email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภูน้ำ ตอนที่ 11 : เป็นแฟนกันไหม

ชื่อตอน : ภูน้ำ ตอนที่ 11 : เป็นแฟนกันไหม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2563 03:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภูน้ำ ตอนที่ 11 : เป็นแฟนกันไหม
แบบอักษร

"ไปกินข้าวถึงชาติหน้ารึไง ช้าฉิบหาย" ภูวาบ่นออกมา เมื่อน้ำนิ่งเดินเข้ามาให้ห้องพักเพียงคนเดียว หลังจากที่ลงไปกินข้าว 

"เปล่า กินที่ชาตินี้นี่แหละ" น้ำนิ่งตอบกลับภูวาไปด้วยสีหน้าและแววตากวนตีน ทำให้คนพบเห็นอย่าง ภูวา อยากจะเขกหัวของน้ำนิ่งสักที 

"กวนตีน" 

"ผมพูดเรื่องจริง ก็หาว่ากวนตีนคนอะไร" น้ำนิ่งพูดออกมาพลางส่ายหัวของตนเอง 

"คนแบบกูนี่ไง หรือมึงจะมีปัญหา ไอ้เด็กเวร!" 

"เอะอะก็ใช่แต่กำลัง พี่หัดลดการใช้กำลังลงบ้างเหอะ เจอหน้ากันทีไรชวนต่อยชวนตีตลอด พี่โตแล้วนะ" คนตัวเล็กอดไม่ได้ที่บ่นออกมา ขณะที่กำลังจัดเตรียมอาหารให้คนป่วยปลอม ๆ อยู่ 

"หึ ตอนเด็กแม่ให้กินอะไร ทำไมมึงถึงบ่นมากขนาดนี้ เมื่อเช้านี่คือยังไม่เข็ดว่างงั้น" ภูวายกคิ้วข้างซ้ายของตนเองขึ้น และทำหน้าตาพร้อมบวก ถ้าน้ำนิ่งอยาก 

"เข็ดอะไรเปรี้ยวปากรึไง" 

น้ำนิ่งย้อนภูวาออกไป ถ้าเข็ดฟันจริง ๆ อยากจะแนะนำอะไรดี ๆ ให้พี่เขาสักอย่าง แต่ก็กลัวว่า ถ้าเอ่ยออกไปร่างกาย จากที่อยู่บนดินดี ๆ มันคงจะต้องสลายเป็นปุ๋ยผงลอยขึ้นไปอยู่บนฟ้าแน่เลย เพราะสิ่งที่ผมอยากจะแนะนำนั้นก็คือ กระดูกของน้องหมานั่นเอง เป็นไง ผมว่าผมคงไม่รอดเช่นเดิม ผมไม่พูดออกไปดีกว่า 

"มึงมานี่ดิ" คนป่วยที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง กวักมือเรียกน้ำนิ่งให้เข้าไปหา ด้วยสายตาจับจ้องไปยังน้ำนิ่ง จนทำให้น้ำนิ่งนั้น รู้สึกหวาดกลัวกับท่าทีของภูวา 

"ไปทำไมครับ" นั่นน่ะสิ จะให้ผมเดินเข้าไปทำไม เอาจริง ๆ พี่เขาพูดออกมาเลยก็ได้ น้ำเสียงของเขาเวลามันดังซะขนาดนั้นผมได้ยินแน่นอนไม่มีทางที่จะไม่ได้ยิน 

"ก็เดินเอาข้าวมาให้กูไง ถ้ามึงไม่เดินเข้ามากูจะแดกได้ไหม ถามอะไรไม่สร้างสรรค์เอาซะเลยนะมึง" 

"ผมเชื่อได้ใช่ไหมว่าพี่จะมาทำอะไรผม นอกจากรับข้าวไปกินเฉย ๆ" น้ำนิ่งเกิดท่าทีระแวง เพราะผมแม่ง โครตไม่มั่นใจในตัวพี่มันเลย คนอะไรเรียกคนให้เอาข้าวไปให้ด้วยสายตาเหมือนจะกินตับผมยังไงยังงั้น 

"มา!" 

"คะ…ครับ" คนตัวเล็กหันไปหยิบจานข้าวมาไว้ในมือ ก่อนจะเดินตรงไปหาคน ที่นั่งอยู่บนเตียง จากนั้นจึงเดินไปเลื่อนโต๊ะรองกินข้าว มาไว้ตรงหน้าของคนป่วย 

"กะ…กินได้เลยครับ" จะจ้องกันทำไมเนี่ย 

"....." ไม่มีคำพูดตอบรับอะไรออกมา นอกจากสายตาที่จับจ้องกัน 

"เอ่อ ไม่กินเหรอครับ" น้ำนิ่งถามคนบนเตียงที่ไม่ยอมกินข้าว เอาแต่นั่งมองมายังผม โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ แล้วแบบนี้ผมจะรู้ได้ยังไง ว่าเขาต้องการอะไรและกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะสายตาที่เขามองมา ผมไม่สามารถเดาได้เลย 

 

  

บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เงียบลงทันตา เมื่อภูวาไม่ได้ตอบอะไรกลับมา นอกจากจ้องมองไปยังน้ำนิ่ง ด้วยแววตานิ่ง ๆ แต่เกิดความเงียบขึ้นมาได้ไม่เท่าไหร่ ภูวาก็เป็นฝ่ายพูดออกมา แต่การเอ่ยออกมาในครั้งนี้เป็นที่น่าประหลาดใจ สำหรับคนฟังอย่างน้ำนิ่งเป็นอย่างมาก เพราะ... 

"ก้มมาหาพี่หน่อยครับ" คำพูดของเขาที่เอ่ยออกมามันแปลกไป อย่างกับเป็นภูวาอีกร่าง ลงมาสธิต ณ ที่แห่งนี้ 

'ชะ…เชี่ย พะ…พี่ พี่เหรอวะ' พี่ภูวาเขาเคยแทนตัวเอง ด้วยคำว่า 'พี่' ซะที่ไหน แถมยังลงท้ายคำว่าครับอีก น้ำนิ่งยืนอึ้งและมองตรงไปยังคนป่วย ด้วยดวงตากลมโตกับปากที่อ้าค้างไว้ แต่เมื่อภูวาเห็นคนเป็นน้อง ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น จึงพูดออกไปอีกรอบ 

"ก้มมาเร็วครับ" คนตัวเล็กในตอนนี้เหมือนโดนสะกดให้ตกอยู่ในนิมิตที่คนเป็นพี่สร้าง ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ยอมทำตามย่างโดยง่ายดาย จนตัวของคนตัวเล็กก้มลงไปหาภูวาตามที่เขาพูดออกมา แต่ห้วงที่ภูวาสร้างขึ้น มันก็ต้องหายไป เมื่อคนพูดเพราะในตอนนั้น 

 

  

โป๊ก! คือคนเขกหัวกันในตอนนี้ 

"โอ๊ย ตื่นเลยกูตื่นเลย พี่เขกหัวผมทำไมเนี่ย" น้ำนิ่งว่าออกไปด้วยใบหน้าง้ำงอ 

"หมั่นไส้มึง" 

"เดี๋ยวนะ คือ…ที่พูดเพราะกับผมนี่มันเป็นกับดัก เหรอ" 

"เออ มึงมันโง่เองช่วยไม่ได้" 

"นิสัยไม่ดี นอกจากหล่อมีอะไรที่ดีบ้างอะ" น้ำนิ่งพูดออกมาด้วยใบหน้ามุ่ย ๆ จ้องมองไปยังภูวา 

"เหอะ กูมีดีเยอะแยะ แต่มึงมันตาถั่วมองไม่เห็นเอง" 

"ไหนอะ ถ้ามีดีก็ควักออกมาให้ดูหน่อย" 

"แน่ใจว่าอยากดู" ภูวาเอ่ยออกมาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ มองไปยังน้ำนิ่งและย้ายสายตามองต่ำลงไปที่ช่วงล่างของตนเอง จากนั้นจึงวกสายตากลับไปจ้องหน้าน้ำนิ่งเช่นเดิม 

"เอ่อ ดูจากสายตาของพี่แล้ว ไม่ดูดีกว่า สายตาพี่แมร่งโครตน่ากลัว" เอาจริง ๆ รอบ ๆ ตัวของพี่เขา ไม่ว่าอะไรมันก็ดูน่ากลัวและขนลุกไปหมดเลย แต่ผมยกเว้นให้สิ่งนึงที่พี่เขามี และไม่ได้ทำให้ผมนั้นหวาดกลัวหรือขนลุก นั่นก็คือ รอยยิ้มมของพี่เขา ที่ส่่งมาให้กันนั่นเอง ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่กับดัก แต่มันก็ทำหัวใจของผม เต้นแรงไปกับความอบอุ่นในรอยยิ้มของเขา 

"ทำไม แล้วไอ้เด็กเวรคนไหน ร้องเรียกอยากเห็นด้านดี ๆ ของกู กูก็กำลังจะโชว์ออกมาให้มึงดูอยู่นี่ไง" 

 

  

ตอนนี้มือของภูวานั้นได้ลงไปประจำตำแหน่งเรียบร้อย ตำแหน่งที่ว่านั้นคือขอบกางเกงโรงพยาบาลที่ตนเองนั้นใส่อยู่ เพื่อเตรียมพร้อม เมื่อใดที่คนตรงหน้านั้นตกลงจะดู ภูวาจะได้ปลดออกมาทันที ถ้าถามว่าเขานั้นอายไหมก็ต้องบอกเลยว่า 'ไม่' เพราะเราทั้งคู่ต่างเป็นผู้ชายเหมือนกัน มีอะไรเหมือน ๆ กัน ไม่เห็นจำเป็นต้องอาย และที่สำคัญน้องชายของ ภูวานั้น ก็ไม่ได้น้อยหน้าไปมากกว่าใคร จึงภูมิใจอยากเสนอให้กับน้ำนิ่งดู น้ำนิ่งจะได้รู้ว่าความยิ่งใหญ่อลังการที่แท้จริงมันเป็นยังไง น้ำนิ่งจะได้ไม่ต้องไปเที่ยวหาความอลังการจากที่ไหน ในเมื่อมันอยู่ ๆ ใกล้ตัวนี้แล้ว 

"เพราะสายตาของพี่มันต่ำตมเกินไปไง" น้ำนิ่งส่ายหัวในความทะลึ่งของภูวา เอะอะอะไรก็ลงเรื่องใต้สะดือ 

"เหรอ งั้นคนต่ำตมแบบกู! ทำอะไรไปก็คงไม่ต่ำไปกว่านี้แล้วมั้ง" อารมณ์ของภูวาในตอนนี้ มันรู้สึกหัวอุ่น ๆ ไปกับสิ่งที่น้ำนิ่งเอ่ยออกมา จึงทำการระบายอารมณ์ด้วยการ... 

"พะ…พี่จะเดินลงมาทำไม พี่เจ็บอยู่นะอย่าลืมสิ" น้ำนิ่งเตือนคนเป็นพี่ ที่ตอนนี้ก้าวขาลงมาจากเตียงและกำลังย่ำกายมาหาผมในตอนนี้ จะเดินเข้ามาอีกเยอะแค่ไหน เพราะตอนนี้ผมถอยหลัง จนจะติดกำแพงอยู่แล้วนะ 

'อือ' 

 

  

ปึก! 

'นั่นติดแล้วจริง ๆ ด้วย ฮือ' 

"พะ…พี่ภูวา" ผมถอยไม่ได้แล้ว ถึงแม้ใจมันอยากจะถอยหนีไปแค่ไหนก็ตาม 

 

  

เมื่อภูวาเห็นคนที่ถอยหลังหนี ไม่มีทางที่จะไปต่อ ภูวาจึงยกมือทั้งสองข้างของตนเองตะปบไปที่กำแพงทั้งสองข้าง เพื่อกักไอ้เด็กเวรให้อยู่ในอาณัติของตนเอง 

"เรียกชื่อทำไม หือ" ภูวาเอ่ยถามน้ำด้วยเสียงเบาบางชวนมวนท้อง 

"ฮึ่ย พี่พูดอย่างเดียวก็ได้ จะเอามือมาสะกิดคางผมทำไม" สะกิดอยู่นั่นแหละ สะกิดจนคางผมจะติดมือพี่เขาออกไปอยู่แล้ว 

"แล้วจะทำไม กูพอใจที่จะทำ หรือ มึงมีปัญหา" 

"กะ…ก็ไม่ทำไม ใครจะมีปัญหากับพี่กันเล๊า" 

"หึ ก็นึกว่ะมี" ภูวาเริ่มเปลี่ยนท่าทางมือของตน จากสะกิดปลายคาง มาจับยังคางของน้ำนิ่ง และทำการออกแรงดึงคางของของคนตรงหน้า ให้มันเข้ามาใกล้กว่าเดิม 

"พะ…พี่ใกล้เกินไปแล้วเกินไปแล้ว ปากพี่มันจะติดกับปากผมอยู่แล้ว อือ" น้ำนิ่งหลับตาหนี หน้าของภูวาที่กำลังลงมาเรื่อย ๆ จนลมหายใจอุ่นของเขาเป่าลดมายังริมฝีปากของผม 

"ทำอะไรอะภูวา!" 

แต่มันก็ต้องล้มเหลว เมื่อผู้มาใหม่ ดึงตัวของภูวาให้ออกห่างจากน้ำนิ่ง โดยหน้าตาของภูวาในตอนนี้กำลังอารมณ์เสียเป็นที่สุด จนถึงขั้นสบถออกมา 

"สัส" 

"อุ่นถามว่าทำอะไร ไม่ใช่ให้มาด่าอุ่นแบบนี้" 

"…….." ภูวาไม่ได้ตอบอะไรออกไป นอกจากยืนเดาะลิ้นอยู่ตรงนั้น และใช้สายตาที่ไม่สบอารมณ์ จ้องไปที่ไออุ่น 

  

แต่เมื่อไออุ่นไม่ได้คำตอบจากภูวา จึงเบนสายตามามองอีกคนที่อยู่ในห้อง จากนั้นจึงก้าวสามขุมไปหาคนหน้าด้านที่มันกล้ามายุ่งกับของคนอื่น ไออุ่นเดินไปอย่างรวดเร็วจนถึงตัวของน้ำนิ่ง และทำการเอามือของตนเองบีบลงไปยังต้นแขนของย้ำนิ่ง 

"เจ็บครับ พี่ไออุ่น ปล่อยครับ" 

"หึ ทีนี้ทำมาร้องเจ็บ ทียุ่งกับของคนอื่นไม่เห็นสะดีดสะดิ้งร้องว่าเจ็บบางล่ะ" 

"ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับ คือ…" น้ำนิ่งยังไม่ทันได้พูดอธิบายเหตุการณ์เข้าใจผิดที่เกิดขึ้น ไออุ่นก็พูดแทรกขึ้นมา 

"เมื่อกี้ทำอะไรกัน" 

"เอ่อ..." ผมควรจะตอบอะไรออกไปดี ก็ในเมื่อผมกับพี่ภูวาไม่ได้ทำอะไรกัน ไออุ่นเห็นน้ำนิ่งเงียบไปแถมยังส่งสายตา ไปมองภูวา จึงทำให้ไออุ่นส่งแรงบีบของเจ้าตัวลงไปที่แขนของน้ำนิ่งมากขึ้น 

"เจ็บครับ" น้ำนิ่งส่งเสียงร้องออกไป เพื่อให้ที่กำลังบีบกันรู้ตัว แต่มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อเขาไม่ฟัง 

"กูถามว่าเมื่อกี้ทำอะไรกัน" ไออุ่นถามออกมา ด้วยน้ำเสียงอดกลั้น จนทำให้เสียงของไออุ่นนั้นสั่น 

"คือเมื่อกี้..." 

"หึ หน้าด้าน" 

วอท อะไรกัน มาว่าผมทำไม "ผมยังพูดไม่ทันจบเลยนะครับ" 

"เหอะ คนที่เร้าอยากได้ของคนอื่นอย่างมึง มันก็แก้ตัวหน้าด้าน ๆ ทั้งนั้น ถึงท่าทีของมึงจะดูออนแอเมื่ออยู่ต่อหน้าภูวา แต่อย่าคิดว่าคนอย่างกูนั้นไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของมึง" 

 

  

ไออุ่นยิ่งพูดยิ่งมีอารมณ์จึงส่งผลให้แรงบีบที่แขนมันมากกว่าเดิม จนทำให้คนที่ถูกบีบแขนทำหน้าเจ็บปวดอย่างไม่เคยเป็น ภูวาผู้ที่ยืนดูเหตุการณ์ มองไปยังหน้าของไอ้เด็กเวร ที่มันทำหน้าเจ็บปวดอยู่ในตอนนี้ จึงเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ จากนั้นจึงแกะมือของไออุ่นและเหวี่ยงให้ออกจากตรงนี้อย่างรุนแรง จนร่างกายของไออุ่นกระเด็นออกไป 

"นี่ภูวาปกป้องมันเหรอ!" ไออุ่นถามออกไปด้วยน้ำเสียงติดสั่นและน้ำตาที่มันเอ่อล้น 

"เออ กูปกป้องมัน เพราะมันเป็นแฟนกู!" 

ฉิบแล้วไงความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก ตกลงพี่มันเข้ามาห้ามหรือเข้ามาเติมไฟกันแน่ 

"ไม่ได้สิพี่ พี่ยิ่งพูดแบบนี้ปัญหามันยิ่งจะบานปลายสิพี่" น้ำนิ่งเอ่ยพูดออกไปในขณะที่คนเป็นพี่ยืนบังตนเองอยู่ 

"หุบปาก!!!!!!!" ภูวาตะโกนออกมาดังลั่น จนทำให้น้ำนิ่งที่เอ่ยปากเตือนออกไปรู้สึกตกใจ กับเสียงของภูวาที่มันดังกว่าปกติ เพราะจากการที่น้ำนิ่งนั้นเริ่มเคยชินกับเสียงดัง ๆ ของภูวาจึงไม่มีปัญหาอะไร ในตอนภูวา ชอบดุด่าว่ากล่าวตนด้วยเสียงดัง ๆ แต่ครั้งนี้ มันดังเกินไป จึงทำให้น้ำตานั้นไหลออกมา 

"อือ อึก พูดเบา ๆ ก็ได้นี่" น้ำนิ่งยืนน้ำตาไหลลงมาเงียบ ๆ อยู่ข้างหลังของภูวา ซึ่งภูวาเองก็รับรู้ได้ แต่ยังไม่สามารถหันไปหาได้ เพราะต้องเคลียร์กับตัวปัญหาก่อน 

"ภะ…ภูวา เป็นแฟนกับมันได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่มีอุ่นอยู่แล้ว" ไออุ่นถามออกไปด้วยสายตาเจ็บปวด 

"ทำไมกูจะเป็นแฟนกับมันไม่ได้ ในเมื่อมึงมันก็แค่คู่นอนของกูก็เท่านั้น แล้วยิ่งมึงมาทำให้มันเจ็บแบบนี้ มันทำให้ความอดทนของกูหมดลงจริง ๆ เพราะมึง" ภูวายกมือขึ้นชี้หน้าไออุ่น "ละเมิดกฎที่กูสร้างขึ้นมา อย่าคิดที่กูควงมึงบ่อย ๆ แล้วจะยกให้มึงขึ้นหิ้ง มันเป็นเพราะมึงไม่ทำตัวน่ารำคาญ เหมือนทุกคนที่กูควงกูเลยเก็บมึงไว้นานหน่อย แต่มาในวันนี้มึงทำตัวโครตน่ารำคาญ นี่ถือเป็นโอกาสที่กูจะตัดมึงทิ้ง ขอโทษทีนะ แต่ตอนนี้มึงโครตจะน่าเบื่อ" 

  

คำที่ภูวาเอ่ยออกมา ไม่เพียงแต่ทำให้ไออุ่นนั้นเจ็บปวดเพียงคนเดียว แต่ยังทำให้คนฟังอย่างน้ำนิ่ง รู้สึกสะเทือนใจ ขนาดตัวของเขายังรู้สึก แล้วคนที่โดนว่าแบบพี่ไออุ่นล่ะ เขาจะรู้สึกขนาดไหน 

"พี่" เพราะเหตุนี้จึงทำให้น้ำนิ่งส่งเสียงเรียกออกไปเพื่อเตือนภูวา 

"เงียบ!!" 

อึก "เงียบก็ได้" แต่ก็ต้องโดนตวาดกลับมา 

"หึ กะไว้ไม่มีผิด รู้สึกได้กลิ่นตั้งแต่วันแรกที่ลานเกียร์ละ ยังไงก็ขอให้ทั้งคู่รักกันจนวอดวายไปเลยนะ อ๋อ แล้วอีกอย่างมึงน้ำนิ่ง" ไออุ่นเปลี่ยนสายตา จากจ้องมองไปยังภูวา ย้ายมาจับจ้องไปยังน้ำนิ่งแทน 

"ระวังตัวเอาไว้ ระวังมันจะทิ้งมึง เหมือนที่มันทิ้งกู จำคำของกูไว้ให้ดี ภูวามันไม่เคยรักใครจริงหรอก" ไออุ่นพูดออกไปด้วยความรู้สึกที่มันเจ็บในใจ แต่ก็ถือก็ว่าไม่มาก เพราะก่อนหน้านี้ได้เตรียมใจมาสักพัก เพราะช่วงหลัง ๆ ชวนไปไหนไม่ไป ขอไปค้างด้วยก็บอกรำคาญ 

"ขอให้โชคดี" เมื่อไออุ่นพูดสิ่งที่อยากจะพูดออกไปจนหมดแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็น จะต้องอยู่ที่นี้ต่อไป 

  

  

หลังจากที่ไออุ่นเดินออกไป น้ำนิ่งจึงก้าวถอยหลังให้ห่างจากคนตรงหน้า 1 เมตร เพราะยิ่งอยู่ใกล้ในเวลานี้มันมีแต่จะทำให้อึดอัดกับสิ่งที่พี่เขาพูดออกมา 'ว่าผมเป็นแฟนเขา' ผมรู้ว่าเขาก็แค่พูดออกไป เพื่อจะใช้ผมเป็นไม้กันหมา กันเด็กในสต๊อกของเวลาเบื่อและรำคาญ ให้ออกไปจากชีวิตของเขาก็เท่านั้น ทว่ามันก็อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ ว่าพี่เขาก็รู้สึกดี ๆ ให้กัน 

"เป็นไง" ภูวาหันไปถามคนตัวเล็กที่โดนบีบแขนเมื่อครู่ แต่เมื่อหันกลับไป จากอารมณ์ที่มันกำลังจะดี กับ กลายเป็นอารมณ์เสียขึ้นมา เมื่อพบว่า ไอ้เด็กเวรมันยืนห่างกันเป็นเมตร 'ยืนเหมือนกลัวกูยังไงยังงั้น' 

"ไปยืนเหี้ยไรตรงนั้น!" 

"……." อึก 

"เงียบทำไม! กูถามทำไมไม่ตอบห๊ะ!!" 

"พะ…พี่ใจเย็นก่อนได้ไหมเล่า" คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นไปพูดกับคนเป็นพี่ด้วยตาแดง ๆ 

"เฮ้อ มึงจะร้องไห้ทำไม กูทำอะไรมึงรึยัง ทีอุ่นบีบมึง มึงเสือกไม่ร้อง กูพูดแค่นี้มันจะตายเลยรึไง" น้ำนิ่งไม่ได้ตอบอะไรกลับไป นอกจากยืนก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาที่มันกำลังไหลออกมาเงียบ ๆ 

"โว้ย!! กูจะบ้าตาย" น้ำนิ่งสะดุ้งตัวโยนเมื่อจู่ ๆ คนเป็นพี่ก็ตะโกนออกมาดังลั่น อย่างไม่กลัวพยาบาลจะเดินมาต่อว่า 

  

ภูวาตะโกนออกไปเพื่อระเบิดพลัง ที่มันหงุดหงิดคนตรงหน้า แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ อารมณ์ของภูวาก็เบาลงกว่าในช่วงแรกไปมาก จนตอนนี้ทำให้ภูวายืนมองคนที่กำลังก้มหน้าหลบสายตา ด้วยความไม่เข้าใจ จากนั้นจึงเบนสายตาไปยังแขนที่มันถูกบีบ ที่ตอนนี้ขึ้นรอยแดงจนน่ากลัว คาดว่าอีก 2-3 วันมันคงเขียวแน่นอน ‘เจ็บมากไหมวะ’  

"พะ…พี่จะทำอะไร ผมเจ็บ" น้ำนิ่งเงยหน้าที่กำลังก้มอยู่ขึ้นไปมอง คนที่เดินเข้ามาหากัน แต่กลับไม่พูดอะไรออกมา นอกจากจับไปยังต้นแขนของน้ำนิ่งด้วยแรงไม่บามือ 

"ไม่ได้ทำอะไร กูแค่จะดูรอยแดง ๆ ของมึงเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าไม่อยากโดนกูตะคอกใส่ กรุณาช่วยหยุดดิ้น" 

"ครับ แต่พี่ช่วยจับเบา ๆ หน่อยได้รึเปล่า ผมเจ็บ" น้ำนิ่งพยายามส่งสายตาวิงวอนขอร้อง 

"เออ เรื่องมากจริงมึง หยุดส่งสายตาประหลาด ๆ ของมึงได้แล้ว" แม่งจะส่งมาทำไมจริงจัง สายตา ของมันน่ะ เห็นแล้วหงุดหงิดอยากควักลูกกะตาคน 

"ครับ" 

 

  

น้ำนิ่งมองตามภูวา ที่ยกต้นแขนของตนเองขึ้นมาสำรวจอย่างเบามือ เมื่อเทียบกับในตอนแรก แต่เพราะความอ่อนที่ภูวาแสดงออกมาอย่างไม่รู้ตัว ทำให้คนที่ได้รับ เงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของภูวา ทีาตอนนี้กำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเป็นปมอยู่บนหน้าอันหล่อเหลาของเขา 

แต่ผมไม่ชอบเลยที่พี่เขาต้องทำหน้าเครียดแบบนี้ เพราะมันจะให้เขาดูน่ากลัวขึ้น 1 % แต่ผมคงทำอะไรไม่ได้นอกจาก ยกนิ้วมือของผมขึ้นไปสัมผัสกับหว่างคิ้วของพี่เขาอย่างเบามือ จากนั้นจึงคลึงเบา ๆ ให้เขาหายขมวดคิ้วสักที แต่ดูเหมือนจังหวะการจับต้นแขนของผมจะสะดุดไปช่วงนึง เมื่อผมสัมผัสพี่ภูวา 

"ทำอะไรของมึง" ภูวาถามออกไปด้วยเสียงแผล่วเบา 

"ก็ผมเห็นพี่ขมวดคิ้วแบบนั้น คงมีเรื่องให้เครียดมากเลยสินะครับ" 

"เออ วัน ๆ มีแต่เรื่องปวดหัว อืม" ภูวาส่งเสียงออกมา เมื่อรู้สึกสบายกับการที่คนตัวเล็กมาทำให้กันแบบนี้ 

"อย่าเครียดสิครับ เครียดมากหน้าแก่รู้ไหมครับ" 

"มึงก็ขยันทำตัวให้มันดื้อน้อยลงหน่อยสิ" 

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผมกันเล่า" 

"ไม่รู้ แต่กูอยากให้มึงเกี่ยว มึงก็ต้องเกี่ยว" 

"พี่โครตเผด็จการเลยรู้ตัวไหมครับ" 

"รู้ แต่กูก็เผด็จการกับมึงคนเดียว เพราะกูไม่เคยเป็นแบบนี้กับใคร นอกจากมึงคนเดียวไอ้เด็กเวร" 

 

  

ตึกตัก เสียงหัวใจของคนตัวเล็กเต้นผิดไปหนึ่งจังหวะ จากคำพูดของภูวา "ทะ…ทำไมถึงเผด็จการกับผมคนเดียว" 

"ก็เพราะคนอื่นเขาไม่ดื้อ เหมือนมึงไง" 

"แล้ว…" 

"พอหยุดถาม ถามมากจริงมึง มึงเป็นเจ้าหนูจำไมรึไง ถามเก่ง" 

"……" ถามแค่นี้มันจะตายรึไง รู้งี้ไม่มาคลายคิ้วให้หรอก การที่น้ำนิ่งเงียบไป ทำให้ภูวานั้นเงยหน้าขึ้นไปมอง แต่แล้วก็ต้องพบกับใบหน้ามุ่ย ๆ ของมัน 

 

  

โป๊ก! ภูวาเขกไปยังหัวของน้ำนิ่งไปหนึ่งที 

"ทำหน้าบูดบึ้งเก่ง" 

"ก็มันหน้าของผม ผมจะทำอะไรก็ได้" 

"ยอกย้อนเก่งนะมึง" 

"ยอกย้อนเก่งนะมึง" คนตัวเล็กพูดตามด้วยเสียงเล็กเสียงน้อยทันทีที่พูดจบ 

"หยุด ล้อเลียนกู ก่อนที่มึงจะต้องมีน้ำตา!" 

น้ำนิ่งเงียบลงตามที่ภูวาบอก จึงทำให้เกิดความเงียบขึ้นปกคลุมคนทั้งสอง ให้ตกอยู่ในภวังค์ โดยที่น้ำนิ่งยืนนวดหว่างคิ้วให้ภูวา ส่วนภูวายืนจับต้นแขนข้างที่เจ็บของคนเป็นน้องเอาไว้ในกำมือ เพื่อประคองตัวของน้องเอาไว้ หลังจากที่เงียบไปได้ไม่นาน ภูวาก็เป็นคนทำลายบรรยากาศเงียบ ๆ นั้นด้วยต้นเอง จนทำให้คนที่ฟังใจเต้นแรงขึ้นมา 

  

"เป็นแฟนกันไหม" 

'ปะ…เป็นแฟนกันไหม' คำคำนี้ที่พี่เขาพูดออกมาจากปากของเขา 'ผะ…ผมคงไม่ได้ฝันหรือหูแว่วไปเองใช่ไหม' 

"พะ…พี่ว่ายังไงนะ ผมขออีกรอบ" น้ำนิ่งถามออกไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ 

"ทำไมต้องให้พูดซ้ำวะห๊ะ" 

"ก็ผมไม่แน่ใจนี่ ว่าสิ่งที่พี่พูดมาคือพูดออกมาเล่น ๆ หรือ มะ…มันคือเรื่องจริง" 

"เรื่องมาก กูจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เป็นแฟนกันไหม" 

อืม ครั้งนี้ชัดแจ๋วเลยครับ ชัดจริง ๆ เขินชัดจริง ๆ เลยครับ "จะ…จริงจังใช่ไหมครับ" 

"คนอย่างกูไม่เคยมีคำว่าล้อเล่น" 

"แล้วพี่ชอบผมเหรอครับ ถึงมาขอเป็นแฟนกัน หรือไม่มันจะเป็นแค่บรรยากาศพาไปก็ได้นะพี่" คนตัวเล็กจ้องเข้าไปในดวงตาที่มีแต่ความว่างเปล่า โดยคนตัวเล็กพยายามมองหาความรู้สึก ที่อยู่ภายในแววตาของเขา แต่มันก็ไม่พบเลยสักนิด 

"ไม่ได้ชอบ" 

'นะ...นั่นไง' คำที่พี่เขาเอ่ยออกมา มันจี๊ดเข้าที่ขั้วหัวใจของผมจัง ๆ เลยครับ 

"มะ…ไม่ได้ชอบกัน แล้วมาขอเป็นแฟนทำไมครับ มาขอเป็นแฟนให้คนที่มันชอบมโน คิดเข้าข้างตัวเองไปไกล สุดท้ายก็ลากออกมาทิ้งกลางไฟแดงอยู่ดี" 

"กูก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน แต่ใจของกูมันสั่งให้กูพูดออกมาแบบนั้น" ผมไม่เข้าใจตัวเอง ว่าเพราะอะไรถึงพูดคำ ๆ นั้นออกไปทั้ง ๆ ไม่คิดพูดกับใครเลยนับจากอกหักครั้งแรกเมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ไอ้เด็กเวรนี่มันทำให้ผมพูดออกมาได้ ผมว่ามันคงไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับความรู้สึกของผมอีกต่อไป 

"….." น้ำนิ่งยืนนิ่งเงียบเพื่อรอฟังคำพูดของภูวา 

"เพราะฉะนั้นมึงช่วยเข้ามาเป็นแฟนกู แล้วทำให้กูเข้าใจความรู้สึกของกูในตอนนี้หน่อยจะได้ไหม" ภูวาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเชิงขอร้อง และนี่ถือเป็นครั้งแรกที่น้ำนิ่งได้ฟัง 

"…." 

คนตัวเล็กไม่ตอบอะไรออกไป นอกจากยืนนิ่งเงียบ และคิดทบทวนกับตนเองว่าจะเอายังไง จะตอบตกลงเป็นแฟนกับคนที่แอบปลื้มมาตลอดสองเดือนดีไหม หรือ สมมติว่า วันนึงตอบตกลงคบกันไป แล้วพี่เขามาเข้าใจความรู้สึกของเขาว่าจริง ๆ มันไม่มีอะไรในความรู้สึกนั้นมาแต่แรก แต่พี่เขาแค่คิดไปเองทั้งหมด ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้จริง ๆ ผมควรจะทำยังไงดี 

"จะคิดอะไรเยอะแยะขนาดนั้นห๊ะ! กูขอเป็นแฟนไม่ได้ชวนไปตาย จะคิดให้มันมากทำไม" มันคงไม่มีอีกแล้วภูวาคนอ่อนโยน ตอนนี้เหลือแต่ภูวาคนไม่อ่อนโยนเท่านั้น 

"แล้วจะทำไม ก็ผมจะคิด พี่ไม่พอใจก็ไปขอคนอื่นเป็นแฟนสิ อะไรวะคนเรา มาขอเขาเป็นแฟนยังมาเร่งเร้า แถมยังพูดชวนน่าตบปากจริง ๆ" 

"สัส ได้ทีขู่กูใหญ่เลยนะ ไอ้เด็กเวร" 

"อ่าวนาน ๆ ทีผมจะข่มพี่ได้ เมื่อมีโอกาสก็ขอคว้าไว้หน่อยไม่ได้รึไง" 

กรอด "กูอยากจะจับมึงเขี่ยนให้ตายซะจริง ๆ กวนประสาท" ถ้าไม่ติดว่าผมต้องการพิสูจน์อะไรบางอย่าง มันได้เจ็บตัวไปแล้ว 

"อะ ๆ อย่ากัดฟันสิครับ เดี๋ยวมันรบกวนสมาธิผมถ้าเกิดผมตอบไม่ตกลง พี่จะไม่รู้ความรู้สึกของตัวเองนะครับ" 

น้ำนิ่งแสร้งพูดขึ้นมาเหมือนกับตนเองไม่รู้สึก ไม่คิดมากอะไร แต่จริง ๆ ภายใต้ความร่างเริง กวนประสาทที่แสดงออกไป มันกลับซ่อนความเครียดที่ไม่รู้จะเอายังต่อดีอยู่ในนั้น ผมควรทำตามสมองสั่งหรือควรทำตามเสียงหัวใจมันเรียกร้องดี 

"เออ ไอ้สัสจะทำไรก็ทำ ตอนนี้กูเป็นต่อมึงอยู่แล้วนี่" คนเป็นพี่พูดออกมาด้วยอารมณ์เริ่มอุ่น ๆ ขึ้นมา 

น้ำนิ่งเงียบไปด้วยความคิดหนัก โดยภูวายังคงยืนอยู่ตรงนั้น อย่างไม่เร่งรีบที่จะเอาคำตอบอีกต่อไป เพราะเริ่มเข้าใจ การที่ไอ้เด็กเวรมันคิดมากแบบนี่ ที่จู่ ๆ มีคนเพิ่งรู้จักกันได้ ไม่นานมาขอเป็นแฟน เป็นใคร ใครก็ต้องคิดมากเป็นธรรมดา 

"ผม…" 

 

  

 

  

ยังไม่แก้คำผิดนะคะ ถ้าเจอ ขออภัยด้วยนะคะ 

เข้ามาพูดคุยกัน ได้ที่เฟซบุ๊ก : นักเขียน หน้าใหม่ ได้นะคะ 

สามารถเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ โดยใช้ 

#ภูวาน้ำนิ่ง 

ส่วนทวิตของไรท์ @Mousyy8893 

ไปเล่นกันเยอะ ๆ น๊า 

ช่วยคอมเมนต์และรีวิวเพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะคะ 

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว