ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

พริกปะทะวิศวะ

ชื่อตอน : พริกปะทะวิศวะ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 248

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2563 10:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พริกปะทะวิศวะ
แบบอักษร

    30  นาทีต่อมา  :

    ไม่นานครับรถที่ผมนั่งมาโดยมีไอ้เสือเป็นคนขับก็มาถึงหน้าพับแห่งหนึ่ง  ซึ่งพอจอดรถเสร็จมันก็ลากผมให้เข้าไปข้างในกับมันด้วย  ผมกับไอ้เสือเดินเข้ามาด้านในก็เห็นคนกำลังเต้นกันมากมายครับ  มันลากผมขึ้นไปชั้น  2  ของพับ  และตรงนั้นมันเป็นโซฟา  ดูหรูมากเลยอะครับ  

    “จะดื่มอะไร?”

ไอ้เสือหันมาถามผม

    “ขออะไรที่มันไม่หนักมาก  พรุ่งนี้มีเรียนเช้า”

ผมบอกมัน  มันเลยหันไปบอกบริกรหนุ่มที่ยืนรอรับออเดอร์อยู่  ซึ่งพอมันสั่งอะไรไม่รู้ไปบริการหนุ่มก็เดินหายไปเลยครับ  ผมกับไอ้เสือนั่งรอคนอื่นๆอยู่ที่โซฟาสีแดงตัวใหญ่  ซึ่งเป็นจุดเด่นจุดสนใจมากๆอะครับ

    “มาไวจังนะคร้าบบบ”

เสียงไอ้มาร์คเอ่ยทัก  ก่อนจะนั่งลงตรงโซฟาฝั่งตรงข้ามกับผมกับไอ้เสือ

    “สั่งอะไรยัง?”

มาร์คถาม

    “อืม”

เสือตอบ

    “อยู่นิ่งๆดิ!”

เสียงไอ้ดิวที่ตวาดดังลั่นมาแต่ไกลครับ  ผมเลยหันไปสนใจมัน  ก็เห็นว่าในมือมันลากไอ้นัทเพื่อนผมมาด้วย

    “มึงก็ปล่อยกูดิ  กูจะกลับบ้าน”

นัทว่า  พร้อมกับพยายามแกะมือไอ้ดิวออก

    “มาแดกเหล้ากับกูแค่วันเดียวมึงไม่ตายหรอก”

ดิวว่า

    “มึงๆเบาๆ  ใจเย็นๆ  เดี๋ยวคนอื่นก็หาว่าพวกกูกำลังจะรุมทำอะไรมันหรอก”

ไอ้มาร์คเอ่ยห้ามไอ้ดิวที่กำคอเสื้อไอ้นัทและลากมันมาที่โต๊ะ

    “กูก็เย็นสุดแล้วนะ  เพราะถ้ากูไม่เย็นกูปล่ำมันตั้งแต่อยู่บนรถแล้ว”

มันว่า  ผมนี้ถึงกับตกใจอะครับ  เหี้ย!กูฟังผิดเปล่าวะ?

    “เอ้า!  พวกมึงแล้วไอ้วุฒอะ?”

เป็นไอ้ริวที่เดินมาพร้อมกับไอ้เชนครับที่เอ่ยถาม

    “กลับไปกับผัวมันแล้ว”

ไอ้บอยตอบที่กำลังเดินตามเข้ามาที่โต๊ะอีกคน

    “นั่งดีๆ  รึจะให้มัด?”

ไอ้ดิวมันหันไปตะคอกเสียงใส่ไอ้นัทครับ  ผมเห็นแล้วโมโหแทนเลยครับ  มึงแมร่งทำกับเพื่อนผมเหมือนไม่ใช่คนอะ

    “มึงก็คืนมือถือกูมาก่อนดิ”

นัทว่า  นี้มือถือมันยังไม่ได้คืนอีกเหรอ?  ตั้งแต่ที่ร้านอาหารแล้วนะ

    “กูบอกแล้วไงว่าแดกเหล้าเป็นเพื่อนกูก่อน  เดี๋ยวกูคืน”

ดิวว่า

    “มึงก็พูดแบบนี้มาตั้งแต่แดกข้าวแล้วไหม?”

นัทว่า

    “ทำตัวดีๆ  กูคืนแน่นอน”

ดิวว่า

    “ช่างแมร่ง!”

นัทว่าก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟา  ส่วนไอ้ดิวก็ดึงแขนมันไว้  และผมก็เผือกจับข้อมือไอ้ดิวอีกคน  

    “ปล่อยมือ”

ผมบอกไอ้ดิว  ไอ้ดิวมองหน้าผม

    “เสือ  มึงดูคนของมึงด้วย  อย่ายุ่งเรื่องคนอื่น”

ดิวหันไปว่าไอ้เสือ  ไอ้เสือกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง  ก่อนจะกลืนคำพูดพวกนั้นลงคอไป  เมื่อมองเห็นสีหน้าของผมตอนนี้  คืออารมณ์ประมาณว่าถ้ามึงขวางกู  กูฆ่ามึงได้เลยอะครับ

    “ดิว  มึงปล่อยมือมัน”

เสือหันไปบอกไอ้ดิว  ดิวหันหน้ามาหาไอ้เสือ

    “กูให้มึงห้ามมัน  ไม่ใช่ห้ามกู”

ดิวว่า

    “กูบอก....”

    “กูบอกให้ปล่อยมือ!”

ผมตวาดเสียงดังลั่น  ตัดบทไอ้เสือที่กำลังจะพูด  คือผมรู้สึกว่าผมควบคุมความโกรธตอนนี้ไม่ได้แล้วครับ  ผมโมโหมากจริงๆ  ไอ้นัทที่เห็นผมเป็นแบบนั้นก็ตกใจจนหน้าซีด

    “มึงปล่อยกูดิ”

นัทบอกกับดิว

    “พริกๆ  มึงใจเย็นๆ”

นัทว่า

    “พริกครับใจเย็นๆนะ  ไอ้ดิว  ปล่อยมือไอ้นัท”

เสือหันมาพูดดีๆกับผม  ก่อนจะหันไปตวาดเพื่อนของมัน

    “มึงจะอะไรนักหนาวะ?  ก็เป็นแค่เพื่อนกันไหม?  กูแค่จะชวนมันแดกเหล้าเนี้ย  ทำซีเรียสไปได้”

ดิวว่า

    “ถ้ามันยอมดีๆกูจะไม่ว่า  แต่มึงบังคับมัน  กูไม่โอเคร”

ผมบอกมัน

    “นัทไปกลับบ้าน”

ผมบอกกับไอ้นัท  พร้อมกับกระชากมือไอ้ดิวออกจากข้อมือของเพื่อนผม

    “เฮ้ย!  มึงจะเยอะไปแล้วนะไอ้พริก”

ดิวว่า  พร้อมกับลุกขึ้นมาจากโซฟา

    “เอ้ยดิวใจเย็นๆ  มึง”

ไอ้เชนเอ่ยห้าม  พร้อมกับลุกขึ้นจับตัวไอ้ดิวไว้  ส่วนเพื่อนคนอื่นๆมันก็เหมือนกัน

    “คนที่เยอะกับพวกกู  คือพวกมึงไหม?  คิดดีๆ”

ผมบอกกับมัน  ก่อนจะดันหลังให้ไอ้นัทเดินไปข้างหน้า  และเดินออกไปจากพับแห่งนี้ทันที

    “กู  ขอโทษที่ทำให้มึงอารมณ์เสีย”

นัทว่า  ผมมองหน้ามัน  ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ

    “ไม่ใช่ความผิดของมึงหรอก  อย่าคิดมาก”

ผมปลอบมัน

    “กูนึกว่ามึงจะฆ่ามันแล้ว”

นัทว่า

    “กูก็คิดเหมือนกัน  แต่หลังๆมานี้กูควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีอยู่  คงไม่ฆ่าใครตายเหมือน....”

‘ตอนนั้น’  ผมคิดในใจในคำพูดสุดท้าย  ก่อนจะเผลอนึกถึงเรื่องเมื่อ  5  ปีก่อน  ตอนที่พวกผมรู้จักกันใหม่ๆ  อ๋อ ฟังไม่ผิดหรอกครับ  ผมเคยฆ่าคนตายมาก่อน  เพราะอารมณ์ชั่ววูบของผมเอง  ซึ่งมันเลยกลายเป็นความรู้สึกผิดและเลวร้ายมากที่สุด  ที่มันถูกฝั่งอยู่ในใจของผมจนทุกวันนี้

    “เดี๋ยวกูโทรหาไอ้วินให้มารับ”

ผมบอกกับไอ้นัท  ก่อนจะกดมือถือโทรหาเพื่อนรักอีกคนของผม  

    ‘ว่า?’

ไอ้วินว่า

    “เฮ่อ.....มึงมารับพวกกูหน่อย”

ผมบอกมัน  มันนิ่งเงียบ

    “มึงอยู่ไหน?”

วินถาม

    “กูอยู่พับ xxxx”

ผมตอบมัน

    “มึงยังไม่ได้ฆ่าใครตายใช่ไหม?  มึงรอกูแป๊บ  กูจะรีบไปเดี๋ยวนี้  เดี๋ยวกูโทรหาไอ้ข้าวให้ไปหามึงก่อน  ตู๊ดดดดดดดดด”

มันว่า  ก่อนจะวางสายไป  อะไรของมันวะ?

    “มันว่าไงมั้ง?”

นัทว่า

    “มันกำลังมา”

ผมตอบ

 

    5  นาทีต่อมา  :

    ไม่นานนักรถมอไซต์รุ่น  Ducati  1199 Panigale R  ก็ขับเข้ามาหาผมสองคน  ไม่ต้องบอกก็รู้ครับว่ารถใคร?  ครับใช่แล้วครับ รถของไอ้ข้าวนั้นแหละ  พร้อมกับสารรูปที่มันแต่งออกมาซึ่งไม่เข้ากับรถที่มันขับมาเลย  บ่งบอกได้เลยว่ามันรีบมาก  ก็ดูดิครับมันใส่เสื้อยืดคอกลม  กับกางเกงบ๊อกเซอร์มา  รองเท้าก็เป็นรองเท้าแตะที่เอาไว้ใส่เดินเล่นที่บ้าน  เฮ่ะๆ  อะไรมันจะรีบขนาดนั้น

    “มึง  เป็นไงมั้ง?  มึงฆ่าไปกี่คน  เดี๋ยวกูให้ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นสารวัตรมาเคลียร์”

ไอ้ข้าวมันถาม  อื่อหื่อ  มึงมาถึงมึงถามกูงี้เลยเออ  เพื่อนผมแต่ละคน  มันไม่เคยคิดว่าคนอื่นจะฆ่าผมมั้งเหรอครับ?  ทำไมคิดแต่ว่าผมจะฆ่าคนอื่นเขา?  เฮ่อ....

    “ข้าว  มึงใจเย็นๆ ไอ้พริกมันยังไม่ได้ฆ่าใครตาย”

เป็นไอ้นัทที่บอกกับมันครับ  ส่วนไอ้ข้าวเผือกตกใจซะอย่างนั้น

    “เป็นไปได้ไงวะ?  โคตรเหลือเชื่อ”

มันว่า  นั้นประไรเพื่อนผม  ดูมันดูมันทำดิ  มันคิดว่าผมเป็นฆาตกรต่อเนื่องรึไง  คิดแต่ว่าผมจะฆ่าคนอื่นอยู่เรื่อย

   “เรื่องจริง  ตอนแรกกูก็ตกใจ  นึกว่ามันจะพุ่งเข้าใส่ไอ้ดิวแล้ว  ดีที่มันควบคุมอารมณ์ได้ทันอะ  ไม่งั้นละมึงเอ้ย  มีเละ”

นัทว่า

    “เดี๋ยวๆ!  มึงบอกว่าไอ้ดิว  มึงอย่าบอกนะว่าเป็นไอ้ดิววิศวะอะ?”

ข้าวถาม

    “เออ  มึงคิดว่ามีดิวไหนอีกละ”

นัทว่า

    “ไอ้เหี้ย!  แมร่ง  กูละรำคาญพวกมันชิบหาย  พวกมันเป็นเจ้ากรรมนายเวรพวกเรารึไงวะ?  ตามหลอกหลอนกันอยู่ได้  โคตรน่ารำคาญ”

ข้าวว่า  ผมกับไอ้นัทพยักหน้าเห็นด้วย

 

    ไม่นานครับไอ้วินก็ขับรถสปอร์ตของมันเข้ามา

    “มึงเป็นไงมั้ง?  ตายไปกี่คน?”

มันถาม  

    “ไม่มีใครตาย  ไอ้พริกมันควบคุมอารมณ์ได้อยู่”

นัทบอก

    “จริงดิ?”

มันถามอย่างไม่อยากจะเชื่อหู

    “เอ่อ”

ข้าวตอบอีกคน

   “กูได้ยินเสียงถอนหายใจ  กับน้ำเสียงหงุดหงิดของมึง  โคตรจะขนลุกเลย  แม่มกูนึกว่ามึงฆ่าใครตายอีกแล้วนะสิ”

วินว่า  

    “เออๆ  กูก็เกือบฆ่าพวกมันแหละ  ดีนะที่ไอ้นัทดึงสติกูก่อน  ไม่งั้นคงมีนองเลือดอะมึง  พอๆแล้วนะ  กูไม่อยากยุ่งกับพวกวิศวะแล้ว  กูกลัวกูเผลอฆ่าพวกแมร่งนั้นอะดิ”

ผมบอกกับเพื่อนๆของผม

    “พูดยังกับพวกกูอยากยุ่งกับพวกมันอะ”

นัทว่า

    “เออๆ  ปะๆ  กลับบ้านกันได้แล้ว  เดี๋ยวกูไปส่ง”

วินว่า  พวกผมเลยตามไอ้วินขึ้นรถไป  โดยมีไอ้ข้าวขับรถมอไซต์คันงามของมันตามมา  ด้วยสภาพคนกำลังจะเข้านอนอะครับ  เหอะๆ  เห็นแล้วก็สงสาร

 

 

    วันต่อมา  เวลา  12.00  น.  :

    “พวกมึงแดกข้าวไหนดีวะ?”

ไอ้ศรถามขึ้นมา

    “ไม่รู้ดิ  ที่ไหนก็ได้ที่ไม่มีพวกวิศวะอะ?  กูรำคาญ”

ไอ้นัทว่า

   “งั้นออกไปกินข้างนอกกันไหม?  เราเรียนอีกทีตอนบ่ายสองอยู่แล้ว”

ไอ้หนุ่ยออกความคิดเห็น

    “เออดีๆ  กูก็รำคาญพวกมันเหมือนกัน  เห็นหน้าแล้วหงุดหงิดวะ”

ไอ้วินว่า

    “พวกมึงก็พูดกันเกินไป”

ไอ้แทนว่า

    “มึงก็พูดได้นะครับคุณแทน  ก็คุณกับไอ้วุฒสนิทกันนิ”

ไอ้วินว่า

    “มึงรู้ไหมว่าเมื่อวานไอ้พริกกับพวกมันเกือบซัดกันอะ  มันแมร่งชอบบังคับให้พวกกูทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ  ซึ่งพวกกูไม่ชอบเอามากๆอะ”

นัทว่าขึ้นมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดมากจริงๆครับ  เพราะมือถือของมันก็ยังคงอยู่ที่ไอ้ดิวอยู่ด้วยไงครับ

    “เออๆกูรู้แล้ว  พวกมันฝากมาขอโทษด้วยอะ  เอานี้ของมึง  ไอ้ดิวฝากมาคืน”

ไอ้แทนว่า  พร้อมกับยื่นมือถือส่งมาให้กับไอ้นัท  ไอ้นัทมองหน้าไอ้แทนเล็กน้อย  ก่อนจะรับมือถือคืนมา

    “กูบอกพวกมันไปแล้วว่า  อย่ามายุ่งกับพวกมึงอีก  ถึงพวกมันจะไม่รับปาก  แต่ก็คงจะรู้ตัวกันแล้วแหละว่าพวกมึงไม่ชอบอะ”

แทนว่า

    “ไปแดกข้าวได้ยัง  กูหิวแล้วเนี้ย”

แทนพูดอีกที  หลังจากลุกขึ้นมาจากเก้าอีกที่นั่งอยู่  แมร่ง....มุมนี้มันโคตรจะเท่เลยอะครับ

 

 

    ผมกับเพื่อนๆเดินทางมาร้านอาหารแห่งหนึ่ง  ซึ่งเป็นร้านอาหารของญาติไอ้นัทครับ

    “หวัดดีครับเด็กๆ  มากันแล้วเหรอ?”

พี่ธันเอ่ยทัก  พวกผมเลยยกมือขึ้นไหว้พี่มัน

    “หวัดดีครับพี่ธัน”

พวกผมพูดพร้อมกัน  พี่ธันเขาเป็นพี่พวกผมอยู่  3  ปีครับ  พี่เขาเปิดร้านอาหารแห่งนี้มา  3  ปีได้แล้วครับ  

    “นั่งเลยครับ  อาหารเกือบเสร็จหมดแล้ว”

พี่ธันบอก  พวกผมเลยเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่เตรียมเอาไว้ให้ครับ

    “นัทเดี๋ยวเข้าไปช่วยพี่ในครัวแป๊บนะครับ”

พี่ธันหันไปบอกกับไอ้นัทด้วยใบหน้ายิ้มๆ  ไอ้นัทพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามพี่มันเข้าไปในครัว

    “มึงว่าพี่ธันชอบไอ้นัทปะวะ?”

ไอ้วินถาม

    “กูว่ามีส่วนวะ”

ไอ้แทนว่า

    “ดูพี่มันมองไอ้นัทดิ  กูว่าถ้าพี่มันกลืนไอ้นัทเข้าไปได้  คงทำไปแล้ว”

ไอ้แทนพูดต่อ  เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของพวกผมว่า  ‘ทำไม?’

    “มึงก็ว่าไป  พี่มันอาจจะเอ็นดูไอ้นัทเฉยๆก็ได้ไหม?”

ผมว่า

   “เหอะ  คนฉลาดเรื่องอื่นอย่างพวกมึง  แต่โง่เรื่องนี้  อย่ามาเถียงกู”

มันว่า  เอ้า  กูโง่ตรงไหนวะ?

    “หมายความว่าไงวะมึง?  ใครโง่?”

ไอ้ศรว่า  ส่วนไอ้แทนก็ส่ายหน้าไปมา  ‘พวกมึงไง  เฮ่อ...กูละสงสารวิศวะจริงๆ’  แทนตอบในใจ  

 

 

ความคิดเห็น