facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่17

ชื่อตอน : ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่17

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 367

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2563 09:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่17
แบบอักษร

 คนในตระกูลหยางที่อยู่ภายในห้องตอนนี้ไม่มีใครที่ไม่เดือดดาลไม่เว้นแม้กระทั่งโกวฝูเจียซึ่งเป็นสะใภ้ที่ได้ฟังเรื่องราวก็ไม่รู้ว่าจะหาคำไหนมาเปรียบเทียบกับเสนาบดีสวี่นอกจากโง่เง่า 

 

“พระชายาไม่ต้องเป็นห่วงพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้ตระกูลหยางจะไม่ปล่อยไว้อย่างแน่นอนแม้เรื่องจะผ่านมาเกือบสิบปีแต่การจะสืบสาวราวเรื่องย่อมไม่ยากเกินมือของจวนหยางไคกั๋วกง” หยางไต้เหลียงพยายามพูดด้วยสีหน้าเป็นปกติ 

 

“ข้าเชื่อว่าพ่อบุญธรรมจะสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างแน่นอน” สวี่หยู่เหยียนกล่าว โม่หวังจิ้งเองก็พยักหน้าเพราะอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ตัวเขาก็คงไม่ปล่อยเช่นกัน 

 

หลังจากเสร็จสิ้นมื้อเที่ยงฮูหยินผู้เฒ่าก็ได้บอกให้หยางไต้เหลียงโหวนำสมุดรายชื่อของคนในตระกูลออกมา ก่อนเพิ่มชื่อของหลานสาวคนนี้เข้าไปแต่ทว่าชื่อที่เขียนใส่ลงไปนั้นไม่ใช่สวี่หยู่เหยียนแต่เป็นหยางหยู่เหยียน… 

 

ต่อให้เสนาบดีสวี่รู้เรื่องจะทำอะไรได้ คงได้แต่กล้ำกลืนยอมรับเท่านั้น.. 

 

กล้าจัดพิธีศพของพระชายาชินอ๋องทั้งที่ยังไม่พบศพ และยังตราหน้าว่าสวี่หยู่เหยียนได้ตกตายลงเป็นที่เรียบร้อยหากไม่เลือกที่จะเงียบปากก็มีแต่จะถูกนำตัวมาลงโทษ 

 

ชินอ๋องนั่งมองทุกอย่างบนเก้าอี้ตำแหน่งประธานอย่างพึงพอใจ จะไม่รู้สึกเช่นนี้ได้อย่างไรหญิงสาวคนแรกที่ตัวเขาให้ความสนใจรวมไปถึงตระกูลหยางไคกั๋วกงที่เคยให้การสนับสนุนหลู่กุ้ยเฟยก็มาอยู่ฝั่งเดียวกับเขาเรียบร้อย 

 

ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว... 

 

วันต่อมา... 

 

หยางหยู่เหยียนที่ยังลืมตาตื่นไม่เต็มที่ก็อยากที่จะนอนต่ออีกสักหน่อยเพราะเห็นว่าพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดี แต่พอจะข่มตาหลับทว่ากลับรู้สึกหลับไม่ลงก่อนถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่าตั้งแต่มาอยู่ในที่แห่งนี้เธอจะยุ่งมากจนไม่มีเวลาเข้าไปสำรวจในมิติอย่างจริงจังเลย 

 

ว่าแล้วเธอก็เข้าไปข้างในแหวนมิติ ดูเหมือนว่าโอ่งน้ำนี้จะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ล่าสุดที่เธอเห็นโอ่งใบนี้เป็นสีทองหม่นราวกับคงความเก่าแก่กลิ่นอายของความโบราณ แต่ตอนนี้เหมือนคราบของความเก่าจะถูกสลัดออกกลายเป็นโอ่งสีทองอร่าม 

 

เธอรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถนำน้ำทิพย์ในนี้ไปใช้อย่างสมคุณค่า เพราะเรื่องเดียวที่เธอนำน้ำทิพย์ออกไปใช้ก็คือการรักษาโม่หวังจิ้ง และบำรุงร่างกายของตัวเองเท่านั้น 

 

หรือว่าเธอจะนำน้ำทิพย์นี้ไปขายและนำเงินไปสร้างร้านสมุนไพรไม่ก็โรงหมอดี แม้ในตอนนี้ทุกคนภายในวังนี้จะรู้ว่าเธอมีฐานะเป็นพระชายา แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอเป็นพระชายาที่จนมาก!! เงินสักตำลึงเธอยังไม่มีติดตัวแม้จะเป็นอย่างนั้นแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะขอจากชินอ๋องอยู่ดี 

 

เธอต้องหาเงินมาเติมถุงของเธอให้เต็ม การมีเงินติดตัวมันทำให้เธออุ่นใจกว่าการไม่มีเงินติดตัวก็ไม่ต่างอะไรกับการแก้ผ้าเดินท่ามกลางฝูงชน 

 

ภายในห้องสี่เหลี่ยมในมิตินี้ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิมทุกชั้นวางล้วนว่างเปล่า เว้นแต่ขลุ่ยหยกสีขาวเนื้อ ครั้นคิดก็อยากจะร้องไห้ทุกอย่างมันก็เป็นเพราะเธอไม่มีเงินเท่านั้น หลังจากนำน้ำทิพย์ไปจำหน่ายเธอก็กะว่าจะลองซื้อต้นสมุนไพรนำมาเพาะเลี้ยงภายในมิติแห่งนี้ ไม่แน่ว่าหากถูกรดด้วยน้ำทิพย์อายุของมันอาจเพิ่มขึ้นก็ได้ 

 

ในเมื่อท่านอ๋องบอกว่าการคงอยู่ของน้ำทิพย์ที่มีจำนวนมากและประสิทธิภาพสูงแบบเธออันตรายแน่นอนหากมีคนอื่นรับรู้ แต่กับสมุนไพรย่อมแตกต่างกันออกไป. 

 

และเมื่อคิดแผนการสำหรับอนาคตได้หยางหยู่เหยียนก็รู้สึกฮึกเหิมกระตือรือร้นขึ้นทันควัน 

 

หญิงสาวกลับออกมาจากมิติภายหลังจากได้ยินเสียงเรียกของจินฮวาแว่วเข้ามา และในทันทีที่ร่างบางแสดงตัวว่าตื่นแล้วเป็นที่เรียบร้อย สาวใช้ประจำตัวทั้งสี่ก็ได้เข้ามารุมจับเธอไปขัดตัว แช่น้ำดอกไม้ซึ่งเธอก็ไม่ลืมที่จะหยดน้ำทิพย์ลงไปสักสองหยดก่อนนอนแช่น้ำที่อุ่นกำลังดีอย่างสบายใจ 

 

หลังจากแช่เสร็จเธอรู้สึกว่าร่างกายไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก จะมีก็แต่เพียงรู้สึกเหมือนตัวเธอหมือนมีออร่าเปล่งออกมา ให้ความรู้สึกราวกับเซียนหญิงในตำนานไม่รู้ว่าเพราะเธอซึมซับบรรยากาศของที่นี่หรืออย่างไร จึงทำให้กิริยาท่าทางของเธอกลมกลืนจนเธอเองยังรู้สึกแปลกกับตัวเอง 

 

ไม่ว่าจะเป็นท่าทางการเดิน หรือการเอื้อมมือหยิบสิ่งของ ทุกท่วงท่ากิริยาของเธอมันเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคนทั้งที่เมื่อวานท่วงท่างดงามอ่อนช้อยเช่นนี้เธอยังทำไม่เป็นเสียด้วยซ้ำ 

 

อย่าบอกนะว่าน้ำทิพย์นี้จะสามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกได้ด้วย น่ากลัวเกินไปแล้ว 

 

ไม่เพียงแต่หยางหยู่เหยียนเท่านั้นที่สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ แต่สาวใช้ทั้งสี่ของหญิงสาวก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้เช่นกัน 

 

พวกนางทั้งหมดต่างจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของพระชายาอย่างลืมตัว และหันมามองหน้ากันยามที่ดึงสติมาได้แล้วเหตุใดหนอพวกนางจึงไม่เคยรู้มาก่อนว่าพระชายาจะเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันน่าหลงใหลเช่นนี้ ขนาดพวกนางที่เป็นสตรียังราวกับต้องมนต์และหากเป็นบุรุษที่ได้พบเห็นจะไม่ยิ่งกว่าหรอกหรือ? 

 

หยางหยู่เหยียนที่ถูกจับแต่งตัวเต็มยศเป็นครั้งแรกมองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกบานใหญ่ ใบหน้าที่แสดงออกถึงความตื่นตะลึงและไม่อยากเชื่อว่าเธอจะสามารถงดงามได้ถึงเพียงนี้ 

 

เธอไม่ได้เป็นคนหลงตัวเอง แต่ครั้งนี้เธอต้องยอมศิโรราบจริง ๆเพราะหญิงสาวที่เธอเห็นในภาพสะท้อนราวกับหลุดออกมาจากจินตนาการ 

 

จินจู จินลี่ จินฮวา จินหลิง ก็ต่างมองดูผลงานของพวกนางอย่างเหม่อลอยและมีความคิดเหมือนกับ ว่านี่คือพระชายาของพวกนางจริง ๆไม่ใช่ความฝันใช่หรือไม่ 

 

“พระชายาพ่ะ…..” ตงไห่พูดไม่ทันจบพร้อมกับเสียง “ตุบ” ดาบในมือขององครักษ์หนุ่มหลุดมือพร้อมกับดวงตาที่มองพระชายานิ่งค้าง 

“ท่านตงไห่เจ้าคะ” เป็นจินหลิงที่เดินไปสะกิดองครักษ์หนุ่มให้รู้สึกตัว 

 

ตงไห่รู้สึกอับอายเป็นอย่างมากตัวเขาไม่เคยมีกิริยาเช่นนี้มาก่อน “พระชายาพ่ะย่ะค่ะท่านอ๋องทรงรออยู่ที่ตำหนักด้านหน้าแล้วพ่ะย่ะค่ะ” 

 

หยางหยู่เหยียนพยักหน้า “เช่นนั้นเราก็ไปกันเถอะ” 

 

สาวใช้ทั้งสี่และตงไห่ที่เดินตามหลังภายในความคิดต่างอยากรู้เหลือเกินว่าหากท่านอ๋องได้พบเจอหน้าพระชายาจะมีท่าทางเช่นไร? 

 

หยางหยู่เหยียนอยากยกมือขึ้นกุมขมับของตัวเองและอยากได้ผ้ามาปิดใบหน้านี้ของตัวเองเสียจริง ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกแล้วว่าการทำให้ตัวเองดูเป็นหญิงงามล่มเมืองนั้นไม่ใช่ความคิดที่ดี บรรดาคนงานภายในวังอ๋องทันทีที่เห็นเธอมีอาการไม่ต่างจากตงไห่และสาวใช้ทั้งสี่ของเธอเลยสักนิด 

 

โม่หวังจิ้งที่เห็นร่างบางเดินตรงมาในระยะไกลหัวใจเต้นสั่นระรัว และยิ่งนางเดินเข้ามาใกล้เขาก็ได้บอกกับตัวเองว่า อันตราย ใบหน้าของอ๋องหนุ่มร้อนผ่าวก่อนความรู้สึกหวงแหนร่างบางจะผลุดขึ้นมาภายในใจ 

 

โม่หวังจิ้งที่ตั้งสติได้ก่อนที่หญิงสาวจะเดินมาถึง จึงไม่ได้มีสีหน้าประหลาดให้กับสาวใช้ทั้งสี่และองครักษ์ที่กำลังคาดหวังได้เห็น 

ความคิดเห็น