facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์และกำลังใจนะคะ :)

Chapter 12: คนช่างเขียนที่ไม่ช่างพูด

ชื่อตอน : Chapter 12: คนช่างเขียนที่ไม่ช่างพูด

คำค้น : Yaoi จดหมาย นักเขียน รักแรกพบ NC18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2563 23:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 12: คนช่างเขียนที่ไม่ช่างพูด
แบบอักษร

              ดวงตาคู่สวยของภูวนัทมองราเชนอย่างรอคอยคำตอบ คำถามตรงประเด็นนั่นทำให้นักเขียนหนุ่มพูดอะไรไม่ออก ทำเพียงประสานสายตากับคนถามนิ่ง เขามองลึกเข้าไปในแววตาเป็นประกายนั้นดังต้องมนต์สะกด แล้วเผลอเอ่ยออกมาราวคนเพ้อ

              “ผมรักคุณ…”

              คำตอบที่คาดไม่ถึงทำให้ดวงตารีเบิกกว้าง หัวใจของภูวนัทเต้นตูมตาม รีบหลบตาอีกฝ่ายทันทีแล้วพึมพำถามอีกครั้ง “พี่เชนจะรักนัทได้ยังไง เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน”

คำถามนั้นทำให้ราเชนรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป แต่ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วจะให้เขาปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองก็คงไม่ได้

              “คุณเชื่อเรื่องรักแรกพบไหมครับ ครั้งแรกที่เห็นรอยยิ้มของคุณ…ผมก็ตกหลุมรักตั้งแต่ตอนนั้น” ราเชนกล่าว แม้ยังคงประหม่า แต่เขาก็เลือกบอกความจริงในใจ เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดว่าเขาเป็นโรคจิตหรือสติเลอะเลือน ที่อยู่ ๆ ก็มาบอกรักคนที่ไม่เคยรู้จักพูดคุยกันมาก่อน

“รักแรกพบมันมีด้วยเหรอ” เสียงพูดอุบอิบของคนที่ไม่ยอมสบตากันดังพอที่เขาจะได้ยิน ราเชนผู้ไม่เคยเชื่อในเรื่องรักแรกพบเช่นกันตอบออกไปด้วยเสียงนุ่มทุ้ม

“ผมก็ไม่รู้…ว่ามันมีหรือเปล่า รู้ตัวอีกทีผมก็รักไปแล้วครับ”

คำที่ราเชนเอ่ยออกมาสร้างความขัดเขินให้ภูวนัทจนหน้าแทบไหม้ ใจหนึ่งก็ยังสับสนว่าคนเราจะตกหลุมรักใครสักคนแค่เพียงแรกเห็นได้จริงหรือ อีกใจหนึ่งก็คล้อยตามเพราะข้อความในจดหมายหลายฉบับนั้นเป็นเหตุ ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเป็นฝ่ายสร้างบทสนทนา ทว่าตอนนี้ภูวนัทกลับไม่รู้จะพูดอะไรออกมาเสียเอง

เห็นก้อนความรักของเขาเงียบไปราเชนก็เริ่มใจเสีย แต่ก็บอกตัวเองว่าหากอยากได้ความรักตอบ เขาก็ต้องขอความรัก แต่เขาควรทำด้วยความรอบคอบ จะให้ภูวนัทแตกตื่นตกใจหรือคิดว่ามันเป็นการถูกบังคับไม่ได้

“นัท…จะให้โอกาสผมแล้วลองคบกันได้ไหมครับ” พอพูดออกไปแล้วก็รู้สึกว่าคำถามนั้นอาจทำให้คนฟังรู้สึกจนมุมกับตัวเลือก จึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “แต่หากนัทคิดว่ามันเร็วไป เราเป็นแค่เพื่อนกันก่อนก็ได้นะครับ”

น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ฟังแล้วสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ที่โหยหาความรักความอบอุ่นตลอดมาอย่างภูวนัทไม่คิดปฏิเสธ แต่ก็ยังกลัวว่าทุกอย่างเร็วจนเกินไป และคิดว่าควรเรียนรู้กันไปสักระยะก่อน แม้จะรู้ตัวดีอยู่แก่ใจว่าเขารู้สึกอย่างไรกับชายผู้นี้ ตั้งแต่ได้อ่านจดหมายพวกนั้นแล้ว แต่เพื่อให้แน่ใจว่าถ้อยคำในจดหมายคือตัวตนของคนคนนี้จริง ๆ ก็ควรเริ่มต้นแบบนี้ไปก่อน เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังคงมองเขาอยู่ สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนตอบ

“ตกลงครับ เรามาลองเป็นเพื่อนกันก่อน แล้วจากนั้นค่อยว่ากันอีกที”

สิ่งที่ได้ยินทำให้ราเชนผู้แทบนั่งกลั้นหายใจยามรอฟังคำตอบลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก หลังจากนี้สิ่งที่เขาต้องทำก็คือพยายามทำใจให้กล้า แล้วเดินหน้าสานความสัมพันธ์กับเจ้าก้อนนุ่มของเขา และถึงอยากโอบกอดอีกฝ่ายแนบแน่นในอกเพียงใด ก็ต้องพยายามบังคับใจตัวเอง เขาปฏิญาณว่าจะไม่แตะต้องภูวนัทเด็ดขาดหากไม่เกิดจากความยินยอม แม้ว่าตอนนี้เจ้าของหัวใจของเขาจะทำหน้าตาน่ารักจนเกินใจจะต้านทานก็ตาม

เห็นราเชนนิ่งไปไม่พูดอะไรอีกเลยหลังได้รับคำตอบจากเขา ภูวนัทก็เอียงคอมองตาแป๋ว ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนขี้อายหรือพูดน้อยกันแน่ เขาจึงเปรยออกมาตามที่ใจคิด

“พี่เชนนี่พูดไม่เก่งเหมือนตอนเขียนจดหมายเลยนะครับ”

คำพูดตรง ๆ นั่นทำให้ราเชนยิ่งรู้สึกขัดเขิน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าตนเองเป็นคนพูดน้อย อยู่ใกล้กันแบบนี้จะไม่ตอบอะไรเลย หรือใช้วิธีเขียนอธิบายความในใจลงในกระดาษก็กระไรอยู่ หนุ่มนักเขียนจึงกระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ย

“เพราะแบบนี้ ผมถึงเขียนจดหมายถึงคุณไงครับ” ถึงน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจะนุ่มทุ้มละมุนจนใจของภูวนัทวูบไหวไปหมด แต่คำแทนตัวที่อีกคนใช้นั้นมันช่างให้ความรู้สึกห่างเหิน พอราเชนกล่าวจบเขาจึงพูดสวนออกไปทันใด

“พี่เชนแทนตัวเองว่าพี่ แล้วเรียกนัทว่านัทได้ไหมครับ เรียกคุณกับผมมันดูเป็นทางการและห่างเหินไปหน่อยในความรู้สึกของนัท”

ราเชนมองริมฝีปากรูปกระจับที่ช่างพูดให้หัวใจของเขาทำงานหนักตาไม่กะพริบ เขาต้องพยายามสูดหายใจเข้าและบังคับใจไม่ให้เต้นแรงเกินไปมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว ตั้งแต่ภูวนัทเข้ามาในห้องของเขา อย่าว่าแต่เรียกแทนกันว่าพี่กับนัทเลย เขาอยากเรียกอีกฝ่ายว่าเบบี้ ที่ไม่ได้แปลว่าเบบี้ แต่แปลว่าที่รักจะแย่อยู่แล้ว!

“ได้ครับ” คำตอบรับสั้น ๆ เหมือนเคยทำให้คนอายุน้อยกว่าเริ่มตั้งคำถามอีกครั้ง

“พี่เชนบอกว่า พี่รักนัทตั้งแต่เห็นรอยยิ้มของนัทครั้งแรก พี่บอกได้ไหมครับว่าไปเห็นนัทยิ้มที่ไหน” แม้พอเดาได้ว่าผู้เป็นลูกค้าประจำของร้านกาแฟคงเจอเขาครั้งแรกที่ร้าน แต่ก็ยังอยากได้ยินจากปาก และเพราะราเชนพูดน้อยเหลือเกิน หนุ่มน้อยจึงคิดคำถามที่ทำให้อีกฝ่ายต้องพูดยาว ๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้ นักเขียนหนุ่มนิ่งอึ้งอีกครั้งกับคำถามที่ได้รับ เขานึกรวบรวมคำพูดอยู่ในใจพักหนึ่งจึงกล่าวตอบ

“พี่…เจอนัทครั้งแรกในร้าน Le Petit Café ครับ” ราเชนยังคงตอบไม่ยาวมากเหมือนเดิม ทำให้คู่สนทนารีบถามต่อ

“เมื่อไหร่เหรอครับ แล้วตอนนั้นพี่รู้หรือเปล่าว่าเราอยู่คอนโดฯ เดียวกัน” ภูวนัทไม่รู้ตัวเลยว่า การจีบปากจีบคอถามด้วยสีหน้าอยากรู้แบบนั้นทำให้คนที่นั่งข้างกันใจสั่นไปหมดแล้ว หนุ่มนักเขียนถึงกับต้องเบือนสายตาหลบดวงตาใสแจ๋วนั้นก่อนตอบ

“ประมาณเกือบเดือนก่อนหน้านี้ครับ และตอนเจอนัทครั้งแรก พี่ไม่รู้ว่าเราอยู่คอนโดฯ เดียวกัน ชั้นเดียวกันแบบนี้” เสียงทุ้มที่พูดประโยคยาวนั้นช่างน่าฟัง ภูวนัทอมยิ้มแล้วตั้งคำถามต่ออย่างได้ใจ

“แล้วพี่รู้ได้ยังไงล่ะครับว่านัทอยู่ที่นี่ และคิดยังไงถึงเขียนจดหมายหานัท ทำไมไม่เข้ามาคุยกับนัทตรง ๆ ตั้งแต่แรก” ถึงจะพอเดาได้ว่าชายหนุ่มขี้อายคนนี้ไม่กล้ามาคุยกับเขาต่อหน้าแต่แรกเพราะอะไร แต่หนุ่มน้อยก็นึกสนุกจึงถามออกไปแบบนั้น แล้วตั้งตารอฟังว่าคนตัวโตจะแก้ต่างว่าอย่างไร เห็นอีกฝ่ายทำท่าอึกอักก็แทบต้องกลั้นยิ้ม

“พี่…รู้ว่าเราอยู่คอนโดฯ เดียวกันเพราะเจอนัทในลิฟท์ พี่เป็นคนพูดไม่เก่ง เลยเขียนจดหมายแทนการพูดกับนัทตรง ๆ เพราะรู้ว่าการเขียนจะช่วยให้พี่สามารถสื่อสารกับนัทได้ดีกว่าครับ” ราเชนตอบตามตรง คำสารภาพอย่างไม่อ้อมค้อมทำให้ภูวนัทรู้สึกนับถือใจคนพูด เข้าจ้องดวงตาคมนั้นนิ่งแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเบา

“นัทคิดว่าพี่เลือกวิธีถูกแล้วครับ จดหมายของพี่ทำให้นัทมีความสุขมาก และมันทำให้นัทภาวนาให้เราได้เจอกันตั้งแต่วันที่ได้อ่านจดหมายทุกฉบับของพี่” พูดจบภูวนัทก็เม้มริมฝีปาก รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวกับสายตาของราเชนที่มองมายังเขา จนต้องเป็นฝ่ายหลบตาเองอีกครั้ง สายตาของเขาพลันมองไปทางโต๊ะทำงาน เห็นแล็ปท็อปยังคงเปิดอยู่ ข้าง ๆ มีสมุดโน้ต และเปลวไฟของเทียนหอมซึ่งยังลุกโชนจึงออกปากถาม “นัทมารบกวนเวลาทำงานของพี่หรือเปล่าครับ”

“ไม่ครับ” นักเขียนหนุ่มตอบแทบทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด สายตาของเขายังคงมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง สิ่งที่ภูวนัทพูดเมื่อครู่ยังคงเวียนวนอยู่ในห้วงความคิด หากคนตรงหน้าภาวนาให้ได้เจอกับเขาแบบนั้น มันแปลว่าอีกฝ่ายมีใจให้เขาหรือเปล่า

“ถ้าอย่างนั้น พี่เชนจะอ่านสมุดบันทึกกับนัท แล้วตอบทุกอย่างที่นัทอยากรู้ใช่ไหมครับ” เสียงใสถามอีกครั้ง ราเชนยิ้มน้อย ๆ พร้อมพยักหน้ารับ

“มานั่งใกล้ ๆ นัทสิครับ นั่งห่างแบบนั้นเราจะอ่านด้วยกันได้ยังไง” แม้จะเขินแต่หนุ่มน้อยก็ทำใจกล้าแล้วชวนให้ชายหนุ่มที่เพิ่งบอกรักเขาขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม เห็นอีกคนมีทีท่าเก้ ๆ กัง ๆ และขัดเขินก็แอบยิ้มอย่างขัน ๆ

ถึงแม้ความจริงแล้วภูวนัทเองก็เขินเหมือนกัน แต่พอเห็นชายตัวโต ผู้มีบุคลิกเคร่งขรึมดูเป็นผู้ใหญ่ทำท่าทางแบบนี้มันทำให้เขานึกสนุก และรู้สึกว่าอีกฝ่ายน่ารักกว่าที่คิด เมื่อราเชนขยับมานั่งใกล้แล้ว นิ้วกลม ๆ ก็ชี้ไปที่คำศัพท์คำเดิม “ยังไม่ได้อธิบายคำนี้เลย”

นักเขียนหนุ่มรับหนังสือมาจากมือเนียนขาวนั้นแล้วเริ่มอธิบายข้อสงสัย แม้จะตั้งใจอธิบายทุกอย่างที่ภูวนัทเฝ้าถามไปเรื่อย ๆ แต่หัวใจของเขาก็เต้นไม่เป็นจังหวะแทบตลอดเวลา โดยหารู้ไม่ว่าคนที่พูดเจื้อยแจ้วอยู่ข้างเขาก็ใจเต้นแรงไม่แพ้กัน

ทั้งน้ำเสียงนุ่มสบายหูและกลิ่นอาฟเตอร์เชฟอ่อน ๆ จากราเชนทำให้ภูวนัทต้องพยายามอย่างหนักที่จะไม่ไขว้เขว สิ่งที่เขาถามนั้นส่วนหนึ่งมาจากความสนใจอย่างจริงจัง และอีกส่วนคือทำไปเพราะต้องการกลบเกลื่อนความขัดเขินของตน

“พี่เชนครับ นัทเพลียจังเลย พี่เชนอ่านบันทึกถัดไปให้นัทฟังแทนได้ไหม ไม่ต้องอ่านละเอียด แค่เล่าไปทีละหน้าแบบที่พี่เขียนจดหมายถึงนัทก็ได้ครับ นัทชอบ” ภูวนัทเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกว่าหัวสมองของเขาเริ่มล้า อาจเป็นเพราะต้องตื่นเช้ากว่าเวลาปกติร่างกายจึงโหยหาการพักผ่อน

“ได้ครับ” เมื่อราเชนรับคำ ภูวนัทก็ยิ้มบาง ๆ แล้วเอนศีรษะลงแนบกับโซฟา ดวงตารีมองตัวอักษรในสมุดบันทึก ยามที่หูก็คอยรับฟังสิ่งที่คนข้างกายกำลังบอกเล่า น้ำเสียงทุ้มฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายนั้นทำให้เขาปิดเปลือกตาลงแล้วซึมซับเรื่องราวที่อีกฝ่ายเล่าด้วยสุ้มเสียงฟังสบายหูนั่น เพียงไม่นานเขาก็เคลิ้มหลับไปโดยไม่รู้ตัว

น้ำหนักของศีรษะที่เอนลงมาชนกับต้นแขนทำให้ราเชนหยุดเล่าเรื่องจากสมุดบันทึก เมื่อเหลียวมองดูก็เห็นว่าดวงตาของคนที่ส่งเสียงเจื้อยแจ้วเฝ้าถามนู่นถามนี่เมื่อครู่ปิดสนิท มองใบหน้าที่ดูแสนไร้เดียงสายามหลับแล้วหัวใจของนักเขียนหนุ่มเต้นก็ไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง

ก้อนความรักของเขากำลังนั่งหลับอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นของเขา แถมศีรษะกลมน่ารักนั่นก็อิงอยู่กับต้นแขนของเขาด้วย เขาควรทำอย่างไรดี ควรปลุกอีกฝ่ายให้ตื่นแล้วบอกให้กลับห้องไปนอนพัก หรือควรปล่อยให้นั่งหลับพิงเขาอยู่แบบนี้ ความใกล้ชิดเพียงแค่คืบนั้นทำให้เขาอยากฝังจมูกลงบนกลางกระหม่อมนั้นจนแทบห้ามใจเอาไว้ไม่ได้ แต่เขาก็รู้ว่าควรต้องอดทน เขาสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่แตะต้องภูวนัทเลยจนกว่าทั้งสองจะตกลงคบหากันแบบคนรัก และเขาควรทำอย่างนั้นให้ได้ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีสติหรือกำลังท่องอยู่ในดินแดนแห่งความฝันแบบนี้

แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในสมอง ทำไมคนดีของเขาถึงไม่ระวังตัวเอาเสียเลย ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขารู้สึกอย่างไร ไม่รู้ว่าเพราะอีกฝ่ายไว้เนื้อเชื่อใจเขาหรือเพลียเสียจนฝืนตัวเองไม่ได้ หรือภูวนัทอยากลองใจเขาว่าจะมีความอดทนมากแค่ไหน เพื่อเป็นการพิจารณาว่าจะยอมคบหากับเขาต่อหรือไม่กันแน่

ราเชนเปิดข้อโต้แย้งในใจให้วุ่นไปหมด เหมือนพยายามเบี่ยงเบนความสนใจจากคนหลับสนิท จนรู้สึกว่าภูวนัทขยับศีรษะเล็กน้อย จึงตัดสินใจเอ่ยเรียกเบา ๆ เสียงอือในลำคอแสดงความรำคาญนั้นทำให้ราเชนคลี่รอยยิ้มด้วยความเอ็นดู ไม่นานภูวนัทก็เปิดเปลือกตา ทำหน้าสับสนเหมือนจำไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหนและทำอะไรอยู่พักเดียว เจ้าตัวก็รีบยืดตัวขึ้น ใบหน้าเนียนขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อทันตาเห็น

“ขอโทษครับพี่เชน ที่นัทเผลอหลับไป” เขารีบเอ่ยปากขอโทษ ทั้งเขินอายทั้งตกใจที่ดันมาผล็อยหลับไปแบบนั้น

“ไม่เป็นไรครับ ถ้านัทเพลีย กลับไปนอนที่ห้องก่อนก็ได้นะครับ แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาอ่านกันต่อ” คนพูดแทบกลั้นหายใจรอลุ้นว่าอีกฝ่ายจะตอบว่าอะไร หากตอบว่าไม่อยากมาห้องเขาแล้วไม่ว่าพรุ่งนี้หรือวันไหน ๆ หัวใจของเขาคงจะสลายแน่

“พรุ่งนี้นัททำงานเวลาปกติกว่าจะเลิกก็ค่ำแล้ว ถ้ามาหาพี่เชนหลังเลิกงานมันจะดึกเกินไปไหมครับ” ภูวนัทตอบอย่างเกรงใจ เห็นคู่สนทนานิ่งอึ้งไม่พูดอะไร อีกทั้งยังมีสีหน้าผิดหวังเขาจึงรีบเอ่ย “ไม่ใช่นัทไม่อยากมานะครับ แต่นัทไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของพี่”

ได้ยินแบบนั้นราเชนก็รีบตอบทันที “ไม่รบกวนหรอกครับ พี่นอนดึกมาก นัทอยากมาเมื่อไหร่ เวลาไหน นัทก็มาได้เลย” ตอบไปแบบนั้นแล้วก็คอยลุ้นอีกว่าคนตรงหน้าจะว่าอย่างไร สีหน้าของเขาทำให้ภูวนัทหลุดหัวเราะ

“ถ้าพี่พูดแบบนี้แล้วเกิดนัทมาทุกวันไม่ว่าเวลาไหนก็ตามที่นัทต้องการ พี่จะว่ายังไงครับ” พูดพลางทำตาแป๋วแล้วเอียงคอมองดูปฏิกิริยาของคนฟัง เขาสาบานว่าเห็นใบหน้าหล่อนั่นมีริ้วรอยสีแดงฉาบขึ้นมาทันตาเห็น อีกฝ่ายหลบสายตาเขาแล้วอุบอิบตอบ

“อยากมาเมื่อไหร่ก็ได้ครับ ห้องนี้ยินดีต้อนรับนัทเสมอ”

ถ้อยคำที่ราเชนเพิ่งเอ่ยออกมาทำให้ภูวนัทรู้สึกขัดเขินไม่แพ้กัน เขายกมือขึ้นเกาจมูกแก้เก้อแล้วเบือนหน้าไปอีกทางก่อนพูดเบา ๆ

“นัทขอเบอร์โทร.พี่เชนได้ไหมครับ จะได้ส่งข้อความมาถามก่อนว่าพี่สะดวกต้อนรับไหม เวลาที่นัทจะมาหาพี่” สิ้นคำพูดนั้นราเชนก็ผลุนผลันลุกขึ้นไปเขียนหมายเลขโทรศัพท์ของตนลงบนแผ่นกระดาษ มือของเขาสั่นนิด ๆ ตอนยื่นกระดาษแผ่นเล็กนั้นให้ภูวนัท

“ขอบคุณครับ เดี๋ยวถึงห้องแล้วนัทจะส่งข้อความมาหานะครับพี่จะได้เซฟเบอร์นัทไว้ พอดีนัทลืมหยิบมือถือติดมาด้วย” พูดจบก็ต้องอมยิ้มที่เห็นใบหน้าแดงจัดของอีกฝ่ายพยักขึ้นลงโดยยังไม่กล้ามองหน้าเขา ก่อนขยับลุกขึ้นยืน

“ถ้างั้นนัทขอตัวกลับก่อน ขอบคุณนะครับที่อ่านสมุดบันทึกกับนัท”

พอผู้มาเยือนเอ่ยคำลาเจ้าของห้องจึงเงยหน้าขึ้นมอง แล้วอีกฝ่ายก็ส่งรอยยิ้มกว้างให้เขา มันดูเจิดจ้าเสียจนหัวใจของราเชนแทบรับไม่ไหว

“ด้วยความยินดีครับ” เขาตอบแล้วยิ้มบาง ๆ พลางเดินตามไปส่งภูวนัทจนถึงหน้าประตู แต่เมื่อเขาตั้งท่าจะเดินออกไปด้วย อีกฝ่ายก็เอ่ยห้าม

“พี่เชนไม่ต้องไปส่งนัทหรอกครับ ใกล้กันแค่นี้เอง” หนุ่มน้อยพูดด้วยรอยยิ้มสดใส แบบนี้ราเชนจะทำอย่างไรได้นอกจากยอมคนพูดหมดทุกอย่าง

“ครับ พักผ่อนเยอะ ๆ นะครับ” เขาตอบรับ นึกเอ็นดูใบหน้าน่ารักที่แหงนมองเขาจนคอตั้งยามยืนคุยกัน

“พี่เชนก็เหมือนกัน ฝันดีนะครับ” พูดจบก็หมุนตัวแล้วเดินตรงไปยังห้องของตัวเอง

ราเชนมองตามภูวนัทตาละห้อยจนอีกฝ่ายหายเข้าไปในห้องหมายเลข 1204 แล้ว จึงกลับเข้าห้องแล้วปิดประตู มองไปยังโซฟาที่เมื่อครู่ยังมีหนุ่มน้อยน่ารักนั่งอยู่คู่กัน เขาเดินไปหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นไปเก็บเข้าชั้นหนังสือ ยังไม่ทันจะเดินกลับไปนั่งทำงานต่อ เสียงข้อความใหม่จากสมาร์ตโฟนก็ดังขึ้น ราเชนรู้ทันทีว่าคนที่ส่งมาคือใคร เขารีบคว้าขึ้นมาดูด้วยความตื่นเต้นดีใจจนแทบทำโทรศัพท์หล่น

“นี่เบอร์นัทนะครับ ฝันดีครับพี่เชน” 

เขายิ้มกว้างยามอ่านข้อความสั้น ๆ นั้น รู้สึกหัวใจพองโตไปหมด เขากดบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ ยังไม่ทันพิมพ์ชื่อภูวนัทครบทุกตัวอักษรก็ชะงักมือ ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน ดวงตาคมมองหน้าจอมือถือนิ่ง ตัดสินใจกดลบตัวอักษรที่เพิ่งพิมพ์แล้วใส่คำว่า Baby ลงไปแทน เขามองตัวอักษรสี่ตัวนั้นแล้วลบมันออกอีกครั้ง ตอนนี้พวกเขาเพียงแค่ลองคบหากันแบบเพื่อน เขาจึงไม่ควรฉวยโอกาสทำอะไรแบบนี้ คงต้องรออย่างมีความหวังว่าสักวันจะได้ตกลงคบหากันแบบคนรักเสียก่อน คิดดังนั้นแล้วก็พิมพ์ชื่อภูวนัทลงไปเหมือนครั้งแรกแล้วกลับไปนั่งทำงานต่อ พลางภาวนาให้เวลาผ่านไปเร็ว ๆ จนถึงตอนที่ภูวนัทจะมาหาเขาที่ห้องอีกในวันพรุ่งนี้

พี่เชนนนน คลั่งรักมากรูกกก เขินอายอะไรนักหน๊าาาา ส่วนน้องนัท มงต้องลงหนูแล้วพูดเลย ใจกล้ามากกกก อยากหยิกแจ้ม!! ><

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว