✨ZOMY TALK✨ ขอบคุณที่ติดตาม เอียเสือและน้องซินนะค่ะ เรื่องนี้ใกล้จะจบแล้ว ใครอยากเปย์เก็บตังค์เลยจ้า

MAN HUNT :: CHAPTER 02 :: สมิงร้าย

ชื่อตอน : MAN HUNT :: CHAPTER 02 :: สมิงร้าย

คำค้น : เมีย ลูก ร้าย เสือ

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 18k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2562 16:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
MAN HUNT :: CHAPTER 02 :: สมิงร้าย
แบบอักษร

#

CHAPTER 02

TWO HUNT

Powered by Blogger

สมิงร้าย

#

@Thailand

เฮ้อ! ฉันถอนหายใจอย่างหงุดหงิด เมื่อเดินมาเรื่อยๆเพราะดันมาหลงทาง ตอนนี้ก็เริ่มมืดแล้วด้วย ฉันเพิ่งลงเครื่องกลับมาจากอิตาลี

ฉันซึ่งไม่คุ้นทางที่นี่แม้แต่น้อยก็เดินตามป้ายบอกทางมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ออกจากหน้าสนามบิน แต่ไหงกลับพาฉันหลงไปได้ แถวนี้ก็ดูเปลี่ยวๆซะด้วยสิ หันซ้ายหันขวาก็ไม่มีผู้คนเลย

ฉันมาไกลขนาดนี้เลยรึไง

เสียงโหวกเหวกโวยวายด่าทอกันเรียกความสนใจจากฉันเล็กน้อย แล้วสายตาไม่รักดีดันหันไปมองเห็นผู้ชายน่าจะเกือบ 10 คน กำลังตะลุมบอนกันอยู่ ตีกันชัวร์เลยซิน

ฉันไปก่อนดีกว่าไม่อยากโดนลูกหลงหรอกนะ

ร่างบางกำลังจะเดินผ่านไปแต่กลับชะงักเท้าสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงคนนึงที่ฉันโหยหาผ่านสายตาเข้ามา มันทำให้เธอหยุดที่จะเดินต่อแล้วเพ่งมองสิ่งนั้นใหม่ให้แน่ใจอีกครั้งว่าใช่สิ่งที่คิดไว้หรือป่าว

ดวงตาเรียวสวยจดจ้องไปยังร่างสูงชุดนักศึกษาหลุดหลุ่ย มือของเขาถือปืนอยู่ ฉันเบิกตาตะลึงเล็กน้อยหันซ้ายหันขวาที่เขากล้าถือมันในที่สาธารณะแบบนี้ ไม่กลัวคนอื่นมาเห็นแล้วแจ้งตำรวจจับรึไง

เขาชกต่อยอย่างคล่องแคล่วราวกับมีเรื่องพวกนี้บ่อย ฉันตื่นเต้นที่เจอเขาแต่ก็ได้ยืนดูอยู่อย่างนั้น เพราะคิดอะไรไม่ออกทำอะไรไม่ถูก ยังไม่อยากเจอเขาตอนนี้อีกต่างหาก

แต่เขาหน่ะยังเหมือนเดิมเลยนะ ยังดุดันและน่าค้นหาเหมือนเดิม

มือเรียวล้วงมือถือจากกระเป๋าที่สะพาย พิมพ์ข้อความสั้นๆส่งไปยังร่างสูงที่อยู่ไม่ไกลแล้วกดโทรออกเพื่อให้เขารู้ตัว พาตนเองหลบเข้าในไปมุมอับ เพื่อไม่ให้อีกคนสังเกตุเห็น มือยังคงกดโทรออกอยู่

ครืด ครืด

ร่างสูงชะงักเท้าที่เหยียบอยู่บนหน้าอกของอีกฝ่าย เพราะการสั่นของมือถือที่ไม่มีที่ท่าว่าจะวางสายไปจนเขาชักหงุดหงิดขมวดคิ้วพันกันยุ่ง มือหนาล้วงเอามือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้ม แม้เท้าของเขายังคงเหยียบกดลงบนหน้าอกของอีกฝ่ายอยู่ก็ตาม

เบอร์แปลกปรากฏขึ้นให้เห็นพอเขาจะกดรับสายก็ดันตัดสายวางไปซะก่อน นั่นยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดเพิ่ม แต่เหลือบไปเห็นข้อความที่ส่งมาแทน นิ้วแกร่งกดอ่านข้อความที่เบอร์แปลกส่งมา

‘เลิกกระทืบแล้วออกมาเดี๋ยวนี้’ คิ้วหนาพันกันยุ่งหนักกว่าเดิมตามด้วยเสียงสบถหงุดหงิดกับข้อความของเบอร์แปลกที่ราวกับรู้เห็นเหตุการณ์ที่เขากำลังเผชิญอยู่ ใบหน้าคมเงยหน้าขึ้นหันไปมองรอบๆ แต่ก็ไม่มีใครอยู่แถวนี้สักคน

“เล่นห่าอะไรว่ะ” ร่างสูงเก็บมือถือไว้ที่เดิมแล้วหันไปกระทืบอีกฝ่ายที่อยู่ใต้เท้าเขาดังเดิมทั้งที่อีกฝ่ายจะสลบอยู่แล้ว

“เกือบไป รู้ดีจริงๆ” ฉันพูดออกมาแผ่วเบา เมื่อกี้เขาหันมาทางนี้ ดีนะที่ฉันหลบไปก่อน ฉันชะโงกหน้าดูอีกรอบเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยสักนิด เขาไม่รู้นี่ว่าเป็นฉัน ไม่แปลกที่จะไม่ฟังสิ่งที่ฉันบอกไป

พวกเขาพูดกับอีกฝ่ายสักพักแล้วก็ต่างฝ่ายต่างพากันแบกร่างของคนเจ็บไปคนละทิศคนละทาง ส่วนตัวเขายืนคุยโทรศัพท์กับใครสักพักแล้วขับรถออกไป

“คิดถึงชะมัด” เสียงบอกคิดถึงแผ่วเบาตามรถคันนั้นไปจนลับตา มุมปากกระจับสวยถูกยกขึ้นจนเห็นลักยิ้ม นึกสนุกกับเหตุการณ์ต่อจากนี้ แล้วหันหลังเดินออกไปจากจุดที่ยืนอยู่อย่างอารมณ์ดี

@หน้าสนามบิน

ฉันยืนรอเพื่อนสนิททั้งสองคนที่รับปากกันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมารับฉัน แต่ตอนนี้เวลามันเลทเกินไปแล้ว กว่าฉันจะหาจุดนัดตรงนี้เจอต้องเดินถามคนอื่นไปทั่ว ฉันกอดอกยืนรออย่างใจเย็นทั้งที่ใจก็อยากจะหงุดหงิดเพื่อนตนเอง

แต่เพราะสิ่งที่ฉันเจอมาก่อนหน้านี้ มันทำให้ฉันอารมณ์ดี จนไม่อยากเหวี่ยงใครเลยทีเดียว

ฉันมาเรียนต่อเพราะครอบครัวของฉันก็ปักหลักกันอยู่ที่นี่หมดแล้ว มีแต่ฉันที่มีเหตุจำเป็นบางอย่างต้องไปอยู่อิตาลีบ้านเกิดพ่อตัวเอง

ส่วนหนึ่งเพราะครอบครัวอยากให้มาควบคุมน้องชายวัยเจริญพันธุ์ อย่างคุณชายโซ่ที่แด็ดกับแม่เกินจะเยียวยามัน

แม่ฉันเล่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ ท่านว่ามันใช้ผู้หญิงเปลือง ติดเพื่อน เกเร หนักเข้าเกือบไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพราะเพื่อน แด็ดที่ให้คนคอยติดตามดูพฤติกรรมของลูกชายตนเองอยู่เสมอเพราะเป็นห่วง

เมื่อท่านรู้เรื่องนี้เข้าก็จัดการกระทืบมันด้วยตัวเองให้หราบจำไปยกใหญ่ ถึงธุรกิจบ้านฉันจะมีผู้อิทธิพลที่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เป็นลูกค้าอยู่บ่อยครั้ง แต่แด็ดฉันไม่เคยไปยุ่งเกี่ยว เขตใครเขตมัน ครอบครัวมาก่อนเสมอ

ฉันเคารพในความคิดของท่านมาก

ฉันก็ไม่รู้จะคุมมันอยู่รึป่าวหรอกนะ มันโตแล้ว มีความคิด ความอ่าน เป็นของตัวเอง ไม่ชอบให้ใครมาบังคับตามประสาผู้ชายรักอิสระ

แต่ฉันมีสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้นที่ต้องทำรออยู่ เรื่องของมันเป็นความสำคัญลำดับที่สองสำหรับฉันไปแล้วตอนนี้

กระเป๋าเดินทางสีแดงเข้มสองใบวางอยู่ข้างๆ กระเป๋าสีแดงเข้มหรูราคาแพงคล้องสะพายไว้ที่ข้อศอก ผมสีน้ำตาลคาราเมลประกายชมพูดัดลอนเบาๆ พลิ้วไปตามลม แว่นกันแดดสีน้ำตาลกรอบทองราคาแพงสวมปิดดวงตาเรียว แสงไฟสีส้มส่องถนนยามค่ำคืน สาดส่องมายังร่างเธอ

องค์ประกอบทั้งมวลทำให้เธอดูโดดเด่นเหมือนนางแบบหลุดออกมาจากแมกกาซีนยังไงยังงั้น

ผู้คนสัญจรเดินผ่านไปมา ทั้งหญิงชายต้องเหลียวมองมายังเธอ แน่นอนว่าเธอสวยดูดี แต่เจ้าตัวหาสนใจ เพราะเธอกำลังยืนมองดูเล็บตัวเองด้วยความพิถีพิถันอย่างน่าสนใจ ปากกระจับสวยถูกแต้มด้วยลิปสติกสีแดงเลือดบ่นพึมพำ

“ฉันจะระเบิดร้านมันแน่ เล็บฉันลอก Shit!” เธอได้แต่สบถปากขมุบขมิบพึมพำอย่างน่ามอง

เอี๊ยด!!!

เสียงเบรกล้อที่สีไปกับพื้นถนนจนเกิดเสียงดัง สร้างความตกใจและหวาดเสียวให้กับผู้คนแถวนั้น กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุแต่ไม่ใช่กับเธอซินเดียร์คนนี้

ฉันเงยหน้าขึ้นมองดูรถราคาแพงตรงหน้านี้อย่างมั่นใจ มีคันเดียวที่จะแต่งเว่อร์วังอลังการขนาดนี้ มือเรียวสวยถอดแว่นกันแดดออกคาดไว้ที่ศรีษะพรางจ้องมองเพื่อนสองคนที่ทั้งสวยและเซ็กซี่ยามขึ้นปกแม็กกาซีนแต่นิสัยกลับเอ๋อๆทั้งคู่ ยกแขนขึ้นกอดอกมองทั้งคู่อย่างนิ่งๆ กำลังรีบกุลีกุจอนำกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบของฉันขึ้นท้ายรถอย่างทุลักทุเล

เมื่อเสร็จพวกเธอรีบเดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าฉันแล้วพูดน้ำอ่อยๆ

“ฉันรู้หรอกหน่า ว่าแกไม่โกรธที่พวกฉันมารับช้าหรอก ใช่ไหม” มินนานางแบบขี้วีนเอ่ยเสียงหวานพร้อมทำตาปริบๆ อย่างน่ารัก คิดว่าน่ารักหรือไงกัน

“ฉันถ่ายงานเสร็จก็เหยียบมิดมาเลยนะ” เลเบลผู้หยิ่งยโสเสริมทัพขึ้นพร้อมหน้าหงอยๆน้ำเสียงก็ด้วย

ฉันถอนหายใจเสียงดังจนพวกเธอกลืนน้ำลายแล้วจ้องหน้าพวกเธอเขม็งเห็นสีหน้าลุ้นๆของทั้งสองคนแล้วอยากแกล้งชะมัด

“ฉัน...........” น้ำเสียงเยือกเย็นออกจากปากกระจับสวย ฉันเกือบหลุดขำแล้วเชียวที่พวกเธอดูลุ้นกับคำพูดฉันและท่าทางที่เหมือนจะร้องไห้เต็มที หมดความสวยกันเลยทีเดียว

“ฉันคิดถึงพวกแกจังเลย” พูดจบก็กระโดดกอดคอพวกมันทันทีจนพวกมันหน้าเหวอ ฉันก็ขี้วีนไม่ต่างจากพวกเธอ

คิดดูสิ

สาวขึ้วีนขี้เหวี่ยงมารวมกันมันจะอนาถขนาดไหน เหวี่ยงที่ไหนไม่ได้ ก็มาเหวี่ยงใส่กันเอง จนพวกเราเริ่มชินกลับนิสัยของแต่ละคนและกลายเป็นเรื่องขำๆไปเท่านั้นเอง นิสัยอื่นๆที่สามารถเข้ากันได้พวกเราก็มีถึงสนิทกันมาอยู่ทุกวันนี้ไง

“Why! แกไม่โกรธฉันหรอที่มาช้า นิดนึง” ฉันผละอ้อมกอดออกมามินนาก็พูดขึ้นด้วยความตกใจนิดๆประโยคหลังเธอยกนิ้วชี้จรดนิ้วโป้งไขว้กันยื่นขึ้นมาบ่งบอกว่านิดเดียวจริงๆ ส่วนอีกคนยัยเลเบลยังทำหน้างงอยู่

ถ้าใครเห็นหน้าพวกมัน นอกจากปกแมกกาซีนตอนนี้หล่ะก็ขำตายชัก

ฉันยืนเท้าเอวมองพวกมันทันที

“นี่!! คนสวยเค้าไม่เหวี่ยงกันง่ายๆนะค่ะ” ฉันพูดทีเล่นทีจริงแล้วก็เดินสะบัดก้นขึ้นไปนั่งด้านหลังรถทันที ปล่อยให้เพื่อนร่วมชะตายืนมองหน้ากันและเบะปากมองบนกันอย่างหมั่นไส้ ที่เพื่อนเธอมั่นใจในความสวยเสียเหลือเกิน

แต่เพื่อนเธอก็สวยจริงๆนั้นแหละ พวกเธอก็ด้วย

@บ้านตระกูล PAGANY

รองเท้าส้นสูงสีแดงเข้มก้าวลงจากรถของเพื่อนทันทีที่ล้อรถเหยียบบ้านหลังใหญ่ของครอบครัว โดยไม่รอเพื่อนสาวสักนิด

“ท่านแฟรงค์กับมาดามลินินอยู่มั้ยค้า” ฉันตระโกนเรียกแด็ดกับแม่เสียงดังลั่นบ้าน

“ให้ตายยัยลูกคนนี้ เป็นผู้หญิงมาโหวกเหวกโวยวายได้ยังไงกัน ฮึ” มาดามลินินหรือคุณผู้หญิงภรรยาของเจ้าของบ้านหลังนี้ อายุอานามก็ปาไปสี่สิบกว่าแล้วแต่ยังคงดูสง่างามเพราะดูแลตนเองอยู่เป็นประจำ

เมื่อได้ยินเสียงตระโกนดังลั่นบ้านคิดว่าใครช่างกล้ามาตะโกนอยู่ในบ้านของสามีแบบนี้ พอเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นกลับมาเจอลูกสาวตนเองตะโกนไร้ความเป็นผู้หญิงออกมาด้วยความเป็นผู้ดีเก่าก็เลยสั่งสอนไปเล็กน้อย

แต่ลูกสาวคนโตเธอกลับหน้าระรื่นใส่ โตจนแม่คนแล้วยังไม่หายดื้อเลย

“คิดถึงแม่จังเลย” ฉันไม่สนคำพูดที่มัมบ่นเลยสักนิดเดินเข้าไปกอดฟอดใหญ่แล้วกอดเอวแม่เดินเข้าบ้าน

“แล้วแด็ดหล่ะค่ะ” ฉันถามขึ้นเมื่อมันไม่เห็นแด็ดเลยตั้งแต่เข้ามา นี่ฉันตะโกนลั่นบ้านแล้วนะ

“ยังอยู่ที่บริษัทอยู่เลยลูกเดี๋ยวคงจะกลับแล้วหล่ะ แล้วนี่กลับมาทำไมไม่บอกนะเรา แม่จะได้ไปรับ” บ่นกับลูกสาวอย่างเหนื่อยใจที่นิสัยดื้อเกินคน ชอบทำอะไรให้คนเป็นแม่ใจหายอยู่เรื่อย

เธอยังคิดว่าเธอเลี้ยงลูกมาได้เหมือนลิงจริงๆ คนน้องก็อีกคน คำพูดเธอใช้กับลูกไม่ค่อยจะได้ผลนัก เพราะเธอตามใจลูกตั้งแต่เล็กแต่น้อยผิดกับพ่อของทั้งสองที่เลี้ยงแบบห่ามๆเถื่อนๆตามนิสัยของเขา

“ซินไม่อยากให้แม่เหนื่อยนี่ค่ะ มีคนรับใช้ เอ๊ย! เพื่อนสาวสุดสวยตั้งสองคนก็ต้องให้มาดูแลกันบ้างสิ” ฉันว่าพรางมองไปที่เพื่อนทั้งสองคนที่แยกเขี้ยวใส่ฉันแต่ใครสนกันหล่ะยักไหล่ใส่เพื่อนเท่านั้นเอง

เพี้ยะ!

“โอ๊ย!” แม่ตีเข้าที่แขนฉัน

“เดี๋ยวเถอะ นั้นเพื่อนเรานะ” แม่เอ็ดฉันอย่างหมั่นเขี้ยว

แม่นี่ก็ไม่เข้าลูกตัวเองเลย ฉันเบะปากใส่พวกมันแต่กับหัวเราะคึกคักเบาๆกันอย่างสะใจ

“ไปพักผ่อนกันได้แล้ว มินกับเบลจะนอนที่นี่มั้ย แม่จะให้เด็กมาเตรียมห้องให้” แม่หันไปถามเพื่อนทั้งสองคนของฉันอย่างสุภาพต่างกับฉันจริงๆ สองมาตรฐานจริงๆ ยัยพวกนี้นิสัยต่างกับฉันตรงไหน ก็ตรงที่อยู่ต่อหน้าแม่ฉันจะเป็นแบบนี้ไง

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ แค่มาส่งยัยซินเท่านั้นเอง มินกับเบลเองก็มีงานต่อกันอีกค่ะ” เลเบลเอ่ยเสียงหวาน เมื่อพูดจบมินนาก็หันมาบอกฉัน

“พรุ่งนี้พวกฉันจะมารับแกแต่เช้า” ฉันได้ฟังแล้วหยุดก็คิดทำหน้างงและไม่เข้าใจสิ่งที่พวกเธอบอก

ยัยเลเบลที่รู้ทันก็พูดแทรกขึ้นมา

“ที่ทำหน้างงใส่นี่ อย่าบอกนะ ว่าแกลืม พรุ่งนี้เปิดเทอมนะย่ะ!” จริงด้วยลืมไปเลย ฉันยิ้มกรุ่มกริ่มคิดแผนการในวันพรุ่งนี้

มินนาหรี่ตามองอย่างเพื่อนอย่างจับผิดที่อยู่ดีๆก็ยิ้มร้ายกาจออกมา

“คิดอะไร ยัยซิน” มินนาเสียงเข้มพูดขึ้น ฉันเลยยักไหล่ลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่มีอะไรแต่ในหัวมีความคิดผุดเต็มไปหมด

“ชิ! งั้นเบลกับมินกลับก่อนละกันค่ะ สวัสดีค่ะ พรุ่งนี้ห้ามสายนะย่ะ” ยัยเบลมุ่ยหน้าใส่และหันมาเตือนฉันอีกครั้ง

“ค่ะ คุณนายทั้งสอง” ฉันกระแทกเสียงพรางตอบด้วยสีหน้ากวนประสาท พวกเธอสะบัดก้นเดินออกไปจากบ้านฉันทันที

ยัยพวกนี้มันสวยแต่รูปจริงๆ

“งั้นซินไปนอนก่อนนะแม่ กู้ดไนท์ค่ะ” ฉันหอมแก้มแม่แล้วหันหลังเดินขึ้นบันไดเพื่อเข้าห้อง

“ซิน” แม่เรียกฉันไว้ ฉันหันหลังกลับมามองหน้าท่าน

“สองแสบเป็นยังไงบ้างลูก” ฉันยิ้มแก้มแทบปริ ป่านนี้ร้องไห้โยเยกันแล้วที่ไม่เจอฉันยังไม่ถึงวันเลยด้วยซ้ำ ฉันให้พี่เลี้ยงดูอยู่ตอนนี้ ถ้าไม่ห่างจากฉัน ฉันคงไม่ได้มาเหยียบที่นี่แน่ ที่ไม่ให้มาด้วยเพราะยังเตรียมเรื่องเนริสเซอร์รี่ที่โน่นไม่จบแล้วฉันก็ต้องมารายงานตัวเรียนต่อที่นี่ด้วยเลยให้พี่เลี้ยงพามาทีหลังกับคนของแด็ด

“ซนและดื้อจะตายค่ะ พี่เลี้ยงจะลาออกกันหมดแล้ว ซินต้องบอกไว้ถ้าทำพี่เลี้ยงลาออกอีกจะไม่ให้มาเจอพ่อเลย พรุ่งนี้เดี๋ยวพี่เลี้ยงจะพามากันแล้วค่ะ เตรียมปวดหัวได้เลย” ฉันพูดพลางยิ้มไปด้วย เมื่อนึกถึงเด็กน้อยฝาแฝดชายหญิงสองคนที่แสบสะท้าน แม่พยักหน้ายิ้มยามคิดถึงหลานตัวน้อยที่ดื้อได้พ่อได้แม่มาทั้งคู่

เมื่อฉันพูดจบก็เดินหันหลังขึ้นบันไดเข้าห้อง

แอ็ด

สองเท้าสวยก้าวเดินเข้ามาในห้อง มือเรียวเปิดตู้เสื้อผ้าหลังโตเพื่อจัดเก็บเสื้อผ้าตนเอง กวาดสายตาไปเห็นชุดนักศึกษาครบเครื่องเป็นสิบอยู่ในตู้เสื้อผ้าเรียงรายอย่างเรียบร้อยขนาดเท่าตัว แม่ฉันคงรู้ว่าถ้าจัดแบบเอาหลวมๆมาให้ ฉันก็คงไปซื้อใหม่อยู่ดีนั่นแหละ ฉันไม่ชอบที่ใส่อะไรหลวมๆเท่าไหร่ มันดูเหยาะแหยะจนน่ารำคาญ อีกอย่างฉันชอบโชว์ในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ซะด้วย

ถ้าเขาคนนั้นเห็นจะตีฉันไหมนะ ฉันจัดของเสร็จก็เดินมาแผ่หลานอนบนเตียงกว้างอย่างอ่อนเพลีย

มือบางคว้ามือถือขึ้นมากดเบอร์โทรออกทางไกลที่มีคนสำคัญของเธออยู่ อมยิ้มบางๆกับการรอสาย

“ฮัลโหลค่ะ คุณซินเดียร์” เสียงเด็กสาวพี่เลี้ยงสองแสบรับสายเจ้านายหญิงของตน

“เด็กๆ หลับกันรึยัง” ฉันถามออกไปเมื่อคิดว่าป่านนี้น่าจะหลับกันแล้ว

“คุณซินค่ะ คุณหนูทั้งคู่งอแงมากค่ะ บอกว่าจะไม่ยอมนอนจนกว่าแม่จะกลับมา” เธอพูดน้ำเสียงอ่อยๆ ฉันอมยิ้มส่ายหน้าไปกับประโยคของพี่เลี้ยง ดื้อจริงๆ ตัวเธอเองก็ตามใจสองแสบอยู่บ่อย ฉันเองก็ไม่ได้บอกลูกด้วยว่าจะไปไหนเก็บเสื้อผ้าเงียบๆแล้วเดินทางมาเลย

เพราะถ้าทั้งคู่รู้ได้ตามฉันมาด้วยแน่ เด็กๆเคยห่างฉันซะที่ไหน

“แล้วทำอะไรกันอยู่” ฉันได้ยินเสียงเด็กๆหัวเราะกันสนุกสนาน

“ดูสารคดีกันอยู่ค่ะ สนุกกันเชียว” พี่เลี้ยงตอบอย่างฉะฉานสดใส ถึงว่าไม่ร้องหาฉันเลยมีอะไรที่น่าสนใจกว่าอยู่นี่เอง

“สารดคีเกี่ยวกับอะไรอีกหล่ะ มันน่าหัวเราะตรงไหนกัน” ฉันถามอย่างใคร่รู้ ตัวแค่นี้ดูกันรู้เรื่องแล้วทั้งคู่ชอบดูอะไรที่เหมือนผู้ใหญ่เขาดูกันพันนั้นหน่ะ มันถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ด้วยหรือไง

“ดูเสือมันกำลังขย้ำกวางกันค่ะตอนนี้ หนูไม่เห็นจะสนุกตรงไหนเลยนะค่ะ น่ากลัวจะตาย” พี่เลี้ยงที่อายุน้อยกว่าฉันพูดด้วยความหดหู่ จะนอนก็ไม่ได้ คุณหนูของเธอยังนั่งเท้าคางตาแป๋วจ้องไปที่เสือตัวนั้นอย่างสนใจอยู่เลย ไม่มีทีท่าว่าจะง่วงสักนิด

ผิดกลับตัวเธอที่ผงกหัวแล้วผงกหัวอีก คุณหนูของเธอนึกคึกอะไรกันนัก

“หึ เหมือนพ่อจริงๆ งั้นพี่ขอคุยกับเด็กๆหน่อย” ฉันพึมพำพร้อมหัวเราะออกมาทันทีสองแสบไม่เคยสนใจการ์ตูนเหมือนเด็กคนอื่นสักนิดแต่กลับเดินต้วมเตี้ยมชี้ให้ฉันหยิบแผ่นซีดีสารคดีสัตว์น่ากลัวทั้งหลายเวลาไปเดินห้างอย่างห้ามไม่ได้

จะเหมือนใครไปไม่ได้เลยเพราะพ่อของเขาก็ชอบแบบนี้ ตอนที่อยู่ด้วยกันอ่ะนะ

“สักครู่ค่ะ คุณหนู คุณแม่จะคุยด้วยค่ะ” พี่เลี้ยงสาวบอกให้คุณหนูของตนมารับโทรศัพท์ของมารดา ทั้งคู่เมื่อได้ยินพี่เลี้ยงบอกว่าแม่โทรมาก็รีบวิ่งเข้ามาหาพี่เลี้ยงตนอย่างตื่นเต้นตามประสาเด็ก พี่เลี้ยงจึงเปิดสปีคโฟนให้ทั้งคู่ได้คุย แล้วนั่งฟังอยู่ใกล้ๆ

“คุณแม่!” เสียงตะโกนของทั้งคู่เรียกมารดาดังลั่น จนผู้เป็นแม่ต้องเอามือถือที่แนบหูอยู่ผละออกมาทันทีเพราะเสียงที่ออกมามันดังเหลือเกิน

“จะตะโกนกันทำไม ไม่เอาสิ” ฉันเอ็ดเด็กทั้งคู่อย่างเอ็นดูแต่กลับได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักเอิ๊กอ๊ากกลับมา

“Dove Madre (แม่ ไหน)” เสียงเด็กสาวเอ่ยถามมารดาด้วยภาษาบ้านเกิดอย่างเจื๊อยแจ๊วไม่อย่างประสีประสาพยายามจะสื่อสารให้มารดาเข้าใจว่าแม่ของตนอยู่ที่ไหน

ฉันยิ้มกว้างไปกับความน่ารักของลูก เด็กทั้งสองพูดภาษาไทยและอังกฤษได้เป็นบางประโยคเท่านั้น ส่วนใหญ่พวกเธอคุยกันด้วยภาษาอิตาเลียนที่ใช้เป็นประจำจึงทำให้เด็กจดจำภาษาที่คุ้นเคยมากกว่า อีกหน่อยถ้าได้มาอยู่ที่ไทยคงพูดไทยได้เหมือนกัน

“Madre madre madre (แม่ แม่ แม่)” ตามด้วยเสียงเด็กผู้ชายที่เรียกเธอหลายครั้งเพื่อเรียกความสนใจ

“Sentito (ได้ยินแล้ว)” ฉันตอบกลับด้วยภาษาเดียวกัน

“Vivo con mia mad (แม่อยู่กับพ่อไง)” ฉันพยายามเรียบเรียงประโยคเพื่อบอกให้ลูกเข้าใจว่าฉันอยู่กับพ่อของพวกเขานะ

“Tiger padre padre (พ่อ พ่อ เสือ)” ความไร้เดียงสาของลูกทำให้ฉันอดหัวเราะออกมาให้ได้ ฉันอยากเห็นเด็กๆเจอพ่อขอเขาซะจริง คงจะกริ้ดกร้าดกันน่าดู ถึงจะยังไม่รู้เรื่องหรือเข้าใจเรื่องราวบางอย่างของพ่อแม่มากนัก แต่ฉันสอนให้ลูกรู้จักคำว่าพ่ออยู่เป็นประจำ ว่าเขาเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไง

คงมีแค่เขาที่ไม่รู้ว่าจะจำหน้าลูกตัวเองได้รึป่าว

“Sì, il padre di Tiger (ใช่ พ่อเสือ ครับ)” ฉันว่าตอบกลับเสียงหัวเราะเอิ้กอ้ากของทั้งคู่ดังตอบกลับมาอย่างน่ารัก

“Domani sarà una madre Ora vai a dormire ancora una volta. (พรุ่งนี้จะมาหาแม่แล้ว ตอนนี้ไปนอนกันได้แล้วนะ)” ฉันค่อยๆเรียบเรียงประโยคเพื่อให้ทั้งคู่เข้าใจว่าควรเข้านอน

“non non non (ไม่ ไม่ ไม่)” เด็กชายหญิงฝาแฝดส่ายหัวไปมาส่งเสียงปฏิเสธการนอน แม้ผู้เป็นมารดาจะไม่เห็นก็ตาม

“Se non ho OK testardo di mio padre.”(ถ้าดื้อพรุ่งนี้ไม่ต้องเจอพ่อนะ โอเค)”ฉันดุลูกเสียงเข้มจนได้ยินเสียงโอดครวญกลับมาอย่างจนใจ

“Madre (แม่)” น้ำเสียงออดอ้อนของทั้งคู่ถูกส่งกลับมาราวกลับเข้าใจ ทำให้ฉันอมยิ้มไปด้วย

“bel sogno (ฝันดี)” ส่งท้ายบอกฝันดีให้เด็กทั้งสองเสียงหวาน

“Bye bye”เสียงเด็กน้อยตะโกนแข่งกันอย่างสนุกสนานแล้วสายก็ถูกตัดไป ถึงพวกเขาจะพูดไม่รู้เรื่องบ้างแต่ก็ทำให้ฉันยิ้มได้ตลอดเหมือนกันนะ

มือเรียวสวยลูบไล้แหวนทองคำขาวเพรชล้อมรอบประกายแวววาวที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเองอย่างมีความสุขด้านในสลักอักษรโรมันอย่างสวยงามเป็นสัญลักษณ์แทนใจของเขาที่ให้ฉันมา

เมื่อมองแล้วสามารถทำให้ฉันยิ้มได้อย่างไม่มีเหตุผล

Tiger & Sindear

-TALK-

คอมเม้นท์สุดที่ร้ากกกกก

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว