email-icon

หนุ่มหล่อลูกครึ่งคนธรรพ์กับนาคที่ขยันลบความจำของสาวสัตวแพทย์หน้าตาน่าเอ็นดู

ตอนพิเศษ ๔ - ถิ่นของครุฑ

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ ๔ - ถิ่นของครุฑ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 872

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ส.ค. 2563 07:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ ๔ - ถิ่นของครุฑ
แบบอักษร

สลิล ลากกระเป๋าเดินทางใบเล็ก ออกจากสนามบินที่วุ่นวายที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เดินตามผู้ชายคนหนึ่งไปขึ้นรถตู้ที่มารอรับ

ผู้ชายที่รอรับเธอ ขึ้นไปนั่งข้่างคนขับหันมายิ้มแย้มทักเธอ

“น้องลิน เหนื่อยไหมครับ ? ” พี่เป๊บ ผู้ชายใจดี หน้าตาดี ทำงานกับพ่อของเธอมาจะครบสี่ปีแล้วชวนคุย

“พี่เป๊บคะ คุณพ่อยุ่งหรือคะช่วงนี้ ?” สลิลไม่ชอบคุยไลน์กับพ่อเท่่าไร ความสัมพันธ์ขอเธอกับพ่อค่อยข้างห่างเหิน เพราะเธอเข้าข้างแม่มานานตั้งแต่พ่อแม่แยกทางกัน หลังจากที่สลิลโตพอรู้ความ เธอก็รู้ความจริงว่า พ่อกับแม่เลิกกัน เพราะที่ครอบครัวของพ่อไม่ชอบแม่ของเธอ พอเลิกกัน พ่อจึงไปแต่งงานใหม่แล้วหายตัวไป

เด็กสาวโตมากับความรู้สึกห่างเหินกับพ่อ แม้จะรู้ความจริงภายหลังว่า แม่ของเธอเป็นฝ่ายบอกเลิกพ่อก่อน และไม่ยอมบอกพ่อเมื่อรู้ว่าตัวเองท้องด้วยความหยิ่งในศักดิ์ศรี จนสลิลโต พ่อของเธอรู้ว่ามีลูกสาว จึงมาเจรจาขอช่วยเลี้ยงดู แต่แม่ของสลิลนั้นหยิ่งในศักดิ์ศรีจึงไม่เคยขอความช่วยเหลือ ยกเว้นค่าเล่าเรียนของลูกสาวกับเงินซื้อบ้านหลังปัจจุบันของสองแม่ลูกเท่านั้น

จนทุกวันนี้ พ่อของสลิล ก็ไม่เคยละทิ้งความพยายามคืนดีกับลูกสาว จนในที่สุด สลิลและแม่ของเธอก็ใจอ่อน ยอมให้สลิลบินไปเยี่ยมพ่อได้ทุกครั้งที่ปิดเทอม ซึ่งพ่อของสลิลและภริยาใหม่ของเขาพร้อมต้อนรับสลิลเสมอไม่ว่าเมื่อไรหรือที่ไหน

สลิลถามพี่เป๊บซ้ำ รู้สึกเกรงใจที่อยู่ดีๆ ก็เดินทางมากระทันหัน “คุณพ่อติดงานอะไรสำคัญหรือเปล่าคะ ?”

พี่เป๊บ ชายหนุ่มหน้าตาดีมาด ดีหันมายิ้มตอบ “ครับ ท่านทูตวันนี้ต้องไปกับท่านรองนายกรัฐมนตรีที่มาเยือนทางการครับ ท่านเลยให้พี่มารับน้องลินไปส่งที่ทำเนียบก่อน ค่ำๆ ท่านถึงจะกลับมาครับ”

สลิลรับคำ เข้าใจดี สำหรับพ่อของเธอ งานต้องมาก่อน เป็นอย่างนี้มานานแต่ไหนแต่ไร

——————-

ที่สนามบินนานาชาติอินทิรา คานธี ทีทีสามารถแหวกคลื่นมหาชนที่ลงเครื่องมาด้วยกันและผู้มารอต้อนรับคนลงเครื่อง จนหาขึ้นรถแท็กซี่ในที่สุด

ชายหนุ่มเพลียใจ ถ้าไม่รักยายลินจริงๆ ไม่ตามมาหรอกนะอินเดีย ! เขามองถนนหนทางไม่คุ้นตา ผู้คนและรถยนต์คลาคล่ำแออัดด้วยความกังวล ถ้าสลิลงอนแรงขนาดนี้ เขาจะเอาอะไรไปง้อ ? ตอนนี้เขารู้แล้วว่า สลิลเป็นลูกสาวท่านเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี แบบนี้ ความยุ่งยากก็ดูจะเพิ่มขึ้นมาทีเดียว จะบุกไปสุ่มสี่สุ่มห้าไปหา คงโดนไล่ตะเพิดออกมา ...

โอย กลุ้มใจโว๊ย ! สงสัยต้องรอค่ำๆ แล้วแปลงเป็นงูเข้าหาอีกละมั้ง ... เฮ้อ ประเทศนี้คนเขากินงูไหม ? กลัวงูไหม ? โอย โคตรเสี่ยงเลย ! ยิ่งคิด ทีทีก็ยิ่งรู้สึกอยากด่าตัวเองที่ไม่รู้จักรักษาระยะห่างกับเอฟซีทั้งหลายของเขาเองจนสลิลหนีมาเฉยเลย

ต่อไปนี้ พี่จะไม่ปากหมาแล้วน้องจ๋า เขาคิดในใจ อยากจะบอกเจ้าของใบหน้าน่ารักในดวงใจอย่างที่สุด..

หวังว่าจะไม่สายเกินไป.. จะงอนจริงจังไปแค่ไหนกันเนี่ย..

————

หลังจากรถแท็กซี่อินเดียพาทีที อ้อมไปอ้อมมา งงทั้งคนขับและคนนั่ง แท็กซี่ก็พาเขามาส่งเขาที่หน้าประตูสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี

ทีทีลงจากรถพร้อมเป้ใบเดียวที่ติดตัวมา เขากระพริบตาปริบๆ ยืนอึ้ง

ไม่เคยคิดว่า อุปสรรคด่านแรกจะปรากฏเสียแล้ว..

ครุฑ !

ตราของสถานเอกอัครราชทูตเป็นครุฑ.. !

ครุฑสีทองทรงเครื่องตัวใหญ่ยักษ์แปะอยู่หน้าบรรณ !

แม้ว่าทีทีจะยืนอยู่นอกรั้ว เขาก็รู้สึกได้ดีถึงรังสีความไม่เป็นมิตรที่แผ่ออกมาปกป้องอาณาเขตของสถานทูต

ปกป้องไม่ให้มีภัยอันตรายหรืองูเงี้ยวเขี้ยวขอเข้าไปกล้ำกราย..

งูเงี้ยวเขี้ยวขอ..

ซึ่งรวมนาคแปลงหรือ งูยักษ์หน้าหื่นอย่างเขาด้วย !

โธ่ ว๊อยยย ! ทีที ฮึดฮัด ! ครั่นเนื้อครั่นตัวรู้สึกไม่สบายขึ้นมาทันที ! ไรแว้ ! ทำไมซวยแบบนี้ ! ยายลินทำไมต้องมีพ่อเป็นทูตด้วย ! โว๊ยๆๆๆ ! ทีที รู้สึกราวกับตัวจะเป็นผื่นเห่อร้อนขึ้นมาเฉยๆ ความไม่สบายตัวจากสายตาของครุฑทรงพลังในดินแดนภารตะอันเป็นต้นกำเนิดของครุฑและนาค ทำให้เขาเพลียและหงุดหงิดสุดๆ !

แต่เขาจะไม่ยอมแพ้อดเจอสลิล ! อุตส่าห์บินมาหาขนาดนี้แล้ว !

ทีที หันซ้ายหันขวาฮึดฮัด.. มันต้องมีทางสิ !

---------------

คืนนั้นที่ทำเนียบเอกอัครราชทูต ณ กรุงนิวเดลี คุณสุบรรณ พาลขิยากร เอกอัครราชทูต ยิ้มกว้างเมื่อเห็นลูกสาว สลิล กับภริยาของเขากำลังนั่งดูทีวีเป็นเพื่อนกันอยู่ คุยกันไปเรื่อยๆ รอให้เขากลับมา

สุบรรณรับไหว้ลูกสาวแล้วนั่งลงที่โซฟา มองสำรวจด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง "ลินผอมลงนิดหน่อยใช่ไหม ? เรียนหนักหรือ ?"

สลิลทำหน้านิ่ง "ก็นิดหน่อยค่ะ"

ภริยาของสุบรรณที่เอ็นดูและยอมรับสลิลเหมือนลูกสาว เพราะเธอกับสุบรรณก็ไม่มีลูกถามขึ้น "แล้วมาหนนี้ ลินจะอยู่นานไหมจ้ะ ? "

สลิลยิ้ม "ยังไม่รู้เลยค่ะ ก็อาจอยู่สักวันสองวัน"

สุบรรณทำหน้ากลุ้มใจ "พ่อไม่ว่างจนกระทั่งวันเสาร์เลย ต้องรอส่งท่านรองนายกก่อน พรุ่งนี้ก็ต้องพาท่านรองนายกไปพบฝ่ายอินเดีย" แววตาของคนเป็นพ่อมองอย่างเป็นห่วง "หนูต้องการคนพาเที่ยวไหม ? พ่อจะได้ขอเป๊บเขาให้ เลิกงานแล้วเขาก็ว่างๆ เห็นชอบชวนพวกข้าราชการเด็กๆ ไปกินข้าว" สุบรรณกลัวลูกสาวจะเหงาหรือเบื่อที่ต้องอยู่กับภริยาเขาทั้งวัน ถึงจะเข้ากันได้ แต่วัยรุ่นอาจอยากอยู่กับคนอายุใกล้เคียงกันมากกว่า

สลิลยิ้มออกมานิดนึง "อย่าเลยค่ะ เกรงใจพี่เขา เดี๋ยวจะเป็นการไปใช้งานว่าที่ท่านทูตในอนาคต" เธอได้ยินคนแซวพี่นักการทูตเลขาเอกคนนี้บ่อยๆ ซึ่งเขาก็เขินทุกที เพราะความจริงแล้ว จากเลขานุการเอกกว่าจะเป็นเอกอัครราชทูต ใช้เวลาหลายสิบปี..

สุบรรณหัวเราะ "ไม่ต้องเกรงใจเขาหรอก ถ้าอยากให้พ่อพูดให้ก็บอกนะ เป๊บเขาต้องอยู่เฝ้าสถานทูต ที่เหลือไปรับรองนายกกันหมด อยากให้เขาพาไปไหนเขาคงยินดี"

สลิลยิ้ม พ่อเธอแอบอยากจับคู่หรือเปล่าเนี่ย ? เธอจึงตอบไปว่า "หนูอยากไปทัชมาฮาล ยังไม่เคยไปเลยค่ะ กวนพี่เขาไม่ไหวหรอกมั้งคะ"

แต่แล้ว....

โครม ! เสียงอะไรหนักๆ ดังมาจากประตูด้านหน้าทำเนียบเอกอัครราชทูต !

สุบรรณลุกขึ้น ! เรียกคนรับใช้เดินก้าวยาวๆ เปิดประตูหน้าทำเนียบออกไปดู.. !

แล้วก็ช๊อก !

งูยักษ์สีเขียวแก่เกือบดำตัวใหญ่ยัักษ์กำลังนอนบิดไปมาช้าๆ ราวเจ็บปวดอยู่บนลานสนามหญ้าหน้าทางขึ้นทำเนียบ ท่าทางอ่อนแรง !

สุบรรณอ้าปากเหวอ ! "นี่มันอะไร ? ตีหัวมันแล้วโทรเรียกคนมาจับมันออกไป !" คนใช้ของท่านทูตต่างวิ่งแข็งขันไปหาจอบหาเสียมทันที !

แต่ลูกสาวของสุบรรณกลับหวีดร้องขึ้นมาว่า

"กรี๊ด ! ไม่ได้ค่ะ ! นั่นแฟนหนูค่ะ ! อย่าทำร้ายเขานะคะ !"

พรึ่บ !

ขาดคำ .. ไอน้ำสีขาวหนาทึบก็ปกคลุมร่างงูยักษ์..

ที่กลายร่างเป็นผู้ชายหน้าตาดีนอนจุกๆ แอ้งแม้งอยู่กับพื้น

เขายิ้มแหยๆ จุกเพราะพยายามแปลงร่างเลื้อยเข้าห้องนอนสลิล แล้วโดนรังสีครุฑเลยตกลงมา !

ทีทีพยายามยกมือไหว้ทั้งที่นอนพะงาบๆ

"สวัสดีครับคุณพ่อน้องลิน ผมชื่อทีที ครับ เป็นแฟนของน้องลินครับ !"

ความคิดเห็น