ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ต.ค. 2563 17:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 16
แบบอักษร

 

 

 

16 

 

 

 

เสียงหอนเรียกอันคุ้นเคยที่ชวนให้คิดถึง ปลุกให้เด็กหนุ่มที่เหมือนจะหมดหวังไปแล้วได้มีประกรายแสงแห่งความหวังจุดขึ้นมาอีกครั้ง คล้ายกับลูกนกที่นอนขดตัวอยู่ในเปลือกไข่อันมืดมิดที่ลืมตาตื่นและใช้จะงอยปากกะเทาะเปลือก เพื่อออกไปมองโลกภายนอกและโผลบินอย่างอิสระ ดวงตากลมโตของบิทเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นเต้นดีใจ 

...คุณสามีมารับข้าแล้ว... 

บิทเหยียดยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว ความหวังที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งทำให้ร่างเล็กๆเหมือนมีพลังกำลังขึ้นมา เด็กหนุ่มเหลือบตามองกลุ่มคนที่กดร่างของตนเอาไว้อย่างสังเกต เมื่อรู้ว่ากลุ่มคนพวกนั้นละความสนใจออกจากตนเองไป บิทก็อาศัยจังหวะที่แรงกดตามร่างกายคลายลงใช้แรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนขัดขืนกายออกมาจากการจับกุมได้สำเร็จ เมื่อร่างกายเป็นอิสระเด็กหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบออกตัววิ่งผ่าออกไปตามเสียงนั้นทันที 

"เฮ้ย!" เป็นคุณหมอหนุ่มได้สติเป็นคนแรก แม้ว่าเจฟจะมีปฏิกิริยาที่ไวกว่าใครในที่นั้นแต่มือที่หมายจะเอื้อมออกไปคว้าร่างที่วิ่งชนตัวเองจนร่างเซ คุณหมอหนุ่มก็ยังคว้าร่างนั้นไม่ทันอยู่ดี เมื่อเห็นท่าไม่ดีเจฟจึงตะโกนบอกเพื่อนสนิทที่คาดว่าน่าจะยังคงยืนเฝ้าอยู่ที่เดิมภายนอกห้องให้ช่วยจับร่างนั้นไว้ "คาเฟล!จับน้องไว้!" 

"หยุดนะวาเฟล!" ทันทีที่นักธุรกิจหนุ่มได้ยินเสียงตะโกนบอกจากเพื่อนสนิท คาเฟลก็พลันได้สติก่อนจะรีบหันไปทางประตูห้องผู้ป่วยที่เปิดอ้าทิ้งไว้อย่างอัตโนมัติด้วยปฏิกิริยาตอบสนองอันรวดเร็วจนน่าทึ่ง ด้านบิทที่วิ่งสี่ขาผ่านประตูมาครั้นเห็นว่ามีคนดักรออยู่ก็ตื่นตกใจจนเสียจังหวะ เพราะไม่คิดว่าที่บริเวณหน้าห้องจะมีคนดักรออยู่อีกหนึ่งคน สุดท้ายจึงถูกร่างสูงของชายที่ขึ้นชื่อว่าพี่ชายซึ่งเจ้าตัวไม่เคยรู้รวบกอดรัดไว้แน่น 

เง่ง! 

แฮ่ 

เด็กหนุ่มดิ้นสุดแรงเมื่อถูกสิ่งมีชีวิตที่คล้ายๆกันกับตนรวบกอดจนขาลอยจากพื้น บิทพยายามดิ้นรนเอาตัวรอด จิตใจร้อนรนเพราะกลัวว่ากลุ่มคนในห้องที่ตนวิ่งหนีมาก่อนหน้านี้จะตามออกมาทัน ความหวาดกลัวเข้าครอบงำเด็กหนุ่มจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อได้โอกาสจึงคว้าแขนแกร่งที่รวบกอดตนเองขึ้นมากัดเต็มแรงเสียจมเขี้ยวจนได้เลือดเพื่อหมายที่จะให้ร่างที่กอดรัดตนอยู่ปล่อย 

"อึก!" คาเฟลกัดฟันแน่นเมื่อถูกกัดแต่ก็ยังคงฝืนกอดร่างของน้องชายไว้แน่น พรางหันไปเรียกหาเพื่อน "เร็วเข้า!" 

"จับไว้ๆ" คุณหมอหนุ่มที่วิ่งพ้นประตูมารีบตะโกนบอกให้บุรุษพยาบาลรีบเข้าไปล็อกร่างในอ้อมแขนเพื่อนทันที บิทดิ้นรนและกรีดร้องราวกับสัตว์บาดเจ็บและหวาดกลัว ซึ่งในขณะเดียวกันเสียงร้องของเด็กหนุ่มมันก็ดังพอที่จะทำให้หมาป่าหนุ่มซึ่งกำลังไล่ล่าคนเพื่อตามหาคู่ครองที่ถูกพรากมาได้ยินเข้า  

กรรรรร 

หมาป่าหนุ่มที่กำลังวิ่งไล่ขย้ำพนักงานของคลินิกชะงักกายลงก่อนจะยืดคอหันมองตามเสียงนั้นเร็วๆ นักล่าจากป่าต้องสาปครางรับในลำคอ ใบหูกระดิกไหวให้กับเสียงนั้น กราเซียแยกเขี้ยวอย่างพร้อมไล่ล่าก่อนจะโก่งคอหอนเรียกหมาป่าตัวอื่นๆซึ่งกำลังสร้างความวุ่นวายให้กับมนุษย์ไม่ต่างกันเพื่อเป็นการให้สัญญาณ ก่อนจะควบขาออกวิ่งตามเสียงร้องของคู่ครองที่ตนตามหา 

โบ๋วววววววว~ 

"อ๊ะ!" 

ด้านบิทเมื่อได้ยินเสียงหอนเรียกอันคุ้นเคยของหมาป่าหนุ่ม ร่างเล็กๆนั้นก็ยิ่งดิ้นรนขัดขืนแรงขึ้นเช่นเดียวกับกลุ่มหมอพยาบาลที่ไม่เข้าใจสถานการณ์และเริ่มหวาดกลัวขึ้นมา 

"งานเข้าแล้ว" คุณหมอหนุ่มสบทออกมาเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะหันไปสั่งกับบุรุษพยาบาลที่กำลังช่วยกันล็อกตัวคนไข้ให้รีบพาร่างคนไข้ตัวน้อยเข้าไปในห้องด้วยน้ำเสียงอันร้อนรน "รีบพาคนไข้เข้าห้องผู้ป่วยเร็ว!!" 

"นี่มันอะไรกัน?" คาเฟลเอ่ยถามเพื่อนอย่างไม่เข้าใจ ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าทำไมในคลินิกของเพื่อนสนิทถึงได้มีเสียงของความวุ่นวายขนาดนี้แถมยังเสียงร้องของสุนัขไม่ทราบชนิดนั่นอีก 

"เอาไว้ทีหลังตอนนี้เราต้องรีบเข้าไปหลบในห้องก่อน! คุณพยาบาลติดต่อหาตำรวจและหน่วยกู้ภัยด้วยครับ" เจฟเอ่ยตอบปัดๆกับเพื่อนก่อนจะหันไปสั่งพยาบาลที่ยืนตื่นๆอยู่ใกล้ๆ 

"คะ...ค่ะ...กรี้ดดดดดดดดด~" ด้านพยาบาลสาวที่ขานรับอย่างตื่นๆเองก็ยังคงงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก่อนที่เธอจะกรีดร้องออกมาอย่างตื่นกลัวเมื่อจู่ๆก็มีร่างของสัตว์จำพวกหมาป่าขนสีดำสนิทขนาดใหญ่กระโดดผ่านร่างของเธอ จนเธอเซล้มไปกระแทกกับกำแพงทางเดิน ร่างปริศนานั้นผ่านร่างของพยาบาลสาวพุ่งเข้ากัดบุรุษพยาบาลคนหนึ่งที่กำลังช่วยกันล็อกตัวคนไข้อยู่กับเพื่อนจนจมเขี้ยว 

"อ๊าก!!!" บุรุษพยาบาลผู้แสนโชคร้ายกรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความเจ็บปวดขณะที่ร่างกายฝั่งแขนขวาถูกคมเขี้ยวของหมาป่าร่างยักษ์ขย้ำกัด มือที่ล็อกร่างของคนไข้ละออกและถูกใช้ทุบตีตามร่างกายของหมาป่าหนุ่ม เช่นเดียวกับบุคคลในเหตุการณ์คนอื่นๆที่ตื่นตกใจจนผงะถอยห่าง ผิดกับบิทที่ร้องเรียกหมาป่าหนุ่มด้วยความดีใจ 

"คุณสามี!" 

"วาเฟลถอยออกมา...อุก!" คาเฟลที่พยายามดึงสติของตัวเองเอ่ยเรียกน้องชายอย่างห่วงใย ในขณะที่ชายหนุ่มทำทีจะเข้าไปดึงร่างของน้องชายออกมาห่างๆสัตว์ขนาดผิดปกติตัวนั้น แต่ยังไม่ทันที่มือจะเอื้อมถึงเจ้าของชื่อหางตาก็พลันเหลือบไปเห็นร่างของหมาป่าขนสีเทาเข้มอีกตัวที่กระโดดพุ่งใส่ โชคยังดีที่คาเฟลไหวตัวหลบหมาป่าตัวนั้นได้ทัน ชายหนุ่มจึงรอดจากคมเขี้ยวอันแหลมคมได้อย่างหวุดหวิด แต่ในความโชคดีก็ยังมีความโชคร้ายแฝงอยู่เพราะการขยับตัวกระทันหันของคาเฟลทำให้ร่างกายเสียการทรงตัวจนเซล้มกระแทกพื้น 

"ท่านพี่เกรย์" บิทเอ่ยเรียกชื่อหมาป่าผู้มาใหม่อย่างตื่นเต้นดีใจทันทีที่เห็นร่างของหมาป่าขนเทาอันคุ้นเคย 

"คาเฟล" คุณหมอหนุ่มเมื่อเห็นเพื่อนกำลังแย่ก็หมายจะวิ่งเข้าไปหาอย่างเป็นห่วง แต่ก็ถูกหมาป่ายักษ์ขนเทาตัวนั้นแยกเขี้ยวขู่จนต้องชะงักเท้า 

กร็าซ 

'รีบไปได้แล้ว' หมาป่าขนเทาหันไปเอ่ยกับกราเซียที่ละคมเขี้ยวออกจากร่างของบุรุษพยาบาลหนุ่มเสียงแข็ง  

'มา!' กราเซียร้องบอกในลำคอก่อนจะหันหลังย่อตัวเป็นสัญญาณให้คู่ครองตัวน้อย บิทพยักหน้างึกหงักอย่างเข้าใจในเจตนานั้นในทันที เด็กหนุ่มรีบวิ่งไปกระโดดขึ้นขี่หลังของหมาป่าหนุ่ม มือทั้งสองข้างเกาะกลุ่มขนของร่างนั้นแน่น ก่อนที่หมาป่าหนุ่มจะรีบออกตัววิ่งออกไปโดยมีเกรย์หมาป่าขนเทาวิ่งตามไปไม่ห่าง 

"อึก!วาเฟล!" คาเฟลที่ถูกเพื่อนพยุงตัวลุกนั่งพิงกำแพงทางเดินละมือที่ใช้กดที่หัวไหล่ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระแทกเนื่องจากการล้มเมื่อครู่ ล้วงหยิบปืนที่ซ้อนอยู่ในเสื้อออกมา เหตุการณ์เมื่อครู่มันรวดเร็วมากจนชายหนุ่มไม่ทันได้หยิบอาวุธคู่กายที่มักพกติดตัวไว้เสมอออกมาใช้แต่ตอนนี้มันกำลังจะได้ใช้ คาเฟลยกปืนเล็งไปที่หมาป่าขนสีดำเพื่อหมายจะหยุดมันก่อนที่มันจะพาน้องชายเพียงคนเดียวของเค้าหายไปอีกครั้งก่อนจะลั่นไกปืน แต่เพราะมือข้างที่ใช้ไม่ใช่มือข้างที่ถนัดจึงไม่แปลกที่วิถีกระสุนมันจะไม่ตรงกับความต้องการ สุดท้ายกระสุนที่ยิงออกไปจึงเพียงแค่เฉียดเข้าที่ขาหลังของเป้าหมายเท่านั้น 

เอ๋ง! 

"คุณสามี!" 

บิทร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อหมาป่าหนุ่มส่งเสียงร้องออกมาเนื่องจากบาดแผลที่ได้รับ บิทเหลือบมองย้อนไปในทางที่ผ่านมาอย่างไม่พอใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกันกับตัวเองถึงได้ใจร้ายนัก ทำไมต้องพรากตนมาจากคู่ครองและทำร้ายคุณสามีของตนเอง ด้านกราเซียแม้ขาจะได้รับบาดเจ็บแต่หมาป่าหนุ่มก็กัดฟันทนและวิ่งต่อไปไม่หยุดจนในที่สุดก็ลับตาไป พร้อมๆกับร่างของหมาป่าตัวอื่นๆที่วิ่งตามมาสมทบกันอีกสองสามตัว 

เคล้ง! 

"เวรเอ้ย!" นักธุรกิจหนุ่มโยนปืนในมือทิ้งอย่างหัวเสีย สุดท้ายน้องชายเพียงคนเดียวของเค้าก็ถูกหมาป่าพวกนั้นพาไปจนได้ ร้ายกว่านั้นสายตาที่น้องหันกลับมามองครั้งสุดท้าย แม้ว่ามันจะไม่ชัดเจนแต่มันก็ทำให้คาเฟลรู้สึกเจ็บที่หัวใจราวกับโดนของแหลมทิ่มแทง 

"นายโอเคมั้ย" คุณหมอเอ่ยถามพรางตรวจดูแขนของเพื่อนคร่าวๆ คาเฟลส่ายหน้าก่อนจะเอ่ย 

"แกไปดูคนของแกเถอะ"  

"อืม" เจฟขานรับในลำคอเบาๆ แต่ก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกออกไปเพื่อดูอาการของพนักงานคลินิกผู้โชคร้ายคนนั้น คาเฟลก็เอ่ยบางอย่างเสริมขึ้นมา 

"หลังจากนั้นแกต้องเล่าทุกอย่างให้ฉันฟังเจฟ!" 

"...อ๋า!" เจฟขานรับเบาๆก่อนจะลอบคิดในใจ 

...ดูเหมือนฉันจะมีงานอีกเยอะให้สะสางแฮะ... 

 

.……………………………………………….…………………….. 

 

แฮกแฮก 

"คุณสามีไหวรึเปล่า" ข้าเอ่ยถามออกไปเมื่อได้ยินเสียงหอบหายใจถี่แรงของคุณสามีดังขึ้นไม่หยุดมาสักพักแล้ว คุณสามีได้แผลที่ขาหลังแต่ก็ยังต้องวิ่งไปเลื่อยๆไม่มีหยุดพักซ้ำยังต้องแบกข้าไว้บนหลังอีก 

...ทำไมข้าถึงได้ทำให้คุณสามีต้องลำบากเสมอเลย!... 

"อีกนิดก็จะถึงแล้ว" คุณสามีเอ่ยตอบข้าในลำคอออกมาอย่างเหนื่อยหอบ 

"จะถึง?เราจะไปไหนกัน ท่านรู้ทางกลับฝูงเราเหรอ?" ข้าเอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัยแต่คุณสามีไม่ตอบ 

"..." 

"คุณสามี..." เมื่อคุณสามีไม่ตอบ ข้าเลยเอ่ยเรียกอีกครั้งแต่ก่อนที่คุณสามีจะได้เอ่ยอะไรก็มีเสียงตอบคำถามมาจากหมาป่าอีกตัว 

กรร 

"มันไม่รู้หรอก" เป็นพี่เกรย์ที่เอ่ยตอบข้า 

"หือ?" 

"แต่มีคนรู้" พี่เกรย์เอ่ยคำตอบที่ข้าไม่เข้าใจสักนิดทิ้งไว้ให้ข้าสงสัยต่อไปเลื่อยๆ ข้าทำปากพองลมเหมือนอมน้ำอย่างเคืองๆแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรต่อ เมื่อมองดูดีๆข้าก็ได้รู้ว่าฝูงหมาป่าเล็กๆที่ออกมาตามหาข้านั้นมีใครบ้าง นอกจากคุณสามีกับพี่เกรย์แล้ว ก็ยังดีพี่กราย พี่กราฟและคุณพี่ชายของคุณสามีตามมาด้วย ด้านพี่กราฟพอเห็นข้าหันไปมองก็ทำหน้าตายียวนยั่วโมโหใส่ ข้าทำปากยื่นใส่ก่อนจะหันหน้าหนีไปซุกขนคุณสามีต่อด้วยความรู้สึกดีแบบบอกไม่ถูก มันทั้งดีใจ มีความสุขและขอบคุณจนข้าไม่รู้จะอธิบายยังไงแต่ที่แน่ๆข้ารู้สึกดีมากๆที่พวกเค้าออกมาตามหาข้า มันทำให้ข้ารู้สึกเหมือนกับว่าข้ามีที่ที่ให้กลับไป มีคนที่รอคอยข้าอยู่  

"ขอบคุณนะ" ข้าก้มหน้ากระซิบเอ่ยออกมาเบาๆ จึงไม่ทันเห็นใบหูใหญ่ของคุณสามีที่กระดิกรับ 

ฝูงหมาป่าขนาดย่อมที่มีกาเซลพี่ชายของคุณสามีวิ่งนำฝูง วิ่งต่อไปตามแนวป่าอันไม่คุ้นเคยได้อีกครู่หนึ่งก็หยุดฝีเท้าลง ข้าผงกหัวขึ้นมองตรงไปข้างหน้าอย่างสงสัยใครรู้ สิ่งของที่อยู่ข้างหน้าพวกเรามันเป็นสิ่งที่ข้าไม่รู้จัก มันมีรูปทรงแปลกๆและมีขนาดใหญ่มาก แถมยังมีหนังสัตว์สีน้ำโคลนที่ก็แปลกพอกันคลุมไว้อีก ข้าเอียงคอทำหน้าหมางงอย่างสงสัยใคร่รู้ แต่ก็ยังไม่ทันที่ข้าจะได้เอ่ยถามอะไรออกไปขนน้อยๆตามร่างกายข้าก็ลุกชันอย่างพร้อมรบ อุ้งเท้าหน้าขยุ้มลงบนกลุ่มขนของคุณสามีไว้ ขาหลังก็หนีบเข้ากับลำตัวใหญ่ๆของคุณสามีแน่น เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเจ้าสิ่งมีชีวิตรูปร่างคล้ายๆกันกับข้าที่ยืนอยู่ข้างๆเจ้าสิ่งของขนาดใหญ่รูปร่างแปลกๆนั้นราวกับว่ากำลังรอคอยอะไรบางอย่าง ข้าหนีบตัวยึดร่างของคุณสามีแน่นอย่างหวาดกลัว กลัวว่ามันจะมาแยกข้าออกจากคุณสามีอีก 

กรร 

"ไม่เป็นไร" คุณสามีครางงึมงำบอกข้าเบาๆราวกับรู้ว่าข้ากำลังหวาดกลัว 

"มันจะไม่แยกข้าจากท่านใช่มั้ย" ข้าเอ่ยถามเสียงสั่น 

"ลองมันทำดูสิ" คุณสามีกล่าวด้วยน้ำเสียงราวกับจะคำรามเหมือนกับว่าเจ้าตัวพร้อมจะออกล่าทันทีหากเจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นพยายามจะพรากข้าออกจากคุณสามี 

"อือ" ข้าครางรับในลำคอเบาๆแต่ก็ไม่วายพยายามหนีบตัวเองแนบกับร่างใหญ่ของคุณสามีแน่นราวกับว่ามันเป็นที่พึ่งพิงเพียงอย่างเดียวของข้า โดยไม่ลืมแอบมองลอดใบหูใหญ่ของคุณสามีคอยสังเกตเจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดนั้นไปด้วย 

 

 

....................................ต่อตรงนี้ค่ะ.................................... 

 

 

 

"มากันแล้วเหรอ" มอร์แกนพรานเฒ่ามือฉมังประจำหมู่บ้านเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่ากลุ่มหมาป่าจากป่าต้องสาปที่ตนขนใส่รถบรรทุกคันใหญ่มาจากหมู่บ้าน กลับมาจากการออกไปทวงสมบัติของมันคืนมาแล้ว สายตาของพรานเฒ่าเหลือบมองร่างของเด็กหนุ่มที่หมอบเกาะอยู่บนหลังของหมาป่าขนสีดำตัวหนึ่งอย่างสังเกตสังกา เช่นเดียวกันกับเด็กคนนั้นที่ชายชราเห็นว่าเค้าเองก็กำลังแอบมองตนด้วยท่าทีน่ารักน่าชังเช่นกัน พรานเฒ่าเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวก่อนที่เค้าจะโดนหมาป่าขนดำตัวนั้นแยกเขี้ยวใส่

"งั้นขึ้นรถเถอะ" พรานมือฉมังรีบเก็บสายตาตนเองออกจากสมบัติของหมาป่าฝูงนี้ทันที เพราะว่ามันจะไม่คุ้มกันเลยสักนิด หากว่าตนจะถูกหมาป่าจากป่าต้องสาปขย้ำและมอร์แกนก็รู้ดีว่าหากตนโดนหมาป่าพวกนี้ขย้ำมันก็คงจะไม่จบแค่ถูกขย้ำเตือนอย่างแน่นอน เมื่อละสายตากลับมาพรานเฒ่าก็ตะโกนเรียกลูกมือที่ขอติดมาด้วยกัน "ไอ้วิลมาช่วยข้าเปิดท้ายรถหน่อย"

"ครับ!" เจ้าของชื่อขานรับก่อนจะเปิดประตูรถบรรทุกฝั่งคนขับลงมา สายตาของชายหนุ่มเหลือบมองฝูงหมาป่าขนาดย่อมจากป่าต้องสาปอย่างหวาดๆพรางช่วยพรานมือดีประจำหมู่บ้านเปิดท้ายรถบรรทุกอันแสนหนักอึ้งออก ก่อนที่เจ้าตัวจะดึงแผ่นไม้ซึ่งมีความหนักพอๆกันออกมาวางพาดกับท้ายรถเพื่อเป็นทางขึ้นให้กับเหล่าหมาป่าพวกนั้น ชายชราทำทีโบกไม้โบกมือเป็นสัญลักษณ์ให้ฝูงหมาป่าสี่ถึงห้าตัวนั้นทยอยขึ้นรถบรรทุกเช่นเดียวกันกับตอนขามา

"ค่อยๆขึ้นไป เราต้องรีบไปแล้ว"

"พวกมันฟังรู้เรื่องเหรอตา" วิลก้าวเข้ามายืนด้านหลังพรานเฒ่าก่อนจะกระซิบถามเบาๆ

"จะฟังรู้เรื่องหรือไม่รู้เรื่องข้าก็ไม่รู้หรอก แต่พวกหมาป่าจากป่าต้องสาปก็คงไม่ได้โง่อย่างหมาป่าทั่วไปหรอก" พรานเฒ่าเอ่ยตอบพรางใช้มือช่วยดันก้นหมาป่าขนสีเทาตัวหนึ่งให้ขึ้นรถไวๆ

กรร

"เชี้ย!" วิลร้องออกมาอย่างตกใจพรางกระโดดถอยห่างจากพรานประจำหมู่บ้าน เมื่อหมาป่าตัวนั้นซึ่งถูกชายชราดันก้นหันมาคำรามใส่พรานมือฉมังเหมือนไม่พอใจที่ตนเองถูกแตะตัว

"อะไรของแก!" พรานเฒ่าหันไปมองตาเขียวใส่ลูกมือจำเป็นในขณะที่พยายามซ่อนมือที่สั่นเทาของตนเอาไว้อย่างแนบเนียน ก่อนจะเอ่ยสั่งให้ชายหนุ่มมาช่วยเก็บไม้ ปิดท้ายรถและคลุมผ้าใบด้วยท่าทีเรียบนิ่งราวกับไม่รู้สึกกลัวอะไร ทั้งๆที่จริงๆแล้วมอร์แกนเองก็แอบตกใจที่ถูกหมาป่ายักษ์แยกเขี้ยวใส่เมื่อครู่เช่นกัน "มาช่วยข้าปิดท้าย"

"คะ...ครับ!" ชายหนุ่มขานรับก่อนจะรีบเข้าไปช่วยชายแก่ทำงานให้เสร็จ เพื่อหวังว่าตนเองจะได้กลับบ้านไวๆ

 

.……………………………………………….…………………….. 

 

หงิง

ข้านอนครางหงิงๆซุกกายคุณสามีอย่างสิ้นท่าหลังจากคุณสามีพาข้าเข้ามาในเจ้าสิ่งของแปลกๆ ก่อนที่ทางเข้ามันจะถูกคลุมด้วยผ้าขนสัตว์กลิ่นเหม็นๆจนมืดสนิทและมองอะไรแทบไม่เห็น ข้านั่งมองความมืดอยู่ได้ไม่นานหลังจากนั้นข้าก็เริ่มเข้าใจความรู้สึกของกระต่ายเวลาโดนคุณสามีคาบหิ้วไปหิ้วมา เหวี่ยงไปเหวี่ยงมา ข้ารู้สึกไม่ดีและเริ่มรู้สึกอยากคายอะไรบางอย่างออกจากปากแบบแปลกๆ อารมณ์มันเหมือนตอนที่ข้าไม่สบายครั้งแรกแล้วคุณแม่หมาป่าหาหญ้ายามาให้ข้าเคี้ยว ตอนนั้นแทนที่ข้าจะหายหรือดีขึ้นเหมือนหมาป่าปกติตัวอื่นๆอาการข้ามันกับหนักขึ้น ข้ารู้สึกไม่ดีเอามากๆกว่าจะหายป่วยก็หลายวันแต่อย่างน้อย เหตุการณ์ครั้งนั้นมันก็ทำให้คุณแม่หมาป่าและพี่ๆรู้ว่าหญ้ายามันรักษาข้าไม่ได้ หลังจากนั้นคุณแม่หมาป่าก็ไม่หาหญ้ายามาให้ข้ากินยามข้าป่วยอีกแต่พวกเค้าพยายามที่จะไม่ทำอะไรหรือให้ข้าไปทำอะไรที่ส่งผลให้ตัวเองป่วยแทน

หงิง

"อดทนหน่อย" คุณสามีเอ่ยเบาๆพรางเลียตามใบหน้าและลำคอข้าอย่างปลอบประโลม ข้าครางหงิงรับในลำคอออกมาอย่างอ่อนแรง

"ทำไมอ่อนแอขนาดนี้นะน้องข้า" พี่เกรย์เอ่ยพรางใช้จมูกดุนๆตัวข้าเบาๆ

"ไอ้เจ้าหมาประหลาดของเราก็อ่อนแออยู่แล้วหนิพี่เกรย์" พี่กราฟเอ่ยเยาะเย้ยข้าแต่ข้ารู้ว่าพี่กราฟเองก็เป็นห่วงข้าเช่นกัน

"ข้าก็ไม่ได้อยากป่วยหนิ" ข้าบ่นอุบ

"แล้วนี่กลิ่นอะไร เจ้าไปคลุกดอกไม้ที่ไหนมา" พี่รองที่ก้มลงดมๆตามตัวข้าจามออกมาก่อนจะย่นจมูกทำทีเหมือนเหม็นข้าเสียเต็มที่ เห็นดังนั้นพี่เกรย์ก็ลองก้มดมๆตามตัวข้าเหมือนอยากจะรู้ว่าจริงตามคำบอกกล่าวของพี่กรายหรือไม่ ก่อนที่พี่คนโตของข้าจะกัดฟันแยกเขี้ยวขู่คำรามในลำคอออกมาอย่างไม่พอใจ

กรร

"กลิ่นเหมือนดอกไม้แต่ก็เหมือนเบอร์รี่? พวกมันปล่อยให้เจ้าอดอยากถึงขนาดต้องกินดอกไม้เลยเหรอ?" พี่เกรย์กล่าวเสียงแข็งกร่าว

"..." คุณสามีที่กำลังเลียทำความสะอาดตามใบหน้าและลำคอข้าหลังจากทำการฉีกกระชากผ้าขนสัตว์บนตัวข้าออกไปแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงมาดมๆแถวลำคอข้าเหมือนจะพิสูจน์จนข้ารู้สึกจั๊กจี้

หงิง

"งื้อออออ~" ข้าครางหงิงเมื่อถูกจมูกยื่นๆของคุณสามีมาดุ้นๆที่ลำคอ จนต้องหดคอหนีความรู้สึกจั๊กจี้พร้อมๆกับความรู้สึกแปลกๆที่ตีขึ้นมาในกาย

ฮื่อ!

พลันหูก็ได้ยินเสียงขู่ในลำคอดังมาจากพี่ๆของข้าที่จ้องคุณสามีตาเขม็ง พวงหางและใบหูของพี่ๆตั้งตรงราวกับเป็นการเตือนกลายๆ

...พี่ๆของข้ากำลังไม่พอใจ...

"พวกมันไม่ให้เจ้ากินหรือ เจ้าถึงต้องกินดอกไม้จนกลิ่นติดกาย" คุณสามีที่มีท่าทีไม่สนใจพี่ๆของข้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ข้าเดาว่าคุณสามีเองก็กำลังไม่พอใจเช่นกัน ที่ไม่พอใจไม่ใช่เพราะพี่ๆของข้าแต่เพราะสิ่งที่เจ้าตัวกำลังถาม ข้าเห็นท่าไม่ดีจึงรีบตอบกลับไป

"ไม่ใช่หรอก พวกมันให้ข้ากินถึงจะไม่อร่อย เนื้อแห้งๆแถมยังได้ชิ้นเล็กๆก็เถอะ" ข้าเอ่ยตอบไปเพื่อไม่ให้พี่ๆและคุณสามีเป็นห่วงกลัวว่าข้าจะอดอยาก ระหว่างที่ถูกขังอยู่ในโพลงแปลกๆข้าไม่เคยอดอาหาร พวกหมาประหลาดที่เหมือนกันกับข้าแต่ยืนด้วยสองขาหลังหาอาหารมาให้ข้าตลอด ถึงแม้ว่าอาหารที่ข้าได้กินมันมีสีและรสชาติแปลกๆ เนื้อที่มีก็เป็นชิ้นๆขนาดเล็กๆแถมยังมีใบไม้แปลกๆเต็มไปหมดแต่พอรวมๆกันแล้ว มันก็มากพอที่จะทำให้ข้าอิ่มท้องได้(ถึงข้าจะไม่ได้กินใบไม้ก็เถอะ) แต่ทันใดนั้นเองทั้งพี่ๆและคุณสามีก็คำรามออกมาอย่างไม่พอใจ

กรร

"เนื้อชิ้นเล็กๆ!!!"

...พวกมันกล้าดียังไงให้คู่ครอง/น้องของข้ากินเศษเนื้อ!!!...

"งื้อ...ตะ...แต่มันก็อิ่มนะ" ข้าหดคออย่างหวาดๆก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องตอบไป "ละ...แล้วที่ข้ามีกลิ่นดอกไม้ติดตัวก็เพราะพวกนั้นจับขาล้างน้ำต่างหาก

ไม่ใช่เพราะข้ากินดอกไม้เสียหน่อย ของแบบนั้นกินได้ที่ไหนกัน"

"ล้างน้ำ?" พี่ๆและคุณสามีเอียงคอเอ่ยถามซ้ำอย่างไม่เข้าใจ

"อื้อ!" ข้าครางในลำคอรับ "พวกนั้นจับข้าแช่น้ำแล้วก็เอาน้ำเหนี่ยวๆกลิ่นดอกไม้มาถูๆข้าละ" ข้าพยักหน้าหงึกหงัก

"?" คุณสามีและพี่ๆของข้าทำหน้าหมางงกันหมดจนข้าหลุดขำ

"แล้วไงต่อ" เสียงหนึ่งดังขึ้นมาในขณะที่คุณสามีและพี่ๆของข้าพากันจ้องข้าเขม็งอย่างเคืองๆเมื่อหันไปมองจึงรู้ว่าเป็นกาเซลพี่ชายในคอกเดียวกันกับคุณสามีหมาป่าตัวโตของข้านั่นเองที่เป็นเจ้าของเสียงนั้น

"?" เป็นข้าที่ต้องเอียงคอทำหน้าหมางงบ้างแล้ว "อะไรเหรอ?"

"หลังจากโดนดอกไม้ถูตัว" กาเซียกล่าว ข้าทำหน้าหมางงอยู่ครู่หนึ่งถึงจะเข้าใจคำพูดของอีกฝ่าย

"โอ๊ะ!หลังจากนั้นข้าก็โดนหมาประหลาดพวกนั้นสาดน้ำใส่ละ รู้ตัวอีกทีข้าก็โดนห่มด้วยขนสัตว์สีเหมือนหิมะ แล้วพวกนั้นก็จับข้าด้วยขาหน้าจนขาข้าลอยจากพื้นเลย" ข้ารีบฟ้องคุณสามีและพี่ๆต่อตามที่ตัวเองโดนกระทำมา

"จับด้วยขาหน้า?"

"ลอยจากพื้น?" ยิ่งข้าฟ้องมากเท่าไหร่คุณสามีและพี่ๆก็ยิ่งทำหน้าหมางงกันหนักขึ้นจนข้าเริ่มร้อนรนเพราะกลัวพี่ๆและคุณสามีจะไม่เชื่อ

"จริงๆนะ!แบบนี้เลย แบบนี้ๆ" ข้ายืนยันเสียงแข็งพรางกระโดดสี่ขาโหย่งๆเพื่อนยืนยันคำพูดตัวเองก่อนที่ข้าจะกลับไปนอนซุกพุงคุณสามีอย่างหมดสภาพตามเดิมเพราะอาการแปลกๆในหัวที่ตีรวนกลับมาอีกครั้ง

หงืดหงืด

"หึ!" คุณสามีพ่นลมหายใจออกมาเยาะเย้ยข้าทีหนึ่งก่อนจะก้มลงคลอเคลียเลียหน้าเลียตาให้อย่างอ่อนโยน

"งื้อออออ~" ข้าครางในลำคอก่อนจะขยับตัวไปเลียหน้ายาวๆอีกฝ่ายคืนเพื่อขอบคุณ

กรร

พลันในถ้ำมืดๆที่ไม่มืดอย่างเก่าเพราะสายตาชินกับความมืดแล้ว บนเจ้าสิ่งประหลาดที่กำลังเขย่าๆข้าไปมาก็เกิดเสียงขู่ในลำคอดังขึ้นมาอย่างพร้อมเพียงจากหมาป่าสามตัวที่ยืนจ้องเขม็งมาที่ข้าซึ่งกำลังเลียหน้าคุณสามีอยู่ ข้าชะงักลิ้นที่กำลังไล้เลียใบหน้ายาวๆของคุณสามีทันทีก่อนจะรีบถอยตัวกลับไปมุดซุกพุงคุณสามีนิ่งๆตามเดิม

"อะไรกันเล่า" ข้าบ่นงึมงำกับกลุ่มขนตรงท้องคุณสามีเสียงเบา แต่มีหรือที่พี่ๆทั้งสามของข้าจะไม่ได้ยินก็เราอยู่ใกล้กันขนาดนี้ โพลงที่เราอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้เล็กอะไรมากแต่พอมีหมาป่าตัวใหญ่ๆห้าตัวมาอยู่รวมกันอยู่ข้างใน โพลงนี่ก็ดูเล็กมากๆไปเลย

"บิท!" พี่ๆเรียกข้าเสียงแข็ง ข้าหดคอน้อยๆพรางเบียดตัวเข้าชิดร่างของคุณสามีมากขึ้น จนตัวข้าแทบจะจมเข้าไปในกลุ่มขนของคุณสามียังไงยังงั้น แต่พี่ๆก็ยังคงคำรามออกมาอย่างไม่พอใจอยู่ดี

กรรรรรรร~

...ข้าทำอะไรผิดอีกละ! ข้ามีคู่แล้วนะ!คู่กันเลียขนให้กันก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลย!...

"เลิกรังแกตัวเมียของข้าได้แล้ว" คุณสามีกล่าวเมื่อเห็นว่าข้ากำลังโดนพี่ๆดุอีกแล้ว

"ทำไมข้าต้องเลิก ในเมื่อนั่นคือน้องข้า" พี่ห้าเอ่ยอย่างท้าทาย

"เคยเป็นเพราะตอนนี้บิทเป็นคู่ครองข้า เป็นตัวเมียของข้า เค้าเป็นของข้า" คุณสามีเอ่ยอย่างเหนือกว่า

กรร

สิ้นคำคุณสามีเสียงขู่คำรามของพี่ๆก็ดังขึ้นเช่นเดียวกับคุณสามีที่แยกเขี้ยวอย่างพร้อมรบ ข้าที่นอนซุกขนคุณสามีกระดุ้งเฮือกใหญ่ ขนน้อยๆตามตัวลุกซู่อย่างตื่นตกใจ

"ยะ...อย่ากัดกันนะ" ข้าผลุดลุกนั่งเอื้อมมือไปกอดคอของคุณสามีแน่น พรางเหลือบมองพี่ๆที่ยืนจังก้าอย่างพร้อมรบด้วยสายตาอ้อนวอนและออดอ้อนน่าสงสารที่สุดเท่าที่เคยทำมา อย่างน้อยข้าก็คิดว่ามันจะช่วยให้พี่ๆกับคุณสามีไม่กัดกันได้ละนะ เพราะถ้าเกิดพวกเค้ากัดกันขึ้นมาจริงๆตัวที่จะแย่มันก็คือคุณสามีของข้าเองนั่นแหละ ถึงข้าจะมั่นใจว่าคุณหมาป่าหนุ่มตัวโตอย่างคุณสามีของข้าจะสามารถเอาชนะพี่ๆของข้าได้ แต่มันก็คงไม่ง่ายแน่ในเมื่อพี่ๆของข้ามีกันตั้งสามตัวแต่คุณสามีของข้ามีแค่ตัวเดียว ไม่ว่าจะแข็งแกร่งขนาดไหนก็ตาม หากโดนหมา(ป่า)หมู่สามตัวลุมก็คงเอาชนะไม่ได้ง่ายๆแน่ ที่สำคัญตัวที่จะลำบากที่สุดก็คือตัวข้าเองนั่นแหละ! นั่นก็พี่ นี่ก็คู่ครอง

...เกิดพวกท่านมากัดกันตอนนี้ตัวข้าจะไปหลบอยู่ตรงไหนกันเล่า!...

 

....................................................................................................................................................................................................................................... 

10 ต.ค 63 17:10 

ทำไมอัพนิยายในมือถือมันถึงได้ยุ่งยากแบบนี้~ 

5 ก.ย 63 15:56 

มาต่อแบบรีบๆล๊กๆ 

น้องคอมไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ ถ้ามีผิดพลาดอะไรก็ขออภัยนะคะ 

ปล.ครึ่งบทหลังไม่รู้เมื่อไหร่เน้ออออ 

เมนท์ติชมแสดงความคิดเห็นได้นะคะ 

แล้วเจอกันค่ะ 

:) 

ความคิดเห็น