ฟ้าคราม ♥ เหมราช

สุภาพบุรุษแวมไพร์ ๐๗ [ 100 % ]

ชื่อตอน : สุภาพบุรุษแวมไพร์ ๐๗ [ 100 % ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 12 มิ.ย. 2559 20:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สุภาพบุรุษแวมไพร์ ๐๗ [ 100 % ]
แบบอักษร

Blue Blood สุภาพบุรุษแวมไพร์

 

 

๐๗

 

 

 

 

 

 

 

ลึกเข้าไปในป่าทางตอนใต้หลายร้อยไมล์ ณ สถานที่ซึ่งถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ต้นใหญ่หลายร้อยชนิด กำแพงธรรมชาติสูงตระหง่านแข่งกันราวหลายหมื่นต้น เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของฝูงหมาป่าขนาดใหญ่ โดยมีผู้นำฝูงซึ่งเป็นที่เคารพยกย่องชื่อว่า ขุนเขา คอยดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของลูกน้องในฝูง

            เพราะเหตุการณ์ Full moon night เพิ่งจะผ่านไปยังไม่ถึงสัปดาห์ การเตรียมกำลังเพื่อให้พร้อมรอรับมือกับพวกแวมไพร์จึงเป็นสิ่งที่ขุนเขาจะประมาทไม่ได้ ด้วยความที่ตัวเขาเองก็เพิ่งบุกไปยังพระราชวังของพวกมันเพื่อชิงตัวไมยเวทย์มาเป็นเชลยสำหรับใช้ต่อรองเรื่องบาดหมางในอดีตกับเจ้าชายเหมราช ดังนั้นเขาต้องยิ่งคอยระแวดระวังและจับตาดูเชลยคนพิเศษคนนี้ด้วยตาตัวเอง

ซุ้มเล็กของเชลยซึ่งถูกจับตัวมาตามแผนการที่ตัวตั้งตัวตีอย่างขุนเขาสั่งให้น้องชายเป็นคนคิดวางกลยุทธ์ จากตอนแรกที่มีเพียงไมยเวทย์กำลังนอนสะลึมสะลือตาปรือใกล้ปิดเพราะโดนพิษบาดแผลจากคมเขี้ยวของหมาป่าเข้าเล่นงาน ทว่าตอนนี้กลับมีขุนเขาเข้ามาอยู่ร่วมในซุ้มเล็กด้วยอีกคน

และทันทีที่เห็นเงาตะคุ่มและกลิ่นสาบอันเป็นเอกลักษณ์ของพวกหมาป่าโชยแตะจมูก ไมยเวทย์ที่ยังอยู่ในอาการบาดเจ็บก็ค่อยๆ หยัดกายขึ้นด้วยรู้ดีว่าผู้ชายที่บุกเข้ามาในซุ้มเชลยยามวิกาลนั้นเป็นใคร

นอนพักเถอะ ฉันก็แค่แวะมาดูให้แน่ใจเท่านั้น” 

ขุนเขาเดินตรงไปหาไมยเวทย์พร้อมทั้งหยุดมองบาดแผลคมเขี้ยวของน้องชายที่กัดฝังเข้าไปในผิวขาวซีดเซียวจนอดนึกสงสารแวมไพร์ผู้โชคร้ายตรงหน้าไม่ได้ ดูท่าว่าพิษของพวกหมาป่าอย่างพวกเขาคงจะร้ายใช่เล่น ไม่อย่างนั้นไมยเวทย์ที่เข้มแข็งและเป็นกองกำลังหลักของพวกแวมไพร์ คงไม่ตกอยู่ในสภาพเหมือนพวกหมาจนตรอกขนาดนี้

 

กลับไปซะ”

“อย่าทำตัวใจร้ายกับฉันนักเลย ฉันเองก็แค่เข้ามาดูว่าแวมไพร์ที่ถูกฉันจับตัวมาใช่นายจริงๆ หรือเปล่า ก็เท่านั้น”

ก็เห็นแล้วนี่ เพราะฉะนั้นช่วยออกไปได้แล้ว”

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น”

“...”

ไมยเวทย์เงียบไปและใช้แววตาแดงฉานเต็มไปด้วยคำสบถแช่งตอบกลับขุนเขาไปแทน แม้ว่าสถานะที่เป็นอยู่จะเป็นแค่เชลยของพวกหมาป่า แต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้แวมไพร์ผู้สูงศักดิ์รู้สึกหวั่นเกรง ถึงรู้ดีอยู่เต็มอกว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ในพระราชวังที่จะมาออกปากสั่งการอะไรก็ได้ตามใจ แต่ความหยิ่งและทะนงตัวในศักดิ์ศรีก็ทำให้ไมยเวทย์เชิดหน้าขึ้นอย่างสง่าผ่าเผย ด้วยไม่ต้องการตกเป็นไก่รองบ่อน ให้ขุนเขาได้หัวเราะเยาะลับหลังเล่น

ไม่เอาน่าไมยเวทย์ นี่นายยังโกรธฉันอยู่อีกเหรอ เรื่องนั้นมันก็ผ่านมานานแล้วนะ” 

ฉันไม่ได้โกรธ และไม่เคยโกรธอะไรนาย” เจ้าของเสียงหยาบกระด้างรีบเอ่ยค้านถึงสิ่งที่เพิ่งโดนกล่าวหา ด้วยกลัวว่าศัตรูตัวฉกาจซึ่งเขารู้จักเป็นอย่างดีจะคิดเข้าข้างตัวเองไปมากกว่านี้ “อย่าหลงตัวเองว่าฉันจะต้องมารู้สึกอะไรกับการกระทำของนายอีก เพราะตอนนี้นายไม่ได้มีความสำคัญกับฉันอีกแล้ว” 

พูดอย่างนี้แสดงว่าอย่างน้อยๆ ฉันก็เคยสำคัญ”

ใช่” ไมยเวทย์พยักหน้ารับและจงใจพูดปิดท้ายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน หมายจะให้ขุนเขาหน้าเจื่อนเพราะสูญเสียความมั่นใจ แต่...ก็แค่เคย จริงไหม?

สิ้นคำเฉลยนั้น หัวคิ้วหนาของขุนเขาขมวดมุ่นจนจะผูกเป็นปม หมาป่าหนุ่มรูปหล่ออดไม่ได้ที่จะตีสีหน้าเซ็งๆ ก่อนจะเอ่ยโต้ตอบไมยเวทย์ที่ดูมั่นใจนักหนากลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ อย่าทำแบบนี้เลยไมยเวทย์ อย่าชักสีหน้าใส่ฉัน เพราะยิ่งนายทำแบบนั้น มันก็ยิ่งทำให้ฉันทรมาน

ขุนเขาขอร้องอ้อนวอนด้วยสีหน้าแววตาที่ใครได้สบก็คงรู้สึกสงสาร ริมฝีปากบางเฉียบสีเฉียดคล้ำพูดต่ออย่างคนช่างสำบัดสำนวนทว่าเส้นเสียงกลับเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ตัดพ้อ 

อย่าทำเหมือนนายลืมเรื่องของเราไปแล้ว เพราะฉันยังจำได้ทุกๆ อย่าง” 

“...”

ทำไมล่ะไมยเวทย์ ทำไมต้องทำเหมือนคนแปลกหน้า ทั้งๆ ที่เราเคยเป็นของกันและกันมาก่อน” แววตาของขุนเขาเคลือบแฝงไปด้วยล้านความสงสัย ถึงจะเป็นหัวหน้าเผ่าหมาป่าและเฉลียวฉลาดรอบรู้ไปเสียทุกเรื่อง แต่เวลานี้ขุนเขากลับคิดไม่ออกเลยว่าทำไมเรื่องทุกอย่างมันถึงได้ลงเอยเอาอีหรอบนี้

แวมไพร์กับหมาป่า ไม่มีสิทธิ์จะรักกันอย่างนั้นเหรอ

ไม่ว่ายังไง เจ้าชายเหมราชก็จะมาช่วยฉัน” 

น้ำเสียงฟังดูเด็ดเดี่ยวและตัดขาดความสัมพันธ์ครั้งอดีตจากปากของไมยเวทย์ทำเอาขุนเขาไม่สามารถยืนอยู่กับที่ได้อีกต่อไป หมาป่าร่างสูงก้าวช่วงขายาวๆ ประเดี๋ยวเดียวก็ไปยืนตรงหน้าแคร่ไม้ซึ่งไมยเวทย์กำลังนั่งพัก ก่อนจะคุกเข่าลงและใช้สองแขนแกร่งโอบรัดท่อนขาเรียวยาวของแวมไพร์ปากร้ายไว้ เพื่อบ่งบอกเจตนาชัดเจนว่าต้องการฉุดรั้ง

ฉันรู้ว่ายังไงเจ้าชายของนายก็ต้องมาช่วย...” ปากพร่ำบอกเถึงสิ่งที่รู้ดีอยู่แก่ใจ แต่มือกลับยังคงขย้ำเนื้อนุ่มที่แสนคิดถึงไว้ไม่ปล่อย  

แต่ช่วยยืดเวลาต่อไปอีกหน่อยได้มั้ย ขอให้ฉันได้อยู่กับนายเพิ่มขึ้น อีกสักวินาทีหนึ่งก็ยังดี”

อย่า...

“...”

เรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้ นายก็รู้

ไมยเวทย์ตอบกลับอย่างไม่รักษาน้ำใจพร้อมทั้งกระถดเบียดขาสองข้างให้เสไปอีกด้าน จนสามารถหลุดพ้นจากบ่วงพันธนาการของขุนเขา ความน้อยอกน้อยใจปรากฏชัดในแววตาสีน้ำตาลอ่อน แต่ปล่อยให้ซุ้มเชลยตกอยู่ในบรรยากาศเงียบเชียบราวป่าสากเพียงชั่วอึดใจ เจ้าของนัยน์ตาคู่นั้นก็เป็นฝ่ายเริ่มตั้งคำถาม

ทำไมล่ะไมยเวทย์ นายรังเกียจสัมผัสของฉันอย่างนั้นเหรอ

ฉันไม่ได้รังเกียจ

“...”

นายก็รู้ว่าฉันไม่เคยรังเกียจนาย

ขุนเขาพยักหน้ารับและมีสีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อยกับคำตอบนั้น หมาป่าหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนที่มือหยาบกระด้างจะเอื้อมไปกดศีรษะของไมยเวทย์ให้แนบลงกับหน้าท้องแกร่งเปลือยเปล่า เขาลูบไล้เส้นผมยาวระต้นคอนุ่มลื่นราวเส้นไหมแผ่วเบาด้วยสัมผัสแสนอ่อนโยนเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการถึง และลามปามไปจนถึงบาดแผลที่ถูกกัดของไมย์เวทย์ แวมไพร์กับหมาป่าเป็นคู่ปรับกันมานาน ไม่แปลกที่วิวัฒนาการจะสามารถทำให้อีกฝ่ายปรับตัวรับสภาพได้ดี อีกไม่นานบาดแผลนี้ก็คงจะเป็นเพียงเนื้อนุ่มจางๆ หลงเหลือเพียงร่องรอยหลักฐาน ว่าครั้งหนึ่งเคยโดนกัดเพียงเท่านั้น เมื่อเห็นแบบนั้นขุนเขาจึงนึกเบาใจ และเอ่ยถามถึงบางสิ่งที่ยังค้างคาใจมาจนถึงตอนนี้

ก็ถ้าเรื่องมันเป็นอย่างที่นายว่า แบบนั้นก็ช่วยอธิบายให้ฉันฟังทีสิไมยเวทย์ ว่าปัญหาคาราคาซังทั้งหมดที่เราต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ต้นเหตุมันมาจากเรื่องอะไร

ไมยเวทย์ช้อนดวงหน้าเรียบตึงและยังคงดูเย่อหยิ่งสูงศักดิ์ขึ้นมองขุนเขา ก่อนจะจับฝ่ามือหยาบที่กำลังสางผมของเขาเล่นเอาไว้และออกแรงบีบแน่นเหมือนกำลังกลั้นใจกับสาเหตุที่ทำให้ต้องกลัดกลุ้มมาเนิ่นนาน

ที่ฉันรักนายไม่ได้ ไม่ใช่เพราะว่านายเป็นหมาป่า ไม่ใช่เพราะว่าฉันเป็นแวมไพร์ ไม่ใช่เพราะว่าฉันเป็นถึงคนของราชวงศ์ และนายเป็นเพียงหัวหน้าเผ่าหมาป่าฝูงหนึ่งในป่าทางตอนใต้

แถลงไขด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง ด้วยต้องการให้ขุนเขาเชื่อว่าสิ่งที่กำลังจะพูดต่อไปนี้เป็นความจริงทุกประการ แต่ที่ฉันรักนายไม่ได้ มันเป็นเพราะว่านาย...นายเป็นฆาตกร

“ฆาตกร?”

ใช่ นายฆ่าเด็กคนนั้น

นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนสั่นไหวเมื่อได้ยินคำสบประมาทของอดีตคนเคยรัก แม้ไม่อยากจะเชื่อว่าไมยเวทย์จะหลงเชื่อในคำครหานั้น แต่แค่ฟังจากน้ำเสียงที่อีกฝ่ายใช้อธิบายให้ฟังเมื่อครู่ ขุนเขาก็พอจับใจความได้ว่า ไมยเวทย์คงโดนเป่าหูให้เชื่อแบบนั้นจริงๆ

ไมยเวทย์

แต่เพราะนั่นไม่ใช่เรื่องน่าแปลก การที่หมาป่าจะโดนใส่ร้ายเพราะถูกกีดกันเรื่องรักจากแวมไพร์ ดูท่าจะเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผลแล้ว คงมีแวมไพร์อีกหลายตนที่ไม่เห็นด้วยกับความรักต่างเผ่าพันธุ์ครั้งนี้ ผู้นำหมาป่าอย่างขุนเขาจึงเลือกจะเก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจและเอ่ยเรียกชื่อคนรักด้วยน้ำเสียงซึ่งฟังดูผะแผ่วมากกว่าทุกที เมื่อเห็นนัยน์ตาสีแดงสวยราวกลีบกุหลาบแรกแย้มสบแน่วแน่อย่างรอคำตอบ จึงออกแรงบีบฝ่ามือของไมยเวทย์ไว้แน่นพร้อมกับจ้องลึกเข้าไปในแววตาคู่นั้น ราวกับต้องการจะเฉลยความจริงในอดีตที่ถูกเข้าใจผิดมาจนถึงปัจจุบัน และได้แต่หวังว่าถ้าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจอย่างที่ใครต่อใครพูดถึงได้จริงๆ ละก็ ขุนเขาก็คิดว่าไมยเวทย์คงจะรับรู้ถึงมันและเชื่อมั่นว่าสิ่งที่เขากำลังจะบอกต่อไปนี้ต่างหากคือความจริง

ไม่ว่านายจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ช่วยฟังในสิ่งที่ฉันจะพูดให้ดี

“...”

ถ้าเด็กคนนั้นที่นายหมายถึงคือปลายฟ้าละก็...ฉันไม่ได้ฆ่า

!!!

ปฏิกิริยาตื่นตระหนกของไมยเวทย์หลังจากได้ยินชื่อของบุคคลที่สามทำให้ขุนเขามั่นใจว่าเด็กคนนั้นที่อีกฝ่ายหมายถึงคือปลายฟ้าไม่ผิดแน่ และเพราะรู้ดีแก่ใจว่าเรื่องนี้ตัวเองบริสุทธิ์ หมาป่าหนุ่มรูปหล่อจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่าความจริงของเรื่องนี้ไม่ได้เป็นไปอย่างที่ถูกครหาไว้ในตอนแรก

 

ฉันไม่ใช่ฆาตกร

 

 

 

 

            สองเท้าเปลือยเปล่าของฟ้าครามออกวิ่งไปยังสวนกุหลาบหลังพระราชวัง

ทันใดนั้นเองผีเสื้อปีกสีน้ำเงินตัวเดิมก็บินมาเกาะยังดอกกุหลาบสีแดงสดงามสะพรั่งดอกหนึ่ง มันชูช่อผลิบานกลางดอกกุหลาบสีเดียวกันทว่าด้วยกิ่งก้านสาขาที่สูงชะลูด ทำให้กุหลาบดอกนั้นดูเด่นชัดกว่าดอกกุหลาบทั้งหมด ด้วยความฉงนสงสัยเคลือบแคลงใจ ฟ้าครามจึงค่อยๆ สาวเท้าเข้าไปใกล้ด้วยความไม่รีบเร่ง เพราะไม่อยากให้ผีเสื้อตื่นตกใจจนบินหนีเขาไปแบบคราวก่อน

เมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้า ฟ้าครามก็ลองยื่นมือออกไปหมายจะจับผีเสื้อปีกน้ำเงินซึ่งดูสวยและแปลกตาตัวนี้ ทว่าพอเขาเคลื่อนไหว ผีเสื้อสีน้ำเงินก็บินมาเกาะที่หลังมือของเขาพร้อมทั้งกระพือปีกที่มีลวดลายสวยสดงดงามของมันราวสองสามที ทันใดนั้นเองก็มีเสียงกระซิบดังไม่ไกลไปจากจุดที่ฟ้าครามยืนอยู่ แม้ตอนแรกจะไม่แน่ใจว่าเสียงนั้นกำลังพูดอะไร แต่เพราะมันดังขึ้นเรื่อยๆ และย้ำชัดอยู่นาน จนในที่สุดฟ้าครามก็จับใจความได้ว่ามันต้องการสื่อสารอะไร

ปลายฟ้า

ปลายฟ้า

ปลายฟ้า

            เฮือกกก!

            ฟ้าครามสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ในขณะที่ยกมือน้อยขึ้นกุมหน้าอก หูก็ยังได้ยินน้ำเสียงคุ้นเคยนั้นเรียกว่าปลายฟ้าไม่หยุด พอเบนสายตากวาดมองไปอีกฝั่ง ถึงได้รู้ตัวว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญเข้ามาอยู่ในห้องนอนของเขายามวิกาลเช่นนี้

            “คุณ!

            “...”

“นะ ไหนพี่สาวบอกว่าคุณมีแขกไง ละ แล้วทำไมถึงได้เข้ามาอยู่ในห้องของผมได้”

            เสียงใสยังคงสั่นเครือเพราะเจ้าของรู้สึกตื่นตระหนก ตื่นจากฝันประหลาดได้ไม่ทันไร ก็ได้พบหน้าเจ้าชายแวมไพร์ที่ส่งยิ้มเย็นเยียบมาให้ราวกับตอนนี้อีกฝ่ายกำลังวางแผนร้ายอะไรสักอย่างไว้ในใจ

            “ต่อปากต่อคำได้ดีแบบนี้ เห็นทีว่ายานั่นคงยังไม่ออกฤทธิ์”

            “ยา? ยาอะไร”

            “นี่ป่านทองยังไม่ได้บอกนายหรอกเหรอ เรื่องฤทธิ์ของยาสีดำที่นายได้ดื่มเป็นประจำ กับเรื่องที่นาย...”

            “...”

            “ต้องมีทายาทเพื่อสืบราชวงศ์ของเรา”

            คำเฉลยที่ไม่รู้ว่าล้อเล่นหรือเอาจริงของเหมราช ทำเอาฟ้าครามกระถดตัวถอยจนหลังชนหัวเตียงโดยอัตโนมัติ เปลือกตากลมกะพริบปริบจ้องมองเหมราชด้วยความระแวดระวัง แต่ดูเหมือนจะลืมไปชั่วขณะ ว่าเจ้าชายแวมไพร์ตรงหน้ามีความสามารถพิเศษเป็นการสะกดจิตติดตัว เพียงแค่รับรู้ว่าฟ้าครามต้องการต่อต้าน ร่างกายที่เตรียมจะพยศก็แน่นิ่งราวกับกำลังถูกแช่แข็ง ยิ่งเห็นเหมราชสืบเท้าเข้ามาใกล้ ฟ้าครามก็ยิ่งไหวสะท้าน

            อย่าทำแบบนี้ คุณกำลังจะทำให้ผมเจ็บ” รีบชิงพูดคัดค้านตอนที่ยังหาเสียงตัวเองเจอ เพราะรู้ดีว่าเหมราชต้องการกระทำเอาแต่ใจเหมือนเช่นไม่กี่คืนก่อนหน้านี้ 

“ไม่เจ็บหรอก ไม่ใกล้เคียงกับคำว่าทรมานเลยด้วยซ้ำ”

เอ่ยจบเหมราชก็ฉุดรั้งร่างของฟ้าครามให้ลงมานอนราบ แม้จะโดนเสียงห้ามปรามว่า ไม่เอา แต่เจ้าชายแวมไพร์ก็สามารถสะกดกลั้นเสียงบริภาษนั้นให้สงบลงได้ด้วยริมฝีปากเย็นเยียบ จัดการมอบจุมพิตร้อนแรงปิดปากคนช่างพยศด้วยหมายหมั้นให้อีกฝ่ายคล้อยตามความรู้สึกวูบไหว

อื้อออ!

เหมือนในที่สุดความพยายามของเหมราชจะประสบผลสำเร็จ เพราะริมฝีปากของฟ้าครามก็ยอมเผยอขึ้นรับจูบที่แทรกแซงเข้าลิดรอนลมหายใจ ทว่ามันก็แค่เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่เผลอไผลเคลิบเคลิ้ม เพราะจู่ๆ กำปั้นหนักๆ ของฟ้าครามก็ทุบตรงแผงอกกำยำและคอยแต่จะดันเหมราชให้ออกห่าง เหมราชไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้าสาเหตุเป็นเพราะเรื่องจูบล่ะก็มันไม่น่าจะเป็นไปได้เลย

เพราะจูบของเขาไม่มีที่ติ...มันไม่เคยมีที่ติ

ทำไม?” เจ้าชายแวมไพร์ยอมเป็นฝ่ายถอนจูบออกทั้งที่ยังเสียดาย ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความขุ่นเคือง

ผะ...ผมหายใจไม่ทัน

คำตอบน่ารักของฟ้าครามทำเอาเหมราชถึงกับต้องขบเม้มริมฝีปากของตัวเองเบาๆ เมื่อเห็นดวงหน้าน่ารักขึ้นสีและไอร้อนประหลาดที่แผ่ขจรขจายไปทั่วบริเวณ มือที่อยู่เป็นสุขได้แค่ครู่เดียวของเหมราชก็เริ่มยุ่มย่ามกับกางเกงที่ฟ้าครามกำลังสวมใส่

“นี่! หยุดเลยนะ คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่ ทำไมต้องทำกับผมแบบนี้

“เราต้องการฝังลูกเข้าไปในตัวนาย ถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วจะมีลูกกับนายได้ยังไงกัน?”

“คุณนี่มัน เดี๋ยวก่อน! คุณกำลังเข้าใจผิดอยู่นะ ผม...ผมไม่ใช่ผู้หญิง ผมคงมีทายาทให้คุณไม่ได้ เพราะฉะนั้นทำแบบนี้ไปยังไงก็สูญเปล่า”

“เราไม่ได้เข้าใจอะไรผิด เพราะเราเองก็ไม่ใช่มนุษย์”

“...” 

“ฟู่วววว”

เห็นอีกฝ่ายเงียบไป เหมราชจึงใช้ลมร้อนจากปากเป่าพัดหน้าผากมนจนผมม้าสีน้ำตาลที่ปรกหน้าของฟ้าครามปลิวไสว และเรียกร้องให้คนตรงหน้าเงยหน้าขึ้นมองด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเย็นชาทว่าฟังดูอบอุ่นกว่าทุกที

ฟ้าคราม

น้ำเสียงที่ฟังดูหวานผิดปกติของเหมราชทำให้ฟ้าครามยอมเปิดเปลือกตาขึ้น เป็นตอนนั้นเองที่นัยน์ตาสั่นระริกของฟ้าครามค่อยๆ เคลื่อนสบเข้ากับนัยน์ตาสีน้ำเงินคู่สวยของเหมราชเข้าอย่างจัง ก่อนจะค้นพบว่ามันหวานเชื่อมเสียจนทนมองนานไม่ได้ สุดท้ายก็เป็นฝ่ายต้องเบือนหน้าหลบหลีกอย่างเอียงอาย แต่แค่คิดจะหนี ปลายคางมนก็ถูกเชยขึ้นด้วยฝ่ามือเย็นเฉียบที่รังแต่จะเรียกร้องให้เขาหันมามองอยู่อย่างนั้น

จังหวะที่นัยน์ตาสองคู่กลับมาสอดประสาน ริมฝีปากก็เคลื่อนเข้ามาแนบชิด เพราะคิดถึงสัมผัสของคนคนนี้ สุดท้ายจึงยอมเปิดทางให้เกลียวลิ้นที่ไม่ใช่ของตนเข้ามาในโพรงปากอย่างใจดี ทำตัวน่ารักด้วยการใช้ปลายลิ้นโต้ตอบสัมผัสที่ทำให้ใบหน้าร้อนผ่าวอย่างงกๆ เงิ่นๆ ตอนนี้ตุ่มรับรสบนปลายลิ้นฉ่ำรับรู้ได้ถึงความหวาน ถึงแม้สิ่งที่เหมราชหยิบยื่นให้จะเป็นเพียงของเหลวใสที่เรียกว่าน้ำลายซึ่งโดยปกติจะไม่ออกรสชาติก็ตาม

ความหอมหวานราวกับน้ำตาลเคลือบยาพิษทำให้ฟ้าครามปรือตาลงอย่างช้าๆ ก่อนจะกลายเป็นปิดสนิท เรียวแขนเล็กเผลอเอื้อมไปคล้องคอเหมราชไว้อย่างต้องการหาที่พึ่งทางใจ มึนงงไปหมด กลายเป็นคนหัวอ่อนเดินตามเกมที่เหมราชขีดเส้นทางให้ แม้ก่อนหน้านี้จะนึกประท้วงอยู่ในใจก็ตามที

อื้มมมม

เสียงแลกน้ำลายประกอบกับเสียงอื้ออึงที่ครางแผ่ว สติสัมปชัญญะของฟ้าครามกำลังหลุดลอยไปไกล ถ้าส่องกระจกตอนนี้คงรับไม่ได้กับภาพที่สะท้อนออกมาเป็นแน่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยเลยที่จะยอมรับสัมผัสของเจ้าชายแวมไพร์ตรงหน้าแท้ๆ แต่คราวนี้กลับรู้สึกตรงกันข้าม เพราะแม้จะไม่ต้องพึ่งเวทมนตร์ แม้จะไม่ต้องใช้การสะกดจิตเข้าช่วย แม้ฟ้าครามจะรู้สึกตัว รับรู้ถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังกระทำ แต่ใจดวงน้อยกลับเลือกจะเว้นที่ว่าง

ที่ว่าง...ที่รอให้แวมไพร์อย่างเหมราชเข้ามาเติมเต็ม

ฟ้าครามขบเม้มริมฝีปากบวมเจ่อและกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อเหมราชยอมผละริมฝีปากออกไป ก่อนจะปรือตาขึ้นช้าๆ มองไปตรงหน้าทั้งที่ใบหน้ายังเห่อร้อนไปหมด นัยน์ตาของฟ้าครามหวานฉ่ำคล้ายคนมีแอลกอฮอล์ไหลเวียนในกระแสเลือด ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ได้ซดเหล้าเข้าปากเลยสักหยด ผลพวงทั้งหมดคงมาจากจูบเมื่อครู่ที่ทำให้หัวใจอ่อนยวบแถมเต้นไม่เป็นส่ำ ดวงตากลมโตจ้องมองเหมราชด้วยความรู้สึกหลายๆ อย่างรวมกัน

ทั้งเขม่นดุเพื่อห้ามปรามการกระทำ

และทั้งเรียกร้องขอความรักจากอีกฝ่ายโดยที่ตัวเองก็ไม่ทันรู้ตัว

ฟ้าคราม

“...” เสียงเรียกชื่อย้ำชัดดังขึ้นอีกครั้งทำเอาแก้วตาของคนตัวน้อยสั่นไหว เป็นครั้งที่สองที่ฟ้าครามได้ยินเหมราชเรียกชื่อเต็มๆ ของเขาแบบนี้ เพราะถูกปฏิบัติให้มีตัวตนไม่ใช่แค่อากาศเหมือนทุกครั้ง จึงช้อนสายตาขึ้นมองแล้วรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรอย่างใจจดจ่อ

“นายจะมีลูกให้เราได้มั้ย”

คำร้องขอที่ฟังดูแปลกประหลาดและแม้ยังไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์เช่นนั้นจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ทว่าไม่นานนักคำถามที่ไม่ได้รับคำตอบในตอนแรก ก็กลายเป็นเพียงการพยักหน้ารับช้าๆ อย่างลืมสิ้นทิฐิของผู้ตอบ ตอนนี้สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายรับรู้เพียงสัมผัสจากฝ่ามือของเหมราชที่กำลังเข้ารุ่มร่ามอยู่ตรงกางเกงตัวเล็กอีกครั้ง ถึงคราวนี้จะทั้งถูกปลดตะขอหรือรูดซิปลง ทว่าเจ้าของก็ไม่ได้ขัดขืนหรือเอ่ยปากห้าม เมื่อได้รับความร่วมมือ ใช้เวลาไม่นานนัก...ในที่สุดกางเกงเจ้าปัญหาก็ถูกถอดลงไปกองอยู่บนพื้น

อ๊ะ!”

ซุ่มเสียงพร่าครางหลง เมื่อปลายนิ้วเย็นของเหมราชสัมผัสเข้ากับส่วนอ่อนไหวโดยไร้ซึ่งอาภรณ์กั้น น้ำสีใสเยิ้มออกจากส่วนปลายโค้งมนที่ถูกเหมราชใช้นิ้วไล้วนไปมา ฟ้าครามกัดปากอย่างสะกดกลั้นเสียงร้อง อับอายจนต้องซบหน้าลงกับไหล่กว้างของเหมราชไว้ เพราะรู้สึกดี...จึงยอมหลับหูหลับตาให้เหมราชรูดปลายนิ้วขึ้นลงบนส่วนอ่อนไหวที่เริ่มตื่นตัว  และเพราะยิ่งเหมราชเร่งจังหวะก็ยิ่งรู้สึกเสียวเสียด เสียงสูดปากสูดคอถึงได้ดังระงมไปทั่วทั้งห้อง กลิ่นควันของห้วงเสน่ห์กามารมณ์ที่โดนเจ้าชายเย็นชาปลุกปั้น ค่อยๆ ลอยคละคลุ้งตลบอบอวลแทนออกซิเจนที่มนุษย์อย่างเขาใช้หายใจ

อื้อ! เบา เบาๆ” ฟ้าครามอ้อนวอนเสียงพร่าอย่างน่ารักแล้วดันตัวของเหมราชออกเพื่อเป็นสัญญาณขอพักหายใจหายคอ แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันกลับกัน เพราะยิ่งเจ้าตัวทำแบบนั้น ก็ยิ่งทำให้เหมราชนึกสนุกอยากแกล้งมากขึ้นไปอีก แม้จะสงสารที่ตอนนี้อีกฝ่ายเนื้อตัวร้อนผ่าวเพราะพิษรักที่มอบให้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังเอื้อนเอ่ยเรียกชื่อเป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายระวังตัวก่อนจะกระทำการเอาแต่ใจ

มันจะเจ็บหน่อยนะ

“อ๊ะ อื้อ!

คนถูกกระทำสะดุ้งตัวโยน เพราะจู่ๆ ก็โดนคมเขี้ยวของเหมราชฝังลึกลงไปในลำคอขาว แถมยังเป็นตำแหน่งเดียวกับรอยแผลเป็นที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด มันเจ็บแปลบเสียจนเขาต้องใช้มือจิกไหล่ของเหมราชเอาไว้ เหมือนวิญญาณกำลังหลุดออกจากร่าง เนื้อตัวคล้ายจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เพียงเพราะความเจ็บปวดที่ได้รับในตอนนี้ ฟันเขี้ยวเล็กๆ ขบริมฝีปากล่างไว้แน่นอย่างอดกลั้นความทรมาน แก้วหูได้ยินเสียงเหมราชสูดปากบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังดื่มเลือดของตน

อ๊ะ!”

ฟ้าครามครวญครางออกมาเบาๆ จงใจประท้วงน้อยๆ เพื่อบอกให้เหมราชถอดถอนคมเขี้ยวออกก่อนที่เลือดของเขาจะหมดตัว

ไหนอีกฝ่ายบอกว่าเป็นมังสวิรัติยังไงล่ะ แล้วที่มาทำแบบนี้กับเขา มันหมายความว่ายังไงกัน

หวาน...เหมราชผละออกจากต้นคอขาวเนียนซึ่งมีเพียงรอยตำหนิเป็นแผลเป็นจางๆ ที่ดูคล้ายรอยเขี้ยว นัยน์ตาฉ่ำเยิ้มสีน้ำเงินเปี่ยมล้นไปด้วยไฟเสน่หาจ้องมองรอยที่เขาเพิ่งกัดทับไปอย่างหลงใหล ก่อนจะก้มหน้าลงไปประทับจูบแผ่วเบาลงบนแผลสดใหม่ที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของเขาเอง

            “ทำไมเลือดของนายถึงได้รสชาติหวานขนาดนี้

คำถามของเหมราชทำให้ฟ้าครามผุดลุกขึ้นนั่งจนหลังพิงกับหัวเตียง และพลอยหลุบสายตาลงต่ำเพราะไม่มีคำตอบจะให้ แต่ไม่รู้ว่าคิดผิดหรือเปล่าที่ทำแบบนั้น เพราะทันทีที่เปลี่ยนทัศนียภาพ ใบหน้าขาวจัดก็ต้องแดงซ่านถึงใบหู ภาพตรงหน้าที่ฟ้าครามได้เห็นก็คือภาพฝ่ามือของเหมราชกำลังเคลื่อนปลดกางเกงลง แล้วจากนั้นไม่นานก็คว้าส่วนที่ขยับขยายอยู่ใต้นั้นให้ออกมาสู้กับสภาพอากาศ

เพราะขนาดความใหญ่โตที่ได้เห็นเต็มๆ ตา ทำให้ฟ้าครามจำต้องเสมองไปทางอื่น อับอายจนไม่เป็นตัวของตัวเอง แม้จะเคยเป็นของกันและกันมาแล้ว แต่การได้เห็นของเหมราชซึ่งเป็นผู้ชายด้วยกันอีกครั้ง มันก็ยังไม่ทำให้ฟ้าครามรู้สึกชินได้อยู่ดี

นี่...อ้าขาหน่อย

เจ้าของนัยน์ตากลมช้อนมองเหมราชอย่างอายๆ ถึงกระนั้นช่วงขาเรียวก็ยอมขยับเปิดทางอ้าหว่างขาออกให้เจ้าชายแวมไพร์ได้ยลเป็นขวัญตา ฟ้าครามหายใจเข้าออกรัวๆ เพราะรู้สึกตื่นเต้น จนหน้าอกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการเต้นของหัวใจ

อ้ากว้างๆ กว่านี้อีก

เหมราชออกคำสั่งพร้อมกับใช้มือเย็นจัดแจงช่วงขาของฟ้าครามให้อ้าออกอยู่ในองศาที่ตนเห็นสมควร เมื่อสมใจอยากจึงเอ่ยปากชมอีกฝ่ายเสียงหวิวอย่างนั้นแหละ...คนดี

ไม่พูดพร่ำทำเพลงเหมราชเริ่มบรรเลงสอดใส่นิ้วเรียวสวยลงไปทางช่องทางอ่อนนุ่มด้นหลัง ความตอดรัดทำให้เจ้าชายแวมไพร์เผลอยกยิ้ม จากหนึ่งนิ้วก็เพิ่มให้เป็นสองพร้อมทั้งควานเข้าออกไม่ยั้งพักราวกับกำลังทำการสำรวจร่างกายมนุษย์

อึกกก เจ็บ ยุ...หยุดแค่นี้ได้มั้ย อื้อออออ

เสียงครางประท้วงทำให้เหมราชโน้มหน้าลงไปแลกลิ้นกับฟ้าครามอีกครั้งเพื่อหลอกล่อให้อีกฝ่ายสนใจในรสจูบ ก่อนจะดึงนิ้วทั้งสามที่สาละวนเบิกทางรักออก แล้วฉุดร่างฟ้าครามให้ยืนขึ้นบนเตียง นัวเนียช่วงบนได้สักพัก ก็จัดการช้อนขาพับทั้งสองข้างไว้ด้วยกำลังแขนที่เรี่ยวแรงดีผิดกับแวมไพร์ทั่วไป ก่อนจะเริ่มส่อเสียดความเป็นชายของตัวเองถูไถวนรอบปากทางร้อนที่ทำการปรนเปรอไปก่อนหน้านี้

ในขณะที่แลกลิ้นอย่างออกรสชาติและมั่นใจว่าฟ้าครามในตอนนี้พร้อมที่สุดแล้ว เหมราชจึงค่อยๆ ยัดเยียดของร้อนขนาดใหญ่เข้าไปในช่องทางคับแน่น แม้จะเป็นเพียงแค่ส่วนปลายที่ลอดผ่านเข้าไปในนั้น ทว่าก็ทำให้ฟ้าครามเบือนหน้าหนีรสจูบร้อนแรงและร้องออกมาด้วยความเจ็บ

            “อ๊า ผะ...ผมเจ็บ อื๊อออ

            “ชู่วววว

            “อะ...อื้อออ! เจ็บ! มันเจ็บ

ยังไม่ทันที่จะได้ฟังเสียงตอบโต้อะไรมากกว่านั้น เหมราชก็ดันส่วนที่เหลือเข้าไปจนสุดลำ กดแช่อยู่อย่างนั้นด้วยรอเวลาให้ช่องทางร่วมรักปรับตัวบีบรัด พร้อมทั้งจูบขมับเป็นเชิงปลอบขวัญและให้กำลังใจคนรองรับอารมณ์ใคร่ซ้ำๆ ก่อนจะเริ่มเขยื้อนตัวเข้าออกโดยไม่ผ่อนปรนกำลัง

อื้อออ...คุณ พอแล้ว มะ...ไม่เอา อึก...อ๊า!

แพขนตางอนของฟ้าครามเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ตอนนี้ทั้งจุกเสียดและแน่นท้องไปหมด ท่วงท่าล่อแหลมที่ถูกเหมราชจัดแจงทำให้มันเสียวซ่านไปถึงไขสันหลัง ริมฝีปากเผยอขึ้นน้อยๆ และร้องครวญครางออกมาด้วยเสียงสั่นแหบพร่า เพราะเหมราชเล่นขยับส่วนนั้นเข้าออกถี่รวน ความเจ็บเลยทำให้เกร็งจัดเสียจนเผลอบีบตัวช่องทางด้านหลังแน่น พอยิ่งทำแบบนั้นก็เหมือนกับเป็นการตอดรัดแท่งร้อนซึ่งกำลังสอดใส่เข้ามา เลยกลายเป็นว่ายิ่งทำให้เหมราชได้ใจ

จังหวะที่ส่วนเชื่อมต่อกำลังโจนจ้วงอย่างไม่ปล่อยผ่าน เหมราชก็โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปมอบจูบให้ฟ้าครามอย่างแสนรัก ก่อนจะเดินตรงไปข้างหน้าจนแผ่นหลังของฟ้าครามติดกับกำแพง เพราะยังอยู่บนเตียงจึงเหมือนมีสปริงเด้งขึ้นเด้งลงด้านล่าง ทำให้ตอนนี้ฟ้าครามได้แต่หลับหูหลับตากอดคอของเหมราชไว้แน่นเพราะกลัวจะตก

อะ...อ๊า บะ...เบาๆ อื้อออ ผมไม่ไหว

เสียงหวานของฟ้าครามครวญครางขึ้นอีกครา แม้จะรู้สึกปลอดภัยด้วยมีที่ให้ได้เอนตัวพิงน้ำหนัก แต่ก็ยังไม่กล้าลืมตามองส่วนเชื่อมต่อด้านล่างที่ยังทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยม คางของฟ้าครามเกยลงบนช่วงไหล่แกร่งขอเหมราช ร่างทั้งร่างสั่นไหวไปตามแรงกระแทกและจังหวะท่วงท่าลีลาของการสอดใส่ เนิ่นนานที่สูดปากสูดคอด้วยน้ำหูน้ำตาพร้อมทั้งยอมเงยหน้าขึ้นสบตากับเหมราช ก่อนจะร้องขอความเห็นอกเห็นใจจากคนใจร้าย

คุณ...มะ...มันลึกไป อ๊า ผมจุก...อึก

แม้จะร้องบอกทั้งน้ำตา แต่แทนที่จะได้รับการผ่อนปรนกลับโดนจูบแสนหวานเข้าครอบงำที่ริมฝีปากแทน เกลียวลิ้นซึ่งช่ำชองของเหมราชเกี่ยวกระหวัดพัวพันกับลิ้นนุ่ม แถมยังบังคับให้แลบลิ้นเข้าไปในโพรงปากจนเกิดเสียงแลกน้ำลายดังต่อเนื่อง ฟ้าครามได้แต่หลับตาพริ้มลงอีกครั้ง เพราะยอมปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามอารมณ์และความต้องการของทั้งเหมราชและตัวเอง

ในขณะที่ส่วนนั้นของเหมราชยังคงกระแทกกระทั้นลงมาซ้ำๆ โดยไม่มีทีท่าว่าจะผ่อนปรน ช่วงขาของฟ้าครามเลยรู้สึกเกร็งจนชาไปหมด แต่ความเสียวซ่านที่ได้รับกลับทำให้เรื่องที่ควรจะรู้สึกเจ็บกลายเป็นรู้สึกดี

มันช่างเนิ่นนานที่เหมราชสอดใส่เข้ามาในตัวของเขาอยู่อย่างนั้น ช่างน่าอายที่คนออกแรงขยับกายพร้อมทั้งช้อนขาด้วยแขนแกร่งกลับไม่มีเหงื่อผุดขึ้นมาเลยสักหยด ผิดกับเขาที่เป็นฝ่ายโดนกระทำและอยู่นิ่งๆ แท้ๆ ทว่ากลับมีเหงื่อชื้นชโลมกาย

ไม่กี่นาทีถัดมาเหมราชก็ยอมปล่อยให้ริมฝีปากของเขาได้เป็นอิสระ ช่วงนาทีนั้นเองที่ฟ้าครามรู้สึกว่าร่างกายของตนได้รับการปลดปล่อย ทั้งที่ไม่ต้องใช้มือช่วยน้ำสีขาวก็ไหลเยิ้มออกมาจากส่วนปลายโค้งมนได้เอง และนั่นทำให้สบายตัวจนง่วงนอน ใบหน้าเริ่มเลื่อนเข้าหาไหล่ลาดของเหมราชก่อนจะเกยคางลงบนไหล่กว้างอีกครั้งอย่างหมดแรง

แขนเรียวคล้องคอเหมราชไว้แน่น เนื้อตัวสั่นไม่หยุดเพราะแรงกระแทกซ้ำๆ ที่ย้ำลงมาตรงช่องทางเดิม ร่างของฟ้าครามเริ่มนิ่งงันไม่ส่งเสียงร้องครางเพราะเหนื่อยอ่อน และในที่สุดก็เข้าสู่ภวังค์ของการหลับฝัน

 

ทั้งที่ส่วนเชื่อมต่อด้านล่างนั้น ยังไม่ได้แยกจากกันเลยสักครา

 

 

_____________________________________________

ตอนนี้เขียนไว้นานแล้ว

ภาษาที่ใช้อาจจะแปลกๆ และแปร่งๆ หลายจุดหน่อยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว