ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่สิบสอง หินลับมีด

ชื่อตอน : ตอนที่สิบสอง หินลับมีด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2563 20:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่สิบสอง หินลับมีด
แบบอักษร

ตอนที่สิบสอง หินลับมีด

ผมทำสีหน้าเคร่งขรึม ก็อปปี้สีหน้าของล่างฟานอวิ๋นที่ถือแม่น้ำเป็นอาจารีย์

“ภูเขาและฟ้าดิน เปิดเผยวิถีแก่ชาวเรา หามีอาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ไปกว่านี้อีกแล้ว ท่านจอมปราชญ์หรือเหล่าบรมครู ต่างก็เรียนรู้จากฟ้าดินและธรรมชาติ คิดค้นกระบวนท่า จากกระเรียนหรือเต่า หรือสังเกตมวลหมู่มัจฉาที่ว่ายในธาราและมวลหมู่วิหคที่บินล่องนภา การฝึกวิชาลึกล้ำนัก ผู้บุตรยังเรียนรู้ได้ไม่สิ้นสุดและไม่อาจเอื้อมยกตนเป็นอัจฉริยะขอรับท่านพ่อ”

ตอนนั้นหวังลี่ไม่รู้

เขาคิดว่าคำพูดของเขาคือคำกล่าวถ่อมตนที่ตรงไปตรงมา

นิสัยเปิดเผยแบบอสูรผมแดงของแดนไซฮก

แต่นี่เขามาอยู่ในสถานที่ชอบตีความคำพูดแบบจูนิเบียว

ความหมายของหวังลี่ที่ทุกคนตีความได้คือ

“ไม่มีใครคู่ควรเป็นอาจารย์ของข้าแม้แต่ท่านจอมปราชญ์ก็ตาม”

มันคือความหมายของความเย่อหยิ่งผยองของคนหนุ่มอัจฉริยะที่ไม่กลัวฟ้ากลัวดิน

 

แต่ทุกคนก็ไร้คำพูดที่จะโต้แย้งเพราะเขาแสดงความสามารถให้เห็นจริง

นี่คือสาเหตุที่ในนิยายคนที่เป็น”ขยะ” ไม่สามารถบ่มเพาะพลังได้จะโดนทุกคนรังเกียจ

แต่คนที่เป็นอัจฉริยะจะโดนชื่นชมและคอยเอาอกเอาใจสารพัด

อายุเท่านี้ก็เรียกว่าผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นต้นที่จะเข้าสำนักใหญ่ๆแล้ว

ไม่ต้องพูดถึงความก้าวหน้าของเขาในอนาคต

“อะแฮ่ม คนหนุ่มก็อย่างนี้ เจ้าควรจะหาอาจารย์ที่ประเสริฐเป็นดั่งต้นไม้ใหญ่ที่คอยพักพิงจะดีกว่า”

อำมาตย์หวังแม้จะอยากแนะนำมากกว่านั้นแต่ก็ไม่ต้องการตำหนิเกินไปนัก คนอัจฉริยะมักใจร้อนและมีความเย่อหยิ่งในตนเอง

อำมาตย์หวัง ก็ได้แต่คิดว่าจะลองแนะนำครูมวยต่างๆในตัวตึกและเส้นสายของเขาในวงราชการและยุทธภพ

เผื่อให้ลูกชายมังกรคนนี้ของเขา กลายเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์กับเหล่าสำนักใหญ่อื่นๆได้

เมื่อนั้นล่ะก็..

“คำสอนของท่านพ่อล้ำค่าดั่งทองคำ ผู้บุตรจะปฏิบัติตาม”

หวังลี่คิดในใจว่าหาอาจารย์ดีดีก็ไม่เลว เป็นเป้าล่อให้เราได้

“ฮา ฮา ฮา วันนี้พ่ออารมณ์ดี เจ้ามีอะไรสักอย่างที่อยากได้ไหม? พ่อรับปากว่าจะให้ทุกอย่าง”

บรรยากาศทั้งโต๊ะกลายเป็นเงียบกริบ

ผมนึกถึงการขอเสี่ยวชุ่ยมาเป็นสาวใช้ส่วนตัว

เพื่อที่จะได้คนฉลาดฝีมือดีมาช่วยงาน

แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าหากขออย่างนั้นคนอาจจะมองผมไม่ใช่มาดแบบหนอนตำรา

ขอเงินหรือทองคำก็น่าจะโดนมองว่าโลภโมโทสันเช่นกัน ไม่เหมาะกับหนอนตำรา

“ขอบคุณท่านพ่อที่เมตตา ถ้าอย่างนั้นผู้บุตรก็ขอบังอาจขอสิ่งของ”

“ว่ามา ว่ามา ขอเพียงบ้านเรามีอยู่พ่อจะให้เจ้า”

 

“ผู้บุตรขอภาพดั้นด้นคว้าเมฆาของบ้านเรา”

ซึ่งเป็นภาพเมฆหมอก ภูเขา และตัวอักษรว่า “ดั้นด้นคว้าเมฆา มิรู้หาผู้ร่วมทาง”

ซึ่งคนได้ตีความอะไรสารพัด

แต่ที่สำคัญที่สุด มันมีคัมภีร์หยางสุดขั้วซ่อนหลังภาพวาดนั้นล่ะครับท่านผู้ชม

บรรยากาศทั้งโต๊ะกลายเป็นเงียบกริบ

พี่ใหญ่ถึงกับส่งเสียงว่า

“ท่านพ่อ”

และมีการมองตากันระหว่าง ท่านพ่อและท่านย่า

บรรยากาศเงียบอยู่พักหนึ่ง

แต่สุดท้ายก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของท่านพ่อ

และแม้แต่ท่านย่าก็ปิดปากหัวเราะออกมา

มีแต่พี่ใหญ่ที่สีหน้าไม่สู้ดี

เรื่องอะไรกัน?

“เด็กร้ายกาจ เจ้าเลือกได้ดี เลือกเอาของมีค่าที่สุดไปได้” ท่านย่าถอนหายใจหลังจากหัวเราะ

“ร้ายกาจ ร้ายกาจ เจ้าโจมตีทีเดียวก็เรียกว่าพลิกฟ้าคว่ำดินจริงๆ

ตกลงตามนั้น

ภาพวาดนั้นคือของเจ้าแล้ว นอกจากหวังลี่ที่ท่าทางจะรู้แล้ว พ่อก็ขอบอกกับพวกเจ้าทุกคนว่า คนที่เป็นเจ้าบ้านของเราได้คือคนที่ครอบครองภาพวาดเท่านั้น อย่าเข้าใจผิด หวังลี่ยังไม่ใช่ผู้สืบทอดตระกูล..หากพวกเจ้าสามารถครอบครองภาพวาดจากเขามาได้นะ แต่เงื่อนไขคือต้องไม่ใช่การช่วงชิงด้วยกำลัง ฮา ฮา ฮา หวังลี่ชิงลงมือไปก่อนแล้ว ก็ขอให้พวกเจ้าขยันขันแข็งให้มาก”

เฮ้ย หรือว่านี่คือมุก “หินลับมีด”ที่ตั้งเงื่อนไขบ้าๆบอๆให้ทายาทตระกูลหรือผู้สืบทอดสำนักฆ่ากันหรือต่อสู้แข่งขันกันเอง เพื่อหาผู้สืบทอดที่เก่งที่สุด

..แต่พวกนี้ดันไม่คิดว่าหากพี่น้องร่วมสายโลหิตหรือศิษย์ร่วมสำนักทะเลาะกันขนาดนั้นสำนักมันจะอยู่ได้อีท่าไหน?

หรือแนว”ภารกิจที่เป็นไปไม่ได้” ที่บางตระกูลต้องทำเพื่อให้กลายเป็นประมุขตระกูล ทำให้แคนดิเดท คนเก่งที่มีแววจะนำตระกูลให้รุ่งเรืองต่อไป ตายระหว่างภารกิจนั่นล่ะ

ตระกูลหรือสำนักมันจะไปรอดไหมล่ะนั่น?

คือมุกที่สตาวอส์ เอาแนวคิดเรื่องนี้ไปใช้ทำให้เกิดซิธ ด้านมืดของพลังขึ้น

 

“ต้องเป็นสองเสมอ หนึ่งอาจารย์และหนึ่งศิษย์” ที่บางสำนักก็จะให้ฆ่ากันจนเหลือผู้สืบทอดคนเดียวและฆ่าอาจารย์ก็จะได้เป็นผู้สืบทอดสำนักต่อไป

อย่างที่คิดนั่นล่ะครับ

หากคนนั้นมันตายไปกลางทาง สำนักและวิชาที่สืบทอดมาก็จะหายไปพร้อมกับคนนั้นนั่นล่ะ

มันฟังดูเท่ดี แต่วิชามากมายจะหายสาบสูญไปก็เพราะอย่างนั้น ระบบของเหล่าอสูรผมแดงแดนไซฮก ที่มีการตั้งสำนักและมีการถ่ายทอดเป็นทางการจึงดีกว่ามาก

แต่อย่างว่าในโลกนี้การถ่ายทอดวิชาหรือไม่ถ่ายทอดวิชาอะไรให้ เป็นสิทธิของผู้เป็นอาจารย์

ผมไปพูดอะไรต่อต้านพวกนี้จะโดนหาว่าเป็นพวกนอกรีตนอกรอย ทรยศ เนรคุณอาจารย์ว่ากันไปอีก

“หวังลี่ขอบังอาจรับภาพวาดไปแล้ว ขอบคุณท่านพ่อที่เมตตา”

อย่างน้อยเราก็น่าจะได้วิชา หยางสุดขั้วมาช่วยอี้จิงในการฝึกวิชามากขึ้นล่ะนะ

ผมพยายามทำท่าเหม่อมองไปที่ท้องฟ้ากว้างไกลและทำเป็นมองไม่เห็นสีหน้าที่ไม่พอใจของพี่ใหญ่และบุตรชายคนอื่นๆที่มองผมด้วยความอิจฉา

ผมถอนหายใจเป็นพักๆเมื่อสบตาพวกเขา เพื่อให้ได้มาดของอัจฉริยะที่ล้ำลึก

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว