facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่16

ชื่อตอน : ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 335

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2563 10:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชายาหนึ่งเล่มเกวียน ตอนที่16
แบบอักษร

 “ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” เม่ากงกงเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งในมือ 

 

โม่ซวนหลงฮ่องเต้เงยพระพักตร์ขึ้นพร้อมกับมองจดหมายที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างเมินเฉย “จากไทเฮาอย่างนั้นรึ?” 

 

“พ่ะย่ะค่ะ” 

 

“ให้คนไปทำความสะอาดตำหนักของไทเฮาให้เรียบร้อย” โม่ซวนหลงฮ่องเต้ตรัส 

 

ข่าวการเสด็จกลับมาขององค์ไทเฮาถูกประกาศออกไปในช่วงเช้าของวันถัดมา และในช่วงสายโม่หวังจิ้งก็ได้เข้ามายังวังหลวงพร้อมกับรอเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่ห้องทรงอักษร 

 

“ถวายพระพรฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” 

 

“หวังจิ้งนั่งก่อน ๆ” โม่ซวนหลงบอกอนุชาของในขณะที่ตัวเองนั่งลงบนเก้าอี้ 

 

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” 

 

เม่ากงกงเดินเข้ามาพร้อมกับรินน้ำชาให้กับบุคคลทั้งคู่ก่อนกลับออกไปประจำการที่ด้านนอก โม่ซวนหลงถอนหายใจ “เจ้าคงได้ยินข่าวที่ไทเฮาจะเสด็จกลับมาแล้ว” 

 

“ทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” 

 

“แต่สิ่งที่ทำให้ข้าหนักใจก็คือวันที่ไทเฮาจะเสด็จกลับมาคือวันที่เราจะจัดงานเลี้ยงแต่งตั้งพระชายาของเจ้าอย่างเป็นทางการ” โม่ซวนหลงฮ่องเต้ตรัสออกมาด้วยความรู้สึกหนักใจพอสมควร 

 

เพราะตนเองไม่รู้ว่าการที่พระนางเสด็จกลับมาคราวนี้จะมีเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นหรือไม่ ไม่แน่ว่าข่าวการแต่งตั้งพระชายาของชินอ๋องจะเข้าถึงหูไทเฮา? 

 

“ไม่มีเรื่องใดให้ต้องกังวลพ่ะย่ะค่ะ” โม่หวังจิ้งตอบเสียงเรียบ 

 

โม่ซวนหลงถอนหายใจ “เอาเถอะหากเจ้าไม่กังวลข้าเองก็ไม่ควรที่จะคิดมากกับเรื่องนี้เช่นกัน เพียงแต่ไทเฮาเป็นเช่นไรเราทั้งคู่ต่างรู้ดี ไม่แน่ว่าการที่ทรงเสด็จกลับมาในครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับตระกูลป๋าย” 

 

มุมปากของโม่หวังจิ้งแสยะยิ้ม “ไม่ว่าองค์ไทเฮาคิดเห็นเช่นไรล้วนไม่เกี่ยวข้องกับวังของชินอ๋อง พระนางไม่สามารถที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องราวภายในวังของกระหม่อมได้” 

 

“ฮ่า... ฮ่า... ฮ่า... ข้าล่ะอิจฉาเจ้าจริง ๆ ที่สามารถทำตามใจตัวเองได้ทุกอย่าง ผิดกับข้าที่แม้แต่ตำแหน่งข้างกายก็ไม่สามารถที่จะมอบให้สตรีที่รักได้” โม่ซวนหลงตัดพ้อ 

 

“กระหม่อมเชื่อว่าจ้าวกุ้ยเฟยต้องเข้าพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” 

 

“ข้ารู้ว่านางเข้าใจเพียงแต่ข้ากลัวว่าฮองเฮานางจะทำอะไรที่เกินเลยไปมากกว่านี้” โม่ซวนหลงฮ่องเต่ตรัส 

 

มือหนาของโม่หวังจิ้งยกถ้วยชาขึ้นจิบอย่างใจเย็น “ตอนนี้อำนาจของตระกูลป๋ายหาได้มั่นคงเช่นแต่ก่อนอำนาจขั้วการเมืองเอนเอียงไปทางหลู่กุ้ยเฟย ดังนั้นตอนนี้ฮองเฮาคงเล็งไปยังหลู่กุ้ยเฟยมากกว่าที่จะเป็นจ้าวกุ้ยเฟยในเร็ววัน” 

 

“ยังดีที่บรรดาอ๋องต่าง ๆ ไม่คิดที่จะยื่นมือเข้ามายุ่งการเมือง” 

 

“ตอนนี้ไม่คิดแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ต้องการ หากไม่ใช่เพราะพระราชโองการของเสด็จจพ่อก่อนสิ้นพระชนม์ว่าห้ามข้องเกี่ยวกับเรื่องราวในราชสำนัก นอกจากจะมีพระประสงค์จากฝ่าบาทเพียงอย่างเดียวมิเช่นนั้นวังหลวงก็คงไม่สงบเช่นนี้” 

 

“นับว่าความคิดของเจ้าไม่เลวนักที่ให้ข้ามอบเมืองแต่ละเมืองให้อ๋องแต่ละคนคอยปกครอง แคว้นจึงได้รุ่งเรืองมากขึ้นถึงเพียงนี้ ไม่แน่ว่าหากในตอนนั้นเจ้าไม่โดนเสด็จแม่ทำเช่นนั้นในตอนนี้…” 

 

ยังไม่ทันที่โม่ซวนหลงฮ่องเต่จะตรัสจบโม่หวังจิ้งจึงชิงพูดขึ้นก่อน “ฝ่าบาทกระหม่อมขอให้พระองค์เลิกคิดเรื่องในอดีต โชคชะตาเป็นสิ่งที่ไม่อาจคาดเดากระหม่อมมีความสุขในตำแหน่งชินอ๋อง แม้ว่าจะทรมานกับพิษที่ได้รับแต่กระหม่อมก็ได้ออกเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆมากกว่าอุดอู้อยู่ที่วังหลวง” 

 

โม่ซวนหลงหรี่ตามองอนุชาก่อนตรัส “ที่ผ่านมาข้าไม่เคยได้ยินว่าเจ้ามีความสุข ดูเหมือนว่าสวี่หยู่เหยียนคนนี้จะทำให้น้องชายของข้าเปลี่ยนไปนะ” 

 

แววตาของโม่หวังจิ้งอ่อนลงเมื่อนึกถึงใบหน้างามล้ำ “เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ” 

 

“ฮ่า... ฮ่า... ฮ่า... ดีจริง ๆ อีกสองวันจะมีการเพิ่มรายชื่อของพระชายาเจ้าลงในสมุดรายชื่อของราชวงศ์พร้อมพิธีแต่งตั้ง ใต้เท้าสวี่อาจใช้ผลประโยชน์จากตรงนั้น” 

 

มุมปากข้างหนึ่งของโม่หวังจิ้งยกยิ้มอย่างร้ายกาจ “สำหรับเรื่องนี้กระหม่อมมีเรื่องที่จะขอให้ฝ่าบาทต้องออกหน้าช่วยพ่ะย่ะค่ะ” 

โม่ซวนหลงฮ่องเต้รู้สึกตุ้ม ๆ ต่อม ๆ แต่ก็ยังตรัสถามออกไป “ช่วยเรื่องอะไรอย่างนั้นรึ” 

 

“กระหม่อมอยากให้สวี่หยู่เหยียนเปลี่ยนไปใช้แซ่หยางและให้หยางไต้เหลียงเป็นบิดาบุญธรรม และให้โกวฝูเจียเป็นมารดาบุญธรรม” 

 

“นั่นไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่อาจต้องจัดการเรื่องบิดาและมารดาบุญธรรมให้แล้วเสร็จในวันพรุ่งนี้” โม่ซวนหลงฮ่องเต้ตรัสอย่างโล่งอก 

 

และเมื่อโม้หวังจิ้งได้กล่าวสิ่งที่ต้องการเป็นที่เรียบร้อยก็ไม่ขอรั้งอยู่อีกต่อไป เขาได้เดินทางกลับมายังวังของตนเองพร้อมกับจดหมายลายพระหตถ์ของฮ่องเต้ที่ได้ให้คนส่งไปยังจังจวนของหยางไคกั๋วกง 

 

สวี่หยู่เหยียนก็ได้ทราบเรื่องราวก็รู้สึกอึ้งเล็กน้อย เดิมทีเธอไม่ได้สนว่าความสัมพันธ์ของเธอและครอบครัวเจ้าของร่างเก่าจะเป็นยังไง แต่จากคำพูดของอ๋องหนุ่มซึ่งได้บอกว่านี่เป็นเพียงวิธีเดียวในการสร้างตัวตนใหม่ให้กับเธอโดยที่ครอบครัวเดิมของสวี่หยู่เหยียนจะไม่สามารถเข้ามาแทรกแซงอะไรในชีวิตของเธอได้นับจากนี้ 

 

เธอที่ได้ฟังก็ตกลงรับทำตามข้อแนะนำที่อีกฝ่ายเสนอให้ เนื่องจากวันมะรืนเธอจะต้องเข้าวังหลวงเป็นครั้งแรกและการแต่ตั้งพระชายาของชินอ๋องที่ฮ่องเต้ทรงตั้งใจจัดให้เธอจะไม่สามารถปิดบังตัวตนของตัวเองได้อีกต่อไป 

ทางด้านของจวนหยางไคกั๋วกงที่ได้รับจดหมายที่ถูกส่งมาจากวังชินอ๋องทันทีที่ฮูหยินผู้เฒ่าทราบเรื่องก็เรียกตัวบุตรชายและลูกสะใภ้ให้มารับรู้เรื่องดังกล่าว 

 

หยางไต้เหลียงและโกวฝูเจียที่รู้ว่าตนเองจะได้รับสวี่หยู่เหยียนเป็นบุตรสาวบุญธรรมก็รู้สึกดีใจ เนื่องจากพวกเขามีบุตรชายเพียงคนเดียวตลอดหลายปีพวกเขาต่างก็พยายามที่จะมีบุตรเพิ่มแต่ก็ไม่เป็นดั่งที่หวังไว้ 

 

วันต่อมาสวี่หยู่เหยียนและโม่หวังจิ้งก็ได้เดินทางมายังจวนหยางไคกั๋วกงเพื่อยกน้ำชาไหว้บิดาและมารดาบุญธรรม หยางเหวินเจ๋อที่เป็นบุตรชายของหยางไต้เหลียงและโกวฝูเจียก็ได้ลาหยุดงานจากกรมราชทัณฑ์เพื่อมาดูน้องสาวบุญธรรม ตัวเขาเองยังไม่ทราบถึงสถานะของน้องสาวบุญธรรมคนนี้เนื่องจากบิดาและมารดาไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ฟัง 

 

แต่เมื่อทราบถึงตัวตนของอีกฝ่ายเข่าทั้งสองข้างก็พลันอ่อนยวบไร้ซึ่งเรี่ยวแรง 

 

สวี่หยู่เหยียนที่ในวันนี้เธอได้ตัดสินใจที่จะเล่าเรื่องราวที่มีอยู่ในความทรงจำทั้งหมดให้แก่คนในตระกูลหยางได้ฟังเพื่อที่จะลบล้างมลทินของมารดาเจ้าของร่างเดิม 

 

เรื่องราวทั้งหมดค่อย ๆ ถูกถ่ายทอดออกมาเป็นฉาก ๆ อย่างไหลลื่นต่อเนื่อง พร้อมกับใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าและหยางไต้เหลียงที่มืดครึ้มไปทุกขณะ 

 

“ปัง!!!” เสียงตบลงบนพนักเก้าอี้อย่างดังจากฝ่ามือของฮูหยินผู้เฒ่าเมื่อได้ฟังเรื่องราวจนจบ 

 

“ฟ่านม่านหลิวนางช่างหาญกล้ายิ่งนักที่ทำเรื่องชั่วช้าเช่นนี้ กล้าหลอกใช้เด็กอายุแปดขวบยืมมือทำร้ายมารดาของตัวเอง” หยางไต้เหลียงกล่าวอย่างเดือดดาล 

ความคิดเห็น