facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่18

ชื่อตอน : ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่18

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 556

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2563 10:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่18
แบบอักษร

 ตัวตนของตี้ฝูจิ้นไม่มีขุนนางสักคนที่รู้เรื่องนี้ ถึงขนาดที่ว่าแม้จะสอบถามกันไปมาด้วยความสงสัยแต่ก็ไม่อาจได้รับคำตอบ ขั้วอำนาจของฮองเฮาและหลู่กุ้ยเฟยต่างคาดหวังว่าพระชายาของชินอ๋องจะเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องกับฝั่งของตน ชินอ๋องแสดงออกเสมอว่าไม่สนับสนุนฟากฝั่งใด 

 

แต่หากบุตรหลานของตนสามารถเข้าไปยืนในตำแหน่งนั้นได้ไม่ว่าฝั่งไหนก็จะได้รับอำนาจที่คาดไม่ถึง โม่ชางหมิงฮ่องเต้ทรงไว้พระทัยอนุชาเพียงใดใครก็ต่างทราบดี 

 

ดังนั้นการเปิดตัวพระชายาของชินอ๋องจึงเป็นที่จับตามองเป็นอย่างมาก เพราะมันหมายถึงฮองเฮาจะสามารถรักษาตำแหน่งพระมารดาแห่งแผ่นดินได้อย่างมั่นคงหรือไม่? หรือว่าอำนาจของตระกูลป๋ายจะถูกลดลงและถูกแทนที่ด้วยฟากฝั่งของตระกูลหลู่ 

 

ไม่นานนักบรรดานางสนมและกุ้ยเฟยทั้งสองก็ได้เดินทางมาถึงยังสถานที่จัดงานก่อนตามมาด้วยองค์ชายและองค์หญิง 

 

องค์ไทเฮาที่เพิ่งเสด็จมาถึงวังหลวงเองก็มาร่วมในงานวันนี้เช่นกัน ดังนั้นงานเลี้ยงในวันนี้จึงเป็นทั้งงานเลี้ยงต้อนรับป๋ายไทเฮาและงานเลี้ยงแต่งตั้งตี้ฝูจิ้นอย่างเป็นทางการ 

 

การปรากฏตัวของป๋ายไทเฮาทำให้ทุกคนต่างคิดว่าไม่แน่บางทีอำนาจของตระกูลป๋ายอาจกลับมายิ่งใหญ่เช่นเดิม เพราะตำแหน่งฮองเฮานั้นคนตระกูลป๋ายสามารถครอบครองได้ถึงสองสมัย 

 

เสียงสนทนาอื้ออึงเงียบลงเมื่อโม่ซวนหลงฮ่องเต้เสด็จมาถึง ฮ่องเต้หนุ่มในชุดปักลายมังกรสีทองเดินเข้ามาในงานด้วยสีพระพักตร์เรียบนิ่งแต่ทว่าฮองเฮาไม่ได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน โม่ซวนหลงหยุดอยู่เบื้องหน้าของป๋ายไทเฮา “ถวายพระพรเสด็จแม่พ่ะย่ะค่ะ” 

 

น้ำเสียงและสีพระพักตร์ของโม่ซวนหลงฮ่องเต้ทรงแสดงออกถึงความห่างเหินกับป๋ายไทเฮาอย่างโจ่งแจ้ง ป๋ายไทเฮาพยักหน้าเล็กน้อย “ฝ่าบาทสบายดีนะ” 

 

“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” บทสนทนาของทั้งสองพระองค์จบลงเพียงเท่านี้ ป๋ายไทเฮารู้สึกขมขื่นกับท่าทางห่างเหินของพระโอรส 

 

เมื่อร่างของฮองเฮาปรากฏตัวรอยยิ้มเย้ยหยันก็ผุดขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ของโม่ซวนหลงฮ่องเต้ รวมไปถึงสายตาคมกริบที่แฝงความเย็นที่ลอบมองมายังที่นั่งของไทเฮาไม่อาจหลบสายตาของป๋ายไทเฮา 

 

พระนางลอบหวนคิดถึงนางกำนัลคนสนิทที่เสียชีวิตไป หากตอนนี้อีกฝ่ายยังอยู่คงจะสามารถพูดปลอบใจตนเองหลายประโยค 

 

ทุกคนมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาแต่สิ่งที่ทุกคนในที่นี้คาดไม่ถึงคือการปรากฏตัวของคนในจวนหยางไคกั๋วกงและฝู่กั๋วกงซึ่งเดินทางมาพร้อมกัน ฮูหยินผู้เฒ่าจวนหยางไคกั๋วกง และนายท่านผู้เฒ่าจวนฝู่กั๋วกงนั่งลงข้างกัน ไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าเป็นพี่สาวของนายท่านผู้เฒ่า ทั้งสองจวนนี้ไม่เคยเดินทางมางานเลี้ยงเช่นนี้และไม่เคยยื่นมือยุ่งเรื่องการเมืองมาก่อน 

 

สวี่จินถูที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งประจำตำแหน่งรู้สึกตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ไม่รู้เพราะเหตุใดสายตาของแม่ยายและพี่เขยที่มองตนในวันนี้ทำให้ตัวเขารู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงกระดูก 

 

“พี่หญิงใหญ่เมื่อไหร่เหยียนเอ๋อร์จะมาอย่างนั้นหรือ” นายท่านผู้เฒ่าเอ่ยถามพี่สาวที่นั่งอยู่ข้างกัน 

 

ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มอ่อนโยนเมื่อนึกถึงใบหน้าของหลานสาว “อีกไม่นานนักหรอก เจ้าเองก็ไม่ได้เจอหน้าหลานมาเป็นสิบปีไม่แน่ว่าเจอหน้ากันคราวนี้เจ้าอาจจะลืมภาพลักษณ์ในวัยเด็กของนางก็ได้”  

 

นายท่านผู้เฒ่าแค่นเสียง “เหอะ... หากไม่เป็นเพราะเจ้าสวะจินถูที่บอกว่าเหยียนเอ๋อร์ไม่สบายและต้องได้รับการพักผ่อน ไม่อาจให้คนเข้าไปเยี่ยมมิเช่นนั้นเราสองคนคงไม่ถูกกีดกันมานานขนาดนี้” 

 

“ที่เจ้าพูดมันก็จริง และการที่เราจากจวนกั๋วกงทั้งสองออกตัวว่าให้การสนับสนุนพระชายาก็เพื่อชดเชยให้เหยียนเอ๋อร์ที่พวกเราไม่สามารถปกป้องนางและมารดาจากคนใจโฉดตระกูลสวี่” 

 

“พวกมันคงคิดว่าการที่เราอยู่เงียบ ๆ ไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งการเมืองคงจะสามารถรังแกได้อย่างง่ายดายกระมัง” นายท่านผู้เฒ่ากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ 

 

ฮูหยินผู้เฒ่าส่ายหน้าเพราะรู้ถึงนิสัยใจร้อนของผู้เป็นน้องชายดี “ทำหน้าเช่นนั้นประเดี๋ยวเหยียนเอ๋อร์เห็นก็ไม่กล้าเข้ามาหาพอดี” “นั่นไงพูดถึงก็มาแล้ว” 

 

บทสนทนาของผู้เฒ่าทั้งสองได้จบลงพร้อมกับการปรากฏตัวของโม่หวังจิ้งและหยางหยู่เหยียน… 

 

หยางหยู่เหยียนที่ถูกบังคับให้ใส่ผ้าปิดครึ่งใบหน้าดวงตากลมโตที่ไม่ได้ถูกปกปิดไว้มองบรรยากาศภายในวังหลวงอย่างตื่นเต้น นี่เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นและสัมผัสถึงวังหลวงที่แท้จริง 

 

แม้ผู้คนภายในงานจะไม่ได้ยลโฉมของพระชายาชินอ๋องอย่างที่วาดหวัง ทว่าแค่เห็นเพียงดวงตากระจ่างใสพวกเขาก็พอจะคาดเดาได้บ้างว่าใบหน้าภายใต้การปกปิดนั้นจะงดงามเพียงใด 

 

และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสวี่จินถูและคนจากตระกูลสวี่ที่ต่างคุ้นเคยกับดวงตาลักษณะนี้มาก่อนจึงได้แต่พากันกลั้นหายใจ สวี่จินถูหายใจติดขัด หรือว่า... นี่จะเป็นหยู่เหยียน? ความคิดต่าง ๆ ภายในสมองของสวี่จินถูตีกันวุ่น 

 

หยางหยู่เหยียนไม่แม้แต่จะเหลือบมองคนของตระกูลสวี่แม้แต่น้อย ทั้งสองก้าวจนหยุดอยู่เบื้องหน้าโม่ซวนหลงฮ่องเต้ “ถวายพระพรไทเฮา ฮองเฮา ถวายพระพรฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ” 

 

โม่ซวนหลงแย้มยิ้มพร้อมสะบัดชายแขนเสื้อ “ตามสบายวันนี้เป็นงานเพื่อเจ้าและพระชายา อีกเดี๋ยวจะมีพิธีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการชินอ๋องพาพระชายาไปนั่งก่อนเถิด” 

 

ป๋ายไทเฮามองโอรสของตนด้วยความรู้สึกที่ยากเกินบรรยาย ไม่มีแม้สักเสี้ยวพริบตาที่ชินอ๋องจะมองหน้าพระมารดาคนนี้ ความอ้างว้างนี้นางไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับมันในสักวันหนึ่ง ตำแหน่งไทเฮานี้แม้ทุกคนจะให้ความเคารพและให้ความสำคัญ แต่มีเพียงนางที่รู้ว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่นางได้มีเพียงตำแหน่งแต่ไร้ซึ่งอำนาจในการออกความเห็นเฉกเช่นไทเฮาพระองค์อื่น 

 

ทางด้านตระกูลหลัวรู้สึกว่าตัวเองถูกฉีกหน้า หลัวเลี่ยงจื่อคุณหนูที่มีตำแหน่งเป็นถึงบุปผางามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง มีบุรุษมากหน้าหลายตาหมายปองและส่งแม่สื่อมาทาบทาม ทว่ามีอยู่วันหนึ่งที่นางได้รับจดหมายแนะนำจากไทเฮาว่าด้วย ท่าทาง กิริยา มารยาท ความสามารถล้วนเป็นที่ประจักษ์เหมาะสมกับการเป็นพระชายาของชินอ๋อง 

 

แต่ใครเล่าจะคิดว่านางถูกชินอ๋องไล่ออกมาทันทีที่พบหน้า นางไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้คนในตระกูลฟังจึงได้แต่นิ่งเงียบ กอรปกับข่าวความโหดเหี้ยมของชินอ๋องที่ถูกกล่าวขาน แต่นางกลับเป็นสตรีเพียงคนเดียวที่มีชีวิตรอดจากการเข้าไปภายในวังชินอ๋อง 

 

ข่าวลือที่ว่าชินอ๋องอาจมีความรู้สึกดีและนางอาจกลายเป็นพระชายาในอนาคต นางจึงไม่คิดที่จะแก้ไขและยังมีการปล่อยข่าวลือเป็นระยะเพื่อไม่ให้เรื่องเงียบลงไป ด้วยข่าวลือนี้ทำให้ตระกูลของนางมีคนที่ต้องการสานสัมพันธ์ทางอำนาจมากมาย 

ความคิดเห็น