email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ภูน้ำ ตอนที่ 7 : กฎการเป็นเด็กของภูวา

ชื่อตอน : ภูน้ำ ตอนที่ 7 : กฎการเป็นเด็กของภูวา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.1k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2563 02:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภูน้ำ ตอนที่ 7 : กฎการเป็นเด็กของภูวา
แบบอักษร

 

วันอังคาร 11:00

แดดออกเป็นส่วนมาก

30 °C l °F

โอกาสฝนตก 16 % 

ความชื่น 60 % 

ลบ. 7 กม./ชม. 

  

  

'ทำไมตอนนี้ผมถึงไม่รู้สึกเจ็บอะไรเลยล่ะ หรือว่าผมจะตายไปแล้ว ถึงไม่รู้สึกเจ็บปวดแบบนี้ ฮือ แม่จ๋า พ่อจ๋า น้ำนิ่งคนหล่อต้องจากไปแล้ว ยังไม่อยากตาย ยังอยาก…' 

คนที่ช่วยเหลือคนตัวเล็กเอาไว้ ไม่ปล่อยให้คนในอ้อมกอด เพ้อฝันไปนาน จึงทำการดับฝันของน้ำนิ่ง โดยการปล่อยคนในอ้อมกอด ล่วงไปสู่พื้นปูนทันที 

  

ตุบ 

"โอ๊ยยยยย ฮือออ เจ็บ เจ็บ เจ็บ!" น้ำนิ่งแหกปากตะโกนดังลั่นออกมาทันที ที่ก้นตนเองกระแทกกับอะไรแข็ง ๆ 'หือ เจ็บ เจ็บ แสดงว่าเราเจ็บแบบนี้ก็แปลว่าเรายังไม่ตาย แม่จ๋า พ่อจ๋า น้ำนิ่งคนหล่อยังไม่ตาย' 

"เออ รู้แล้วว่าเจ็บ! แล้วมึงเลิกทำหน้าเพ้อฝันสักที กูเกลียดฉิบหาย" 

ผู้ช่วยชีวิตของคนเป็นน้องพูด ดูสิ ขนาดมันเจ็บตัว ยังมัวมานั่งทำหน้าเพ้อฝันแบบนั้นอีก 'กูนี่เกลียดฉิบหาย เวลามันทำหน้าแบบนี้ทีไร ชอบเมินกูทุกที กูช่วยมึง มึงควรที่จะสนใจแต่กูสิ!! มัวแต่ไปคิดอะไรอยู่ในสมองเล็ก ๆ เท่าเม็ดถั่วของมันอยู่นั่น' 

  

"มาเกลียดกันได้ยังไง เรารู้จักกันเหรอ ใช่รู้จักกัน เหรอ รู้จักกันเหรอ ก็ไม่" น้ำนิ่งพูดออกไป ในขณะที่กำลังนั่งหลับตาด้วยความง่วง 'อยากนอน น้ำอยากนอน' 

"ก่อนมึงจะพูดคำนั้น มึงช่งยลืมตาขึ้นมาดู!" 

"ไม่เอาไม่ลืม ผมง่วงผมอยากนอน ก็ผมเหนื่อย นี่" 

  

น้ำนิ่งส่งเสียงเรียกคนที่ช่วยชีวิตเอาไว้ "คุณบุญคุณรู้ไหม ผมเหนื่อยมาก ผมเดินตามหาพี่ภูวาจนทั่วมหาวิทยาลัย แต่ผมกลับไม่เจอเลย พี่เขาหนีหายไปจากผม ในขณะวันนี้เป็นวันดีของผมแท้ ๆ" 

 

  

น้ำนิ่งพูดออกมาในตอนที่สติอยู่ไม่ครบ เพราะเกิดอาการเบลอ ๆ จึงพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปหมด โดยที่ไม่รู้ว่าคนที่กำลังยืนฟังอยู่ตอนนี้ เป็นคนที่ตนเองกำลังพูดถึง 

"คุณบุณคุณรู้ไหม พี่เขาไม่เคยพูดดี ๆ กับผมเลยสักครั้ง แต่คนอื่นพี่เขากลับพูดดีด้วย" น้ำนิ่งว่าออกมาด้วยน้ำเสียงหงอย ๆ 

"พี่เขาไม่เห็นเหมือนกับตอนเจอกันในวันแรกตรงศาลาเลย ในวันนั้นถึงพี่เขาจะโหด แต่พี่เขาอบอุ่นมาก ผมชอบ" น้ำนิ่งพูดจบก็นั่งคอพับคออ่อนอยู่ตรงนั้น โดยสายตาของภูวาจ้อง ไปยังน้ำนิ่งด้วยสายตาว่างเปล่า ไม่มีอะไรแฝงอยู่ ภายในดวงตาของคู่นั้นเลยสักนิด 

"ถ้าไม่อยากเจ็บ อย่าพยายามยัดเหยียดหัวใจของตัวเองมาให้กูเลยนะ" 

ภูวาพูดออกไป โดยคนตัวเล็กไม่มีทางได้ยิน เมื่ิอคนตรงหน้าหลับไปแล้ว 

'เพราะนอกจากมีนแล้ว กูไม่เคยรักใคร ถึงตอนนี้กูจะมีความรู้สึกแปลก ๆ กับมึง ใช่ว่ากูจะรู้สึกดี ๆ กับมึง ตอนนี้กูก็ไม่เข้าใจในความรู้สึกของตัวกูเองเหมือนกัน ว่ามันจะเอายังไงต่อไปในความสัมพันธ์ครั้งนี้ เพราะมึงมันก็แค่รุ่นน้องกวนประสาทคนนึง ที่ไม่มีอะไรดึงดูดกูเลยสักนิดนอกจาก ตัวขาว ๆ และปากแดง ๆ ของมึงเท่านั้น' 

"เฮ้อ มึงนี่นะ หัดรู้จักดูแลตัวเองบ้าง ไม่ใช่เจอกันใครที่ช่วยชีวิตหน่อย พูดหมดเล่าหมด มันอันตารายมากรู้ไหม มึงนะมึง" คนเป็นพี่พูดกับคนหลับ ในขณะที่กำลังอุ้มคนตัวเล็กในท่าเจ้าสาว 'เพื่อพามันไปนอนที่ไหนสักแห่งที่ไม่ใช่ตรงนี้' 

 

  

ฮึบ ภูวาส่งเสียงออกมา เมื่อช้อนร่างของน้ำนิ่งขึ้นมาจากพื้น อย่างทุลักทุเล 

"ตัวมึงก็นิดเดียว ทำไมแม่ง ถึงหนักจังวะห๊ะ!" ภูวาพูดบ่นนู่นบ่นนี่ไปตลอดการเดินทาง แต่ก็ไม่มีแววที่จะปล่อยคนในอ้อมกอดลงเลยสักนิด 

"อือ" น้ำนิ่งส่งเสียงออกมาเมื่อรู้สึกไม่สบายตัว 

"จะร้องทำเหี้ยอะไร เสือกหลับเอง ทนหน่อยก็แล้วกัน ข้างหน้าจะถึงแล้ว" ถึงภูวาจะพูดออกไปแบบนั้น แต่จังหวะในการเดินของคนที่แบกรับตัวของน้ำนิ่งเอาไว้ กลับเร็วขึ้นเป็นอีกเท่าตัว 

  

ร้านน้ำข้างคณะนิเทศ 

"ตอนนี้คงไม่มีร้านไหน ที่มันใกล้กว่าร้านนี้ เอาเป็นร้านนี้ก็แล้วกัน เป็นร้านโปรดของเด็กเวรมัน ชอบกินอยู่นั่นไอ้นมชมพู เห็นแล้วเลี่ยนแทนฉิบหาย" 

เมื่อเดินมาถึงหน้าร้าน พนักงานมองเห็นว่าลูกค้าท่านนี้พยายามใช้ไหล่ของตนเอง ดันประตูเพื่อเปิด แต่ดันยังไงก็เปิดไม่ออกสักที พนักงานที่ยื่นอยู่หน้าเคาน์เตอร์จึงเดินไปเปิดให้ 

  

กริ๊งงงงง เสียงกระดิ่งประตู 

"ขอบคุณครับ" ภูวากล่าวขอบคุณ ไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ ที่ใช้กับทุกคนที่พบเจอ 

ภูวาเดินเข้ามาในร้าน นักศึกษาที่อยู่ในร้านหันมามองกันให้พึ่บพั่บ พร้อมกลับจับกลุ่มซุบซิบทันที ปกติเวลาเดินไปไนมาไหน ก็จะมีคนมองอยู่แล้ว แต่วันนี้กลับมีคนมองมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อภูวาคนโหดคนนี้อุ้มใครบางคนเอาไว้ในอ้อมแขน 

"มึงพี่ภูวาตัวจริงหล่อมาก ตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยมา นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พบพี่เขา" 

"เขาหล่อก็จริง แต่คนในอ้อมแขนของเขาน่ะ คือใคร" 

"แฟนเขาหรือเปล่า" 

"บ้ามึง เขาไม่มีแฟน" 

"งั้นก็เด็กในสต๊อกเขา" 

"ไม่ใช่อีกนั่นแหละ เพราะพี่เขามีกฎการเป็นเด็กของเขาอยู่นะ" 

"กฎอะไรไหนพูด" 

  

ข้อ 1 ห้ามแสดงอาการหึงหวง 

ข้อ 2 ห้ามถามเรื่องส่วนตัว ห้ามตามจิก ห้ามโทรตาม ถ้าอยากได้ จะโทรไปหาเอง 

ข้อ 3 ห้ามทะเลาะตบตีกัน เพราะเขาไม่ชอบความวุ่นวาย 

ข้อ 4 ตลอดเวลาที่ควงกันห้ามไปมีอะไรกับคนอื่น ไม่ใช่ว่าหวง แต่ไม่อยากใช้ของร่วมกับใครเท่านั้น 

ข้อ 5 ถ้ามีคนใหม่ คนเก่า ห้ามโวยวาย เพราะมันน่ารำคาญ 

ข้อ 6 ระหว่างที่มีเซ็กส์กัน ไม่มีการจูบ ไม่มีการกอดเวลาเสร็จกิจ 

ข้อ 7 ข้อนี้สำคัญ 

  

"อะไร" 

  

ข้อ 8 ภูวาจะอุ้มเฉพาะตอนที่ขึ้นเตียงท่านั้น 

  

  

"แต่มึง…ตอนนี้เขาก็ไม่ได้จะอุ้มขึ้นเตียง แล้วทำไมเขาถึงอุ้มคนคนนั้น ตกลงเป็นอะไรกันแน่" 

"เอสเพรสโซ่ได้แล้วค่ะ" พนักงานนำน้ำมาเสริ์ฟให้ลูกค้าคนนี้ ด้วยอาการเขินอาย เพราะตั้งแต่เข้ามาทำงาน เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ยังไม่มีวี่แวว จะเจอลูกค้าหล่อเหลาเอาการขนาดพี่คนนี้มาก่อนเลย 

ภูวาไม่ได้ตอบอะไรนอกจาก นั่งหันหน้ามองไปยังนอกร้าน 

"เอ่อ…" พนักงานมาใหม่คนนี้เสริ์ฟเสร็จ แต่ก็ยังไม่ไปไหนสักที มัวแต่ยืนอ้ำอึ้งอยู่แบบนั้น 

"คือ หนูรู้สึกชอบพี่ ขอแอดเพื่อนในเฟซได้ไหมคะ" เธอตัดสินใจพูดออกไป เพราะถ้าไม่พูดก็ไม่มีทางที่จะได้ 

 

  

เมื่อหญิงสาวพูดจบ ภูวาจึงหันมามองหน้าคนที่เข้ามาขอแอดเพื่อน ภูวายังคงนั่งจ้องด้วยแววตาล่าเหยื่อ จนทำให้หญิงสาวเกิดอาการเขินขึ้นมา 

"แต่ผมบังเอิญไม่ชอบคนไม่เป็นงานน่ะครับ น้องเป็นงานหรือเปล่าล่ะ งานที่ว่าก็คงเป็นงานที่ผู้ใหญ่เขานิยมทำกัน" คนเจ้าเล่ห์พูดออกมา ขณะมองไปยังเหยื่อตรงหน้า ด้วยตาระยิบระยับ เป็นประกายพร้อมจะกินเหยื่อ 

"บ้า พี่หนูเขินนะ" เธอว่าออกมาด้วยท่าทางเขินอาย แต่มันก็เป็นแค่เปลือกของเธอ ที่ใช้แสดงออกมาเพื่อเป็นมารยาในการตกผู้ 

"หึ" มองจากปากซอยยังรู้เลยว่าน้องคนนี้ไม่ใส ไม่เหมือนไอ้เด็กเวร ที่นอนหลับอยู่ตอนนี้ มองจากปากซอยยังรู้ว่าเอ๋อ 

"ผมดุนะ น้องไหวรึเปล่า" ภูวาพูดออกไปพร้อมกับจ้องไปยังเหยื่อชิ้นโตของตนเอง 

"พอดีคืนนี้ยังว่าง ถ้าน้องไหวผมก็ไม่มีปัญหา" 

"ไหวค่ะ" เธอตอบไปอย่างไม่คิด เพราะอยากควงคนตรงหน้านี่เหมือนกัน ได้ยินชื่อเขามาหนาหู เลยอยากลองกับตนเอง 

เขาบอกว่ากันว่าพี่ภูวาเปรียบเสมือนไฟโลกันต์ พร้อมแผลดเผาทุกเมื่อที่เข้าใกล้ มันเลยทำให้ฉันนั้น อยากจะลองโดนไฟเผาดูบ้าง ว่ามันจะรู้สึก ฟิน หรือ รู้สึกเร้าร้อนกันแน่ 

  

"งั้นหนูไม่ขอแอดเพื่อน ขอแอดไลน์เลยก็แล้วกันค่ะ" 

เธอว่าจบพร้อมกับยื่นมือถือไปให้คนตรงหน้า ภูวาจึงรับมือถือ จากเธอมาแล้วให้ไลน์ ที่ไม่ใช่ไลน์ส่วนตัว 

เพราะไลน์ส่วนตัวจะมีแค่คนพิเศษและคนรักของผมเท่านั้น ที่จะได้ไป ส่วนคนควงก็เป็นอีกไลน์นึง ที่มีแต่เด็ก ๆ ของภูวารวมถึงผองเพื่อนและครอบครัว หลังจากภูวาให้ไลน์เสร็จ จึงยื่นมือถือกลับคืนไป 

"งั้นเราไปกันเลยไหมคะ" 

"ไม่" 

"ทำไมล่ะคะ" 

"….." ภูวาไม่ตอบอะไรหญิงสาว นอกจากพาสายตาของตนเอง จ้องไปยังคนนอนหลับ ที่ตอนนี้แก้มของมันเบียดไปกับโต๊ะ 'หึ น่าเกลียด' 

เธอมองตามสายตาของภูวา จึงประเมินได้ทันที 'ที่ไม่ไปเพราะแบบนี้เองสินะ' 

"เอาจริง ๆ ปล่อยให้เขานอนไปก็ได้นะคะ เดี๋ยวเขาตื่นเขาก็กลับไปเอง" 

"……." ภูวาก็ยังคงนั่งเงียบ ไม่หือไม่อืออะไรเช่นเคย 

'มันแปลก ๆ นะ มันเหมือนมีกลิ่น เธอได้ข่าวมาบ้าง ว่าพี่ภูวาได้เขาได้ทั้งชายและหญิง แต่ไม่เคยเห็นเขาต้องมานั่งเฝ้าใครขนาดนี้' 

"ปกติ ฝัน ไม่เห็นพี่มานั่งรอใครแบบนี้เลยนะคะ เป็นอะไรกันเหรอคะ" สิ้นเสียงของฝัน สายตาเย็นชาของคนตรงหน้า หันกลับไปจ้องเธอทันที 

"แสดงว่ายังไม่ได้อ่านกฎสินะ" 

เจ้าของสายตาเย็นชา เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงชวนวังเวงพิกล นี่ถือว่าเป็นกฎข้อ 2 ของเจ้าตัว 'ห้ามถามเรื่องส่วนตัว' 

เพราะสิ่งที่เธอกำลังสงสัย และเอ่ยปากถามออกมา มันเป็นเรื่องส่วนตัว ระหว่างเขากับไอ้เด็กเวรนี่เท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์สงสัยในความสัมพันธ์ครั้งนี้ เมื่อตัวของไอ้เด็กเวรมันยังไม่คิดจะถามออกมา คนอื่นก็อย่าหวัง 

  

"หือ กฎอะไรเหรอคะ" 

"หึ ไม่จำเป็นต้องอ่านแล้ว เพราะนัดของเราถือว่าเป็นโมฆะ" ภูวาเอ่ยแสยะยิ้มออกมา เบา ๆ แต่มันเป็นการแสยะยิ้มชวนน่าขนลุก ที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอ 

"ทะ…ทำไมเหรอคะ" เธอถามออกไปด้วยเสียงสั่น ๆ 

"ก็ไม่ทำไม ก็แค่รำคาญ แล้วก็ไม่ต้องถาม ก่อนจะไม่ได้ทำงานในร้านนี้อีกต่อไป" 

"จะขู่กันเหรอคะ" 

"คนอย่างผมไม่เคยขู่ อยากลองไหม" 

"มะ…ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวก่อน" เธอรีบบอกลาแล้วหายไปจากตรงนั้นทันที ผู้ชายอะไร มีแต่ความน่าขนลุกไปหมด 

  

เมื่อเธอเดินออกไป ภูวาจึงหันหน้าไปยังคนตัวเล็กที่นอนอยู่ตามเดิม 

"มึงน่ะ ไอ้เด็กเวร ตื่นขึ้นมา กูรู้ว่ามึงตื่นตั้งนานแล้ว" ผมเห็นเปลือกตามมันขยับเขยือน มานานพอควรตั้งแต่เธอเข้ามา 

"……." 

"ยัง กูบอกให้ตื่น!!" 

"เออ ๆ ก็ตื่นแล้วนี่ไง จะเสียงดังทำไมก็ไม่รู้" น้ำนิ่งว่าออกมาด้วยใบหน้าหงุดหงิด พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะที่ตนฟุบหลับ 

"เออ กับใคร พูดให้มันดี ๆ" ภูวาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ 

"เออ ๆ ไม่พูดแล้ว อุ๊บ" น้ำนิ่งยกมือขึ้นปิดปากทันทีเมื่อเผลอหลุดออกไป พร้อมจ้องมองไปยัง สายตาของคนเป็นพี่ ที่มันเข้มขึ้นอย่างทันตา 

"แหะ ๆ มันลืมตัวไงพี่ อย่าถือโทษกันเลยนะ" น้ำนิ่งพยายามพูดเสียงเล็กเสียงน้อย เพื่อทำให้ตนเองหลุดออกจากบรรยากาศชวนขนหัวลุกแบบนี้ 

"ทำเสียงเหี้ยไร ปัญญาอ่อน!" 

"ก็แบบ…" 

"ยัง ยังไม่เลิกทำ! เดี๋ยวกูก็ทำให้มึงไม่มีเสียงพูดออกมาเลยเป็นไงดีไหม" 

อูย "ทะ…ทำไมถึงโหดตลอดเลย คนเราอะ" คนเป็นน้อง หลังจากโดนดุไปขนาดนั้น ก็ยังไม่เข็ด ยังคงทำเสียงเล็กเสียงน้อย และท่าทีกวนประสาทของภูวาอยู่ร่ำไป 

"……." ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ คน อย่างมึงเนี่ย ไอ้เด็กตัวขาว 

"ไม่พูดแล้วก็ได้ คนอะไรไม่มีอารมณ์ขันเลย พี่รู้ไหม ถ้าพี่ลดความโหดลงหน่อย มันจะช่วยให้พี่ จากหล่ออยู่แล้ว หล่อกว่าเดิมอีกนะ และที่สำคัญยิ่งทำให้คนเข้าหาพี่มากด้วยนะ" 

"ไม่จำเป็น แค่นี้คนก็เข้าหากูทุกวันอยู่แล้ว หรือ เมื่อกี้มึงไม่ได้ยิน" 

"ได้ยิน รู้แล้วว่าเด็กเยอะ ไม่ต้องย้ำ ย้ำจริง ย้ำจัง เอาจริง ๆ จุดประสงค์ของผมแค่อยากให้พี่ภูวาพูดดี ๆ กับผมบ้าง ก็เท่านั้นเอง" น้ำนิ่งพูดออกไปพร้อมกับจ้องหน้าคนเป็นพี่ที่มองมาอยู่แล้วอย่างไม่กลัวสิ่งใด 

"หึ อยากให้กูพูดดีก็มาเป็นเด็กกูสิ รับรองกูจะพูดหวาน ๆ กับมึงทั้งคืนแน่นอน" 

"พี่แม่ง! ลากลงเรื่องใต้สะดือตลอด ผมจริงจังนะโว้ย! จริงจังอะจริงจัง ยูโน" 

"ไปโนไกล ๆ ตีนกูไป" 

"เหอะ ไม่พูดกับพี่กล้ว" คนตัวเล็กว่าพลางยกมือขึ้นมากอดอกของตนเอง พร้อมกับเบนหน้าหนีจากคนตรงหน้า ไม่อยากมอง 

"สะบัดเก่ง เดี๋ยวมึงได้สะบัดต่อใต้ตีนกูแน่นอน กูขอสั่งให้มึงหันกลับมามองกูเดี๋ยวนี้ มึงไม่มีสิทธิ์เมินกู!" เมิน เมินกูเก่ง เมินกูกี่รอบแล้วห๊ะ มึงยังถือว่าโชคดีที่กูเห็นแก่ตัวขาว ๆ และปากแดง ๆ ของมึง ไม่งั้นมึงได้ไปหยอดข้าวต้มที่โรงบาลแน่ไอ้เด็กเวร 

"….." น้ำนิ่งยังคงนั่งนิ่งไม่ทำตามคำสั่งของภูวา 

"ยัง จะหันมาไหม" ภูวาถามเป็นครั้งที่สอง แน่นอนในเมื่อมันอยากลองดี จะไม่มีการพูดเป็นครั้งที่สาม 

  

ภูวายื่นมือของตนเองไปจับไว้ที่ใบหน้าของคนตัวเล็ก พร้อมกับออกแรงบีบและบังคับใบหน้าของน้ำนิ่งให้หันมามองกัน 

"โอ๊ยยยย พี่เจ็บผมเจ็บ ปล่อยผม มันเจ็บจริง ๆ นะ ปล่อยผมเถอะขอร้อง" น้ำนิ่งส่งเสียงอ้อนวอนไปยังคนตรงหน้า ที่ตอนนี้กำลังออกแรงบีบหน้าของผมอยู่ ไม่มีวี่แววจะเบาลงเลย 

"อึก ผมเจ็บ พี่ภูวา!!" เหมะ น้ำตาของน้ำนิ่งไหลลงมาหนึ่งหยด จากดวงตาที่มันเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา 

"ผมทำผิดอะไรเหรอ ถึงต้องบีบหน้ากัน จนผมได้กลิ่นคาวเลือดในปากของผมแบบนี้" คนตัวเล็กถามคนตรงหน้าไปทั้ง น้ำตาพร้อมกับการตัดพ้อเล็ก ๆ จนทำให้คนที่กำลังลงมือบีบหน้าของน้อง ปล่อยมือออก เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่มีน้ำตาของคนตรงหน้า 

"ร้องทำเชี่ยอะไร" ภูวาเอ่ยถาม "ก็กูพูดแล้วมึงไม่ฟังกูเอง ถ้าจะโทษก็โทษตัวมึง!" ภูวาว่าออกไปอย่างไม่แยแส 

"งั้นแสดงว่าผมก็ผิดสินะ หึ ผิดทุกอย่างเลยเนาะ ฮ่า ๆ" 

"เป็นอะไรของมึงเป็นบ้ารึไง ทำตัวน่ารำคาญ" ภูวาถามคนตรงหน้าออกไปด้วยความไม่เข้าใจ ในสิ่งที่น้ำนิ่งกำลังเป็นอยู่ 'เป็นผู้ชายแต่แม่งอ่อนแอฉิบหาย' 

 

อึก น่ารำคาญอีกแล้ว ทุกครั้งที่เจอกันพี่เขามักจะพูดคำ ๆ นี้กับผม คงจะน่ารำคาญจริง ๆ สินะ 

"งะ…งั้นผมขอช็อปกับเกียร์ของผม ที่พี่เอาไปได้ไหมครับ ผมตามหาพี่ก็มีธุระแค่นี้แหละครับ ถ้าผมได้ของของผมแล้ว ผมจะไม่มาให้พี่รำคาญใจอีกครับ" 

"อยากได้ก็ไปเอาที่ลานเกียร์กับกู มันอยู่ที่นั่น" 

"งั้นผมไปเอาพรุ่งนี้แล้วกันครับ ผมง่วงอยากกลับหอแล้วครับ" 

คนตัวเล็กพูดออกไป ในขณะที่เจ้าตัวกำลังนั่งก้มหน้าเพื่อหลบซ่อนน้ำตา ที่มันทำท่าจะไหลงลงมาอีกรอบ 'ทำไมมึงขี้แยจังวะตั้งแต่พบพี่เขา อะไรนิดอะไรหน่อย น้ำตาแม่งต้องไหลตลอด ขนาดคบกับพี่ธัญแล้วทะเลาะอย่างรุนแรงน้ำตาไม่คิดจะไหล' 

"ถ้าไม่ไปกับกู ก็ไม่ต้องเอา" คนเป็นพี่ยื่นคำขาด 

"ทำไมถึงชอบบังคับกัน" น้ำนิ่งเงยหน้าขึ้นไปถามคนตรงหน้า 

"แล้วทำไมมึงถึงดื้อกับกู กูพูดครั้งเดียวก็น่าจะรู้เรื่องแล้วไหม ทำไมต้องให้พูดซ้ำ!" 

"ก็พี่ไม่ใช่เจ้าชีวิตผม ทำไมผมต้องฟังพี่ด้วยครับ พี่ก็แค่รุ่นพี่ในคณะก็เท่านั้น ไม่มีความจำเป็นที่ผมต้องทำในสิ่งที่ผมไม่อยากทำ แล้วพี่ยิ่งบังคับผม มันยิ่งทำให้ผมต่อต้านพี่นะรู้ไหม" น้ำนิ่งเถียงออกไปอย่างไม่ยอมเช่นกัน 

"ไม่รู้" ภูวาตอบออกไปทันทีอย่างที่ไม่ต้องคิด 

"พี่ พี่แม่ง ดื้อด้านสิ้นดี ว่าแต่ผมดื้อพี่โครตของ โครตดื้อเลย เหอะ ผมพูดไปตั้งยาว ตอบมาแค่สองคำ" 

"กูดื้อ" คนเป็นพี่ถามย้ำออกไปอีกครั้งพร้อมกับยกนิ้วชี้มาที่ตนเอง ตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ไม่เคยมีใครที่จะบอกว่า ผมดื้อ เลยสักคน 

"ใช่ โครตดื้อเลยครับ" 

"เหรอ" 

"ครับ" 

"ก็ดี งั้นถ้ากูดื้อกูก็จะดื้อให้ถึงที่สุด ดื้อจนคนอย่างมึงเทียบไม่ติดด้วยซ้ำ" ภูวาลุกขึ้นยืน พร้อมกับฉุดมือของน้ำนิ่งให้ยืนขึ้นตามอย่างไม่เบามือ 

"ไป" 

"ไปไหนครับ" ภูวาไม่ตอบอะไรน้ำนิ่งกลับมา นอกจากลากน้ำนิ่งให้เดินไปตามทางที่ภูวานั้นลากจูง 

 

น้ำตาของผมที่มันเอ่อล้นในตอนแรก แต่ในครานี้มันกลับหายไปเป็นปลิดทิ้ง เมื่อคนตรงหน้าถามว่าตัวของเขา ดื้อ เหรอ ผมอยากจะบอกว่า ถึงคำพูดและท่าทางของเขาจะดูนิ่ง ๆ ดุร้าย ทำผมเลือดตกยางออกไปบ้าง แต่สำหรับผมคำว่าดื้อที่ออกจากปากของเขามานั้น มันชั่งน่ารักมากเลยสำหรับผม 

  

 

  

  

อะไรนะที่แข็งกว่าหิน 

  

เข้ามาพูดคุยกัน ได้ที่เฟซบุ๊ก : นักเขียน หน้าใหม่ ได้นะคะ 

สามารถเข้าไปเล่นแท็กในทวิตเตอร์ โดยใช้ 

#ภูวาน้ำนิ่ง 

ส่วนทวิตของไรท์ @Mousyy8893 

ไปเล่นกันเยอะ ๆ น๊า 

ช่วยคอมเมนต์และรีวิวเพื่อเป็นกำลังให้นักเขียนด้วยนะคะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว