ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ทัดเทียมกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2563 13:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ทัดเทียมกัน
แบบอักษร

 

หลังจากผ่านมา 4 วัน ชินอ๋องที่หลังจากว่าราชการช่วยฮ่องเต้จบก็แอบมาที่ตำหนักเหลียนฮวาทุกวัน จนวันนี้ที่หงอี้นั่วบอกให้เขาหยุดพักไปก่อน เพราะนางมีพูดคุยกับเหล่าเฟยในวันนี้

“ อืม ข้าคงคิดถึงท่าน” หงอี้นั่วตอนนี้ที่นอนเปลือยกายอยู่ในอ้อมกอดของชินอ๋อง ไป๋เซียนหมิงกล่าวออกมา

“ หากคิดถึงข้าเพียงแค่จุดไฟนี้หลังตำหนักแล้วข้าจะมา” ชินอ๋องยื่นแท่งไฟให้กับนางพร้อมจูบที่ไหล่เนียน ก่อนที่บทเพลงรักจะเกิดขึ้นอีกรอบก่อนตะวันจะขึ้นจนร่างบางหมดแรงในอ้อมแขนของชินอ๋อง กิจกรรมจึงหยุดลง

 

ยามซื่อ

ชินอ๋องกลับไปสักพักแล้ว หงอี้นั่วเองก็โดนเสี่ยวจูปลุกไปอาบน้ำเพื่อเตียมตัวพบปะพูดคุยกับเหล่านางสนมขั้นเฟยทั้งสามคน ระหว่างที่รอนางจึงสั่งงานให้เสี่ยวจูไปสั่งทำของชิ้นหนึ่งขึ้นมา เมื่อเสี่ยวจูเห็นว่าหงอี้นั่วจะใช้ให้ไปทำสิ่งใดก็หน้าแดงขึ้นมาทันที

“ ฮองเฮาเพคะ สิ่งนี้จะดีหรือ” เสี่ยวจูเอ่ยถามขึ้น

“ ดีสิ่ ข้าจะเปลี่ยนแปลงวังหลังและแคว้นนี้ให้ดู” หงอี้นั่งตอบก่อนจะเรียกนางกำนัลมาทำผมให้ตนเองแล้วให้เสี่ยวจูไปทำตามที่สั่ง จากนั้นไม่นานเกี้ยวของพระสนมก็มาถึง โดยหงอี้นั่วสั่งองครักษ์หน้าตำหนักแล้วว่า จักคุยกับพระสนมฉันพี่สาวน้องสาว ให้ขันทีอละนางกำนัลรอที่ด้านนอก

“ คาราวะฮองเฮา ขอทรงพระเจริญพันปี” กุ้ยเฟย เสียนเฟย และเต๋อเฟยกล่าวพร้อมยอบกายลง

“ อย่าได้มากพิธีเลย” หงอี้นั่วสังเกตุร่างบางทั้งสามก่อนจะเอ่ยให้ลุกขึ้น

“ ขอบพระทัยเพคะ” เมื่อลุกขึ้นทั้งสามก็นั่งลง

“ วันนี้พวกเจ้าดูมีน้ำมีนวลขึ้น เป็นเช่นไรบ้างเล่า” หงอี้นั่วไม่พูดอ้อมค้อม ทำเอาทั้งสามคนเขินอายไปมา

“ พี่หญิง กล่าวอะไรเช่นนี้ พวกหม่อมฉันเขินนะเพคะ” เป็นเสียนเฟยที่ตอบ

“ ข้าถามความจริงอย่างไรล่ะ คาดว่าพวกเจ้าคงปรนนิบัติฮ่องเต้กันเป็นอย่างดี เมื่อคืนพระองค์ทรงประทับกับผู้ใดเล่า” หงอี้นั่วถามถึงเมื่อคืนแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็ต้องการคำยืนยันจากทั้งสาม

“ เมื่อคืนพระองค์ทรงประทับกับพวกเราเพคะ ทรงเปิดอีกตำหนักขึ้นแล้วให้พวกเราปรนนิบัติ” กุ้ยเฟยตอบแม้จะรู้สึกเขินอายอยู่บ้าง

“ พี่หญิงไม่รู้สึกหึงหวงหรือเพคะ” เต๋อเฟยถามออกมาเมื่อเห็นว่าหงอี้นั่วแสดงสีหน้าพึงพอใจออกมา

“ เหตุใดข้าต้องหึงหวงเล่า พระองค์เป็นถึงฮ่องเต้จักต้องรดน้ำให้ทั่วถึงอยู่แล้ว อีกอย่าง ข้าก็ใช่ว่าจะแห้งแล้งเสียกระไร” หงอี้นั่วตอบอย่างไม่ปิดบัง

“ ที่ว่าไม่แห้งแล้ง ทรงหมายถึง?” เสียนเฟยถามด้วยความสงสัย

“ ข้าก็มีชายบำเรออย่างไรเล่า” หงอี้นั่วตอบด้วยท่าทีสบาย

“ อะไรนะเพคะ!!!” เหล่าพระสนมขั้นเฟยทั้งสามคนร้องออกมาเสียงดัง

“ จะตกใจไปใย ข้าหาได้ทำสิ่งใดผิด” หงอี้นั่วตอบหน้าตาย

“ แต่ท่านสวมหมวกเขียวให้ฝ่าบาท หากทรงรู้เข้า จะไม่โทษหนักหรือ” กุ้ยเฟยถามเสียงอ่อน ราวกลับกลัวมีผู้ใดมาได้ยิน

“ ฝ่าบาทยังมีพวกเจ้าแล้วนางสนมอีกตั้งมากมาย ไหนจะนางกำนัลอุ่นเตียงอีก หากจะผิด ข้าก็คงผิดที่ไม่ทำตามจารีตอันดีงามของสตรีพึงมี แล้วอย่างไรเล่า เกิดเป็นหญิงใยจะมีอนุชายมากมายไม่ได้ แต่ผู้ชายกลับจะกระทำการใดก็ได้ สตรีนั้นห้ามสอบเป็นขุนนาง ไม่มีสิทธิ์ออกเสียงใดๆ นี่คือสิ่งแรกที่ข้าจักต้องการเปลี่ยนแปลง” หงอี้นั่วบอก ก่อนจะจิบชาพลางสำรวจสีหน้าของพระสนมทั้งสามไปด้วย

“ การมีชายบำเรอ หากไม่มีใครรู้ เราจะผิดได้อย่างไร อีกอย่าง ชายบำเรอนั้น ปรนนิบัติดีกว่าฝ่าบาทเสียด้วยซ้ำ หากพวกเจ้าลองหาดีๆ เชื่อสิ่ พระองค์ไม่รู้หรอก ข้าจะช่วยพวกเจ้าได้ หากสนใจอยากที่จะลอง” หงอี้นั่วพูดต่อ ทำเอาพระสนมหน้าแดงเขินอาย เพราะในยุคนี้ไม่มีใครนำเรื่องแบบนี้มาพูดกัน

“ แล้วพี่หญิงจะทรงสอนเหล่านางสนมคนอื่นๆด้วยหรือไม่ในเรื่องนี้” เสียนเฟยเอ่ยถามออกมา เรื่องแบบนี้ยิ่งรู้มาก ก็ยิ่งเป็นปัญหามิใช่หรือ

“ ไม่ล่ะ นางสนมขั้นอื่นๆ มีตั้งเยอะแยะมากมาย หากให้ข้าต้องมากบอกเรื่องนี้ เกรงว่าจะหลุดลอดออกไปได้”

“ แล้วท่านมอกลัวพวกข้านำความไปบอกฝ่าบาทหรือ”

“ ข้าว่า หนทางที่ข้ากำลังเลือกพวกเจ้าก็สนใจไม่ใช่น้อย ฝ่าบาทไม่สามารถพรมน้ำให้ดอกไม้ได้ครบทั้งวังหลังหรอก หากใครเข้าตาหน่อยก็อาจจะได้ปรับความโปรดปรานชั่วขณะ ไม่สังเกตุหรือ” โอรสสวรรค์อย่างเขาหน่ะหรือจะรู้สึกรักใครจริง นางสนมทั้งหลายก็เข้ามาเพื่อคานอำนาจตระกูลของกันและกันเท่านั้น ไม่มีมิตรหรือศัตรูถาวร หากเพียงเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ ให้สตรีมีอำนาจทัดเทียมบุรุษ คงจะเป็นการดีเสียมากกว่า

“ หากข้าสนใจ อยากที่จะลองมีชายบำเรอบ้างเล่า พี่หญิงพอจะช่วยข้าได้อย่างไร” เต๋อเฟยที่คิดตามไม่เห็นว่ามีข้อเสียอะไรจึงเอ่ยถาม

“ เต๋อเฟย! / หึ”

“ หากเต๋อเฟยอยากลอง ข้าจะหาองครักษ์รูปงามส่งให้ถึงตำหนัก เพียงแต่ ก่อนจะทำรัก เจ้าต้องกำยานนี้ก่อน และให้เหล่านางกำนัลไปพักเสีย มันคือยานอนหลับ ผู้อื่นจะได้ไม่รู้เรื่องมากนัก” ฮองเฮายื่นกำยานให้กับเต๋อเฟย ซึ่งนางก็รับมาเก็บไว้ ส่วนเสียนเฟยและกุ้ยเฟยขอเวลาไปคิดก่อน และพวกนางสัญญาว่าจะไม่แพร่งพรายให้ผู้ใดทราบ

ปรึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันอยู่ 2 ชั่วยาม เหล่าเฟยทั้งสามก็ขอตัวกลับ หงอี้นั่วก็บอกให้เต๋อเฟยรออีกสามวัน นางจะหาองครักษ์ที่ไว้ใจได้ส่งไปปรนเปรอนางให้ เมื่อเหล่าพระสนมกลับไป ตำหนักเหลียนฮวาก็กลับมาเงียบเชียบดังเดิมอีกครั้ง ก่อนที่หงอี้นั่วจะขยับกายเพื่อลุกไปเรียกเสี่ยวจู กลับรู้สึกถึงแรงกอดเบาๆที่เอว เมื่อหันไปก็พบชินอ๋องที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

“ ท่านมาเมื่อไหร่หรือ” ชินอ๋องกล่าว

“ หลังจากพวกนางออกไป ข้าคิดถึงกลิ่นกายของท่าน” ชินอ๋องกล่าวก่อนจะสูดดมกายสาวไปทั่วร่าง

“ อื้อ อย่าพึ่งข้ายังมีกิจมากมายที่ต้องจัดการ” หงอี้นั่วแม้จะรู้สึกวูบวาบแต่นางก็ต้องจัดการสิ่งที่ต้องทำให้เรียบร้อยก่อน

“ หากอยากได้สิ่งใด แค่เอื้อนเอ่ยบอกข้ามา” ชินอ๋องกล่าว แถมกอดรัดร่างนางเอาไว้แน่นกว่าเดิม

“ งั้น ท่านพอจะหาองครักษ์ หรือชายรูปร่างหน้าตาดีให้ข้าได้หรือไม่เล่า” หงอี้นั่วหันไปตอบก่อนจะส่งสายตาแพรวพราว

“ เพียงแค่ข้าไม่พอหรือ” ชินอ๋องตอบเสียงเรียบ

“ มิใช่ของข้า แต่ข้าจะส่งเป็นของขวัญให้กับเต๋อเฟยก็เท่านั้น” ไงอี้นั่วที่จับน้ำเสียงได้ว่าอีกคนกำลังไม่พอใจจึงบอกความจริงไป

“ ฮองเฮาช่างใจกว้างยิ่งนัก หากแต่เป็นพระประสงค์ข้าย่อมจัดการให้ รับรองว่าจะเป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่เต๋อเฟยไม่เคยได้รับมาก่อนอย่างแน่นอน” ชินอ๋องตอบก่อนจะจูบที่ซอกคอขาวของร่างตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆปลดชุดตัวนอกออก

“ อื้อออ จูบข้าสิ่”

 

 

TBC.

มาช้าแต่มานะ

ความคิดเห็น