facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 เนตรมรกต

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 เนตรมรกต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 451

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2563 21:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 เนตรมรกต
แบบอักษร

ตอนที่ 10

 

“นี่พวกเจ้า เป็นใครกันแน่...” น้ำเสียงของหญิงสาว เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก 

 

สองเด็กหนุ่ม หัวเราะเบา ๆ กอดคอกันพลางประสานเสียง... 

“พวกเราก็เป็นเพียงเด็กหนุ่มสองคน ในชนบทรกร้างแห่งนี้อย่างไร?” 

 

หญิงสาวใบหน้าบิดงอเล็กน้อย นางพอจะทราบดีว่ายังไม่หาคำตอบอันเป็นสาระใด ๆ จากทั้งสองคนได้ แต่ลึก ๆ ในใจก็รู้สึกติดค้างสองเด็กหนุ่ม ที่ทำให้นางรอดพ้นจากอันตรายในครั้งนี้... 

 

ในช่วงจังหวะที่ทั้งสามคนกำลังโล่งใจหลังชัยชนะอยู่นั้นเอง จู่ ๆ อสรพิษเนตรมรกตที่จวนจะตายอยู่รอมร่อ ไม่อาจที่จะขยับร่างกายได้ด้วยซ้ำ แต่มันก็รีดเค้นลมหายใจเฮือกสุดท้าย อ้าปากพ่นของเหลงสีดำออกมา จากทิศทางและระยะได้พุ่งตรงเข้าหา หญิงสาวถือพัดเหล็ก ที่หันหลังอยู่!! 

 

เนื่องด้วยนี่เป็นการเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรครั้งแรกของเหล่าผู้เยาว์ ทำให้ทุกคนประเมินพลังชีวิตของสัตว์อสูรต่ำเกินไป... ซุน เบิกตากว้างขึ้นทันที เป็นเพียงคนเดียวที่รู้ตัวก่อนผู้ใด... 

“ระวัง!!” 

 

เด็กหนุ่มพุ่งเข้ากระโจนใส่ร่างของหญิงสาว... ของเหลวสีดำเฉียดแผ่นหลังของชายหนุ่มไปเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งสองจะนอนล้มทับกันบนหาดทราย... เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นรวดเร็ว จนไม่มีใครทันได้เตรียมการ ทำให้ผ้าที่ปิดหน้าของหญิงสาวหลุดออกมาในจังหวะชุลมุน กว่าจะรู้อีกครั้งริมฝีปากของชายหนุ่ม ก็กดทับลงบนริมฝีปากของนางเข้าเสียแล้ว... 

 

กังเฉิง หมุนควงทวนยาว ก่อนจะฟาดลงที่ศีรษะของอสรพิษตนนั้นอีกครั้ง ปลิดชีพลมหายใจสุดท้ายของมันอย่างสมบูรณ์... ก่อนที่ กังเฉิง จะหันมองมายังทั้งสองคน ภาพที่เห็นทำให้ กังเฉิง ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ไม่อาจเอ่ยทักกับความบังเอิญครั้งนี้... 

 

ดวงตาของทั้งสอง เบิกโพลงทันที...  

ก่อนที่หญิงสาวจะผลักร่างของ ซุน ออกสุดแรง!! 

 

ด้วยความแข็งแกร่งจากลมปราณที่เกื้อหนุน แน่นอนว่า ซุน เกลือกกลิ้งไม่เป็นท่าออกไปไกลหลายสิบก้าวบนหาดทราย นางลุกขึ้นพร้อมใบหน้าที่แดงระเรื่อ พยายามใช้มือของนางปาดเช็ดไปบนริมฝีปาก ใจนึกอยากดุด่าสารพัด แต่ไหนเลยที่นางจะไม่ทราบว่า ซุน คือผู้ที่ได้ช่วยนางไว้อีกครั้ง... 

 

ซุน แข็งค้างไปชั่วครู่เช่นกัน แม้จะรู้สึกเจ็บจากแรงผลัก แต่ก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากนัก... ก่นด่าตนเองขึ้นในใจอย่างช่วยไม่ได้... 

‘บัดซบ!! นี่มันฉากในละครชัด ๆ ไม่คิดว่าจะบังเอิญเกิดกับข้าเข้าจริง ๆ’ 

 

นางกัดขบฟันแนบแน่น อยู่ชั่วครู่หนึ่ง... 

“ถึงเจ้าจะช่วยข้าไว้ แต่ข้าไม่คิดจะขอบคุณเจ้าหรอกนะ!!” 

 

เด็กหนุ่ม ลุกขึ้นปัดเศษทรายบนร่างของตน พยายามทำให้ใบหน้าเรียบเฉยที่สุด สะกดข่มความตื่นเต้น... 

“ไม่เป็นไร... ถึงข้าจะช่วยเจ้าไว้ แต่ก็ทำเรื่องเสียหายกับเจ้า ข้าขอเป็นฝ่ายขออภัยก็แล้วกัน...” 

 

เวลานี้ใบหน้าของนาง ไร้ซึ่งสิ่งใดปกปิด... ประจวบเหมาะกับที่เปลวเพลิงบนร่างของอสรพิษกำลังลุกโชน หาดทรายนี้จึงเต็มไปด้วยแสงสว่าง ทำให้ทั้ง ซุน และ กังเฉิง อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงกับความงามของหญิงสาว กระทั่งแสงสลัวยามราตรียังมิอาจบดบังความเจิดจรัส... 

 

นางนับเป็นหญิงงามล่มเมืองผู้หนึ่ง!! 

แม้บุคลิกของนางจะน่ากลัวก็ตามที... 

 

“ศิษย์พี่ฉี ปลอดภัยดีหรือไม่?!” เสียงของ เหม่ยลี่ ดังขึ้น กลุ่มหญิงสาวทั้ง 5 ที่หลบหนีไปก่อนหน้านี้มองเห็นแสงไฟจากเปลวเพลิงที่ชายหาด พวกนางก็ตัดสินใจกลับมา... 

 

“ข้าปลอดภัยดี...” นางกล่าวสั้น ๆ ก่อนจะดึงผ้าชิ้นใหม่ ขึ้นมาปกปิดใบหน้าส่วนหนึ่งอีกครั้ง 

 

ซากร่างของสองอสรพิษค่อย ๆ มอดไหม้อย่างช้า ๆ คงใช้เวลาอีกมากกว่าจะสูญสลาย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็นับว่าน่าเสียดายยิ่ง เพราะอวัยวะเกือบจะทุกส่วนของสัตว์อสูรล้วนมีราคา หากถูกสกัดอย่างถูกต้อง จะกลายเป็นวัตถุดิบที่มีคุณสมบัติทางตัวยาสูงมาก... 

 

“ศิษย์พี่ฉี... พวกเราจะเอายังไงต่อไปดี?!” เหม่ยลี่ เอ่ยถามขึ้นแผ่วเบา 

 

หญิงสาวแซ่ฉี ทอดถอนหายใจหนักหน่วง... 

“ผู้ที่จัดการอสรพิษทั้งสองตน คือเด็กหนุ่มสองคนนี้ ดังนั้นพวกเราจึงไม่มีสิทธิ์ในซากร่างของอสรพิษแม้แต่น้อย กระทั่งอาจารย์เจวียนยังถูกสังหาร ภารกิจในครั้งนี้ถือว่าเป็นความล้มเหลวที่ไม่น่าให้อภัย และข้าจะขอเป็นผู้รับผิดชอบต่อท่านเจ้าสำนักเอง...” 

 

หญิงสาวทั้ง 5 คน สีหน้าสลดลงในทันที แต่พวกนางก็ไม่อาจเอ่ยวาจาทัดทาน... หญิงสาวที่ปกปิดใบหน้าสืบเท้ามายัง ซุน และ กังเฉิง... 

“ข้าขอรับศพของอาจารย์กลับไป ได้หรือไม่…” 

 

ทั้งคู่หันมองหน้ากันเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ...  

 

ทุกคนช่วยกันดับเปลวเพลิงที่ลุกโชน ก่อนจะทำการผ่าร่างของ อสรพิษเนตรมรกต ดึงเอาร่างของอาจารย์หญิงออกมา... แน่นอนว่านางได้สิ้นลมไปแล้ว กระดูกทั่วร่างแหลกละเอียดจากมวลกล้ามเนื้อของอสรพิษที่บดขยี้ ทั้งยังถูกพิษร้ายแทรกซึมจนซากศพเปลี่ยนเป็นสีม่วงในบางส่วน เป็นภาพที่น่าเวทนา จนเหล่าหญิงสาวต้องหลั่งน้ำตา... 

 

หญิงสาวแซ่ฉี ดึงชายแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นถึงผิวที่ขาวเนียนผุดผ่อง แต่สิ่งที่สะดุดตายิ่งกว่าคือแหวนวงหนึ่งที่นางสวมใส่ นางยื่นมือไปใกล้ ๆ ศพของอาจารย์หญิง ก่อนที่จะดูดเอาร่างนั้นให้หายเข้าไปในมิติพิเศษภายในแหวน... 

 

“แหวนมิติเก็บของ...” ซุน หลุดปากออกมาทันทีด้วยความตกใจ แหวนนี้นับเป็นหนึ่งในอาวุธอักขระตั้งแต่โบราณ จัดเป็นของมีค่ามหาศาล เขตชุมชนรกร้างแห่งนี้ไม่อาจพบเห็นได้โดยง่าย... ซุน เคยอ่านเจอแต่ในตำรา ก็ไม่เคยพบเห็น แหวนมิติ ของจริงมาก่อน  

 

หญิงสาวแซ่ฉี ตวัดสายตามองมายังสองชายหนุ่ม... 

“พวกเจ้าชื่ออะไร?!” 

 

ซุน ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อนางเอ่ยถาม... 

“หากพวกข้าบอกเจ้าไป... มิใช่ว่าเจ้าจะส่งคนมาเล่นงานหรือช่วงชิง ลูกแก้วดวงจิต จากพวกข้าในภายหลังงั้นหรือ?!” 

 

“ข้าถามเพราะรู้สึกติดค้างพวกเจ้า... แต่หากไม่อยากบอกกล่าว ข้าจะจดจำว่า สุนัข และ สุกร ช่วยเหลือข้าไว้...” นางเค้นเสียงไม่สบอารมณ์ เมื่อถูก ซุน สบประมาทมองนางในแง่ร้าย 

 

กังเฉิง ต้องรีบเข้ามาไกล่เกลี่ย... 

“ข้ามีนามว่า กังเฉิง... ส่วนสหายข้าผู้นี้ ออกจะแปลกคนไปเสียบ้าง แต่ก็นับเป็นคนดี มีนามว่า ซุน...” 

 

หญิงสาว กดหัวคิ้วต่ำลง... 

“ซุน ?! ไม่มีแซ่?!” 

 

“ไม่มี... ข้าเป็นคนเถื่อน พอใจเจ้าหรือยัง?!” ซุน กล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ถึงแม้ชายหนุ่มจะตกใจกับความงามของนางอยู่บ้าง แต่ ซุน ฝึกการควบคุมสติและสมาธิมาตั้งแต่ยังเล็ก ความงามของหญิงสาวจึงไม่อาจเป็นผลต่อจิตใจเท่าใดนัก... 

 

หญิงสาวอึ้งไปเล็กน้อย ในสายตาของนาง ซุน นับว่าเป็นคนที่ประหลาดผู้หนึ่ง... 

“ข้าจะจดจำนามพวกเจ้าไว้... ตัวข้านามว่า ฉีลู่ชิง ศิษย์หลักแห่งสำนักหงส์สราญ...” 

 

“ฉีลู่ชิง...” ซุน เอ่ยทวน พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย... 

 

เหม่ยลี่ เดินเข้ามาหา กังเฉิง ประสานมือย่อตัวลงอย่างสุภาพ... 

“ตัวข้านามว่า เหม่ยลี่... ต้องขออภัยคุณชายกัง ในเรื่องเมื่อกลางวันที่ข้าเสียมารยาทต่อท่าน...” 

 

กังเฉิง ตื่นเต้นเล็กน้อย แสดงท่าทีประหม่าชัดเจน... 

“มะ...ไม่เป็นไร ข้าชินเสียแล้ว” 

 

เหม่ยลี่ ยกชายเสื้อคลุมขึ้นปกปิดริมฝีปาก พลางหัวเราะเบา ๆ 

 

ฉีลู่ชิง หันมองยังเหล่าศิษย์น้อง... 

“พวกเรากลับ... ข้าจะรีบกลับไปรายงานเจ้าสำนัก...” 

 

เหล่าหญิงสาวแสดงความขอบคุณ ก่อนจะพากันเดินจากไป... สองชายหนุ่ม ค่อย ๆ ทิ้งร่างนอนแผ่ลงบนหาดทราย เกิดเสียงถอนหายใจหนักหน่วงพร้อม ๆ กัน 

“เฮ้อ... ช่างเป็นค่ำคืนที่เหน็ดเหนื่อยเสียจริง!!” กังเฉิง ร้องตะโกนขึ้น 

 

“เจ้าเข้าใจผิดแล้วสหาย... ความเหน็ดเหนื่อยจริง ๆ มันหลังจากนี้ต่างหาก!!” ซุน กล่าวพลางชี้ตรงไปยังซากร่างขนาดใหญ่ของสองอสรพิษ... 

 

สุดท้ายทั้งสองก็จำต้องลุกขึ้นมาอีกครั้ง เก็บกวาดทุกสิ่งอย่างบนหาดทรายเพื่อลบร่องรอยการต่อสู้... มิเช่นนั้นจะทำให้ในช่วงเช้ามีผู้เข้ามาพบเห็น และทั้งสองจะถูกช่วงชิงซากร่างอสรพิษที่เปรียบดังขุมทรัพย์มีราคา 

 

ทั้งสองทำการชำแหละซากศพอสรพิษตลอดทั้งคืน... ก่อนจะนำทุกสิ่งไปแอบซ่อนไว้ภายในอุโมงค์ถ้ำละแวกนั้น การจะนำทุกสิ่งไปขายในคราเดียวอาจทำให้ทั้งสองคนถูกสงสัย และจะกลายเป็นที่เพ่งเล็งจากกลุ่มมิจฉาชีพได้... ซุน จึงตัดสินใจที่จะทยอยนำมันไปขายทอดตลาด กระจัดกระจายตามหมู่บ้านทั้ง 7 แห่งเพื่อกลบเกลื่อนที่มา... 

 

สิ่งสำคัญที่สุด คือ ลูกแก้วดวงจิต ชั้นลมปราณสีเขียว และ ชั้นลมปราณสีน้ำเงิน... รวมไปถึงของวิเศษล้ำค่าอย่าง เนตรมรกต ที่ยังไม่แน่ชัดในที่มา ว่ามันไปอยู่กับอสรพิษตนนั้นได้อย่างไร... ซุน ได้ทดสอบการใช้งาน เพียงมองผ่าน เนตรมรกต ก็สามารถสะกดการเคลื่อนไหวของ กังเฉิง ได้จริง ๆ นั่นย่อมแปลว่าผู้ไร้ลมปราณ ก็ยังสามารถใช้งานของวิเศษชิ้นนี้ได้... 

 

สร้างความตกตะลึงให้กับทั้งสองคน... 

และไม่คิดที่จะขายของสำคัญทั้ง 3 สิ่งนี้ออกไป... 

 

ใกล้รุ่งสาง ดวงตะวันเริ่มจะโผล่ขึ้นมา... สองชายหนุ่มเก็บกวาดชายหาด โดยใช้ทรายปกปิดร่องรอย ถึงจะทำออกมาได้ไม่ดีนักจากความเร่งร้อน แต่ร่องรอยการต่อสู้รวมถึงคราบโลหิตของอสรพิษ ก็ไม่สะดุดตาอีกต่อไปแล้ว... 

 

ซุน เหลือบไปเห็นวัตถุชิ้นหนึ่ง เมื่อดวงตะวันเจิดจ้าขึ้น... 

“นี่มัน?!” 

 

มันคือ ป้ายทองแดง ที่สลักตราตระกูลฉี... แน่นอนว่ามันเป็นของใครอื่นไปไม่ได้ นอกเหนือจาก ฉีลู่ชิง หญิงงามที่ปกปิดใบหน้า ซึ่งคาดว่ามันคงจะบังเอิญตกหล่นระหว่างการต่อสู้...  

 

ซุน ชั่งใจเล็กน้อยว่าจะนำไปส่งมอบให้กับทางการดีหรือไม่ แต่หลังขบคิดวิเคราะห์แล้ว ซุน ที่เป็น คนเถื่อน อาจถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ขโมยป้ายนี้ก็เป็นได้ คนของทางการมักตัดสินลงโทษ คนเถื่อน ก่อนที่จะสืบหาความจริงเสียอีก... จึงตัดสินใจเก็บมันไว้กับตัว เชื่อมั่นว่าหลังจากที่ ฉีลู่ชิง รู้ตัวว่าป้ายสำมะโนครัวของตนเองหายไป ก็คงจะกลับมาที่นี่เอง ถึงเวลานั้น ซุน ค่อยส่งคืนป้ายทองแดงให้กับนาง...  

 

ระหว่างนั้นจู่ ๆ ซุน ก็รู้สึกวิงเวียนศีรษะอย่างรุนแรงในฉับพลัน จนเริ่มยืนโคลงเคลงโซซัดโซเซ ก่อนจะทรุดตัวนอนลงบนหาดทราย... ด้าน กังเฉิง ที่เห็นเช่นนั้นก็หัวเราะขบขัน... 

“อะไรกัน... ออกแรงคืนเดียว ถึงกับย่ำแย่เชียวหรือ?! บอกแล้วว่าให้ข้าช่วยเจ้าฝึกลมปราณ...” 

 

ไม่มีเสียงตอบรับ หรือปฏิกิริยาใดเกิดขึ้น... 

กังเฉิง เริ่มเห็นท่าไม่ดี จึงรีบตรงเข้ามา... 

 

และก็ได้พบว่า ปลายนิ้วของ ซุน เริ่มที่จะเปลี่ยนเป็นสีม่วง!! สภาพคล้ายกับศพของ อาจารย์หญิง เมื่อคืนที่ได้พบเห็น... ใบหน้าของ กังเฉิง ซีดเผือดลงในบัดดล ก่อนจะหวนนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ในตอนที่ ซุน ช่วยผลักหญิงสาวให้พ้นจากพิษ... 

 

มีคราบสีดำบางส่วน แตะถูกด้านหลังเสื้อคลุมของ ซุน... กังเฉิง รีบเปิดเสื้อขึ้น และพบว่าด้านหลังของ ซุน มีรอยสีม่วงเกิดขึ้นจริง ๆ แต่คงเพราะมันเป็นรอยที่เล็กมาก ปริมาณพิษอันน้อยนิดจึงใช้เวลาตลอดทั้งคืน กว่าที่จะแสดงอาการออกมา... 

 

“บ้าเอ้ย!!” กังเฉิง แผดเสียงขึ้น  

ก่อนจะยกร่างที่หมดสติของ ซุน แบกขึ้นหลังทันที... 

 

......................................................... 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว