facebook-icon

ผลงานเรื่องแรก คิมเมจงเจริญ

ตอนที่ 31 : คำสัญญาที่เป็นจริง

ชื่อตอน : ตอนที่ 31 : คำสัญญาที่เป็นจริง

คำค้น : คิมหันต์, เมษา, นิยายวาย, นิยายy, lastlove, รักสุดท้ายนายบ้านนอก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.9k

ความคิดเห็น : 90

ปรับปรุงล่าสุด : 11 เม.ย. 2559 00:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31 : คำสัญญาที่เป็นจริง
แบบอักษร

 

แนะนำตัวละคร

 

เด็กชาย คิมหันต์ พิพัฒนภูวดล  

สถานะ : 5 ขวบ

 

#

 

 

เด็กชาย เมษา สถานะ : 3 ขวบ

#

 

 

เดี๋ยวมาแป๊ปนึงนะ ลืมเก็บผ้า

 

ขณะที่นอนเกลือกกลิ้งกลางบ้านกันสองคนเมษาดีดตัวขึ้นเมื่อนึกเรื่องสำคัญออก คิมหันต์ตอนนี้สวมแว่นนอนอ่านหนังสือท่องเที่ยวที่พกติดมือมาจากบ้าน ความเงียบมีเพียงเสียงลมพัดหวน มันเป็นอีกหนึ่งวันที่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบท่ามกลางบ้านไม้หลังเก่าซึ่งรายล้อมไปด้วยทุ่งนาและต้นไม้ใบหญ้า

 

ให้ช่วยมั้ย

 

เขาถอดแว่นถามพรางใช้มือขยี้ตาเพราะพร่ามัวเต็มที เมษายิ้มให้หันกลับมาส่ายหัวเป็นการบอกว่าไม่เป็นไร เห็นอย่างนั้นคิมหันต์จึงล้มตัวนอนต่อใช้หนังสือเล่มโปรดปิดหน้าพักสายตาซักนิด ถัดไปที่เมษามัวยุ่งกับเก็บผ้าปูที่นอนผืนขาวสะอาดตา ในใจคิดว่าแค่นี้ก็มีความสุขมากพอแล้วที่ได้ใช้ชีวิตคู่กันสองคนอย่างเรียบง่ายไม่วุ่นวายอะไรมาก แต่ทว่าน้ำเสียงไม่เป็นมิตรดังขึ้นทำให้ความคิดทั้งหมดหลุดออกจากหัวจนต้องหันมอง

 

งานแบบนี้ผู้ชายเค้าไม่ทำกันหรอกว่ะ ฮ่าๆๆ

 

ไอ้พี เด็กต่างจังหวัดรุ่นเดียวกันรูปร่างอ้วนพีตามชื่อของมัน เดินเข้ามาพร้อมพวกพ้องสองคน พวกมันส่งเสียงหัวเราะชอบใจในคำพูดตัวแสบประจำกลุ่มที่แซะแซวให้กับสิ่งที่เมษากำลังทำอยู่ ทั้งสามคนมาหยุดยืนตรงหน้าถึงอย่างนั้นเมษาเลือกที่จะไม่สนใจและทำหน้าที่ของตนต่อไป

 

ไม่ได้ยินรึไงวะ สงสัยเป็นใบ้หูหนวกไปแล้วมั้งพวกเรา ฮ่าๆๆๆ

 

คงงั้นว่ะไอ้พี ฮ่าๆๆๆ ทำไมเมษา มึงไม่หาเมียเอาไว้ซักผ้าซักผ่อนให้ มาซักเองเก็บเอง ฮ่าๆๆๆ ผู้ชายเค้าไม่ทำกันหรอก

 

ไอ้โจ้พูดแทรกไม่ทันไรไอ้บอยพูดต่อ

 

มึงจะให้มันหาเมียได้ไง ฮ่าๆๆๆ ต้องมีผัวดิถึงจะเหมาะ มึงไม่รู้หรอแม่งเป็นตุ๊ด!!”

 

อ้าวหรอวะ!!ฮ่าๆๆ ไม่ยักจะรู้

 

เออ ไม่รู้เหมือนกันฮ่าๆๆ

 

ไอ้พีขำลั่นที่ได้ช่วยกันใช้คำพูดทิ่มแทงคนอื่นไปทั่ว มันยืนหัวเราะเหมือนแทบขาดใจ ภาพตรงหน้าไม่เป็นที่สนใจต่อเมษาเพียงนิด ผืนผ้าปูที่นอนถูกพับลงตะกร้า เขาจัดการอุ้มมันขึ้นหวังก้าวเดินเข้าตัวบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงจากคนพวกนี้ที่ก่อกวนป่วนประสาทไม่หยุด

 

อ้าวมารยาทแย่จริงๆ คนมาคุยด้วยไม่คิดจะพูดจะจากันเลยรึไง ได้ข่าวว่าไปเที่ยวกรุงเทพ กลับมาเป็นแบบนี้ไปซะแล้วหรอวะ

 

เพราะไม่มีเรื่องจำเป็นต้องคุยด้วย

 

พูดแล้วปรายตามองหน้าเจ้าของขาอย่างไอ้โจ้ ที่ใช้ขากลั้นไว้ไม่ให้เดินต่อ เมษาเบี่ยงเดินไปอีกทางแต่ไอ้บอยมาขนาบข้างเข้าพอดี ถอนหายใจออกอย่างเซ็งๆจึงตัดสินใจพูดตอกหน้ากลับไปอีกครั้ง คงเป็นเพราะคิมหันต์สอนให้หัดตอบโต้คนซะบ้างจึงได้เปลี่ยนไปบ้างจากปกติที่คงได้แต่เดินก้มหน้างุดๆเป็นการหนี

 

หลีกทาง จะเดิน!”

 

เดี๋ยวนี้แม่งมีขึ้นเสียงว่ะ ฮ่าๆๆๆ!!โจ้ๆๆมึงได้ยิ้นมั้ย

 

ได้ยินๆฮ่าๆๆ ไม่เหมาะ ยังไงก็ไม่เหมาะ ร้องไห้ให้ดูหน่อยดิอยากเห็นแบบนั้นมากกว่าว่ามั้ยบอย

 

กูก็ว่างั้น ฮ่าๆๆๆ ร้องไห้เลย เมษา ร้องเลยๆๆๆ ร้องเลย แงๆๆๆ เรียกแม่จ๋าให้มาอุ้ม เร็วๆๆ

 

ฮ่าๆๆๆ!!!/ฮ่าๆๆๆๆโอ้ยยขำ!!/เออกูก็ขำ ฮ่าๆๆๆ!!!!”

 

ระเบิดขำยืนหัวเราะกุมท้อง พวกมันแข่งกันหัวเราะเพราะเรื่องที่พูดคงจะสนุกไม่น้อย แต่ใครจะไปสนุกด้วย เมษาถอนหายใจเฮือกใหญ่ อีกครั้ง ยืนห่อไหล่รอให้พวกมันทำตามใจอยากให้เต็มที่อีกไม่นานคงหยุดแล้วแยกย้ายกลับบ้านกันไปเอง แต่ไม่เป็นแบบนั้นเมื่อคิมหันต์เดินเข้ามาข้างหลังตอนไหนไม่รู้ เขาถามด้วยความสงสัยถึงรู้ว่าพวกนี้ไม่ได้มาดีก็เถอะ

 

เพื่อนหรอ

 

คำว่าเพื่อนทำเอาพวกมันเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน แทนที่จะสะอึกกลับยิ่งขำหนัก ไอ้พีไม่พอแค่นั้นมันตบป้าบๆเข้าหลังเพื่อนทั้งสอง หัวเราะจนตาปิดคิกคักสนุกสนานไม่ทันสังเกตุเลยว่าคนตรงหน้าคิ้วขมวดจนแทบจะชนกันจนผูกเป็นโบว์ได้ ยังไม่รู้จักสำนึกไอ้โจ้ไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ตัวเองพูดออกไปกำลังทำให้คิมหันต์หัวเสียยิ่งกว่าเก่า

 

เพื่อนหรอ ไม่ใช่ๆๆ ฮ่าๆๆ ไม่คบตุ๊ดโว้ยยย!!”

 

“…………….”

 

ไม่ได้พูดอะไร แต่สมองสั่งให้สองเท้าก้าวพาตัวเองเข้าใกล้พวกมันสามคน เมษาเห็นท่าไม่ดีรีบฉุดแขนไว้ สองมือจึงจับดึงข้อมือคิมหันต์แล้วออกแรงลากพาเดินมาอีกทางเพราะมีปัญหาไปคงไม่มีอะไรดีขึ้นนอกจากปวดประสาทเถียงกันและใช้กำลังไม่หยุดหย่อน

 

อย่าไปสนใจเลย ขึ้นบ้านกันเถอะ

 

ไม่ทำอะไรหรอกน่า

 

นะ….ขึ้นบ้านกัน

 

 

เมษาดึงแขนคิมหันต์ให้เข้าประชิดใกล้แล้วเงื้อมเงยหน้ามองส่งสายตาขอร้อง แน่นอนว่าใจเย็นลงเพราะเคารพในการตัดสินใจของกันและกัน ยอมหยุดคิดซักพัก ดึงสติตัวเองกลับมาจึงหันหลังกลับเดินเข้าตัวบ้านตามที่เมษาขอร้อง เสียงหัวเราะดังตามหลังเอ้าๆ มันทำให้เขาโมโหจนสามารถพ่นไฟเผาหน้าไอ้พวกบ้านั้นได้ แต่มันไม่เท่าสิ่งที่ไอ้พีกำลังพูดขึ้นต่อไปนี้

 

เห้ย….ดูดิ พวกหมดทางสู้เขาว่ากันว่ามันจะเดินหนีว่ะ..ตุ๊ดนี่หว่า…..”

 

แล้วลูกผู้ชายเค้าทำตัวแบบไหนกันวะ!!!!!!”

 

ไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่ต้องไตร่ตรอง ไม่ต้องใช้สมอง ตอนนี้ใช้ขอใช้กำลังที่มีจัดการกับพวกมันให้พ้นๆหน้า เขาสะบัดมือเมษาออก ปลายเท้าจิกลงพื้นออกตัววิ่งย้อนมาหาต้นเรื่องอย่างไอ้พีที่ยืนหน้าเหวอไม่คิดว่าคิมหันต์จะตะโกนออกมาเสียงดังขนาดนี้ ไม่ทัน เมษารั้งไว้ไม่ทันตอนนี้คิมหันต์พุ่งตัวเข้าหาอย่างไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรต่อจากนี้

 

คิมหันต์อย่า!!!!!!”

 

คิมหันต์

คิมหันต์

คิมหันต์

 

[!!!!!!!!!!!!!!]

 

ชื่อเรียกแทนตัวบุคคลถูกเอ่ยให้ได้ยิน ไอ้โจ้เบิกตาออกกว้างรนรานเขย่าแขนไอ้พี มันไม่สลดจนไอ้บอยช่วยออกแรงเขย่าซ้ำ เพื่อนสองคนช่วยกันพามันให้ออกห่าง ยังไม่หยุดไม่รู้ตัวยังคงทำหน้าทำตาแลบลิ้นปลิ้นตาเรียกได้ว่ายั่วให้อีกฝ่ายโมโห จนกระทั่งเพื่อนต้องบอกให้ฟังกว่าจะรู้

 

ไอ้พี!!!ไอ้ตี๋

 

ตี๋ไหน ฮ่าๆๆๆ

 

กูจำได้ ไอ้ตี๋ที่เคยชกมึงตอนเด็กจนฟันน้ำนมมึงหักไง

 

เชี่ยยย กูว่าแล้วหน้าคุ้นๆ พอได้ยินชื่อล่ะใช่เลย กลับบ้าน!!!!”

 

อะ อะ ไอ้!!!ไอ้ตี๋หรอวะ

 

ทันใดนั้นภาพอดีตผุดขึ้นในหัว ภาพทุกอย่างวนย้อนตั้งแต่โดนชกด้วยน้ำมือของคิมหันต์ พร้อมกับหน้าผากปูดเป็นลูกมะนาวเพราะโดนก้อนดินเขวี้ยงใส่ ไอ้พีรีบถอยหลังพาร่างกายอ้วนตุ๊ต๊ะออกจากจากโจทย์เก่าในวัยเด็กที่ตอนนี้โตเป็นหนุ่มด้วยกันทั้งคู่ ซ้ำคิมหันต์ยังไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

 

ชื่อคิมหันต์…..ไม่ได้ชื่อตี๋

 

ยิ่งเห็นไอ้พีถอยหลังกรูแทบสะดุดขาตัวเองล้ม ในใจนึกสนุกแทนที่จะเหวี่ยงหมัดใส่กลับค่อยๆเดินตามทีละก้าว เขาส่งยิ้มเอียงหัวให้ มันไม่ได้ดูเป็นมิตรแม้แต่น้อยเพราะเป็นสิ่งที่แกล้งทำให้พวกมันต่างหาก หัวเราะในลำคอยืนท้าวเอวทิ้งน้ำหนักไปที่ขาข้างซ้ายก่อนจะพ่นควันบุหรี่ออกจากริมฝีปากปล่อยให้มันพวยพุ่งฟุ้งเต็มอากาศ

 

อ่ะ เออ!!!!แค่แวะมาแหย่เล่นๆเองเว่ย ไป ไปแล้วเว้ย!!!!”

 

อ้อหรอ….”

 

ใครจะไปรู้ว่าแม่งยังอยู่วะ!!!/เลิกบ่น วิ่งเร็ว!!!!/เชี่ยยรอด้วยยไอ้โจ้!!!”

 

จับมือกันวิ่งปล่อยให้คิมหันต์ยืนยักไหล่อย่างงงๆ เพราะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าพวกนั้นกลัวอะไรทำไมถึงได้เปลี่ยนใจรีบกลับบ้านขึ้นมาซะงั้น ถึงแม้จะยังสงสัยกับฟันน้ำนมที่พวกมันพูดถึงก็เถอะแต่ปล่อยให้ผ่านแล้วผ่านไปเสียดีกว่า ผิดกับเมษาที่ยืนกอดผ้าห่มแล้วอมยิ้มคนเดียวเงียบๆ

 

เอ้าบ้าไปแล้วมั้งยืนยิ้มคนเดียว

 

ไม่บ้าซักหน่อย

 

“…….เข้าบ้านๆ ร้อนๆ

 

เดินขยี้หัวผ่านหน้าไปเฉยๆ แทนที่จะได้นอนอ่านหนังสือสบายๆดันต้องออกมาต่อปากต่อคำทำเรื่องไร้สาระกลางวันแสกๆจนแดดแทบเผาหน้า ตอนนี้หัวใจพองโตอีกครั้งเมื่อนายคิมหันต์ที่เดินนำหน้าอยู่ทำให้เมษานึกถึงเด็กชายคิมหันต์ในอดีตที่เคยเจอกันมาก่อนและปกป้องเขาไว้จากพวกเกเร ภาพความประทับใจมองเห็นเป็นฉากๆตั้งแต่เริ่มพบกันและก่อนจากกัน

 

เหตุการณ์ในวันนั้น

 

พ่อ!!!อุ้มคิมหันต์หน่อยย คิมหันต์ไม่อยากเดินลงจากรถ คิมหันต์กลัวรองเท้าสกปรก

 

เด็กชายคิมหันต์วัยห้าขวบผิวขาวตาตี่นั่งกอดอกกระฟัดกระเฟียดหน้านิ่วคิ้วขมวดยู่ปากอยู่ในรถคันหรูอย่างโรลรอยส์โก๊ตพอทท่อม สองขาตีลงบนเบาะรถซ้ำๆ เรียกร้องความสนใจจากผู้เป็นพ่อซึ่งตอนนี้ให้ความสนใจกับคนบนบ้านไม้หลังเก่าอย่างพ่อและแม่ของเมษามากกว่า เขาหาสนใจลูกชายไม่ ทำให้เด็กชายต้องระตะโกนอีกครั้ง

 

พ่อออ!!! ลงมาอุ้มคิมหันต์!!!!”

 

เหมือนเสียงนกเสียงกา ไม่ใช่ว่าไม่ได้ยินแต่ไม่สนใจมากกว่าก็ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนถูกตามใจจนนิสัยเสีย อีกอย่างก็ร้ายเอาการเหมือนกัน เด็กชายคิมหันต์ชักเอาแต่ใจขึ้นทุกที มันถูกแสดงออกด้วยการที่เขายืนขึ้นและใช้เท่าเตะซ้ำๆลงบนเบาะรถ มือน้อยๆกดระบบเปิดกระจกอัตโนมัติให้ลดเลื่อนลงกว่าเก่า

 

พ่อออออ!!!!!คิมหันต์ไม่อยากให้รองเท้าคิมหันต์สกปรก!!!!! มารับคิมหันต์เดี๋ยวนี้ พ่อออ!!!!!”

 

ฮ่าๆๆๆ โอ้หนูเมษาน่ารักจังเลย กี่ขวบแล้วลูก

 

สามขวบครับ

 

มาให้ลุงกอดหน่อยๆ อื้มมมม ชัยลูกชายแกนี่น่ารักจริงๆ เอ้อนี่คุณต้นอ้อ ถ้ามีโอกาสน่าให้หนูเมไปเรียนที่กรุงเทพนะ

 

ฮ่าๆ ไม่หรอกค่ะ ค่าใช้จ่ายเยอะ จ่ายไม่ไหวหรอก

 

เอาน่า เรื่องค่าใช้จ่ายจะรับผิดชอบเอง ไปเรียนกับคิมหันต์ก็ได้ นู่นๆโวยวายอยู่ในรถ แสบจริงๆ

 

คุณพ่อชัย และคุณแม่ต้นอ้อ พ่อและแม่ของเมษา นั่งคุยอยู่กับคุณพ่อเกียรติพ่อของเด็กชายคิมหันต์ ข้างๆถัดไปเป็นป้าแหม่มเธอคอยนั่งจัดกระเป๋าเสื้อผ้าให้คุณหนูและของเล่นที่หอบขนมาจนเต็มกระเป๋า คงเป็นความหวังสุดท้ายที่ตามใจคิมหันต์มาแต่เด็ก ป้าแหม่มจึงเป็นคนต่อไปที่คิมหันต์ร้องเรียกหา

 

ป้าแหม่ม!!!ลงมาหาคิมหันต์หน่อยยย อุ้มคิมหันต์ด้วยยยยย ป้าแหม่มครับบบ คิมหันต์ร้อน

 

โผล่ตัวออกนากหน้าต่างรถ สองมือท้าวกับขอบหน้าต่าง สองขาดีดไปมาเป็นการเรียกร้องความสนใจให้อีกฝ่ายหันมอง เมื่อเห็นอย่างนั้นปล่อยไว้ไม่ไหวป้าแหม่มละมือจากข้าวของตรงหน้า ทำท่าจะลุกขึ้นไปรับคุณหนูสุดที่รักที่ตอนนี้โวยวายแหกปากรถแทบแตก แต่กลับโดนคุณผู้ชายฉุดมือไว้เธอรู้ดีว่าควรจะฟังใครมากกว่ากันจึงนั่งลงที่เดิม

 

ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ ตามใจกันมาแต่เด็กจนจะเสียคนหมดแล้ว

 

แต่ แต่คุณหนู….”

 

แหม่ม

 

คะ คุณผู้ชาย

 

ทนไม่ไหวเดี๋ยวก็ลงมาเอง เธออยู่นี่แหละ

 

ค่ะ…”

 

นั่งก้มหน้าจัดแจงเก็บข้าวเก็บของต่อ คิมหันต์มองการกระทำของทั้งสองอยู่แน่นอนว่าทำให้เด็กน้อยโมโหมากขึ้น สองแขนกอดอกตัวเองไว้มั่น ส่งเสียงจิ๊ปากผ่านช่องไรฟันแล้วทิ้งตัวลงนั่งลงเบาะรถอีกครั้ง มันไม่ใช่ที่ที่เขาควรอยู่และไม่อยากจะอยู่ด้วยซ้ำ

 

คิมหันต์ไม่รักพ่อแล้ว!!!!ไม่รักป้าแหม่มด้วย!!!!!! จะไม่สอนป้าแหม่มเล่นรถบังคับแล้ว!!!!! คิมหันต์จะไม่สอนพ่ออ่านภาษาอังกฤษเล่มสองด้วย!!!!”

 

ฮ่าๆๆ คุณหนู….ท่าทางแสบไม่เบา

 

คุณพ่อชัยพูด

 

ดูสิ สงสัยจะโกรธใหญ่แล้ว เมษาเอารองเท้าไปให้พี่คิมหันต์ยืมสิลูก ของหนูมีอีกคู่ไม่ใช่หรอที่ยังไม่ได้ใส่

 

คุณแม่ต้นอ้อพูด

 

ครับ เมษาจะเอารองเท้าให้พี่คิมหันต์ยืม

 

หนูเมษาวัยสามขวบสวมเสื้อยืดสีขาวธรรมดากับกางเกงขาสั้นเดินก้มหลังผ่านหน้าผู้ใหญ่แล้วอ้อมไปอีกทาง หยิบรองเท้าหูคีบสีฟ้าน่ารักแล้วยิ้มให้กับมัน หนูน้อยจัดการถือมันลงจากบ้านเดินมุ่งหน้าไปที่รถ มือป้อมๆเคาะเบาๆที่ประตูรถ เขย่งเท้าให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วจึงโผล่หน้าไปหาแค่ตาสองข้าง

 

ก๊อกๆๆๆ!!

 

พี่คิมหันต์

 

“……………..”

 

 

ก๊อกกๆๆ

 

พี่คิมหันต์ได้ยินรึเปล่า

 

ใคร!!!!”

 

นั่งกอดอกหันหลังให้ตะโกนกลับเสียงดังไม่รู้ว่าพ่อหนูน้อยไปหงุดหงิดอะไรมาจากไหน เมษาเห็นพี่คิมหันต์สวมเสื้อแจ๊กเก็ตยีนส์ราคาแพงทับเสื้อแขนสั้นสีดำกับกางเกงยีนส์ขาดเข่าสำหรับเด็ก รองเท้าผ้าใบคู่สวยสีขาวสะอาดตาไม่แปลกหรอกที่จะหวงแหนกลัวว่าจะเลอะดินซะขนาดนั้น

 

เมษาเอารองเท้ามาให้พี่คิมหันต์ยืม

 

“…………….”

 

เมษาให้ยืมจริงๆนะ

 

ไม่ได้ขอซักหน่อย!!!!”

 

ยังคงหันหลังตะโกนกรรโชกเสียงใส่ หนูเมษาทำใจดีสู้เสือเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อหวังให้พี่ชายหันหน้ามาหาซักนิด ทันใดนั้นคิมหันต์หันควับพลิกตัวกลับมาทำหน้าตาบูดบึ้ง คิ้วหนาคู่นั้นชนกันจนผูกเป็นหูกระต่ายได้ ถึงอย่างนั้นเด็กน้อยหน้าตาน่ารักแก้มชมพูยังคงส่งยิ้มให้ สองมือเกาะหน้าต่างรถ เขย่งเท้าจนขาสั่นเซไปมา

 

พี่คิมหันต์ไม่อยากลงไปเล่นกับเมษาข้างล่างหรอ เมษามีร้านขายของด้วยนะ

 

เอียงหัวยิ้มให้ แก้มแดงชมพูระเรื่อดวงตากลมโตส่งยิ้มให้ผ่านแววตาคู่นั้น

 

ไม่เล่น!!!! ไปให้พ้น คนกำลังหงุดหงิด!!!!”

 

ก็ได้…”

 

“…………..”

 

พี่คิมหันต์….”

 

จะเรียกทำไมนักหนา!!!”

 

เมษาขอยืนคุยกับพี่คิมหันต์ตรงนี้ได้มั้ย

 

จะคุยอะไร!!”

 

คุยอะไรก็ได้ เมษาอยากคุยกับพี่คิมหันต์ อื้บบบๆๆ

 

ทนยืนตากแดดเขย่งเท้าเพราะอยากเป็นเพื่อนกับอีกคน ไม่แปลกที่อยากทำความรู้จักเพราะอยู่บ้านเด็กคนนี้ไม่มีเพื่อน จะมีก็มีแต่เพื่อนเด็กผู้หญิงที่โรงเรียน หนูเมษาเขย่งปลายเท้าอยู่อย่างนั้น เซไปทางซ้ายทีขวาที เมื่อยจนประคองตัวไม่ไหวจึงล้มลงกับพื้น

 

โอ้ย!!!!”

 

คิมหันต์ชะโงกดูตามเสียงเห็นเด็กน้อยนั่งกองกับพื้นสองมือค่อยๆยันตัวเองให้ลุกขึ้น พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้เพราะพ่อสอนไว้ให้เข้มแข็ง ได้แต่มองดูเฉยๆไม่ถามไถ่ว่าน้องเป็นไงบ้าง เมษาลุกขึ้นด้วยตัวเองสองมือปัดเศษหินบนหัวเข่าออก ต่อด้วยเช็ดคราบสกปรกบนฝ่ามือลงบนกางเกงแล้วส่งยิ้มให้ทั้งคราบน้ำตา

 

เมษาไม่เป็นไร

 

ขอรองเท้าหน่อย จะลงไปหาพ่อ

 

ดีใจจนลืมเจ็บคิดว่าอีกคนจะลงมาเล่นด้วย หนูน้อยยิ้มออกมาทั้งน้ำตาที่มันเอ่อคลอเหมือนอยากจะร้องไห้ มือป้อมๆยื่นส่งรองเท้าให้พี่ชาย คิมหันต์แกะเชือกรองเท้าทั้งสองข้าง จัดการถอดมันออกอย่างไวแล้ววางไว้เบาะหลังรถ ก้มมองดูรองเท้าหูคีบสีฟ้าน่ารักสวมได้พอดิบพอดีและสไตล์ที่แปลกใหม่

 

พี่คิมหันต์

 

อะไร

 

เราไปเล่นหลังบ้านกันเถอะ เมษามีร้านขายของอยู่

 

ไม่เอา พี่ไม่เล่น เพราะผู้ชายเค้าไม่เล่นขายของ

 

พี่คิมหันต์เป็นคนซื้อก็ได้

 

ไม่ พี่จะไปเอารถบังคับกับพ่อ

 

ไม่ฟังน้อง เดินจ้ำอ้าวขึ้นบ้านผ่านหน้าผู้ใหญ่ไปค้นกระเป๋าหาของเล่น ค้นจนของในกระเป๋ารวมกันไปหมด ชักหงุดหงิดเพราะหาเท่าไรก็หาไม่เจอ คิมหันต์หันมาทางป้าแหม่มที่ช่วยหาอีกคนเพราะพอจะรู้ว่าคุณหนูต้องการจะหารถบังคับคันโปรดคู่ใจ ทั้งกระเป๋าใบที่หนึ่งและใบที่สองไม่เจอสิ่งที่ตามหาอยู่ คุณพ่อเห็นแล้วว่าลูกชายชักงี่เง่าเอาแต่ใจอีกครั้งจึงลองถามดูถึงแม้จะรู้ว่าคิมหันต์ต้องการอะไร

 

หาอะไรลูก

 

พ่อเห็นคุณแลมโบกินีของคิมหันต์รึเปล่า

 

คุณแลมโบ?”

 

ใช่ๆ คันสีแดงนะวันนิ้คิมหันต์เอาคุณสีแดงมา

 

หนูวางไว้บนโซฟา พ่อเห็นอยู่

 

กำลังงุ่นง่านหากับป้าแหม่ม ได้ยินอย่างนั้นจึงเงยหน้าขึ้นคิดมองผู้เป็นพ่อทันที่ที่นึกออกว่าจริงๆว่าเขาลืมคุณแลมโบกินีสีแดงไว้บนโซฟา

 

แล้วคิมหันต์จะเล่นอะไร!!!ป้าแหม่มหยิบคันสีเหลืองมาด้วยมั้ย

 

เปล่าค่ะ ก็คุณหนูชอบคันนี้ที่สุด ป้าเลยไม่ได้เอาคันอื่นมาด้วย

 

คิมหันต์จะเล่นคุณแลมโบคันสีแดง!!!!”

 

อย่าโวยวายสิลูก มานี่มาสวัสดีอาชัยกับน้าต้นอ้อก่อน

 

คว้าตัวลูกชายให้นั่งตักบังคับจับสองมือให้พนมขึ้น ไม่เต็มใจจะทำเพราะตอนนี้จิตใจจดจ่ออยู่กับคุณแลมโบสีแดงซึ่งลืมไว้ที่บ้าน ไม่ได้ก้าวร้าวจนดูน่าเกลียดแต่กลับดูน่ารักมากกว่า ความเอ็นดูคุณแม่ต้นอ้อใช้มือบีบแก้มเบาๆเธอส่งยิ้มให้คิมหันต์ยิ้มกลับอย่างเขิดเขิล

 

พี่คิมหันต์กี่ขวบแล้วครับ

 

ห้าขวบครับ

 

สอบได้ที่เท่าไรเอ่ย

 

ที่หนึ่งครับ

 

เก่งจังเลย อยู่ที่นี่น้าขอ….ฝากน้องด้วยนะ น้องไม่ค่อยมีเพื่อน

 

ครับ

 

พี่คิมหันต์ ถ้าไม่อยากเล่นขายของ เมษาพาไปเด็ดดอกไม้ก็ได้

 

ยืนรอตะโกนมาจากหน้าบ้าน

 

น้องมาเรียกแล้ว ไปเล่นกับน้องก่อนพ่อจะคุยธุระ นะคนเก่ง

 

ยอมลุกขึ้นเดินทอดน่องอย่างไม่เต็มใจจะทำ เด็กน้อยดีใจกระโดดโลดเต้นอยู่กับที่เมื่อเห็นว่าพี่คิมหันต์ลงมาหาตน

 

.พี่คิมหันต์ๆ เมษาจะพาไปดูดอกไม้ ตรงนู้นๆ

 

ก็ไปสิ

 

เย้ๆ

 

มือป้อมๆกอบกุมมือพี่ชายแล้วพาวิ่ง คิมหันต์ฝืนตัวไว้เดินตามอย่างช้าๆตามต้อยๆ เพราะไม่ชอบอะไรแบบนี้ซักเท่าไรต้องเป็นแลมโบกินีสีแดงสิถึงจะแจ๋ว แดดร้อนๆกลับทำให้เมษารู้สึกสนุกเป็นพิเศษแต่มันไม่ใช่สำหรับอีกคน ไม่นานนักทั้งคู่ไปหยุดอยู่กลางทุ่งหญ้า ดอกไม้สีส้มเหลืองขึ้นสลับแซมกันรายล้อมไปทั่ว ลมพัดเรื่อยรู่เย็นเฉื่อยฉิวผ่านผิวกาย หนูเมษาหลับตากางแขนออกรับลมขณะที่พี่คิมหันต์ใช้เท้าแหวกเขี่ยดงหญ้าซ้ำๆ

 

สวยมั้ย

 

สวย

 

เมษาให้

 

นิ่งไปซักพักก่อนที่จะรับมาไว้ในมือ เด็กน้อยก้มหน้ายิ้มคนเดียวปกปิดใบหน้าแดงก่ำ หัดแก่แดดหน้าแดงตั้งแต่เล็กเพราะพี่ชายเองก็หล่อเหลาแต่เด็กเช่นกัน กลางลานกว้างซึ่งรายล้อมไปด้วยทุ่งหญ้ามีเพียงเขาสองคนยืนจับมือกันและกัน ดอกไม้ในมือคิมหันต์เป็นของขวัญชิ้นแรกที่เมษามอบให้เขาในวันที่พบเจอกันครั้งแรก

 

ขอบคุณ

 

20.00 .

 

แม่จ๋าๆ เมษาอยากนอนกับพี่คิมหันต์

 

กอดขาอ้อนผู้เป็นแม่แล้วใช้แก้มฝืดเฝือไปมาเป็นการออดอ้อนหวังได้รับอนุญาต เมษาติดแจไม่อยากแยกออกจากกันขอร้องโดดอยู่กับที่ซ้ำๆดึงชายเสื้อแม่แกล้งเบะทำหน้าจะร้องไห้ คิมหันต์ชะโงกหน้ามองจากห้องนอน เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากรอดูผลว่าน้องจะทำอย่างไรต่อไป

 

ไม่ได้ พี่เค้าเป็นแขกหนูจะไปรบกวนไม่ได้ มานอนกับแม่มา

 

ไม่เอา.....วันนี้เมษาจะนอนกับพี่คิมหันต์

 

ไม่ได้

 

ได้

 

แม่บอกว่าไม่ได้ก็อย่าดื้อสิเมษา

 

ผู้เป็นพ่อพูดเสียงเข้ม เมษารีบลดมือลงก้มหน้าหนีหลบเลี่ยงสายตาเห็นท่าไม่ดีพี่คิมหันต์รีบลุกออกมาเดินมาจับมือน้องไว้และดึงให้เข้าใกล้ตน กลัวๆกล้าๆแต่ก็อยากลองขอแทนน้องดูซักครั้งเผื่อจะได้ผลเผื่ออีกคนได้ไม่ต้องงอแง เมษายิ้มล่าเพราะรู้ว่ายังไงถ้าเป็นพี่ชายล่ะก็พ่อและแม่ต้องยอมอยู่แล้ว

 

คิมหันต์อยากนอนกับน้อง คิมหันต์กลัวผี

 

ไม่มีผีหรอกครับคุณหนู

 

แต่คิมหันต์กลัว

 

คุณหนูไม่ต้องกลัวนะคะ ก่อนนอนคุณหนูกราบหมอนสามครั้งก็หลับฝันดีแล้วค่ะ

 

ถ้าคุณน้าต้นอ้อกับคุณอาชัยไม่อยากให้คิมหันต์กลัว ก็ให้น้องมานอนห้องคิมหันต์สิครับ

 

“……………..”

 

ถ้าไม่ให้นอน คิมหันต์ขอฟังเหตุผลได้มั้ย

 

ได้ค่ะ ให้นอนก็ได้ ฮ่าๆ เมษาอย่ากวนพี่เค้านะลูก อย่าดื้อกับคุณลุงเกียรติกับป้าแหม่มด้วยรู้มั้ย

 

ครับ เมษาไม่ดื้อ

 

คำต่อลองเป็นผลเพราะตอนนี้เมษาได้เข้ามานอนเกลือกกลิ้งทิ้งกายลงใต้ผืนผ้าห่ม เมษาตัวเล็กกอดเอวพี่คิมหันต์ไว้แน่น ผืนผ้าห่มถูกคลุมมิดเหนือหัวตัวสั่นขณะที่ผู้เป็นพี่เอือมระอาเต็มที แน่นอนว่ากิจกรรมยามดึกคงไม่พ้นเรื่องผี กลัวมากแต่อยากเล่าอยากคุยมากกว่า

 

พี่คิมหันต์ๆ ที่กรุงเทพมีผีปอบมั้ย

 

ไม่มี

 

แต่ที่นี่มี เล็บยาวๆ ปากแดงๆ ชอบมาตอนตีสาม อึ้ยยยยน่ากลัวเนอะๆ

 

ไม่มีหรอก โม้พี่รึเปล่า

 

มีสิ แม่บอกว่าปอบชอบกินตับเด็ก เมษากลัวๆ

 

ผู้ใหญ่เอาไว้หลอกเด็กดื้อ

 

เมษาไม่ดื้อ

 

ดื้อ

 

เมษาไม่ดื้อ

 

ถ้ายังเถียงพี่อีกพี่จะเรียกปอบมากินตับ

 

งั้นเมษาดื้อ ดื้อมากๆ

 

ใช่ ดื้อมากๆ…”

 

พี่คิมหันต์

 

ว่าอะไร

 

ตัวพี่คิมหันต์หอม เมษาชอบดม

 

หอมกลิ่นแป้งใช่มั้ย

 

ใช่ๆ

 

พูดแล้วพลิกตัวซุกหน้าเอาขาก่ายผู้เป็นพี่ ใบหน้าน้องเมษาแนบชิดติดกับอกแล้วฟัดไปมาบนชุดนอนสีฟ้าลายการ์ตูนของพี่คิมหันต์ที่ตอนนี้ไม่ว่าอะไรปล่อยให้อีกคนทำตามใจชอบ ดูท่าทางแล้วอีกไม่นานน้องเมษาคงจะหลับไปเองเพราะดวงตาคู่หวานปรือเต็มทีแต่ฝืนลืมไว้จนดึกดื่น ผืนผ้าห่มถูกห่มกระชับ สองแขนกอดน้องไว้แน่น ตัวเองก็ง่วงไม่ต่างกันจึงหลับตาลงช้าๆ แต่ว่าเหมือนอีกฝ่ายยังรู้สึกตัวนิดหน่อยเพราะเมษายิงคำถามซักไซร้ไม่หยุด

 

พี่คิมหันต์

 

ว่า

 

ที่กรุงเทพมีห้างเยอะมั้ย

 

เยอะมากๆ

 

เมษาอยากไปบ้างพี่คิมหันต์

 

หืมมม

 

ที่กรุงเทพมีร้านขนมเยอะมั้ย

 

มีเยอะมากๆ พี่ชอบให้พ่อพาไปกินขนม

 

พี่คิมหันต์ ในห้างเสื้อผ้าสวยๆเยอะเลยใช่มั้ย ที่พี่ใส่อยู่ก็ซื้อจากห้างใช่มั้ย

 

ใช่ พ่อพี่ซื้อให้ในห้าง

 

เมษาชอบไปงานวัด ขนมสายไหมอร่อย เมษาชอบสีชมพู พี่คิมหันต์ชอบสีอะไร

 

พี่ไม่ชอบ พี่ชอบกินอย่างอื่น

 

แล้วชอบอะไร ชอบไอ้ติมหมุนรึเปล่า

 

พี่ชอบไอติมอัลมอลราดคาลาเมล

 

ไม่รู้จัก มันอร่อยมั้ย

 

อร่อยมากๆ

 

แพงมั้ย เมษาจะเก็บเงินซื้อ

 

ไม่แพง

 

พี่คิมหันต์ เมษาชอบแบบนี้จังเลย เมษาไม่ค่อยมีเพื่อนเมษาขอนอนกับพี่ทุกคืนเลยได้รึเปล่า

 

ได้สิ

 

เย้ๆๆ กอดกันๆๆ ห้าววว……”

 

หันมองน้องที่ง่วงหาวหงาวนอนแต่ฝืนคุยด้วยส่วนคิมหันต์นั้นนอนนิ่งส่งคำตอบตามที่น้องถามเพราะไม่อยากขัดใจ เข้าใจหัวอกว่ายังไงเด็กๆก็อยากมีเพื่อนด้วยกันทั้งนั้นไม่แปลกที่เมษาจะติดและอ้อนเอาขนาดนี้

 

อื้อออ พี่คิมหันต์….”

 

ว่ายังไง

 

ที่กรุงเทพมีผีกระสือเหมือนที่นี่มั้ย…”

 

 

ไม่มี

 

แต่ที่นี่มี เมษากลัว….”

 

ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่

 

อื้อออ…. พี่คิมหันต์…….”

 

นอนได้แล้ว เดี๋ยวพ่อได้ยินจะมาดุเอา เพราะเราไม่ยอมนอน

 

เมษาอยากไปกรุงเทพ อยากไปกินขนม อยากไปซื้อเสื้อผ้า อยากหนีผีกระสือถ้าโตขึ้น….พี่พาเมษาไปกรุงเทพด้วยได้มั้ย เมษาอยากกินไอติมอัลมอลราดๆอะไรไม่รู้ที่พี่คิมหันต์บอก…. เมษาจะเก็บเงินไว้รอ

 

อ้อ คาราเมลน่ะหรอ

 

อื้ออๆๆ มารับเมษาได้มั้ย

 

ได้ พี่จะขับคุณบีเอ็มดับเบิลยูมารับเมษา

 

มันคืออะไร เมษาไม่รู้จัก

 

คุณบีเอ็มคือรถ

 

อื้อออ เมษาจะรอนะ……..ฟี้…. ฟี้…… ”

 

“…………ฟี้……. ฟี้……”

 

สิ้นสุดบทสนทนา เด็กน้อยสองคนผล็อยหลับลงพร้อมกัน พี่คิมหันต์ใช้แก้มซบอิงไปบนไรผมอ่อนนุ่มของน้องขณะที่เมษาซุกหน้าเข้าหาอกนอนกอดแน่น แค่ห้องแคบๆเล็กๆกลับทำให้พวกเขาหลับได้สนิทตลอดทั้งคืน ภาพตรงหน้าดูน่ารักไม่น้อย ป้าแหม่มเข้ามาเห็นพอดี อดไม่ได้ที่จะขอกล้องถ่ายรูปจากคุณผู้ชายมาถ่ายเก็บไว้เผื่อโตไปจะได้เก็บไว้ดู

 

เช้าวันต่อมา

 

พี่คิมหันต์ๆ ดูสิๆน้ำเป็นสีส้มแล้ว

 

สวยจัง เหมือนน้ำส้มเลย

 

ครกใบเล็กและชุดของเล่นทำอาหารถ้วยชามสำหรับเด็กมันเต็มไปด้วยดอกเฟื้องฟ้าสีส้มผสมกับน้ำ มันถูกตำบดจนละเอียด เมษาจัดการเทใส่แก้วแล้วทำเป็นเครื่องดื่ม ใบไม้สีเขียวฉีกเป็นกับข้าว แค่นี้ก็สนุกมากแล้วสำหรับการเล่นทำอาหารด้วยกัน  หันไปเห็นสงสัยวัตถุดิบจะหมด มันไม่เพียงพอเพื่อที่จะทำเมนูต่อไป

 

ดอกไม้หมด เมษาจะไปเอามาใหม่

 

พี่ไปด้วย

 

ไม่เป็นไร แค่นี้เอง

 

เอาดอกสีชมพูมาด้วยนะ

 

สองมือเด็ดดอกเฟื้องฟ้าสีชมพูห่อใส่ไว้ในเสื้อ ยิ้มบ้างเลือกดอกนู้นดอกนี้บ้าง ในใจคิดจะใส่สีอะไรผสมไปดีเผื่อเมนูอาหารจะได้ออกมาสีสวยๆ พึงรู้จักได้เพียงวันเดียวทำไมถึงได้รู้สึกสนิทสนมอุ่นใจเวลาอยู่ด้วย นั่งยองๆเลือกดอกที่สวยที่สุดคว้ามือเอื้อมจะเด็ด แต่แล้วเด็กน้อยก็ต้องล้มลงหน้าทิ่มกับพื้นเมื่อถูกใครบางคนผลักเข้ากลางหลัง ฝ่ามือสองข้างท้าวค้ำรับน้ำหนักตัวไว้กลับช่วยอะไรไม่ได้เพราะโดนผลักอีกครั้งซ้ำ

 

โอ้ยยย!!”

 

ฮ่าๆๆๆ ดูดิหน้าทิ่มกลิ้งเป็นลูกขนุนเลยว่ะ

 

จ เจ็บทำเราทำไม

 

ฮ่าๆๆ เค้าเรียกว่าทักทายแบบลูกผู้ชายเว้ยย

 

เด็กรุ่นราวคราวเดียวกันยืนท้าวเอวจังก้าอยู่ตรงหน้า เด็กชายพีขี้รังแกประจำห้องเจ้าเก่าเจ้าเดิมที่ชอบแอบมาแกล้งเมษาเป็นประจำเวลาอยู่คนเดียว หัวเข่ารู้สึกเจ็บแสบเพราะตอนนี้มีเลือดซึมซิบออกมานิดๆ พีพอใจไม่น้อยที่สามารถทำให้อีกคนเจ็บตัว และรู้สึกกลัวได้

 

ฮ่าๆๆๆ ร้องไห้เลย ร้องเลย ร้องเลย/ใช่ๆ ร้องเลย ร้องเลย ร้องเลย

 

ไม่ได้มาแค่คนเดียวเพราะมีโจ้กับบอยมาด้วย เด็กสองคนยืนขนาบข้างให้พีอยู่ตรงกลางมันเป็นภาพที่เมษาเห็นจนชินตาและไม่อาจลบเลี่ยงได้ เด็กน้อยเริ่มรู้สึกกลัวจนน้ำตาเอ่อคลอนั่งร้องไห้ขยี้ต่ามืออีกข้างกอบกุมหัวเข่าตัวเองไว้ที่ตอนนี้มันแสบรอบปากแผลเกินทนไหวสุดท้ายก็ร้องไห้เหมือนทุกครั้งที่เคยโดนกระทำ ยิ่งอ่อนแอพวกขี้แกล้งยิ่งนึกสนุก

 

ฮือออ…. ขี้โกง นิสัยไม่ดี

 

ฮ่าๆๆๆ ขี้แง ขี้แง ขี้แง/ขี้แง ขี้แง ขี้แง/ขี้แง ขี้แง ขี้แง ว้ายๆๆไอ้ขี้แง

 

ฮือออ ไปเลยนะ!!”

 

ไม่ไป แบร่ๆๆๆๆ/ฮ่าๆๆไปเองสิเมษาไปฟ้องแม่ไง/ใช่ๆๆฟ้องเลย แมจ๋าเมษาโดนแกล้งงง แบร่ๆๆ

 

ฮือออๆ ฮึก …. ฮือออ เจ็บ

 

เจ็บๆๆๆ ฮือๆๆๆ หว้ายๆๆ เจ็บๆจังเลย แบร่ๆ

 

ช่วยกันเย้าแหย่แลบลิ้นใส่แล้วส่ายก้นใส่หน้า เด็กน้อยเลือกที่จะนั่งร้องไห้อยู่กับที่รอให้พวกนี้เบื่อเดี๋ยวคงกลับไปเองเพราะที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งขืนลุกหนีคงโดนผลักให้ล้มจนเจ็บตัวซ้ำสองอีกแน่ มือน้อยๆพยายามหาก้อนดินเขวี้ยงใส่แต่มันหาสร้างความเจ็บปวดให้พวกเกเรไม่

 

โอ้ยยย เจ็บบบจังเลย เอาอีกกๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ เจ็บจังเลยยยย มีแรงแค่นี้หรอ หว้ายยยๆ ไอ้ขี้แงๆๆ ฮ่าๆๆๆ ขี้แง พวกเราดูหน้าตาคนขี้แงเร็ว

 

ไม่อยากดูหรอกคนขี้แง ฮ่าๆๆ/แหวะๆๆขี้แง ร้องไห้ขี้มูกโป่งงง

 

ร้องไห้เลย ร้องเยอะๆ ขี้แงๆๆลูกติดแม่

 

ดีกว่าเด็กนิสัยไม่ดีแล้วกัน!!!”

 

ฮ่าๆๆมันโมโหว่ะไอ้โจ้ไอ้บอย

 

พีชี้หน้าเมษาแล้วหันไปหาเพื่อนรุ่นเดียวกัน จังหวะนั้นก้อนหินปริศนาขนาดถนัดมือถูกปาเข้ากลางหน้าผากอย่างจัง มันมึนเหมือนภาพหมุน เจ็บหน่วงปวดตึบไปหมด ไม่ใช่แค่ตัวเองที่งงเพื่อนทั้งสองก็งงไปด้วยว่าใครกันปาก้อนหินใส่ได้เหมาะเจาะขนาดนี้แต่กลับรู้ตัวดีว่าต้องหนีเพื่อนซี้พี่ทั้งสองคนรีบวิ่งหนีข้ามสะพานไปรออีกฝากฝั่งรอดูสถานการณ์จนตอนนี้เหลือลูกพี่ตัวอ้วนยืนกุมหัวเพียงคนเดียว

 

โอ้ยยยยย ใครวะ!!!!”

 

ทำไมไม่หัดรังแกคนที่ตัวเท่าๆกันวะ ไอ้อ้วน!!!!”

 

แกหรอ!!!”

 

ก็เออสิ!!!!”

 

ไอ้ตี๋!!!โอ้ยย เจ็บนะโว้ย อูยยยเจ็บ

 

ชื่อคิมหันต์!!!ไม่ได้ชื่อตี๋!!!!”

 

พี่คิมหันต์ยืนท้าวเอวจังก้าคิ้วขมวดเม้มปากแน่น ในมือมีก้อนหินอีกก้อนแน่นอนว่าไม่ได้พกมาแค่อันเดียว ไม่เกรงกลัวซักนิดเพราะตอนนี้เด็กชายได้เดินเยื้องย่างกายเข้ามาเรื่อยๆ เหมือนระบบอัตโนมัติเพราะพีเดินถอยหลังก้าวไว ในใจอยากหันหลังวิ่งหนีแต่กลัวว่าจะโดนหินอีกก้อนเสิร์ฟใส่หัว ห่วงน้องก็ห่วงแต่ขอจัดการกับเด็กเกเรพวกนี้ก่อน

 

ฮือออออ พี่คิมหันต์ เมษาเจ็บบบ เจ็บเข่าไปหมดแล้ว ดอกไม้สีชมพูที่เก็บมาก็ปลิวหายไปหมด

 

ไอ้ขี้แง ขี้แงไม่พอยังขี้ฟ้องอีก!!!”

 

ไอ้อ้วน!!อ้วนไม่พอยังขี้แกล้งอีก

 

ผลั่ก!!

 

คงจะรุนแรงเกินไปถ้าหากใช้ก้อนหินเขวี้ยงซ้ำใส่ พี่คิมหันต์ยอมโยนมันทิ้งไปเสียแล้วออกตัววิ่งเข้าหา มือน้อยๆกำไว้มั่นให้แน่นที่สุด ส่งน้ำหนักไปที่กำปั้นก่อนจะซัดเข้าที่ปากของพี ดัง กร่อก!! หลังมือกระทบกับฟันน้ำนมที่โยกหลวมได้ที่ส่งผลให้ฟันซี่ขาวกระเด็นหลุดออกมาทั้งซี่ ก้มดูแล้วถูๆปากตัวเองชักขวัญเสียเพราะเห็นเลือดไหลหยดรดคอเสื้อ ความเกเรหดหายไปกหมดเหลือแต่เด็กขี้แงที่วิ่งร้องไห้ไปหาเพื่อนแล้วร้องตะโกนหาแม่

 

แม่จ๋า ฮืออออๆ ฟันน้ำนมหนูหลุด ฮืออออ แม่จ๋า พีเจ็บ แม่จ๋า ไอ้โจ้ ไอ้บอยรอด้วยย ฮืออออๆ

 

ไอ้พี่ฟันน้ำนมหลุด!!”

 

ฮืออๆๆมีเลือดด้วย ฟันหนูหลุด ฮือๆเจ็บๆ

 

รอให้ฟันน้ำนมหลุดหมดปากก่อน แล้วค่อยมาแกล้งคนอื่น ของชั้นหักจนขึ้นใหม่แล้วโว้ย!!!!”

 

ตะโกนส่งท้ายให้หลังเบะปากปัดไม้ปัดมือ หมดหน้าที่ตัวเองจึงรีบวิ่งมาดูน้องประคองตัวเล็กให้ลุกขึ้น เมษาร้องไห้ขาสั่นเดินไม่ไหวคว้ากอดคอพี่คิมหันต์ไว้แน่น ฝ่ามือเองก็มีเลือกซึมนิดๆ ยิ่งหัวเข่ายิ่งหนักกว่าเพราะพีคงใช้แรงไม่น้อยในการผลักเขาให้ลมลง สองแขนที่ใช้ทำร้ายร่างกายคนอื่นได้กลับมาปกป้องดูแลน้องด้วยการใช้ปลายนิ้วโป้งเช็ดคราบน้ำตาให้

 

ร้องทำไม แผลไกลหัวใจจะตาย

 

พี่คิมหันต์ ฮือออ เมษาเจ็บจังเลย

 

ไม่เป็นไรๆ พี่อยู่นี่ไปทำแผลกัน

 

ไม่เอา ไม่ไป กลัวแสบ ฮือออๆ ไม่บอกแม่ได้มั้ย

 

พี่จะบอก พวกนั้นได้ไม่มาโกงเมษาอีก

 

ฮือออ ก็ได้ ฮึก ฮือออๆ เมษาเจ็บจะตายอยู่แล้ว ฮืออ พี่คิมหันต์ดูสิ เข่าแดงหมดเลย

 

ร้องไห้สะอึกสะอื้นแล้วยกขาให้ผู้เป็นพี่ดูเป็นการฟ้อง สองมือยังคงกอดเอวผู้เป็นพี่ไว้แน่นไม่ปล่อยคิมหันต์จับมือน้องเมษาให้พาดบ่าตนไว้แล้วพาน้องเดินอย่างช้าๆ เรื่อยๆ ค่อยๆคอยเช็ดน้ำตาไม่ให้อีกคนร้องไห้ ในใจตอนนี้รู้สึกดีขึ้นมาแล้วที่ได้รับการปกป้อง

 

ถ้าโตขึ้นต้องเข้มแข็งกว่านี้นะ รู้มั้ย

 

ฮืออ ไม่เอา เมษาจะให้พี่คิมหันต์คอยช่วยเมษาจากพวกนั้น

 

แล้วถ้าพี่ไม่อยู่ ใครจะช่วยนอกจากช่วยตัวเอง

 

ไม่อยู่หรอ….”

 

ใช่

 

ถ้าโตขึ้น..พี่คิมหันต์จะไม่อยู่กับเมษาหรอ

 

ไม่รู้สิ

 

งั้น ถ้าโตแล้วพี่คิมหันต์มาหาเมษาได้มั้ย เมษาไม่อยากเหงา

 

ก็ได้ พี่จะมาหา

 

พี่จะมาหา

พี่จะมาหา

พี่จะมาหา

 

---------------------------------------------------------------

 

คำสัญญาเป็นจริงเพราะตอนนี้พี่คิมหันต์นอนอ่านหนังสือเล่มโปรดอยู่ข้างๆน้องเมษา ซึ่งทั้งคู่ตกอยู่ในสถานะคนรัก ถึงแม้การพบกันครั้งที่สองคุณพี่จะทำตัวไม่ดีนักด้วยการเหยียบย่ำดินขึ้นบ้านที่พึงทำความสะอาดเพราะกลัวว่ารองเท้าราคาแพงจะสกปรก ส่วนคำพูดที่ว่า ฉันคิดว่าบ้านนายสกปรกมันดีกว่าที่รองเท้าฉันต้องสกปรก….จริงมั้ยล่ะ ทั้งสีหน้า นำเสียง และการกระทำอันเย่อหยิ่งจนน่าหมั่นใส้ เมษาจำได้ขึ้นใจไม่อาจลืม นี่หรือคือผู้อาศัย นี่หรือคนที่ต้องฝืนใจให้อยู่ด้วยและรับมือกับหลายๆเรื่อง กลับกลายมาเป็นคนรัก พี่ชายคนนี้คนที่ได้ครอบครองทั้งร่างกายและจิตใจของเมษา จนไม่อยากยกให้ใครอีกต่อไป

 

พี่คิมหันต์ ขอบคุณนะที่ทำตามสัญญา

 

พี่?”

 

นอนอยู่เงียบๆคำพูดชวนฉงนทำให้ถอดแว่นวางหนังสือไว้เหนือหัว คิมหันต์หันมองอีกคน เมษานอนหนุนแขนแล้วอมยิ้มเขยิบตัวเข้าหาแกล้งเบียดกระแซะหวังแนบกายอย่างประชิดใกล้

 

อื้มม พี่คิมหันต์

 

เรียกพี่งั้นรึ?”

 

เรียกไม่ได้หรอ

 

ไม่ได้ เพราะฉันไม่อยากแก่

 

ทำไมไม่อยากแก่ล่ะ โถ่ๆ ซักวันคนเราทุกคนก็ต้องแก่ล่ะน้า

 

เพราะฉันไม่อยากหัวหงอก

 

หัวหงอกขาวทั้งหัวก็รักหรอกน่า

 

เมษา………..เมื่อกี้ออกไปเก็บผ้ามานายเมาแดดรึไง หยุดออดอ้อนด้วยกันใช้มือวาดรูปเล่นบนอกฉันซักทีได้มั้ย

 

ทำไมวาดไม่ได้ ไม่ชอบหรออ

 

“…………………”

 

ไม่ได้หรอพี่คิมหันต์

 

จะทำอะไรก็ทำ แล้วแต่สบายใจ-_-

 

จริงๆนะ

 

อ่าห๊ะ

 

เมษารักพี่คิมหันต์ที่สุดเลย

 

ฟอดดดดดด!!!

 

ดีใจกอดซบอกอีกคนแน่น สองขาตีเล่นไปมาบนที่นอนแล้วหอมฟอดเข้าที่แก้มของร่างสูง แปลก แปลกไปจนไม่ใช่เมษาคนเดิมที่คิมหันต์เคยรู้จัก ไอ้ความน่ารักแบบนี้ไปเอามาจากไหนแล้วใครสอนมา ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ปล่อยให้อีกคนโถมตัวทับทั้งที่กำลังอินกับการอ่านหนังสือ แต่เอาเถอะเพราะมันก็ไม่ได้พี่คิมหันต์รู้สึกแย่หรือรังเกียจ

 

แล้วทำไมอยู่ดีๆเรียกพี่ มันจั๊กจี้ชอบกล

 

ไม่บอกหรอกก

 

“………. คืนนี่ดูหนังผีคนเดียว

 

ไม่เอา ไม่เอา ต้องดูด้วยกันน

 

งั้นก็บอกมา

 

ไม่บอก!!”

 

โอเคมั้ยน้องเมษาว่าคืนนี้ดูซอมบี้คนเดียว เพราะพี่คิมหันต์จะอ่านหนังสือ

 

ขี้โกง!!!ไหนบอกคืนนี้จะดูเป็นเพื่อน

 

“………..หาดนี้ก็น่าไป โรงแรมแจ๋วเหะ เห็นบอกฝรั่งไปเยอะ อาหารก็อร่อย….อืมมมๆ ฮัลโหลไอ้วสันต์เอ็งกับสิระว่างมั้ยวะ เสาร์อาทิตย์นี้ไปทะเลกันอีกรอบดีกว่า เออๆ โอเค จัดไปเพื่อนรัก ไปดูฝรั่งอาบแดด ฮ่าๆๆ

 

ทำเป็นไม่สนใจนอนหันหลังให้เพราะอีกคนไม่ยอมบอกที่มาของคำว่า พี่คิมหันต์ ประจวบเหมาะกับเปิดอ่านหนังสือไปเรื่อยๆจนเจอที่ที่อยากไปพอดี คิมหันต์กดโอนสายหาเพื่อนรักและแน่นอนว่าวสันต์เองก็ตอบรับอย่างไว สนทนาเจื้อยแจ้ว นัดหมายสถานที่โดยไม่สนใจอีกคนเลยว่ากำลังทุบตีไหล่ตนซ้ำๆ เมษาแทบสติแตกทุกครั้งที่ถูกเขาทำเป็นเมินเฉยใส่แล้วยิ้มอย่างผู้ชนะทุกครั้งหลังจากตนโวยวายเสร็จ ต่อให้โวยวายใช้กำลังแค่ไหนก็ไม่เคยเอาชนะความสีหน้าหน้าตายของคิมหันต์ได้เลย

 

ไหนบอกจะดูด้วยกันไง!!!คิมหันนนนนต์ คนนิสัยไม่ดี นี่แหนะๆๆ

 

เพี้ยยยะๆๆ

 

อ่ออๆ งั้นจันทร์อังคารก็ได้ หรือจะค้างซักสามคืนดีอันนี้แล้วแต่ บายยยยยย

 

งอนแล้ว!!!!ไอ้ผมรองทรงสูง!!!”

 

ห๊ะอะไรนะไม่ได้ฟัง

 

วางโทรศัพท์แกล้งเลิกคิ้วอ้าปากหวอตีหน้ามึน คิมหันต์พลิกตัวมาหานอนกอดอกทำท่าเป็นจดจ่อสนใจต่อเรื่องที่เมษากำลังจะพูด

 

ไม่มีอะไรแล้วว!! ไปเลย ไปอ่านหนังสือต่อสิ มาสนใจกันทำไม

 

ฮ่าๆๆได้หรอ ดีๆๆงั้นอ่านต่อนะ

 

ตามใจ!!จะอ่านซักกี่ร้อยเล่มก็เรื่องของนาย!!!”

 

 

งอนเข้าซะแล้ว…..ร่างสูงยิ้มยอกพอใจในความน่ารักที่ถูกแสดงออกผ่านอารมณ์ เขาคว้ากอดคนตัวเล็กจากด้านหลังแล้วใช้จมูกสูดดมต้นคอขาว ขนลุกวูบจนต้องหดคอหนี เบื่อจริงๆที่ต้องเป็นแบบนี้อีกครั้ง ต่อให้งอนอยู่แค่ไหนก็ต้องหายเพราะการกระทำเย้าแหย่อันเจ้าเล่ห์และแฝงไปด้วยเลศนัย

 

 

1 โหวต 1 ถูกใจ 1 Comment เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนได้เยอะเลย http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

 

 

 

หนูเมษาน่ารักมากเลยยย

พี่คิมหันต์ก็ไม่เปลี่ยนเลยแต่เล็กจนโต 

โอ้ยยยย แต่งไปหลงหนูเมไปมากตอนนี้http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/928425071.gif

 

2016-04-10

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว