ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : สงคราม2

คำค้น : ผีเสื้อเพลิง

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 237

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2563 01:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สงคราม2
แบบอักษร

แล้วเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน หลี่เค่อที่กำลังพยายามตามหาฮุยเยี่ยนอยู่ก็เดินขึ้นไปบนเขาแล้วตามหานาง เมื่อเดินขึ้นไปบนเขาเขาก็พบฮุยเยี่ยนกำลังยืนมองบางอย่างอยู่ หลี่เค่อจึงพูดว่า 

"องค์หญิง นี่ก็พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ทำไมยังไม่กลับเข้าเมืองอีกพะย่ะค่ะ" 

"หลี่เค่อ ข้ามีบางอย่างจะขอร้องเจ้า" 

"อะไร" 

"เจ้ามุ่งหน้าไปเมืองหลวง ไปพาคนๆหนึ่งมาให้ข้าที พูดดีๆกับเขาล่ะ ถ้าพูดดีๆแล้วไม่ได้ ก็จับตัวเขามาให้ข้าแทน" 

"องค์หญิงหมายถึงใครงั้นเหรอ" 

กองทัพของจิ้งเสียนนั้นเดินทางมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีการพักผ่อนใดใด มีเพียงพักกินข้าวแล้วเดินทางต่อ รั่วฉีเองก็เดินทางตามมาด้วยเช่นกัน อุยเยี่ยนตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายหลายๆครั้ง จึงทำให้นางนอนไม่หลับ นางจึงเดินเข้าไปในกระโจนของซู่เฟิง แล้วนางก็นั่งลงบนขอบเตียงแล้วพูดว่า 

"ท่านพี่ หากเป็นไปได้ หลังจากที่ข้าหายไป ท่านควรจะลืมเรื่องราวทั้งหมดที่เกี่ยวกับข้าไปให้หมด เฮอ" 

แล้วนางก็เดินออกไปจากกระโจน ฮุยเยี่ยนจึงขึ้นไปบนเขาอีกครั้งเพราะนางนอนไม่หลับ ทุกๆครั้งที่นางเผลอหลับไปนางก็มักจะฝันถึงสงครามที่ยังมาไม่ถึง มันทำให้นางกลัวและไม่ยอมหลับอีกเลย นางจึงได้แต่ขึ้นไปบนเขาเพื่อที่จะมองไปรอบๆเขาทั้งหลาย มันจึงจะทำให้จิตใจนางร่มเย็นขึ้น ซู่เฟิงที่เห็นนางหายไปบ่อยๆจึงได้ขึ้นไปหานางบนเขา เมื่อขึ้นไปถึงก็เจอกับนางที่กำลังนั่งมองไปยังทิวทัศน์ ซู่เฟิงจึงเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆนาง 

"เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่อย่างนั้นเหรอ" 

แล้วฮุยเยี่ยนก็ได้ตอบเขาไปว่า 

"ข้าไม่ได้ชื่อฮุยเยี่ยน" 

เมื่อซู่เฟิงได้ยินแบบนั้นก็ได้ถามนางอีกครั้งด้วยความสงสัย 

"เจ้าพูดว่าอะไรนะ" 

"ข้าหมายถึง ข้าไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของท่าน ข้าไม่ใช่หลี่ฮุยเยี่ยน หากข้าไม่ใช่น้องสาวเจ้า เจ้ายังจะรักข้าเหมือนน้องสาวเจ้าไหม" 

ซู่เฟิงจึงได้จับหัวของอุยเยี่ยนแล้วพูดว่า 

"เจ้าพูดอะไรของเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร ข้าจะดูแลเจ้าและเห็นเจ้าเป็นน้องสาวคนเดียวของข้า" 

แล้วซู่เฟิงก็ดึงนางเข้ามากอด เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ แล้ววันนั้นก็มาถึง ฮุยเยี่ยนที่กำลังนั่งอยู่ในกระโจน นางก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกครั้ง นางเจ็บที่หน้าอกเรื่อย อยู่ตลอดเวลา  

"เป็นแบบนี้อีกแล้ว เกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ" 

แล้วนางก็เดินไปที่หลังเตียงและได้สลบไป เมื่อพระอาทิตย์หายลับขอบฟ้าในเมืองของนางต่างก็พากันนอนหลับหมด ทหารที่เฝ้าอยู่ที่ประตุก็สังเกตุเห็นว่านอกเมืองมีบางอย่างผิดปกติ เขาจึงหยิบคันธนูออกมาแล้วหยิบลูกธนูจุดไฟแล้วยิงออกไปนอกเมือง เมื่อลูกธนูหล่นลงพื้นก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เขาจึงเฝ้ายามต่อไป แต่แล้วทันใดนั้นก็มีธนูมากมายลอยมาจากนอกเมือง ทำให้ทหารที่อยู่บนกำแพงตกลงสู่พื้น ทำให้ทหารที่อยู่ข้างเห็นว่าพวกเขาถูกธนูยิง  

"มีคนบุกเข้ามาในเมือง ทหารเตรียมตั้งรับไว้ให้ดี" 

แล้วทันใดนั้นทหารก็ต่างพากันจับอาวุธขึ้นมา กองทัพของจิ้งเสียนจึงได้บุกเข้ามาในเมืองจนทำให้เกิดสงครามขึ้น ในขณะที่ซู่เฟิงกำลังนอนอยู่ก็ได้ยินเสียงต่อสู้ไกล้เข้ามาเรื่อยในหูของเขา เขาจึงลุกขึ้นมาแล้วเดินออกไปจากกระโจนก็พบว่าเมืองของเขากำลังถูกจู่โจมโดยใครบ้างคน แล้วก็มีทหารคนหนึ่งวิ่งเข้ามาแล้วคุกเข่าพร้อมกับพูดว่า 

"ฝ่าบาททรงหนีก่อนพะย่ะค่ะ ฮ่องเต้ของเมืองหลวงนำทัพมาด้วยองค์เอง เขาต้องไม่ไว้ชีวิตพระองค์แน่เลยพะย่ะค่ะ" 

"ฮ่องเต้เฉินเหรอ" 

"เปล่าพะย่ะค่ะ เป็นรัชทายาทพะย่ะค่ะ ในวังหลวงเกิดเรื่องใหญ่มีคนร้ายบุกเข้าไปสังหารฮ่องเต้ จนฮ่องเต้สวรรคต และคนของพวกเขาก็บอกว่าคนที่สังหารฮ่องเต้ก็คือองค์หญิงเยี่ยนพะย่ะค่ะ" 

"เยี่ยนเอ๋อ งั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้" 

แล้วซู่เฟิงจึงเดินเข้าไปในกระโจนแล้วหยิบชุดขึ้นมาใส่เพื่อที่จะออกรบ แล้วลู่ลู่กับไป๋เจี้ยนก็เดินเข้ามาด้วยความตกใจ 

"ซู่เฟิง" 

"ซู่เฟิง เจ้ารู้เรื่องรึยัง" 

"มันจะเป็นไปได้ยังไง ตั้งแต่เกิดเรื่องนางก็ไม่ได้กลับไปยังเมืองหลวง แล้วนางจะเอาเวลาไหนไปสังหารฮ่องเต้กัน พววกเจ้า" 

แล้วซู่เฟิงก็มองไปยังหน้าขอทั้งสอง ทั้งสองคนก็ต่างหันไปมองหน้ากัน ซู่เฟิงจึงได้ถามขึ้นมาว่า 

"นางกลับไปอย่างนั้นหรือ เหตุใดพวกเจ้าถึงไม่ได้บอกข้า" 

"ซู่เฟิง เจ้าฟังข้าก่อนนะ ที่นางไปเพราะนางอยากจะช่วยให้อาการของเจ้าหายเท่านั้น อย่าได้โกรธนางเลย" 

"อาารของข้าอย่างนั้นเหรอ" 

"ใช่ นางอยากไปต่อรองกับฮ่องเต้เพื่อแรกกับมุกมังกร เพื่อเอามาช่วยชีวิตของเจ้า แต่ข้าสาบานกับเจ้าได้ว่าข้าไม่ได้โกหกเจ้า นางไม่ใช่ฆาตรกรแน่นอน" 

"แล้วตอนนี้นางอยู่ที่ไหน" 

แล้วซู่เฟิงก็ได้เดินไปหานางที่กระโจแต่ก็ไม่พบ จึงทำให้หัวใจของเขาร้อนลุ่ม กระวนกระวายแล้วทันใดนั้นเมื่อพวกเขาออกจากกระดจนก็มีธนูติดไปบ้นเข้ามาในกระโจนทำให้เกิดไฟไหม้ ซู่เฟิงที่เห็นทหารคนหนึ่งกำลังจะลงมือสังการชาวบ้านของเขา ซู่เฟิงก็ได้วิ่งเข้าไปลงมือฆ่าทหารคนนั้นจนตาย  

"เฃพวกเจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม ไปเถอะ รีบพาลูกเจ้าไปหลบอยู่หลังเขา เร็วเข้า" 

"ขอบคุณ ขอบคุณเจ้าค่ะ" 

แล้วซู่เฟิงก้ได้เดินออกไปออกรบ อ้ายลี่ที่กำลังตามหาฮุยเยี่ยนอย่างกระวนกระวายก็ได้ร้องให้ออกมาด้วยความกลัว  

"องค์หญิง ฮุยเยี่ยน เจ้าอยู่ไหนน่ะ" 

แต่ไม่ว่านางจะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากอุยเยี่ยนเลยแม้แต่น้อย จิ้งเสียนที่กำลังตามหาอุยเยี่ยนอยู่ก็ได้ไปพบเจอกับลู่ลู่ จิ้งเสียนจึงมองไปทางลู่ลู่ แต่เขาก็ไม่อยากที่จะสนใจนาง เขาจึงได้เดินไปทางอื่นตงฉวนที่ไม่อยากจะต่อสู้กับใครทั้งนั้น แต่แล้วตงฉวนก็ไปพบเข้ากับไป่เจี้ยน ไป๋เจี้ยนที่เห็นแบบนั้นก็ได้เดินเข้าไปหาเขาแล้วต่อสู้กับตงฉวน  

"เจ้า ทำไมถึงยังกลับมาที่นี่ พวกเจ้ายังทำให้ใจนางเจ็บไม่พออีกอย่างนั้นหรือ" 

"ข้าเองก็ไม่ได้อยากจะกลับมา แต่เป็นเพราะหลี่อุยเยี่ยนนางมาหาเรื่องเอง นางสังหารฮ่องเต้ เจ้าเคยรู้บ้างไหม" 

"ข้าเชื่อในตัวของนาง นางไม่มีทางที่จะทำแบบนั้น เจ้าเองก็รู้นี่" 

แล้วตงฉวนก็ถูกไป่เจี้ยนถีบออกไป ตงฉวนจึงถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วตงฉวนก็ได้สบัดกระบี่ออกไปด้วยความแรง ทำให้เลือดที่ติดกระบี่กระเด็นออก ไป่เจี้ยนจึงวิ่งเข้ามาพร้อมกับพุดว่า 

"ยอมมอบตัวเยี่ยนเอ๋อกลับมาให้ข้าเสียดีๆ" 

"หลี่อุยเยี่ยนไม่ได้อยู่กับพวกข้า เจ้าคิดผิดแล้ว" 

แล้วพวกเขาก็ได้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด อ้ายลี่ที่กำลังตามหาฮุยเยี่ยนอยู่ก็ได้เดินไปแถวๆกระโจนของฮุยเยี่ยน แล้วนางก็ดันเหลือบไปเห็นมือข้างหนึ่งที่ถูกผ้าของกระโจนทับอยู่ แล้วนางก็เดินเข้าไปเปิดผ้ากระโจนออกก็พบว่าอุยเยี่ยนนอนหมดสติอยู่ใต้ผ้ากระโจน เมื่อนางเห็นแบบนั้นนางเองก็ดีใจมาก แต่แล้วทันใดนั้น 

"เอือกก" 

ก็มีคนใช้ดาบฟันเข้าที่กลางของนาง อ้ายลี่ที่กำลังจับมือของฮุยเยี่ยนอยู่ก็ปล่อยมือของอุยเยี่ยนลง แล้วนางก็ค่อยๆล้มลงกับพื้น เมื่อทหารคนนั้นเห็นว่าอุยเยี่ยนล้มลงแล้วก็คิดว่านางคงจะตายแล้วจึงได้วิ่งไป อ้ายลี่ที่ยังมีสติอยู่ก็ได้ร้องให้ออกมา น้ำตาของนางก็ไหลรินออกมา นางจึงค่อยๆยื่นมือไปจับมือของอุยเยี่ยนที่โผล่ออกมาจากผ้ากระโจน 

"องค์หญิง ข้าขอโทษ เอือก ข้าคงอยู่ดูแลท่านต่อไปไม่ได้แล้วล่ะ ฮือ เมื่อท่านฟื้นท่านอย่าได้ร้องให้เด็ดขาด เอือก ท่านรู้ไหมว่าตลอดมา ข้าคิดว่าท่านคือพี่สาวของข้าคนหนึ่ง แต่ข้า...ก็ไม่เคยบอกเจ้าเลยแม้แต่คำเดียว แต่ข้าก็คงไม่มีโอกาศอีกแล้ว...เอือก ฮือ พี่...สาวลา...ก่อน" 

แล้วดวงตาทั้งสองข้างก็ได้ปิดลง มือของนางทั้งสองข้างก็จับกันเอาไว้ จิ้งเสียนที่เห็นซู่เฟิงกำลังต่อสู้อยู่กับทหารมากมาย จิ้งเสียนจึงได้ฉีกยิ้มแล้วค่อยๆเดินเข้าไปหาซู่เฟิง ซู่เฟิงที่กำลังต่อสู้ก็ไม่ทันระวังตัว ทันทีที่หันไปก็เจอเข้ากับจิ้งเสียนที่กำลังจะใช้กระบี่แทงเข้าไปหาซู่เฟิง ซู่เฟิงจึงหลบได้ทัน แล้วพวกเขาก็ต่อสู้กัน จิ้งเสียนจึงพูดขึ้นมาว่า 

"ครั้งนี้ข้าจะฆ่าเจ้าให้ได้ด้วยมือของข้าเอง" 

"เจ้านั้นไม่เปลี่ยนไปเลย นางอุส่ามอบความรักทั้งหมดให้เจ้า แต่เจ้ากลับใช้นางเป็นเครื่องมือมาโดยตลอด เจ้าสนุกมากนักรึไง" 

แล้วพวกเขาทั้งสองก็แยกกัน แล้วจิ้งเสียนก็ได้พูดขึ้นมาว่า 

"ข้ามีข้อเสนอให้เจ้า หหากเจ้ามอบตัวนางมาให้ข้า ข้าจะไว้ชีวิตคนของเจ้า" 

"อย่าได้หวัง ข้าไม่มีวันมอบนางให้เจ้าเด็ดขาด" 

"งั้นก็ตายไปพร้อมกับคนที่เจ้ารักเสียเถอะ" 

แล้วพวกเขาทั้งสองก็ได้ต่อสู้กันอีกครั้ง พวกเขาต่อสู้กันได้สักพักนาน ต่างก็เหนื่อยกันทั้งสองฝ่าย ซู่เฟิงจึงถีบเข้าที่อกของจิ้งเสียน จิ้งเสียนเองก็ถีบเข้าไปที่อกของเขาเช่นกัน ทั้งสองคนล้มลงกับพื้น จิ้งเสียนจึงพูดว่า 

"เมื่อข้าหานางพบ ข้าจะพาตัวนางไปจากเจ้า และทำโทษนางให้สมกับความผิดที่นางได้ก่อเอาไว้" 

"เจ้าเองก็สังหารพ่อแม่นางและข้า เจ้าไม่รู้สึกผิดบ้างรึยังไง" 

"พ่อของเจ้ากับพ่อของข้ามันอยู่คนละชั้นกัน จะนับความมีศักดิ์ เจ้ามันก็แค่คนธรรมดา" 

"ฮ่า ฮ่า ฮ่า" 

แล้วซู่เฟิงก็หัวเราะขึ้นมาแล้วหันไปหาจิ้งเสียนแล้วพูดว่า 

"เจ้าช่างโง่เขลา จนป่านี้แล้วเจ้าเองก็ยังไม่รู้งั้นเหรอ ว่าคนที่เจ้าฆ่าไปเป็นใครน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า" 

จิ้งเสียนจึงขมวดคิ้วทั้งสองข้างแล้วถามพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาซู่เฟิง ซู่เฟิงเองก็ตั้งรับกระบี่เขาเอาไว้ได้ ดวงตาของทั้งสองก็จ้องกันด้วยความดุเดือดในสายตา 

"คนที่เจ้าฆ่าไป เขาก็คือพี่ชายของพ่อเจ้า รัชทายาทหลี่เต๋อยังไงล่ะ" 

เมื่อจิ้งเสียนได้ยินแบบนั้นก็มือไม้อ่อนทันที ซู่เฟิงไม่ทันระวังใช้กระบี่ฟันเข้าไปที่แขนของจิ้งเสียน เมื่อเห็นแบบนั้นซู่เฟิงก็ดึงกระบี่กลับทันที แล้วถอยออกไป พร้อมกับพูดว่า 

"คงโทษเจ้าไม่ได้ที่ไม่รู้เรื่องพวกนี้ เป็นเพราะเจ้าถูกปิดบังความจริงในเรื่องนี้มาตลอด เจ้าคงคิดว่าพวกเขาตายไปแล้ว แต่ความจริงแล้วพวกเขายังไม่ตาย พ่อของเจ้าที่รู้ว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่จึงให้ที่หลบซ่อนให้กับพวกเขา นั่นก็คือเมืองหลวง และตั้งจวนสกุลหลี่ขึ้นมา เจ้าไม่เคยสงสัยบ้างรึยังไง" 

"จะเป็นไปได้ยังไง ข้าไม่มีทางลืมท่านลุงของข้าได้ ข้าจำเขาได้เสมอ" 

แล้วจิ้งเสียนก็ลุกขึ้นมาแล้วพุ่งเข้าวู่เฟิง ซู่เฟิงเองก็ตั้งรับเอาไว้ 

"ที่เจ้าจำไม่ได้ เพราะเขาใส่หน้ากากอยู่ตลอดยังไงล่ะ" 

"เจ้าโกหกข้า" 

แล้วจิ้งเสียนก็รู้สึกโกรธขึ้นมาต่อสู้กับจิ้งเสียนไม่มียั้งมือ แต่แล้วทันใดนั้นอยู่ อาการที่เคยหายไปของซู่เฟิงก็กลับมาอีกครั้ง ซู่เฟิงจึงได้ผลักให้จิ้งเสียนหนีออกห่าง แล้วคุกเข่าลง จิ้งเสียนจึงมองด้วยสายตาอันเคียดแค้นแล้วเดินเข้ามาหาซู่เฟิง แล้วพูดว่า 

"ไม่ว่าอดีตจะเป็นยังไง ข้าก็ไม่มีวันอภัยให้กับเจ้า" 

แล้วจิ้งเสียนก็ยกกระบี่ขึ้น แล้วฟาดกระบี่ลง "เคร้ง" 

แล้วทันใดนั้นก็มีกระบี่ของคนๆหนึ่งเข้ามาขวางเอาไว้ได้ทัน จิ้งเสียนจึงได้เงยหน้าขึ้นมองก็พบว่านั่นคือ รั่วฉี จิ้งเสียนจึงได้ยกกระบี่ออกแล้วพูดว่า 

"เจ้ามาทำอะไรที่นี่" 

"เสด็จพี่ หยุดเถอะท่านกำลังเข้าใจผิด ฮุยเยี่ยนไม่ได้เป็นคนสังหารท่านพ่อ" 

"จนตอนนี้เจ้าเองก็เข้าข้างนางอย่างงั้นเหรอ" 

"ข้าไม่ได้เข้าข้างนาง แต่นางไม่ได้เป็นคนทำ" 

"หุบปากของเจ้าได้แล้ว" 

แล้วฝนก็เริ่มตกลงมา จิ้งเสียนจึงโมโหแล้วเข้าไปต่อสู้กับรั่วฉี เมื่อฝนตกลงมากระทบลงที่ฝ่ามือของฮุยเยี่ยนก็ทำให้ฮุยเยี่ยนเริ่มรู้สึกตัว ดวงตาทั้งสองข้างก็เปิดออก แล้วนางก็ค่อยๆเปิดผ้ากระโจออกแล้วก้พบเข้ากับแผ่นดินที่เต็มไปด้วยกองไฟสงคราม แล้วนางก็หันไปพบอ้ายลี่นอนอยู่ข้างๆ ฮุยเยี่ยนจึงได้คลอานไปหานางแล้วเขย่านางเบาๆ  

"อ้ายลี่ อ้ายลี่ เจ้าฟื้นขึ้นมาสิ อ้าย..." 

แล้วนางก็จับเข้าไปที่หลังของนางถึงไดู้้ว่านางถูกฆ่าตายไปแล้ว ฮุยเยี่ยนค่อยๆยกมือขึ้นมาดูก็เห็นเลือดเต็มมือนางไปหมด นางจึงมองไปรอบๆก็พบว่าเส้นน้ไหลทุกทางล้วนเป็นสายเลือดเท่านั้น  

"มันเกิดอะไรขึ้นกันน่ะ อ้ายลี่เจ้าเป็นอะไร ฟื้นขึ้นมาสิ" 

นางเห็นอ้ายลี่ที่นอนแน่นิ่งไปแล้วก็จับจับมือนางขึ้นมาสัมผัสพร้อมกับร้องให้ออกมา ผ่านไปสักพักนางก็ดึงผ้ากระโจนมาคลุมตัวอ้ายลี่เอาไว้ แล้วจึงได้หยิบกระบี่ที่อยู่ตรงนั้นแล้วค่อยๆลุกออกไป นางมองปรอบๆก็พบเข้ากับสงครามตามฝันที่นางฝันเห็นมาดดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นางถึงได้รู้ว่าความฝันของนางคือลางบอกเหตุนั่นเอง เมื่อนางเดินไปสักพักนางก็เดินไปเห็นจิ้งเสียนกำลังต่อสู้กับรั่วฉีอยู่ แล้วก็เห็นซู่เฟิงนั่งคุกเข่าอยู่ อุยเยี่ยนจึงรีบวิ่งเข้าไปหาเขาแล้วคุกเข่าลงต่อหน้า 

"ซู่เฟิง พี่เป็นยังไงบ้าง พี่เป็นอะไรไป ทำไมถึงไม่พูดล่ะ" 

ซู่เฟิงจึงเงยหน้าขึ้นมามองฮุยเยี่ยนแล้วค่อยๆยื่นมือไปโอบหน้าของฮุยเยี่ยน แล้วน้ำตาของเขาก็ค่อยไหลรินออกมาแล้วทันใดนั้นซู่เฟิงก็แอบเห็นว่ามีทหารคนหนึ่งกำลังคิดที่จะฆ่าฮุยเยี่ยนจากด้านหลัง ซุ่เฟิงจึงดันตัวนางออกไปทางซ้าย แล้วทันใดนั้นทหารคนนั้นก็ได้ใช้กระบี่แทงเข้าไปที่อกของซู่เฟิงทันที 

"เอือก" 

"เหอ ไม่........" 

จิ้งเสียนและรั่วฉีที่ได้ยินเสียงดังนั้นจึงได้หันมาหานางทันที รั่วฉีจึงได้ตะโกนขึ้นมาว่า 

"ซู่เฟิงงงงงง" 

แล้วอุยเยี่ยนก็ได้พยุงตัวของซู่เฟิงเอาไว้ นางมองไปที่ซู่เฟิงด้วยสายตาที่หวาดกลัว นางร้องให้ออกมาด้วยความเสียใจ รั่วฉีจึงได้วิ่งเข้าไปหานางและซู่เฟิง ซู่เฟิงจึงค่อยๆยกมือขึ้นมาแนบลงบนใบหน้าของนางและได้เอ่ยคำสุดท้ายว่า 

"พี่...ขอโทษ" 

แล้วมือของเขาก็ตกลงฮุยเยี่ยนจึงรับเอาไว้แล้วมือของนางก็เกิดสั่นขึ้นมาด้วยความกลัว  

"ไม่.... ฮือ พี่ชายท่านฟื้นขึ้นมาสิ ข้าขอร้องล่ะ ฟื้นขึ้นมา พวกท่านจะจากข้าไปแบบนี้ไม่ได้ ทำแบบนี้ไม่ได้" 

รั่วฉีที่ไม่อาจเห็นนางตายได้ด้วยความรักที่มีอยู่ก็ได้ตัดสินใจจับมือของนางขึ้นมาแล้วดึงนางให้ลุกขึ้น 

"อุยเยี่ยน เราต้องรีบหนีไจากที่นี่ มาเร็วเข้า" 

แล้วรั่วฉีก็ได้พาตัวนางวิ่งหนีไป จิ้งเสียนที่เห็นแบบนั้นก็เหลือบไปเห็นคานธนู จิ้งเสียนจึงหยิบมันขึ้นมาแล้วเดินไปหยิบธนูจากคนที่ตายแล้วขึ้นมา และเขาก็เลงไปยังพวกเขาทั้งสองแล้วปล่อยลูกธนูออกไป... 

โอ๊ยยยย เรื่องราวกำลังเข้มข้นเลย จะจบตอนเอาไว้เท่านี้ก่อนนะขอรับ แล้วมาติดตามกันต่อในตอนหน้า 

 

โปรดติดตามตอนต่อไปนะขอรับบบบบบ 

ความคิดเห็น