email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ ปีศาจกวางในกระจก

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ ปีศาจกวางในกระจก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 247

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2563 12:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ ปีศาจกวางในกระจก
แบบอักษร

 

 

 

 

 

ตอนพิเศษ ปีศาจกวางในกระจก

 

 

ในอดีตที่นานมาแล้ว โลกทั้งใบของกวางน้อยคือป่าใหม่ มันไม่เคยพบเจอสิ่งมีชีวิตใดนอกจากสัตว์ป่าด้วยกันเอง ทว่าวันหนึ่งมันกลับพบสิ่งมีชีวิตหนึ่ง สิ่งนั้นยืนสองขา สวมใส่ใบไม้สีฟ้าอ่อนที่นุ่มเอามากๆ และกำลังพูดคุยด้วยภาษาที่เขาไม่เข้าใจความหมาย มีไม้ที่สานกัน สิ่งนั้นกำลังเก็บเห็ดในป่า ท่าทางดูมันมีความสุขเอามากๆ

 

เขาสงสัยจริงๆ ว่าสิ่งนั้นคืออะไร ในตอนนั้นเอง มันมองเห็นเขา ก่อนจะยิ้มออกมา สิ่งนั้นพยายามยื่มมือของมันมา แต่เขาก็กลัวเกินกว่าจะตอบรับ ทำได้แค่ตัวสั่นแล้ววิ่งหนีกลับบ้านไปเท่านั้น

 

วันต่อมา สิ่งนั้นก็มาอีก เขากลับไปถามแม่ของเขา ก็ได้รู้ว่าสิ่งนั้นเรียกว่ามนุษย์ ทั้งนางยังเตือนเขาห้ามเข้าใกล้มนุษย์เด็ดขาด มนุษย์นั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด หากพวกมันพบเขา เขาจะกลายเป็นอาหารของพวกมัน เขาได้ฟังก็กลัวจับใจ ทว่าภาพรอยยิ้มนั้นกลับยังตรึงใจ หากว่า...หากไปพบอีกครั้งหนึ่ง..

 

เพราะเหตุนั้น เขาจึงออกจากบ้านอีกครั้งเพื่อมาพบกับมนุษย์นั่น เมื่อมาถึงเขาหาที่ซ่อนตัว ซ่อนตนเองไม่ให้มนุษย์นั่นเห็น แต่รอแล้วรอเล่ามนุษย์นั่นกลับไม่มา ท้องฟ้าสีครึ้มทำท่าจะปล่อยหยาดฝนมาเติมเต็มป่า กวางน้อยลุกขึ้่นจากที่ซ่อน แต่ขณะที่มันตัดสินใจจะกลับบ้าน กลับเห็นบางสิ่งที่อยู่ลึกลงไปในร่องเขา

 

ส่วนของพื้นที่ตรงนี้อันตรายมาก แม่ของเขามักพูดเสมอว่าอย่าเข้าใกล้ แต่ไม่คิดเลยว่ามนุษย์ตนนี้จะตกลงไป หากว่ายังไม่ตายก็น่าจะส่งเสียงออกมาสิ เสียงแปลกๆ ที่ชอบทำ เขาลองส่งเสียงใส่มนุษย์นั่น ทว่าเหมือนมันจะไม่ดังพอ เขาจึงส่งเสียงอีกครั้ง ใช้กีบเท้ากระทืบกับพื้นหินด้านข้างหน้าผา

 

ไม่ตื่น...

 

กวางน้อยไร้หนทาง เขาพยายามจะลงจากหน้าผาตรงนี้ ไปยังจุดที่มนุษย์นอนอยู่ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไร้ความมั่นใจ ทันใดนั้นเอง มนุษย์ขี้เซาตัวนั้นก็ลืมตาขึ้นมา มันพยายามจะขยับร่างกาย แต่ก็ร้องออกมาเหมือนกับว่าเจ็บ

 

"กะ...กวางน้อย..."

 

มันมองมาที่เขา แล้วส่งเสียงร้องบางอย่างออกมา แต่เขาฟังไม่รู้เรื่องเลย กวางน้อย? หรือว่ามันจะหมายถึงเขากัน???

 

อา.... มันยิ้มอีกแล้ว ทั้งๆ ที่ทั้งตัวเต็มไปด้วยเลือดแท้ๆ เหตุใดจึงยิ้มกันนะ

 

เขาพยายามจะยกมุมปากขึ้นให้เหมือนกับมนุษย์ตัวนี้ แต่อย่างไรก็ทำไม่ได้ ปากของเขากับมนุษย์ต่างกันเกินไป ทำอย่างไรจึงจะยิ้มได้กันนะ

 

ในตอนนั้นเอง เสียงประหลาดก็ดังขึ้นอีก"เสี่ยวเฟิง! เสี่ยวเฟิงนายอยู่ที่ไหน! เสี่ยวเฟิง! "

 

เขาตกใจ จนกระทั่งเกือบจะตกหน้าผาไปอีกตัว ทว่าโชคดีที่ไม่เป็นแบบนั้น ไถลลงเพียงนิดเดียวเขาก็พยายามตะเกียกตะกายปีนขึ้น เสียงกีบเท้าของเขากระทบกับขอบหน้าผาอีกครั้ง อีกทั้งเมื่อครู่เขาตกใจจึงเผลอร้องตะโกนออกมา เสียงฝีเท้าของมนุษย์อีกคนก็ดังใกล้เข้ามา เขาพยายามจะหนี แต่กลับหนีไปไม่ทันแล้ว

 

ในที่สุดมนุษย์อีกคนก็โผล่มา สวมใส่ใบไม้สีดำสนิท ใบหน้ามีหยดน้ำเกาะเต็มหน้าไปหมด ทันทีที่มันเห็นเขา มันก็เดินตรงเข้ามาทันที เขากลัวมาก จึงพยายามจะหนี ทว่ามนุษย์นั่นกลับไม่ได้เดินตรงมาหาเขา มันส่องลงไปมองที่หน้าผา"เสี่ยวเฟิง!!! "

 

มันดูตกใจ ที่เห็นพวกเดียวกันตกอยู่ที่นั่น มันไม่ลังเลเลยที่จะกระโดดลงไป ถึงมันจะตกกระแทกลงไปอีกคน แต่มันแข็งแรงมาก ทันทีที่ตกลงไป มันลุกขึ้นมาได้อีก พุ่งตรงเข้าไปประคองร่างของมุษย์คนนั้นขึ้นมา น้ำเสียงฟังดูตกใจและเศร้าในเวลาเดียวกัน

 

"เสี่ยวเฟิง ข้าขอโทษ ข้าน่าจะรู้ว่าเจ้าเจอเรื่องแบบนี้"

 

"ตง...ฮวา..."

 

"ข้าจะพาเจ้ากลับบ้าน"

 

มนุษย์ตัวนั้นแบกตัวที่ตกลงหน้าผาขึ้นหลัง จากนั้นก็พยายามปีนขึ้นมา มันใช้มือจับหินเหมือนกับพวกลิง ใช้เท้าเหยียบหินเพื่อยกตัวเองขึ้นมา มันเกือบจะพลาดหลายครั้ง มันอดไม่ได้ที่เขาจะยืนอยู่ตรงนั้น เพียงเพราะอยากรู้ว่าสุดท้ายแล้วพวกมันทั้งสองตัวจะขึ้นมาได้หรือไม่

 

ดูเหมือนว่าจะขึ้นมาได้ แต่ในตอนที่กำลังจะเหยียบหินก้อนสุดท้ายเพื่อส่งตัวเองขึ้นมา เท้าของมนุษย์สีดำกลับลื่นเสียก่อน เขาเผลอตัวไปนิดเดียวจริงๆ พอเห็นว่าทั้งสองตัวกำลังจะตกลงไปอีกครั้ง เขากลับวิ่งไปกัดเอาแขนเสื้อของมันแล้วออกแรงดึงช่วย กำลังของเขาอาจจะน้อยนิดเมื่อเทียบกับมนุษย์พวกนี้ หรือสัตว์ตัวไหนก็ตามในป่า แต่ถึงอย่างนั้นก็เผลอออกตัวช่วยไปแล้ว สุดท้ายก็ดึงขึ้นมาได้สำเร็จ มนุษย์ตัวใหม่มองเขา สีหน้าแววตาคล้ายมีความสงสัยบางอย่าง

 

"หรือว่า เจ้ารู้จักเสี่ยวเฟิงของข้าหรือ เจ้าคือผู้ที่ส่งสัญญาณให้ข้ามาพบเขาใช่หรือไม่กวางน้อย"

 

ข้าไม่เข้าใจอีกแล้ว มนุษย์พวกนี้พูดภาษาอันใดกันนะ

 

ทว่าคำสุดท้ายที่ได้ยินคือ 'กวางน้อย' มันกำลังพูดกับเขาเหมือนมนุษย์ตัวนั้นหรือ?

 

เขาไม่รู้ว่าจะตอบมันเช่นไร จึงส่งเสียงกลับไป มนุษย์ตัวนั้นก็ยิ้ม มันยิ้มอีกตัวแล้ว เหตุใดพวกมันจึงยิ้มกัน ใยเรื่องยิ้มสำหรับเขาจึงเป็นเรื่องยากเหลือเกิน

 

สุดท้ายเมื่อเมฆปล่อยน้ำลงมาจากทรวงสวรรค์ มนุษย์สองตัวก็กลับออกไปจากป่า เขาอยากตามไปดูว่าพวกมันจะไปที่ไหนกัน แต่เสียงของแม่กลับดังมาแต่ไกล แม่กำลังเรียกหาเขา น้ำเสียงฟังดูร้อนรน หากว่ามนุษย์พวกนั้นมาอีกเขาค่อยมาหาอีก มันไม่ทำร้ายเขา และดูเหมือนจะไม่มีทางทำ มนุษย์หาได้น่ากลัวอย่างที่แม่ว่า

 

.................

 

เวลาผ่านไปจนตัวของเขาโตขึ้นกว่าเดิมมาก เขาก็งอกยาวแล้ว เขาเสมือนว่าเป็นชายชาตรี แต่นับตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่เคยเห็นมนุษย์สองตัวนั้นมาที่นี่อีกเลย หรือว่าพวกมันจะตายไปแล้ว? เหมือนอย่างที่ลุงของเขาก็เคยพลัดตกเขาไปเหมือนกัน ถึงจะขึ้นมาได้ พอวันต่อมาลุงของเขาก็ตาย พวกเสือกัดกินลุงจนหมด แม่กับพ่อเพียงเอากระดูกของลุงที่เหลือมาแล้วฝังมันเอาไว้ใต้ดิน

 

หากว่าเป็นเช่นนั้นจริง เช่นนั้นก็หมายความว่าเขาจะไม่ได้เจอพวกมันอีก

 

.................

 

ฤดูหนึ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เผลอเพียงเสี่ยววินาทีหิมะสีขาวเย็นก็ร่วงลงจากฟ้าแทนหยาดน้ำ อากาศเริ่มหนาวขึ้นมาก จนกระทั่งขนของเขาก็แทบเอาไม่อยู่ ต้องอยู่ในบ้านตลอดเวลา แต่ก็ยังเย็นมากอยู่ดี วันนี้เขาก็อดไม่ได้อีกแล้วที่จะออกมา ทว่าวันนี้คล้ายจะไม่เสียเที่ยว ทันทีที่มาถึงที่ที่เคยเจอมนุษย์ ก็เห็นมนุษย์อยู่จริงๆ เป็นมนุษย์ตัวนั้นไม่ผิดแน่ ตัวที่ดึงมนุษย์อีกตัวขึ้นมา ในมือของมันถือไม้ที่เหลาจนแหลมอยู่ สอดส่องสายตาไปทั่ว

 

เขากระโดดออกไปตรงนั้น มันก็เล็กไม้มาที่เขาทันที เขาตกใจแต่เมื่อเห็นว่าไม้นั้นแค่เพียงถูกถือเอาไว้เฉยๆ เขาก็หมดความกังวล แล้วเขาจะทำอย่างไรให้มนุษย์ตัวนี้รู้ว่าเขาคือ 'กวางน้อย' กันล่ะ?

 

เมื่อนึกบางอย่างขึ้นได้ เขาก็กระทืบเท้ากับพื้น แต่เพราะพื้นมีแต่หิมะ จึงไม่มีเสียงออกมา มีแค่เสียงหิมะที่เบาหวิวเท่านั้น มนุษย์ตนนั้นขยับขนบนดวงตาของมัน สายตามองว่าแปลกใจ มันลดไม้ในมือลง เอียงคอมองเขา

 

"หรือว่าเจ้า...คือกวางตัวนั้น? "

 

กวาง? เหตุใดจึงเรียกเขาแค่คำเดียว ไม่เรียกเขาว่ากวางน้อยแล้ว

 

"ใช่เจ้าหรือไม่ กวางน้อย"

 

อา...มันเรียกเขาแล้ว

 

เมื่อมนุษย์พูดคำว่ากวางน้อย เขาจึงกระโดดโลดเต้น แล้วเดินเข้าไปหามันโดยไม่มีความกลัวใดๆ ทั้งสิ้น ทันทีที่เดินเข้ามา มันยกมือของมันขึ้น เขาตกใจจนเกือบจะเผลอวิ่งหนีไปแล้ว ทว่ามือนั้นกลับหยุดนิ่งค้างเอาไว้ ราวกับมันกำลังจะทำให้เขาวางใจ เขาจึงลองเดินเข้าไปดู มันก็วางมือลงบนศีรษะของเขาอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกดีที่เกิดขึ้นคล้ายกับแม่ของเขาใช้ลิ้นเลียที่ศีรษะเมื่อตอนเด็ก เขาจึงถูศีรษะกับฝ่ามือของมนุษย์

 

"กวางน้อย ข้าชื่อตงฮวา วันนี้ข้ามาล่าสัตว์ไม่คิดว่าจะได้เจอผู้มีพระคุณ เมื่อตอนนั้นขอบใจเจ้าจริงๆ "

 

มันกำลังพูดอันใดกัน แล้วมันมีความหมายว่าอย่างไร?

 

"เจ้าคิดถึงเสี่ยวเฟิงหรือไม่ ตั้งแต่ตอนที่ตกเขา ขาของเขาจึงเดินไม่ได้ เขามาหาเจ้าในป่าตลอดเลยใช่หรือไม่ เจ้าจึงดูไม่กลัวคนแบบนี้ หากเป็นผู้อื่นไม่ใช่ข้าเจ้าอาจตายได้นะรู้หรือไม่"

 

เหตุใดมันจึงพูดยาวเหลือเกิน เขาไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว อาศัยมองตาของมันเท่านั้น เหมือนมันกำลังเตือนเขาหรือ? แล้วเตือนว่าอะไร? หรือเจ้าบอกว่าเจ้ากำลังรู้สึกอะไร มนุษย์ช่างเข้าใจยากเสียจริง

 

ท้ายสุดแล้วเขาก็เดินตามมนุษย์ตัวนั้น ข้าจึงได้มารู้ทีหลังว่าไม้ที่มนุษย์ตัวนี้ถืออยู่คืออันใด เขาพุ่งไม้ออกไปราวกับหยาดฝน ทั้งรวดเร็วและแม่นยำ กระต่ายโชคร้ายตัวหนึ่งก็ดับลมหายใจลง เขาตกใจเล็กน้อย เมื่อครู่มันเล็งมาที่เขา แต่เขากลับไม่รู้ตัวว่ากำลังตกอยู่ในอันตราย หากว่ามนุษย์ตนนี้จำเขาไม่ได้เขาอาจจะตายก็เป็นได้

 

คำว่าน่ากลัวที่แม่ชอบพูดเกี่ยวกับมนุษย์ วันนี้คล้ายได้เห็นแล้วว่าเป็นความจริง เขาใช้อีกสิ่งที่แหลมคมไม่ต่างกันผ่าท้องของกระต่ายแล้วตัดแยกออกเป็นชิ้นๆ จากนั้นก็ห่อใส่ใบไม้สีขาว จากนั้นมันก็หันมายิ้มให้เขา เหตุใดมันต้องยิ้ม มันฆ่าสัตว์ไปนะ

 

แม้ว่าจะได้เห็นความโหดร้ายของมัน แต่เขาก็ยังเลือกที่จะเดินตามมนุษย์ตนนี้ไปจนกระทั่งถึงสถานที่ประหลาดแห่งหนึ่ง ที่นั่งมีไม้แห้งที่ถูกทำมาเรียงกัน ด้านบนเป็นหญ้าที่เอามาผูกรวมกัน มันหนาพอที่จะกันได้ทั้งลม ฝน หิมะ

 

"กวางน้อย เจ้าตามข้ามาถึงที่นี่คงหิวกระมัง หากกินเสร็จก็กลับบ้านเจ้าไปเสีย"

 

ว่าแล้วมันก็เอาหญ้าสดมาให้เขา หญ้าสดยามนี้หายาก ถึงมันจะแห้งมากแล้วก็ตาม เขาจึงกินมันทันที อร่อยยิ่งนัก ไม่ได้กินเช่นนี้เลยตั้งแต่หิมะตก ทว่ามนุษย์ตัวนั้นไปไหนแล้ว เดินเข้าไปในนั้น?

 

เขาละจากหญ้าสดที่น่ากิน เปลี่ยนเป็นเดินเข้าไปในสิ่งที่มนุษย์น่าจะเรียกว่าบ้านแทน ในนั้นเองเขาก็ได้เห็นมนุษย์อีกตัว เป็นตัวที่ตกหน้าผาไป ตอนนี้นั่งอยู่บนไม้กำลังคุยกับมนุษย์อีกตัว ในตอนนั้นมนุษย์ตัวนั้นก็หันมาเห็นเขา

 

"ตงฮวา กวางป่า! "

 

"เสี่ยวเฟิงอย่ากลัว มันก็คือกวางน้อยที่ช่วยเราเมื่อก่อนอย่างไรเล่า"

 

ตงฮวา? เสี่ยวเฟิง? มนุษย์พวกนี้พูดคำนี้อยู่หลายครั้ง หรือว่านี่คือสิ่งที่พวกเขาใช้แยกแยะกัน ถ้าเช่นนั้นกวางน้อยก็เป็นสิ่งที่แยกแยะเขาออกจากตนอื่นๆ เขามีชื่อเรียก

 

เขากระโดดเข้าไป อยากจะเรียกชื่อของพวกเขา แต่พอเปล่งเสียงออกมากลับไม่คล้ายเสียงของพวกเขาเลย ให้ตายอย่างไรเช่นนี้ก็คงไม่มีใครฟังออก ยิ่งพอเขาส่งเสียงหนักเข้า ทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา ท่าทางดูกำลังมีความสุข เขาชอบใบหน้าเช่นนี้ มันดูไม่มีพิษภัย ดูปลอดภัยเอามากๆ เขาจึงยิ่งทำเสียงออกมาเพื่อให้พวกเขาหัวเราะ

 

แต่ในระหว่างที่กำลังสนุก จู่ๆ ก็มีเสียงดังจากด้านนอก

 

"ตงฮวา ตงฮวา เจ้าอยู่หรือไม่"

 

ทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้น สีหน้าของทั้งคู่กลับหม่นเศร้าลง เขาสงสัยยิ่งว่าเกิดอะไรขึ้น ตงฮวายืนขึ้น จับมือของเสี่ยวเฟิงแน่นก่อนจะเดินออกไป เสี่ยวเฟิงดูท่าทางไม่อยากให้ตงฮวาออกไป แต่กลับไม่ยอมเรียกรั้งเอาไว้ เขาเองก็อยากรู้จึงเดินตามตงฮวาออกไป

 

ทันทีที่เดินออกมา ก็เห็นมนุษย์อีกตัว แต่ผิวหนังดูเหี่ยวย่นไม่เหมือนกับตงฮวาและเสี่ยวเฟิง ตงฮวาพูดขึ้นว่า"ผู้ใหญ่บ้านเซียง ท่านมีอันใด"

 

ผู้ใหญ่บ้านเซียง? เป็นชื่อของมนุษย์ตัวนี้หรือ ใยยาวนัก

 

"ตาเถร นั่นกวางป่ารึ! "

 

จู่ๆ มนุษย์หนังเหี่ยวตัวนั้นก็ตะโกนออกมาเมื่อเห็นเขา ดีที่ตงฮวาพูดบางอย่าง มนุษย์หนังเหี่ยวนั่นถึงเลิกมองมาที่เขา

 

"นั่นกวางที่ข้าเลี้ยงเอาไว้เอง ท่านมีอันใดกับข้ากัน"

 

"ตงฮวา...คือ..มีหญิงงามจากเมืองเหลียงมาดูตัวที่หอไป๋ลู่ หากว่าเจ้าว่างก็ลองไปดูดีหรือไม่"

 

"ผู้ใหญ่บ้าน ข้าว่าข้าเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วว่าข้าจะไม่แต่งงานกับหญิงที่ไหนทั้งนั้น ข้ามีเสี่ยวเฟิงอยู่แล้ว"

 

"แต่...พวกเจ้าทั้งคู่ต่างก็เป็นบุรุษ ซ้ำตอนนี้เสี่ยวเฟิงก็พิการ เจ้าไม่อยากลองหาทางเลือกอื่น..."

 

สีหน้าตงฮวาดูโกรธเอามากๆ เขาเดาว่าตงฮวาต้องไม่พอใจมนุษย์หนังเหี่ยวตัวนี้แน่ๆ ดังนั้นข้าจะช่วยตงฮวาเอง!

 

ว่าแล้วเขาก็ยกขาหน้าขึ้นพร้อมกับทำเสียงร้องเพื่อไล่มันไป ทันทีที่ทั้งคู่เห็นต่างก็ตกใจ แต่เป็นเจ้ามนุษย์หนังเหี่ยวนั่นที่ก้าวถอยหลังออกไป

 

"ตงฮวาาา! เจ้ากวางนั่นมันเป็นอะไร!!! "

 

"ผู้ใหญ่บ้าน ท่านกลับไปซะ ข้าแต่งกับเสี่ยวเฟิงไปแล้ว แม้ว่าหลังจากนี้จะไร้ทายาทสืบสายเลือด แต่ข้าเลือกเขาไปแล้ว ข้าไม่มีทางเปลี่ยนใจ ท่านปู่โปรดเข้าใจหลานด้วย"

 

มนุษย์หนังเหี่ยวตัวนั้นเหมือนจะยอมแพ้แล้ว สีหน้าสลดแล้วเดินคอตกกลับไป เขาแอบได้ยินเสียงของมันคุยกับใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านนอก"เขาว่าอย่างไรบ้างเจ้าคะ? "

 

"เฮ้อออ ข้าบอกแล้วว่าเขาเลือกเสี่ยวเฟิงไปแล้ว เจ้าก็เลิกตอแยลูกเสียเถอะ"

 

"ได้อย่างไรเจ้าคะ! วิปริตเช่นนั้นข้ายอมรับไม่ได้"

 

"ยอมรับเสียเถิด หากว่านี่เป็นกรรมของเขาก็ปล่อยเขาไปเถอะ"

 

คืออันใด หากว่าข้าฟังออก คงรู้ได้แน่ๆ ว่าพวกเขากำลังพบเจออะไรอยู่

 

.......................

 

ยิ่งนานวัน มนุษย์ตัวอื่นเริ่มเข้ามายุ่งย่ามกับพวกเขามากขึ้น พูดเรื่องบางอย่างที่ทำให้ตงฮวาโกรธ จากนั้นพวกเขาก็เพียงแค่ขอโทษแล้วจากไป วันต่อมาก็มาใหม่ พูดเรื่องเดิมซ้ำๆ ตงฮวาก็ตอบกลับคำเดิม

 

ตอนนี้เขาอยู่กับตงฮวาและเสี่ยวเฟิงมาได้หลายเดือนแล้ว หิมะเริ่มจาก หญ้าเขียวสดกำลังงอกขึ้นจากพื้นดิน เขาเริ่มที่จะฟังภาษาของมนุษย์ได้บ้างแล้ว รู้ว่าคำของพวกเขามีความหมายว่าอย่างไร ถึงจะไม่ทั้งหมด แต่ก็เข้าใจมากขึ้นแล้ว

 

นับว่าเป็นเรื่องดีจริงๆ

 

วันนี้ตงฮวาอุ้มเสี่ยวเฟิงออกมาชมวัตสันส์แรกฤดู เสี่ยวเฟิงเผยรอยยิ้มแล้ว เขามองอย่างหลงไหล ก่อนจะเดินเข้าไปวนเวียนรอบๆ พวกเขา

 

"เสี่ยวเฟิงดูสิ วันนี้เป็นวันที่เท่าไหร่กันนะ"

 

เสี่ยวเฟิงหัวเราะเล็กน้อย กล่าวว่า"เป็นวันที่ข้าได้พบเด็กน้อยขี้แยเป็นครั้งแรก เขานั่งร้องไห้ในป่าเพียงเพราะว่าถูกแม่ห้ามไม่ให้กินขนม"

 

"ข้าถูกห้ามไม่ให้เข้าห้องครัวต่างหากเล่า เจ้าจำผิดแล้ว"

 

"แต่อย่างน้อยข้าก็จำได้ว่าเจ้าร้องไห้"

 

"ยอมให้เจ้าเห็นผู้เดียวเท่านั้น"

 

พวกเขากำลังคุยกัน จากนั้นก็หันมามองข้าแล้วยิ้มออกมา ในตอนนั้นข้ารู้ได้ทันทีเลยว่าพวกเขาใส่ใจข้า เมื่อครู่กำลังพูดถึงเขาหรือไม่กันนะ หรือว่ากำลังพูดอันใดเกี่ยวกับพวกเขาเองหรือ อยากเป็นหนึ่งในนั้น เป็นสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคนเรียกว่าครอบครัว

 

ตงฮวากระชับเสี่ยวเฟิงด้วยแขนอันสั่นเทา เขากำลังเมื่อย แต่กลับไม่ยอมบ่นว่าเหนื่อยหรือคิดวางเสี่ยวเฟิงลง เขาจะช่วยได้อย่างไรกันนะ พวกม้ามักจะถูกจับไป มนุษย์ชอบขึ้นขี่บนหลังของม้า เช่นนั้นถ้าข้าทำแบบเดียวกัน ให้เสี่ยวเฟิงขึ้นหลังของเขาจะดีหรือไม่ เขามั่นใจว่าตัวเขาใหญ่พอจะรับน้ำหนักของเสี่ยวเฟิงได้

 

เขาเดินไปข้างหน้า พยายามบอกตงฮวาว่าจะขอให้เสี่ยวเฟิงขี่หลังของตนแทน แต่เหมือนตงฮวาจะไม่เข้าใจ

 

"เจ้ากวางน้อย หลบไปเถอะ เขาเจ้าเกะกะยิ่ง เดี๋ยวจะเผลอทิ่มเสี่ยวเฟิงเอา"

 

พูดอะไรอีกแล้ว เขารู้เพียงคำว่าเกะกะ ตงฮวาว่าเขาเกะกะงั้นหรือ เขาพยายามจะช่วยต่างหาก

 

"ตงฮวา เหมือนมันจะบอกบางอย่าง ลองฟังดีหรือไม่"

 

"เสี่ยวเฟิง...."

 

"หลับตาสิ ลืมตาขึ้นมาใหม่แล้วฟังมัน"

 

ตงฮวาหลับตาลง เขาเอียงคอด้วยความงุนงง แต่พอตงฮวาลืมตาขึ้นใหม่ กลับรู้สึกว่าตงฮวามีบางอย่างแปลกไป ทว่านั่นก็ทำให้เขาต้องรับแสดงท่าทางใหม่ เขาพยายามจะใช้ปากชี้แทนนิ้วมือไปที่หลังของตนเอง ตงฮวากล่าวว่า"หรือว่าเจ้าอยากให้เสี่ยวเฟิงขึ้นหลัง"

 

เสี่ยวเฟิงดูตกใจไม่น้อย"หลังกวางหาใช่หลังม้า ตัวข้าก็หนักอึ้งจะขึ้นได้อย่างไร"

 

"ก็ข้ารู้สึกเช่นนั้น จะบอกมันอย่างไรดีว่าไม่ควร"

 

พวกเขาพยักหน้าให้กัน ก่อนที่เสี่ยวเฟิงจะถูกวางลงที่พื้น ตงฮวาเองก็นั่งด้วย เขาไม่รู้ว่าพวกเขาคิดจะทำอะไร ได้เพียงย่อขานั่งลงไปด้วย ในตอนนั้นเองเสี่ยวเฟิงก็กอดเขาเอาไว้ กล่าวว่า"ข้ารักเจ้านะ กวางน้อยของข้า ท่านด้วยสามีข้า"

 

"ข้าก็เช่นกัน"

 

นานมาแล้วครั้งหนึ่ง มีกวางตัวน้อยที่บัดนี้เรียกมนุษย์ทั้งสองคนว่าครอบครัว อยู่ด้วยกันจนกระทั่งวันหนึ่ง กวางน้อยพบกับหนทางที่จะอยู่กับพวกเขาตลอดชีวิต เขาเดินทางเข้าไปในป่า เมื่อยามที่หยาดฝนตกลงมาอีกครั้งกวางตัวนั้นก็พบหนทาง เทพหรือปีศาจก็ตาม เขายอมแลกทุกสิ่งเพื่อที่จะได้...

 

กลายเป็นมนุษย์

 

.....................

 

กวางน้อยลงเขามาอีกครั้ง ทว่าเมื่อออกจากเขา ร่างของเขาก็อ่อนล้า รู้สึกว่าไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะพบว่าร่างกายกำลังเปลี่ยนไป ไม่มีขน พวกมันกำลังร่วงลงพื้น กีบเท้าทั้งสี่เริ่มเปลี่ยนเป็นผิวเนื้อที่อ่อนนิ้ม เขากำลังจะกลายเป็นมนุษย์ เราจะได้อยู่ด้วยกันแล้วนะ เสี่ยวเฟิง ตงฮวา เราทั้งสามคน จะกลายเป็นครอบครัว สิ่งที่ทั้งสองพูดเขาจะได้ฟังออกแล้ว

 

ในตอนนั้นกวางน้อยไม่รู้ว่าร่างกายเปลี่ยนไปแค่บางส่วนเท่านั้น ดวงตายังคงดำสนิท เขาทั้งสองข้างยังคงอยู่บนหัว หางเล็กๆ ก็ยังอยู่ เขาเดินไปที่กระท่อมด้วยขาที่สั่นเทิม ย่างก้าวแบบมนุษย์ช่างยากเย็น แต่กลับเห็นความสุขอยู่ตรงหน้าแล้ว

 

"ตง...ฮวา...เสี่ยว..."

 

พูดได้แล้ว เขาพูดเหมือนกับที่ตงฮวาและเสี่ยวเฟิงพูดไม่มีผิด เขาแน่ใจว่าจะต้องฟังรู้เรื่อง

 

จริงสิ พวกเขาสวมใบใม้บนตัวด้วย เขาเองก็ต้องหามาใส่เช่นกัน เสี่ยวเฟิงจะเย็บมันให้ข้าหรือไม่นะ

 

ความฝันใกล้เป็นจริงทุกย่างก้าว ทว่าเมื่อมาถึงหน้าประตู สิ่งที่วาดฝันทั้งหมดถูกทำลายในชั่วพริบตา ช่วงเวลาที่เขาอยู่บนเขา บ่มเพาะและขอภรต่อเทพจนสำเร็จ ที่นี่ก็กลายเป็นบ้านร้างไปแล้ว เสี่ยวเฟิงนอนอยู่บนสิ่งที่เรียกว่าเตียง ร่างกายเหี่ยวย่น ผอมจนเหลือแต่กระดูก ไร้ลมหายใจ ตงฮวานั่งอยู่ข้างๆ รูปร่างไม่ต่างกัน กำลังลูบฝ่ามือของเสี่ยวเฟิงจากนั้นก็เป่าลมร้อนอันแผ่วเบาให้ แม้ว่าตนเองก็แทบจะนั่งอยู่ไม่ไหว

 

"เสี่ยวเฟิง...ตงฮวา.."

 

ตงฮวารู้สึกตน แต่สายตาฝ่าฟางเกินกว่าจะมองเห็นว่าผู้มาใหม่คือใคร เห็นเพียงเขากวางที่อยู่บนศีรษะ เสื้อผ้าไม่สวมใส่ ทั้งที่อากาศหนาวเย็นขนาดนี้ เขายิ้มออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนลมหายใจจะหมดสิ้น คำสุดท้ายที่เอ่ยออกมา

 

"กลับมาแล้วหรือ...กวางน้อยของข้า..."

 

ฟังออกแล้ว...ตอนนี้กวางน้อยรู้แล้วว่าตงฮวาพูดอะไร มีความหมายว่าอย่างไร

 

นี่ตงฮวา เสี่ยวเฟิง พวกเจ้าเอ่ยอีกได้หรือไม่ ตอนนี้ข้าฟังรู้เรื่องแล้วนะ

 

กวางน้อยร่ำไห้ เขาเจ็บปวดยิ่งนักที่จู่ๆ ต้องสูญเสีย หากรู้ว่าชีวิตมนุษย์จะสั้นถึงขนาดนี้ เขาจะไม่ขึ้นเขาไม่ ชาตินี้ไม่กลายเป็นมนุษย์ก็ได้ ขอเพียงอยู่กับพวกเขาจนวินาทีสุดท้าย

 

ครอบครัวของข้า

 

.........................

 

วันแล้ววันเล่าผ่านไป ชีวิตของมนุษย์สั่นลงกว่าที่เคยรู้ เขานั่งมองมนุษย์จากไปทีละคน ในตอนนั้นที่เสี่ยวเฟิงและตงฮวาจากไป เขาเก็บวิญญาณของทั้งคู่เอาไว้ รักษาเอาไว้อย่างดีในถ้ำที่เขาอาศัยอยู่ เพื่อไม่ให้ทั้งสองคนกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน ดังนั้นเขาจึงเก็บเอาไว้ในดอกบัวคนละดอก รอเวลาที่มันบาน วิญญาณของพวกเขาจะได้ไปเกิดใหม่

 

นานวันแล้ววันเล่า ดอกบัวไม่ยอมบาน ผ่านมาหลายร้อยปีในที่สุดดอกบัวหนึ่งดอกก็ยอมบาน เขาจ้องมองดวงไฟล่องลอยออกไป เขาวิ่งตามมันไป

 

หน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง ดวงไฟลอยเข้าไปในเช้าที่สดใส เสียงร้องของสตรีนางหนึ่งเจ็บปวดเหลือเกิน เขาเฝ้ามองจนแสงนั้นหายไป ในตอนนั้นเสียงของทารกก็ดังขึ้น

 

"ฮูหยิน ท่านได้บุตรชายเจ้าคะ ท่านแม่ทัพหลี่ท่านได้คุณชายน้อยเจ้าคะ"

 

เสียงของสาวใช่โวยวายลั่น กวางน้อยอดไม่ได้ต้องแย้มยิ้มออกมาด้วย ชายผู้หนึ่งสวมชุดเกราะ ลุกขึ้นด้วยท่าทางลนลาน ในตอนนั้นทารกน้อยก็ถูกอุ้มออกมา

 

"นามว่าอย่างไรเจ้าคะ ท่านแม่ทัพหลี่"

 

"หมิง...หมิงซื่อ เขาชื่อว่าหมิงซื่อ ฮ่าๆๆๆ บุตรชายข้าคือหลี่หมิงซื่อ เมื่อเติมโตเขาจะกลายเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับข้า ฮ่าๆๆ "

 

ความสุขเกิดขึ้นในชั่วพริบตา กวางน้อยอดไม่ได้จนต้องหลั่งน้ำตาออกมา นั่งคือเสี่ยวเฟิง เสี่ยวเฟิงเกิดใหม่เป็นหลี่หมิงซื่อ ครั้งหนึ่งยามที่ตงฮวาออกไปล่ากระต่าย เสี่ยวเฟิงพูดกับเขาว่า 'ตอนนี้ข้าไร้ประโยชน์ พึ่งจะแต่งกับตงฮวาได้เพียงไม่กี่เดือนก็กลายเป็นเช่นนี้ไปแล้ว หากชาติหน้ามีจริง ข้าอยากเป็นฝ่ายดูแลตงฮวา ปกป้องด้วยกำลังของข้าเอง' แม้ยามนั้นเขาจะฟังไม่ออก แต่ยามนี้ชัดเจนแล้ว เสี่ยวเฟิงอยากปกป้องตงฮวาของเขา

 

ทว่าแม้ดอกบัวของเสี่ยวเฟิงจะบานแล้ว แต่อีกหนึ่งดอกกลับไม่ยอมบาน ตงฮวายังไม่ยอมออกมาเลย

 

เวลาผ่านไปเรื่อยๆ นานจนหิมะผลัดเปลี่ยนไปหลายฤดู เสี่ยวเฟิงเติมโตขึ้นมาในฐานะหลี่หมิงซื่อ แม่ทัพที่แข็งแกร่ง เขาใช้ชีวิตอย่างหวั่นกลัว ไม่ยอมคบหากับหญิงผู้ใด กวางน้อยเริ่มร้อนใจ หากไม่รีบบาน หลี่หมิงซื่ออาจจะตายก็ได้

 

สิบปี ยี่สิบปี สามสิบปี สี่สิบปี ห้าสิบปี ไม่ยอมบานออกมาเลย หลี่หมิงซื่อรอพบตงฮวานานแล้ว ยามนี้ใยจึงไม่ยอมออกมา เกิดตอนนี้คงไม่ทันแล้ว

 

กวางน้อยร้อนใจยิ่งกว่าเดิม ทว่าสุดท้ายก็ไม่ทันการ หลี่หมิงซื่อจากไปในวัยหกสิบเจ็ดปี จากสงครามอย่างโดดเดี่ยว เมืองถูกยึดครอง ประชาชนหนีตาย

 

ตงฮวา หลี่หมิงซื่อตายแล้ว เขาเก็บวิญญาณของหลี่หมิงซื่อไม่ทัน วิญญาณของหลี่หมิงซื่อหายไปแล้ว ไม่รู้ว่าไปที่ใด เขาหาไม่เจอ

 

..........................

 

เวลาผ่านไปอีกสี่ร้อยปี ในตอนนั้นดอกบัวของตงฮวาจึงค่อยบาน แต่กาลเวลาผ่านไป เมื่อกวางน้อยออกตามดวงวิญญาณไปจึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงนั้น มนุษย์เท่าเทียมกันทั้งชายหญิง สวมใส่เสื้อผ้าแปลกๆ พูดจาแปลกๆ

 

ตงฮวา เข้าไปในสถานที่แปลกๆ ผู้คนเข้ามารวมกันอยู่ที่นั้น ส่วนมากพวกเขากำลังเจ็บปวด ในห้องที่เขียนอักษรแปลกๆ มีเสียงของหญิงสาวกำลังร้องลั่น เหมือนกับเมื่อตอนนั้น ตงฮวากำลังจะเกิด

 

เสียงทารกดังขึ้นอีกครั้ง กวางน้อยซ่อนตัว แอบมองตงฮวาอยู่ห่างๆ

 

"คุณแม่ดีใจด้วยนะคะ ได้ลูกชายค่ะ"

 

"เสิ่น...เสิ่นกู่ของแม่ เสิ่นกู่"

 

เสิ่นกู่...

 

แม้ตงฮวาจะเกิดมาแล้วแต่ทำไมกวางน้อยจึงไม่ดีใจเอาเสียเลย พวกเขาจะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก เขาต้องทำยังไงถึงจะสามารถทำให้พวกเขากลับมาอยู่ด้วยกันได้ ต้องอยู่ด้วยกัน..เป็นครอบครัว

 

และในตอนนั้น วัตถุบางอย่างที่ขับเคลื่อนด้วยล้อสี่ล้อ ขนบางอย่างมา กวางน้อยจ้องมองไปที่กระจกบานหนึ่ง เขาเคยเห็นมันมาก่อน มันอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งในยุคเดียวกับหลี่หมิงซื่อ หญิงผู้นั้นเล่นมนต์ดำ ไม่แน่ว่าบางทีเขาอาจจะช่วยได้

 

ว่าแล้วกวางน้อยก็หันมามองตงฮวาในฐานะเสิ่นกู่เป็นครั้งสุดท้าย

 

อีกไม่นานตงฮวา เสี่ยวเฟิง แม้ว่าข้าจะต้องกลายเป็นปีศาจไป ข้าจะพาพวกเจ้ามาอยู่ด้วยกันให้ได้

 

 

 

 

 

End

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น