ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

โซ่รักพันธนาการ CHAPTER II ทางที่เลือก [100%]

ชื่อตอน : โซ่รักพันธนาการ CHAPTER II ทางที่เลือก [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 967

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2563 13:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โซ่รักพันธนาการ CHAPTER II ทางที่เลือก [100%]
แบบอักษร

 

 

@ร้านสะดวกซื้อมินิมาร์ท

“สามรายการนะคะ...ติ๊ด!...ทั้งหมด230 บาทค่ะ...รับมา240 บาทนะคะ...ขอบคุณค่ะ” พร้อมยื่นเงินทอนให้ลูกค้า คำพูดประโยคเดิมๆถูกเปล่งออกมาตลอดทั้งวันอย่างคุ้นชิน

ร้านสะดวกซื้อมินิมาร์ทแห่งนี้เป็นที่ทำงานพาสไทม์ของณรินหลังจากที่เรียนเสร็จในทุกวัน

“อาริน ลื้อไหวหรือเปล่าหน้าตาลื้อนี่มันซีดๆนา อั๊วล่ะเปงห่วงลื้อเจงๆ” เถ้าแก่เจ้าของร้านที่เดินเข้ามาเอ่ยถามหญิงสาวอย่างเป็นห่วงสภาพร่างกายของพนักงานเมื่อเห็นว่าใบหน้าเธอนั้นซีดเซียว เหนื่อยล้าเต็มทน

“ไหวค่ะเถ้าแก่ รินแค่เหนื่อยๆค่ะ”

“ลื้อนั่งพักบ้างก็ได้นาอาริน ของในร้านลื้อก็ทานได้เลยเดี๋ยวเปงลมเปงแล้งขึ้นมามันจะยุ่งเอานา เดี๋ยวคนเขาหาว่าอั๊วใช้งานลูกน้องหนักปาย”

“ค่ะเถ้าแก่”

งานที่ร้านนี้ส่วนมาก็จะยืนจะเดินซะส่วนใหญ่เพราะมีลูกค้าเข้าออกตลอดแต่ก่อนร่างการก็รับไหวแต่พอท้องร่างกายก็เหนื่อยล้าง่ายหลายเท่า ยิ่งช่วงนี้เธอโหมทำงานอย่างหนักจนใบหน้าที่เคยมีเลือดฝาดก็ซีดเซียวลงอย่างหน้าเป็นห่วง

 

 

หลังจากทำงานที่ร้านสะดวกซื้อมินิมาร์ทเสร็จณรินก็กลับห้องมานั่งทำงานต่อเช่นเคยอย่างคนบ้างาน

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“เข้ามาเลยค่ะเจ๊ดา รินไม่ได้ล็อกค่ะ” ณรินนั่งทำงานที่รับไว้อยู่ที่โต๊ะทานข้าวพร้อมตะโกนบอกทั้งที่มือก็ไม่ได้ละจากสิ่งที่ทำ เธอรู้อยู่แล้วว่านั่นคือใครเพราะก่อนจะมาเจ๊ดาได้โทรมาบอกไว้ก่อนแล้ว

“ทำงานอยู่หรอ?”

“ค่ะ พอดีรับงานแปลไว้สองงาน เลยกะว่าจะทำให้เสร็จวันนี้เลย”

อย่างที่บอกว่าเธอทำงานเยอะจนนับไม่ถ้วนแล้วนั้น งานอีกอย่างที่เธอรับคืองานแปลเอกสารเพราะคงเป็นความโชคดีเดียวที่พระเจ้าเมตตาต่อเธอคือการที่เธอมีความจำดีและเรียนรู้เร็ว ณรินเก่งภาษาแต่ที่ถนัดสุดก็คงจะเป็นภาษาอังกฤษที่เธอสามารถอ่านออกเขียนได้และยังพูดคุยได้อย่างคล่องแคล่วอีกด้วย ถึงงานแปลจะได้ค่าแรงค่อนข้างเยอะแต่เพราะเธอไม่ได้มีแบคที่น่าเชื่อถือเท่าที่ควรทำให้นานๆทีถึงจะมีคนหลงมาจ้างให้ทำ

“แกจะทำงานเยอะไปแล้วนะ หน้าแกนี่ซีดเซียวไม่มีสีเหมือนกระดาษในมือแล้วนั่น พักบ้างเถอะรินเจ๊เป็นห่วงแกจริงๆ”

“ได้ไงล่ะเจ๊ หนูต้องกินต้องใช้นะ”

“แล้วเงินที่ได้จากเสี่ยนั่นแกก็ได้เยอะมากเลยนะเอาไปไว้ไหนหมด”

“หนูส่งให้แม่จันทร์ที่บ้านเพียงรักแล้วค่ะส่วนนึง อีกส่วนหนูเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น” เงินหากมีแต่ใช้ออกไม่หาเข้า มันก็หมดได้ ถ้ามีงานอะไรที่ทำได้ก็อยากทำถึงเวลานี้ร่างการจะไม่เหมาะแก่การโหมงานหนักก็เถอะ

“เจ๊ล่ะทึ่งจริงๆ แก้ยังท้องยังใส้อยู่นะริน”

“เจ๊คงไม่ได้จะมาเพราะบ่นหนูเฉยๆใช่ไหมคะ?” เธอเข้าใจความหวัดดีและเป็นห่วงของเจ๊ดาแต่ชีวิตเธอมันต้องดิ้นรนเพราะมีอีกหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบ

เจ๊ดาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้ณรินชะงักมีสีหน้าที่คิดหนักขึ้นมาในทันที

“อื้อ เจ๊ได้ของมาแล้ว”

“...”

“รินจะทานตอนไหนก็บอกเจ๊ เผื่อมีอะไรฉุกเฉินเจ๊จะได้ช่วยทัน” ก่อนจะวางซองสีน้ำตาลลงโต๊ะกินข้าวภายในห้องของณริน พร้อมเลื่อนมาตรงหน้า

“...” หญิงสาวจ้องมองสิ่งตรงหน้าโดยไม่ได้พูดอะไร สองมือที่ง่วนกับงานชะงักลง พร้อมคิดเพียงว่าทางที่เธอเลือกนั้น ทุกอย่างมันจะโอเคดีใช่ไหม?

“ค่ะ ขอบคุณมากค่ะเจ๊ดา”

“รินเอ้ย~ เจ๊ล่ะไม่รู้จะช่วยแกยังไงดี เจ๊ไม่น่าให้แกทำตั้งแต่แรกถ้ารู้ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้” คิดไปถึงวันนั้นแล้วก็รู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้หญิงสาวตรงหน้ามีสภาพเช่นนี้

“หนูเป็นคนต้องการแบบนั้นเอง เจ๊ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกค่ะ” ถึงเธอจะบอกแบบนั้นแต่ไม่ได้ทำให้เจ๊ดารู้สึกผิดน้อยลงเลย เด็กสาวตรงหน้านั้นมีชีวิตที่น่าสงสาร เนื่องจากอยู่ห้องเช่าข้างกันเดินสวนกันไปมาก็พอจะรู้ว่าเธอนั้นมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร ต้องดินรนหาเลี้ยงตัวเองเพราะตัวคนเดียว

“เจ๊จะช่วยแกเต็มที่นะริน แกรบกวนเจ๊ได้ทุกเรื่อง”

ณรินรู้สึกขอบคุณที่ยอมช่วยเหลือเธอในยามที่หมดหนทาง อย่างน้อยๆเจ๊ดาก็ไม่ได้จะทิ้งเธอกลางคันเมื่อรู้ว่ากำลังจะมีเรื่องวุ่นวาย

 

 

3 วันต่อมา

“คิดดีแล้วใช่ไหม”

“ค่ะ รินตัดสินใจแล้ว”

“ถ้าเป็นความต้องการของแกจริงๆ เจ๊ก็จะไม่ขัดอะไร แต่อย่างที่เจ๊เคยพูดไว้ เดือดร้อนอะไรมาปรึกษาเจ๊ได้นะริน”

“ขอบคุณทุกเรื่องเลยนะคะเจ๊ ถ้ามีโอกาศเราคงจะได้เจอกันอีก”

“แน่นอนอยู่แล้ว” จากนั้นทั้งสองคนก็โผลเข้ากอดกันกลมท่ามกลางผู้คนที่สวนกันไปมา ซึ่งการล่ำลากันถือเป็นภาพชินตาสำหรับสถานที่แบบนี้ สถานีขนส่งผู้โดยสาร

“เดินทางปลอดภัยนะริน ว่างๆเจ๊จะไปเยี่ยม” ณรินยิ้มให้บางๆพร้อมก้าวขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังบ้านเด็กกำพร้าที่เธอจากมา

ตอนที่เธอจากมานั้นเธอมาด้วยตัวคนเดียว แต่เมื่อต้องแบกหน้ากลับไปอีกครั้งเธอต้องหอบเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอกลับไปด้วยอย่างจำยอมในโชคชะตา

โชคชะตาไม่เคยเข้าข้างเธอเลยจริงๆ

หลายวันก่อนเธอได้ไปทำเรื่องดรอปเรียนกับทางมหา’ลัยไว้เรียบร้อย พร้อมลาออกจากงานที่ทำเมื่อตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าจะไม่ทำร้ายก้อนเลือดเล็กๆในท้อง และตัดสินใจที่จะกลับไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าที่เดิม

ยังคงเป็นเจ๊ดาที่ช่วยออกค่ารถค่าเดินทางต่างๆให้ เธอช่วยเหลืออย่างถึงที่สุดอย่างที่เธอเคยบอกไว้จริงๆ ตอนที่บอกว่าจะเก็บเด็กไว้เจ๊ดายังอาสาที่จะช่วยเลี้ยงดูอีกด้วย เธอเกรงใจเกินกว่าจะรับน้ำใจนั่นไว้เพราะแค่นี้ก็ไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรไหว เธอเลยเลือกแบกหน้ากลับไปในที่ที่เธอจากมาอย่างคนสิ้นหวัง

ถือว่าความผิดพลาดครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งยิ่งใหญ่ที่จะสอนให้เธอเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น

ไม่ว่าจะอย่างไรเธอจะเลี้ยงดูเขาให้ดีที่สุด ให้เติบโตมาอย่างดีเพราะเขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงหนึ่งเดียวของเธอ

 

 

@บ้านเด็กกำพร้าเพียงรัก

ณรินยืนอยู่หน้าบ้านพร้อมกระเป๋าหนึ่งใบมองเข้าไปในสถานที่ที่คุ้นเคยอย่างแสนคิดถึง แม้ครั้งนี้จะกลับมาด้วยความสิ้นหวังก็ตาม

“ณริน” เสียงเรียกชื่อจากข้างหลังทำให้หญิงสาวต้องหันกลับไปมองอย่างคุ้นชินในน้ำเสียงนั้น

“แม่จันทร์” หญิงมีอายุที่เปรียบเสมือนแม่ ยิ้มมาอย่างใจดีเช่นเคยพร้อมสองมือที่ถือของพรุงพรัง คาดว่าจะพึ่งกลับจากจ่ายตลาดในเช้านี้ และณรินไม่รอช้าที่จะเข้าไปช่วยถือ

“เดี๋ยวรินช่วยค่ะแม่”

“ขอบใจมากลูก ป่ะเข้าบ้านไปคุยกันก่อนเนาะ”

จากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าบ้าน น้องๆก็ยังมีเท่าเดิมเนื่องจากสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างเล็กจึงมีเด็กแค่สิบกว่าคนเท่านั้นและมีแม่จันทร์เพียงคนเดียวที่คอยดูแล พวกเด็กๆจึงมีแม่คนเดียวกัน

“พี่ณรินกลับมาแล้วหรอคะ”

“พี่ณรินกลับมาแล้ว”

“เย้ๆๆๆพี่ณริน”

เด็กๆต่างร้องดีใจอย่างคิดถึงที่พี่ใหญ่ที่คอยส่งเงินมาให้ใช้จ่ายกลับมา พร้อมเดินเข้ามาสวมกอดแข้งกอดขาอย่างอบอุ่นการกระทำของน้องๆในบ้านส่งให้เธอนั้นยิ้มออกอย่างนึกเอ็นดู

“พอก่อนๆให้พี่เขาได้พักก่อนนะเด็กๆ มาช่วยแม่กับพี่รินถือของก่อนเร็ว น้ำหวานไปเตรียมของรอแม่ก่อนแล้วเดี๋ยวแม่จะตามเข้าครัวไปทำอาหารเช้าให้ทานกันนะ”

“ค่า~/ครับ~” เมื่อทุกอย่างเข้าสู่ความสงบ แม่จันทร์ก็จูงมือเธอเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะเพื่อพูดคุยกันถึงสาเหตุดังกล่าว

“เรื่องราวมันเป็นยังไงลูก ที่ลูกโทรมาหมายความว่าอย่างไร” เมื่อได้ที แม่จันทร์ก็เอ่ยถามขึ้น

“อึก! หนู...ท้องค่ะแม่” มองหน้าแม่จันทร์น้ำตาที่คิดว่าไม่น่าจะมีให้ไหลแล้วกลับไหลออกมาอาบแก้มนวลอย่างห้ามไม่อยู่

“พ่อเด็กล่ะลูก พ่อของเด็กเขาว่ายังไงบ้าง” พร้อมกุมมือเธออย่างให้กำลังใจ

“เขาไม่รู้ค่ะ เพราะมันเกิดจากความผิดพลาด”

“....” หญิงสาวสูงอายุมีสีหน้าที่ตกใจแต่ก็ยังกุมมือลูบหลังปลอบโดยไม่ได้พูดอะไรออกมาให้บั่นทอนกำลังใจ

“อึก! หนูขอโทษที่ทำให้ผิดหวังค่ะแม่ ซ้ำยังแบกหน้ากลับมาพึ่งพิงแม่อย่างคนสิ้นหวัง”

“ไม่ลูก ไม่ อย่าพูดแบบนั้นเมื่อมันเกิดแล้วก็อย่าไปคิดถึงมันอีกเลยลูก กลับมาที่บ้านนั่นดีแล้วจะได้มีคนดูแลส่วนเรื่องอื่นอย่าไปคิดถึงมันอีกเลยนะลูก”

แม่จันทร์โผลเข้ากอดร่างสั่นเทาของณรินอย่างไม่คิดจะซ้ำเติมในความผิดพลาด

“แม่จะช่วยเลี้ยงเจ้าตัวเล็กเองนะ รินอย่าเสียใจไปเลยลูก แม่ก็ยังภูมิใจในตัวรินเสมอไม่ได้ผิดหวังเลยในสิ่งที่รินทำ อย่างน้อยรินก็ไม่ได้ทำร้ายเขาทั้งที่เขาเกิดมาในตอนที่รินไม่พร้อม”

ตอนแรกเธอจะกินยานั้นแล้วด้วยซ้ำ แต่คำพูดของหญิงแปลกหน้าที่สวนสาธารณะกลับดึงสติของเธอกลับมาได้เพราะคำว่าเขาไม่ผิดอะไร เขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอแม้จะเกิดจากความไม่พร้อมก็ตาม

“ต่อไปนี้รินก็เป็นคนที่โตขึ้นนะลูก มีชีวิตที่ดีขึ้นเพื่อเจ้าตัวเล็กในท้อง และก่อนที่จะทำอะไรลงไปต้องคิดให้เยอะเพราะตอนนี้รินไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวแล้วนะ รินยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องดูแลแล้ว”

เมื่อตัดสินใจรักษาเขาไว้ สิ่งสำคัญที่สุดต่อจากนี้ก็ต้องดูแลเขาให้ดีที่สุด เธอจะรักเขาอย่างไม่คิดว่าเขานั้นเกิดมาจากความผิดพลาดของเธออีกเพราะเขาคือลูกของเธอ ของเธอแค่คนเดียว

“รินขอบคุณแม่มากนะคะ ขอบคุณที่ไม่ผิดหวังในตัวริน”

“บ้านเราได้กินได้ใช่อยู่ทุกวันนี้ส่วนมากก็เป็นเพราะเงินที่รินส่งมา มีอะไรที่แม่ต้องผิดหวังล่ะ แม่กลับดีใจด้วยซ้ำที่รินไม่ลืมแม่ลืมน้องที่บ้านเพียงรักไป”

“รินโตจากที่นี่ บ้านเพียงรักเป็นบ้านของริน รินไม่มีวันลืมค่ะ”

“แม่รู้ ต่อไปนี้ก็กลับมาอยู่บ้านเรานะลูก”

“ค่ะแม่จันทร์”

ที่แห่งนี้เป็นบ้านของเธอและต่อไปก็จะเป็นบ้านของเจ้าตัวเล็กที่จะเกิดมาอีกเช่นกัน

“ป่ะ ไปช่วยแม่ทำกับข้าวดีกว่า น้องๆคงหิวกันแล้ว”

รอยยิ้มที่ประดับประดาขึ้น ล้วนเกิดจากความตื้นตันใจทั้งหมด

ดีแล้ว แค่นี้ก็ดีมากแล้วจริงๆ

 

 

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++

Talk : คนเราต้องเรียนรู้ที่จะเติบโตขึ้นจากความผิดพลาดค่ะ

เมื่อเรารู้ว่านั้นมันเป็นความผิดพลาดต่อไปเราก็ปรับแก้ไขไม่ให้ซ้ำรอยเดิม

 

ความคิดเห็น