facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 การคำนับครั้งที่สอง

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 การคำนับครั้งที่สอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 485

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2563 17:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 การคำนับครั้งที่สอง
แบบอักษร

ตอนที่ 11

 

“เหล่าซือ!! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!” เสียงของ กังเฉิง แผดดังมาตั้งแต่ยังไม่โผล่หน้า... เด็กหนุ่มแบกร่างของสหายที่หมดสติวิ่งไม่หยุดหลายสิบลี้ ทั้งที่ยังมิได้ฟื้นตัวจากการต่อสู้เมื่อคืนด้วยซ้ำ นอกจากใบหน้าจะซีดเผือดไร้เลือดฝาด เหงื่อยังโทรมกายมิต่างถูกน้ำสาด... 

 

ชายชราได้ยินเสียงเอะอะตั้งแต่เช้าตรู่ ทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาให้เหล่าเด็ก ๆ เข้ามาร่ำเรียน จึงก้าวเดินออกจากเรือน... หากแต่เมื่อ เหยาหมิง ออกมาจบเจอสภาพของ กังเฉิง และ ซุน ในเวลานี้ ก็รู้ได้ทันทีว่ามิใช่เรื่องดีที่เกิดขึ้น... 

 

“เกิดอะไรขึ้นกัน!! พวกเจ้าไปทำสิ่งใดมาเมื่อคืน!!” 

 

กังเฉิง ทรุดตัวลงเบื้องหน้า เหล่าซือ...  

หายใจหอบหนัก แต่ยังปักใจห่วงสหาย... 

 

เหยาหมิง เพียงได้กลิ่นอาย และเห็นปลายนิ้วที่ม่วงดำ ก็ทราบได้ทันทีจากประสบการณ์มากมายในยุทธภพ... สิ่งแรกที่ เหยาหมิง ได้กระทำ คือเปิดถลกเสื้อของ ซุน ออก ก่อนจะชี้สกัดจุดชีพจรอย่างรวดเร็วเพื่อชะลอการไหลเวียนของโลหิต ป้องกันมิให้พิษแทรกซึมเข้าสู่หัวใจ... 

 

ก่อนที่ชายชรา จะหันมองมายัง กังเฉิง... ในเวลานี้ อาการของ กังเฉิน ก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน เพราะการแบกร่างของ ซุน จึงแตะต้องตัวโดยไม่ระวัง ทำให้พิษแทรกซึมเข้าไปที่ตัวของ กังเฉิง โดยตรง ผนวกกับที่ชายหนุ่มฝืนออกแรงวิ่งแบกร่างสหายมาโดยตลอด พิษจึงยิ่งกระจายอย่างรวดเร็ว... 

 

แต่โชคดีที่ กังเฉิง ฝึกฝนลมปราณมาในระดับหนึ่ง ทำให้ร่างกายสามารถทนต่อพิษได้พอสมควร ผิดกับ ซุน ที่ฝึกฝนแต่ตบะและสมาธิเป็นหลัก ร่างกายจึงไม่อาจต้านพิษได้เลยแม้เพียงนิด... 

 

“กังเฉิง... โคจรพลังตามที่ข้าบอก...” ชายชรา เหยาหมิง เค้นเสียงขึ้น ก่อนจะทาบมือลงบนร่างของ กังเฉิง... ด้วยความที่มีพื้นฐานอยู่แล้ว การโคจรตามการชี้นำจึงมิใช่เรื่องยากเย็นนักสำหรับเด็กหนุ่ม ไม่นานพิษทั้งหมดก็ถูกถ่ายเทมาร่วมกันที่ปลายนิ้ว... 

 

เหยาหมิง กรีดปลายนิ้วของ กังเฉิง เพียงเล็กน้อยพิษก็ถูกขับจนพุ่งออกมาพร้อมโลหิตบางส่วน สีหน้าของ กังเฉิง ผ่านคลายลงอย่างรวดเร็ว... 

“โคจรลมปราณตามที่ข้าบอกเมื่อครู่อีกไม่เกิน 3 รอบ พิษน่าจะถูกขับออกมาจนหมด... โชคดีที่มันมีปริมาณน้อยนิด และไม่ใช่พิษที่รุนแรงมากจึงถูกขับออกมารวดเร็ว เจ้าคงไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากนัก...” 

 

ก่อนที่ชายชรา จะหันมองไปยัง ซุน ด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลยิ่ง... 

“ปัญหาคือเจ้านี่มากกว่า... ร่างกายของ ซุน มันไม่มีภูมิคุ้มกันใด ๆ เลย อีกทั้งยังไม่อาจโคจรลมปราณตามการชี้นำได้... ข้าเองก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางศาสตร์การแพทย์มากนัก ดูท่าคงต้องใช้สิ่งนั้นล้างพิษ...” 

 

เหยาหมิง ทอดถอนหายใจหนักหน่วง... 

“กังเฉิง... เจ้าอยู่ที่นี่เฝ้าสถานศึกษาเอาไว้ หากพวกเด็ก ๆ มาเรียนก็ให้บอกออกไปว่าข้าขอปิดสถานศึกษาเป็นเวลา 3 วัน ให้ทุกคนกลับบ้านไปก่อน... เมื่อเลยเวลาเที่ยงวัน คงไม่มีเด็กคนใดมาอีกแล้ว ถึงตอนนั้นเจ้าก็รีบกลับไปพักผ่อนที่บ้านเจ้า...” 

 

สีหน้าของ กังเฉิง ยังคล้ายกังวล... 

“แล้ว ซุน เล่า?!” 

 

“ข้าจัดการเอง...” ชายชราเค้นเสียงเน้นหนัก ก่อนจะดึงร่างของ ซุน ขึ้นมา มุ่งหน้าตรงไปภายในป่าหลังสถานศึกษาแห่งนี้... กังเฉิง แม้จะเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย แต่เจ้าตัวก็เชื่อมั่นว่า เหล่าซือ จะสามารถช่วย ซุน ได้อย่างแน่นอน... 

 

ภายในป่าด้านหลัง... 

 

ด้วยความที่ เหยาหมิง ส่งลมปราณเข้าไปในร่างของ ซุน ตลอดเวลาเพื่อสลายพิษบางส่วน ไม่นานนักชายหนุ่มจึงสะลึมสะลือ ตื่นขึ้นมาบนหลังของชายชรา... 

“ฟื้นแล้วงั้นหรือ?!” 

 

“เหล่าซือ... นี่ข้าเป็นอะไร...” ซุน ยังคงสับสนและอ่อนแรง 

 

“เจ้าถูกพิษ... แต่อย่ากังวลไป เหล่าซือ จะช่วยเจ้าเอง...” น้ำเสียงของชายชราเต็มไปด้วยความอบอุ่น... ซุน หันมองไปรอบ ๆ เพิ่งจะรู้ตัวว่า ตนถูกพาเข้ามาในป่าลึก ด้านหลังสถานศึกษา  

 

ซึ่งโดยปกติแล้ว เหล่าซือ จะกำชับแน่นหนัก ว่าไม่ให้ผู้ใดเข้ามาที่นี่ เพราะสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสัตว์มีพิษ และพืชพรรณที่เป็นพิษ หากพลาดท่าถูกเล่นงานเข้าอาจถึงแก่ความตายได้... เด็ก ๆ ทุกคนก็ล้วนเชื่อฟัง รวมถึง ซุน เองก็ด้วย จึงไม่เคยเฉียดกรายเข้ามาที่นี่... 

 

แม้อยากเอ่ยถาม แต่ ซุน ก็ไม่ได้มีเรี่ยวแรงมากไปกว่าเฝ้ามอง... 

 

ไม่นานนัก เหยาหมิง ก็เดินมาถึงก้อนศิลาขนาดใหญ่ก้อนหนึ่ง... ทั้งขนาดและความสูงของก้อนศิลานี้ น่าจะเทียบเคียงได้กับภูเขาขนาดย่อม ๆ แต่การที่มันมาตั้งอยู่กลางป่าทึบ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดสังเกตอันใด สภาพแวดล้อมโดยรอบเต็มไปด้วยต้นหญ้าและเถาวัลย์ที่รัดพันปกคลุม... 

 

ชายชรา ตรงไปที่ศิลาก้อนนั้น ก่อนจะใช้มือปัดต้นหญ้าและเถาวัลย์ที่ปกคลุมเล็กน้อย ก็ปรากฎรูสัญลักษณ์เล็ก ๆ ขนาดไม่เกินปลายนิ้ว... ก่อนที่ เหยาหมิง จะใช้ แหวนหยกดำ เครื่องประดับเพียงชิ้นเดียวที่ เหยาหมิง พกติดตัว กดหัวแหวนลงไปที่รูดังกล่าวชัดเจนว่าแหวนนี้เสมือนเป็นกุญแจเปิดกลไก... แน่นอนว่าตัวแหวนนี้ดูไม่ใช่ของมีค่ามากมายอะไร การสวมใส่ไว้จึงไม่นับว่าผิดสังเกตสำหรับ เหล่าซือ ในชนบทรกร้าง... 

 

เมื่อกลไกเริ่มทำงาน พื้นที่โดยรอบเกิดการสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด... ซุน แม้อ่อนกำลังเต็มที ยังดวงตาสั่นไหวกับภาพที่ได้พบเห็น มีช่องประตูขนาดเล็กถูกเปิดขึ้นเพื่อเข้าไปด้านในก้อนศิลาขนาดใหญ่ ชัดเจนว่านี้มิใช่กลไกที่บุคคลชั้นสามัญจะมีไว้ครอบครอง...  

 

สำคัญคือเมื่อประตูกลไกถูกเปิดออก กลิ่นสุราที่รุนแรงพลันตีเข้ามาปะทะใบหน้า สมควรทำให้คนผู้หนึ่งสามารถมึนเมาได้ในทันทีที่สูดดมโดยไม่ต้องลิ้มรส กระทั่งตัวของ ซุน เองยังใบหน้าบิดงอเมื่อรับกลิ่นสุราที่รุนแรงนี้เข้าไป แต่สิ่งหนึ่งที่ประหลาดก็คือ นอกเหนือไปจากความรู้สึกที่มึนเมาแล้ว กลับสัมผัสได้ถึงกำลังวังชาที่ค่อย ๆ พอกพูนอย่างน่าอัศจรรย์... 

 

“เหล่าซือ... ที่นี่คืออะไร?!” ซุน มีกำลังมากพอที่จะกล่าวถามได้แล้ว 

 

ชายชรา เผยรอยยิ้มเจือจางแต่ก็มิได้กล่าวตอบ พาร่างของชายหนุ่มเข้าสู่ด้านในพร้อมกับปิดกลไกให้กลับสู่สภาพเดิม ต่อให้ผู้ใดเข้ามาในป่านี้ก็คงไม่อาจคาดเดาได้ว่า มีคนสองคนแอบซ่อนอยู่ภายในก้อนศิลา... 

 

ซุน มองไปรอบ ๆ พบเห็นแต่สิ่งที่แปลกประหลาด โดยเฉพาะไหสุรานับร้อย ๆ ไห ที่เรียงต่อทับซ้อนกัน สภาพของมันดูเก่าแก่คร่ำครึ คาดว่าคงถูกบ่มไว้นานหลายสิบปี แต่ยังคงส่งกลิ่นที่รุนแรงได้มากถึงเพียงนี้... 

 

เหยาหมิง เลือกหยิบเอาสุราไหหนึ่ง เทมันลงจอกสุราสำหรับหนึ่งคำ... 

นี่คือ สุราสลายพิษ... ดื่มมันให้หมดเจ้าจะอาการดีขึ้น... 

 

ซุน เชื่อถือคำพูด เหล่าซือ กว่าผู้ใด จึงยกดื่มโดยไม่ลังเล... น่าเสียดายที่ ซุน ประเมินความรุนแรงของสุราจอกนี้ต่ำเกินไป เพียงสุราจอกเดียวมันกลับทำให้ ซุน รู้สึกร้อนผ่าวลงไปทั่วร่างกาย ทั้งยังราวกับตนจมหายลงไปในลำธารสุรา หมดสติในทันทีด้วยความมึนเมา... 

 

เหยาหมิง ทราบดีอยู่ก่อนแล้วว่าจะเป็นเช่นนี้... ใช้สุราเป็นตัวสลายพิษหลัก และ ใช้ลมปราณของตนเสริมส่งผลักดัน กระตุ้นให้พิษถูกฤทธิ์สุรากลืนกิน… 

 

ผ่านไปนานข้ามวัน...  

 

ซุน ค่อย ๆ กลับฟื้นคืนสติอีกครั้ง ความเจ็บปวดตามร่างกายจากพิษร้ายก่อนหน้านี้หายเป็นปลิดทิ้ง เหลือก็แต่เพียงอาการวิงเวียน ศีรษะหนักอึ้ง เป็นอาการเมาค้างจากฤทธิ์สุราเสียมากกว่า... 

“ฟื้นแล้วงั้นหรือ?!” เสียงของชายชรา เอ่ยถามขึ้น... ซึ่งในเวลานี้ เหยาหมิง กำลังบดสมุนไพรเป็นตัวยา หากแต่ก็ยังมิวายผสม สุรา เป็นหนึ่งในส่วนประกอบ 

 

“เหล่าซือ... ข้าดีขึ้นมากแล้ว ขอบคุณที่ช่วยชีวิต...” ซุน กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ก้มศีรษะแนบพื้นทำความเคารพ 

 

ชายชราเผยรอยยิ้ม... 

“ลุกขึ้นเถอะ... ดื่มโอสถนี้ เพื่อเรียกกำลังให้กลับคืน...” 

 

ซุน รับจอกสุราอีกครั้ง ก่อนจะกระดกขึ้นรวดเดียว... หากแต่ครั้งนี้ฤทธิ์สุราดูจะอ่อนมาก มีหน้าที่เพียงชูฤทธิ์สมุนไพรให้เด่นชัด เพื่อกระตุ้นกำลังและสติให้กลับมาแจ่มใจ สำหรับ ซุน แล้วนับเป็นความประหลาดใจยิ่ง ไม่คิดว่า เหล่าซือ จะสามารถผันแปรสุราเพื่อใช้ในรูปแบบต่าง ๆ ได้อิสระถึงเพียงนี้ 

 

เด็กหนุ่ม เมื่อสติกลับคืนสมบูรณ์ ก็เพิ่มพิจารณาห้องลับในก้อนศิลาแห่งนี้อีกครั้ง... แน่นอนว่าภายในมีไหสุราจำนวนมากเป็นหลัก แต่ก็ยังพบเจอวัตถุรูปร่างประหลาด รวมถึงอาวุธโบราณ บ้างเป็นดาบ บ้างเป็นกระบี่ บ้างเป็นหอก อีกหลายส่วน ม้วนตำราที่เก่าแก่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นเกรอะกรัง ราวกับไม่ถูกหยิบจับมาหลายสิบปี... 

 

“เหล่าซือ... สถานที่แห่งนี้คืออะไร?!” 

 

เหยาหมิง ถอนหายใจหนักหน่วง... 

“อย่างที่บอกนั่นแหละ ว่าแต่เดิม เหล่าซือ เคยท่องยุทธภพมาก่อน... เมื่อตัดสินใจตั้งมั่นว่าจะถอนตัวออกจากยุทธภพ จึงนำทุกสิ่งที่เคยมี มาเก็บไว้ภายในห้องลับแห่งนี้... มันเป็นทั้งอดีต และความทรงจำที่น่าเสียดายหากจะทำลายทิ้ง 

 

อาการของเจ้าในวันก่อนค่อนข้างหนักหนา หากจะพาเข้าเมืองไปรักษาเกรงว่าจะไม่ทันการณ์ เหล่าซือ จึงตัดสินใจกลับมาที่นี่อีกครั้งเพื่อใช้ สุรา ที่เคยเก็บบ่มเพาะตั้งแต่อดีตในการรักษาเจ้า...”  

 

ซุน รู้สึกหนักอึ้งภายในจิตใจ... จากสภาพที่เห็นภายในห้องลับนี้ คาดว่าคงไม่ต่ำกว่าหลายสิบปีที่ เหล่าซือ ไม่ได้กลับมาที่นี่ อาจจะตลอด 30 ปีที่ถอนตัวจากยุทธภพเลยก็เป็นได้ เพื่อมิให้ต้องนึกถึงเรื่องราวอันน่าเจ็บปวดในอดีต 

 

“เป็นเพราะข้าแท้ ๆ ทำให้ เหล่าซือ ต้องถูกภาพในอดีตกัดกินหัวใจอีกครั้ง... ในฐานะศิษย์ ข้าช่างอกตัญญูยิ่งนัก...” ซุน อดไม่ได้ที่จะหลั่งตาออกมา 

 

แต่ชายชรากับปริยิ้ม ยกมือขึ้นลูบไปบนศีรษะของเด็กหนุ่มเบา ๆ 

“ไม่เลย... สำหรับตัว เหล่าซือ แล้ว เจ้าไม่ได้ผิดหรืออกตัญญูแม้สักนิด ข้านั้นภาคภูมิใจในตัวเจ้ามากนัก กลับเป็นตัวของ เหล่าซือ เสียอีกที่น่าสมควรถูกตำหนิ... หากข้าตัดสินใจที่จะสอนสั่งการบ่มเพาะลมปราณให้แก่เจ้า ตัวเจ้าก็คงจะไม่มีทางตกอยู่ในสภาพเฉียดตายเช่นนั้น...  

 

เวลานี้ เหล่าซือ รู้แจ้งแล้ว... ว่าพื้นฐานพลังลมปราณมิใช่สิ่งผิด หากแต่มันขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้เสียมากกว่า ว่าจะนำมันไปใช้อย่างไร... รับปาก เหล่าซือ ได้หรือไม่ ว่าเจ้าจะเดินบนเส้นทางแห่งความถูกต้องบนยุทธภพ และไม่นำพลังลมปราณไปเบียดเบียนผู้อื่นอัน ด้วยเหตุผลอันไม่สมควร...” 

 

ชายหนุ่ม ได้ยินเช่นนั้นพลันเบิกตากว้าง ก่อนจะเหลือบหันมองใบหน้าของชายชรา... 

“เหล่าซือ... หรือว่าท่าน จะยอมสอนวิชาลมปราณให้กับข้า?!” 

 

ชายชรา เผยรอยยิ้ม ก่อนจะลุกไปนั่งบนโต๊ะศิลาภายในห้องนี้... 

“ซุน... เจ้าเคยโขกศีรษะคำนับ เหล่าซือ มาแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน น้อมรับการเป็นศิษย์เพื่อให้ เหล่าซือ สอนสั่งตำราศาสตร์อักษรและภูมิความรู้ต่าง ๆ ให้กับเจ้า... แต่วันนี้จะแตกต่างไปจากครานั้น การเป็นศิษย์อาจารย์เพื่อฝึกฝนลมปราณ เป็นสถานะที่แตกต่างไปจากการร่ำเรียนตำราอีกขั้น 

 

หากตัวเจ้ายอมรับ จากนี้ไปเจ้าจะกลายเป็น ผู้สืบทอด ของข้าอย่างสมบูรณ์ ภายใต้สมญานาม เซียนเมรัย เหยาหมิง... มิตรของอาจารย์คือมิตรของเจ้า ศัตรูของอาจารย์คือศัตรูของเจ้า ดังนั้นการตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นเรื่องอันตรายมากต่ออนาคตของเจ้า ขอให้เจ้ามีสติในการตัดสินใจ 

 

หากจะเรียนรู้วิชาลมปราณจากข้า...  

ก็จงโขกศีรษะคำนับ เหล่าซือ อีกครั้ง...” 

 

...................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว