email-icon facebook-icon Twitter-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนพิเศษ ตงฟางโจว x เยี่ยนฉือ

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ ตงฟางโจว x เยี่ยนฉือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 237

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 20:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ ตงฟางโจว x เยี่ยนฉือ
แบบอักษร

 

 

 

 

 

ตอนพิเศษ ตงฟางโจว x เยี่ยนฉือ

 

 

ในช่วงเย็นของวันหนึ่ง เยี่ยนฉือและตงฟางโจวกลับมาเรียนพร้อมกัน ก่อนจะพบว่าทั้งคู่เรียนตามเพื่อนไม่ทันและต้องเรียนซ่อมเป็นเวลาสองอาทิตย์เต็ม แม้ว่าสภาพจิตใจของทั้งคู่จะดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่การที่จะให้ใช้ชีวิตปกติเลยก็คงเป็นไปได้ยาก

 

บึก! เยี่ยนฉือนั่งเหม่อในคาบของอาจารย์หวังจนกระทั่งวัตถุทรงกระบอกขนาดเท่านิ้วมือลอยมาจากหน้าชั้นเรียนกระแทกหัวเยี่ยนฉือเข้าอย่างจัง จนเจ้าตัวทำปากยื่น

 

อาจารย์หวังมองดูก็ตีสีหน้าขรึมไม่พูดอะไร แต่แสดงให้เห็นว่าเขาไม่พอใจก่อนจะหันไปสอนต่อ เยี่ยนฉือหันไปสังเกตุดูตงฟางโจวก็เห็นว่ามีเพื่อนของเขาคนหนึ่งจับแขนตงฟางโจวเอาไว้แน่น เพราะว่าตงฟางโจวกำลังจะลุกขึ้นไปต่อยอาจารย์หวังแล้ว! เพื่อนของตงฟางโจวเองก็พยายามห้าม กล่าวเสียงเบา แต่มันคงเบาไม่พอเยี่ยนฉือเลยได้ยินเต็มๆ "ใจเย็นน่าเหล่าตง นายจะโมโหทำไมแค่อาจารย์เขวี้ยงช็อกใส่เยี่ยนฉือเนี่ย"

 

ที่นั่งของเขากับตงฟางโจวไม่ห่างกันมาก มีคนนั่งคั่นกลางแค่สามสี่คน ความจริงแล้วตงฟางโจวจะนั่งที่ตรงข้างเขา แต่เหม่ยหลินกลับพาเพื่อนของเธอมานั่งคั่นเอาไว้ ตงฟางโจวไม่อยากมีเรื่องกับเหม่ยหลินเลยยอมๆ ไป ทีแรกก็ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่พอนานเข้าตงฟางโจวก็หาทางสลับที่้จนมาใกล้เขามากขึ้นเรื่อยๆ นับว่ามีความอดทนสูงแล้วสำหรับตงฟางโจว

 

เยี่ยนฉือแอบลอบสังเกตุดูตลอด ก็เห็นว่าตงฟางโจวกำลังคุยกับคนข้างๆ ด้วยสีหน้าที่เรียกว่าข่มขู่ ก่อนจะมีการสลับที่นั่งกัน พอใกล้เข้ามาเยี่ยนฉือก็เริ่มใจเต้น เหมือนหน้าจะเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ คิดในใจอย่างหลงตัวเองว่า 'อยากอยู่ใกล้เขาขนาดนั้นเลยหรอ' ครั้นหันไปมองอีกรอบ ตงฟางโจวก็อยู่แค่ที่นั่งถัดไปแล้ว สายตาก็สบกันเข้าพอดี ตงฟางโจวเอ่ยทักขึ้นมา"อย่าเหม่อสิ ตั้งใจเรียน"

 

เยี่ยนฉือทำปากยื่น"เรียนอยู่นี่ไง นายต่างหากเข้ามาทำไม"

 

ตงฟางโจวถือว่าเยี่ยนฉือหันมามองก็แกล้งทำเป็นเอามือมาจับตรงคอ จับคอเสื้อลงอีกหน่อย"ก็ฉันเรียนไม่รู้เรื่อง นายเก่งนี่สอนฉันสิ"

 

อาจารย์หวังได้ยินเสียงคุยคิ้วก็กระตุก จะหันกลับมาด่าให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่พอเห็นว่าคนที่คุยเป็นตงฟางโจว ซ้ำยังทำหน้าทะมึนทึงรออยู่ก็รีบหันกลับไปสอนอย่างไว เยี่ยนฉือเห็นแล้วก็คิ้วกระตุกตามไปด้วย อิทธิพลของเงินนี่มันทรงอานุภาพจริงๆ เพราะตงฟางโจวมีเส้นสายซ้ำยังเข้ามาควบคุมมหาวิทยาลัยแห่งนี้แบบเงียบๆ ไม่ว่าอาจารย์หัวงอกหัวดำคนไหนก็ไม่กล้าหาเรื่องคนตระกูลตง เห็นแล้วก็ช้ำใจอย่างประหลาด รู้สึกเหมือนโลกไม่ยุติธรรม

 

เยี่ยนฉือยอมรับว่าตงฟางโจวเปลี่ยนไปมากจริงๆ ไม่รุนแรงกับเขาเท่าเมื่อก่อนที่เราจะเจอเรื่องเหนือธรรมชาติเข้า อาจจะดุบ้าง พูดจากระโชกโฮกฮากบ้าง แต่โดยรวมแล้วก็อ่อนโยนลงมากเหมือนกัน เป็นคนใจเย็นลง ทำอะไรใช้เหตุผลมากขึ้น ถึงจะไม่ร้อยเปอร์เซ็นแต่ก็ดีกว่าไม่มีเหตุผลเลย ซ้ำชอบดูแลเขาเป็นพิเศษ ทุกครั้งเลยอดไม่ได้ที่จะใจเต้น

 

คงเพราะผ่านอะไรมาด้วยกันเลยทำให้เราจูนกันติดมากขึ้น ในตอนนั้นตงฟางโจวตัวเล็กเหมือนเด็ก แต่กลับกล้าหาญปกป้องเขา ในช่วงที่เสียใจจะไม่ตะคอกด่า แต่จะช่วยกอดเขาเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้พูดอะไรออกมาก็ตาม บางครั้งเขาก็ต้องการแค่นั้นจริงๆ

 

ระหว่างนั่งเหม่อมองตงฟางโจวอยู่นาน เหม่ยหลินก็สะกิดสีข้างเขา เยี่ยนฉือกำลังเคลิ้มหันไปหาเหม่ยหลินก็ทำเสียง"หื้ม? "

 

เห็นเหม่ยหลินทำหน้าบึ้ง เยี่ยนฉือก็คล้ายกับพึ่งรู้สึกตัวขึ้นมา ยืดตัวตรงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น"คือ...ฉันกำลังคิดว่าจะกินอะไรดีเย็นนี้น่ะ ข้า...เอ้ย! ฉันว่าฉันจะไปซุปเปอร์มาเกตหน่อย"

 

เหม่ยหลินทำหน้าแกล้งเชื่อ เอ่ยว่า"ดี งั้นไปห้างกับฉันเย็นนี้ ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย"

 

ระหว่างฟังเหม่ยหลิน เยี่ยนฉือก็แอบเหลือบตาไปมองว่าตงฟางโจวมีปฏิกิริยายังไง แต่พอเห็นว่าตงฟางโจวนิ่งเฉยเลยหันมาหาเหม่ยหลิน"ได้สิ ยังไงเย็นนี้ก็ว่าง"

 

"เยี่ยนฉือ นายดูแปลกไปนะ ช่วงที่นายหายไปเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หรือว่านายถูกตงฟางโจวลักพาตัวไปทำอะไร!? "เหม่ยหลินถามเสียงเครียด

 

เยี่ยนฉือไม่รู้จะตอบยังไงก็ยิ้มแล้วหัวเราะแฮะๆ "ไปหัดคิดแบบนั้นมาจากไหน พูดจาเหลวไหลแล้ว"เขาดึงตัวเหม่ยหลินมากอดไหล่พลางชี้ไปที่กระดาน"ตรงนั้นมันคืออะไรกันนะ เธอบอกฉันหน่อยสิ"

 

เหม่ยหลินเบะหน้า"ปล่อยเลยย่ะ คิดเฉไฉไปเรื่องอื่นหรอ แล้วก็นั่นคือการคำนวณความเก่าของวัตถุโบราณ"

 

ถึงจะพูดจาเป็นปลากัดแต่ก็ยังยอมอ่อนให้เขา เยี่ยนฉือฟังแล้วก็ยิ้มเป็นภาพประกอบ อาจารย์หวังคล้ายหมดความอดทนเต็มที ตะคอกใส่นักศึกษาทั้งห้อง"พวกนายจะไม่เรียนกันแล้วใช่ไหม ฉันจะได้เก็บของออกไปเลย! "

 

ทั้งห้องเงียบกริบ มีแค่ตงฟางโจวที่กอดอกเชิดหน้า พูดออกมาขัดทันที"ถ้าไม่สอนแล้วก็ออกไปสิครับ"

 

ทันทีที่พูดออกไป ทั้งห้องก็อ้าปากค้าง ถึงนี่จะไม่ใช่ครั้งแรก แต่การต้องมาได้ยินอะไรแบบนี้ก็ยังไม่ชินหูอยู่ดี อาจารย์หวังนับว่าเป็นคนเก่าคนแก่ของวิทยาลัยแห่งนี้ อาจารย์ท่านอื่นต้องเกรงใจอาจารย์หวังเป็นส่วนใหญ่ แม้แต่นักเรียนทุกคนก็ยังเคารพในความน่ากลัวของแก จะเว้นก็แต่ตงฟางโจวนี่แหละ ถึงจะเข้าเรียนทุกคาบไม่เหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ปะทะคารมกับอาจารย์ทุกคนที่เข้ามาสอนเสมอ

 

เยี่ยนฉืออยากปรามให้ใจเย็นๆ แต่พระเจ้าก็ประทานพรมาให้ทันใด เสียงออดเลิกคลาสดังขึ้นพอดิบพอดี อาจารย์หวังก็หิ้วกระเป๋าแล้วออกไปทันที ตงฟางโจวทำเสียงหึในคอ ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นั่ง"เยี่ยนฉือ ไป"

 

ว่าแล้วก็เดินนำหน้าออกจากห้อง เยี่ยนฉือพอได้ยินก็รีบเก็บของ ก่อนจะพุ่งตัวตามหลังตงฟางโจวไป เหม่ยหลินแทบจะรั้งเอาไว้ไม่ทัน"นายจะไปไหน นายต้องไปเดินห้างกับฉันนะจำได้ไหม"

 

เยี่ยนฉือเหมือนพึ่งนึกได้ก็เหงื่อตก เกาท้ายทอยแกร่กๆ ตงฟางโจวที่ยืนรออยู่นานก็ตะโกนขึ้น"รีบหน่อย ฉันจะไปแล้วนะ"

 

เพียงเท่านั้นสายใยของเพื่อนก็ตัดขาดฉับ เยี่ยนฉือยิ้มเจื่อน"ขอโทษทีนะ ฉันไปไม่ได้แล้ว"

 

ว่าจบก็วิ่งตามตงฟางโจวออกไปทันที เหม่ยหลินคว้าตัวเยี่ยนฉือเอาไว้ไม่ทันก็กระทืบเท้าไม่พอใจอยู่คนเดียว พอมองดูหลังของทั้งสองคนที่เดินห่างออกไปแล้วก็คล้ายมีบางอย่างมาสะกิดใจ เยี่ยนฉือไม่ใช่ว่ากลัวตงฟางโจวหรอกหรอ คิดว่าที่ถูกเรียกไปเพราะโดนขู่เสียอีก แต่พอมองแล้วคล้ายไม่ใช่ เยี่ยนฉือที่ความสูงเท่าคางตงฟางโจวหันไปคุยพร้อมกับรอยยิ้ม ที่เหนือกว่านั้นคือตงฟางโจวหันมายิ้มตอบ โลกของเหม่ยหลินแทบพังลงมา

 

แล้วที่เธอพยายามปกป้องเยี่ยนฉือล่ะ ทำไปเพื่อ!!

 

เยี่ยนฉือ ตงฟางโจว พวกนายสองคนทำให้ฉันดูแย่!

 

คนทั้งสองคนกำลังจะเดินออกจากตัวอาคารไปยังลานจอดรถ ในระหว่างนั้นต้องเดินผ่านตู้กระจกที่ของบอร์ด ในตอนนั้นเงาสะท้อนของพวกเขาปรากฏอยู่ ทว่าไม่เพียงแค่นั้น ข้างหลังของพวกเขากลับปรากฏเงาของชายหนุ่มคนหนึ่ง สวมชุดทหารโบราณ เนื้อตัวเปื้อนเปรอะไปด้วยเลือดและดิน เพียงแต่ใบหน้ากลับไม่ได้แสดงถึงความน่ากลัว กลับกันทหารโบราณที่เดินตามหลังทั้งคู่กำลังยิ้มอยู่เสียมากกว่า

 

ตงฟางโจวกับเยี่ยนฉือต่างหยุดเดินในทันที หันไปมองเงานั้นด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ตงฟางโจวมองแล้วก็ขำความคิดของตัวเองเมื่อก่อน ทำไมเขาถึงไม่นึกสงสัยกันนะ ว่าทำไมถึงมีแต่เขากับเยี่ยนฉือที่สามารถมองเห็นหมิงฟานได้ เยี่ยนฉืออาจยังพอเข้าใจ แต่กับตงฟางโจวที่ถูกทำเหมือนเป็นคนนอกที่ทำร้ายเยี่ยนฉือกลับสามารถมองเห็นหมิงฟานได้ หมิงฟานไม่ได้ต้องการปกป้องเยี่ยนฉือจากเขา เพียงแค่ไม่อยากเห็นเขาสองคนทะเลาะกันมากกว่า ในตอนนั้นเป็นตงฟางโจวที่ชอบโมโหร้าย ตามหาเสิ่นกู่ไม่เจอก็ลงความโกรธที่เยี่ยนฉือ หมิงฟานคงกำลังดุเขาที่ทำตัวงี่เง่าอยู่มั้ง

 

หมิงฟานนับว่าฟังคำสั่งเสิ่นกู่อย่างถึงที่สุด ตามคุ้มครองจนถึงตอนนี้ แม้ว่าเรื่องทุกอย่างจะจบแล้ว แต่ก็ยังเห็นอยู่ ตงฟางโจวมองแล้วก็ยิ้มมุมปาก หันไปหาเยี่ยนฉือ"ฉันจะไปเอารถ นายรออยู่นี่แหละ"

 

เยี่ยนฉือพยักหน้าหงึกๆ ยืนตัวตรงแน่วรอตงฟางโจวอย่างว่าง่าย ฝ่ายตงฟางโจวเองก็รีบไปเอารถออกมาจากลานจอด ขับตรงมายังหน้าอาคาร เยี่ยนฉือเห็นรถตงฟางโจวก็ก้าวออกมารอ แต่เหมือนจะก้าวผิดจังหวะไปหน่อย เท้าเลยลื่น ตัวของเยี่ยนฉือไถลมาหน้ารถ ตงฟางโจวต้องเหยียบเบลกกระทันหันจนตัวแทบติดพวงมาลัยเพราะยังไม่ได้คาดเข็มขัด พอตั้งสติได้ก็หน้าซีด รีบเปิดประตูรถออกไปดูอย่างรีบร้อน

 

"เยี่ยนฉือ! นายเป็นอะไรรึเปล่า!? "

 

คนที่อยู่แถวนั้นต่างหันมาสนใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คนนอกที่รู้จักตงฟางโจวแค่ผิวเผินต่างหยุดมุงดู เพราะตงฟางโจวคงออกมาด่าเยี่ยนฉือจนเละ แต่กลับผิดคาด นอกจากไม่ได้ยินเสียงด่า ตงฟางโจวยังประคองเยี่ยนฉือให้ลุกขึ้นด้วยสีหน้าเป็นกังวลระคนเป็นห่วง

 

เยี่ยนฉือเอามือกุมอกหน้าซีดเป็นไก่ต้ม"เกือบไปแล้ว ฉันไม่ได้ตั้งใจนะ"

 

ตงฟางโจวถอนหายใจเฮือกใหญ่ ตำหนิว่า"ทีหลังเดินก็ระวังหน่อย ถึงหมิงฟานจะคอยตามดูนายแต่ก็ไม่ได้หมายความว่านายจะไม่ตายนะ! "

 

เยี่ยนฉือพอโดนดุเข้าหน่อยก็คอหดหลับตาปี๋ กลัวว่าตงฟางโจวจะตบหัวเข้าให้ แค่รอแล้วรอเล่าก็ไม่รู้สึกเจ็บถึงยอมลืมตาขึ้นมาดูได้ ตงฟางโจวกัดฟันกรอดๆ ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่เป็นระอาใจมากกว่า ยังไงเยี่ยนฉือก็ยังเป็นพวกขี้กลัว แต่การที่มากลัวเขาเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดจริงๆ จนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปหยิกแก้มแล้วดึงจนแดง

 

เยี่ยนฉือร้องโวยวาย"เจ็บๆๆๆๆๆๆ! นายจะฉีกแก้มฉันรึไงตงฟาง..."

 

ตงฟางโจวว่า"ก็นายมันน่ารำคาญ รีบไปได้แล้วฉันหิว"

 

เยี่ยนฉือเอียงคอถาม"ไปร้านอาหารหรอ? "

 

ตงฟางโจวเดินไปเปิดประตูฝั่งคนนั่ง ก่อนตอบว่า"นายบอกจะไปซุปเปอร์มาเกตไม่ใช่หรอ เร็วเข้าฉันหิว"

 

เยี่ยนฉือปะติดปะต่อเรื่อง ก่อนจะอ๋อขึ้นมา รีบย้ายตัวเองขึ้นรถ ตงฟางโจวปิดประตูให้เยี่ยนฉือเรียบร้อยรู้สึกว่าคนมองก็หันไปตวาด"แหกตาดูอะไร! ไปไหนก็ไป! "

 

คนที่มุงดูรีบสลายตัวเหมือนเมื่อกี้ตนเองไม่มีความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้าน เดินฉับๆ กันออกไป ตงฟางโจวไม่ชอบใจก็เดินกระฟัดกระเฟียดขึ้นไปนั่งฝั่งคนขับ เยี่ยนฉือเห็นตงฟางโจวจู่ๆ ก็หงุดหงิด ถามขึ้นว่า"นายเป็นอะไรไป"

 

ตงฟางโจวมองหน้าเยี่ยนฉือ ก่อนตอบแบบขอไปที"ไม่มี รีบคาดเข็มขัดซะ"

 

เยี่ยนฉือว่า"ฉันคาดนานแล้ว นายไม่คาดหรอ? "

 

ตงฟางโจวหายใจทิ้งแรงๆ ก่อนจะเอาสายมาคาด พร้อมกับหันมาเลิกคิ้วให้เยี่ยนฉือ เยี่ยนฉือเห็นแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา ปกติตงฟางโจวฟังคนอื่นที่ไหน แต่กลับยอมคาดเข็มขัดตามที่เขาบอก ซ้ำยังหันมาทำหน้าว่า 'พอใจหรือยัง' ใส่อีก มองกี่ทีก็เหมือนเด็ก ส่งสัยติดอยู่ในร่างเด็กนานเกินไป เลยมีนิสัยเด็กติดมา

 

รถออกตัวมุ่งหน้าไปซุปเปอร์มาเกต ตงฟางโจวพึ่งเคยมาเป็นครั้งแรก ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เคยมา เมื่อก่อนที่ตามติดเสิ่นกู่ก็เคยมา แต่ครั้งนั้นไม่ได้สนใจอะไรมากมายนัก มาครั้งนี้เยี่ยนฉือเป็นฝ่ายไปเอารถเข็นมา ตงฟางโจวเห็นแล้วก็ขมวดคิ้ว"นายจะซื้อเยอะขนาดนั้นเลยหรอ"

 

เยี่ยนฉือพยักหน้า"ก็...ซื้อเก็บตู้เย็นเอาไว้ จะได้ไม่ต้องออกมาบ่อยๆ ไง"

 

"งั้นฉันเข็นเอง นายจะซื้ออะไรก็รีบๆ เถอะ"

 

"ได้ๆ "

 

ดังนั้นแล้ว เยี่ยนฉือเลยเดินทัวร์ซะทั่วซุปเปอร์มาเกต เข้าโซนของสดแล้วก็ต่อด้วยโซนผัก จากนั้นก็แวะซื้อพวกอาหารแห้งไปตุนเอาไว้ ถึงจะถูกลากไปไหนต่อไหน ตงฟางโจวก็ไม่หือไม่อือ ไม่บ่นอะไรสักคำ กลับกันกลับช่วยเยี่ยนฉือเลือกซื้อซะออกรสออกชาติ

 

เยี่ยนฉือหยิบเอาหัวกะหล่ำขึ้นมา ตงฟางโจวก็เข้ามาช่วย"ดูตรงนี้สิ เอาหัวอื่น"

 

เยี่ยนฉือเพ่งดูดีๆ ก็เห็นว่าหัวกะหล่ำมันเริ่มเปื่อยแล้ว ก็วางมันลงแต่โดยดี สุดท้ายตงฟางโจวก็ต้องมาเลือกเอาเอง ไปๆ มาๆ ก็ไม่รู้แล้วว่าใครเป็นแม่บ้านแม่เรือนมากกว่ากัน ตงฟางโจวเป็นลูกคุณหนูเอาแต่ใจ เยี่ยนฉือเลยค่อนข้างอึ้งนิดหน่อยที่ตงฟางโจวซื้อของเป็น ตงฟางโจวเองพอถูกจ้องนานเข้าก็คิ้วกระตุก หันไปทำหน้าบอกบุญไม่รับ เยี่ยนฉือจ้องๆ อยู่ เจอหน้าแบบนั้นเข้าไปก็หลบหน้าอย่างไว เปลี่ยนเป็นคุยเรื่องอื่นแทน"ทำไมนายถึงซื้อเป็นล่ะ ปกติฉันซื้อก็หยิบๆ เอาเลย"

 

ตงฟางโจวเงียบ เยี่ยนฉือคิดว่าตัวเองไม่ควรถามเรื่องนี้ก็สลดลง ตอนนั้นตงฟางโจวก็ตอบ"เมื่อก่อนต้องเข้าครัวไปอยู่กับพวกแม่บ้านบ่อย พวกเขาช่วยสอน"

 

เยี่ยนฉือได้ฟังก็ฉงน"ทำไมนายถึงไปอยู่กับพวกแม่บ้านล่ะ? "

 

"ตอนเด็กมีช่วงหนึ่งที่งานของพ่อกำลังไปได้ดี เขาต้องออกไปข้างนอกบ่อยครั้ง แม่ฉันเสียไปแล้วไม่มีใครอยู่บ้านด้วย ฉันเลยต้องไปอยู่ในครัว"

 

"เพื่อที่นายจะได้ไม่เหงา"

 

ตงฟางโจวพลันชะงัก จู่ๆ ก็หยุดเดิน สีหน้าตื่นตระหนกไปชั่วครู่ เยี่ยนฉือถึงรู้แน่ๆ แล้วว่าสิ่งนี้ไม่ควรพูดออกไป ก็รีบลนลานขอโทษเป็นการใหญ่"ตงฟาง ฉันไม่ได้ตั้งใจ นายอย่างใส่ใจเลยนะ นี่อยากกินอะไร ถึงฉันจะทำอาหารฝีมือไม่สู้เสิ่นกู่ แต่ว่ากินได้แน่นอน นี่..."

 

ว่าแล้วเยี่ยนฉือก็รีบมุ่งไปดูของต่อ เลือกโน่นหยิบนั่นมา ท่าทางเหมือนลิงถือลูกมะพร้าวแล้ววิ่งเพ่นพ่านไปมา ตงฟางโจวยิ้มมุมปากนิดหน่อย ก่อนจะเดินตามไป

 

เมื่อกี้คงทำให้เยี่ยนฉือกังวลล่ะมั้ง

 

การเลือกซื้อของเดิมทีก็ไม่ได้ใช้เวลานานมาก แต่เป็นเพราะตงฟางโจวพิถีพิถันกับการเลือกวัตถุดิบที่ต้องเป๊ะเอาไว้ก่อน เลยกินเวลาพอสมควร กว่าจะโผล่หน้าออกมาจากซุปเปอร์มาเกตได้ก็ปาไปเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว เยี่ยนฉือขนของขึ้นรถตงฟางโจวอย่างแข็งขัน วางตรงนั้นตรงนี้อย่างใส่ใจ รถของตงฟางโจวใช่ราคาแสนสองแสนเมื่อไหร่ คันหนึ่งก็ปาไปเกือบสิบล้านแล้ว เกิดทำสกปรกหรือเปื้อนขึ้นมา ด้วยฐานะเขาที่รวยแต่ไม่ถึงขั้นมหาเศรษฐีคงไม่มีปัญญาชดใช้ พอใส่ของไว้ท้ายรถเรียบร้อยก็รีบวิ่งไปเปิดประตูข้างคนขับ

 

พอขึ้นมาได้ ตงฟางโจวที่รอนานจนเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกรอบก็ถามว่า"ทำไมช้านัก"

 

เยี่ยนฉือเห็นหน้าตงฟางโจวก็ตัวลีบไปเรียบร้อย พอได้ยินคำถามก็ตอบไม่ถูก ตอบตะกุกตะกักว่า"ก็...รถนายแพงนี่...ฉะ...ฉันกลัวทำเลอะ..."

 

ตงฟางโจวมองไปด้านหลัง เยี่ยนฉือยิ่งคิดว่าตงฟางโจวคงหวงรถมาก ทว่าตงฟางโจวกับพลักหัวเยี่ยนฉือทีหนึ่ง"จะเปื้อนก็เปื้อนไป เดี๋ยวฉันให้คนล้างอยู่แล้ว"

 

เอ๊ะ...ตงฟางโจวใจดีจัง

 

เยี่ยนฉือยิ้มหน้าบานเป็นดอกเห็ด สะกิดตงฟางโจวทีหนึ่ง"นายใจดีจังนะ"

 

ตงฟางโจวจู่ๆ ก็ชะงัก ต่อมาก็หน้าแดง รีบหันไปสตาร์ทรถ พอติดก็เหยียบออกไปทันที เยี่ยนฉือไม่รู้เรื่องก็รีบคว้าเอาเข็มขัดนิรภัยมาคาด หันไปบอกตงฟางโจวด้วยความหวังดี"นายก็คาดด้วยสิ"

 

ตงฟางโจวหน้าแดงไม่หาย ตะโกนกลับ"หนวกหู! "

 

เยี่ยนฉือถึงกับสะดุ้ง ตงฟางโจวบ้าไปแล้ว จู่ๆ ก็ขับรถซะนึกถึงหน้าพ่อแม่ ใช้เวลาแค่สองนาทีก็มาโผล่ถึงหน้าบ้านเยี่ยนฉือเรียบร้อยแล้ว ตงฟางโจวแอบมองกระจกมองหลัง เห็นหมิงฟานนั่งส่ายหน้าอยู่เบาะหลังก็ยิ่งอายเข้าไปใหญ่ ตะโกนลั่นรถ"อย่าคิดอะไรแปลกๆ เชียว ข้าไม่ได้เขินอะไรทั้งสิ้น! "

 

ตงฟางโจวเปิดประตูพรวดลงไป ทิ้งเยี่ยนฉือนั่งตาปริบๆ อยู่บนรถ เยี่ยนฉือลองมองกระจกมองหลัง เห็นหมิงฟานทำท่าเหมือนขำอะไรสักอย่าง ถึงจะหลอนอยู่บ้างก็เถอะ แต่ในโลกนั้นหมิงฟานไม่ใช่คนไม่ดีอะไร กลับกันยังช่วยเหลือพวกเขาตั้งเยอะ จะว่ากลัวก็ไม่ถูก ยิ่งเจอบ่อยกลายเป็นชินไปแล้ว

 

เยี่ยนฉือว่า"หมิงฟานเจ้าช่วยข้าถือของได้ไหม ตงฟางวิ่งหายไปแล้วอ่าาา"

 

สรุปสุดท้าย เยี่ยนฉือก็ต้องขนของเข้าบ้านเองคนเดียว ตงฟางโจวเข้าบ้านมาเรียบร้อย นั่งสง่าผ่าเผยให้พ่อของเยี่ยนฉือชื่นชมไม่ขาดปาก

 

สำหรับพ่อของเขา การที่ลูกชายได้เป็นเพื่อนกับลูกชายนักธุรกิจดาวรุ่งคงเป็นเรื่องที่น่ายินดีปรีดา พอเขาเดินเข้ามาแทนที่จะถูกโอ๋เป็นลูกรัก พ่อของเขากลับหันมาทำหน้าดุใส่"ทำไมพึ่งเข้าบ้าน ปล่อยเพื่อนให้รอนานแบบนี้ได้ยังไง รีบๆ เข้ามาทำกับข้าวเร็ว"

 

เยี่ยนฉือถาม"แล้วแม่ล่ะ? "

 

พ่อของเยี่ยนฉือทำท่านึก"ดูเหมือนว่า...แม่แกบอกว่าจะไปย้อนวัยสาวกับเพื่อน คืนนี้ไม่น่ากลับ"

 

แล้วพ่อปล่อยไปได้ยังไงเนี่ย!

 

เยี่ยนฉือถอนหายใจ นึกปลงตก ยังไงเขาก็กะจะทำกับข้าวเองอยู่แล้ว นึกบางอย่างขึ้นมาได้เยี่ยนฉือก็ถามขึ้น"จริงสิ ตงฟางนายจะเข้ามาทำด้วยไหม"

 

ตงฟางโจวเลิกคิ้ว"หมายถึงกับข้าว? "

 

เยี่ยนฉือขมวดคิ้ว"ก็ใช่สิ นายคิดว่าทำอะไร..."พูดไปก็นึกขึ้นมาได้เองว่าคำพูดตัวเองมันสองแง่สองง่าม หน้าก็แดงขึ้นมา แต่พอสังเกตดูดีๆ หน้าตงฟางโจวก็ขึ้นสีเหมือนกัน ถึงจะยังทำหน้านิ่งอยู่ก็ตาม

 

"ตกลง...นายจะมาไหม"เยี่ยนฉือถาม

 

ตงฟางโจวตอบ"ฉันทำอาหารไม่เป็น"

 

"เอ๊ะ? แต่นายบกว่าเข้าครัวตอนเด็กไม่ใช่หรอ"

 

"แค่เข้าไปล้างผัก ช่วยพวกเขาเตรียมของ ไม่เคยหัดทำหรอก"

 

พูดไปแล้วตงฟางโจวก็ยิ้มออกมา เมื่อก่อนถึงจะชอบเข้าไปอยู่ในครัวกับพวกแม่บ้าน แต่ทำอย่างมากก็แค่ล้างผัก นอกนั้นก็ไม่เคยทำอะไร ได้แต่มองอย่างเดียว บางครั้งก็หลับตื่นมาอาหารก็เสร็จไปแล้ว ยิ่งช่วงหลังๆ ไม่ได้เข้าครัวแล้ว แต่หมกตัวอยู่ในห้องแทน

 

เยี่ยนฉือกวักมือเรียก"งั้นฉันสอนให้"

 

พ่อของเยี่ยนฉือลอบดูพวกเขาสองคนอยู่นานสองนาน เห็นสายตามันแปลกๆ ก็ยิ่งขมวดคิ้วด้วยความสงสัย จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พ่อของเยี่ยนฉือหยิบขึ้นมารับทันที"ฮัลโหล? อ้อ เธอเองหรอ เมื่อไหร่จะกลับ ห๊ะ กลับพรุ่งนี้ตอนเย็น ตอนนี้อยู่ชายหาด พักโรงแรม! ทำไมคุณถึงเที่ยวซะลืมผมเลยล่ะ"คุยได้ไม่นานก็ขอตัวออกไปคุยบนห้อง"เดี๋ยวพ่อขึ้นไปเลยนะ ไม่ต้องทำเผื่อพ่อล่ะ พ่อกินมาแล้ว"

 

เยี่ยนฉือรับคำ"ครับบบบ"

 

เวลานั้นเองที่ทั้งห้องเหลือแค่ตงฟางโจวกับเยี่ยนฉือ เยี่ยนฉือถามตงฟางโจวอีกรอบ"ตกลงนายจะช่วยไหม ถ้าไม่ก็ไปนั่งดูทีวีรอในห้องนั่งเล่นก็ได้ เสร็จเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันเรียก"

 

ตงฟางโจวลุกขึ้น ก่อนจะหยิบถุงผักเดินเข้าครัวไปก่อนเขา เยี่ยนฉือเดินตามไปทีหลังรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย ตงฟางโจวบางช่วงก็พูดเยอะ บางช่วงก็ไม่พูด เดินฉับๆ เข้าครัวไปแล้วก็ล้างผักเอาไว้รอเขา เยี่ยนฉือก็ตั้งหมอต้มน้ำ

 

ตงฟางโจวพูดขึ้น"เอาผัดเปรี้ยวหวานด้วยนะ ฉันชอบ"

 

"ไม่ยักรู้ว่านายชอบ ฉันนึกว่านายกินแต่อาหารหรูๆ ซะอีก"

 

"ก็กินหรู แต่ผัดเปรี้ยวหวานมันอร่อย เสิ่นกู่ทำให้กินเลยชอบ"

 

มือของเยี่ยนฉือชะงักไปไม่รู้ตัว สายตาพลันเปลี่ยนแวว"หรอ..."

 

บรรยากาศในห้องครัวจู่ๆ ก็เงียบและอึดอัดขึ้นทันตา ตงฟางโจวล้างผักจนหมด เก็บส่วนที่เหลือเข้าตู้เย็นให้เสร็จสรรพ ก่อนจะได้กลิ่นเครื่องเทศ พอหันไปก็เห็นว่าหมอเดือดจนมันล้นออกมาแล้ว"เยี่ยนฉือ หม้อ! "

 

เยี่ยนฉือรู้สึกตัวขึ้นมา เห็นหม้อเดือดจนล้นก็ลนลาน รีบยื่นมือไปเปิดฝ่าอย่างรีบร้อน ไอร้อนพ่นใส่หน้าจนต้องหลับตาแล้วถอยออกมา ตงฟางโจวเข้ามารับก่อนที่เยี่ยนฉือจะสะดุดขาตัวเองล้มหัวฟาดพื้น เอื้อมมือไปปิดเตาแก๊สทันที

 

เยี่ยนฉือมัวแต่ตกใจไม่ยอมลืมตา โวยวายว่า"ตาฉัน..แสบตา..."

 

ตงฟางโจวค่อยๆ พาเยี่ยนฉือไปนั่ง เอาผ้าไปชุบน้ำก่อนจะเอามาเช็ดรอบดวงตาให้"ค่อยๆ ลืมตา นายมัวเหม่ออะไรอีกแล้ว! "

 

เยี่ยนฉือตอนแรกแสบตา แต่พอได้ยินตงฟางโจวพูดใส่ด้วยอารมณ์หงุดหงิดจู่ๆ มันก็อยากจะร้องไห้ออกมา น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ได้แต่ยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง"อย่ามองนะ....อย่ามอง.."

 

ตงฟางโจวเริ่มโมโห เมื่อกลางวันยังดีๆ อยู่ แล้วตอนนี้กลับเป็นอะไรไปแล้ว ตวาดว่า"นายเป็นบ้าอะไรห๊ะ ล้มหน้ารถฉันไม่ว่าอะไรนาย ตอนนี้นายชักงี่เง่าเกินไปแล้วนะ! "

 

เยี่ยนฉือสะดุ้ง ยิ่งห้ามน้ำตาตัวเองไม่ได้ ยิ่งสะอื้นหนักเข้าไปอีก เยี่ยนฉือพยายามกลั้นเสียงไม่ให้ร้องไห้ออกมา สภาพเลยดูน่าสงสาร ตงฟางโจวเห็นอารมณ์ก็ยิ่งขึ้น ไม่รู้จะไปลงที่ไหนก็ทุบโต๊ะดังปัง สูดหายใจเข้าเพื่อสงบสติอารมณ์

 

ตงฟางโจวเกลียดคนร้องไห้ใส่เป็นที่สุด พอร้องไห้แล้วก็ไม่ยอมพูดอะไร เป็นอะไรก็ไม่ยอมบอกดีๆ มันพาลให้หงุดหงิดใจเสมอ เมื่อก่อนเยี่ยนฉือเป็นพวกขี้กลัวเกินเหตุ ขู่นิดหน่อยก็ร้องเป็นบ้าเป็นหลัง พอมาตอนนี้...นิสัยก็ยังเหมือนเดิม

 

ตงฟางโจวประคองสติตัวเอง มองหน้าเยี่ยนฉือแล้วใช้น้ำเสียงที่เบาลงกว่าเดิม"บอกมาว่านายร้องไห้ทำไม"

 

เยี่ยนฉือเจอความอ่อนโยนใจก็อ่อนยวบ แต่สาเหตุที่ตัวเองร้องไห้เขาก็ยังไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ จึงตอบกลับไม่เต็มเสียงนัก"คง...แสบตามั้ง.."

 

ตงฟางโจวเริ่มคิ้วขมวดอีกรอบ"แสบตา? ต้องร้องขนาดนี้เลยหรอ บอกมาตามตรงอย่าให้ฉันโมโห"

 

"ฉันไม่รู้!!! "

 

จู่ๆ เยี่ยนฉือก็ตะโกนออกมา ใบหน้าฉายแววไม่เข้าใจเหมือนอย่างที่พูด น้ำตามันไม่ยอมหยุดไหล เยี่ยนฉือก็ได้แต่เช็ดลวกๆ แล้วลุกขึ้นไปดูหม้อ ตงฟางโจวเจอแบบนี้เข้าไปก็โกรธขึ้นมาอีก"เดินหนี? นายทำตัวเป็นผู้หญิงแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ กลับมาคุยกับฉันนะ"

 

เยี่ยนฉือไม่ตอบซ้ำยังไม่ยอมหันกลับมา พูดแค่ว่า"ฉันจะเอากับข้าวไปให้ นายไปนั่งรอที่โต๊ะสิ"

 

"ฉันชอบนาย"

 

เยี่ยนฉือชะงักกึก เหมือนจู่ๆ ก็มีเสียงวิ๊งๆ ดังในหู หันกลับมามองตงฟางโจวโงนเงน"นาย...ว่าอะไรนะ? "

 

ตงฟางโจวเดินเข้ามา พูดด้วยสีหน้าจริงจัง"ฉันชอบนาย ถ้านายกำลังกังวลเรื่องนี้อยู่ล่ะก็"

 

เยี่ยนฉือส่ายหน้าไปมา ถามอย่างไม่เข้าใจ"ทำไม.."

 

"ฉันใจร้อนอีกแล้ว ขอโทษด้วยที่ไม่ระวังปากตัวเอง ผัดเปรี้ยวหวานไม่ต้องทำแล้วก็ได้ ที่ฉันบอกว่าชอบกินก็คือชอบกิน มันไม่ได้เกี่ยวกับเสิ่นกู่ แค่เห็นว่ามันอร่อยดีเลยชอบ เข้าใจหรือยังไอ้ขี้ขลาด"

 

เยี่ยนฉือเหมือนถูกทุบหัว แต่ในชั่วพริบตานั้น ไม่รู้ว่าตงฟางโจวเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ถูกจับให้เงยหน้าขึ้น ก่อนจะรู้สึกถึงความอุ่นจากริมฝีปากของตงฟางโจว ลิ้มของเขาไล่เลี่ยริมฝีปากของเยี่ยนฉือคล้ายกับจะปลอบใจ ก่อนจะดูดดึงจนปากบวม ด้วยความสูงของตงฟางโจว เพียงแค่เอื้อมมือมากอดเอวแล้วยกตัวเขาขึ้นนั่งไปบนเคาน์เตอร์ล้างจาน ยิ่งจูบนานอารมณ์ยิ่งมา ตงฟางโจวไล่จูบตั้งแต่หน้าผากลงมาต้นคอ จากนั้นก็กัดไหล่เขาอย่างแรง

 

เยี่ยนฉือสะดุ้งจะผลักตงฟางโจวออก แต่ก็ถูกรวบมือเอาไว้ เยี่ยนฉือเอ่ย"ตงฟาง...นายจะทำอะไร"

 

ตงฟางโจวผละริมฝีปากออกจากคอของเยี่ยนฉือ กระซิบข้างหูแผ่วเบา"ยังต้องถามอีกหรอ ยืนยันกับนายไง เพราะนายมันทำตัวเหมือนผู้หญิง ฉันเลยต้องย้ำให้ฟัง"ตงฟางโจวทำหน้าจริงจัง"ที่ผ่านมาฉันอาจจะชอบเสิ่นกู่ แต่เสิ่นกู่ไม่ได้ชอบฉัน ในวันที่เราอยู่ที่นั่นฉันเห็นเสิ่นกู่มีความสุขมากแค่ไหนฉันยังจำได้ดี"

 

เยี่ยนฉือหลุบตาต่ำ"นาย...อิจฉา? "

 

ตงฟางโจวหัวเราะหึ"จะว่าอิจฉาก็ได้ ความรักแบบนั้นทำไมคนอย่างฉันจะไม่อยากมี ฉันอิจฉาที่เสิ่นกู่เจอมัน ส่วนนายเลิกคิดเล็กคิดน้อยสักที ตอนนี้ฉันชอบนาย นายคงพอใจนะ"

 

เยี่ยนฉือทำปากยื่น จะพูดต่อ แต่ยังไม่ทันได้อ้าปาก เสียงฝีเท้าก็ดังทางบันได ตงฟางโจวรีบผละออกทันที เยี่ยนฉือก็กระโดดลงมาจากเคาน์เตอร์ล้างจาน ทำเป็นกำลังชิมแกงในหม้อ พ่อของเยี่ยนฉือก็ถามเสียงดัง"เยี่ยนฉือ เห็นสายชาร์จของพ่อไหม พ่อลืมเอาไว้ไหนก็ไม่รู้"

 

เยี่ยนฉือตะโกนกลับ"ยะ...อยู่หลังตู้เก็บของครับ พ่อเอาลงมาไว้ตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว"

 

"โอ้ ขอบใจมากนะ พ่อเห็นแล้วตามสบายเลยนะลูก ตงฟางโจวก็ด้วยนะ"

 

"คะ...ครับ.."

 

ตามสบาย?

 

เยี่ยนฉือวางช้อนลง หันไปมองตงฟางโจวก็เกิดอาการเขินขึ้นมา แย่จริงๆ เมื่อกี้ตัวเขากำลังทำอะไรกันอยู่นะ เยี่ยนฉือทำตัวตามปกติ ถามตงฟางโจวว่า"เดี๋ยวฉันตักซุปใส่ถ้วยแปบนึง นาย..."

 

"ไม่กินแล้ว"

 

"แต่นายพูดก่อนออกจากมหาลัยว่านายหิวไม่ใช่หรอ? "

 

"ฉันไม่กินข้าวแล้ว วางช้อนแล้วก็ขึ้นห้อง ฉันจะขึ้นไปรอ"

 

"เอ๊ะ..."

 

.............................

 

แผงอกเปลือยเปล่าของเยี่ยนฉือถูกจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตงฟางโจวไม่ฟังอะไร พอเขามาถึงห้องแล้วแอบหันไปล็อคประตูเบาๆ จู่ๆ ก็ถูกฉุดไปนอนที่เตียง ถูกทึ้งเสื้อผ้าออกจนแทบไม่เหลือในเวลาไม่ถึงนาที ตงฟางโจวก็พรมจูบตั้งแต่หน้ายัยต้นขา มือไม่ปล่อยให้ว่างลูบไปตามเนื้อตัว

 

ตงฟางโจวรู้สึกว่าผิวพรรณของเยี่ยนฉือนั้นละเอียดนวลเนียนกว่าที่คิด บางที่หยาบกร้านแบบผู้ชาย แต่กลับไม่ได้รู้สึกว่าขัดอะไร ยิ่งลูบยิ่งลื่นมือจนหยุดไม่ได้

 

เขากอดเยี่ยนฉือแน่นโดยไม่พูดอะไรสักคำ ก้มหน้าจูบท่าเดียว บางครั้งก็ขมกัดด้วยความมันเขี้ยว กวัดเกี้ยวเอาลิ้นพันจนเยี่ยนฉืออยู่นิ่งไม่ได้ เป็นต้องส่งเสียงน่าอายออกมา เยี่ยนฉือยังไม่พร้อมมากเท่าไหร่ก็ผลักอกตงฟางโจวออกเบาๆ แต่ตงฟางโจวมีหรือจะยอม จับรวบเอามือทั้งสองข้างขึ้นด้านบน ก่อนจะละเลงจูบ เยี่ยนฉือถูกกระตุ้น ทั่วทั้งร่างเหมือนถูกไฟเผา ยิ่งมายิ่งร้อนแรง มิหนำซ้ำยังถูกจูบซะจนหายใจแทบไม่ออก ทรวงอกกระเพื่อมขึ้นลงถี่กระชั้น เกร็งตัวแอ่นสะโพกขึ้นจนหน้าท้องชิดกับตงฟางโจว เสียดสีถูกันไปมาจนบางอย่างเริ่มตื่นขึ้นมา สองขาเยี่ยนฉือถูกจับแยกออก ตงฟางโจวไม่รั้งรอแทรกเข้าไประหว่างกลาง ใช้ขาดันให้บั้นท้ายยกลอยขึ้น

 

ในตอนนั้นตงฟางโจวไม่เพียงแค่ใจร้อนที่จะ...เออ นั่นแหละ แม้แต่ความอ่อนโยนก็ทรมานเขาได้ ทันทีที่ตงฟางโจวยกบั้นท้ายเขาให้ลอยขึ้น โชว์ส่วนลับหราต่อหน้าตงฟางโจว อีกฝ่ายก็ส่งนิ้วเข้ามาสำรวจทันควัน ครั้งแรกก็สอดเข้ามาสองนิ้ว เยี่ยนฉือดิ้นทั้งทรมาน รู้สึกเจ็บและแสบคล้ายกับโดนแหวก ตงฟางโจวถ่มน้ำลายใส่นิ้วตัวเองแล้วสอดเข้ามาเรื่อยๆ ถึงจะมีแค่น้ำลายแต่ก็พอจะทำให้นิ้วเข้าออกได้ไม่มีปัญหา ความเจ็บปวดเริ่มหายไป แทนที่ด้วยความรู้สึกเสียววูบวาบ สอดเข้าๆ ออกๆ อยู่เป็นนาน แอร์ที่เปิดเอาไว้ไม่ได้ทำให้ร่างกายเขาเย็นลงสักนิด กลับกันมีแต่จะเพิ่มความร้อนมากขึ้น

 

เยี่ยนฉือผ่อนลมหายใจช้าๆ กัดนิ้วตัวเองพลางว่า"อย่า...อย่าเร็ว..."

 

ตงฟางโจวว่ายิ้มๆ "เร็วกว่านี้หรอ? "

 

เยี่ยนฉือกัดฟันแน่น เมื่อจู่ๆ ตงฟางโจวก็เพิ่มความเร็ว เสียงน้ำแฉะดังอย่างหยาบโลน เยี่ยนฉืออายหน้าแทบไหม้ เอามือมาปิดหน้าเป็นการใหญ่

 

ทว่าในตอนนั้น จู่ๆ ก็มีวัตถุบางอย่างมาจ่อที่ช่องทาง นิ้วเอาออกไปนานแล้ว ต่อมาก็รู้สึกถึงความคับแน่น ทั้งยังฝืดเคือง ค่อยๆ สอดเข้ามา ผนังเนื้อโอบรัดจนคับไปหมด เยี่ยนฉือกัดฟันแน่น มือปัดป่ายสะเปะสะปะ ขาสองขาหนีบเอวตงฟางโจวเอาไว้ ช่องทางขมิบรัวตอดรัดตงฟางโจวจนต้องกัดฟันระบายอารมณ์

 

ภายใต้ห้วงอารมณ์ เยี่ยนฉือไม่สามารถคำนึงได้ว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ มันถูกต้องหรือไม่หรืออย่างไร ได้ประสาทคล้ายจะวูบไป ร่างกายไม่ฟังคำสั่ง เมื่อตงฟางโจวเริ่มขยับ แม้จะยากลำบาก เยี่ยนฉือกลับแยกขาออกกว้างขึ้นเรื่อยๆ อำนวยความสะดวกให้ตงฟางโจว ทั้งยังลดความเจ็บปวดให้ตัวเอง ตงฟางโจวพอเข้าออกคล่องตัวก็รัวจังหวะใส่ไม่ยั้ง มือข้างหนึ่งจับเอวเยี่ยนฉือไว้ ส่วนอีกข้างยื่นไปปิดปากเยี่ยนฉือ ถึงเขาจะทำรุนแรง แต่ผนังห้องของเยี่ยนฉือ ตงฟางโจวไม่แน่ใจว่ามันหนาแค่ไหน อีกทั้งห้องของพ่อเยี่ยนฉือยังอยู่ข้างๆ เกิดได้ยินเสียงว่าลูกชายกำลังโดนเข้ากระทำอะไรอยู่ ตงฟางโจวคงไม่ได้มาเหยียบที่นี่อีกแน่ ดังนั้นป้องกันเอาไว้ดีกว่าแก้ อีกทั้งเขาเต็มใจให้เยี่ยนฉือกัดมือเขาเพื่อระบายอารมณ์ได้

 

หลังจากผ่านไปยกหนึ่ง พักหายใจไม่ทันไร ตงฟางโจวก็จับเอวเยี่ยนฉือแน่น จับเยี่ยนฉือพลิกขึ้นด้านบน แอร์เย็นเริ่มทำงาน ร่างกายหนาวสะท้านจนขนลุกซู่ ตงฟางโจวไม่อยากทนหนาวนาน บังคับให้เยี่ยนฉือยกสะโพกขึ้น ตนเองก็ช่วยประคองเป็นระยะ เยี่้ยนฉือไม่เคยขึ้นมาอยู่บนตำแหน่งนี้ พอมองลงไปเห็นหน้าตงฟางโจวแดงก่ำ ทั้งยังกัดฟันด้วยความทรมาน เยี่ยนฉือจะลุกขึ้น แต่ตงฟางโจวกลับยึดเอวไม่ยอมปล่อย ยื้อๆ กันอยู่ เยี่ยนฉือก็ร้องลั่นจนต้องรีบเอามือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน

 

เล่นออนท็อปกันอยู่นาน แข้งขาเยี่ยนฉือก็หมดแรง ทิ้งตัวลงมาปะทะอกของตงฟางโจว ทว่าท่อนล่างของตงฟางโจวยังไม่ยอมรามือ กระแทกเข้าออกไม่หยุด เยี่ยนฉือกอดตงฟางโจวเอาไว้แน่นทั้งเสียวกระสันจนทนแทบไม่ไหว ไม่นานก็ปลดปล่อยออกมาเต็มหน้าทองตงฟางโจวและตัวเอง ตงฟางโจวกระแทกย้ำอยู่สองสามครั้งก็ปลดปล่อยออกมาเช่นกัน

 

ในตอนที่ถอดออก มีเสียงป๊อกดังขึ้นทีหนึ่ง หน้าเยี่ยนฉือทั้งแดงทัั้งซีด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแอร์หรือว่าตงฟางโจวทำรุนแรงเกินไป พอเอื้อมมือไปหยิบผ้าห่มมาคลุม เยี่ยนฉือยิ่งผวากอดเขาแน่นขึ้น ตงฟางโจวจูบขมับเยี่ยนฉือก่อนจะกอดอีกผ่านเอาหน้าซุกที่ซอกคอของเยี่ยนฉือแล้วหลับไปทั้งๆ แบบนั้น

 

เช้าถัดมา เยี่ยนฉือลุกไม่ไหว ตงฟางโจวเลยลงมาอุ่นอาหารที่ทำเอาไว้เมื่อวาน ในตอนนั้นเองพ่อของเยี่ยนฉือที่ตื่นลงมา ก็ถามเขา"เมื่อคืนนี้พวกเธอทำอะไรกันหรอ"

 

ตงฟางโจวตอบอย่างผ่อนคลาย"กิจกรรมครับ"

 

"กิจกรรม? ฉันรู้นะ"

 

"ครับ? "

 

"ดูหนังโป๊กันล่ะสิ ไม่ต้องอายหรอก ผู้ชายมันก็ต้องมีช่วงเวลาแบบนี้กันบ้างแหละ ฉันเข้าใจ"

 

ตงฟางโจวยิ้มน้อยๆ ก่อนจะหันมาโดยไม่ลืมปลดกระดุมลงสองเม็ด ให้เห็นแผงอกเปลือยเปล่าของตัวเองที่เต็มไปด้วยรอยนิ้ว และรอยจ้ำแดงบางจุด เพราะเยี่ยนฉือค่อนข้างจะอายและไม่กล้า เลยมีมาแค่สองสามจุด นอกนั้นรอยนิ้วมือล้วนๆ

 

พ่อของเยี่ยนฉือแทบจะพ้นน้ำที่กินเข้าไปเมื่อกี้ออกมาทันที ตงฟางโจวยิ้มกริ่ม"เป็นอะไรไปครับคุณพ่อ? อ้อ จริงสิ เยี่ยนฉือบอกว่าลุกไม่ไหว คุณพ่อมาตักอาหารเองเลยนะครับ"

 

ว่าแล้วตงฟางโจวก็ขึ้นห้องด้านบนทันที ทิ้งให้พ่อของเยี่ยนฉือนั่งอ้าปากค้างอยู่แบบนั้น

 

ดูเหมือนคงไม่ต้องกลั้นเสียงแล้วมั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จบ...

 

นานมากกว่าจะต่อตอนพิเศษ แต่ไรท์รู้ว่าทุกคนไม่ว่าอะไรไรท์หรอก555

 

ยังเหลือตอนพิเศษอีกตอนหนึ่งนะคะ ตามที่แจ้งไว้ หลังจากนั้นไรท์จะตามแก้ไข้เนื้อหา แล้วก็คำผิดเนาะ ใครอยากวนอ่านใหม่ก็ได้เด้อ ไรท์ไม่ว่า

 

เจอกันตอนพิเศษอีกฉบับ 'เรื่องราวของปีศาจกวางในกระจก'

 

ขอบคุณที่ติดตามกันมาจ้า

 

 

 

 

ความคิดเห็น