ลืมเลือน… แต่ไม่ลืมเลย
ตอนที่ 1 สวัสดี... เชียงคาน (1)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ตอนที่ 1 สวัสดี... เชียงคาน (1)

ตอนที่ 1  

สวัสดี… เชียงคาน (1) 

 

 

 

 

ภายในห้องพักสี่เหลี่ยมมีเด็กสาวนอนหลับฝันอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ มือน้อยตวัดผ้าห่มผืนใหญ่มาเพื่อซุกตัวกอดเพราะไม่คุ้นชินกับอากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็น แต่ความสุขในการนอนก็ถูกดับลงเมื่อมารดาเข้ามาปลุกให้ตื่นจากห้วงนิทรา 

“น้องพริมตื่นได้แล้วลูก” พิมพ์มาดาปลุกบุตรสาววัย 14ปี ที่ชอบนอนตื่นสายเป็นประจำ 

“คุณแม่ขา… นี่ยังเช้ามาก ๆ อยู่เลยน้า จะรีบตื่นไปไหนคะ ขอน้องพริมนอนต่อก่อนไม่ได้เหรอ” น้องพริม หรือ พริมโรส เอ่ยเสียงงัวเงียไม่อยากจะลุกจากที่นอนเอาเสียเลย 

“ไม่ได้ค่ะ นี่เราไม่ได้อยู่ที่บ้านนะคะน้องพริม เรามาเที่ยวดังนั้นเราต้องตื่นเช้าค่ะ มารับอากาศที่แสนบริสุทธิ์กันค่ะคุณลูก” คนเป็นแม่ไม่ยอมแพ้ที่จะงัดบุตรสาวเพียงคนเดียวให้ลุกจากเตียงให้ได้ 

“เราอยู่ตั้งหลายวันขอน้องพริมนอนต่อไม่ได้หรือคะ เมื่อคืนกว่าเราจะมาถึงก็ดึกมากแล้ว อีกอย่างหนูเหนื่อยมากด้วย” 

“ถ้าจะนอนคราวหลังพ่อจะไม่พามาเที่ยวอีกแล้วนะน้องพริม ปิดเทอมต่อไปก็อยู่ที่บ้านไปเลยไม่ต้องไปไหนแล้ว” เสียงเข้ม ๆ ของบิดาดังขึ้นและนั่นก็ทำเอาคนขี้เซารีบเด้งตัวลุกจากที่นอนทั้งที่ตายังปรือ 

“โธ่คุณพ่อขา… ทำไมขู่แบบนี้คะ” 

“พ่อไม่ได้ขู่นะ พริมเคยบอกว่าอยากมาเที่ยวเชียงคานเพราะเพื่อนเอาไปเล่าให้ฟัง มีโอกาสพ่อก็พามาเที่ยวแล้ว แต่ถ้ามาแล้วเอาแต่ตื่นสายต่อไปก็คงไม่ต้องไปไหนกันละ”  

“หงึ… ก็ได้ค่ะก็ได้ พริมไม่นอนต่อแล้วก็ได้” พริมโรสทำหน้ายู่อย่างขัดใจนิด ๆ กระนั้นแล้วร่างเล็กก็รีบลงจากเตียงและไปจัดการล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ 

 

5 นาทีต่อมาสามคนพ่อแม่ลูกก็เดินลงมาจากห้องพัก โปรแกรมแรกที่ปรเมศวร์วางไว้คือพาภรรยาและลูกมาตักบาตรข้าวเหนียว ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ วัฒนธรรมของผู้คนที่นี่ ที่ถือปฏิบัติสืบเนื่องมาเป็นเวลานับร้อยปี และในทุกวันก็จะมีชาวบ้านออกมาปูเสื่อรอพระในช่วงเวลา 6 โมง ถึง 6 โมงครึ่ง 

ในส่วนของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหรือเข้าพักตามเกสต์เฮาส์ หรือ โรงแรมต่าง ๆ ทางที่พักจะสอบถามผู้เข้าพักและได้จัดเตรียมชุดตักบาตรไว้ให้ 

เด็กสาวยืนกอดอกเมื่อเดินออกมาปะทะเข้ากับสายลมเย็น ๆ พลางแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ยังดูสลัว นี่คงเป็นครั้งแรกละมั้งที่เธอตื่นได้เช้าขนาดนี้ 

“น้องพริมมาเร็วลูกมาตรงนี้ พระจะมาแล้วลูก” พิมพ์มาดาเอ่ยเรียกบุตรสาวที่ยืนกอดอกลูบแขนตัวเองอยู่ตรงหน้าทางเข้าออก ทำให้เด็กสาวที่กำลังมองสำรวจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวหันกลับมาแล้วรีบสาวเท้าไปหามารดาที่กำลังกวักมือเรียกตน 

ไม่นานพระสงฆ์ก็เดินแถวมาอย่างเป็นระเบียบเพื่อรับบาตรจากชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่มารอใส่บาตรกันไปตลอดแนวถนนชายโขง 

หลังจากใส่บาตรเสร็จปรเมศวร์ก็พาภรรยาและลูกเดินไปยังร้านอาหารที่เปิดในยามเช้า ที่สามารถใช้คูปองที่ทางโรงแรมให้มาและสามารถจะทานอะไร เท่าไหร่ก็ได้ตามจำนวนของคูปองที่ได้มา 

พริมโรสเดินตามหลังบิดามารดาพลางมองสองข้างทางที่ดูเหมือนไม่มีอะไรไปเรื่อย ๆ หากในความไม่มีอะไรที่พริมโรสมองนั้นเธอกลับคิดว่านี่คือมนต์เสน่ห์ของเมืองนี้ตามแบบที่เพื่อนมาเล่าให้ฟังจริง ๆ เมื่อเดินต่อไปอีกไม่เท่าไหร่เด็กสาวก็รู้สึกหิวขึ้นมาด้วยเพราะร้านข้างหน้าเป็นร้านขายอาหารเช้าที่มีโต๊ะเรียงรายอยู่เต็มหน้าร้าน กลิ่นหอม ๆ ของน้ำซุปลอยฟุ้งมาตามอากาศชวนเรียกน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไม่น้อย 

“พ่อคะ ร้านข้างหน้าขายอะไรหรือคะ” พริมโรสรีบสาวเท้าขึ้นไปให้ทันบิดาพลางเอ่ยปากถามด้วยความสนใจ 

“เป็นร้านขายโจ๊ก อ้อมีไข่กระทะและก๋วยจั๊บญวนด้วย” 

“ก๋วยจั๊บญวนหรือคะ เพื่อนหนูบอกว่ามาแล้วต้องลองเพราะมันอร่อยมาก” เด็กสาวเอ่ยดวงตาเต็มไปด้วยประกาย 

“งั้นก็กินร้านนี้ไหมละ” พิมพ์มาดาถามขึ้นพลางมองบุตรสาวด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ 

“ดีค่ะแม่ แต่เดี๋ยวหนูขอเซลฟีอวดเพื่อน ๆ ก่อนนะคะ” พริมโรสเอ่ยพลางล้วงไปหยิบโทรศัพท์เครื่องบางออกมากดเซลฟีที่หน้าร้านก่อนจะส่งให้เพื่อนในกลุ่ม 

“น้องพริมมาได้แล้วลูก พ่อกับแม่สั่งแล้ว หนูจะเอาอะไร” พิมพ์มาดาเอ่ยเรียก 

“น้องพริมเอาก๋วยจั๊บญวนค่ะแม่ น้องพริมอยากลองกินดู” คนเป็นแม่มองหน้าลูกยิ้ม ๆ แล้วจัดการสั่งก๋วยจั๊บญวนให้คนเป็นลูก รอไม่นานนักมื้อเช้าของทั้งสามคนพ่อแม่ลูกก็ถูกนำมาวางเสิร์ฟอยู่ตรงหน้าทุกคน 

“ว้าว… น่าทานทั้งนั้นเลย พ่อขาแม่ขา น้องพริมขอถ่ายรูปหน่อยนะคะ” ไม่เอ่ยเปล่าเด็กหญิงจัดการยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพอาหารเช้าในมื้อนี้พร้อมกับลงสตอรี่ของตนเองเสร็จสรรพ 

 

Primrose กาลครั้ง ณ เชียงคาน มื้อเช้าเก๋ ๆ ไข่กระทะ และก๋วยจั๊บญวน 

 

ลงภาพไปไม่เท่าไหร่เพื่อน ๆ ที่ติดตามก็เข้ามากดไลค์พร้อมแสดงความคิดเห็นกันเพียบ พริมโรสนั่งมองหน้าจอจนแทบจะลืมมื้อเช้าที่ตนบอกว่าอยากจะลิ้มลองเสียจนเกือบจะเย็นชืด 

“น้องพริมครับถ้ายังไม่เก็บโทรศัพท์ พ่อจะกินให้หมดเลยนะ” ปรเมศวร์เอ่ยเสียงเข้ม 

“พ่อชอบขู่จัง” 

“พ่อเคยขู่ไหมครับ เก็บเลยนะ ไหนว่าอยากกินก๋วยจั๊บญวนแล้วไหงเอาแต่นั่งจิ้มโทรศัพท์แบบนี้” 

“นั่นสิลูก เอาแต่เล่นโทรศัพท์แบบนี้คราวหลังไม่ต้องมาเที่ยวแล้วมั้งแบบนี้” 

“งื้อ พ่อแม่อ่ะ” เด็กหญิงทำหน้ามู่พร้อมกับจำใจวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างเสียไม่ได้ เพราะกลัวว่าปิดเทอมหน้าจะไม่ได้ไปเที่ยวอีก 

เสร็จจากมื้อเช้าจากร้านโจ๊กสามคนพ่อแม่ลูกก็พากันไปไหว้พระขอพรที่วัดศรีคุณเมือง หรือ วัดใหญ่ วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองเชียงคานทำให้ทุกคนที่มาต้องไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นก็ไปต่อกันที่วัดมหาธาตุและวัดท่าคกแล้วก็ไปเดินเล่นชมวิวกันที่ “แก่งคุดคู้” ต่อ ที่นี่เปรียบเสมือนสถานที่ตากอากาศของคนเชียงคาน เพราะถูกรายล้อมด้วยวิวของลำน้ำโขงที่กว้างและทอดตัวยาวขนานไปสองฝั่งไทย-ลาว นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์ของสองฝั่งโขงและได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ล่องเรือหาปลาตามแม่น้ำ 

พริมโรสมองภาพต่าง ๆ แล้วเก็บภาพถ่ายทอดสู่สตอรี่ของตัวเองว่าครั้งหนึ่งเธอได้มา ณ ที่แห่งนี้ ที่สมตามคำเล่าลือว่าหากได้มาชมสักครั้งแล้วจะทำให้หลงใหลในเมือง ๆ นี้  

ทว่าตอนที่ได้นั่งฟังเธอเคยคิดเถียงในใจว่าจะเป็นไปได้อย่างไร กับเมืองเล็ก ๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไร สู้ชีวิตในเมืองหลวงก็ไม่ได้ หากพอได้มาสัมผัสด้วยตัวเองทั้งที่ยังไม่ผ่านพ้นวันเธอก็สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า… เธอได้หลงมนต์เสน่ห์ของที่นี่ไปแล้ว 

. 

. 

. 

= = = =  

Welcome สู่บทแรกค่ะ ฝากน้องพริมไว้ในใจด้วยนะคะ ไปค่ะ ไปเที่ยวเชียงคานกัน 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น