facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 การต่อสู้ ณ ชายฝั่ง (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 การต่อสู้ ณ ชายฝั่ง (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 580

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2563 11:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 การต่อสู้ ณ ชายฝั่ง (2)
แบบอักษร

ตอนที่ 8

 

ซุน หันมองไปยังอสรพิษทะเล ที่กำลังเชิญหน้ากับค่ายกลของเหล่าหญิงสาว แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าผลการปะทะจะออกมาเช่นไร แต่ ซุน ก็มั่นใจว่าคงไม่ปรากฏผลการต่อสู้ขึ้นในเวลาอันสั้น เด็กหนุ่มจึงสะกิดสหายเบา ๆ  

 

“กังเฉิง... แผนการที่ข้าคิดเอาไว้ จำเป็นต้องมีอุปกรณ์และสิ่งของบางอย่างเข้าเสริม ดังนั้นข้าจะต้องไปหาสิ่งเหล่านั้นภายในหมู่บ้าน เจ้าช่วยเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ที่นี่ไปก่อน ไว้ข้าจะรีบกลับมา...” ซุน กล่าวขึ้นกับสหายตน 

 

“เจ้าจะบ้าหรือ!! จากที่นี่ไปยังหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุดยังห่างออกไปร่วม ๆ 10 ลี้(5 กม.) กว่าเจ้าจะไปกลับคงใช้เวลามากโข ใยมิให้ข้าเป็นผู้ไปเองเล่า?! ข้าฝึกฝนวิชาตัวเบามาแล้ว คงใช้เวลาน้อยกว่าเจ้าที่ไม่มีพลังลมปราณหลายเท่า” กังเฉิง แย้งขึ้นทันที 

 

“เอาเถอะน่า ข้าไปเองนั่นแหละดีแล้ว ข้าย่อมมีวิธีการของข้า... แต่สิ่งสำคัญที่สุด ที่เจ้าต้องจดจำให้มั่นเลยก็คือ ห้ามเจ้าขยับออกจากตำแหน่งนี้ หรือยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือพวกนางโดยเด็ดขาด!! ต้องรอจนกว่าข้าจะกลับมาถึงเท่านั้น รับปากกับข้าได้หรือไม่?!” ซุน กำชับแน่นหนัก แววตาบ่งบอกถึงความเป็นห่วง 

 

“เจ้านี่มันช่างมีลับลมคมในเสียจริง.... แต่ก็เอาเถอะ ข้าจะรับปากเจ้า...” กังเฉิง พยักหน้าตอบรับ 

 

“ข้าจะรีบไปรีบมา...” กล่าวจบ ซุน ก็แยกตัวออกไปด้านหลัง 

 

หลังหลบออกมาได้ระยะหนึ่งที่มั่นใจว่าคงไม่มีผู้ใดในละแวก แววตาของ ซุน ก็แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้น ประกบสองมือพนมพร้อมบริกรรมคาถา... 

“ด้วยอำนาจแห่ง เบญจสารสัตว์... ขออัญเชิญจิตวิญญาณแห่งอาชาสีหมอก...” 

 

จังหวะนั้นเอง ที่เงาร่างของอาชาสีขาวขุ่นศีรษะมหึมาปรากฏออกจากแผ่นหลังของ ซุน ในร่างจิตวิญญาณ ออร่าที่มันแผ่ล้นเต็มไปด้วยพลังที่พร้อมจะระเบิดออกมาทุกชั่วขณะ เป็นจิตวิญญาณสัตว์ที่ถูกสะกดในแผ่นหลัง และติดตาม ซุน มาตั้งแต่โลกเดิม... 

 

“ทรงร่าง!!” 

 

สิ้นเสียงขับขาน เงาร่างอาชาค่อย ๆ สวมร่างของเด็กหนุ่ม... เส้นโลหิตทั่วร่างปูดบวมทันตา รวมไปถึงกล้ามเนื้อทั้งหมดที่สั่นสะท้าน โดยเฉพาะน่องที่ขาทั้งสองข้างแทบจะปริแตกออกมา รอคอยการระเบิด... 

 

“ไม่อยากจะทรงร่างนี้เลยจริง ๆ หลักจากนี้ไปอีก 2 วันข้าคงเดินได้ลำบากเป็นแน่แท้...” ซุน ทอดถอนหายใจเมื่อนึกถึงผลเสียที่จะสะท้อนกลับมา... ก่อนจะระเบิดฝีเท้าพุ่งตรงไปยังหมู่บ้าน ความเร็วและพลังในการวิ่งเหนือกว่ามนุษย์สามัญไปหลายขุม 

 

“เฒ่าชีเปลือย หัดทำตัวเป็นประโยชน์เสียบ้าง!! มิเช่นนั้นข้าจะเลิกพูดคุยเป็นเพื่อนเจ้า สักสองเดือนเป็นอย่างไร?!” ชายหนุ่ม ตวาดเสียงขึ้น 

 

เฒ่าชีเปลือยที่กำลังแหวกว่ายในอากาศตามความเร็วที่ ซุน ออกวิ่ง ก็ผงะหน้าถอดสีไปเล็กน้อยเมื่อ ซุน เอ่ยทัก... ตัวของ เฒ่าชีเปลือย มีเพียงแค่ ซุน เท่านั้นที่พบเห็นและติดต่อสื่อสารได้ เคยมีครั้งหนึ่งที่ ซุน โกรธเคือง เฒ่าชีเปลือย จนไม่คุยกับผู้ชราร่วมเดือน ทำให้ดวงวิญญาณของผู้ชราตนนี้แทบจะบ้าคลั่ง อัดอั้นด้วยความเหงา ปากคันคะเยอไม่มีคนพูดด้วย ตามวิสัยของตน ตั้งแต่นั้นมา ซุน จึงมักใช้เรื่องนี้ขู่เข็ญ เฒ่าชีเปลือย เพื่อให้ช่วยงานมาโดยตลอด... 

 

“เจ้าเด็กบ้า!! เช่นนั้นวันพรุ่งเจ้าต้องตอบแทนข้า ด้วยการยอมให้ข้าสิงสู่ในร่างเจ้าชั่วคราว เพื่อลิ้มรสเนื้อชั้นเลิศ ตกลงหรือไม่!!” เฒ่าชีเปลือย เอ่ยต่อรอง 

 

ซุน ลังเลเล็กน้อย แต่พอย้อนคิดถึงโอกาสที่จะได้รับ โชควาสนา จากอสรพิษทะเลตนนั้น ก็นับว่าคุ้มค่ายิ่ง ในการยอมให้ เฒ่าชีเปลือย สิงสู่ตน... แน่นอนว่าทั้งสองได้ทำเช่นนี้มาค่อนข้างที่จะบ่อยครั้งแล้ว ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายที่มีร่วมกัน... 

 

“ตกลง!!” 

 

เฒ่าชราชีเปลือย ยิ้มปลื้มปริ่ม ก่อนจะยื่นมือออกไปในเส้นทางเบื้องหน้าของ ซุน... ก่อเกิดมิติพลังที่ถูกบิดเบือนบนเส้นทางด้านหน้า จนมองเห็นความพร่าเลือนได้ด้วยตาเปล่า... 

 

“มิติร่นระยะ!!” 

 

ซุน เผยรอยยิ้มเจือจาง ก่อนจะพุ่งเข้าไปในมิติที่ถูกบิดเบือนนั้นในทันที!! โผล่อีกครั้งยังด้านหน้าหมู่บ้านลำดับที่ 4 ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ใกล้ชายฝั่งมากที่สุด... เวลาทั้งหมดที่ควรจะต้องใช้เพื่อเดินทาง ถูกรวบรัดในพริบตาด้วยอำนาจพลังปริศนาของ เฒ่าชีเปลือย แม้แต่ ซุน เองก็ยังไม่อาจอธิบายพลังที่ เฒ่าชีเปลือย ถือครองไว้ได้ รู้แต่เพียงว่า เฒ่าชีเปลือย มีพลังวิญญาณที่แก่กล้าที่สุด เท่าที่ ซุน เคยพบเจอมา... 

 

................................................ 

 

ณ ชายฝั่ง... 

 

กลุ่มหญิงสาวรุ่นเยาว์ทั้ง 6 คน ซึ่งนำโดยหญิงสาวพัดเหล็กที่ปกปิดใบหน้า วางค่ายกลรูปแบบเฉพาะของสำนักหงส์สราญ... การเคลื่อนไหวของทั้ง 6 คนดูสอดคล้องไร้การติดขัด บ่งบอกถึงการฝึกฝนมาอย่างหนักร่วมกัน... 

 

ค่ายกล รำพัดพญาหงส์ เป็นค่ายกลรูปแบบส่งเสริม 5 เกื้อหนุน 1 เหล่าศิษย์สายในทั้ง 5 จะใช้ผ้าแพรใยไหมที่เหนียวและทนทาน คอยร่ายรำกระจายอยู่รอบ ๆ ศัตรู เสริมส่งการเคลื่อนไหวจาก 5 ทิศทาง โดยจะให้ศิษย์หลักผู้รำพัด เปรียบดังพญาหงส์เข้าเผชิญหน้าศัตรู... 

 

หากพัดพญาหงส์เกิดพลาดท่าเสียที พวกนางจะใช้ผ้าแพรใยไหมดึงร่างของ พัดพญาหงส์ ให้หลบเลี่ยงกลับออกมา ตั้งกระบวนท่าใหม่และเริ่มจู่โจมละลอกที่สอง... สลับเปลี่ยนไปเช่นนี้จนกว่าจะโค่นล้มศัตรูได้สำเร็จ เหมาะสมอย่างมากกับการเผชิญหน้าสัตว์อสูร หรือศัตรูที่มาเพียงลำพัง... 

 

หญิงสาวที่ปกปิดใบหน้า กวัดแกว่งพัดเหล็กได้อย่างชำนาญ ท่วงท่าในการเคลื่อนไหวของนางนอกจากจะงดงามอ่อนช้อยแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งดุดัน ทุกการตวัดพัดล้วนแฝงไว้ด้วยความเฉียบคมมิต่างเพลงกระบี่ จนเล่นงาน อสรพิษทะเล ตนนี้ให้ได้รับบาดแผลทั่วร่าง... 

 

อาจารย์หญิงที่เฝ้ามอง แสดงถึงสายตาที่พึงพอใจ... นางใช้สัมผัสลมปราณตรวจสอบแล้วว่า อสรพิษทะเลตนนี้ เป็นเพียงสัตว์อสูรทะเล ชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นปลายเท่านั้น... ซึ่งตัวของศิษย์หลักของนางที่ร่ายรำพัดพญาหงส์ ก็อยู่ในชนชั้นลมปราณสีน้ำเงินขั้นที่ 7 นับเป็นขั้นปลายเช่นกัน อาจจะตึงมือไปบ้าง แต่พอได้รับการเกื้อหนุนจากค่ายกล ก็ไม่นับเป็นเรื่องยากเย็นที่จะเอาชนะ... 

 

ความมั่นใจของเหล่าหญิงสาว เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ 

 

จวบจนกระทั่ง... 

 

เงาร่างของอสรพิษทะเลขนาดใหญ่อีกตน ปรากฏขึ้นจากเงามืดที่ด้านหลังของ อาจารย์หญิง โชคร้ายผู้นี้... ดวงตาสีมรกตมีอำนาจพิเศษ สาปส่งสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นให้แน่นิ่งดุจศิลา ทำให้ อาจารย์หญิง นาม เจวียนไป๋ฮัว ผู้นี้ชะงักแข็งค้าง ไม่อาจหลบเลี่ยง 

 

ก่อนที่ งูร้ายดวงตาสีมรกตตนนั้น จะอ้าปากแผ่กว้างงับร่างของอาจารย์หญิงดังกล่าว พร้อมกลืนหายไปภายในคำ ๆ เดียว!! กลุ่มหญิงสาวรุ่นเยาว์ที่ผสานค่ายกล หันมองมาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด อสรพิษทะเล แท้จริงแล้ว ไม่ได้มีเพียงหนึ่ง!! 

 

ยังอีกตนที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าตัวแรก แอบซ่อนอยู่ในเงามืดมาโดยตลอดเพื่อเฝ้ารอโอกาส ทั้งยังเป็นสัตว์อสูรชนชั้นลมปราณสีเขียวขั้นกลางที่จัดเป็นภัยอันตราย ระดับความน่ากลัวสามารถทำลายหมู่บ้านหนึ่งให้พินาศลงได้!! 

 

“อาจารย์เจวียน!!” เสียงเรียกของเหล่าหญิงสาวเต็มไปด้วยความหวาดกลัว... จังหวะนั้นแม้แต่ ผู้นำกลุ่มอย่างหญิงสาวพัดพญาหงส์ ยังไม่อาจควบคุมความสงบ เมื่ออาจารย์ของตนถูกอสรพิษกลืนกินไปต่อหน้าต่อตา 

 

ค่ายกลรำพัดพญาหงส์ สูญเสียความสมดุลไปในทันที!! ส่งผลให้อสรพิษเกล็ดสีแดงที่ติดอยู่ในค่ายกลนี้ฉกฉวยโอกาสระเบิดโทสะขึ้น กวาดตวัดหางขนาดใหญ่ของมันฟาดเข้าหาร่างของสตรีทั้ง 6 คน จนแตกพ่ายบาดเจ็บถ้วนหน้า นอนเกลื่อนกลาดเต็มชายหาด... 

 

จากนั้น อสรพิษทะเลเนตรมรกต และ อสรพิษทะเลเกล็ดแดง ก็เคลื่อนตัวเลื้อยเป็นวงกลมโอบล้อมหญิงสาวรุ่นเยาว์ทั้ง 6 คนที่บาดเจ็บ นอกเหนือจากหญิงสาวที่ปกปิดใบหน้าแล้ว คนอื่น ๆ ที่เหลือไม่มีแม้กำลังจะลุกยืน 

 

เหล่าหญิงสาวสั่นสะท้านดุจลูกนกลูกกา ยามถูกสองอสรพิษจดจ้อง... จิตคุกคามและอำนาจแห่งผู้ล่าจากสายพันธุ์ตามธรรมชาติ สะกดให้อิสตรีเหล่านี้ หมดสิ้นความหวัง สัตว์อสูรทะเลเหล่านี้แม้มิอาจพูดจาภาษามนุษย์ แต่มันก็เฉลียวฉลาดมากพอที่วางแผนลอบเล่นงาน 

 

โดยเฉพาะอสรพิษเนตรมรกต... มันรู้ดีว่าตนเองมีพลังด้อยกว่า เจวียนไป๋ฮัว จึงแอบซ่อนตัวอย่างมืดชิดค่อย ๆ คืบคลาน ทั้งมันยังมีอาวุธสำคัญคือ เนตรมรกต ที่ดวงตาข้างซ้าย ชัดเจนว่าสิ่งนี้มิใช่สิ่งที่อสรพิษตนนี้มีติดตัวมาตามธรรมชาติ แต่เป็นสิ่งที่ถูกผนึกเข้ากับร่างของมันในภายหลัง จึงมีอำนาจสะกดที่สามารถเล่นงานได้ แม้แต่ผู้ที่มีพื้นฐานพลังสูงล้ำกว่าตนเอง... 

 

ฟุบ... 

 

พัดเหล็ก หล่นร่วงลงจากมือของหญิงสาว... 

ดูเหมือนว่าพลังใจในการต่อสู้ของนางจะแตกสลายไปแล้ว... 

 

สองอสรพิษเริ่มตีวงแคบลงเรื่อย ๆ เจตนาของพวกมันส่อชัดเจน ว่าจะนำซากร่างหญิงสาวเหล่านี้กลับคืนสู่ใต้มหาสมุทร ด้วยสภาพในเวลานี้ของพวกนาง ไม่หลงเหลือทั้งพลังกายและพลังใจจะขัดขืน... แต่แล้วในจังหวะนั้น หินขนาดใหญ่พลันถูกทุ่มโยนมา กระแทกเข้าใส่ด้านหลังของอสรพิษเกล็ดสีแดง... 

 

ตูม! 

 

ก่อนที่เงาร่างของชายหนุ่มคนหนึ่ง จะปรากฏขึ้นท่ามกลางการสิ้นหวัง... 

“โทษทีนะ ซุน ที่ข้าไม่อาจสัญญา... ด้วยวิถีแห่งสุภาพบุรุษของข้า ไหนเลยจะสามารถปล่อยให้หญิงสาวเหล่านี้ตกตายเบื้องหน้า!!” 

 

กังเฉิง เผยตัวออกจากเขตอาคม ก่อนจะใช้พลังลมปราณกระตุ้นกล้ามเนื้อ ยกก้อนหินใหญ่ในละแวกนั้น ทุ่มเข้าใส่อสรพิษทั้งสอง ทำลายรูปแบบการโอบล้อมกลุ่มหญิงสาว... 

“หากยังอยากมีชีวิตต่อไป จงกัดฟันลุกยืนขึ้นมา!!” 

 

ชายหนุ่มตวาดเสียงก้องดังใต้แสงจันทร์... ปลุกกระตุ้นจิตใจที่สิ้นหวังของเหล่าหญิงสาว ให้กลับมาคิดต่อสู้อีกครั้ง!! หญิงสาวที่ปกปิดใบหน้า ตัดสินใจหยิบคว้าพัดเหล็กอีกครั้ง ก่อนจะโบกสะบัดปล่อยเข็มเหล็ก อาวุธที่แอบซ่อนอยู่ในพัด ให้พุ่งเข้าใส่ใบหน้าสองอสรพิษ จากสัญชาตญาณแน่นอนว่าพวกมันจำต้องเลี่ยงหลบ... 

 

เปิดเส้นทางแห่งความหวังให้กับเหล่าหญิงสาว... 

“หากย่อมแพ้ก็จะมีแค่ความตายเฝ้ารออยู่ ทว่าหากพวกเราคิดต่อสู้ แม้จะน้อยนิดแต่โอกาสก็ยังหลงเหลือ!!” 

 

กังเฉิง ทำได้เพียงทุ่มหินสนับสนุนนอกระยะ เพราะชายหนุ่มไม่ได้แข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้ากับสองอสรพิษได้ตรง ๆ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญชาญชัย ที่บุรุษผู้หนึ่งจะพึงมีได้... เหล่าหญิงสาวทั้ง 5 กัดฟันลุกยืน กระเสือกกระสนเต็มที่ในการเคลื่อนตัวหลบมายังทิศทางของชายหนุ่มผู้สร้างความหวัง... 

 

ในเวลานี้ทุกคนไม่คิดถึงหนทางเอาชนะอีกแล้ว… 

ขอเพียงสามารถหลบหนีไปได้ ก็นับว่าเพียงพอ... 

 

กังเฉิง และ หญิงสาวที่ปกปิดใบหน้า คอยถาโถมโจมตีนอกระยะเพื่อให้คนอื่น ๆ ได้สามารถหลบหนี... แต่ก็ใช่ว่าจะทำได้ตลอดรอดฝั่ง อย่างไรเสียพลังของสองอสรพิษทะเล ก็มีมากกว่าผู้เยาว์เหล่านี้หลายเท่า!! 

 

สองอสรพิษ ใช้พลังกล้ามเนื้อทั่วร่าง ดีดตัวพุ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็ว แสยะคมเขี้ยวน่ากลัว... ใบหน้าของ กังเฉิง และ หญิงสาวพัดเหล็กซีดเผือดทันที เนื่องด้วยความเร็วที่ปรากฏชั่วพริบตานั้น เกินกว่าที่เหล่าผู้เยาว์จะสามารถรับมือ...  

 

แต่แล้วทั้งสองผู้เยาว์ก็พลันมองเห็นวัตถุติดประกายไฟและกลุ่มควัน พุ่งออกมาจากทางด้านหลัง... มันได้ผ่านศีรษะของ กังเฉิง และ หญิงสาว ไปเพียงเล็กน้อย ลักษณะของมันเป็นเหมือนท่อนไม้ไผ่ทรงยาว 

 

วัตถุดังกล่าวพุ่งเข้าไปในปากที่อ้ากว้างของสองอสรพิษอย่างแม่นยำ ก่อนจะเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงใส่ปากของอสรพิษทะเลทั้งสองตน... ส่งผลให้สภาพที่อสรพิษพุ่งเข้ามา ถูกหยุดสภาวะกลางอากาศในทันที... 

 

ตูม! ตูม! 

 

กลิ่นดินประสิวรวมถึงกลุ่มควันคละคลุ้งตลบอบอวล เหล่าผู้เยาว์โดยรอบ เต็มไปด้วยความสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะปรากฏเงาร่างของชายหนุ่มอีกคน ที่ก้าวเดิมผ่านม่านควันเข้ามา... 

 

กังเฉิง... เจ้าผิดคำพูดกับข้า เป็นครั้งที่ร้อยแล้วนะ” ซุน เค้นเสียงขึ้น 

 

กังเฉิง เผยรอยยิ้มเจือจาง... 

“โทษทีสหาย... หากต้องรอให้เจ้ากลับมาก่อน เกรงว่าตัวเจ้าจะทำตัวเด่นสง่า ต่อหน้าพวกนางเกินหน้าเกินตาข้า... เฉกเช่นที่เจ้ากำลังทำอยู่ตอนนี้อย่างไร?” 

 

............................................. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว