facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 33 เหตุการณ์บนถนนตะวันออก

ชื่อตอน : ตอนที่ 33 เหตุการณ์บนถนนตะวันออก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 342

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.ย. 2563 13:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33 เหตุการณ์บนถนนตะวันออก
แบบอักษร

ตอนที่ 33 

 

เช้าวันต่อมา... 

 

ซุน ยังมึนเมาตกค้างอยู่เล็กน้อย จากการร่ำสุรากับ ห่งไห่เฟิง จนถึงช่วงรุ่งสาง... แต่อาการเช่นนี้ก็ไม่ได้มีผลกับ ซุน มากเท่าใดแล้ว ยังสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปรกติจากวิถีแห่งเซียนเมรัย สติสัมปชัญญะยังคงครบครัน เพียงแค่มีกลิ่นสุราละคลุ้งในทุกลมหายเจ้าเข้าออกเท่านั้นเอง ที่เจ้าตัวมิอาจควบคุมได้... 

 

“มีกลิ่นสุราแทนกลิ่นกาย ติดสุราตั้งแต่เยาว์วัย เกิดมาเราก็เห็นมีแต่เจ้านี่แหละ...” ซ่งจื่อฮุ่ย อดไม่ได้ที่จะเอ่ยทัก จากกลิ่นสุราที่แผ่ออกมาของเด็กหนุ่ม ซึ่งนางเริ่มจะคุ้มชินแล้ว 

 

ซุน เผยรอยยิ้มเจือจาง... 

“ข้าหรือติดสุรา?! สุรามันติดข้าต่างหาก!!” 

 

หญิงสาวทอดถอนหายใจ นึกก่นด่าตนเองที่เอ่ยทัก ไม่อาจไปโต้เถียงคนเมา... นางถูก ห่งไห่เฟิง สั่งให้แสดงความรับผิดชอบ จึงจำต้องรับอาสาไปส่ง ซุน ที่ประตูเมืองทิศตะวันออก ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะต่อไปยัง เมืองหลวง ตามเจตนาเดิมของเด็กหนุ่ม... 

 

ซุน จึงค่อย ๆ จูงม้า เดินเคียงคู่กับนางมาตามถนนเส้นตะวันออก... 

 

“อีกกี่วันจึงจะถึงงานเทศกาลเมืองบุปฝาแดงงั้นหรือ?!” ซุน เอ่ยถามขึ้น 

 

นางเหลียวหันมอง ซุน เล็กน้อย... 

“ท่านอา เล่าให้เจ้าฟังเกี่ยวเรื่องของข้างั้นสินะ...” 

 

“ก็มิใช่เรื่องที่ต้องปกปิดมิใช่หรือ?! อีกอย่างข้าเองก็ชื่นชมความพยายามของเจ้า ทั้งที่เป็นหญิงสาว แต่ต้องแบกรับความรับผิดชอบของตระกูลหลัก ความมุ่งมั่นของเจ้าเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม...” ซุน กล่าวขึ้นพลางสบตานางเล็กน้อย 

 

หญิงสาว เลี่ยงหลบสายตา ดูเหมือนนางจะยังมีความเขินอายตามประสา... 

“งานเทศกาลจะมีขึ้นในอีก 10 วัน... น่าเสียดายที่เจ้าคงไม่ได้อยู่ร่วมด้วย เพราะงานใหญ่ครั้งนี้เป็นงานครบรอบวันก่อตั้งตระกูลฉี ซึ่งเป็นตระกูลเจ้าเมือง คาดว่าคงมีการสังสรรค์รื่นเริงทั่วทั้งเมืองบุปผาแดง...” 

 

ซุน เกาศีรษะเบา ๆ แม้ส่วนตัวตนจะไม่ได้มีขอบเขตเวลาที่ถูกจำกัด ต่อให้หยุดพักเสีย 10 วันก็คงไม่นับเป็นอย่างไร ใจลึก ๆ ก็อยากจะอยู่เห็นงานเทศกาลภายในเมืองใหญ่สักครั้ง... แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกเป็นห่วง เหล่าซือ อย่างน้อยก็อยากให้เรื่องนี้ไปถึงหูของ เตียมู่หยง แห่งสำนักสายลมประจิม ให้เร็วที่สุด... 

 

“ไว้คราวหน้าก็แล้วกัน หากมีโอกาสข้าเองก็อยากร่ำสุรากับผู้อาวุโส ซ่งไห่เฟิง อีกสักครั้ง... ความรู้และประสบการณ์ของผู้อาวุโส ถือเป็นเรื่องที่ฟังได้ไม่รู้จบ...” 

 

“สุดแล้วแต่เจ้า...” 

 

ทั้งสองเดินทางไม่เร่งร้อน แต่ก็ไม่มีสิ่งใดจะพูดคุยระหว่างกันมากนัก ถึงอย่างไรทั้งคู่ก็ล้วนเป็นหนุ่มสาวที่เพิ่งพบเจอกันเพียงแค่ 1 วัน ดังนั้นย่อมมีระยะห่างบางอย่างระหว่างกัน... ซุน เองก็ไม่เคยเดินเคียงคู่กับหญิงสาวเช่นนี้มาก่อน แม้จะฝึกสติและสมาธิมาจนถึงขั้นสูง ก็ยังมิวายมีความกระอักกระอ่วนในใจอยู่ลึก ๆ  

 

ทว่า... ในจังหวะนั้น จู่ ๆ หญิงสาว ก็ค่อย ๆ เดินเบียดเสียดเด็กหนุ่มเข้ามา จนหัวไหล่ของหญิงสาวแตะที่แขนของ ซุน เบา ๆ ทั้งที่ผู้คนบนถนนก็ไม่ได้หนาแน่นนัก... หางคิ้วของเด็กหนุ่มพลันกระตุกเล็กน้อย แต่ก็ยังก้าวเดินต่ออย่างสงบไม่เอ่ยวาจาทักท้วง... 

 

แต่แล้ว... หญิงสาวกลับเบียดเสียดเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น ด้วยการไปซ้อนที่ด้านหลังของเด็กหนุ่ม!! สำคัญกว่านั้นคือ ซุน สัมผัสได้ถึงเนิ่นอกนุ่ม ๆ ที่กดลงมาแนบแน่นที่แผ่นหลัง มือของนางยังเกาะจิกที่แขนของ ซุน อีกด้วย... 

 

ไหนเลยที่เด็กหนุ่มกลัดมัน จะยังนิ่งเฉยในสภาพเช่นนี้ ตวัดสายตามองไปยังใบหน้าของนางทันที... แต่สิ่งที่สังเกตได้ คืออาการสั่นทึม พร้อมใบหน้าและดวงตาที่ดูจะหวาดหวั่น... ทำให้แน่ชัดว่าเหตุผลที่นางทำเช่นนี้ มิได้เป็นเพราะนางพิศวาสอันใดในตัว ซุน  

 

แต่เป็นเพราะกำลังหวาดกลัว!! 

 

สายตาของหญิงสาว มองตรงไปด้านหน้า ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เยาว์ขบวนหนึ่ง 7-8 คน ที่มองดูจากท่าทางการเดินบนถนน เหล่าชาวบ้านต่างพากันหลบเลี่ยง ด้วยความหวั่นเกรงต่ออิทธิพลของคนกลุ่มนี้... 

 

ด้านหน้าสุดของขบวน เป็นเด็กหนุ่มสองคน ที่เปี่ยมไปด้วยความองอาจสง่างาม... โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ด้านหน้าสุด จากขอบเขตสายตาแล้ว ซ่งจื่อฮุ่ย ดูจะหวาดหวั่นต่อเด็กหนุ่มผู้นี้ สวมอาภรณ์หรูหรา ลวดลายดวงตะวันปักด้วยดิ้นทอง ใบหน้าคมคายหล่อเหลา ดวงตามีประกายแห่งความเหนือล้ำ... 

 

ซุน ขมวดคิ้วเล็กน้อย คุ้นชินกับลายดวงตะวันที่ปกบนอาภรณ์... 

 

กลุ่มขบวนดังกล่าว ค่อย ๆ ก้าวเดินจนสังเกตเห็น ซ่งจื่อฮุ่ย ที่เวลานี้แทบจะหลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของ ซุน... เด็กหนุ่มหน้าขบวนกดหัวคิ้วต่ำลงเล็กน้อย ก่อนที่จะปรากฏรอยยิ้มประดับใบหน้า... 

 

“แม่นางซ่ง... ไม่พบกันนานเลย ใยต้องพยายามหลบเลี่ยงคนคุ้นเคยกันเล่า?” 

 

หญิงสาว จับแขนชายเสื้อของ ซุน ด้วยมือที่สั่นอย่างชัดเจน... ก่อนที่ดวงตาของนางจะเริ่มเปลี่ยนจากความกลัว เป็นความโกรธ... 

“ข้าไม่ได้อยากเจอหน้าเจ้าสักนิด... เกาทงหลิน!!” 

 

!!!!!!!!!!!” ซุน เบิกตากว้างขึ้นทันที ยามนี้เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้แล้ว ว่าเพราะอะไรนางจึงมีท่าทีหวาดกลัวต่อเด็กหนุ่มตรงหน้า... เนื่องด้วยแท้จริงแล้ว คนผู้นี้คือ เกาทงหลิน แห่งตระกูลเกา ที่เคยหลอกลวงนางเมื่อ 5 ปีก่อน จนกระกูลซ่งเกือบต้องสิ้นเนื้อประดาตัว 

 

เกาทงหลิน เผยรอยยิ้มเจือจางขึ้น... 

“หึหึ... อย่าได้กล่าวเช่นนั้น เจ้าอย่าได้ยึดติดกับเรื่องในอดีตอีกเลย... ยามนี้เจ้าเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามเสียแล้ว ตระกูลซ่งเองก็ดูเหมือนจะกำลังย่ำแย่... เอาเช่นนี้ดีหรือไม่?! หากเจ้ายินยอมมาเป็นสาวใช้ให้กับตระกูลเกาของข้าที่เมืองหลวง คอยรับใช้ปรนนิบัติข้าเป็นการส่วนตัว ข้ายินดีจะจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าอย่างงาม...” 

 

หญิงสาวได้ยินเช่นนั้น ก็กัดขบฟันแนบแน่น!! ถ้อยวาจามีความหมายชัดเจนว่าต้องการให้นางไปเป็นนางบำเรอ แต่จะไม่ยอมยกนางขึ้นเป็นคู่ครอง... นางรู้สึกก่นด่าตนเองอย่างมาก ที่ในอดีตเคยลุ่มหลงต่อชายผู้นี้ จนทำให้นางที่เป็นถึงสายเลือดหลักของตระกูงซ่งถูกดูแคลน... 

 

“มันจะมากไปแล้ว!!” หญิงสาว มิอาจทนได้อีกต่อไป สืบเท้ามาเบื้องหน้าของ เกาทงหลิน พร้อมเงื้อมือขึ้นสูง ตบไปบนหน้าของชายหนุ่มสุดกำลัง... 

 

หากแต่ทันทีที่สัมผัส... ปราณคุ้มกันอันแข็งแกร่งของ เกาทงหลิน ที่มีพื้นฐานลมปราณสูงล้ำกว่านางหลายเท่าก็พลันตอบสนอง สะท้อนแรงตบของนาง พร้อมทั้งดีดร่างหญิงสาวจนเสียหลัก... ซุน เห็นท่าไม่ดีจึงปล่อยสายจูงม้า และพุ่งเข้าไปโอบอุ้มรับร่างของนางจากด้านหลัง หาไม่แล้วนางคงเกลือกกลิ้งไปบนพื้นถนนกลางเขตชุมชน... 

 

หญิงสาว ใบหน้าซีดเผือด ลมปราณปั่นป่วนในทันที... สายตาของนางจดจ้องไปยัง เกาทงหลิน ด้วยความโกรธแค้น แต่นางไม่อาจทำอะไรกับชายผู้นี้ได้เลย... ทั้งที่นางเป็นฝ่ายโจมตี แต่กลับเป็นฝ่ายพลาดท่าบาดเจ็บเสียเอง... 

 

สายตาของ เกาทงหลิน ทอดลงต่ำด้วยความดูแคลน... 

“อย่ากล่าวโทษข้าว่ารังแกผู้หญิง... เจ้าหาเรื่องเจ็บตัวของเจ้าเอง...” 

 

หญิงสาว เจ็บช่ำน้ำใจอย่างยิ่ง จนไม่อาจทนอยู่ที่นี่ต่อไปได้ นางทำได้แค่หลั่งน้ำตาจนนองหน้า และวิ่งกลับไปที่เรือนของนางด้วยความอับอาย... กลุ่มผู้ติดตามของ เกาทงหลิน แผดเสียงหัวเราะตามหลัง ประหนึ่งเป็นเรื่องน่าขบขัน 

 

ซุน ถลึงตาจดจ้องทุกคนด้วยความอาฆาต... ก่อนจะสบถออกมาเบา ๆ 

พวกหน้าตัวเมีย... 

 

เกาทงหลิน และพรรคพวกที่กำลังจะเดินผ่านไป หยุดชะงักฝีเท้าในทันที... ก่อนจะเหลือบมองกลับมาด้วยสายตาที่แข็งกร้าว... 

“เมื่อครู่ เจ้าว่าอะไรนะ?!” 

 

“ข้าบอกว่าพวกเจ้ามันหน้าตัวเมีย!! กลุ่มบุรุษที่หัวเราะหญิงสาวซึ่งร้องไห้ จะมีนิยามใดใช้เรียกพวกเจ้าได้ดีมากกว่าคำนี้เล่า...” ซุน เค้นเสียงขึ้น ไร้ซึ่งท่าทีหวั่นเกรง... 

 

เกาทงหลิน กดหัวคิ้วลงต่ำ... แต่ยังไม่ทันที่จะกล่าวสิ่งใด เด็กหนุ่มร่างกำยำอีกคนหนึ่ง ซึ่งดูคล้ายจะเป็นผู้นำหมายเลขสองของกลุ่มผู้เยาว์เหล่านี้ มีฝีมือและฐานะถัดรองจาก เกาทงหลิน... บุรุษผู้นี้มีรูปร่างโดยรวมที่ใหญ่โตกว่า ใบหน้าดุดัน สวมชุดเลิศหรูมิต่าง เกาทงหลิน หากแต่ลวดลายแตกต่างออกไป ทั้งยังพกดาบเล่มใหญ่ในมือ พลันสืบเท้าออกหน้า... 

 

“ปากดีเหลือเกินนะ!! ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาแต่งกายยังซอมซ่อ ดูท่าจะเป็นเป็นคนต่างถิ่นงั้นสินะ!! ไม่รู้หรือ ว่าเจ้ากำลังกล่าวเหน็บแนมผู้ใดอยู่!!” 

 

ซุน สวมกอดอก ยกมุมปากสูง... 

“อยากให้ผู้อื่นรู้จัก ใยมิเอาป้ายชื่อแขวนคอไว้เล่า?!” 

 

ชายร่างกำยำคนดังกล่าว ดวงตาแดงก่ำขึ้นทันที... ไม่พูดพล่ามทำเพลงยกดาบใหญ่ขึ้นชักออกจากฝัก หมายฟาดฟัน ซุน กลางถนนไม่หวั่นเกรงกฎหมายบ้านเมือง... ซุน เองก็กำกระบี่ในมือแนบแน่นเช่นกัน ตระเตรียมตอบโต้หาได้กริ่งเกรงไม่... 

 

จังหวะที่ทั้งสองจะเข้าปะทะ กลับมีพัดเหล็กร่อนบินผ่านหน้าของทั้งสอง จนทำให้ค้างชะงักไปในจังหวะสุดท้าย... แม้จะเป็นการผ่านใบหน้า ด้วยช่วงเวลาเพียงเสี้ยวอึดใจ แต่ ซุน ก็สามารถจดจำได้ว่าเคยเห็นพัดเหล็กนี้มาก่อน...  

 

ด้านชายร่างกำยำ ก็แสดงอาการออกชัดเจนว่ารู้จักพัดเหล็กผืนนี้เช่นกัน ทั้งที่มีผู้คนสัญจรมากมาย ตัวพัดที่ร่อนบินออกมายังไม่ทำร้ายผู้ใดแม้เพียงนิด บ่งบอกถึงความชำนาญในการควบคุมที่เป็นเลิศ... สายตาของ ซุน และชายร่างกำยำ มองตามพัดที่ร่อนบินกลับไปยังมือผู้เป็นเจ้าของ... 

 

เป็นหญิงสาวที่มีผ้าผืนบางปกปิดใบหน้าช่วงจมูกและปาก... หากแต่ความงามจากดวงตาของนางเพียงอย่างเดียว ก็เหนือกว่าหญิงสาวทุกคนในเขตชุมชนแห่งนี้แล้ว... 

“พวกเจ้าคิดจะทำอะไร?! เขตชุมชนไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้วรยุทธ และอาวุธมีคม...” 

 

“คุณหนูฉี...” 

“แม่นางฉี...” 

 

ซุน และ ชายร่างกำยำ เอ่ยทักพร้อมกัน... 

 

ฉีลู่ชิง แห่งสำนักหงส์สราญ มีสถานะเป็นหลานสาวเจ้าเมือง ทั้งยังถูกจัดให้เป็นสาวงามอันดับ 1 ของเมืองบุปผาแดงแห่งนี้ แน่นอนว่าไม่มีใครในย่านนี้ ที่จะไม่รู้จักนาง... หญิงสาว ค่อย ๆ สืบเท้ามา ปลายตาของนางเหลือบมองมายัง ซุน เล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้ว... 

 

ในตอนนั้นเอง ที่ เกาทงหลิน ซึ่งมีรอยยิ้มประดับ ได้ก้าวออกมาประสานมือขึ้น... 

“ขออภัยด้วยแม่นางฉี พวกเราเพียงแค่กระทบกระทั่งกันตามประสาคนหนุ่มเลือดร้อน แต่ไม่ได้มีเจตนาก่อความวุ่นวายในเขตชุมชน... อีกทั้งตัวข้าเอง ก็กำลังจะเข้าไปห้ามทั้งสองคนแล้ว แต่เจ้ายื่นมือเข้าเสียก่อน ข้าจึงไม่มีโอกาส...” 

 

“คุณชายเกา... อัจฉริยะที่โด่งดังไปทั่วทวีปอย่างท่าน มาทำอะไรที่เมืองบุปผาแดงแห่งนี้มิทราบ?!” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น ราวกับว่านางรู้ดีว่าคำกล่าวเมื่อครู่ของ เกาทงหลิน เป็นเพียงการเสแสร้ง ไม่ได้ที่คิดที่จะห้ามปรามทั้งคู่ตั้งแต่แรกแล้ว... 

 

เกาทงหลิน วางมือบนไหล่ของชายร่างกำยำเบา ๆ 

“หานเฉียง เป็นศิษย์น้องคนสนิทของข้า... ซึ่งกำลังจะลงประลองเป็นตัวแทนตระกูลหาน ในงานเทศกาลของเมืองบุปผาแดง... ตัวข้าเป็นศิษย์พี่ ก็ย่อมต้องเป็นผู้คอยชี้แนะ” 

 

“เช่นนั้นในฐานะศิษย์พี่... ท่านก็ควรห้ามปรามมิให้ หานเฉียง ไปรังแกผู้ใด...” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นเช่นเคย 

 

“เช่นนั้นข้าก็คงต้องขออภัยแม่นางฉี แทนศิษย์น้องของข้าด้วย... เพื่อเป็นการขออภัยต่อแม่นาง ให้ข้าเลี้ยงอาหารเจ้าสักมื้อเป็นอย่างไร?” เกาทงหลิน เผยแววตาหยดย้อย ด้วยใบหน้าที่หล่อเหล่า ถ้อยวาจาสุภาพ และความสามารถทุกด้านที่เป็นเลิศ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่จะมีหญิงสาวหลงเสน่ห์บุรุษผู้นี้มากมาย 

 

แต่มิใช่กับ ฉีลู่ชิง... 

“วันนี้ข้าไม่สะดวก... ไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน...” 

 

หญิงสาวปฏิเสธโดยไม่ต้องใช้เวลาขบคิด...  

ก่อนจะเดินเรียบเคียงเข้ามาใกล้ ซุน... 

“ส่วนเจ้า ตามข้ามา...” 

 

นางก้าวเดินต่อโดยไม่หยุดรอฟังคำตอบ ดูคล้ายเป็นคำสั่งมากกว่าการร้องขอ... เกาทงหลิน และ หานเฉียง แสดงสีหน้างุนงง สิ่งที่นางได้ทำเป็นการบอกใบ้ ว่านางรู้จักกับเด็กหนุ่มต่างถิ่นผู้นี้เป็นการส่วนตัว... 

 

ซุน เอียงคอเหลือบมองมายัง เกาทงหลิน เล็กน้อย เผยรอยยิ้มและแววตาเย้ยหยัน ก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาคล้ายกระซิบ... 

หึหึ... ดูเหมือนว่านางจะไม่เลือกเจ้า... แต่นางกลับเลือกข้า... 

 

จากนั้น ซุน ก็รีบเดินตามสาวเจ้าไปติด ๆ สร้างความเดือดดาลให้กับ เกาทงหลิน เป็นอย่างมาก!!  

“เจ้านั่นมันเป็นใครกัน!!” 

 

…………………………….. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว