email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภูน้ำ ตอนที่ 12 : อาการมันเป็นยังไง

ชื่อตอน : ภูน้ำ ตอนที่ 12 : อาการมันเป็นยังไง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2563 03:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภูน้ำ ตอนที่ 12 : อาการมันเป็นยังไง
แบบอักษร

"ผม...ตกลงเป็นแฟนกับพี่ครับ" 

สุดท้ายผมก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับหัวใจของผมดวงนี้ แต่ถึงการเป็นแฟนในครั้งนี้ จะเพื่อพิสูจน์บางอย่าง ในความรู้สึกของพี่ภูวา สิ่งที่พี่เขาทำมันดูเหมือนว่าพี่เขาเอาเปรียบผมใช่ไหมครับ แต่ผมว่ามันก็ไม่ต่างจากผมมากนักหรอก ที่อาศัยจังหวะตรงนี้เอาเปรียบพี่เขาเหมือนกัน 

การเป็นแฟนในครั้งนี้มันก็ดีเหมือนกัน ผมจะได้ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจดวงนี้สักที ผมจะได้ไม่ต้องเก็บไปมโนคนเดียวอีกต่อไป ว่าถ้าพี่เขาทำแบบนู้นแบบนี้ให้ผมจะรู้สึกยังไง เพราะตอนนี้ผมมีพี่เขามาเป็นแฟนของผมแล้ว ผมหวังว่าพี่จะรู้ใจตัวเองเร็ว ๆ นะครับ 

"เออ ก็แค่นั้น ขอต้อนรับการเป็นแฟนของกูอย่างเป็นทางการ" ภูวาเอ่ยออกมาด้วยท่าทางนิ่ง ๆ 

"โดย การเป็นแฟนของกูในครั้งนี้ มึงจะต้องย้ายไปอยู่กับกู" 

แต่สิ่งที่ภูวาเอ่ยออกมาทำให้คนฟังอย่างน้ำนิ่งตาโตขึ้นมาทันที 

"ห๊ะ!" 

"ไม่ต้องห๊ะ ที่มึงฟังมันถูกแล้ว เพราะการเป็นแฟนกู มึงต้องอยู่กับกูในช่วงทุกเวลาที่ไม่มีเรียน เพราะกูเป็นคนติดแฟนมาก ถึงกูจะยังไม่ได้รู้สึกอะไรกับมึงไปมากกว่าความรู้สึกแปลก ๆ ของตัวกูเอง แต่มึงก็ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนของกู เพราะฉะนั้นจงอย่ามาหือกับกู เข้าใจไหม ไอ้เด็กเวร" 

ภูวายกมือของตนเองขึ้นไปแตะเหนียงใต้คางของน้ำนิ่ง จากนั้นจึงลูบเบา ๆ เพราะมันอดไม่ได้ที่จะต้องเอามือไปลูบ 'นี่กูเสพติดเหนียงของมันเหรอวะ หรือว่าที่กูรู้สึกแปลก ๆ กับมันเป็นเพราะเหนียง?' 

"ฮึ่ย ไม่ใช่หมาไม่ต้องมาลูบคาง เอะอะก็ลูบ ลูบขนาดนี้เอาไปเก็บไว้บ้านเลยไหม ลูบจนเลข มันจะออกมาอยู่แล้วเนี่ย" น้ำนิ่วพูดออกมาด้วยใบหน้านิ่งคิ้วขมวด 

"ทำไมผมไม่รู้มาก่อน" 

"ก็มึงไม่ถาม มึงจะรู้ไหม ถามอะไรโง่ ๆ นะมึง" 

"งั้นผมขอยกเลิกการเป็นแฟนพี่ตอนนี้ทันไหม" 

"ไม่ทันไอ้เด็กเวร เป็นแฟนกูแล้ว ถ้ากูไม่อนุญาตมึงห้ามหนีหายไปจากกู เพราะถ้ามึงหายไป กูจะเป็นคนไปตามมึงกลับมา จากนั้นมึงคงไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกแน่นอน" 

 

  

ภูวาพูดออกมาด้วยเสียงเย็น ๆ และสายตาที่จ้องเข้าไปในดวงตาของน้ำนิ่ง เพื่อส่งข้อความบางอย่างผ่านสายตา 

'มึงหมดสิทธิ์ที่จะหายไปจากกู ตั้งแต่มึงตอบรับเป็นแฟนของกูแล้ว' เป็นคำพูดที่มันดังขึ้นมาในใจของภูวา ด้วยความรู้สึกที่ออยากให้มันอยู่ ไม่อยากให้มันหายไปไหน 

ขนลุกฉิบหาย คิดถูกแล้วใช่ไหมไอ้น้ำเอ้ย เหมือนมึงเอาชีวิตมาแขวนไว้กับปลายเส้นด้ายยังไงยังงั้น 

"กะ…ก็ได้ผมย้ายไปอยู่กับพี่ก็ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะย้ายของเข้าไป พี่ช่วยแชร์โลมาให้ผมด้วยละกัน" น้ำนิ่งพูดพลางเก็บของยัดใส่กระเป๋า 

"ไม่" น้ำนิ่งนั้นเงยหน้าขึ้นมองภูวาด้วยความไม่เข้าใจ 

"ไม่ อะไรของพี่" 

"ไม่" 

"รู้แล้วว่าไม่ แล้วมันไม่อะไรกันเล่า พี่เข้าใจคำถามผมไหมเนี่ย" ผมรู้สึกเหมือนหัวผมมันจะมีไฟอุ่น ๆ โผล่ขึ้นมา หนหวยเด้ 

"เออ เข้าใจ ที่กูบอกว่าไม่ คือ ไม่ย้ายของเข้าไปพรุ่งนี้" 

"อ่าว แล้วจะให้ผมย้ายเข้าไปวันไหน" คำพูดของคนตรงหน้าที่เปล่งออกมา ทำให้คนฟังอย่างน้ำนิ่ง อดไม่ได้ที่จะต้องยกมือขึ้นมาเกาศรีษะของตนเองด้วยความ งง 

"มึงต้องย้ายเข้าไปวันนี้" 

"ห๊ะ" และนี่ก็คงเป็นอีกหนึ่ง 'ห๊ะ' ที่หลุดออกมาจากปากของผม เพราะพี่เขาพูดออกมาแต่ละอย่าง มันทำให้ผม ห๊ะ ทั้งหมด 

“กูไม่ชอบพูดซ้ำ” 

"รู้ว่าพี่ไม่ชอบพูดซ้ำ แต่…ยังไม่พร้อมเลย" นี่กูเพิ่งมีแฟนไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง กูก็ต้องหอบผ้าหอบผ่อนย้ายตามไปอยู่กับเขาแล้วเหรอ บัดสีที่สุด รับไม่ได้ 

“ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม ไป!” 

"ไปไหน" 

"กูจะพาไปเก็บของ" 

"เดี๋ยวสิพี่เดี๋ยว" คนตรงหน้าของผมไม่ได้พูดอะไรออกมานอกจากลากจูงกันแบบนี้ ฮือออ 

"เดี๋ยวก๊อนนนนนนนนน" 

 

  

  

หอพักจันทรา 

ห้อง 303 

คำว่าเดี๋ยวก่อนของผม มันไม่เคยมีอยู่จริง เพราะถ้ามีอยู่จริง พี่มันคงไม่บังคับขืนใจ ให้ผมมาอยู่ที่ห้องตัวเอง ในตอนนี้หรอก ผมทั้งขอร้องอ้อนวอนแทบจะกราบแทบเท้า ถามว่าพี่เขาสนใจไหมก็ไม่ แถมยังบอกให้ผมกราบลงมาอีก ไอ้คนใจทราม ไอ้คนจัญ ไอ้ค… 

ไอ้ค… "กูรู้ว่ามึงกำลังด่ากูอยู่ในใจ" กึก คำด่าทอ ที่กำลังจะออกมาอีกคำ ก็ต้องหยุกชะงักลง 

"ระ…รู้ไง ใครด่าพี่กันไม่มี๊" สายตาของน้ำนิ่งเลิ่กลั่กขึ้นมากะทันหัน 

"เหรอ อย่าคิดว่ากูไม่ได้ยินแล้วจะไม่รับรู้" 

ถ้าถามว่าผมรู้ได้ไง ก็คงต้องโทษหน้าของมัน ที่ฟ้องออกมา เวลามันคิดจะด่าผมหรือนินทาผมในใจ จมูกของมันจะบาน ริมฝีปากของมันจะเผยอ ออก เมื่อไหร่ที่ไอ้เด็กเวร มีอาการแบบนี้แสดงออกมา เมื่อนั้นมันกำลังต่อว่าผมอยู่ 

"พี่แม่งมั่ว พอ ๆ ไม่คุยกับพี่แล้ว ไปเก็บของดีกว่า" 

เมื่อคนตัวเล็กพูดจบ จึงหันไปไขประตูห้อง แล้วรีบเปิดประตูเข้าไป 'ฟู่ เกือบไปแล้วไหมล่ะ ไอ้น้ำ แต่พี่ภูวาเขารู้ไงได้ว่ากูนินทาเขาวะ ทั้ง ๆ ที่กูก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกไปเลยนี่หว่า ถึงจะคิดยังไง ก็คิดไม่ออก เอาเป็นว่าชั่งมันก่อนแล้วกัน' 

 

  

  

หลังจากที่น้ำนิ่งเดินเข้าไปในห้อง คนที่อยู่ข้างนอกได้แต่มองตามหลังของเด็กเวร ที่มันทำท่าทีเป็นเปลี่ยนเรื่อง เพื่อเอาตัวรอด ‘หึ ดื้อด้านสิ้นดี’ 

  

"ไม่คิด จะเชิญกูเข้าห้องหน่อยเหรอ" 

ระหว่างน้ำนิ่งกำลังเก็บของอย่างขะมักเขม้น ก็ต้องวางสิ่งของในมือ ที่กำลังเก็บลงกับพื้น เพราะการที่พี่เขาพูดออกมาแบบนั้น มันทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองด้วยความเอือมระอาและกรอกตามองบน 

"พี่มีขาไหม ถ้ามีก็เดินเข้ามาแค่นั้น พี่แม่งไร้สาระมาก คนเรากำลังเก็บของอยู่แท้ ๆ ไม่ไหว ไม่ไหวจริง ๆ" 

คนตัวเล็กบ่นงุ๊งงิ๊ง ๆ จนตอนนี้ภูวาเดินเข้ามาแล้ว ก็ยังไม่หยุดที่จะบ่น 

"พี่ภูวาพี่เขามาก็ช่วยถอดรองเท้าหน่อยจะได้ไหม ก่อนที่จะขึ้นนั่งบนเตียงแบบนั้น มันต้องลำบากผมอีก ที่ต้องมานั่งทำความสะอาดในสิ่งที่พี่ก่อไว้เนี่ย" 

"บ่นเก่งฉิบหาย นี่ถ้ามึงไปอยู่กับกู กูคงไม่โดนบ่นเช้าบ่นเย็นเลยเหรอวะ" 

"ก็ดูสิ่งที่พี่ทำสิ มันมีแต่เรื่องดีไหม มีแต่เรื่องที่ทำให้ผมต้องเหนื่อยเพิ่มเนี่ย" น้ำนิ่งก็ยังคงบ่นต่อไป แต่น่าแปลก คนที่รำคาญเสียงคนเวลามาพูดอะไรมาก ๆ อย่างภูวา แต่กลับนั่งฟังคนเป็นน้องบ่น โดยไม่มีท่าทีแสดงออกมาว่ารำคาญเลยแม้แต่นิด 

"แล้วน้ำใจน่ะมีไหม แทนที่จะมาช่วยกันเก็บ กับไปนั่งมองแบบนั้น มันจะเสร็จไหม ผมเหนื่อยแล้วนะ" คนตัวเล็กเอ่ยออกมาด้วยใบหน้ามุ่ย ๆ เพราะตอนนี้ผมเหนื่อยมากจริง ๆ เก็บของคนเดียวจนหัวหมุน ส่วนคนที่บังคับให้ไปอยู่ด้วยกัน ไม่แม้แต่จะชายตามองเลยสักนิด 

"เออ ๆ เรื่องมาก เก็บคนเดียวมันจะตายรึไง นิดหน่อยก็หน้ามุ่ยหน้างอ กูอยากจะตบให้หายสักทีจริง ๆ" ภูวาว่าออกไปด้วยน้ำเสียงติดดุ ถึงแม้จะพูดออกไปแบบนั้น ก็ลงไปช่วยน้ำนิ่งเก็บอยู่ดี 

ในขณะที่คนทั้งคู่กำลังเก็บของกันอย่างจริงจัง โดยไม่มีอะไรกั้น แต่เมื่อคนมาใหม่มาพบ ก็ต้องตกใจที่เห็นเพื่อนของตนเองกำลังเก็บเสื้อผ้า 

"ชะ…เชี่ย ไอ้น้ำมึงเก็บของทำไมวะ มึงมานี่เลย" 

 

  

ไมโลผู้เพิ่งกลับมาจากข้างนอก หลังจากเมื่อคืนไม่ได้กลับมานอนหอ เอ่ยถามเพื่อนรักของตนเองออกไป ด้วยความตื่นตระหนก โดยมองไม่เห็นคนอีกคน ที่นั่งอยู่ในห้องนั้น จึงทำให้ภูวานั่งเงียบและส่งตาตาเย็น ๆ กับไปให้ไอ้คนมาใหม่ ที่จู่ ๆ มันก็มาลากไอ้เด็กเวรออกไปคุยกันตรงระเบียง 'เคยเห็นหัวกูบ้างไหม กูเหมือนถังขยะรึไง ถึงมองไม่เห็นกู!' 

"มึงจะไปไหน เก็บของทำไม" 

"คือ…กู" จะเอายังไงดีวะ บอกไม่บอกดี บอกไปผมจะต้องโดนล้อแน่นอน เพราะเมื่อไม่กี่วันผมยังบอกไม่ชอบพี่มันเพราะเจ้าชู้อยู่เลย แต่พอมาในวันนี้ผมกลับเป็นแฟนกับพี่เขาแล้ว 

"คืออะไรจะพูดก็พูดมา อึกอักอยู่นั่น" มันต้องมีอะไรแน่นอน ที่ทำให้ไอ้น้ำเพื่อนของผมมีท่าทางแบบนี้ 

เอาวะ บอกก็บอก "ถ้ากูบอกไปมึงต้องสัญญาว่าจะไม่ล้อกู" 

"เออ ๆ สัญญา" ปากบอกสัญญา แต่หารู้ไม่ข้างหลังของไมโลอิบไว้อยู่ 

"คืองี้นะมึง พี่ภูวาเขา เขา เขา เขา" 

  

การที่น้ำนิ่งเอ่ยคำว่าเขาออกมาติด ๆ กันหลายครั้ง ทำให้ความอยากรู้ของไมโลยิ่งทวีคูณ 

"โว้ย เขาอะไร มึงมัวแต่เขา เขา แล้วกูจะรู้เรื่องไหมวันนี้" 

"คือ...เขาขอกูเป็นแฟน" น้ำนิ่งเอ่ยออกไปด้วยใบหน้าแดงกล่ำ เพียงแค่นึกถึงโมเมนต์การขอเป็นแฟนของภูวา 

"เออก็แค่นั… ห๊ะ มึงว่าอะไรนะ" ไมโลแสดงอาการตาโตออกมา เพราะไม่เชื่อว่าสิ่งได้ยินมันจะเป็นเรื่องจริง 

"กูบอกว่า พี่เขาขอกูเป็นแฟน" 

"เยส ดีใจด้วยเพื่อน กูดีใจด้วย ดีใจด้วยยยยยยยย ในที่สุดคู่ชิปของผมก็กลายเป็นคู่จริงแล้ว" 

ผมว่าผมคงเป็นชิปเปอร์มือฉมังแน่นอน เพราะผมเพิ่งมาชิปคู่พี่ภูวากับมันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็เป็นแฟนกัน นิพพาน นิพพานจริง ๆ เมื่อสำเร็จแบบนี้ผมลองชิปผมกับพี่ธ...แฮ่ม ๆ บ้างดีไหม เผื่อผมจะได้ตกพี่คนนั้นมาเป็นแฟนบ้าง มีหวัง ๆ ไมโลคนนี้มีหวัง ในเมื่อปั้นไอ้น้ำได้ มึงก็สามารถปั้นตัวเองได้เหมือนกัน 

"ใจเย็น ๆ ไอ้ไม มึงจะตะโกนให้เขาเปิดระเบียงออกมาด่ามึงรึไง" ผมไม่เข้าใจ อะไรที่ทำให้มันดีใจเกิดเหตุ อย่างกับมันไปเป็นแฟนพี่เขาเอง 

"มันเย็นไม่ไหวแล้วว่ะ ไอ้น้ำเพื่อนรัก ขอกอดหน่อย" น้ำนิ่งยังไม่ทันได้ตกลงอะไร ไมโลก็คว้าคนตรงหน้าเข้าไปไว้ในอ้อมกอด จากนั้นจึงลูบหัวเพื่อนรักเบา ๆ 

"มึงทำดีมากไอ้น้ำ ทำดี" 

"ดีอะไร ของมึง ปล่อยกูได้แล้ว" คนตัวเล็กพยายามดันเพื่อนตัวเองออกไป แต่กว่าจะออกมาได้ก็เหนื่อยเหมือนกัน 

"ก็ทำดี ที่มึงเป็นแฟนกับพี่เขาไง" 

"เหรอ มันจะดีจริง ๆ ใช่ไหม" ไมโลที่เห็นเพื่อนถามออกมาด้วยอาการหงอย ๆ ก็ต้องรู้สึกแปลกใจ ว่าทำไมการเป็นแฟนกับคนที่มันปลื้ม ถึงไม่ดีใจ 

"เป็นอะไรรึเปล่า" 

"ไม่เป็นอะไร ไม่เป็นอะไรหรอก ฮ่า ๆ" 

"ไม่ต้องมาทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อน เป็นอะไรไหนเล่า" มันจะรู้ตัวไหม ว่าคำพูดกับสีหน้าของมันโครตจะสวนทางกัน 

"คือ ที่พี่ภูวาขอกูเป็นแฟน เขาไม่ได้ชอบกูหรอก พี่ภูวาแค่ขอให้กูช่วยเข้าไปคบกับเขา เพื่อให้เขาเข้าใจในความรู้สึกแปลก ๆ ที่พี่ภูวามีต่อกู" 

อืม เข้าใจได้ พอจะเข้าใจในสิ่งที่มันกังวลใจ 

"แต่อย่างน้อยมันก็ดีไม่ใช่เหรอวะ หืม" พอไมโลพูดคำนี้ออกมา น้ำนิ่งจึงเงยหน้าขึ้นไปสบตากับไมโล 

"มึงลองคิดดูนะ การที่พี่เขาเอ่ยปากขอมึงออกมา พี่เขาต้องมีไรในใจของเขาอยู่แล้วไหม มึงรู้รึเปล่าหัวใจคนเรามันไม่ทำตามคำสั่งใครหรอกนะ ถ้าเกิดมันไม่ได้รู้สึกออกมา พี่เขาอาจจะยังไม่เข้าใจ ในความรู้สึกของเขาตอนนี้ เพราะจากที่กูไม่สืบเสาะเบาะแสเรื่องของพี่เขามา ตั้งแต่เขาเลิกกับพี่มีนแฟนเขาคนนั้น เขาก็ไม่ได้รักกับใครอีกเลย บางทีโชคชะตาในครั้งนี้ อาจจะทำให้มึงสมหวังกับพี่เขาก็ได้นะ" 

"มันไม่ได้แย่หรอกนะ ที่มึงจะรักจะชอบพี่เขา แต่สิ่งที่มันจะแย่ที่สุด คือการที่มึงเบรกหัวใจของมึง ไม่ให้รู้สึก ในสิ่งที่มันกำลังจะเริ่มต้นรู้สึก มึงลองค่อย ๆ ปล่อยเบรกที่มึงกำลังเหยียบอยู่ ปล่อยให้มันได้ออกไปโลดแล่นบ้าง เมื่อถึงวันที่มึงปล่อยมันไปแล้วมันเจ็บ มึงก็แค่เหยียบมันไว้อีกครั้งก็เท่านั้น" 

"อือ ขอบคุณมึงมาก ๆ เลยนะสำหรับทุกอย่าง ที่ให้กำลังใจกูมาตั้งแต่เด็กจนโต มึงก็ยังคงเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดสำหรับกูจริง ๆ กูรักมึงว่ะ" มีไม่มากหรอกนะเพื่อนที่คอยเป็นทุกอย่างให้ผมขนาดนี้ เป็นทั้งพี่ ทั้งเพื่อน ทั้งน้อง ทั้งคนที่คอยให้คำปรึกษาให้กำลังใจ ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่เกิดมาได้เป็นกับมัน ไมโลเพื่อนรัก 

  

เมื่อไมโลได้ยินสิ่งที่น้ำนิ่งขอบคุณออกมาทำให้น้ำตาของไมโลเอ่อล้นบริเวณขอบตา 

"เวร มึงจะทำซึ้งทำไมเนี่ย ไอ้ห่า ทำเอาน้ำตากูจะล่วงออกมา เลิกซึ้ง" 

"เออ" 

"ว่าแต่มึง มึงรู้สึกถึงพลังงานอะไรบ้างอย่างไหมวะ" ไมโลถามออกไปหลังจากที่ไมโลสวมกอดเพื่อนของตน เจ้าตัวก็รับรู้ได้ตั้งแต่ตอนนั้น แต่มันไม่แรงเท่ากับตอนนี้ 

"พลังงานอะไรของมึง กูไม่เห็นรู้สึก" 

"เนี่ย พลังงานในตอนนี้กูรู้สึกว่ามันส่งมาทางฝั่งซ้ายของกู มึงหันกลับไปมองพร้อมกูนะ" 

"เออ ๆ มันจะมีอะไรกันแน่ว… ฉิบหายแล้วไง" ทันที ที่ไมโลและน้ำนิ่งหันไปกลับไป ก็ต้องพบกับพลังงานจริง ๆ แต่มันเป็นพลังงานที่โครตน่าขนลุก เพราะสายตาของพลังงานนั้นมันชั่งไม่ธรรมดา 

"อะ…ไอ้น้ำ พะ…พี่เขามานานหรือยังวะ" ไมโลถามออกไปด้วยเสียงสั่นเครือ 

"ก็มาก่อนที่มึงจะมาดึงตัวกูออกมาไง" 

"แล้วทำไมมึงถึงไม่บอกกู" 

"เอ้า กูก็คิดว่ามึงจะเห็นพี่เขา ถึงดึงกูออกมาที่ระเบียง" 

"ตายโหงแน่กู ที่กูดึงมึงออกมา เพราะของมึงมันเต็มทางเดินจนปิดประตูไม่ได้ เลยว่าจะพามาคุยตรงระเบียง เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ กูอุตส่าห์ช่วยมึงไม่ให้คนอื่นรู้ แต่มึงมันกลับทำร้ายกู ใจร้าย กระซิกกก" 

"เออ ๆ ขอโทษ เข้าไปข้างในกัน กูจะได้แนะนำให้รู้จัก" 

ไมโลที่กำลังแสร้งทำเป็นร้องไห้ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของน้ำนิ่ง อาการแกล้งเศร้าใจได้หายไปในทันที 

"มะ…ไม่เอาหรอก กูกลัวจะโดนฆ่าตายหรือไม่กูก็เลี้ยงไม่โต" เพราะสายตาของพี่ภูวาในตอนนี้ ยังไม่ลดละ จากการจ้องผม เหมือนผมไปแย่งแฟนพี่เขายังไงอย่างงั้น 

"ใครเขาจะฆ่ามึงเพ้อเจ้อ" คนตัวเล็กขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจในสิ่งที่มันพูดออกมา 

"ก็พี่ภูวาไง" 

"พี่ภูวาอะนะ เขาจะฆ่ามึงทำไม" 

"กะ…ก็คงเป็นเพราะกูไปทำตัวลุ่มล่ามกับมึงมั้ง" 

"คิดไปเอง พี่เขาไม่มีทางจะทำแบบนั้นหรอก เพราะพี่เขาไม่ได้รู้สึกรักกูรู้สึกชอบกูสักหน่อย เป็นไปไม่ได้" ผมไม่เชื่อหรอกว่าพี่เขาจะมีอาการแบบนั้น ไอ้ไมมันมันคงเพ้อเจ้อไปเอง 

"ไป เข้าไปกันได้แล้ว" 

"เออก็ได้วะ" 

"สวัสดีครับพี่ภูวา" ไมโลยกมือไหว้ภูวา แต่ดูเหมือนพี่ภูวาจะไม่จอยกับผมเลย เพราะหน้าตาพี่เขาชั่งไม่เป็นมิตร โดยเฉพาะสายตาของเขาชั่งอันตรายต่อผมมากที่สุด 

"พี่ก็จะเงียบทำไมเนี่ย มันสวัสดีพี่ก็ตอบรับมันหน่อยสิ มันกลัวจนตัวสั่นหมดแล้ว" น้ำนิ่งเมื่อเห็นเพื่อนตนเองยืนสั่น เป็นเจ้าเข้าแบบนั้น ทำให้น้ำนิ่งรู้สึกสงสารเพื่อนตนเอง จึงอดไม่ได้ที่จะออกมาปกป้องมัน 

ภูวาก็ยังคงเป็นภูวาคนเดิม เป็นคนที่ไม่มีใครสามารถ จะมาสั่งได้ ถ้าใจมันไม่อยากทำ 

"พี่ภูวา เฮ้อ" ผมล่ะเหนื่อยใจจริง ๆ 

"เอ่อ ไม่เป็นไรมึง ไม่เป็นไร เอาเป็นว่า กูออกไปห้องเพื่อนนะ ไม่อยู่รบกวนมึงกับพี่ภูวาแล้ว" 

"มึงจะไปห้องใคร เท่าที่กูรู้จักมึงมา มึงไม่เคยพามาแนะนำให้กูรู้จักด้วยเลย" 

"เออ เอาน่าเพื่อนที่เพิ่งเจอกันได้ไม่นานมานี้ เอาเป็นว่าให้อะไร ๆ มันลงตัวมากกว่านี้ก่อน เดี๋ยวกูพามาแนะนำ แต่ตอนนี้กูต้องขอตัวไปก่อนวาะ ไม่ไหว กูอยู่ไม่ไหวจริง ๆ สวัสดีครับพี่ภูวา" ไมโลยกมือไหว้ภูวาอีกครั้งก่อนจะเดินจากไปด้วยความเร่งรีบ 

ทำให้คนที่นั่งทำหน้าตาขึงขัง มองตามไมโลไปจนสุดทาง จากนั้นจึงวกสายตากลับมาหาน้ำนิ่ง จนน้ำนิ่งเกิดการสะดุ้งขึ้นมา 

"อะ…อะไรเล่า มาจ้องกันเหมือนผมทำอะไรผิดอย่างนั้น ผมไม่ได้ทำอะไรผิดเลยเหอะ ไม่ต้องมาทำสายตาคาดโทษกันเลย" 

"หึ ไม่ผิดก็ไม่ผิด" ภูวากล่าวออกมาและหันกลับไปเก็บของต่อ จนทำให้คนที่ยืนมอง ในตอนนี้รู้สึกงงปนสงสัยขึ้นมาว่า 'พี่ภูวานั่นเป็นอะไร ทำไมถึงจ้องมองกันด้วยสายตาเหมือนทำอะไรผิด แล้วจู่ ๆ ก็มาพูดว่าไม่ผิดก็ไม่ผิด อิหยังวะ" 

"ยืนงงเหี้ยไรล่ะ เก็บสิ จะได้ไปเร็ว ๆ" ภูวาเงยหน้าขึ้นไปมองน้ำนิ่ง ที่ยืนทำหน้าตาหน้าเกลียด 

"ครับ ๆ พูดดี ๆ ก็ได้ไหมล่ะ ทำไมพูดออกมาแต่ละทีต้องมีคำหยาบ" คนตัวเล็กนั่งลงไปเก็บของระหว่างพูดบ่นออกไป 

"เรื่องของกูไหม ไม่ชอบ มึงก็ไปให้เพื่อนมึงโน่น พูดดี ๆ ด้วยอะ!" 

"เอ้า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับไอ้ไมเล่า" 

"ไม่รู้โว้ยยยยย มึงเก็บต่อไปเลยนะ กูไปรอข้างล่าง อย่าลีลา!!" ภูวาตะโกนออกมาอย่างอดกั้นไม่อยู่และเดินออกไป 

ทำให้คนที่กำลังนั่งเก็บของ มองตามไปอย่างไม่เข้าใจ 'ท่าทางจะประสาท เฮ้อ นี่กูมีแฟนทั้งทีแฟนกูเป็นปราทเหรอวะ น่าสงสารจริง ๆ ชีวิตมึงเนี่ยไอ้น้ำ' 

 

  

  

  

เข้ามาพูดคุยกัน ได้ที่เฟซบุ๊ก : นักเขียน หน้าใหม่ ได้นะคะ 

สามารถเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ โดยใช้ 

#ภูวาน้ำนิ่ง 

ส่วนทวิตของไรท์ @Mousyy8893 

ไปเล่นกันเยอะ ๆ น๊า 

ช่วยคอมเมนต์และรีวิวเพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะคะ 

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว