facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เพราะครอบครองร่างปราณหยินบริสุทธิ์ที่เหล่าผู้บำเพ็ญชายล้วนปรารถนา นางจึงต้องปลอมตัวเป็นบุรุษเพื่อสานต่อปณิธานอันยิ่งใหญ่บนเส้นทางผู้ฝึกตนนี้

ตอนที่ 48 ทำลายม่านพลัง

ชื่อตอน : ตอนที่ 48 ทำลายม่านพลัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2563 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 48 ทำลายม่านพลัง
แบบอักษร

โม่เทียนเกอหยุดเดิน นางสำรวจกำแพงหินสักครู่หนึ่งหลังจากนั้นจึงเริ่มสัมผัสพื้นผิวด้วยมือของนาง 

ฉินซีหยุดยืนอยู่ข้างๆ นาง “มีอะไรผิดปกติหรือ”  

โม่เทียนเกอสำรวจอยู่อีกระยะหนึ่งก่อนที่จะตอบว่า “มีอะไรบางอย่างแตกต่างจากที่อื่นตรงนี้”  

เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น ฉินซีก็เดินเข้าไปใกล้นางมากขึ้น แต่เขาก็สังเกตเห็นเพียงแค่รูปแบบพื้นผิวของกำแพงหินทั่วๆ ไปเท่านั้นเอง 

โม่เทียนเกอรับรู้ได้ถึงสิ่งที่เขาสงสัย จึงชี้ให้ดูถึงรูปแบบของกำแพงหินแบบหนึ่งพร้อมอธิบายว่า “ศิษย์พี่จำรูปแบบของกำแพงหินอื่นๆ ได้หรือเปล่า”  

ฉินซีส่ายหัว “ข้าไม่ได้สันทัดเรื่องม่านพลังนัก ข้ามองไม่เห็นนะ”  

โม่เทียนเกอพูด “มันอาจจะดูเหมือนไม่มีความหมายอะไร แต่มันมีคาถาเสกเคลือบเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง รูปแบบนี้ ความจริงแล้วเป็นลักษณะของตรีลักษณ์ทั้งแปด”  

“ตรีลักษณ์ทั้งแปด?” ฉินซีขมวดคิ้ว “เจ้าหมายถึงมีปริศนาซ่อนอยู่บนกำแพงหินนี้อย่างนั้นหรือ”  

โม่เทียนเกอพยักหน้า “ถูกต้องแล้ว ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด นี่คือม่านประตูลับแห่งความเป็น-ตายทั้งแปดที่มีกล่าวไว้ในวิชาฉีเหมินตุ้นจย่า [1]  

“ม่านประตูลับแห่งความเป็น-ตายทั้งแปด?” ฉินซีขมวดคิ้วมากขึ้นไปอีกพร้อมพูดพึมพำถึงคำเหล่านี้ หลังจากนั้นเขาจึงกล่าวว่า “แล้วถ้าอย่างนั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะสามารถออกจากม่านพลังที่นี่ได้ ถ้าเราหาประตูแห่งชีวิตและประตูแห่งการเริ่มต้นเจออย่างนั้นหรอกหรือ”  

“โดยทฤษฎีแล้ว ก็ควรจะเป็นเช่นนั้น” โม่เทียนเกอตอบ “แต่ความเป็นจริงแล้วก็ไม่แน่เสมอไป ในม่านประตูลับแห่งความเป็น-ตายทั้งแปดระดับสูง ทั้งแปดประตูนั้นอาจสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งได้เรื่อยๆ และยากที่จะหาเจอ กว่าข้าจะหาร่องรอยของม่านพลังนี้เจอยังใช้เวลานานขนาดนี้ ก็แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า ม่านพลังนี้ไม่ใช่ง่ายๆ เลย สุดท้ายแล้ว ข้าก็ยังไม่มั่นใจนักว่าข้าจะหาประตูแห่งชีวิตเจอหรือไม่”  

“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเราก็ต้องลองดู”  

โม่เทียนเกอพยักหน้า “ถูกต้องแล้ว แพ้ยังดีกว่าต้องติดอยู่ที่นี่ ถ้าจะแพ้โดยที่ไม่ได้แผ่นจารึกประจำตัวมาสักหนึ่งอันก็คงจะเรียกว่าชนะไม่ได้” หลังจากนั้นนางก็เริ่มต้นหาถึงจุดที่แตกต่างต่อไป “นี่คือลักษณ์แห่งสายฟ้า หนึ่งในตรีลักษณ์ทั้งแปด ข้าเชื่อว่านี่คือประตูแห่งรอยแผล ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับธาตุไม้ ด้วยวิชาที่ข้ากำลังฝึกอยู่มีลักษณะเกี่ยวกับไม้ ข้าขอลองอันนี้ดู”  

เมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น ฉินซียืนอยู่ข้างๆ นาง 

โม่เทียนเกอยืนอยู่ด้านหน้าของกำแพงหินและนำกระบี่ป่าขจีของนางออกมา นางเพิ่มพลังวิญญาณเข้าไปและกวัดแกว่งกระบี่พร้อมฟันเข้าไปที่กำแพงหินในทันที ช่วงจังหวะเวลาที่กระบี่ของนางกระทบเข้ากับกำแพงหิน รัศมีพลังบนพื้นผิวนั้นสว่างวาบออกมาป้องกันการโจมตีของกระบี่นางในทันที 

เมื่อเห็นดังนี้ โม่เทียนเกอก็เคลื่อนย้ายพลังวิญญาณทั้งหมดในร่างของนางพร้อมพุ่งกระบี่ไปด้านหน้าอย่างไม่ลดละ รัศมีที่ส่องสว่างอยู่นั้นถูกกระบี่ของนางปักทะลุจนหายไปอย่างไร้ร่องรอย 

กำแพงหินระเบิดออกในทันใดเมื่อกระบี่ป่าขจีปักลงไปที่ชั้นหิน ทันใดนั้นภาพเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไป พวกเขาพบว่ากำลังยืนอยู่หน้ากำแพงหินอีกชั้นหนึ่งที่ยังดูสมบูรณ์ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ มันดูเหมือนกับว่า สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไปนั้นเป็นเพียงแค่จินตนาการของพวกเขา 

อย่างไรก็ตาม โม่เทียนเกอยิ้มและพูดว่า “ประตูแห่งรอยแผลสลายไปแล้ว นี่คือ… ลักษณ์แห่งไฟ ซึ่งหมายความว่าเป็นประตูแห่งทัศนีย์ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับธาตุไฟ” นางหน้านิ่วด้วยความเขินอาย “ข้าไม่เก่งในคาถาแห่งไฟ ข้าทำได้เพียงแค่ลูกไฟเล็กๆ เท่านั้น ศิษย์พี่ฉิน แล้วท่านล่ะ”  

ฉินซีตอบ “ข้าเชี่ยวชาญในคาถาของธาตุทองกับธาตุไฟ เดี๋ยวข้าจัดการเอง”  

โม่เทียนเกอรู้สึกโล่งใจ นางหลีกทางให้ฉินซี และเห็นเขาหยิบกระบี่ออกมาจากกระเป๋าเอกภพ 

นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอัศจรรย์ใจเมื่อเห็นกระบี่นั้น กระบี่ของเขาทั้งอันเป็นสีทองคลุมด้วยเปลวไฟ แรงเคลื่อนไหวของมันทำให้เซได้ แข็งแกร่งกว่ากระบี่ป่าขจีของนางหลายเท่านัก ที่สำคัญที่สุด มันคืออาวุธวิเศษ!  

ไม่ใช่ว่านางไม่เคยเห็นอาวุธวิเศษมาก่อน จี้ซ่อนวิญญาณที่เยี่ยจิงเหวินให้ไว้กับนางเพื่อปกปิดร่างกายเมื่อตอนนั้นก็เป็นอาวุธวิเศษเหมือนกัน เช่นเดียวกันกับตะเกียงเสน่ห์ที่นางครอบครองมาได้กว่าครึ่งปีแล้วจากการฆ่าชายกลุ่มอัน อย่างไรก็ตาม นอกเหนือไปจากการปกปิดร่างกายและทำให้พลังวิญญาณของนางบริสุทธิ์แล้วนั้น จี้ซ่อนวิญญาณก็ไม่ได้มีคุณสมบัติอื่นๆ อีก สำหรับตะเกียงเสน่ห์ก็เป็นอาวุธวิเศษที่ใช้ควบคุมจิตใจและดูธรรมดาอย่างมาก ทั้งสองอย่างนั้นไม่เหมือนกับกระบี่ที่มีพลังน่าเกรงขามซึ่งอยู่ด้านหน้าของนางตอนนี้เลย 

ฉินซีเคลื่อนย้ายพลังวิญญาณของเขา เพียงแค่เขากวัดแกว่งกระบี่ไปมาเท่านั้น พวกเขาก็ได้ยินเสียง “ตู้ม” กำแพงหินระเบิดออก คาถาที่ปกป้องอยู่นั้นถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดาย อีกครั้งที่พวกเขาพบว่าตัวเองยืนอยู่หน้ากำแพงหินเหมือนกับฉากเดิมที่ผ่านมา 

ฉินซีเก็บกระบี่เข้าไปในฝัก มองโม่เทียนเกอแล้วพูดว่า “มันไม่ง่ายสำหรับข้าเลยกว่าจะได้กระบี่นี้มา ข้าคงมีชีวิตที่ไม่สงบสุขเท่าไหร่นักถ้ามีคนรู้ว่าข้ามีมันอยู่ หวังว่าศิษย์น้องเยี่ยจะช่วยเก็บเป็นความลับให้ข้า ไม่เอาไปบอกใคร”  

อาวุธกระบี่บินได้บ่งบอกถึงอะไร โม่เทียนเกอมั่นใจว่าผู้ฝึกตนหลายคนคงอยากได้ตะเกียงเสน่ห์ของนางแน่ ถ้านางหยิบออกมา ไม่ต้องพูดถึงกระบี่เช่นนี้เลย ไม่แปลกใจเลยที่ฉินซีไม่เคยหยิบมันออกมา ความมั่งคั่งของผู้คนจะนำมาซึ่งความวุ่นวายแก่เขา เพราะมันไปกระตุ้นความโลภของคน ผู้ฝึกตนระดับการหลอมรวมพลังวิญญาณตัวเล็กๆ คงไม่สามารถปกป้องอาวุธวิเศษแบบนี้ได้ 

โม่เทียนเกอพยักหน้าอย่างเข้าใจ “ศิษย์พี่ฉินวางใจได้เลย พวกเราจะออกจากที่นี่ได้ถ้าพวกเราร่วมมือกัน จนกว่าเราจะออกไปจากที่นี่ได้ ข้าจะบอกว่าข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”  

ฉินซียิ้มบางเบาจนทำให้โม่เทียนเกอรู้สึกตาพร่ามัว ตลอดเวลาที่พวกเขารู้จักกันมา นางไม่เคยเห็นเขายิ้มมาก่อน เขาเป็นคนที่หล่อเหลาอยู่แล้ว และเมื่อเขายิ้ม เขายิ่งดูสง่างามและภูมิฐานขึ้นไปอีก นางไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้เลย 

เมื่อนางเห็นเขาทำท่าทางสงสัย นางรีบหันหน้าหนี รู้สึกโกรธตัวเองอยู่ในใจ เอาจริงรึ! ก็ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยเห็นผู้ชายมาก่อนนี่! อีกอย่างเราปลอมเป็นผู้ชายและอยู่ร่วมกับผู้ชายมาเป็นเวลานานแล้ว ช่างน่าตลกที่เรายังรู้สึกเคลิ้มเมื่อเห็นเขา!  

เพื่อกลบเกลื่อนที่นางควบคุมตัวเองไม่ได้ไปชั่วขณะ นางรีบกลับไปสำรวจรูปแบบบนกำแพงหินอีกครั้ง 

“ลักษณ์แห่งทะเลสาบ ประตูแห่งความกลัว เกี่ยวเนื่องกับธาตุทอง”  

ฉินซีก้าวขึ้นมาด้านหน้า “เดี๋ยวข้าจัดการเอง”  

เขายังคงใช้กระบี่เดิม แต่ครั้งนี้มันถูกห่อหุ้มด้วยชั้นของพลังวิญญาณสีทอง ฉินซีส่งพลังวิญญาณของเขาไปที่พื้นผิวของมัน ประตูแห่งความกลัวพังทลายลงในทันที 

ในครั้งนี้ โม่เทียนเกอเริ่มดีอกดีใจ ความแตกต่างบางอย่างเริ่มปรากฏที่กำแพงหินด้านหน้านาง หลังจากนั้นอีกหนึ่งชั้น กำแพงหินรอบๆ ตัวพวกเขาเริ่มเคลื่อนที่ ทันใดนั้น ทางเดินระหว่างกำแพงหินก็เปลี่ยนเป็นห้องหินห้องหนึ่งทันที 

ทั้งสองคนเสกคาถาป้องกันตัวก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องนั้นอย่างระมัดระวัง 

ห้องหินนี้มีเพดานที่สูงและกว้างขวางมาก มีชั้นวางของที่มีสิ่งของวางอยู่อย่างระเกะระกะอยู่ตรงมุมห้อง 

ภายหลังจากสำรวจไปรอบๆ ชั้นวางของ และพบว่าไม่ได้มีร่องรอยของม่านกั้นพลังวางไว้ โม่เทียนเกอยื่นมือไปหยิบหนังสือที่ทำจากหนังสัตว์ออกมาจากชั้นวาง 

“ฉีเหมินตุ้นจย่า?” โม่เทียนเกอเปิดหนังสือออก และพบว่าแท้จริงแล้วเป็นหนังสือที่อธิบายถึงม่านพลังนั่นเอง 

ฉินซีเองก็หยิบหนังสือเช่นกัน พร้อมส่งเสียงประหลาดใจ 

โม่เทียนเกอมองไปที่เขา “มีอะไรรึ”  

ในขณะที่เขาให้นางดูหนังสือ เขาก็พูดว่า “หนังสือ ‘ศาสตร์แห่งกายาทอง’ เล่มนี้เป็นคู่มือขั้นสูงสำหรับวิชากายาพิสุทธิ์ ข้าเคยตามหามาก่อนแต่หนังสือเล่มนี้ถูกเก็บไว้ในห้องลับที่สุดของหอหมื่นบัญญัติ มีเพียงแค่ปรมาจารย์ที่ระดับการฝึกตนอยู่ในขั้นการก่อเกิดแก่นขุมพลังหรือสูงกว่าเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้อ่านได้”  

โม่เทียนเกอจำได้ว่าเขาฝึกวิชากายาพิสุทธิ์ เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาสนใจในหนังสือเล่มนี้มาก 

ในขณะที่เปิดหน้าหนังสือผ่านไปเรื่อยๆ ฉินซีบอกกับนาง “ศิษย์น้องเยี่ย หนังสือเล่มนี้เป็นประโยชน์แก่ข้ามาก เอาเป็นว่าข้าขอหนังสือเล่มนี้ ส่วนเจ้าเอาอะไรก็ได้จากห้องนี้ไปดีไหม”  

คู่มือวิชากายาพิสุทธิ์เล่มนี้ไม่ได้มีประโยชน์อันใดแก่โม่เทียนเกอ ในทางตรงกันข้าม สำหรับนางนั้นหนังสือม่านพลังที่กำลังถืออยู่นั้นสำคัญเทียบเท่ากับคู่มือกายาพิสุทธิ์ของฉินซี นางคิดเอาไว้อยู่แล้วว่านางจะต้องเอาหนังสือเล่มนี้ไปให้ได้ถึงแม้ว่านางจะต้องเสนออะไรอย่างอื่นให้ฉินซีก็ตาม ตอนนี้ ในเมื่อฉินซียินดีที่จะยกให้ นางก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปฏิเสธ 

นอกเหนือไปจากหนังสือสองเล่มนี้ ยังคงมีหนังสือเล่มอื่นๆ หยกบันทึก และขวดหยกอีกสองขวด นอกจากนั้นก็มีหนังสือเกี่ยวกับการปรุงยา ในขณะที่เล่มอื่นๆ อธิบายถึงความรู้ และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการฝึกตน ยาวิเศษที่อยู่ในขวดไม่ได้เป็นยาพิเศษอะไรนอกจากยาชำระล้างพลังวิญญาณเท่านั้น การทานยาวิเศษจะทิ้งไว้ซึ่งสิ่งตกค้างที่เป็นอันตราย และยาวิเศษตัวนี้จะช่วยชะล้างสิ่งตกค้างเหล่านั้น เป็นยาที่ไม่ได้หายากเลย 

โม่เทียนเกอกวาดทุกสิ่งทุกอย่างลงในกระเป๋าเอกภพของนางโดยที่ไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย 

“ที่นี่คือที่ไหนกัน เหตุใดถึงรู้สึกว่าที่นี่ถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจและทิ้งไว้เบื้องหลังเพื่อเป็นรางวัลให้กับพวกเรา”  

ฉินซีพูด “อาจจะเป็นที่ที่ถูกทิ้งไว้โดยคนรุ่นก่อนหน้านี้จากสำนักก็เป็นได้ ของพวกนี้อาจจะไม่ได้มีค่าสำหรับพวกเขา พวกเขาอาจทิ้งไว้เพื่อเป็นรางวัลให้กับลูกศิษย์ที่สามารถทำลายม่านพลังได้”  

มีเสียงเกิดขึ้นด้านนอกของห้องหินเมื่อพวกเขากำลังพูดคุยกัน เหมือนกับกำลังมีคนเดินเข้ามาหาพวกเขา 

โม่เทียนเกอและฉินซีต่างมองหน้ากัน พวกเขาหยิบเครื่องมือวิญญาณออกมา และเสกคาถาป้องกันไว้ก่อนที่จะจ้องมองไปที่ประตู 

ในขณะนี้ เสียงที่อยู่นอกประตูได้ยินชัดเจนมากขึ้น ผู้ฝึกตนหลายคนในชุดคลุมสีเหลืองเดินเข้ามาในห้อง 

 

------

[1] ฉีเหมินตุ้นจย่า (奇门遁甲) ตำราทำนายดวงชะตาของจีนโบราณ  

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว