ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ห้า ชะตาฟ้า

ชื่อตอน : ตอนที่ห้า ชะตาฟ้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2563 22:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ห้า ชะตาฟ้า
แบบอักษร

ตอนที่ห้า ชะตาฟ้า 

ห้องหนังโถงเล็กคือที่ส่วนตัวของท่านย่า 

อันเป็นการอบรมบ่มนิสัยเป็นการส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับการลงโทษประจำตระกูล 

น่าแปลกจังจากความทรงจำของหวังลี่ ที่นี่คือสถานที่ที่ท่านย่าจะเรียกคนมาว่ากล่าวตักเตือน แต่จะไม่ลงโทษอะไรจริงจัง 

  

“คารวะท่านย่า” 

ผมทำความเคารพอย่างนอบน้อม 

“เงยหน้าและมาให้ย่าดูหน้าใกล้ๆสิ” 

ผมแปลกใจแต่ก็เดินไปใกล้ๆ 

  

ท่านย่าลูบแก้มของผมทำเอาผมรู้สึกเสียวสันหลังเล็กน้อย 

  

“แววตาเฉลียวฉลาดเที่ยงธรรม ไม่มีความขุ่นเคืองในสายตาของเจ้าเลย เฮ้อ” 

ท่านย่านวดขมับและมีสาวใช้คอยทุบบ่าปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง 

สังคมศักดินาก็อย่างนี้ล่ะนะ 

แม้แต่จะมีสาวใช้อยู่ข้างๆก็ถือเป็นบรรยากาศ”ส่วนตัว” 

“เจ้าอาจจะสงสัยว่าทำไมย่าถึงได้ทำอย่างนั้นไป แต่ที่ย่าทำไปนั้นมีเหตุผล นาง..นั้นเป็นตัวอัปมงคลต่อตระกูลของเราตามคำทำนายของท่านซินแส หมอดูเทวดาแห่งวังหลวง..” 

โอ้จริงด้วยนางเอกมีการทำนายว่าเป็นตัวอัปมงคลสินะ..แต่ 

“ขออภัยด้วยท่านย่า..” 

“ฟังย่าให้จบ ย่าแค่ต้องการให้เจ้าเข้าใจจุดยืนของย่าด้วยในเรื่องนี้ เจ้าไม่ควรเข้าไปเกลือกกลั้วกับนาง ไม่อย่างนั้นจะนำพาความอัปมงคลมาสู่เจ้าได้” 

“ขอบคุณท่านย่า แต่ผู้หลานไม่ได้สงสัยเรื่องนั้น ท่านย่าทำไปเพราะความจำเป็นผู้หลานเข้าใจแต่..ทำไมท่านซินแสถึงฝ่าฝืนข้อห้ามของหมอดูทำนายเรื่องของเด็กให้แก่ท่านย่าเล่า?” 

ผมคารวะท่านย่าอย่างนอบน้อม 

ท่านย่าทำสายตางุนงง เอียงคอสงสัย 

“ข้อห้าม?” 

  

“ใช่แล้วขอรับท่านย่า หมอดูมีการถือของห้ามหรือข้อห้ามเฉพาะตัวที่เกี่ยวพันกับการที่ทำให้หมอดูสามารถทำนายดวงชะตาได้เที่ยงตรงมากเพียงไหน 

การทำนายว่าเด็กเป็นกาลกิณีต่อครอบครัวของเด็กนั้น แม้จะทำนายได้เช่นนั้นจริงก็ตาม ข้อห้ามของหมอดูก็ต้องห้ามบอกออกมา เพราะเป็นการทำลายหลักมุทิตาของฟ้า จะก่อผลร้ายแรงกว่าเดิมตามมา ทั้งต่อคนที่เกี่ยวพันกับคำทำนายและต่อหมอดูผู้นั้นเองด้วย 

  

ผู้หลานไม่เคยสงสัยในการทำนายของท่านหมอดูเทวดา เพียงแค่สงสัยว่าทำไมท่านหมอดูเทวดาจึงละเลยข้อห้ามที่พื้นฐานที่สุดเช่นนี้?” 

  

ท่านย่าทำสีหน้าแปลกใจและหวาดระแวงราวกับนึกถึงเรื่องราวบางอย่าง 

“อีกประการความรักความห่วงใยของท่านย่าน่าชื่นชมนัก แต่นับแต่โบราณกาล มีตำราบันทึกไว้ของผู้ที่ทำการฝืนชะตาฟ้า จะทำให้ชะตากลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม 

ครั้งหนึ่งจอมคนคนหนึ่งได้บอกว่าเขาจะพ่ายแพ้ด้วยขุนศึกคนหนึ่ง คนที่ไม่ได้เกิดจากช่องคลอดของสตรีและวันแห่งการชำระหนี้ 

สุดท้ายเขาได้รับรู้ว่า ขุนศึกที่เขาหวาดกลัวนั้นเกิดจากการกรีดท้องของมารดาและไม่ได้กำเนิดจากช่องครรภ์ปรกติและวันชำระหนี้คือวันที่เขาเผชิญกับแผนลอบสังหารไม่ใช่การมีเจ้าหนี้มาทวงถามหนี้แต่ประการใด 

พฤติกรรมที่เขาพยายามจะเลี่ยงคำทำนาย กลับตามมาซึ่งพฤติกรรมที่ทำให้ตัวของเขาเองนำผลของคำทำนายนั้นมาด้วยตนเอง 

ท่านย่า ชะตาฟ้า อันตรายยิ่งนัก ลิขิตสวรรค์ยากหยั่งคาด หวังลี่ด้อยปัญญา แค่เพียงหวังว่าท่านย่าอย่าได้ตกบ่วงของชะตาฟ้านี้เลย” 

ท่านย่ากลับอ้าปากตาค้าง 

แม้แต่สาวคนใช้ส่วนตัวก็หยุดการนวดไหล่ มองเขาอย่างปากอ้าตาค้าง 

อะไรกัน?นี่มันความรู้พื้นฐานเรื่องการทำนายทายทักเลยนะ 

  

หรือว่าสังคมที่นี่ความจริงชอบคนพูดจาเรื่องที่ฟังดูลึกล้ำ ตีหน้าเข้มเร้าใจ 

“ละแล้วไม่มีวิธีแก้ไขเลยหรือ?..”ท่านย่าเอ่ยเสียงอ่อนเหมือนกับกำลังกล่าวกับตนเอง 

ผมคิดในใจว่า คำถามแบบนี้อย่ามาถามกับเด็กสิฟะ ผมอายุแค่สิบขวบเองนะ 

“หวังลี่ด้อยปัญญาไม่อาจเอื้อมแนะนำให้ท่านย่ากระทำหรือไม่กระทำประการใด 

แต่วิญญูชนศึกษาประวัติศาสตร์นำเป็นบทเรียน 

น้อมรับเอาประสบการณ์ของชนยุคก่อนเป็นคันฉ่องส่องเหตุการณ์ในยุคนี้ มีจอมคนมากมายพยายามหักฝืนชะตาฟ้าดิน รังแต่ทำให้ตนเองดับสลาย ..” 

ความเงียบปกคลุมทั้งห้องแม้แต่เสียงเข็มตกยังได้ยิน 

คนเรานี่ชอบคำทำนายหรือเวทมนตร์คาถากันจริงแฮะ ผมต้องลองค้นคว้ามากขึ้นแล้วหากเรื่องเวทมนตร์มีอยู่จริง 

“..แต่ฟ้าก็ไม่ได้ประหารฆ่าคน ย่อมมีทางให้สรรพสัตว์ดำเนินไป” 

ท่านย่าสีหน้าดีใจขึ้น 

“เจ้ามีวิธีแก้ไข” 

“เมื่อสมัยบรรพกาล จักรพรรดิโบราณแก้ปัญหาน้ำท่วมโดยการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำ แต่สุดท้ายเมื่อเขื่อนพังเพราะต้านน้ำไม่ไหว ก็ทำให้คนบาดเจ็บล้มตายในหายนะนั้นมากขึ้น 

กระแสของโชคชะตาไหลมาดั่งน้ำไหลหลาก 

แต่เมื่อขุดลอกคูคลองระบายน้ำก็สามารถลดกระแสความรุนแรง ทำให้น้ำแทนที่จะเป็นโทษ กลายเป็นประโยชน์ แทนที่ราษฎรจะเดือดร้อนเพราะน้ำท่วม ก็กลายเป็นเรื่องที่ดีแก่ราษฎรที่ทำเรือกสวนไร่นา 

ท่านย่า ผู้หลานไร้ความสามารถ แต่ยังเชื่อคำปราชญ์ ท่านย่าเชื่อในเรื่องการอบรมกล่อมเกลาหรือไม่?” 

หรือแผนการนี้เรียกอีกอย่างว่า “ส่งฮิตเลอร์เรียนศิลปะ”หากเราอยากหยุดสงครามโลกครั้งที่สองในรูปแบบเดิม 

แน่นอนเหตุการณ์พลังทางสังคมเงื่อนไขต่างๆอาจจะก่อสงครามเกิดขึ้น แต่อย่างน้อยฮิตเลอร์ก็ไม่ได้เป็นผู้นำนาซี 

“ความหมายของเจ้าคือ..” 

“แทนที่ท่านย่าจะบังคับนาง ไยไม่ผลักเรือตามน้ำ ผู้คนที่มีโชคชะตากำกับ แต่ละคนมักมีคุณสมบัติไม่ธรรมดา 

ท่านย่า ดั่งที่ท่านเชื่อว่านางมีสติปัญญาเฉลียวฉลาด ท่านสงสัยในเรื่องศีลธรรมและการกระทำของนาง แต่ท่านไม่เคยสงสัยเรื่องความฉลาดและสติปัญญาของนางเลยใช่หรือไม่? 

ท่านย่าถอนหายใจ 

“เจ้าพูดถูกแล้วล่ะหวังลี่ ข้าระแวงนางมาตลอด การกระทำ แววตาชวนน่าสงสาร ไหวพริบที่ซ่อนอยู่ภายในของนาง ไม่ใช่ว่าข้าไม่สังเกต นั่นทำให้ข้าเข้มงวดต่อนางมากกว่าใครๆ 

แต่ในเมื่อเจ้าแนะนำทางให้ข้าก็จะทำตามที่เจ้าแนะนำ..” 

“ขอบคุณท่านย่า” 

ถึงเขาจะงงงวยว่าแนะนำอะไรไปก็เถอะ เขาก็ตอบรับแต่โดยดี 

“ต่อไปนี้เจ้ามีหน้าที่ดูแลความประพฤติและอบรมบ่มนิสัยของนาง” 

เฮ้ย ผมไม่ได้แนะนำพรรค์นั้นนะ 

ผมนึกว่าจะส่งเธอไปบวชชีหรืออะไรเทือกนั้น แน่นอน ผมคิดว่าแบบเดียวกับบูเช็คเทียนเดี๋ยวเธอก็คงมาอาละวาดในวังหลวงทีหลังได้นั่นล่ะ การบวชไม่สามารถหยุดคนอย่างบูเช็คเทียนได้หรอก 

แต่อย่างน้อยตอนนั้นผมก็คงออกไปโพ้นทะเลแล้ว 

“เจ้าไปเตรียมข้าวของและจัดห้องให้สองคนนี้อยู่ด้วยกันเสีย” 

  

โอ้ หรือว่าที่จริงแล้วเราประมาทคนในนิยายเกินไป พอเขาเป็นคนจริงๆมีชีวิตจริงก็ตอบสนองไปตามพฤติกรรมของเรา 

  

หวังไท่ไท่น่าจะต้องการจัดการเราและนางเอกภายในแผนการเดียวเลยนั่นเอง 

  

ว่าหากเกิดอะไรกับนางเอกก็เป็นความรับผิดชอบของเรา 

ผมต้องรอบคอบมากขึ้นแล้วในการที่จะปฏิสัมพันธ์กับคนพวกนี้..หวังว่าจุดอ่อนของพวกเขาที่ชอบยืนฟังคอยให้คนพูดตีหน้าเข้มเร้าใจให้จบจะยังเป็นข้อได้เปรียบที่ผมใช้ได้นะ 

“”” 

ที่หวังลี่คิดก็ไม่ผิดไปเสียทั้งหมด หวังไท่ไถ่นั้นมีแผนการในใจจริง 

หวังไท่ไถ่ ยิ้มในใจ ที่สามารถแก้ไขปัญหาที่อยู่ในใจได้ 

เธอคิดว่าด้วยปัญญาของหวังลี่น่าจะช่วยเรื่องโชคชะตาและคำทำนายได้ 

โดยไม่รู้ตัวเลยว่า หวังลี่แทบจะช็อคหัวใจหยุดเต้น ที่ต้องอยู่ใกล้นางเอกมากกว่าที่ควรจะเป็น 

ความกังวลที่เขาต้องกลายเป็น”พี่ชายที่แสนดี”จริงๆหรือนี่? 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว