เรื่องนี้มีทั้งค้ายา ติดยา เซ็กส์ พระเอกอาจจะเลวที่สุดเท่าที่คุณเคยอ่านมา

ตอนที่ 15 ตามหาความจริง 100%

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 ตามหาความจริง 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2563 16:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 ตามหาความจริง 100%
แบบอักษร

แสงแดดจางๆยามเช้าสะท้อนผ่านม่านสีขาวผืนใหญ่ที่บดบังทัศนียภาพภายนอก ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ลืมขึ้น ภาพเพดานสีขาวอันคุ้นเคยปรากฎสู่สายตา เสียงลมหายใจผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน สมองเขาว่างเปล่าเหมือนกราฟที่แสดงเส้นตรง

เบลกะพริบตาอย่างเชื่องช้าและเนิ่นนาน ก่อนจะขยับตัวแล้วพบว่าร่างกายเกือบทุกส่วนประท้วงด้วยความปวดร้าว ราวกับเพิ่งผ่านศึกหนัก เขาระลึกได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อทุกภาพทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล่นเข้ามาในห้วงความทรงจำ

อยากจะกดดีลีทมันออกจากสมองได้เหมือนเครื่องจักร

แต่มันไม่ได้ง่ายเหมือนอย่างที่ใจต้องการ เขาจึงทำได้เพียงอดทน ยอมรับและปล่อยให้ความรู้สึกกัดกินจิตใจ เฝ้าบอกตัวเองซ้ำๆว่ามันผ่านไปแล้ว วันนี้เขาอ่อนแอ แต่พรุ่งนี้เขาจะเข้มแข็ง กลไกธรรมชาติสอนให้คนปกป้องตัวเองจากความเจ็บปวดเสมอ และมันคงจะเป็นแบบนั้นหากไม่มีปัจจัยอื่นมารบกวน

ถ้าเพียงแต่...

 

“ลุกไหวหรือเปล่า” พวกเขาไม่อยู่ตรงนี้

 

ร่างสูงของเทพบุตรที่กลายร่างเป็นปีศาจร้ายเมื่อคืนปรากฏตัวขึ้นในเวลาไม่สมควรมากที่สุดในความคิดเขา เพราะมันกำลังบั่นทอนความสามารถในการจัดการความรู้สึกของเขา

 

เบลมองตามร่างสูงทั้งสองในชุดลำลองเคลื่อนไหวอย่างใจเย็น แทบไม่เหลือเค้าของคนใจร้ายในความทรงจำ คิมเดินไปเลื่อนม่านตรงหน้าต่างออกครึ่งหนึ่งเพื่อให้แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาสร้างความสดชื่นให้คนที่เพิ่งตื่นจากนิทรา ก่อนจะมาหย่อนตัวลงนั่งข้างๆร่างบางที่ว่างอยู่ ซึ่งอีกฝั่งหนึ่งถูกครามจับจองไว้ก่อนแล้ว ไม่มีการคุกคามใดๆ มีแต่แววตาที่อ่อนโยนที่ทอดมองโดยปราศจากคำพูด

 

ร่างสูงทั้งสองเฝ้ามองเขาดูเขาพยุงตัวเองพิงหัวเตียงอย่างทุลักทุเล คิมกับครามไม่แตะร่างบางแม้ปลายนิ้ว ไม่ใช่เพราะเย็นชาหรือไม่คิดจะช่วย พวกเขารู้ว่าเบลยังไม่พร้อม

 

“เบล”

 

ครามเป็นฝ่ายออกปากเรียก ก่อนความเงียบจะทำลายบรรยากาศ ร่างบางไม่โต้ตอบ รอให้ร่างสูงทั้งสองเป็นฝ่ายแสดงทุกอย่างออกมาเอง หรืออีกนัยหนึ่งคือเขาไม่มีอะไรจะพูดกับอีกฝ่ายตอนนี้ ในเมื่อคืนเขาได้อธิบายทุกอย่างไปแล้ว แต่ทั้งสองไม่รับฟัง ไม่เชื่อ และตัดสินไปแล้วว่าเขาทำ ไร้ประโยชน์ที่จะอธิบาย

 

ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นแล้วก็ต้องชะงักอยู่อย่างนั้นตอนที่เห็นปฏิกิริยาของร่างบาง เบลเผลอเบี่ยงหน้าหนีสัมผัสโดยไมรู้ตัว เขาไม่ได้ตั้งใจ แต่มันเป็นไปเองอัตโนมัติ

 

คิมและครามรู้ดีว่าตนเป็นต้นเหตุ จึงรอจนกว่าคนตัวเล็กจะหายเกร็งก่อน ถึงกล้าแตะหลังมือลงบนแก้มและริมฝีปาก แรงกดเบาๆทำให้เบลรู้ว่ามีบาดแผลเกิดขึ้นจากที่คนตัวสูงทำ ใบหน้าหล่อของทั้งคู่เอียงลงเล็กน้อยติดจะก้ม เบลไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองหรือเปล่าว่าคิมและครามดูสลดลง หลังจากที่ดวงตาคมคู่นั้นหลุบลงมองเห็นร่องรอยบาดแผลจากฝีมือตัวเอง

 

เพราะยังไม่เห็นร่องรอยบาดแผลของตัวเอง เบลเลยไม่รู้ว่ามันดูแย่จนทำให้ร่างสูงทั้งสองรู้สึกผิดต่อเขาได้อย่างไร แต่ตอนที่นิ้วอุ่นนั้นลากผ่าน ความอ่อนโยนมหาศาลที่เจือปนในสัมผัสทำให้เขาจนต่อคำพูด เหมือนมีลมบางเบาปัดเป่าความเจ็บปวดให้จางหายไป แทนทุกการปลอบประโลมและอ้อนวอน คิมมองลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวย ไม่ได้แตะต้องคนตัวเล็กแรงเกินกว่าใช้ปลายนิ้วลงบนผิวแก้มและลำคอ

 

“เจ็บหรือเปล่า”

 

เบลไม่ตอบเพราะมั่นใจว่าคิมไม่ได้ถามเพื่อต้องการคำตอบ มือบางกำผ้านวมบนตักแน่นขึ้น พลางก้มลงมองมือของตัวเองที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ก่อนจะเอ่ยปากพูดบางสิ่งที่อยู่ในใจ

“ผมไม่ได้ทำ... ผมไม่รู้จริงๆ” ร่างบางเอ่ยอย่างแผ่วเบา เสียงสั่นเครือ ดวงหน้าสวยยังก้มอยู่อย่างนั้น

 

ถึงจะไม่ใช่คำตอบที่ถามร่างบางออกไป แต่กลับทำให้ครามก้มลงก่อนจะเปลี่ยนสัมผัสมาประคองแขนบางมากำไว้ในมือตัวเองทั้งสอง ความอบอุ่นที่อุ่นจนเกือบร้อนทำให้เบลสั่นไหว รูปแบบการแสดงออกที่ต่างกันอย่างสุดขั้วสร้างความประหลาดใจ

 

“ขอโทษ”

 

เบลไม่ได้เตรียมใจไว้สำหรับคำคำนี้ ดวงหน้าหวานเงยขึ้นอย่างแปลกใจ พยายามจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมให้เห็นถึงความหมายแฝง แต่ไม่เลย กระแสความอ่อนโยนเอ่อล้นจนปิดบังทุกอย่าง

 

“พวกพี่เชื่อผมใช่ไหม” เมื่อไม่เข้าใจท่าทีของร่างสูง เบลจึงถามออกไป เขาไม่อยากจะเชื่อ เพราะเมื่อคืนเขาพูดคำพวกนี้ออกไปเกือบร้อยรอบ แต่คิมและครามไม่ฟัง กลับลงโทษเขาอย่างเจ็บปวด ครามไม่ได้ตอบคำถาม กลับโน้มตัวเข้ามาหา ความอ่อนโยนอย่างต่อเนื่องทำให้เบลไม่คิดหลบหลีกเขาอีกต่อไป

 

ร่างสูงเกลี่ยผมที่ปรกหน้าผากสวยออก แล้วแทนที่ด้วยจูบหวาน มันเป็นจูบที่อ่อนหวานและนุ่มนวนที่สุดที่เขาเคยได้รับ ก่อนจะผละออกอย่างเชื่องช้า

 

“เชื่อสิ”

 

คล้ายกับลูกตุ้มที่แกว่งไปมา คิมกับครามทำให้เขารู้สึกดีที่สุด และแย่ที่สุด พร้อมกันนั้นก็ทำให้เจ็บปวดที่สุดและบรรเทาลงภายในระยะเวลาสั้นๆ

 

“มึงไม่ต้องคิดมาก อยู่เฉยๆ พักผ่อนให้สบาย ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น” คิมพูดพลางลูบหัวร่างบางอย่างอ่อนโยน ก่อนมือหนาจะล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงที่สั่นมาสักพัก

 

เบลมองดูคิมรับโทรศัพท์ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ปลายสายคงจะคุยเรื่องสำคัญไม่น้อย ถึงทำให้คิมแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมาแบบนี้

 

หลังจากคิมวางโทรศัพท์ก็เดินตรงเข้ามาหาครามทันที สีหน้าและแววตาบ่งบอกทุกอย่าง ความเป็นเพื่อนรักทำให้เข้าใจกันได้โดยไม่ต้องพูดบอกอะไร ครามพยักหน้าตอบเป็นนัยว่าพร้อมแล้ว

 

“มึงกินยาแล้วนอนพักซะ” ครามออกปากบอกติดจะสั่ง เบลเหลือบมองที่โต๊ะตรงหัวเตียงมีแก้วน้ำเล็กๆที่บรรจุยาสองเม็ดไว้ภายในพร้อมน้ำเปล่าเตรียมไว้แล้ว

 

“แล้วพวกพี่จะไปไหน” เบลถามออกไปเพราะดูเหมือนคิมและครามกำลังเตรียมตัวออกไปข้างนอกด้วยท่าทางที่เร่งรีบ

 

“ก็ไปลากคอคนที่มันทำกับมึงไว้ไง”

 

 

 

 

เครื่องยนต์ออกตัวด้วยความเร็วคงที่ คิมและครามขับรถออกมาทันทีหลังจากที่ลูกน้องสืบทราบร้านสักลายรูปมังกร ซึ่งหมือนกับคนที่นอนกับเบลในรูป เขาให้ลูกน้องคอยเฝ้าอยู่แถวร้านสักเพื่อสังเกตการณ์ และเหมือนโชคจะเข้าข้างเขา เพราะตอนนี้ไอ้เลวนั่นอยู่ในร้านสักนั้นด้วย

 

ความเร็วของรถค่อยๆลดลงเรื่อยๆก่อนจะเลี้ยวในสถานที่คล้ายๆโกดังตรงสุดของถนน ครามขยับตัวออกจากเบาะที่นั่งทันทีที่คิมจอดรถสนิท มือหนาของคิมคว้าปืนสั้นกระบอกสีดำสนิทลงมาด้วย

 

ประตูไม้เก่าๆถูกผลักออกด้วยความแรง มีคนนั่งอยู่ในนั้นสี่ห้าคน หนึ่งในนั้นมีช่างที่กำลังสักลายอยู่ด้วย คนที่กำลังสักเหมือนกับสักเพิ่มจากลายเดิม คิมเพ่งพินิจดูรอยสักรูปมังกรบนท่อนแขน และเขาก็ไม่ได้โง่พอที่จะไม่รู้ว่ารอยสักนี้คือรอยเดียวกันกับผู้ชายที่นอนกับเบลในรูป

 

เป็นมันนั่นเอง...

 

ทุกคนในร้านหันมองมาที่คิมและครามเป็นตาเดียว ครามเป็นคนเดียวที่ไม่ได้ถือปืน เขาเดินดุ่มๆ ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ มือสองข้างคว้าคอเสื้อ ก่อนจะออกแรงกระชากจนอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวตัวเสียหลัก

 

คนในร้านดูตกใจ ก่อนจะลุกฮือเหมือนจะเข้ามาช่วย แต่ลูกน้องของคิมและครามที่กระจายตัวยืนอยู่ก็ยกปืนขึ้นจ่อหัวพวกนั้นทันที

 

“อ๊ะ อ๊ะ อยู่เฉยๆดีกว่า กูแค่มาหาไอ้นี่คนเดียว” คิมพูดพร้อมรอยยิ้มเหยียด บอกเป็นนัยว่าอย่าเข้ามายุ่งถ้าไม่อยากเดือดร้อน ทุกคนในร้านมองหน้ากันก่อนจะลุกเดินออกจากร้านทันที รวมถึงเจ้าของร้านสักด้วย เพราะคิดว่าสู้ไม่ได้แน่ทั้งกำลังและอาวุธอีกอย่างก็ไม่ใช่เรื่องของพวกเขา ในร้านตอนนี้จึงเหลือแค่ ชายหนุ่มเจ้าของรอยสักรูปมังกร

 

“พวกมึงเป็นใคร ต้องการอะไร” ชายหนุ่มที่ถูกครามกำคอเสื้ออยู่นั้นเอ่ยปากถาม เขามั่นใจว่าไม่เคยรู้จัก คิมและครามมาก่อน และไม่เข้าใจว่าคิมและครามต้องการอะไรจากเขา เขาจ้องตาเขม็งเพื่อเอาคำตอบ

 

“หึ พวกกูเป็นใคร มึงไม่ต้องรู้หรอก กูแค่อยากถามมึงว่าคนในรูปนี้มึงใช่ไหม”

 

คิมส่งรูปที่ถูกแปะติดรอบมหาวิทยาลัย เป็นรูปที่ร่างบางถูกบุคคลปริศนาโอบกอดอยู่บนเตียง ชายคนนั้นเห็นเพียงท่อนแขนที่มีรอยสักรูปมังกร หลังจากที่คิมส่งรูป บุหรี่หนึ่งมวนถูกขึ้นมาคาบปากลวกๆ มือข้างที่ว่างอยู่จากการถือปืนจุดไฟแช็กที่ปลายมวนบุหรี่ ก่อนจะจ้องคนตรงหน้าอย่างเอาคำตอบทันทีที่บุหรี่ติดไฟ

 

ชายคนดังกล่าวรับรูปใบหนึ่งจากคิม เป็นรูปที่เขาคุ้นเคย ก็แน่ละ เขาเป็นคนถ่ายมันด้วยมือของเขาเอง แต่เขาไม่รู้ว่ารูปนี้มันเกี่ยวอะไรกับคนพวกนี้กัน เขาจึงถามเพื่อหยั่งเชิง

 

“ถ้าใช่...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกมึงวะ”

 

คำตอบของชายคนนั้นทำให้ครามค่อยๆคลายคอเสื้อที่กำอยู่แน่น และปล่อยในที่สุด ครามใช้มือลูบไล้ริมฝีปากตัวเองไปมาเพื่อระงับอารมณ์ความโกรธ ก่อนจะซักคนตรงหน้าต่อ

 

“บอกกูมาคืนนั้นมึงทำอะไรกับเด็กในรูป”

 

คำถามของครามทำให้ชายตรงหน้ากระตุกยิ้มเยาะ เขาหัวเราะในลำคอ เมื่อเดาได้ว่าเด็กในรูปคงมีความสำคัญกับคนพวกนี้ จึงพูดกวนประสาทต่อ

 

“ทำไมวะ พวกมึงจะให้กูบอกด้วยไหมว่ากูเอามันกี่ท่า ท่าไหนบ้าง”

 

“ไอเหี้ย!!!” เหมือนเขาจะจี้จุดคิมและครามถูก ทันทีที่พูดจบคิมก็สบดออกมาทันที ก่อนปลายกระบอกปืนเล็งชี้ไปที่หัวคนตรงหน้า เพื่อเตือนว่า พวกเขาไม่ใช่คนที่จะมาพูดเล่นด้วย

 

“ได้! ในเมื่อกูถามดีๆมึงไม่พูด งั้นกูจะให้เวลามึงคิดทบทวนแล้วกัน”

 

พูดจบคิมก็พยักพเยิดกับครามก่อนจะถอยออกมาคนและก้าวมานั่งตรงเก้าอี้ที่อยู่ด้านหลังอย่างใจเย็น บรรดาลูกน้องเมื่อเห็นว่าคิมและครามถอยออกมา ก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาต้องทำอย่างไรต่อ

 

เสียงหมัดดังขึ้นต่อเนื่องไม่หยุด ยักษ์มือขวาของคิมดูน่ากลัวที่สุด ใบหน้าถมึงทึงเมื่อปล่อยให้ผู้ชายคนนั้งลงไปนอนกับพื้นใบหน้าเกรอะกรังไปด้วยคราบเลือดไม่ได้หยุดการกระทำที่โหดร้ายที่เขาทำอยู่เลย ฝ่าเท้ายังตามไปอัดซ้ำๆเข้าชายโครงจนอีกคนตัวงอ คิมและครามดูไม่ทุกข์ร้อนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ร่างสูงสูบบุหรี่อย่างสบายอารมณ์ มือก็ถือปืนแกว่งไปมา

 

“ อึก” เสียงกระอักดังขึ้นเบาๆ ท่ามกลางเสียงกระทืบและลมหายใจ เลือดสีแดงพุ่งออกจากริมฝีปาก ตามตัวเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ครามเดินเข้ามาดันไหล่ผู้ชายคนนั้นให้นอนหงาย ก่อนจะนั่งยองๆ

 

“ทีนี้บอกได้หรือยังว่ามึงมายุ่งกับคนของกูทำไม!” ครามพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก มองผู้ชายที่มีสภาพปางตายด้วยความน่ากลัว

 

“ยอมแล้ว อย่าฆ่ากูเลย มีคนจ้างให้กูจัดฉาก แล้วถ่ายรูปตอนที่อยู่บนเตียงกับเด็กนั่น” เขาพูดคำสารภาพที่สั่นเครือไปด้วยความกลัว พร้อมยกมือไหว้ขอความเมตตา

 

“ใคร... ใครจ้างมึง” คิมที่ยืนฟังอยู่ก็ถามขึ้น

 

“กูไม่รู้จัก เขาจ้างกูมาอีกทอดหนึ่ง คุยกันผ่านโทรศัพท์เท่านั้น

 

“ คิมเดินเข้ามานั่งยองใกล้ๆคนตอบ มือหนาบีบเข้าแรงๆที่สันครามของชายคนนั้น พร้อมพลิกใบหน้าไปมา

 

“อย่างนั้นมึงโทรนัดคนที่จ้างมึงหน่อย กูอยากรู้จัก”

 

“ได้ ได้สิ” ด้วยความกลัวชายหนุ่มกุลีกุจอควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋า ก่อนจะส่งข้อความนัดแนะกับปลายสายตามสถานที่ และเวลา ตามที่เขาบอก

 

“ กูนัดให้แล้ว ปล่อยกูไปเถอะ” ชายหนุ่มร้องขอเสียงสั่นเครือด้วยความกลัว

 

“ปล่อยน่ะปล่อยแน่...ว่าแต่ มือข้างนี้ใช่ไหมที่โอบคนของกู” มือหนากำข้อมือของชายหนุ่มแน่นจนเห็นเส้นเลือด พลางจับสะบัดไปมา ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง ปืนพกสั้นที่ถือไว้ในมือถูกจ่อขึ้นปลายกระบอกปืนเล็งไปที่มือข้างที่ใช้โอบร่างบาง ครามเมื่อเห็นการกระทำของเพื่อนรักก็รับรู้ได้ในทันที เขาหันหลังเดินไปรอที่รถเพื่อเตรียมตัวจะไปตามสถานที่ที่นัดกับคนบงการ

 

“ปัง !!!!”

 

“อ๊ากกกก!!!”

 

เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด ตามด้วยเสียงหวีดร้อง จากนั้นร่างสูงของคิมเดินออกมา พร้อมส่งสัญญาณกับครามที่ยืนรออยู่ที่รถ

“ไป”

 

 

 

 

 

เครื่องยนต์ดับสนิททันทีที่รถเคลื่อนตัวมาถึงจุดหมาย ที่เขาสั่งให้ไอ้เลวนั่นให้นัดกับคนสั่งการ มันไม่ที่อื่นไหนเลย เป็นโรงแรมม่านรูดสถานที่ที่ปรากฏอยู่ในรูปนั่นเอง

 

คิมและครามเดินมาถึงห้องที่ชายคนนั้นบอก เขามองดูนาฬิกา ล่วงเลยเวลานัดมาแล้วประมาณ สิบนาที ครามมองหน้าเพื่อนรักที่ใจจดใจจ่ออยู่กับบานประตูห้องตรงหน้า ก่อนจะตัดสินใจเคาะประตู

 

ไร้เสียงตอบรับ มีเพียงแค่เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้บานประตูเข้ามาเรื่อยๆ คิมและครามเมื่อรู้ว่ามีคนอยู่ในห้องและกำลังใกล้เข้ามาจึงถอยออกมาตั้งหลักคนละก้าว คิมกำปืนที่ถืออยู่ในมือแน่นมองประตูที่กำลังค่อยๆเปิดออกอย่างไม่ละสายตา

 

“นัดมาทำไม ค่าจ้างกูก็จ่าย….” บุคคลปริศนาพูดพร้อมกับบานประตูที่เปิดออก ทว่าดูเหมือนกับรูปประโยคจะยังไม่สมบูรณ์ เพราะคนพูดชะงักไปเมื่อเห็นร่างสูงสองคนตรงหน้า

 

ซึ่งไม่ควรจะอยู่ตรงนี้...ในเวลานี้…

 

คิมและครามมองคนตรงหน้า ความโกรธแค้นที่สะสมมาถูกแทนที่ด้วยความสงสัย

 

“หึ” คิมหัวเราะในลำคอทันทีใบหน้าของคนบงการ นี่มันตลกร้ายเสียจริงๆ

 

ก่อนจะเป็นครามที่กล่าวทักคนตรงหน้าที่ดูเหมือนตอนนี้สติจะไม่อยู่กับตัวเสียแล้ว...

 

“ไง…”

 

 

 

 

70%

 

 

ร่างบางก้าวออกมาจากห้องน้ำ มือบางใช้ผ้าขนหนูซับผมที่เปียกอยู่ให้พอหมาดๆ ตอนนี้นอกจากเขาแล้วไม่มีใครอยู่ในห้อง เบลมองร่องรอยของการผ่านกิจกรรมอันหนักหน่วงที่บนเตียง แล้วถอนหายใจ พยายามไล่ความคิดไร้สาระออกจากหัว ไม่ใช่ครั้งแรกเพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องดูแลตัวเองลำพัง เคยทำอย่างไร ครั้งนี้เขาก็ต้องทำได้

 

มือบางถอดผ้าปูที่นอนที่เลอะครามน้ำรักสีขาวขุ่น แล้วจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนผืนใหม่ ก่อนจะเดินไปเทยาแก้ปวดสองเม็ดที่ครามเตรียมให้ออกมาแล้วใส่เข้าปากพร้อมดื่มน้ำตาม จริงๆแล้วคิมกับครามไม่จำเป็นต้องบังคับเขาด้วยซ้ำเพราะเขารู้ว่าควรทำอย่างไร แต่ก็ยอมรับว่าการใส่ใจเล็กๆน้อยๆของร่างสูงมีส่วนทำให้เขารู้สึกดีขึ้น

 

เบลล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ไม่ได้กะจะหลับยาว เพียงแค่พักให้ยาออกฤทธิ์แล้วจะลุกไปทำกิจวัตรตามปกติ

 

ทว่าร่างบางล้มตัวลงนอนได้เพียงไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

 

ยังไม่ทันที่เบลจะลุกขึ้นไปเปิด ประตูก็ถูกเปิดออกจากด้านนอกเสียก่อน ร่างสูงของคิมและครามเดินเข้ามาพร้อมกับคนที่เขาไม่คิดว่าจะมาด้วยกันได้ และเป็นคนที่เขารู้จักดี

 

“กาย”

 

เบลเอ่ยเรียกเพื่อน สีหน้าของกายดูไม่ค่อยตีนัก ใบหน้านั้นติดจะก้มอยู่ตลอดเวลา เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมกายถึงมากับคิมและครามได้ หรือว่าเป็นเพราะพวกนั้นทำอะไรเพื่อนเขา ความสงสัยก่อตัวขึ้นทันที

 

“…”

 

“พี่ทำอะไรเพื่อนผม”

 

คำถามของเบลทำเอาคิมแทบจะหัวเราะออกมา มือหนาคว้าเข้าที่เรือนผมของกายก่อนกระชากให้เงยหน้าขึ้น

 

เมื่อเห็นการกระทำของคิม ดวงตาหวานเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนรีบก้าวเข้าไปหมายจะช่วยเพื่อน แต่ถูกครามดึงตัวหน้าไว้เสียก่อน

 

“นี่เพื่อนมึงหรอวะ กูเพิ่งรู้นะว่าคนเป็นเพื่อนกันเขาทำกันอย่างนี้”

 

“กายทำอะไร นี่มันเรื่องอะไรกัน ผมงงไปหมดแล้ว” เมื่อไม่เข้าใจเบลจึงถามต่อ

 

“เอ้าบอกเพื่อนมึงไปสิ ว่ามึงทำอะไร” ครามกระชากเรือนผมของกายผลักไปมา เพื่อสั่งให้กายพูดความจริงออกมา

 

กายน้ำตาร่วงเผาะ เงยมองใบหน้าหวานของเบลที่สะท้อนความเป็นห่วงมายังเขา ความรู้สึกผิดเอ่อล้นมากระจุกอยู่ที่อก ก่อนจะเอ่ยคำสารภาพ

 

“วันนั้นเราได้ยินเจนนี่คุยกับนัทเรื่องเบล นัทบอกว่าจะนัดเจอเบล เรากลัวนัทจะทำแผนไม่สำเร็จเพราะเป็นคนใจอ่อน เราเลยสวมรอยวางแผน จ้างคนมาจัดฉากที่ณงแรมม่านรูดแล้วก็ถ่ายรูปไว้”

 

เบลได้ยินคำสารภาพของเพื่อน เรี่ยวแรงเหมือนจะอ่อนลงเสียดื้นๆ ใจดวงน้อยของเขารู้สึกราวกับมีเข็มนับพันมาทิ่มแทงเข้าที่กลางหลัง นี่หรือคนที่เรียกว่าเพื่อน ทำไมทำกันได้ลงคอ เกิดความถามมากมายขึ้นในหัว แต่ที่อย่างรู้ที่สุดก็คือกายมีเหตุผลอะไรที่ทำแบบนี้

 

“ทำไม…” ถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ดวงตามีน้ำอุ่นๆเอ่อล้นและพร้อมจะไหลลงมาทุกเมื่อ

 

“…..” กายกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก มองหน้าครามและคิมที่รอฟังเหตุผลเช่นกัน

 

เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ตอบ ร่างบางจึงย้ำถามอีกครั้ง

 

“เราถามว่ากายทำแบบนี้ทำไม!”

 

“ก็เพราะเราชอบพี่คิมกับพี่ครามไง! เบลก็รู้ว่าเราปลื้มพี่เขา… เบลก็ยังจะไปยุ่ง ไปอ่อยพี่เขา ทำให้พวกพี่เขาหลงหัวปักหัวปำ”

 

“….”

 

“คนเป็นเพื่อน เขาไม่ยุ่งกับคนที่เพื่อนชอบหรอกนะ”

 

กายเอ่ยความรู้สึกที่เก็บอยู่ในใจจนหมดเปลือก เขาไม่ได้อยากทำแบบนี้ แต่มันห้ามความรู้สึกที่มีไม่ได้ เพราะทั้งๆที่รู้ว่าเขาชอบพี่คิมกับพี่คราม แต่เบลก็ยังเข้าไปยุ่ง ก่อนหน้านี้ก็ทำเป็นเกลียดพี่คิมกับพี่ครามของเขา แต่ปากก็ไม่ได้เกลียดดังว่า คนเกลียดอะไรนอนด้วยกัน อยู่ด้วยกัน

 

คำพูดอย่าง การกระทำอีกอย่าง….

 

แต่…เหตุผลทั้งหมดที่เขากล่าวมานี้คงจะมีหนึ่งคำที่แทนความรู้สึกของเขา ‘อิจฉา’

 

ก็นั่นแหละ เขาอิจฉาเพื่อนของเขาเอง….

 

“หึ” เมื่อฟังเหตุผลของกาย ร่างบางกลับหัวเราะออกมาราวกับฟังเรื่องตลก

 

“นายจะไปรู้อะไร นายคิดว่าเราอยากอยู่ตรงนี้เหรอ คิดว่าที่เป็นอยู่เรามีความสุขเหรอ… หึ… แต่ช่างเถอะ นายมันไม่รู้อะไรอยู่แล้ว…”

 

เปล่าประโยชน์ที่จะอธิบาย มือบางปาดน้ำตาที่อาบแก้มทั้งสองข้าว เขาอยากอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนฟังเหลือเกิน เขาไม่ได้อยากอยู่ตรงนี้ ไม่ได้อยากทำแบบนี้ แต่เขาไม่มีทางเลือก เขาพูดไม่ได้ บอกใครไม่ได้ เหมือนคนน้ำท่วมปาก….

 

“เหตุผลมึงนี่โคตรเหี้ยเลยวะ กูนับถือความใจจืดใจดำของมึงจริงๆ” ครามที่ฟังอยู่ก็พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าเบลกำลังกลืนไม่เข้าคลายไม่ออก

 

“เหตุผลของมึงนี่โคตรเห็นแก่ตัว แล้วกูจะบอกอะไรมึงให้นะ ต่อให้บนโลกใบนี้เหลือมึงแค่คนเดียว กูก็ไม่เอา”

 

“อย่าพูดให้เปลืองน้ำลายเลย มึงจะให้กูจัดการกับเพื่อนทรยศมึงยังไงเบล” คิมถามขึ้น น้ำเสียงเคร่งเครียดกต่ำในลำคอ กับดวงตาจริงจังไร้วี่แววการล้อเล่น แต่รู้ว่าใครทำแล้วมันจะยังไง ในเมื่อเรื่องมันก็เกิดไปแล้ว

 

“ปล่อยเขาไปเถอะครับ” คำตอบของเบลทำให้คิมและครามแปลกใจ หันไปถามร่างบางให้แน่ใจอีกครั้ง

 

“มันทำกับมึงขนาดนี้ แต่มึงจะปล่อยมันไปเนี่ยนะ”

 

“ผมแค่ไม่อยากให้ทุกอย่างมันแย่ลงไปกว่านี้ ตอนนี้เราก็รู้ความจริงทุกอย่างแล้ว ก็พอแค่นี้ จบแค่นี้เถอะครับ ”

 

“….”

 

“ผมขอร้องนะครับ”เบลพูดข้อร้องเสียงอ่อน หวังจบเรื่องนี้ ไม่มีประโยชน์ที่จะต่อความยาวสาวความยืด เพราะมันจะมีแต่แย่ลง เขาคงไม่เหมาะกับการมีเพื่อน

 

เมื่อเขาก้าวเข้ามาอยู่ในกรงของคิมและคราม เขาต้องเลือกทิ้งอิสระ และสังคมที่เขาเคยอยู่…

 

ทุกอย่างเหมือนจะคลี่คลายคิมและครามยอมปล่อยกายไปตามที่เขาขอร้อง ตอนนี้ความเงียบก่อตัวขึ้นมาสักพักตั้งแต่ที่กายออกไป สามคนในห้องอยู่กลับตัวเอง ไม่มีใครปริปากพูด มีแค่เสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำหน้าที่ของมัน

 

“มึงโอเคมั้ย” ครามเป็นคนเอ่ยออกมาเพื่อทำลายความเงียบ ร่างบางไม่ได้หันไปมอง จนกระทั่งอีกฝ่ายก้าวยาวๆเข้ามาหา ปลายนิ้วแตะเข้าที่ไหล่สองข้าง

 

เบลเงยมองใบหน้าของคราม ก่อนจะหันไม่มองคิมด้วยแววตาที่ว่างเปล่า บางทีเขาก็อาจจะตัดสอนใจผิดเอาตัวเองเข้ามายุ่งกับคนพวกนี้ มองยังไงก็มีแต่จะเสียเท่านั้น

 

ความเงียบยังคงดำเนินไปหลายนาทีในความรู้สึก ช่องว่างสำหรับพวกเราตอนนี้

 

ให้ความรู้สึกอึดอันกว่าที่เคยเป็น...

 

“พวกพี่เป็นคนทำให้ผมต้องเจอเหตุการณ์นี้…เราไม่น่ามาเจอกันตั้งแต่เลย…” เบลกลั้นใจตอบ ในขณะที่ใบหน้ายังก้มต่ำ ไม่ว่าจะเพราะอะไร แต่เป็นเขาเองที่ไม่กล้าเงยหน้ามองคนตัวสูงทั้งสอง ไม่รู้ว่าตอนนี้คิมและครามแสดงสีหน้าอย่างไร

 

น่าเสียดายที่เบลก้มมองต่ำจึงไม่เห็นแววตาที่วูบไหวสองคู่ ร่างสูงของคิมเดินใกล้เข้ามาด้านหลังของคนตัวเล็ก

 

เบลไม่กล้าหันกลับไปมองด้านหลังของตัวเองแม้แต่องศาเดียว

 

ลมหายใจร้อนๆคลอเคลียอยู่หลังใบหู ฝ่ามือหนาของคิดเด่นชัดอยู่ด้านหน้า แล้วค่อยๆรูดลงคว้าเข้าที่ข้อมือแล้วออกแรงกระตุกให้หันมาเผชิญหน้า

 

“การที่มารู้จักพวกกู ทำให้มึงเจอกันเรื่องแย่ๆ สินะ”

 

“….”

 

“ขอโทษ…” คิมกล่าวออกมาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

 

“แต่ถ้าให้ย้อนกลับไปได้.... กูก็เลือกที่จะทำทุกทางเพื่อให้มึงอยู่ในชีวิตกู”

 

เบลกระพริบตา สบตาคู่คมถึงเขาจะไม่เข้าใจในความหมายของมันสักเท่าไหร่ แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างบิดเป็นเกรียวอยู่ในท้องของเขา ชวนให้รู้สึกมวนช่องท้องแบบประหลาด เมื่อได้ฟัง….

 

 

 

 

 

สปอย...

“เราเคยรู้จักกันมาก่อนใช่ไหมครับ พี่คราม...”

ความคิดเห็น