ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP 02 ผู้ชายใส่สูท Part ll Loading…100%

ชื่อตอน : EP 02 ผู้ชายใส่สูท Part ll Loading…100%

คำค้น : รักปีนเกลียว

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2563 18:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP 02 ผู้ชายใส่สูท Part ll Loading…100%
แบบอักษร

EP 02 

ผู้ชายใส่สูท Part ll Loading…100% 

SILAA STUDIO 

 

SILAA STUDIO เป็นโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 700 ตรว. ซึ่งผมใช้เงินเก็บส่วนหนึ่งซื้อเอาไว้ทำเป็นออฟฟิศและสตูดิโอสำหรับทำแบรนด์เสื้อผ้าของผมเองน่ะ ชั้นล่างเป็นพื้นที่ส่วนรวม เอาไว้นั่งทำงานหรือนั่งคุยกันถึงเรื่องงานต่างๆ มีห้องครัว ห้องน้ำรวมไปถึงห้องออกกำลังกาย ชั้นสองแบ่งเป็นสองส่วนคือสตูฯ สำหรับถ่ายภาพ ห้องเก็บของไว้สำหรับเก็บอุปกรณ์หรือพวกพร็อพสำหรับถ่ายภาพโดยเฉพาะ ห้องสต็อกเสื้อผ้า ชั้นสามเป็นส่วนของห้องประชุม ส่วนชั้นสี่เป็นที่พักของผมเอง เพราะหลังจากที่ตั้งใจจะทำแบรด์นี้ขึ้นมา ผมก็ไม่ค่อยได้ขับรถกลับไปที่บ้านหรอก จะแวะกลับไปหาพ่อกับแม่บ้างก็ช่วงวันหยุดแต่ก็ขับรถกลับมานอนที่นี่ ไม่ได้ค้างที่บ้านอยู่ดี

 

ภายนอกทั้งด้านหน้าและรอบตัวอาคารผมให้คนมาจัดสวนเอาไว้ มีต้นไหม้ใหญ่กับซุ้มเล็กๆ เป็นโลเคชั่นไว้สำหรับถ่ายภาพอีกเหมือนกัน เพราะผมตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ตัดสินใจซื้อแล้วว่าผมจะต้องใช้ประโยชน์จากที่นี่ให้คุ้มทุกตารางนิ้ว        

               

“พี่ไปเจอน้องมันมาจากไปไหนเหรอครับพี่ศิลา หน่วยก้านดีใช้ได้นะผมว่า” ไอติมหันมาถามระหว่างที่กำลังดึงแล็ปท็อปออกจากกระเป๋า

               

“บาร์เทนเดอร์ที่บาร์ไอ้ทัพ”

               

“โอ้โหว เป็นบาร์เทนเดอร์ด้วยแฮะ ผมว่าคงมีสาวๆ ติดตรึมแหงๆ”

 

สาวเหรอ คงใช่มั้ง เมื่อคืนผมก็เห็นว่ามีอยู่คนหนึ่งที่น่าจะมาติดพันไอ้โอบอยู่ การแสดงออกของเธอคนนั้นชัดเจนว่าชอบมัน แต่มันคงไม่ได้ถูกใจเธอสักเท่าไหร่ หรืออาจจะไม่ถูกใจเลยสักนิด

 

“อืม แต่มันไม่ชอบสาวๆ หรอก” ผมตัดสินใจพูดออกไป พูดจบทั้งไอ้ต๊อดและไอติมก็หันมามองหน้าผมกันหมด

 

“กูบอกเพราะกลัวว่าพวกมึงจะไปถึงเนื้อถึงตัวหรือไปแซวอะไรมันแรงๆ น่ะ จริงๆ มันก็ไม่ถือตัวหรือว่าไม่ใช่เด็กเรื่องมากหรอก แต่ยังไงกูก็อยากให้พวกมึงเว้นๆ มันไว้บ้าง เบาได้ก็อยากให้เบา” ผมพูดเป็นเชิงเตือน

 

จะคิดว่าไม่ใช่เรื่องของผม ไม่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องพูดก็คงใช่ แต่อีกใจผมก็กลัวใจกับความเฟรนลี่ของไอ้โอบอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ว่ามันจะเข้ากับคนง่ายไปไหน ง่ายจนบางทีก็กลายเป็นการเปิดทางให้คนอื่นเขาทำอะไรไม่เกรงใจมัน ซึ่งถึงแม้ว่าผมจะรู้ดีว่าไอ้ต๊อดกับไอติมไม่ใช่คนแบบนั้น แต่อยากจะกันเอาไว้สักหน่อย อย่างน้อยๆ เรื่องถึงเนื้อถึงตัวหรือว่าล็อกคอตบหัวกันแรงๆ แบบที่พวกผู้ชายเล่นกันก็ไม่น่าจะเกิดขึ้นน่ะนะ

 

“ได้ครับพี่ศิลา” ไอ้ต๊อดกับไอ้ไอติมรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ คุยกันจบตังเมก็เดินขึ้นมาพอดีแต่ไม่เห็นว่าไอ้โอบจะเดินตามขึ้นมาด้วย

 

“ไอ้โอบล่ะ” ผมรีบถาม

 

“คุยโทรศัพท์กับแฟนอยู่ค่ะ บอกว่าเดี๋ยวตามขึ้นมา”

 

แฟน? จะใช่เหรอ มันมีแฟนแล้วหรือว่ายังไม่มีกันแน่นะ แต่จะว่าไปวันนี้ผมเองก็เห็นมันคุยโทรศัพท์หลายรอบแล้วเหมือนกันนี่นา ได้ยินเหมือนจะนัดกันเอาไว้เสียด้วย

 

“แสดงว่าที่บอกว่าหัวใจมีคนจองแล้วนี่ท่าจะจริงแน่ๆ ทีแรกไอ้เราก็คิดว่าเป็นมุก”

 

“แหมพี่ หน้าตาน้องมันไม่ได้ขี้เหร่แบบพี่สักหน่อย มีแฟนก็ไม่เห็นจะแปลก โอ๊ย!”

 

ไม่ทันขาดคำไอ้ไอติมก็แหกปากร้องเพราะถูกไอ้ต๊อดปาด้วยแก้วน้ำพลาสติกที่อยู่ใกล้มือ ผมได้แต่ส่ายหัวแต่ไม่ได้คิดจะห้ามหรอก พวกมันตีกันทุกวันจนผมชินเสียแล้ว นาทีนี้เดินมารอพ่อนายแบบเพื่อชมผลงาน (เสื้อผ้า) จะดีกว่า

 

ผมเดินหนีมานั่งที่โซฟา หลักๆ แล้วถ้าผมมีเวลาผมก็จะมานั่งคุมเพื่อให้ภาพออกมาอย่างที่ผมต้องการมากที่สุด ถ้าไม่ติดงานด่วนจริงๆ ผมไม่เคยปล่อยให้คนอื่นๆ ทำกันเองหรอก ถึงทุกคนจะไว้ใจได้แต่ผมก็อยากจะลงมือทำด้วยตัวเองอยู่ดี และส่วนหนึ่งก็น่าจะมาจากนายแบบวันนี้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการถ่ายแบบมาก่อน ผมยิ่งไม่อยากหละหลวม เพราะถ้าต้องมาถ่ายแก้ทีหลังมันจะลำบาก

 

ไม่นานไอ้โอบก็เดินตามขึ้นมา มันยิ้มเจื่อนเมื่อรู้ว่าทุกคนเขารอมันอยู่คนเดียว

 

“ขอโทษที่ให้รอครับ”

 

“ไม่เป็นไรๆ ถ้าตอนนี้พร้อมแล้วก็ไปยืนตรงนั้นได้เลย พี่ขอลองเช็กแสงหน่อย” ไอ้ต็อดสั่งแล้วชี้ไปที่ริมหน้าต่าง ไอ้โอบพยักหน้าทันทีก่อนจะเดินตรงไปยืนตรงจุดที่ปลายนิ้วของไอ้ต๊อดชี้ออกไป มันหมุนตัวตามคำสั่งจากมือของไอ้ต๊อดอย่างคล่องแคล่ว

 

“แบบนี้เหรอครับ”

 

“เออ ตังเม ไปเปิดผ้าม่านหน่อยสิ”

 

“ผมเดให้ก็ได้ครับ”

 

“เฮ้ยๆ อย่าขยับดิ นายยืนเฉยๆ นิ่งๆ เงยหน้าขึ้นอีกนิด ที่เหลือพวกพี่จัดการเอ โอเคนะ”

 

“อ้อ ครับๆ ผมก็แค่อยากช่วย” ไอ้โอบแก้ตัวยิ้มๆ ก่อนที่มันจะยืนนิ่งแล้วเชิดหน้าขึ้น

 

“ยิ้มด้วย ห้ามขยับแต่ขอแบบเป็นธรรมชาติ”

 

“ยังไงวะพี่ ไม่ขยับมันจะเป็นธรรมชาติได้ยังไง”

 

“ก็...เออน่า เอาเป็นว่ายิ้มๆ ไว้ เดี๋ยวชุดนี้ถ่ายตรงนั้นนะ มองมาที่พี่ติม พอพี่เค้าส่งสัญญาณค่อยเปลี่ยนท่าไปเรื่อยๆ พี่จะถ่ายไปเรื่อยๆ เหมือนกัน เดี๋ยวไปเช็กแล้วช่วยกันเลือก” ไอ้ต๊อดอธิบาย

 

ผมฟังแล้วได้แต่ถอนหายใจพลายกมือขึ้นมานวดขมับเบาๆ จริงๆ ถ้าเป็นนายแบบอาชีพไอ้ต๊อดมันคงไม่ต้องอธิบายเสต็ปงานละเอียดแบบนี้หรอก แต่เท่าที่เห็นและได้ยินน้ำเสียง มันก็ไม่ได้รำคาญที่จะอธิบายซึ่งไอ้โอบเองก็เชื่อฟังคำสั่งและทำตามได้ดีเสียด้วย

 

จะว่าไปแล้วผมว่าไอ้ต๊อดมันน่าจะชอบนายแบบที่สั่งได้แบบไอ้โอบนะ มันดูอารมณ์ดีเหมือนได้ของเล่นชิ้นใหม่เลย

 

ผมยังคงนั่งมองทุกคนทำงานกันด้วยความตั้งอกตั้งใจต่อไปเรื่อยๆ ผ่านไปหลายชั่วโมงก็ไม่เห็นมีทีท่าว่าใครจะบ่นว่าเหนื่อยหรือหิว แม้แต่ตัวไอ้โอบเองก็ดูเหมือนกำลังสนุก ผมได้ยินมันกับไอ้ต๊อดหยอกล้อกันราวกับว่าสนิทกันว่านมนาน ส่วนตังเมก็หัวเราะจนท้องแข็ง โดยมีไอติมเดินส่ายหัวด่อกแด่กไปมา นานเข้าก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นส่วนเกินของที่ตรงนี้ยังไงชอบกล

 

“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ ชุดสุดท้ายแล้วเว้ยไอ้แสบ”

 

ฉายาใหม่ของไอ้โอบที่ไอ้ต๊อดตั้งให้เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน

 

ไอ้โอบเดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ตังเมถือขึ้นมาเตรียมเอาไว้ให้ที่น้ำด้านใน ซึ่งนี่น่าจะเป็นเวลาพักเสียงของทุกคน เพราะถ้าไอ้โอบยืนอยู่ด้วย ไม่มีทางที่ทุกคนจะเงียบกันแบบนี้แน่ๆ

 

“สนุกกันใหญ่เลยนะพวกมึง” ผมอดไม่ได้ที่จะแซว พูดจบก็เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า เพราะหยิบมาเล่นระหว่างที่ทำงานไปแก้เซ็ง เท่าที่เห็นแล้วมันไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงน่ะ อีกอย่างผมไม่อยากจะจ้องไอ้โอบมันมาก กลัวมันเกร็งแล้วจะทำงานออกมาได้ไม่ดี ดูไม่เป็นธรรมชาติก็เลยต้องทำเป็นนั่งมองหน้าจอแล้วแอบมองมันเป็นระยะๆ

 

“ผมล่ะอยากจะถามมันเหลือเกินว่าเมื่อคืนไปโดนตัวไหนมา เด็กห่าอะไร กวนตีนจริงๆ” ไอติมออกปากทั้งที่มันเองก็ยังยิ้มกว้างไม่หุบ

 

“พี่ศิลาจะลองมาเช็กภาพเลยมั้ยครับ ผมว่ามันโอเคนะ ดูดีหมด เหลือแค่พี่จะชอบรูปไหน” ไอ้ต๊อดหันมาชวน ผมก็เลยลุกขึ้นไปดูภาพถ่ายฝีมือมันเสียหน่อย

 

สายตาจ้องไปที่ภาพถ่ายหน้าจะหลายร้อยภาพที่โชว์อยู่บนหน้าจอแล็ปท็อปของไอ้ต๊อด มันรีบกดให้ผมเลือกดูทีละภาพ ซึ่งแต่ละภาพที่มันเลือกขึ้นมาก็ดูดีจนยากจะปฏิเสธว่าผมน่าจะเจองานหนักเข้าเสียแล้ว

 

“หน้าตามันสดใสดีนะพี่ ยิ้มเป็นธรรมชาติทุกรูปเลย”

 

“อืม” ผมตอบสั้นๆ แต่ยังไม่ได้พูดอะไร แค่มองผ่านๆ น่ะ เพราะยังไงไอ้ต๊อดมันต้องส่งไฟล์ภาพทั้งหมดให้ผมอยู่แล้ว เดี๋ยวค่อยไปนั่งดูอย่างละเอียดอีกทีๆ หลังก็แล้วกัน

 

“ชุดสุดท้ายตรงไหนครับพี่ต๊อด” เสียงไอ้โอบดังมาจากอีกฟากของจุดที่พวกเรายืนอยู่ ทันทีที่มันถามออกมา ทุกคนที่ยืนจ้องภาพถ่ายของมันอยู่ก็พากันมองตรงไปที่มันทันที

 

“บ้าฉิบ!”

 

ผมได้ยินเสียงไอ้ต๊อดสบถเบาๆ ตังเมหันหน้ากลับออกมาแล้วเม้มปากยิ้ม ในขณะที่ไอ้ไอติมยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแล้วเดินหนีออกไปหน้าตาเฉย ส่วนผมน่ะเหรอ กลืนน้ำลายทำไมก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน

 

“ตรง...ตรงไหนดีครับพี่ศิลา”

 

อ้าวไอ้เวรต๊อด ไหงโยนมาที่ผมเฉยเลย

 

ผมอึกอักนิดหน่อย ยอมรับว่าเสียอาการเพราะไม่คิดมาก่อนว่าไอ้โอบมันจะขาวเบอร์นี้ หัวนมแม่งชมพูเชียว ทั้งที่รู้ตัวว่าผมไม่โคตรเสียมารยาทคิดแบบนั้นแต่มันเห็นแล้วก็อดจะมองไม่ได้เลยจริงๆ แต่จะปรับเปลี่ยน แก้ไขหรือยกเลิกอะไรก็ไม่มีทางทำได้หรอกเพราะภาพเซ็ตสุดท้ายเป็นคอลเลคชั่นกางเกง ซึ่งมันมีแค่เฉพาะกางเกงนั่นแปลว่าตอนนี้ไอ้โอบมันไม่ได้ใส่เสื้อ

 

“นี่พวกพี่จ้องนมผมทำไมครับ”

 

ไอ้นี่แม่งก็พูดไม่อายปากเลย ทำตัวห่ามหื่นทั้งที่ตัวเองนั่นแหละน่าจะต้องอาย นาทีนี้ผมรู้สึกว่าตัวเองคิดถูกที่เตือนไอ้ต๊อดกับไอติมไปเมื่อก่อนหน้า อย่างน้อยๆ ตอนนี้ไอติมเองก็กำลังพยายามรักษามารยาทอยู่ด้วยการทำเป็นยุ่ง

 

“หยุดจ้องได้เลยครับ เพราะหัวนมของผมทั้งสองข้างก็มีคนจองแล้ว”

 

“มึงไปยืนตรงนั้นไปไอ้โอบ หุบปากแล้วยืนนิ่งๆ ไปเลย” ผมออกคำสั่ง พูดจบก็หันมากลอกตาใส่ไอ้ต๊อดที่กำลังพยายามกลั้นขำ พับผ่าสิ!

 

“ไอ้ติม”

 

“ครับพี่ศิลา”

 

“ยกเอาเก้าอี้ตัวสูงไปให้ไอ้โอบนั่ง”

 

“ตัวนั้นรึเปล่าครับ ผมยกเองก็ได้นะ”

 

“ไม่ต้อง กูบอกให้ยืนรอเฉยๆ มึงก็ยืนรอเฉยๆ สิวะ” ผมว่าเสียงดัง ไอ้โอบสะดุ้งเฮือกไม่ต่างจากไอ้ต๊อดที่สะดุ้งแล้วหันมามองผมงงๆ

 

บ้าเอี๊ย ไอ้ห่าโอบแม่งทำทุกคนเสียอาการไปหมดเลย

 

“ยัยตังเม”

 

“โห อะไรอ่ะพี่ต๊อดก็ นานๆ ได้ดูของดีๆ”

 

“ไม่ได้ยินที่น้องมันบอกเหรอว่าหัวนมมันมีเจ้าของแล้วน่ะ”

 

“อ่ะแฮ่ม” ผมกระแอมเบาๆ เป็นการเตือน ไอ้ต็อดรีบยิ้มแหยก่อนจะที่มันหันกลับไปตั้งอกตั้งใจถ่ายภาพไอ้โอบที่นั่งรออยู่บนเก้าอี้ตัวสูงที่ไอ้ไอติมเพิ่งจะยกไปวางให้เมื่อครู่เรียบร้อยแล้ว

 

ผมเดินกลับออกมานั่งที่โซฟาตามเดิม จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่รู้ตัวว่ากลืนน้ำลายสลับกับเป่าปากไปกี่ครั้ง

 

“ผมนั่งแบบนี้แล้วจะเห็นกางเกงได้ไงวะพี่ต๊อด”

 

“อ่ะ...เออ” ไอ้ต๊อดอึกอักแล้วมองมาที่ผมทันที นั่นเองผมถึงได้รู้ว่าเมื่อครู่นี้ผมพูดออกไปโดยไม่ทันคิดอะไรเลย

 

“ผู้ชายเหี้ยอะไรวะหัวนมมึงชมพูกว่าปากตังเมอีก”

 

“พี่ติม!” ตังเมแว้ดขึ้นมาเสียงดังก่อนที่ทุกคนจะพากันขำพรืด

 

“พวกพี่จะสนใจแต่หัวนมผมไม่ได้นะครับ ผมชักจะเริ่มอาย”

 

“ไม่ทันแล้วไอ้ห่าโอบ มึงเปิดประเด็นขึ้นมาก่อนเลย”

 

“แหม ก็เห็นมีแต่คนจ้องนี่ครับ”

 

“พอๆๆ กูว่ารีบๆ ถ่ายเหอะ จะได้เสร็จๆ” ไอ้ไอติมบอกเร็วๆ ทุกคนก็เลยดึงสติกลับไปทำงานกันได้อีกรอบ

 

“แล้วตกลงผมต้องนั่งหรือต้องยืนครับพี่ต๊อด หรือว่าผมควรจะถามพี่ศิลาดี” ไอ้โอบหันมามองผมในที่สุด พูดจบผมก็รู้สึกเหมือนว่ามันจะหน้าแดงๆ ไม่รู้เพราะเพิ่งจะคิดได้ว่าควรอายหรือเป็นเพราะมันเห็นว่าผมกำลังจ้องมันอยู่

 

“ยืน”

 

“ท่าไหนดีครับ”

 

“ถ้ามึงจะซื้อกางเกง มึงอยากเห็นอะไรที่กางเกงบ้างล่ะ”

 

“เป้า”

 

“ไอ้...”

 

“ล้อเล่นครับ ต่อให้คนอื่นอยากเห็นผมก็ไม่ให้ดูหรอก มีคนจองแล้วเหมือนกัน”

 

“ฮ่าๆๆๆ” ไอ้ต๊อดระเบิดเสียงหัวเราะออกมาในที่สุด จากนั้นทุกคนก็พากันเสียสติไปหมด น่าจะมีแค่ผมคนเดียวที่ยังคงพยายามเก็บอาการ ทั้งที่สติสตางค์ก็ไม่น่าจะอยู่ครบตั้งแต่ที่ได้ยินได้โอบพูดเรื่องหัวนมแล้ว

 

“พวกพี่นี่เส้นตื้นชะมัด มาครับ ผมพร้อมแล้ว มาขายกางเกงกันดีกว่า” ไอ้โอบว่าด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง ไอ้ต๊อดพยักหน้าสองสามครั้งก่อนที่ทุกคนจะเริ่มประจำตำแหน่งและทำหน้าที่ของตัวเองอีกครั้ง

 

แชะ!

 

เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นสลับกับการเปลี่ยนท่าโพสต์ของไอ้โอบ และไม่น่าเชื่อว่ามันจะทำให้บรรยากาศในที่นี้เงียบลงสนิททั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ทุกคนยังหัวเราะเฮฮาเหมือนคนเสียสติกันไปหมดแล้ว

 

ผมนั่งมองไอ้เด็กผู้ชายที่ตั้งอกตั้งใจโพสต์ท่า หน้ามองตรงไปที่ไอ้ต๊อดอยู่อย่างนั้น ไอ้โอบเปลี่ยนท่าอย่างคล่องแคล่ว แม้จะมีบางจังหวะที่มันก็เหมือนจะนึกท่าไม่ออก แต่ก็ถือว่าทำได้ดีสำหรับการถ่ายแบบครั้งแรกในชีวิตของมัน

 

ผิวขาวอมชมพูของมันเป็นผลมาจากการทำงานกลางคืน ทำให้ไม่ต้องเผชิญกับแสงแดดมากมายนัก รูปร่างของมันไม่ได้ผอมบางแบบเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ แต่กลับมีน้ำมีนวล แถมยังเหมือนจะล่ำกว่าที่ผมคิดเอาไว้ด้วยซ้ำ มันมีกล้ามแขนเล็กๆ กับกล้ามที่หน้าท้องหน่อยๆ ดูสุขภาพแข็งแรง ยิ่งเวลาที่มันเหยียดแขนทั้งสองข้างขึ้นไปทำท่าบิดขี้เกียจยืนเส้นยืนสาย ก็ยิ่งทำให้เห็นสัดส่วนช่วงเอวคอดๆ ของมันได้ชัดเจน

 

อะไรสักอย่างบนเรือนร่างของมันสะกดให้ผมจ้องมองอยู่นานกระทั่งมันหันมาพอดี เราบังเอิญสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายหันหน้าหนีมันออกมาเพราะรู้สึกแปลกๆ ที่เห็นมันกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแถมยังจิกตาใส่ ทั้งที่มันน่าจะกำลังจิกกล้องมากกว่า

 

บ้าเอ๊ย! มันหล่อเหมือนที่ชอบชมตัวเองให้คนอื่นๆ ฟังจริงๆ

 

“เสร็จแล้วโว้ยยย” เสียงไอ้ต๊อดตะโกนบอก มันดีใจอะไรขนาดนั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

นี่เผลอแป๊บเดียวไอ้โอบมันเปลี่ยนกางเกงไปครบแล้วเหรอเนี่ย ผมไม่รู้เวลาเลย

 

“ผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้เลยใช่มั้ยครับพี่ศิลา”

 

“อืม” ผมตอบพึมพำในลำคอ

 

“พี่จะไม่ไปเช็กภาพก่อนเหรอครับ เผื่อมีชุดไหนที่พี่ยังไม่ถูกใจ ผมจะได้ไปเปลี่ยนมาถ่ายให้ใหม่”

 

“ไม่ต้อง เมื่อกี้กูเช็กแล้ว มึงรีบๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าป่ะ” ผมบอกเสียงเรียบ พูดจบก็ถอนหายใจทิ้งเบาๆ ก่อนจะมองไปที่คนอื่นๆ ที่กำลังช่วยกันเก็บข้าวของ

 

“พี่ศิลาครับ” ไอ้โอบเดินเข้ามาเรียกใกล้ๆ หันไปเห็นรอยยิ้มของมันแล้วรู้สึกไม่ไว้ใจมันเลย ให้ตายสิ

 

“อะไรของมึง”

 

“อย่าลืมค่าตัวผมนะครับพี่”

 

“เออ กูไม่ลืมหรอก” ผมบอกเซ็ง นึกสงสัยอยู่ว่าไอ้ที่ผมพูดกับมันไปทั้งหมดก่อนที่จะเริ่มงานวันนี้นี่ไม่เข้าหูมันเลยรึยังไง ไม่ได้ยินแล้วแกล้งไม่เข้าใจหรือว่ามันไม่ได้ยินหรือว่ามันไม่เข้าใจจริงๆ กันแน่

 

ไอ้โอบเดินผิวปากอารมณ์ดีกลับออกไป ทิ้งผมเอาไว้กับปัญหาหนักอกเรื่องค่าตัวของมัน

 

“พี่ศิลาจะเช็กรูปอีกสักรอบมั้ยครับ”

 

“ไม่ล่ะ ส่งมาทั้งหมดนั่นแหละ เดี๋ยวคืนนี้จะเช็กเอง” ผมบอกส่งๆ ก่อนจะเดินตามไอ้โอบลงมาที่ชั้นล่าง ก่อนหน้าที่ผมจะเดินมา ตังเมเหมือนจะลงมาก่อนแล้วเพราะเธอน่าจะไปช่วยอำนวยความสะดวกให้ไอ้โอบ เพราะเป็นหน้าที่ของเธอ

 

“เพื่อนพี่ศิลารึเปล่าคะ” ตังเมหันมาถาม ผมรีบส่ายหัวปฏิเสธทันทีเพราะว่าผมเองก็มองเห็นรถและเจ้าของรถคันนั้นที่จอดอยู่หน้าสตูฯ ตั้งแต่เดินลงบันไดมาแล้ว

 

ผู้ชายตัวสูงๆ ในชุดสูท สวมแว่นกันแดดสีดำยืนอยู่ใต้ต้นไม้บริเวณหน้ารถที่เขาจอดอยู่นั่นแหละ

 

“มีอะไรที่ผมต้องทำอีกมั้ยครับพี่ตังเม” ไอ้โอบที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเดินออกมาถาม ท่าทีมันดูรีบร้อนชอบกล ลางสังหรณ์อะไรสักอย่างสั่งให้ผมมองหน้าไอ้โอบสลับกับมองไปที่เขาคนนั้น

 

“ไม่มีจ้ะ เก่งมาก”

 

“ขอบคุณมากนะครับพี่ เอาไว้ถ้ามีโอกาส ผมอาจได้รับเชิญมากอีก”

 

มันทำทีเป็นกระซิบกระซาบ แต่จะกระซิบทำหอกอะไรถ้ายืนอยู่แค่ตรงหน้าผมเนี่ย!

 

Rrrr~

 

“ครับพี่ ผมกำลังจะออกไปแล้วครับ รอผมแป๊บนึงนะ ผมขอไปลาพี่ๆ เขาก่อน ครับพี่ คร้าบบบ” ไอ้โอบยกมือขึ้นมาป้องปาก ผมได้ยินมันลากเสียงยาวเหมือนตั้งใจจะอ้อน ทำเอาผมกับตังเมมองหน้ากันนิดหน่อยก่อนจะรีบละสายตาออกจากกันเมื่อพูดจบแค่นั้นมันก็วางสายแล้ววิ่งตึงตังขึ้นไปลาไอ้ต๊อดกับไอ้ไอติมข้างบนแล้วก่อนจะวิ่งกลับลงมา

 

“ผมกลับนะครับพี่ศิลา”

 

“อืม แล้วนี่มึงจะกลับยังไง”

 

“มีคนมารอรับแล้วครับผม”

 

ผมว่าแล้วเชียว...

 

ผมพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นรับไหว้ไอ้โอบ แล้วยืนมองตั้งแต่มันเดินออกไปสวมรองเท้าผ้าใบที่หน้าประตู กระทั่งวิ่งไปถึงรถยนต์คันนั้นที่มาจอดรับมัน ไม่รู้เหมือนกันว่ามารอมันอยู่นานรึยัง

 

เขาคนนั้นรีบเดินมาหามัน ยิ้มให้มันก่อนจะยกมือขึ้นวางบนหัวมันเบาๆ ดูรักใครเอ็นดู ซึ่งมันเองก็ยิ้มกว้างให้เขาเพราะคงสนิทสนมกันแต่แรก

 

“แฟนน้องโอบโคตรหล่อเลยนะคะพี่ศิลา” ตังเมบอกยิ้มๆ ผมพยักหน้านิดหน่อยเป็นเชิงเห็นด้วย เพราะเท่าที่มองจากตรงนี้ผู้ชายคนนั้นก็ดูดีมากจริงๆ เห็นแล้วผมก็อดจะนึกถึงคำพูดของไอ้โอบไม่ได้

‘ก็ไม่เคยหรอกครับ แค่พอจะจินตนาการออกว่าถ้าใส่สูทจริงๆ พี่ต้องหล่อมากแน่ๆ แต่ก็นั่นแหละเนอะ คนมันหล่อ เสื้อยืดกางเกงยีนพี่ก็หล่ออยู่ดี’ 

บางทีผู้ชายใส่สูทที่มันหมายถึง...อาจไม่ใช่ผมก็ได้

ความคิดเห็น