจอันว้าวุ่นให้สงบลง ในหัวของเขากำลังเรียบเรียงคำพูดเพื่อที่จะถามผู้หญิงตรงหน้าให้ดูเป็นเรื่องปกติมากที่สุด เขาไม่อยากให้เธอมองเขาไปในทางที่ไม่ดี เพราะเขาเองก็หมายมั่นในใจว่าอยากให้เป็นว่าที่ภรรยาของเขาในอนาคต ในเมื่อความสัมพันธ์ของเธอกับเขาก็เดินทางมาถึงจนใกล้จะสุกงอม เขาจึงไม่อยากจะสูญเสียเธอไป

“อาจารย์ธาวินบอกเกดมาได้เลยนะคะ เกดยินดีรับฟังค่ะ” หญิงสาววางช้อนลงเฉกเช่นเดียวกับเขา เพื่อแสดงให้เขารู้ว่าเธอพร้อมจะรับฟังทุกปัญหาของเขา ผู้ชายตรงหน้าเธอเพียบพร้อมทุกด้าน จบนอก บ้านรวย และเป็นถึงรองศาสตราจารย์ที่กำลังจะก้าวขึ้นเป็นศาสตราจารย์ในไม่ช้า หากเธอกับเขาได้แต่งงานกันจริง ๆ ก็เปรียบเสมือนเป็นกิ่งทองใบหยก

“ขอบคุณครับ” ชายหนุ่มยิ้มอย่างซึ้งใจ พลางเอื้อมมือไปกุมมือเรียวนุ่มของหญิงสาวไว้ ก่อนถามเธออย่างไม่เต็มเสียงว่า “เมื่อวาน ผมได้ชวนหมอเกดไปทะเลด้วยกันไหม”

“ไม่นี่คะ เมื่อวานเกดบอกอาจารย์ธาวินแล้วไงคะว่า มีสอนพรีคลินิกตอนบ่าย ตอนเย็นก็ต้องรีบไปตรวจที่คลินิกต่อ เราก็เลยต้องยกเลิกดินเนอร์กัน อาจารย์ธาวินลืมแล้วรึคะ” หมอเกดย้อมถามเขากลับ 

ชายหนุ่มหลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตาเธอ เขาจำได้ว่าหมอเกดบอกกับตนเช่นนั้น นั่นก็แสดงว่าหมอเกดไม่ได้ไปทะเลกับเขา แล้วเขาไปกับใคร?

“อาจารย์ธาวินคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” หมอเกดประกบมือลงบนหลังมือของชายหนุ่มที่กุมมือเธอไว้ เธอเขย่ามือเขาเบา ๆ เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปพร้อมกับสีหน้าที่ซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

“อะ เอ่อ พอดีผมคิดเรื่องงานอยู่ก็เลยลืมไป” อาจารย์ธาวินตอบตะกุตะกะ แล้วเลียบเคียงถามถึงอาการที่เขาเป็นอยู่ว่า “หมอเกดครับ ถ้าคนเราเครียดมาก ๆ จะมีโอกาสที่จะลืมบางช่วงเวลาไปชั่วขณะไหมครับ เช่นลืมว่าเมื่อวานตนเองไปทำอะไร อยู่ที่ไหน กับใคร”

“ก็อาจจะมีนะคะ แต่ถ้าเครียดหนักมาก ๆ บางคนหูแว่ว บางคนเห็นภาพหลอน พูดจาคนเดียว หรือจินตนาการว่ามีคนมาพูดคุยด้วย อาจารย์ธาวินถามเกดทำไมหรือคะ” หมอเกดอธิบายพร้อมกับจับจ้องที่ชายหนุ่ม ที่เหมือนมีความลับบางอย่างภายในใจ ท่าทีของเขาเหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าใดนัก เธอจึงปล่อยมือจากชายหนุ่ม แล้วค่อย ๆ เลื่อนมือออกจากการเกาะกุมของเขา

ธาวินลดลงมือลงเมื่อหญิงสาวถอยมือออกห่าง เขารู้สึกใจหายเล็กน้อยอย่างบอกไม่ถูก เหมือนจิตใต้สำนึกสัมผัสได้ว่าหากเขาบอกเธอว่าเขาอาจจะเครียดมากจนจินตนาการว่าได้ไปเที่ยวกับผู้หญิงที่เขาก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร แล้วจำไม่ได้ว่าตนเองทำอะไรลงไป หญิงสาวที่เขาหมายตาเอาไว้ก็คงจะหลุดลอยไปแน่ ๆ  เขาจึงจำต้องโกหกเธออย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนว่า

“พอดีเพื่อนที่คณะฯ เครียดมากจนลืมคาบสอนของตัวเองนะครับ”

“แหมโล่งอกไปทีค่ะ เกดนึกว่าอาจารย์ธาวินเครียดกับงานวิจัยมากไปสะอีก” หญิงสาวยิ้มให้ชายหนุ่มเจื่อน ๆ แล้วพยายามกอบกู้สถานการณ์ตรงหน้าเพื่อทำคะแนนกับชายหนุ่มโดยการแนะนำเพิ่มเติมไปว่า “ถ้าเพื่อนอาจารย์เครียดมาก ลองแนะนำเพื่อนคนนั้นให้ไปปรึกษาจิตแพทย์ดูนะคะ ก่อนที่จะเป็นมากกว่านี้แล้วรักษาไม่ได้ เกดเคยได้ยินข่าวบ่อย ๆ นะคะ อาจารย์บางคนเครียดกับการทำวิจัยมากจนสติแตกเป็นบ้าไปเลยก็มี หรือเด็กบางคนเครียดกับการสอบมากจนกระโดดตึกตายก็มีค่ะ”

“เอ่อ ครับ” อาจารย์ธาวินยิ้มแห้ง ๆ คว้าแก้วน้ำขึ้นดื่มเพื่อกลบกลื่นความตื่นกลัวที่เกิดในใจ ยิ่งฟังหญิงสาวพูดเขาก็ยิ่งหวั่นในใจ กลัวเหลือเกินว่าเขาจะเครียดจนบ้าจริง ๆ 

“เราทานอาหารกันดีกว่าครับ เดี๋ยวหมอเกดจะกลับไปสอนคาบบ่ายไม่ทัน” เขาชวนให้เธอกินข้าวเพื่อเบี่ยงประเด็นการสนทนาที่ยิ่งฟังเขาก็ยิ่งเครียด

.......................................... จบตอน...................................

ความคิดเห็น