facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 2 เริ่มต้น

ชื่อตอน : บทที่ 2 เริ่มต้น

คำค้น : นิยายรัก โรแมนติก อาจารย์ หมอ แพทย์ ข้ามภพ ข้ามชาติ ย้อนยุค รักแท้ บอกรัก แต่งจากเรื่องจริง

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 503

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2563 17:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 2 เริ่มต้น
แบบอักษร

เวลา 4.00 น. 

รศ.ดร.ธาวิน ไตรสุวรรณ นอนลืมตาในความมืด

ตีสี่ของทุกวันร่างกายของเขาจะตื่นขึ้นโดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก เนื่องด้วยเขาเกิดและเติบโตในตึกแถวท้ายตลาด ตีสามตีสี่รถพ่อค้าแม่ค้าส่งจะนำสินค้ามาขายให้กับพ่อค้าคนกลางเพื่อจำหน่ายต่อให้บรรดาลูกค้าที่มาจับจ่ายซื้อของในตอนเช้า

แม้ว่าครอบครัวของเขาจะไม่ได้เป็นผู้ค้าส่ง แต่ก็เป็นร้านขายของชำที่มีสินค้านานาชนิดที่เป็นที่ต้องการของเหล่าวาณิชทั้งหลาย ดังนั้น ตีสี่ของทุก ๆ วัน เขามักจะถูกป๊ากับม๊าตะโกนเรียกจากหน้าบ้านให้มาช่วยเปิดร้าน เมื่อช่วยกันเปิดร้านเรียบร้อยแล้ว ก็จะถูกไล่ให้ไปอ่านหนังสือ โดยป๊าให้เหตุผลกับเขาว่า

“อ่านหนังสือเช้าๆ สมองจะรับดี เพราะยังไม่มีอะไรมารกหัว”

แม้ป๊าของเขาจะไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ป๊าก็มักจะทำให้เขาทึ่งอยู่เสมอ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่ป๊าบอกว่าให้อ่านหนังสือในตอนเช้า และผลที่ได้ คือ พี่ชายและพี่สาวของเขาเป็นหมอทั้งคู่

หรือการรวมยอดราคาของให้ลูกค้าเร็วยิ่งกว่าการดีดลูกคิด ต่อให้ลูกค้าจะซื้อมากแค่ไหน ป๊าเขาแค่เอ่ยทวนราคาสินค้าขณะหยิบของใส่ลงถุง เมื่อยื่นให้ลูกค้าก็บอกราคาขายได้ทันที ไม่มีตกหล่นแม้แต่บาทเดียว หลายปีผ่านไปป๊าและม๊าขยายกิจการจะร้านชำเล็ก ๆ กลายเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดย่อมๆ ท้ายตลาดสดใจกลางเมือง และปัจจุบันตึกแถวกว่าสิบคูหากลายเป็นของตระกูล “ไตรสุวรรณ”

แต่เช้าของวันนี้ร่างของชายหนุ่มยังคงเหยียดยาวบนที่นอน ไม่เร่งรีบลุกขึ้นเหมือนเช่นทุกวัน เปลือกตาของเขาค่อย ๆ ปิดดวงตาคมใต้คิ้วเข้มอีกครา ริมฝีปากชมพูบางยกขึ้นน้อยๆ เมื่อเขาหวนนึกถึงความฝันอันแสนหวานที่เขาเพิ่งตื่นขึ้น จนเขาแทบจะไม่อยากลืมตาตื่นขึ้น

มือยาวเรียวยกขึ้นแตะริมฝีปาก เขายังรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่กลีบปากอิ่มของนางในฝันผู้นั้น กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวยังอวลอยู่ที่ปลายจมูกที่โด่งเป็นสัน ความรู้สึกอุ่นซ่านวาบหวามในอกมันยังคงตราตรึงราวกับว่าเรื่องที่เขาฝันคือความจริง แต่มันจะเป็นความจริงไปได้อย่างไร ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นเขาไม่เคยรู้จักเสียด้วยซ้ำ

นางในฝันคนนั้นเป็นใครหนอ ทำไมเขาไม่เคยเห็นหน้าหล่อนเลย แล้วเหตุไฉนเขาจะต้องฝันถึงหล่อนด้วย เมื่อครุ่นคิดอย่างไรก็ไม่มีคำตอบ เขาจึงเอื้อมมือเปิดสวิทซ์โคมไฟที่หัวเตียง แสงสีนวลจากหลอดไฟกระทบผนังสีขาวส่องสว่างขึ้น ร่างสูงเพรียวจึงลุกขึ้นจากเตียงนอน

เมื่อเข้าห้องน้ำทำกิจวัตรประจำวันเรียบร้อยแล้ว เขาเดินเข้าไปในห้องหนังสือด้วยความเคยชิน ผนัง 2 ด้าน มีชั้นหนังสือที่เต็มไปด้วยตำราทั้งไทยและต่างประเทศ มีหน้าต่างกว้าง 3 บานอยู่ที่ผนังที่ตรงกันข้ามกับประตู ซึ่งในเวลานี้ถูกปิดทับด้วยผ้าม่านซาตินเนื้อดีสีเทาอ่อน บ่งบอกถึงรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของบ้าน หรูหรา เรียบง่าย

ผู้เป็นเจ้าของบ้านนั่งลงที่โต๊ะด้วยความเคยชิน ตรงกลางโต๊ะมีเครื่องพิมพ์ดีดแบบก้านยี่ห้อฝรั่งราคาแพง กระดาษเปล่าถูกก้านสแตนเลสสีเงินวาวทับกึ่งกลางกระดาษ ส่วนที่โผล่พ้นก้านทับกระดาษปรากฏตัวอักษรสีดำเรียงเป็นระเบียบ

ตาวาวคมกริบภายใต้แว่นตากรอบเหลี่ยมสีดำ มองเอกสารที่ตนพิมพ์ค้างไว้ ตามแผนงานของวันนี้ เขาต้องมาถึงที่ห้องหนังสือเวลา ตีสี่ครึ่งเพื่อพิมพ์โครงร่างงานวิจัยชิ้นใหม่ให้เสร็จ แต่ ณ ตอนนี้ล่วงเลยเวลามากกว่า 30 นาที ไม่น่าเชื่อเลยว่าเพียงแค่ฝันถึงหญิงสาวซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร กลับทำให้นาฬิกาชีวิตของเขาผิดแผกไปจากเดิม

มือยาวเรียวบรรเลงลงบนแป้นพิมพ์ ทุกครั้งที่เขาเคาะนิ้วลงบนปุ่มอักษรจะเกิดเสียง แต็ก!

เพียงแค่หนึ่งนาทีเขาสามารถพิมพ์ได้มากกว่า 50 คำ จึงเกิดเสียงดัง

แต็ก แต็ก แต็กๆ

สะท้อนทั่วห้อง แล้วจะเงียบลงเมื่ออาจารย์หนุ่มหยุดเปิดตำราเล่มหนาที่วางซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะ เพื่อหาข้อมูลอ้างอิงหลักการและเหตุผลในการทำวิจัย

งานวิจัยชิ้นนี้เขาคาดหวังว่าจะเป็นผลงานชิ้นเอกที่สามารถยื่นขอตำแหน่งศาสตราจารย์แบบพิเศษได้ ซึ่งต้องเป็นงานวิจัยที่ใหม่และสนองต่อปัญหาของสังคม และนับว่าเป็นโชคดีของเขาที่มีโอกาสได้รู้จักกับหมอเกด แพทย์หญิงอายุรกรรมที่บังเอิญพบกันที่งานประชุมวิชาการเมื่อหลายเดือนก่อน หล่อนเพิ่งจบดอกเตอร์มาหมาดๆ เป็นอาจารย์ใหม่ที่ยังมีไฟอยู่ในตัว เมื่อเขาชวนหล่อนให้ทำวิจัยร่วมกัน หล่อนก็ตอบตกลงจนแทบไม่ต้องเสียเวลาคิด นับจากวันนั้น หากมีเวลาว่างเขาและหล่อนมักจะนัดเจอกันที่ร้านกาแฟพูดคุยกันเรื่องงานวิจัย แล้วเลยเถิดไปจนถึงเรื่องไร้สาระที่สร้างเสียงหัวเราะให้กับเขาและหล่อน

ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและเขาพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ บางวันเขาก็จะรับหมอเกดไปทานข้าวเย็น เพื่อจะได้ใช้เวลาสร้างความสัมพันธ์และงานวิจัยมากขึ้น จนกระทั่งได้หัวข้องานวิจัยที่นำวิชาการแพทย์มาบูรณาการกับวิศวกรรมศาสตร์ คือ “การจำแนกการติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ด้วยระบบ AI เพื่อการคัดกรองผู้ป่วยเมลิออยโดสิส”

เพราะหมอเกดบอกกับเขาว่าโรคเมลิออยโดสิสเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีอัตราการตายของผู้ป่วยในประเทศไทยสูงเป็นอันดับ 3 รองจากเอดส์และวัณโรค ที่ผู้ป่วยมีอัตราการตายสูงเนื่องจากได้รับการวินิจฉัยล่าช้าเพราะจะต้องรอผลตรวจจากห้องแลปไม่ต่ำกว่า 7 วัน จึงจะรู้ผลว่าเป็นโรคเมลิออยโดสิสจริงหรือไม่

แต่หากทราบผลการตรวจภายใน 1-2 วัน แล้วผู้ป่วยได้รับยาฆ่าเชื้อทันทีโอกาสรอดจะเพิ่มขึ้นถึง 90% และจะช่วยลดอัตราการตายที่เกิดจากโรคนี้ได้

ดังนั้น หากเขาสามารถสร้างงานวิจัยระบบ AI ที่สามารถจำแนกการติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ของโรคเมลิออยโดสิสออกจากการติดเชื้อในกระแสเลือดของโรคอื่นๆ ได้ งานวิจัยชิ้นนี้จะช่วยชีวิตคนไทยได้อย่างมหาศาล และมากไปกว่านั้นเขาก็จะได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทยสาขาวิศวกรรมศาสตร์

6 โมงเช้าแสงแดดอ่อน ๆ เล็ดลอดเข้ามาตามช่องว่างระหว่างม่านหน้าต่าง เป็นสัญญาณบอกว่าได้เวลาที่เขาจะต้องเตรียมตัวไปมหาวิทยาลัยแล้ว ดังนั้น ร่างสูงสง่าจึงวางมือจากงานตรงหน้า แม้ว่าวันนี้เขาจะเริ่มทำมันช้ากว่าเวลาที่กำหนด แต่ก็สามารถพิมพ์หลักการและเหตุผลที่ต้องทำวิจัยได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ชายหนุ่มยืดกายขึ้น ยิ้มนิด ๆ เป็นอาการที่เขามักจะแสดงออกทุกครั้งที่ทำบางสิ่งบางอย่างสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

 

...................................................................................

ความคิดเห็น