email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภูน้ำ ตอนที่ 8 : เสียงตึกตักที่ว่า เป็นเสียงใจของผม

ชื่อตอน : ภูน้ำ ตอนที่ 8 : เสียงตึกตักที่ว่า เป็นเสียงใจของผม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2563 02:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภูน้ำ ตอนที่ 8 : เสียงตึกตักที่ว่า เป็นเสียงใจของผม
แบบอักษร

วันอังคาร 13:00

แดดออกเป็นส่วนมาก

30 °C l °F

โอกาสฝนตก 15 % 

ความชื่น 61 % 

ลบ. 8 กม./ชม. 

  

  

"ไปไหนครับ" น้ำนิ่งลุกขึ้นตามแรงดึงของภูวา 

"ก็มึงบอกว่ากูดื้อ กูก็จะดื้อ ดื้อพามึงไปในที่ ที่มึงไม่อยากไป" ภูวาเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งในมาดเข้ม ๆ ของเจ้าตัว 

"ไปไหน" น้ำนิ่งถามออกไปอีกครั้ง ด้วยความสงสัย จนทำให้ใบหน้าที่ดูน่ารักในตอนนี้ กลับขมวดคิ้วเป็นปม 

"ลานเกียร์" 

"ว่างไงนะ ลานเกียร์" คนตัวเล็กทวนคำถามออกไปในสิ่งที่เจ้าตัวได้ยิน 

"เออ มึงจะทวนทำเพื่อ!" ภูวาเอ่ยน้ำเสียงเข้ม ๆ ขณะที่เจ้าตัวก็ลากจูงน้ำนิ่งให้ไปตามทาง 

"ที่ผมทวน เพราะผมไม่อยากไปวันนี้ไง" น้ำนิ่งพยายามอธิบายเหตุผลตั้งแต่อยู่ในร้าน แต่ดูเหมือนว่าคนลากจูงกันไม่เข้าใจ 

"ก็กูจะไป มึงก็ต้องไป! อย่าเรื่องมาก" ภูวาเอ่ยจบจึงเร่งจังหวะการเดินของตนเองให้เร็วขึ้น ส่งผลให้คนเดินตามหลังอย่างน้ำนิ่ง ก้าวตามไม่ทัน จนเจ้าตัวต้องเปลี่ยนจากการเดินเป็นการวิ่งตามคนขายาว ด้วยขาสั้น ๆ ของตนเอง 

"พี่ภูวา เดินช้า ๆ หน่อย ผมเดินตามไม่ทัน" ประโยคแรกเป็นการพูดออกเสียง แต่ไอ้ประโยคต่อไป 'จะเดินไปตามควายรึไง' เป็นประโยคที่น้ำนิ่งคิดอยู่ในใจ แต่ไม่กล้าจะเอ่ยออกไป เพราะเขากลัวว่าตัวเองนั้นจะได้กระอักเลือดตายอยู่ตรงทางเดินนี้ก่อนจะได้รับช็อปแน่นอน อือ แค่คิดก็ขนลุก 

"ก็กูดื้อ กูจะทำตามคำพูดของมึงทำไม" ภูวาเอ่ยออกมา ทำให้น้ำนิ่งที่อยู่ด้านหลัง มองตรงไปยังคนตรงหน้าที่จับมือกัน ด้วยอาการเอือมระอา พร้อมกับส่ายหัวออกมาเบา ๆ 

"โอ๊ย พี่จริงจังเหรอ กับไอ้คำว่าดื้อเนี่ย" 

"เออ กูไม่เข้าใจว่ากูดื้อตรงไหน กูเลยทำตามคำพูดของมึงซะเลย" นี่คือคนโหดของวิศวะที่ใคร ๆ ก็ต่างเกรงกันจริง ๆ เหรอวะ แล้วทำไมเวลาอยู่กับผม แล้วพี่ ภูวาถึงเป็นแบบนี้กัน 

"ผมอยากจะบ้าตาย ไอ้สิ่งที่ไม่ควรเก็บมาคิดก็เก็บมาเนาะ พี่โตแล้วนะ ทำตัวเป็นเด็กไปได้ อย่าไปทำตัวแบบนี้ให้เด็กในสต๊อกเห็นล่ะ เดี๋ยวของจะเผ่นหนีหมด" 

ถึงเป็นประโยคที่ดูเหมือนไม่คิดอะไร แต่ต่างจากใบหน้าของน้ำนิ่งในตอนนี้ กำลังเบะปากใส่ภูวา โดยคนเป็นพี่ไม่มีทางรับรู้ เพราะเจ้าตัวไม่เห็น 

"กูก็ไม่เคยทำตัวแบบนี้กับใคร...นอกจากมึง ไอ้เด็กเวร" 

คำพูดไม่คิดอะไรของภูวาที่มันออกมาจากปากของเจ้าตัว ทำให้คนฟังอย่างน้ำนิ่ง นั้นใจสั่นรัวไปกับคำ ๆ นั้นของเขา 

"จะ…จริงเหรอ" 

"เออ อยู่กับเด็กดื้อกูเลยต้องดื้อตามมัน" 

สิ้นเสียงของภูวา น้ำนิ่งก็ไม่ได้ตอบอะไรออกไป นอกจากมองไปยังแผ่นหลัง ที่แสนจะกว้างขวางและน่าซบของคนตรงหน้า จากนั้นจึงค่อย ๆ ไล่สายตา ลงมายังมือของเราทั้งคู่ต่างผสานกันเอาไว้อย่างเงียบ ๆ พร้อมกับค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมา ด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ ของวัน โดยน้ำนิ่งนั้นไม่ขออะไรมาก ขอแค่ยังคง ได้ยืนอยู่ตรงนี้และมองดูเขาแบบนี้ ต่อไปก็พอ 

 

... 

 

ตลอดระยะทางที่ทั้งคู่เดินจับมือกัน มักมีผู้คนเดินผ่านหรือนั่งตามที่ต่าง ๆ ของมหา'ลัย มองมายังพวกเขาเป็นระยะ ๆ 'มองกันมามากมายขนาดนี้ ก็คงเป็นเพราะคนตรงหน้าผมคนนี้สินะ' 

ก็พี่ภูวาเขาเล่นเป็นคนดังแบบนี้ ไอ้ตัวผมก็ไม่คิดว่าจะเอื้อมเขาถึงเหมือนกัน บางครั้งเขาดูเหมือนจับต้องได้ แต่บางทีการจะจับต้องเขา มันก็ต้องแลกอะไรหลายอย่าง แลกแม้กระทั่งความเจ็บปวดในใจของตนเอง 

'ผมยอมรับว่าผมรู้สึกดี ๆ รู้สึกปลื้มพี่เขา ตั้งแต่วันที่เขาช่วยผมเมื่อสองเดือนก่อน เพราะเขาคือสเปกของผมเลยก็ว่าได้ และการได้มารู้จักกัน โดยเจอกันแต่ละทีก็จะมีแต่คำว่ารำคาญผมแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นความรู้สึกดีนิด ๆ ของคนที่แอบมองเขา เพียงข้างหลังแบบผม' 

ระหว่างที่น้ำนิ่งกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ จู่ ๆ คนข้างหน้าก็หยุดกะทันหัน จนทำให้คนไม่ได้สติอย่างน้ำนิ่ง ชนเข้ากับแผ่นหลังของคนตรงหน้าจัง ๆ 

  

ปึก! 

"อูย พี่จะหยุดทำไมไม่บอกผมก่อนเล่า" คนตัวเล็กส่งเสียงบ่นออกไป อย่างไม่รู้ว่าคนข้างหน้าที่มาขวางทางนั้นเป็นใคร 

ภูวาไม่ได้ตอบอะไร ในคำถามของคนข้างหลัง แต่เพียงมองตรงไปยังคนตรงหน้า ที่มายืนจ้องเขาอยู่ในตอนนี้ 

"ทำไมวันนี้พี่ถึงยกเลิกนัด หมวยล่ะคะ" หญิงสาวถามออกไปในทันทีที่มาถึง เพราะตอนแรกมีนัดไปกินข้าวกัน แต่คนตรงหน้าของเธอ ทักมาบอกว่า 'ไม่ไปแล้ว' จึงทำให้เธอสงสัยเป็นอย่างมาก ถึงพี่ภูวาจะมีเด็กเยอะ แต่พี่เขาไม่เคยผิดนัดเหมือนในครั้งนี้ 

ภูวาไม่ตอบอะไรออกไป นอกจากใช้สายตานิ่ง ๆ มองไปยังคนมาใหม่ ที่แอบแฝงไปด้วยความรำคาญ 

 

  

  

ในบรรยากาศเงียบ ๆ ที่ไม่มีแม้ใครพูดออกมา ทำให้น้ำนิ่งอยากรู้ว่าคนมาใหม่นี้เป็นใคร เจ้าตัวจึงค่อย ๆ โผล่ศรีษะของตนเอง ออกมาน้อยนิดทเพื่อทำการแอบส่อง แต่ยังไม่ทันได้ส่องดี ก็โดนภูวาผลักศรีษะของน้ำนิ่งให้กลับเข้าไปอยู่ที่เดิม 

"เหอะ ไม่อยากรู้ก็ได้" น้ำนิ่งพึมพำอยู่ข้างหลังภูวาด้วยใบหน้ามุ่ย ๆ 

"หึ ไอ้เด็กเวร" ภูวาเอ่ยออกมา หลังจากได้ยินเสียงจากคนข้างหลัง 

"พี่ภูวา หึ อะไรเหรอคะ ทำไมถึงไม่ตอบหมวยล่ะ" 

นี่คือสิ่งที่ภูวาเกลียดที่สุด เกลียดการมีคนมาตั้งคำถามว่าทำไม ๆ และภูวาคงไม่เก็บเอาไว้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจพาไปเดินห้างช้อปปิ้งเพื่อจบปัญหานี้ แต่ตอนนี้มันกลับรู้สึกไม่อยากทำแบบนั้นอีกแล้ว จุดจบของหญิงสาวคนนี้ก็…"ผมแค่ไม่อยากควงหมวยต่อแล้วก็แค่นั้น เพราะมันน่าเบื่อ" เลิกควง 

เมื่อหญิงสาวได้ยินคำพูดที่ออกมาจากปากของ ภูวาจึงยืนสตั้นอยู่ตรงนั้น 'นี่แสดงว่าฉันถูกปลัดตกจากคู่ควงของเขาแล้วสินะ' 

ครั้นหญิงสาวจะยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป ก็มีแต่จะทำให้ขายขี้หน้า 'เอาเป็นว่าขอให้พี่พบเจอกับคนที่จริงใจก็แล้วกัน' 

ถามว่าโกรธไหมเกลียดไหม มันก็ไม่ถึงกลับโกรธมันก็แค่เสียใจเล็ก ๆ ที่ถูกเทแบบนี้ ถ้าถามว่าทำไมถึงไม่เกลียดคนตรงหน้า ทำไมไม่เผาพริกเผาเกลือแช่งไปเลย ก็ขอบอกตรงนี้เลยว่า 

ถึงพี่เขาจะเด็กเยอะ แต่พี่เขาก็ดูแลเด็กทุกคนของเขาเป็นอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง พี่ภูวาเขาสามารถให้ได้ทุกอย่าง ยกเว้น จูบ อ้อมกอด และหัวใจ ที่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ไม่มีทาง จะได้มันมาครอบครอง ถ้าพี่ภูวาเขาไม่ได้มอบให้ด้วยตนเอง 

"โชคดีนะคะ" หลังจากหญิงสาวเอ่ยร่ำลา จึงเดินออกไปตามทางที่ตนเองจากมา 

  

  

"พี่แม่งเลวยิ่งกว่าหมาจริง ๆ นับถือ นับถือ" น้ำนิ่งเอ่ยพูดออกมาเบา ๆ 

"กูได้ยินนะ ไอ้เด็กเวร" 

"อูย ได้ยินด้วยเรอะ อุตส่าห์พูดเบา ๆ แล้วนะ หูจะดีไปถึงไหน" 

"กูมีดียิ่งกว่าหูกูอีก แต่มันก็เป็น ห หีบ เหมือนกันนะ อยากรู้ไหมว่ามันคืออะไร" ภูวาเอ่ยถามน้ำนิ่งออกไปด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ 

"มะ…ไม่ใครเขาจะอยากรู้กันเล่า ผมก็มีไหม ห หีบ แบบพี่น่ะ" คนตัวเล็กพูดออกไปด้วยอาการกระอัก กระอวน 

"หึ" 

  

 

  

  

ลานเกียร์ 

เมื่อคนที่นั่งอยู่บริเวณนั้น เห็นคนโหดประจำคณะเดินมา จึงทำให้อยู่ไม่สุข ทั้ง ๆ ผ่านการรับน้องมาเป็นปีแล้ว ก็ยังคงหวาดกลัวคนคนนี้อยู่เสมอ 

"เชี่ยมึง พ่อมา" นักศึกษาปี 2 ที่นั่งอยู่บริเวณนั้นต่างแตกฮือ พาการวิ่งจ๊าละหวั่นไปนั่งที่ของตนเองให้เรียบร้อย 

  

ตึก ตึก ตึก เสียงฝีเท้าของคนทั้งคู่กระทบกับพื้นลานเกียร์ จนเกิดเสียงกึกก้อง ทว่าน้ำนิ่งเมื่อเห็นคนที่อยู่บริเวณนั่นต่างเงียบ 

จึงรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา เลยอยากถามคนที่อยู่ข้างหน้าใจจะขาด เพราะมันคันปากยิบ ๆ แต่คำพูดทั้งหมดได้กลืนลงท้องไป เมื่อเจ้าตัวพบช็อปกับเกียร์ของตนเองวางไว้ในหมู่ของเพื่อนภูวา 

"เกียร์ที่รักช็อปที่รักพี่มาแล้ว" น้ำนิ่งแสดงอาการดีใจ จนลืมตัวเมื่อเจอสิ่งที่ตามหา จึงสะบัดมือตัวเองออกจากมือของภูวา จากนั้นจึงวิ่งไปยังที่หมายทันที ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นหันไปมองน้ำนิ่งกันทั้งลาน รวมถึงตัวของภูวาที่มองน้ำนิ่งด้วยสายตาคาดโทษ 'มันเห็นสิ่งของสำคัญกว่าตัวกู' 

 

... 

  

เพื่อนของภูวานั่งล้อมรอบเสื้อช็อปกับเกียร์รู้สึกตกใจที่จู่ ๆ ก็มีเด็กปี 1 มีนามว่าน้ำนิ่งวิ่งมาด้วยความเร็ว แล้วมาหยุดตรงข้างโต๊ะของพวกเขา จากนั้นก็ยืนจ้องช็อปและเกียร์ที่วางอยู่บนโต๊ะตาเป็นมัน สุดท้ายก็มีหน่วยกล้าตายมีนามว่า ธาร เป็นคนเอ่ยถามออกไป 

"เอ่อ น้องน้ำนิ่งครับ" ธารเอ่ยเสียงเรียกคนตรงหน้า 

"ครับ" น้ำนิ่งตอบรับธาร แต่ตายังคงจ้องไปที่ ๆ เดิม 

"มีอะไรรึเปล่าครับ พี่เห็นจ้องช็อปกับเกียร์บนโต๊ะนานแล้วน่ะครับ" 

"มีครับ" น้ำนิ่งย้ายสายตาจากช็อปและเกียร์ขึ้นไปมองธาร "คือ ของที่อยู่บนนั้นมันเป็นของผมน่ะครับ" น้ำนิ่งชี้ไปยังสิ่งของ ทำให้เพื่อนที่นั่งอยู่รอบ ๆ โต๊ะ รู้สึกแปลกใจ ก็ในเมื่อของสิ่งนี้ไอ้ภูมันเอามาวางไว้ แล้วจะเป็นของน้องได้ยังไง 

"เอ่อ พี่ว่าน้องคงเข้าใจผิดนะครับ ของที่อยู่บนนั่นเพื่อนพี่มันเอามาวางไว้" ธารพยายามอธิบายให้น้องฟัง 

"เพื่อนพี่คือพี่ภูวาใช่รึเปล่าครับ" 

"ใช่ครับ" 

"ถ้างั้นของบนโต๊ะนั่นก็ของผมครับ" 

 

  

แกร๊ก ๆ ธารเกาหัวด้วยความมึนงง "ตกลงของใครกันแน่วะ" 

"พี่คงไม่เชื่องั้นผมจะไปพาพี่เขามายืนยันเอง รอแป๊บนะครับ" น้ำนิ่งพูดจบรีบ วิ่งไปหาคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นตรงหน้าลานเกียร์ที่เดิม 

"ทำไมไม่เดินเข้าไปอะพี่ภูวา" น้ำนิ่งวิ่งมาหยุดข้าง ๆ ตัวของภูวา พร้อมกับเอียงคอถามคนตรงหน้าไปด้วยความสงสัย 

"พี่ภูวา" น้ำนิ่งเอ่ยเรียก 

"…." ภูวาไม่ตอบอะไร นอกจากมองไปคนตัวเล็กด้วยสายตานิ่ง ๆ 

"คือ ไปกับผมหน่อย เพื่อนพี่ไม่ยอมให้ช็อปกับเกียร์ของผมทั้ง ๆ ที่ผมก็บอกแล้วนะ ว่านั่นของผม เพื่อนพี่ก็ยังไม่เชื่อ ผมอีกอะ" คนตัวเล็กเอ่ยฟ้องคนตรงหน้า แต่ภูวาก็ยังคงนิ่งไม่ไปตอบอะไร 

"พี่ภูวา ช่วยตอบผมหน่อย จะไปหรือไม่ไป ก็บอกผมหน่อยสิ ผมไม่เข้าใจในการที่พี่เงียบแล้วเอาแต่มองผมแบบนี้ ผมง่วงแล้วนะ พี่ภูวา อยากไปนอนแล้วครับ" น้ำนิ่งบอกความต้องการของตนเองออกมาผ่านสีหน้าอ้อน ๆ โดยเจ้าตัวไม่รู้ตัว เมื่อเจ้าตัวรู้สึกง่วงทีไร จะมีอาการออกมาให้เห็น 

"เออ ไป เลิกถามหน้าตาน่าเกลียดได้แล้ว" 

"รู้ว่าน่าเกลียดไม่ต้องมาทำหน้าเหมือนขยะแขยงกันเลย ไปครับ ตามผมมา" ก็รู้ตัว...ว่าไม่ได้หน้าตาดีแบบเด็กของพี่นี่ น้ำนิ่งตัดพ้อในใจ ขณะเดินไปยังที่หมาย 

"ผมพาพี่ภูวามาแล้วครับ" คนตัวเล็กเอ่ยบอกพี่ ๆ ในโต๊ะ 

"ครับ ไอ้ภูของที่มึงเอามา ของน้องเขาใช่ไหม" ธารเอ่ยถามเพื่อนสนิท 

"เออ" 

"เห็นไหมผมบอกแล้วว่ามันเป็นของผม" 

"ครับ ๆ เชื่อ ไอ้ไมค์มึงหยิบของบนโต๊ะมาให้กูดิ" ธารหันไปบอกเพื่อนที่อยู่ใกล้ของมากที่สุด 

"ทำไมมึงไม่หยิบเอง" ไมค์ถามเพื่อนกลับไป 

"เออ หยิบมาให้หน่อยอย่าลีลา" 

"เออ ๆ เอา" ไมค์หันไปหยิบแล้วยื่นให้ธาร จากนั้นธารจึงมอบให้กับน้องน้ำนิ่ง 

"นี่ครับ ขอโทษในตอนแรกด้วยนะ ที่ไม่เชื่อน้อง" 

"ไม่เป็นไรครับ" น้ำนิ่งตอบกลับธาร พร้อมกับเอื้อมมือไปเอาเสื้อกับช็อปของตนเองมาไว้ในอ้อมอก และมองดูสิ่งที่ได้มาด้วยนัยย์ตาแวววาว 

"คือ ผมใส่ได้เลยใช่ไหมครับ" 

"ใช่ครับ มันเป็นของน้องแล้วใส่ได้เลยครับ" 

"ครับ งั้นผมใส่เลยแล้วกัน" น้ำนิ่งว่าจบ จึงนำเสื้อช็อปที่ได้มาไปวางไว้บนโต๊ะอีกครั้ง จากนั้นจึงปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของตนเอง แต่ปลดไปได้แค่กระดุมเดียว ก็มีมือมาจับไว้ พร้อมกับออกแรงบีบข้อมือของคนตัวเล็ก 

"โอ๊ย มันเจ็บนะพี่ภูวา มาบีบมือผมทำไม" น้ำนิ่งหันไปถามคนข้างตัว ด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ในตอนนี้ 

"มึงจะทำอะไร" ภูวาถามออกไปด้วยน้ำเสียงชวนขนลุกและสายตาววโรจน์ 

"ก็จะเปลี่ยนเสื้อใส่ช็อปไงพี่" 

"กูรู้แล้วมึงจะถอดเสื้อทำไม" 

"เอ้า ถ้าไม่ถอดพี่จะให้ผมใส่ช็อปทับไปเลยรึไง ประหลาดแย่ พี่นะพี่ ความคิดนะความคิด" 

"เออ" ภูวาเห็นด้วยกลับประโยคที่น้ำนิ่งเอ่ยออกมา 

"ไม่เอา ปล่อยผม ผมจะถอดเสื้อ" ยิ่งคนตัวเล็กดื้อดึงเพียงใด แรงบีบที่ข้อมือยิ่งแรงขึ้น 

"พี่! ผมเจ็บ" 

"เจ็บก็เลิกดื้อ!!" น้ำเสียงของภูวาในตอนนี้มันดังไปทั่วลานทำให้บรรดาปี 2 ที่กำลังกินขนมกันอยู่นั้น ขนมในมือที่ถืออยู่ กลับล่วงลงพื้น พร้อมกับอ้าปากค้างและมองไปยังต้นเสียง 

"ใจเย็น ๆ ไอ้ภู มึงก็ปล่อยน้องเขาเปลี่ยนไปสิ น้องเขาเป็นผู้ชาย และที่สำคัญตรงนี้มันก็มีแต่ผู้ชายด้วยกันไม่เห็นเป็นอะไร" ธารพูด 

ภูวาตวัดสายตาและจ้องมองไปยังเพื่อนสนิทด้วยสายตาที่มันสื่ออกมาว่า 'อย่ามายุ่ง' 

"เออ ไม่ยุ่งก็ได้วะ ตาน่ากลัวจริงไอ้เวร" 

  

ระหว่างภูวากำลังจ้องไปยังธาร น้ำนิ่งจึงแอบเอามือของตนเองค่อย ๆ ยื่นไปหยิบเสื้อ 'ฮึบ ตอนนี้เสื้อมาอยู่ในมือแล้ว' จากนั้นจึงหันไปพูดกับภูวา 

"โอเค ไม่ถอดก็ได้ ปล่อยได้ยัง" น้ำนิ่งเอ่ยออกมาพร้อมกับยกมือของภูวาที่จับเอาไว้ให้เสมอกับใบหน้า 

"เออ ก็แค่นี้ แต่ที่กูไม่อยากให้มึงถอดเสื้อ เพราะมันอุบาทลูกกะตากู" ภูวาปล่อยมือเมื่อคนข้างตัวเลิกดื้อ 

"โอเคครับ" ทว่าหารู้ไม่ว่าคนอย่างไอ้น้ำนิ่ง ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ เมื่อมือทั้งสองข้างของน้ำนิ่งว่างแล้ว ไม่มีใครมาจับแล้ว พี่ภูวาก็หันไปคุยงานกับเพื่อนแล้ว ตอนนี้ทางสะดวก 

น้ำนิ่งจึงค่อย ๆ ปลดกระดุมเม็ดที่หนึ่ง 'โอ๊ะ หลุดแล้ว เม็ดที่สอง ตามมา เม็ดที่ส…' 

"อ่าวน้อง ปลดเสื้อทำไมครับ" ผู้มาใหม่เอ่ยทักไปด้วยความสงสัย "พี่!!!" น้ำนิ่งยืนตาโตเบิกกว้างทันทีที่...'เวรแล้วไงกู' 

  

สายตาของภูวาเปลี่ยนจากการจับจ้องเพื่อนของตนในตอนแรก มาจ้องน้ำนิ่งหลังจากสิ้นเสียงของผู้มาใหม่อย่างรวดเร็ว 

"แหะ ๆ เขินเลย" น้ำนิ่งส่งยิ้มพิมใจกลับไปให้คนที่ยืนทำตาเขียวปั๊ดอยู่ในตอนนี้ 

"กูบอกไม่ฟัง!" 'อึก ขะ…ขน มึงจะตั้งทำไมเนี่ย มะ…ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว เลย จริ๊ง ๆ' 

"ฟะ…ฟังก็พี่ไม่ให้ถอดต่อหน้าพี่ แต่เมื่อกี้พี่หันหลังนี่ครับ แบบนี้ถือว่าถอดได้ ฮ่า ๆ" น้ำนิ่งพยายามขำกลบเกลือน 

"….." แต่เมื่อเทียบกับภูวาแล้ว มันไม่ใช่เรื่องตลก 

"ไม่ขำเหรอครับ ว้า แย่จัง" 

"ติดกลับไป" ภูวาชี้นิ้วสั่งคนตรงหน้า 

"ไม่อะ อีกนิดก็จะหลุดหมดแล้ว" 

ภูวาจ้องไปยังคนตรงหน้า พร้อมกับมองหาเสื้อช็อปของมันไปด้วย แต่เสื้อช็อปมันไม่ใช่สิ่งที่จะหายากเลยสักนิด ก็ในเมื่ออยู่ในมือของมัน 'ดี' 

  

หมับ! มือของภูวาเอื้อมไปหยิบเสื้อช็อปของน้ำนิ่งไปไว้ในมือของตนเอง 

"พี่เอามาช็อปที่รักของผมมา" น้ำนิ่งมองตามช็อปของตนเองที่เพิ่งได้คืนมาตาละห้อย 

"ไม่" คนเป็นพี่ตอบออกไป พร้อมกลับยกแขนตัวเองหลบ คนที่กำลังกระโจนเข้ามาในตอนนี้ 

"เอามามันของผม ฮึ่ย เหนื่อยแล้วนะ โยกอยู่นั่น" 

"ติดกระดุม" 

"ไม่เอา" 

 

  

ในเมื่อคนตรงหน้ายังพูดไม่รู้เรื่อง ภูวาจึงชูช็อปขึ้นเหนือหัวของตัวเอง เมื่อน้ำนิ่งเห็นแบบนั้นจึงพยายามกระโดดขึ้นไปเอา 'แต่พี่แมร่งโครตสูง ใครจะเอาถึง' 

"เอามา อย่างแกล้งผม พี่ภูวา" 

"ติดกระดุม" ภูวายังคงพูดออกมาด้วยคำเดิม ๆ 

"พี่ภูวา" 

"ติดกระดุม" 

"พี่…" 

"ติดกระดุม" 

"ก็ได้ติดก็ได้!" หนหวยเด้ 

  

น้ำนิ่งรับตอบรับและลงมือติดกระดุมของตนเอง เพื่อแรกกับความปลอดภัยของช็อปที่รัก ที่พี่น้ำนิ่งยังได้จับ ไม่ถึง 10 นาที ฮือ 

"อะ ผมติดเสร็จแล้ว ให้ผมคืนได้หรือยัง" 

"ยัง" 

"พี่แ…" 

  

น้ำนิ่งกลืนคำพูดของตนเองลงคอ เมื่อคนตรงหน้านั้นเดินเข้ามาใกล้กัน พร้อมกับ นำช็อปในมือของเขา ห่มให้กับน้ำนิ่งที่ยืนเงยหน้ามองคนเป็นพี่ด้วยใบหน้าขึ้นสีระเรื่อ ๆ ทำให้พวงแก้มทั้งสองข้างของเจ้าตัวแดงเป็นลูกตำลึง 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก เสียงหัวใจของน้ำนิ่งยังคงดังต่อเนื่อง อย่างสั่นไหวไม่เป็นจังหวะ 

"ก็แค่นี้ จะดื้อทำไมหึ ไอ้เด็กเวร ยินดีต้อนรับสู่ขนาดวิศวะอีกครั้งนะครับ น้องน้ำนิ่ง" 

"นะ…น้ำนิ่ง" นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกเลยนะ ที่พี่เขาเอ่ยเรียกชื่อของผม ไม่ใช่เด็กเวรอีกต่อไป 

 

  

 

  

  

  

เข้ามาพูดคุยกัน ได้ที่เฟซบุ๊ก : นักเขียน หน้าใหม่ ได้นะคะ 

สามารถเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ โดยใช้ 

#ภูวาน้ำนิ่ง 

ส่วนทวิตของไรท์ @Mousyy8893 

ไปเล่นกันเยอะ ๆ น๊า 

ช่วยคอมเมนต์และรีวิวเพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว